คำถาม: ผื่นฝีดาษลิงกับโรคอีสุกอีใสแยกกันได้อย่างไร?
คำตอบ: จำคำสำคัญไว้ก่อนครับ
1. ผื่นแบบเดียวกันหมด คือ ฝีดาษลิง
ผื่นหลากหลายแบบคือ อีสุกอีใส
.
2. ผื่นขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า คือ ฝีดาษลิง
ส่วนอีสุกอีใสไม่ค่อยมีผื่นที่มือหรือเท้า
.
3. ต่อมน้ำเหลืองอักเสบพบในฝีดาษลิง
ส่วนอีสุกอีใสแทบไม่ค่อยมี
.
4. ผื่นขึ้นมากที่แขน ขา มากกว่าลำตัว คือ ฝีดาษลิง
ส่วนอีสุกอีใสผื่นขึ้นที่ท้อง หน้าอกมากกว่าแขนขา
.
ข้อแรกผื่นแบบเดียวกันหมด คือ ฝีดาษลิง
ผื่นหลากแบบ คือ อีสุกอีใส
คำว่า อีสุกอีใส ก็คือ วันที่เราตรวจร่างกายคนไข้ จะเจอผื่นแบบ “สุก” คือ เป็นหัวหนองและ “ใส “ คือ เป็นตุ่มน้ำใส คือ เจอผื่นปนๆกันไปหมด
.
แต่ฝีดาษ คำว่าดาษ เหมือน “ดาษดื่น” คือ ผื่นจะลักษณะเหมือนกันไปหมด
เช่น วันที่เป็นตุ่มน้ำใส ก็เป็นตุ่มใสไปทั้งตัว หรือวันหลังๆที่กลายเป็นตุ่มหนอง ก็จะเป็นตุ่มหนองไปทั้งตัว
.
ข้อสอง ผื่นอีสุกอีใสแทบไม่ขึ้นฝ่ามือ ฝ่าเท้าเลยครับ
แต่ฝีดาษจะขึ้นที่มือและเท้า คงจำเรื่องการปลูกฝีของเอ็ดเวิร์ด เจอเนอร์ บิดาแห่งการผลิตวัคซีนที่ผมเล่าในเพจได้ไหมครับ เขาสกัดฝีดาษวัวมาทำวัคซีน
ฝีดาษวัว ติดจากมือของหญิงชาวบ้านที่รีดนมวัวครับ
เลยจำได้ง่าย ฝีดาษพบผื่นที่มือและเท้า
.
ข้อสาม ต่อมน้ำเหลืองอักเสบพบในฝีดาษลิง
อันนี้เป็นข้อแยกสำคัญระหว่างฝีดาษรุนแรง (smallpox) กับฝีดาษลิงด้วยครับ
ถ้าเป็นฝีดาษลิง คนไข้จะเจ็บต่อมน้ำเหลืองที่คอ ใต้คาง รักแร้ หรือต่อมน้ำเหลืองขาหนีบ แต่อีสุกอีใสหรือฝีดาษรุนแรงไม่ค่อยพบต่อมน้ำเหลืองอักเสบครับ
ดังนั้น หากเจอตุ่มน้ำ หรือตุ่มหนองทั่วร่างกาย อย่าลืมคลำต่อมน้ำเหลืองด้วยครับ
.
ข้อสี่ จากการสังเกตตุ่มของฝีดาษจะกระจายมากที่แขนขา มากกว่าที่ลำตัว
แต่อีสุกอีใสพบผื่นที่ท้องและหน้าอกมากกว่าครับ
แต่ถ้าเป็นผื่นเยอะๆ ก็พบทั่วตัวก็มีครับ
.
ข้อควรระวัง: จริงๆโรคฝีดาษลิงในระยะแรกๆแยกยากจากอีสุกอีใส หรือ เริมครับเพราะวันแรกๆ ก็มีไข้ มีผื่นแค่ไม่กี่ตุ่ม เช่น มีผื่นตุ่มหนองที่นิ้วมือ หรืออวัยวะเwศ แค่นั้น ไม่ได้มีผื่นทั้งตัว เราก็ไม่รู้ว่าเป็นแค่เริมหรือเปล่า? แต่วันถัดไปถ้าผื่นกระจายทั้งตัวมากขึ้น ก็อาจพอแยกได้ครับ
.
ข้อควรรู้ ฝีดาษลิงกับฝีดาษรุนแรง (smallpox) ไม่ใช่โรคเดียวกันครับ แม้ว่าเชื้อไวรัสจะอยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่ไม่ใช่เชื้อเดียวกัน ความรุนแรงต่างกันมากครับ
ฝีดาษรุนแรง (smallpox) อัตราการตายสูงมาก หรือเรียกว่าไข้ทรพิษ ปัจจุบันไม่มีโรคนี้แล้วครับ
.
ฝีดาษลิงมีความรุนแรงน้อยกว่า แต่ผื่นตุ่มหนอง เมื่อหายก็อาจเป็นรอยแผลเป็นได้ครับ
.
ติดต่อได้อย่างไร?
ฝีดาษลิงติดต่อได้จากการสัมผัสตุ่มหนองจากคนไข้
หากเรามีบาดแผลที่มือ แม้จะเป็นแผลเล็กที่เราไม่รู้ เราก็ติดเชื้อฝีดาษได้ครับ
ดังนั้นการล้างมือบ่อยๆจึงมีความสำคัญครับ
รวมถึงการทำความสะอาดพื้นผิว ก็ฆ่าเชื้อได้ครับ
.
ส่วนการไอหรือจามก็อาจติดฝีดาษได้ แต่เชื้อไวรัสมีขนาดใหญ่ จะพุ่งไปตามน้ำลายหรือเรียกว่า Droplet แต่ก็ไปได้ไม่ไกลนักครับ
นึกถึงเราเขวี้ยงลูกบอลลูกใหญ่ๆ มันก็คงไปได้ไม่ไกลเท่าไร
ดังนั้นการใส่หน้ากากอนามัย
เว้นระยะห่างพอสมควรก็ป้องกันได้ครับ
#ห้องฉุกเฉินต้องรู้
อ้างอิงข้อมูลจาก CDC Monkeypox
Centers for Disease Control and Prevention

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น