What's it ?



สรรหามาเล่า เก็บเรื่องราวทั้งเก่าและใหม่มาจากอีเมล์ที่บางทีก็ได้จากเพื่อน ๆ หรือเวบบอร์ด หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้จักก็ส่งมาให้ บางทีอาจจะเจอข้อความที่เพื่อนๆ ที่ใกล้ตัวคุณส่งมาเมื่อไม่นานนี่เอง แต่จริงๆ แล้ว เมล์ตัวนั้นได้มีการส่งต่อมานานแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เพื่อนๆ ก็ยังส่งมาตลอดซึ่งทำให้เหมือนว่าเป็นเรื่องใหม่ตลอดเวลา

บางครั้งการส่งเมล์ต่อเป็นทอด ๆ ก็ใช่ว่าจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอ อาจจะมองว่าเป็นเมล์ขยะสำหรับบางคน แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเพื่อนของเรา เขายังคิดถึงเรา ถึงได้ส่งเมล์เหล่านั้นมาให้ เชื่อเถอะว่าเพื่อนของคุณไม่ได้ส่งทุกเมล์ที่เขารับ แต่เขาจะส่งหาคุณเฉพาะเรื่องที่ทำให้เขาคิดถึงคุณเท่านั้น (นอกจากว่าคุณจะบอกให้เขาส่งมาทุกเมล์ทุกเรื่อง :)

Google
 

March 24, 2009

สรรพคุณ และลักษณะ เมีย

เมียหลวง
คือ ภรรยาที่เคยดีที่สุดในอดีต แต่กาลเวลาและสิ่งแวดล้อมทำลายความดีของเธอ จนหมดสิ้นในระยะเวลาอันสั้น และทิ้งความโหดร้ายไว้ให้เธอต้องรับผลกรรม คือ ความจุกจิก จู้จี้ ขี้บ่น แก่ง่าย ตายยาก พูดมาก กินจุ อ้วนเหมือนหมู ดุเหมือนเสือ

เมียเก็บ
คือ อาหารพิเศษ มีรสชาติแตกต่างจากอาหารธรรมดาทั่วไป เหมาะที่จะกินเป็นครั้งเป็นคราว เพื่อแก้เลี่ยน เป็นสินค้ายอดนิยมและมีราคาแพง เงื่อนไขเยอะ

เมียน้อย
คือ ผู้หญิงที่ดีที่สุด ที่ผู้ชายเพิ่งมาค้นพบภายหลัง

เมียแต่ง
คือ ผู้หญิงที่ทรงคุณค่าและคุณผู้ชายอยากจะประทับรอยรักสุดใจขาดดิ้น แต่ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่านี้

เมียเช่า
คือ ผู้หญิงผิวคล้ำ ขี้ร้อน ใช้เสื้อผ้าน้อยชิ้น สูบบุหรี่กินเหล้าเป็นงานอดิเรก รสนิยมสูง นิยมบริโภคของนอก มีปริมาณความรักขึ้นลงตามกระแสเงินสด

เมียจ๋า
คือ ผู้หญิงหน้าดุเหมือนเสือ ยืนชูไม้ต้นรักเหมือนเทพีสันติภาพ และมีสามีนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น ประสานมือเหนือหน้าอกเหมือนไหว้เจ้า เพราะมีประวัติเพิ่งทำการละเมิดข้อห้ามร้ายแรงของภรรยาบังเกิดเกล้า ลักษณะตัวสั่น น้ำลายไหลเล็กน้อยพูดตะกุกตะกักว่า 'เมียจ๋า' ซึ่งเป็นคำพูดในความหมาย ขออภัย ไถ่โทษ

เมียกู
คือ ผู้หญิงสวย ขาว หุ่นเพรียวผอม อายุน้อย หน้าตาน่ารัก เพราะยังไม่มีการรวมตัวของไขมันและตีนกา พูดจาไพเราะอ่อนหวาน ผู้ชายที่พบเห็นจะเกิดอาการเขื่อนกั้นน้ำลายพัง ทำให้เอ่อล้นออกมานอกปาก แสดงอาการหึงหวง กีดกันชายอื่นไม่ ให้เข้าใกล้ แสดงความเป็นเจ้าของ ทั้งที่บางครั้งยังไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง

เมียบังเกิดเกล้า
คือ ผู้หญิงที่น่าเบื่อที่สุดในโลก ความรู้น้อย บริหารงานไม่เป็น vision เป็นศูนย์เผด็จการ ชอบใช้อำนาจในทางที่ผิด ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ใช้คำพูดหยาบคาย บุคลิกภาพน่ารังเกียจ เป็นที่ชิงชังของเพื่อนบ้านและผู้ชายทั่วไป โดยเฉพาะสามีจากคุณสมบัติที่น่าสยดสยองดังกล่าว ทำให้สามีเกลียด ขยะแขยง คลื่นไส้จนไม่อยากพูดด้วย ไม่อยากโต้ตอบ ไม่อยากมีเรื่อง สามีที่มีภรรยาประเภทนี้ จึงใช้คำ
พูดอยู่สองคำ คือ 'ครับ' และ 'ใช่ครับ' และใช้สรรพนามเรียกภรรยาว่า 'แม่' มักอธิบายให้เพื่อนฟังว่า เรียกตามลูก แต่เพื่อนๆ ไม่แน่ใจว่าเรียกตามลูกหรือเรียกด้วยความเคารพยำเกรง เพื่อสวัสดิภาพของตัวเอง และที่สำคัญ ได้ลบคำว่า 'นอกใจ'ออกจากสมองและพจนานุกรมในบ้านเรียบร้อยแล้ว




เพิ่มเติม

ความหมายของคำว่า เมีย (WIFE)

W = without = ปราศจาก

I = Information = แจ้งให้ทราบ

F = Fighting = ต่อสู้ (ทะเลาะ)

E = Every Day = ทุก ๆ วัน

รวมความก็คือ

Without Information Fighting Every day

แปลเป็นไทยก็คือ

หาเรื่อง ทะเลาะได้ ทุก ๆ วัน โดย ปราศจาก การ แจ้งให้ทราบล่วงหน้า





ในเมื่อทราบกันแล้วว่าความหมายของภรรยา

ก็มาฝั่งสามี กันบ้าง
สามี ความหมายของคำว่า ผัว (HUSBAND)
H Has มี
U Unceasingly ไม่มีหยุดหย่อน
S Shame ละอาย
B But แต่
A Annoyance ความน่ารำคาญใจ
N No ไม่
D Dispute โต้เถียง ทะเลาะ

รวมความก็คือ Hate Dispute But Seek Unceasingly Annoyance; No Shames

แปลเป็นไทยก็คือ

เกลียดการทะเละแต่ชอบหาเรื่องรำคาญใจมาให้ไม่หยุดหย่อนและไม่มีความละอายใจ






อันนี้แถม

เมียคนอื่น = หญิง ขาว สวย หมวย X มองยังไงก็ไม่เบื่อ มองเมื่อไรก็น่ารัก เห็นแล้วอยากเป็นเจ้าของ แต่ก็หมดสิทธิ์ เพราะแฟนมันมีปืน !!!

March 22, 2009

Funny from Kids

TEACHER: Maria, go to the map and find North America.

MARIA: Here it is.

TEACHER: Correct. Now class, who discovered America?

CLASS: Maria.

----------


TEACHER: John, why are you doing your math multiplication on the floor?

JOHN: You told me to do it without using tables.

----------


TEACHER: Glenn, how do you spell 'crocodile?'

GLENN: K-R-O-K-O-D-I-A-L'

TEACHER: No, that's wrong.

GLENN: Maybe it is wrong, but you asked me how I spell it.

----------


TEACHER: Donald, what is the chemical formula for water? DONALD: H I J K L M N O.

TEACHER: What are you talking about?

DONALD: Yesterday you said it's H to O.

----------


TEACHER: Winnie, name one important thing we have today that we didn't have ten years ago.

WINNIE: Me!

----------


TEACHER: Glen, why do you always get so dirty?

GLEN: Well, I'm a lot closer to the ground than you are.

----------


TEACHER: Millie, give me a sentence starting with 'I.'

MILLIE: I is..

TEACHER: No, Millie... Always say, 'I am.'

MILLIE: All right. 'I am the ninth letter of the alphabet.'

----------


TEACHER: George Washington not only chopped down his father's cherry tree, but also admitted it. Now, Louie, do you know why his father didn't punish him?

LOUIS: Because George still had the axe in his hand.

----------


TEACHER: Now, Simon, tell me frankly, do you say prayers before eating?

SIMON: No sir, I don't have to, my Mom is a good cook.

----------


TEACHER: Clyde, your composition on 'My Dog' is exactly the same as your brother's. Did you copy his?

CLYDE : No, sir. It's the same dog.

----------


TEACHER: Harold, what do you call a person who keeps on talking when people are no longer interested?

HAROLD: A teacher

March 21, 2009

หมอดูแม่นๆ

หมอดูแม่นๆ เจ้าไหนก็ตาม เวลาทำนายบุคลิกภาพผู้คนตามราศี ก็มักจะหยิบเอาแต่ส่วนที่ดีๆ มาบอกกันเท่านั้น ทั้งๆ ที่ตามหลักดาราศาสตร์และความเป็นจริงตามธรรมชาติ คนเราทุกผู้ทุกนามต่างเกิดมาพร้อมข้อดีและข้อเสียด้วยกันสิ้น โดยที่ข้อเสียนั้นอาจจะมีข้อเดียว สามข้อ ห้าข้อ หรือถึงยี่สิบข้อก็เป็นได้ แถมระดับความรุนแรงของข้อเสียแต่ละข้อก็ยังหนัก-เบาไม่เท่ากันอีก

หมอดูปากร้ายใจมีดโกน ผู้ไม่ชมชอบเอาใจลูกค้าจึงลุกขึ้นมาป่าวประกาศลักษณะร้ายๆ ประจำราศี ให้พวกเรารู้สึกสำนึกตัวไว้ จะได้หมั่นขัดเกลาปรับปรุงให้ดีขึ้น มลภาวะทางบุคคลจะได้ลดลงบ้าง

ราศีเมษ (21 มี.ค.-20 เม.ย.) แม้จะเป็นชาวราศีที่น่าตื่นเต้น ชวนสนใจกว่าใคร แต่ก็ใจร้อน ใจเร็ว ไม่อดทน อยู่สงบๆ ไม่เป็น สะเพร่า บุ่มบ่าม เจ้าโทโส เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางโลก หัวดื้อ ตลบตะแลง ชอบบงการและเพียบพูนด้วยตัณหา

ราศีพฤษภ (21 เม.ย. -21 พ.ค.) ข้อเด่น คือเป็นคนหน้าตาดีเอามากๆ แต่ก็ดื้อหัวชนฝาทีเดียวเชียว นิยมวัตถุ ขี้อิจฉา เจ้าคิดเจ้าแค้น ชอบทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของตามใจตัวเอง ดันทุรัง ชอบโต้แย้งเป็นที่สุด

ราศีเมถุน (22 พ.ค.-21 มิ.ย.) ถึงจะเป็นคนที่สนุกสนานรื่นเริงเป็นสองเท่าเมื่อคบหา แต่ส่วนเสียประจำราศีนี้ก็คือ เหลาะแหละ โลเล ขี้เบื่อ กวนประสาทอยู่ไม่สุข ช่างกังวลและเครียดง่าย ชอบสอดรู้สอดเห็น ชอบยักย้ายเปลี่ยนแปลง และมักพาลหาเรื่องทะเลาะวิวาท

ราศีกรกฎ (22 มิ.ย.-23 ก.ค.) เป็นชาวราศีที่น่ารักมีน้ำใจกว่าใครอื่น ทว่าข้อเสียคือ ชอบผัดวันประกันพรุ่ง ขี้ระแวง นึกถึงแต่ตัวเอง หงุดหงิดง่าย ทำอะไรไม่เรียบร้อย อยากได้โน่นนี่ ไม่ตรงไปตรงมา ขุ่นใจเป็นประจำ หวั่นไหวง่าย ถ้าเป็นหญิงก็มักน้ำตาหยดบ่อย เพราะอารมณ์กระฉูดอยู่เสมอ

ราศีสิงห์ (24 ก.ค.-23 ส.ค.) ชาวสิงห์เกิดมาเป็นนักปกครอง จึงมักหยิ่งยโสโอหัง เชื่อมั่นตัวเองจนล้นเกิน มีความทะเยอทะยานสูง ชอบคุยโว ชอบวางมาด ขี้อิจฉา เจ้าทิฏฐิ เจ้าเล่ห์ ชอบควบคุม อวดดี ชอบก้าวก่ายแทรกแซง และครบเครื่องเรื่องตัณหาทั้ง โลภะ ราคะ โทสะ และโมหะวบ

ราศีกันย์ (24 ส.ค.-23 ก.ย.) เป็นชาวราศีที่สุดเซ็กซี่ แต่ก็สามารถครองตำแหน่งจอมจู้จี้ จุกจิก ชอบติ ชอบบ่น เจ้าทุกข์ ช่างวิตกกังวล โลเล ชอบอวดรู้ ชอบโต้แย้ง และ...อาจสำส่อนิ

ราศีตุล (24 ก.ย.-23 ต.ค.) ชาวราศีนี้สุดฟู่ฟ่าก็จริง หากชอบหนีปัญหา ไม่ยอมตัดสินใจไม่ว่าเรื่องอะไร ชอบนินทา เป็นนักยักย้ายเปลี่ยนแปลง ถูกชักจูงง่าย ถูกหลอกก็ง่าย เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ทนการวิจารณ์ติติงไม่ได้เลย

ราศีพิจิก (24 ต.ค.-22 พ.ย.) มีลับลมคมนัย คิดมาก ขี้หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนง่ายและรุนแรง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ดื้อรั้น ขี้โมโห ขี้อิจฉา ชอบเรียกร้องคนอื่น เจ้าคิดเจ้าแค้น แล้วก็เป็นอีกราศีที่บริบูรณ์ด้วยตัณหานานา

ราศีธนู (23 พ.ย.-21 ธ.ค.) เป็นพวกมองโลกในแง่ดีอย่างหลับหูหลับตา อยู่นิ่งไม่ได้ ไม่มีไหวพริบ ชอบเป็นเผด็จการ ไม่ยอมใคร เชื่อมั่นตนเองจนล้นเกิน ชอบเรียกร้องคนอื่น ทื่อมะลื่อ ขวานผ่าซาก ชอบอยู่ตามลำพัง ไม่สนใจใคร และไม่รับผิดชอบ แต่น่าแปลกที่ใครๆ กลับมารุมตอมชาวราศีนี้กัน

ราศีมังกร (22 ธ.ค.-20 ม.ค.) เอาใจยาก ช่างติ ขี้ระแวง ทะเยอทะยานสูง หัวรั้น เข้มงวด ช่างวิตกกังวล มักเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ ชอบไต่เต้าแสวงหาตำแหน่งหรือสถานภาพสูงๆ ไม่เคยพึงพอใจอะไรเลย็บ

ราศีกุมภ์ (21 ม.ค.-19 ก.พ.) ชาวราศีนี้แม้ดูสมบูรณ์แบบไปหมด แต่เป็นพวกไร้อารมณ์ ไม่มีไหวพริบ ชอบมีความลับ เย็นชา ไม่อ่อนไหว ดันทุรัง ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ต่อต้านสังคม เดาใจยาก มักมีอะไรประหลาดๆ หรือ ทำอะไรพิลึกพิลั่น

ราศีมีน (20 ก.พ.-20 มี.ค.) นี่ก็เป็นอีกราศีที่ชอบหลบเลี่ยงปัญหา ชอบมีลับลมคมใน และทำตัวเป็นปริศนา ใจลอยเป็นที่หนึ่ง จะพูดจะทำอะไรก็คลุมๆ เครือๆ ไม่ชัดเจน ขี้เกียจหลุดโลก ลังเล อ่อนไหวเกินเหตุ ถูกหลอกหรือถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควรได้ง่าย เพราะอย่างนี้หรือเปล่าไม่รู้

ที่ central ลาดพร้าว

ผมมีตัวตนแต่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ
เรื่องต่อไปนี้จะเป็นตัวบอกว่าทำไมผมจึงบอกไม่ได้

ประมาณสองสัปดาห์หลังปีใหม่ ภรรยาผมลางานเพื่อไปติดต่องานราชการ เสร็จแล้วแวะ Central ลาดพร้าว เพื่อหาซื้อหนังสือแนวที่เธอชอบอ่านที่ B2S

ระหว่างที่กำลังเลือกหาซื้อหนังสืออยู่นั้น ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณสามสิบเข้ามาทักทาย บอกว่าชอบหนังสือแนวสืบสวนสอบสวนเช่นกันและ มีหนังสือที่น่าสนใจหลายเล่มที่น่าอ่านมาก การสนทนาก็เป็นไปอย่างมีมิตรไมตรีต่อกัน เพราะจากลักษณะท่าทางและการแต่งตัวดูเหมือนเป็น คนทำงานทั่วไป แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ให้นามบัตรภรรยาผมมา ส่วนภรรยาผม ก็ให้เบอร์มือถือเธอไปเพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิงด้วยกัน

การติดต่อพูดคุยก็ มีขึ้นเป็นระยะๆ และมีนัดเจอกันเพื่อให้หนังสือภรรยาผมมาอ่านแล้วก็บอกว่า จะรีบไปทำงาน แต่หนังสือที่ให้มาเป็นหนังสือแนวสืบสวนธรรมดาที่ภรรยาผม เคยอ่านมาแล้ว จึงอยากจะคืนกลับไป

การนัดเจอกันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ผู้หญิงคนนั้นชวนทานข้าวเพราะเป็น ช่วงเกือบเที่ยงวันแล้ว และได้แนะนำให้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งรออยู่ที่ Food Center เธอบอกว่าเป็นเพื่อนที่ทำงานชอบอ่านหนังสือแนวนี้เช่นกัน ผู้ชายคนนั้น ถามภรรยาผมและผู้หญิงคนนั้นว่า จะทานอะไรจะไปซื้อมาให้ ด้วยความเกรงใจ จึงทานเหมือนกันเป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู แต่ภรรยาผมก็พยายามจะขอตัวไปซื้อ

น้ำมาให้แต่ทางผู้หญิงคนนั้น ชิงเดินไปซื้อมาให้ก่อน พอนั่งทานไปได้ประมาณ ครึ่งชามและดื่มน้ำไปหน่อย ภรรยาผมก็เกิดอาการมึนๆ และเริ่มง่วงนอน เพียงอีก ไม่กี่นาทีต่อมา เริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ ผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามาประคองตัว๓รรยาผม แล้วพูดบอกผู้ชายว่า คงเป็นลมช่วยพาออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อย ตอนนั้น ภรรยาผมบอกว่าไม่สามารถพูดอะไรได้ ร่างกายยืนแทบไม่ไหว ระหว่างเดินผ่าน ตัวห้างมาลานจอดรถเห็นผู้ชายโทรศัพท์เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที รถตู้สีขาวก็มาจอด แล้วทั้งคู่ก็พาภรรยาผมขึ้นรถ วินาทีนั้นภรรยาผมบอกว่าเธอพยายามขัดขืนแต่ ทั้งคู่ก็ใช้กำลังพาเธอขึ้นรถแล้วปิดประตูรถ

บนรถมีผู้ชายสองคนนั่งมาในรถด้วย เมื่อรถวิ่งออกจากห้างภรรยาผมพยายาม ร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีเสียงและผู้ชายที่นั่งอยู่บนรถเอามือมาปิดปากเธอไว้

พอรถวิ่งออกมาระยะหนึ่งผู้ชายที่เจอกันที่ Food Center เริ่มปลดเสื้อผ้าภรรยาผม เธอพยายามร้องขอความช่วยเหลือและต่อสู้แต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรง ผู้ชายอีกสองคนที่นั่ง รออยู่บนรถก็ช่วยกันถอด สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปคงไม่ต้องบรรยายกันอีก โดยมีผู้หญิงเป็น คนเก็บภาพเป็นระยะๆ เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่ทราบ รู้สึกตัวอีกที่ภรรยาผมถูกนำ มาทิ้งที่ห้องน้ำหญิงของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งแถวสุขาภิบาลสองย่านบางกะปิ

ผมไปรับเธอแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอไม่พูดอะไรได้แต่ร้องไห้และไม่ไปทำงานอีกเลย นั่งซึมอยู่กับบ้าน

สามวันต่อมาคุณแม่ของภรรยาโทรมาบอกว่ามีจดหมายลงทะเบียนส่งมาที่ บ้านให้ไปรับผมก็ไปรับ แล้วเปิดออกดู มีภาพถ่ายพร้อมขอเงินสดสี่แสนบาทเป็นค่าฟิล์มและ ภาพถ่ายทั้งหมด ผมพูดไม่ออก ทุกความรู้สึกวิ่งพุ่งเข้ามาในใจ สับสน เสียใจ แค้นใจ เจ็บใจ
ผมปรึกษาเรื่องนี้กับคุณพ่อและเพื่อนท่านที่เป็นนายตำรวจ มีความเห็นเหมือนกันว่าต้องแจ้ง ความกับตำรวจ เพราะเงินสี่แสนครอบครัวเราคงหามาให้ได้ยาก ผมกับภรรยาเป็นเพียงลูกจ้าง

กินเงินเดือนเท่านั้น ในวันส่งเงินตามนัดหมายตำรวจกองปราบวางแผนอย่างดีและสามารถจับพวกเดนสังคมได้สองคนได้ฟิล์มและภาพจำนวนหนึ่ง และตำรวจกำลังตามจับพวกที่เหลืออีกสามคน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าภาพถ่ายยังคงมีเหลืออยู่อีกหรือเปล่า ซึ่งหลังจากพวกมันถูกจับผมก็ ได้รับโทรศัพท์ขู่ว่าจะภาพลง internet สองครั้ง

ทุกวันนี้ภรรยาผมไม่ได้ทำงานอีกแล้ว อยู่บ้านด้วยอาการซึมเศร้าและไม่ต้องการ พบปะกับใครเลย ส่วนผมก็ไม่กล้าออกไปไหนเช่นกันทำงานเสร็จก็กลับบ้าน ชีวิตความเป็นอยู่

มีแต่ความกลัว ระแวง คิดมาก เหมือนเป็นโรคประสาท ผมจึงอยากฝากบอกเรื่องราวของ ผมให้เป็นข้อมูลกับทุกคน ทุกวันนี้การหากินบนความทุกข์ร้อนของคนอื่นเป็นเรื่องธรรมดา ไปแล้วครับ ขอบุญกุศลในการให้ข้อมูลนี้ ทำให้ชีวิตครอบครัวผมดีขึ้นด้วยเถอะ

อย่าลืมบอกต่อๆกันไปด้วยครับ

พ. ศรีฯ

March 8, 2009

survey form มิจฉาชีพแนวใหม่

ที่มาจาก Forward Mail
สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน เรื่องที่เราจะเล่าวันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเราค่ะ และคิดว่าคงจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ เพื่อระวังตัวในการตอบแบบสอบถามกันนะคะ เริ่มเรื่องเลยดีกว่าค่ะ ...

มีอยู่วันนึงเป็นวันเสาร์เราอยู่บ้านคนเดียว ทีนี้เราเกิดหิวขึ้นมาเลยจะเดินไปร้านสะดวกซื้อในหมู่บ้าน ระหว่างทางก็เห็นผู้หญิง 2 คนถือแบบสอบถามและเดินหาคนที่จะตอบแบบสอบถาม เราก็มองเค้านะคะ เพราะเห็นเค้าด้อมๆ มองๆ บ้านแต่ละหลังอยู่ (ตอนนั้นเรานึกว่าเป็นการสำรวจตามบ้าน) แค่นั้นแหละค่ะ เค้า 2 คนเดินเข้ามาหาเรา แล้วการสนทนาก็เริ่มขึ้น (ขอบรรยายเท่าที่จำได้นะคะ เพราะยาวเหมือนกัน)

ผู้หญิง 2 คน - สวัสดีค่ะ มาจากบริษัท ..... (สบู่ยี่ห้อดังค่ะ) ขอรบกวนเวลาสอบถามเกี่ยวกับการใช้สบู่หน่อยได้มั๊ยคะ

เรา - เอ่อ.....นานมั๊ยคะ (หิวอ่ะ จะไปซื้อของกิน แต่พอดีเราก็เคยทำแบบสอบถามตอนเรียนก็เลยเห็นใจเค้านะ เพราะร้อนก็ร้อน ก็เลยว่าจะช่วยซะหน่อย)

ผู้หญิง 2 คน - ไม่นานค่ะ แป๊บเดียว เป็นสินค้าออกใหม่ มีตัวอย่างให้ลองใช้ค่ะ แต่ต้องสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคก่อน

เรา - (อืม... ก็น่าสนใจนะ)

ผู้หญิง 2 คน - ตัวนี้เป็นสบู่ที่ออกใหม่ เพื่อลูกค้าที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด เหมาะกับการพกพา และสะดวก มีสูตรใหม่ด้วยนะคะ

เรา - ค่ะ .... (แปลกๆแล้วค่ะ มีด้วยหรอสบู่สำหรับต่างจังหวัด อ่ะแต่ลองฟังก่อนเผื่อแปลกใหม่จริง)

ผู้หญิง 2 คน - เดี๋ยวรบกวนพี่ช่วยตอบแบบสอบถามก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวทางเรามีสินค้าตัวอย่างให้ทดลองใช้


...จากนั้นเค้าก็ถามเราโดยไม่ได้ให้เราเขียนเอง แล้วการถามก็ถามแบบเร็วๆ แต่ก็คิดว่าเพื่อไม่เสียเวลา (เพราะปกติเราก็ทำแบบนี้) ...

ผู้หญิง 2 คน - ชื่ออะไรคะ , อายุเท่าไหร่คะ , ทำงานอะไรคะ , รายได้เท่าไหร่คะ ,....................., ขอที่อยู่และเบอร์โทรกลับด้วยค่ะ เพื่อที่ทางเราจะได้ส่งสินค้ามาให้

เรา - ต้องกรอกที่อยู่กะเบอร์โทรด้วยหรอคะ .... ( ตอนนั้นแปลกๆ เพราะเล่นขอที่อยู่ก่อนเลย แต่ก็มองในแง่ดีอยู่ T_T)
ผู้หญิง 2 คน - ค่ะ ต้องระบุค่ะ, ปกติใช้สบู่อะไรคะ , ใช้สบู่เหลวบ้างหรือเปล่า ฯลฯ .......

และต่อไปนี้เป็นคำถามที่เรางงมากๆ และคิดว่าไม่ปกติซะแล้วค่ะ

ผู้หญิง 2 คน - ที่บ้านมีใครทำงานเกี่ยวกับสินค้าประเภทนี้มั๊ยคะ (เป็นการเช็คเหยื่อก่อนค่ะ เพื่อความปลอดภัย)

เรา - ไม่มีค่ะ ( ตอบแบบมั่นใจ แต่จริงๆ เราทำเกี่ยวกับสินค้าที่เป็นอาหารนะคะ เพราะฉะนั้น รูปแบบการทำงานจะคล้ายๆกัน แต่ต่างกันที่สินค้า)

ผู้หญิง 2 คน - ที่บ้านอยู่กันกี่คนคะ มีผู้ชายกี่คน หญิงกี่คน

เรา - 5 คน ค่ะ ชาย 3 หญิง 2

ผู้หญิง 2 คน - ที่บ้านมีกี่ห้องคะ มีห้องอะไรบ้าง (จริงๆด้วย อ่ะแต่เล่นต่อ เผื่อได้อะไรดีๆ)

เรา - (นิ่งไปพักนึง....) มี .......ห้องค่ะ มีห้อง ..............บลาๆๆ

ผู้หญิง 2 คน - เดี๋ยวให้พี่วงกลมค่ะว่าที่บ้านมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้าง

เรา - เอ่อ... มันจำเป็นต้องสำรวจด้วยหรอคะ แล้วเราก็ทำท่าเหมือนจะหยุดตอบคำถาม (ตาจ้องมองที่ผู้หญิง 2 คนแบบสงสัย)

ผู้หญิง 2 คน - อ๋อ.. ค่ะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เพื่อวัดฐานะพื้นฐานค่ะ เพราะบางครั้งรายได้ของพี่คนเดียวมันวิเคราะห์ได้ไม่ละเอียด (น่าน แถไปเรื่อย)

เรา - เราก็วงกลมไปเรื่อยๆค่ะ โทรทัศน์ ตู้เย็น คอมฯ แอร์ สารพัดทุกอย่าง บอกไปหมดเลย (ไหลตามเค้าไปเรื่อย ^^' อยากรู้ว่ามันจะทำไรต่อ )

ผู้หญิง 2 คน - ปกติพี่ไปต่างจังหวัดบ่อยมั๊ยคะ แล้วภายในเดือนนี้มีไปต่างจังหวัดหรือเปล่า จะได้ส่งสินค้ามาให้ทดลองใช้

เรา - บ่อยค่ะ (ทำท่านึก จริงๆอีก 2 สัปดาห์เราถึงจะไปต่างจังหวัด ) เดี๋ยววันหยุดนี้มีไปค่ะ

ผู้หญิง 2 คน - ไปวันหยุดยาวสัปดาห์นี้หรอคะ ไปกันทั้งครอบครัวรึเปล่าจะได้ส่งมาให้พอกับจำนวนคน

เรา - ค่ะ (อืม ... เอาละๆ ใช่ละ รีบถามใหญ่เชียวนะ)

ผู้หญิง 2 คน - บ้านพี่มีนาฬิกากี่อันคะ แล้วตรงไหนบ้าง (อันนี้เรางงสุดๆ ไม่รู้ถามไปเพื่ออะไร หรือว่าจะทำให้ดูแปลกๆไปงั้น เหมือนไม่มีอะไร)


หลังจากนั้นก็มีคำถามอีกเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการถามที่ไม่ค่อยเกี่ยวกับสบู่แล้ว แต่จะคอยย้ำอยู่นั่นแหละว่าไปต่างจังหวัดจริงเปล่า แล้วจะส่งสินค้ามาให้ (เพราะเราบอกเค้าว่าจะไปสัปดาห์นี้ สงสัยต้องเตรียมแผนขึ้นบ้านอย่างรวดเร็ว)

แล้วจากนั้นก็จากกันไป โดยเค้าย้ำว่าจะให้พนักงานส่งสินค้ามาให้ที่บ้าน เพื่อให้ทดลองใช้เวลาเดินทาง ( เพิ่งรู้ สบู่ต้องแยกต่างจังหวัดด้วย อ่ะนะ )
หลังจากนั้นตอนเย็น เราก็เล่าให้ที่บ้านฟัง ที่บ้านเราก็บอกว่าแปลกๆ มีถามแบบนี้ด้วยหรอ พ่อเลยพูดติดตลกขึ้นมาว่า 'งั้นเดี๋ยววันหยุดนี้ถ้าพวกมิจฉาชีพเห็นว่าเราไม่ได้ออกไปต่างจังหวัด ยังอยู่บ้านกันครบ มันคงหงุดหงิดน่าดู' (เราโกหกผู้หญิง 2 คนนั้นไปว่าจะไปต่างจังหวัด)


หลังจากนั้นประมาณ 3 วัน ก็มีเบอร์แปลกๆโทรมาหาเรา บอกว่าโทรมาจากบริษัท ..... (สบู่ชื่อดัง) จะมาสอบถามเพิ่มเติม


ปลายสาย - สวัสดีค่ะ โทรมาจากบริษัท ........ นะคะ พอดีพนักงานเรามีการสอบถามคุณเกี่ยวกับสบู่ตัวที่จะออกใหม่และจะส่งตัวอย่างไปให้

เรา - อ๋อ..... ค่ะ (นิ่งไปพักนึง .... มันกลับมาอีกแล้วค่ะ)

ปลายสาย - ไม่ทราบว่าน้องผู้หญิงหรือผู้ชายที่สัมภาษณ์คะ

เรา - เอ่อ ... ผู้หญิงค่ะ (อย่าบอกนะว่าทั้งบริษัทจ้างพนักงานสำรวจแค่ 2 คน)

ปลายสาย - พอดีทางเราจะส่งตัวอย่างสินค้าไปให้ค่ะ ไม่ทราบว่าข้อมูลกับที่อยู่ที่แจ้งในนี้ถูกต้องหรือเปล่าคะ
เรา - ค่ะ (เสียงแบบไม่พอใจ เหมือนมันใกล้เข้ามา)
ปลายสาย - แล้วไม่ทราบว่าที่จะเดินทางไปต่างจังหวัดนี่ กำหนดการยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่าคะ จะได้ส่งสินค้าไปให้

เรา - ค่ะ เหมือนเดิมค่ะ สัปดาห์นี้ (เน้นเสียง เพื่อสร้างความมั่นใจให้เค้า บ้าไปแล้วค่ะ)

ปลายสาย - งั้นเราจะส่งสินค้าไปให้ทดลองใช้นะคะ ขอบคุณค่ะ

เรา - ค่ะ (อ้างจังเลยส่งสินค้านี่ จริงๆจะมาเช็คว่าข้อมูลที่ถามไปถูกต้องหรือเปล่าหรอก )


หลังจากนั้นเราก็เลยเอาเบอร์นี้ไปถามบั๊คดู พบว่าเป็นเบอร์ของห้องพักที่นึงแถวๆบางรักค่ะ ก็เลยลองโทรไป ปรากฏว่าติดค่ะ แต่ไม่มีใครรับสาย ซึ่งเราโทรตลอดทั้งวัน แล้วหลายวันด้วย แต่ก็ไม่มีคนรับค่ะ ก็เลยเล่าให้พี่ที่ออฟฟิตฟัง พี่เค้าแนะนำว่าให้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน เผื่อมันมาจริงๆ เพราะจะวันหยุดแล้ว


และแล้วก็ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์เข้าจนได้......


หลังจากที่คุยกับที่บ้านก็ตกลงกันว่าเราจะทำทุกอย่างเหมือนปกติ ไม่มีการเดินทางไปไหน แต่จะปิดประตูหน้าบ้านกับเอาผ้าม่านลง เพื่อให้ดูเหมือนไม่มีคนอยู่ แต่ถ้าดูจริงๆ จะเห็นว่าเปิดไฟ เปิดโทรทัศน์เสียงดัง เดินไปเดินมาเหมือนปกติ (กะจะเอาให้งงค่ะ หรือว่าคนอ่านงงแล้วคะ ^^') จากนั้นก็คอยสอดส่องคนหรือรถที่มาหน้าบ้านค่ะ (วันนั้นนั่งระแวงทั้งวัน) แต่ก็ยังไม่มีอะไรผิดปกติ


จนกระทั่งเวลาประมาณ บ่าย 2-3 มีรถกะบะมาจอดเยื้องๆหน้าบ้าน เราก็ลองสังเกตดู (เพราะเอาม่านลงแล้ว) มีผู้ชาย 2 คนนั่งอยู่ในรถค่ะ นั่งเหมือนมารอใครก็ไม่รู้ เพราะเห็นเค้าจอดนานเหมือนกัน แต่ว่าไม่ได้มีพิรุธอะไรแสดงออกมานะคะ แล้วก็ขับออกไป

เอาล่ะค่ะทีนี้เราเครียดมากๆ เพราะไม่รู้ว่าจะเป็นพวกนั้นหรือเปล่า แล้วเจ้ากรรมอะไรไม่รู้ พอรถคันนั้นออกไป มีรถคันไหนมาจอดหรือมาชะลอผ่านหน้าบ้าน เราก็วิตกแล้วค่ะ ได้แต่ภาวนาให้วันนี้ผ่านไปเร็วๆ (คืนนั้นนอนกันดึกค่ะ ทำเป็นเฮฮากันทั้งบ้านทั้งคืน แต่จริงๆก็รู้อยู่นะคะว่าเพราะอะไร อิอิ ^^')


แต่หลังจากวันนั้น มันไม่ได้จบแค่นี้ค่ะ .... ประมาณเลยช่วงวันหยุดแล้ว โทรศัพท์เราก็ดังขึ้นค่ะ เป็นเบอร์แปลกๆ ที่ไม่ใช่เบอร์เดิม .......
และแล้วเสียงปลายทางก็เป็นเสียงผู้หญิงคนเดิมที่เคยโทรมา แต่คราวนี้น้ำเสียงของเค้าเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่าง ซึ่งต่างจากตอนที่โทรมาครั้งแรก แต่เราก็ไม่สนใจค่ะ เพราะเรากะว่าวันนี้จะทำให้เค้ารู้ว่าเราน่ะรู้นะว่าเค้าไม่ใช่พนักงานจริงๆ (คือจะคุยเพื่อให้รู้กันไปเลยค่ะ เพราะไม่งั้นเราจะมาระแวงตลอด แต่ก็ไม่ใช่แบบว่าตำรวจจับผู้ร้ายนะคะ เดี๋ยวมันจะมาแก้แค้นเอา อันนี้น่ากลัวกว่า) เริ่มบทสนทนาเท่าที่จำได้เลยนะคะ

ปลายสาย - สวัสดีค่ะ โทรมาจากบริษัท ........ นะคะ ไม่ทราบว่าที่จะเดินทางไปต่างจังหวัดช่วงวันหยุดนี้ ไปมาแล้วหรือยังคะ (ตรงไปมั้งคะ)

(อันนี้บอกก่อนนะคะว่าเค้าพูดแบบนี้จริงๆ แล้วน้ำเสียงเหมือนไม่พอใจค่ะ เหมือนเราไปให้ความหวังเค้าค่ะแต่ไม่ได้ไปเหมือนที่บอกไว้ แล้วเค้าคงงงกะบ้านเรา ว่าอยู่หรือไม่อยู่กันแน่)

เรา - เอ่อ ... ยังค่ะ พอดีไม่สะดวกค่ะ ต้องเลื่อนก่อน

ปลายสาย - แล้วจะเลื่อนเป็นประมาณช่วงไหนคะ

เรา - (ขี้เกียจจะคุยแล้ว ก็เลยแกล้งเป็นไม่ได้ยิน แล้วก็ถามกลับ) ยังไม่ได้สบู่ที่จะให้ทดลองใช้เลยค่ะ หลายวันแล้ว

ปลายสาย - อ้าว หรอคะ ยังไม่ได้หรอคะ (เนียน เชียวนะหล่อน) เดี๋ยวเราจะจัดส่งไปให้ใหม่นะคะ แล้วคุณจะเดินทางไปเมื่อไหร่คะ เพื่อที่จะได้โทรมาสอบถามความพอใจของลูกค้าหลังจากใช้แล้ว

เรา - ยังไม่แน่ใจค่ะ

เรา - พอดีลองโทรไปเบอร์ที่โชว์คราวที่แล้วค่ะ จะสอบถามข้อมูล ไม่มีคนรับ หลายครั้งเลยค่ะ

ปลายสาย - สงสัยพนักงานไม่อยู่ค่ะ (น้ำเสียงไม่พอใจ)

เรา - หรอคะ แต่พอเอาเบอร์ไปหาข้อมูลเค้าบอกว่าเป็นเบอร์อพาร์ทเม้นท์ค่ะ ไม่ใช่ของบริษัท (กะต้อนเข้ามุมค่ะ)

ปลายสาย - คือเราเป็นบริษัทสำหรับสำรวจข้อมูลค่ะ เพื่อส่งข้อมูลให้บริษัทวิเคราะห์อีกที

เรา - หรอคะ (ทำไมไม่บอกแต่แรก)

ปลายสาย - ว่าแต่จะไปต่างจังหวัดหรือเปล่าคะ(น้ำเสียงเข้ม) จะได้ส่งสินค้าให้

เรา - (โมโหแล้วค่ะ ยังจะไปน้ำขุ่นๆอีก) ไม่ต้องแล้วค่ะ ไม่ไว้ใจ เพราะแปลกๆ แล้วไม่ต้องโทรมาถามอีกแล้วนะคะ .....(เรากดตัดสายทิ้งค่ะ)


หลังจากวันนั้นก็ไม่มีเบอร์แปลกๆมากวนใจเราให้จิตตกเล่นค่ะ สบายใจขึ้นเยอะ แล้วก็บอกเพื่อนๆที่รู้จักให้ระวังไว้ เพราะถ้าเราทิ้งข้อมูลไว้มันอาจจะมาเวลาที่เราไม่อยู่ก็ได้

และสิ่งที่จะบอกต่อไปก็คือ ผ่านมาหลายเดือนแล้ว เรายังไม่เห็นมีสบู่อะไรส่งมาที่บ้านเราเลยค่ะ และไม่มีวี่แววของสินค้าใหม่ที่เป็นสบู่สำหรับเดินทางไปต่างจังหวัดออกมาโชว์หน้าตาเลย ฉะนั้นเวลาที่เพื่อนๆ ไปกรอกแบบสอบถามกับใครเพื่อส่งสินค้าตัวอย่างมาให้ โปรดระวังให้ดีนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้วิธีการหากินมาแบบแปลกๆเรื่อยเลยค่ะ

March 3, 2009

วันก่อนคับ

a: วันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: ไปสยามมาคับ
b: แล้วไงวะ
a: เดินผ่านหญิง เค้าหันกลับมามองเลยคับ
b: โห เมิงหล่อมาก !
a: ป่าวคับ เหยียบตีนเค้า


a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: ไปเที่ยวกลางคืนมาคับ
b: เออ เปนงัยวะ
a: หิ้ว ญ กลับมาคนนึงคับ
b: โหย เปยงัยวะ
a: นม งี้ดูไม่ได้เลยคับ
b: เห้ยทำนมหรอวะ
a: เค้าไม่ให้ดู คับ

a : แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: เมาเหล้าคับ
b: เหย ธรรมดาๆ
a: แล้วปวดฉี่ คับ
b: แล้วทำไงวะ
a: เลยไปฉี่ตรงศาลพรภูมิ
b: เห้ย แล้วไหว้รึป่าว
a: กลับมาจู๋บวมเลยคับ
b: เมิงไม่ไหว้อะดิ
a: ซิบหนีบจู๋ คับ

a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: วาเลนไทน์คับ
b: เปนไงๆ
a: ผู้หญิงที่คณะวิ่งถือดอกไม้มาหาผม ทุกคนเลย
b: โห เมิงป๊อปมากเลยนะเนี่ย
a: ป่าวคับ เค้าเอามาขาย

a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: ไปคัดตัวนักวิ่งมาคับ
b: เออ เปนงัยวะ
a: 100 ม. ผมวิ่งได้ 4 วิ คับ
b: โห หยั่งงี้ติดทีมชาติเลยนะเนี่ย
a: วิที่ 5 ล้มคับ

a: แล้ววันก่อนคับ
b: ทำไมวะ
a: พ่อพาผมไปโรงพัก
b: เออ แล้วไงต่อๆ
a: คนไหว้พ้อผมทั้งสน.เลยคับ
b: โห พ่อเมิงใหญ่มากเลย
a: พ่อเป็นพระคับ

Breaking News : ข่าวด่วน