สมัยที่ผมเป็นเซลส์แมน ต้องไปค้างแรมตามโรงแรมต่างๆ ก่อนนอนทุกครั้งผมบอกทุกวัน ประสบการณ์เรื่องผีตามโรงแรมต่างจังหวัดผมมีมากทั้งเจอกับตนเองและเพื่อนเซลส์เล่าสู่กันฟัง เพราะผมไปทำงานทุกจังหวัด ยกเว้นแม่ฮ่องสอนที่ไม่ได้ไป แต่ใช้โทรศัพท์ซื้อขายกัน พวกเซลส์แมนต่างจังหวัดจึงมีพระแขวนกันทุกคน เพื่อป้องกันผีหลอกและให้เดินทางปลอดภัย เซลส์แมนบางคนกลายเป็นเซียนพระไปเลยก็มีแต่พวกผีไม่กลัวพระเครื่อง ที่เหล่าเซลส์แมนแขวน เพราะพวกนี้เคยถูกผีอำกันทั้งนั้นรวมทั้งผมก็ยังโดน คำว่าผีอำไม่ใช่ผีมาโกหก แต่หมายถึงมีผีมานั่งทับจนคนนั้นกระดิกตัวไม่ได้ ร้องไม่ออก จะลุกจะหนีก็ไม่มีแรง ขณะนั้นเป็นช่วงที่น่ากลัวมาก จะเป็นอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง นี่ละครับผีมันไม่กลัวพระเครื่องเลย เพราะตอนนอนทุกคนใส่พระนอนกันทั้งนั้น ผมก็ยังใส่นอน แต่ก็ยังโดน แล้วผีมันกลัวอะไร? พวกมันกลัว ตะกรุด กับ เบี้ยแก้ ครับ โดยเฉพาะเบี้ยแก้จะกลัวมาก เพราะเป็นเครื่องรางของขลังที่ครูบาอาจารย์ทำไว้ในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อป้องกันคุณไสย มนต์ดำ ยาสั่ง ยาเมา อาเพศอาถรรพณ์ จากผู้มีคาถาอาคมได้อย่างชะงัด พวกผี นางไม้นางตะเคียน เมื่อเจอเบี้ยแก้ จะร้องโหยหวนดังถูกตีด้วยหวายลงอาคมของหลวงปู่หลวงพ่อ ในตำราของ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เขียนไว้ว่า คืนหนึ่ง เด็กวัดที่รับใช้หลวงปู่ถูกผีนางตานีที่วัดหลอกตกใจวิ่งจนฉี่ราด พอวันรุ่งขึ้นด้วยความแค้น จึงเอา เบี้ยแก้ ของหลวงปู่คล้องเชือกแล้วไปมัดต้นกล้วยตานีไว้ พอตอนท่านจะฉันเพล ได้ให้เด็กคนนั้นไปเอาเบี้ยแก้ออกจากต้นกล้วย เพราะนางตานีร้องจนท่านรำคาญ เด็กวัดยังไม่หายแค้นกลับฟ้องว่า เพราะถูกหลอกก่อน จึงเอาของดีไปมัดให้เข็ด อ้าว..!แล้วหลวงปู่รู้ได้ไง !? ใครกลัวผีก็หา เบี้ยแก้ ไว้ติดตัวติดบ้าน จะไม่มีผีมาก่อกวน เพราะเป็นเครื่องรางที่ขลังมากๆ เป็นของดีที่นับวันจะหายากขึ้นทุกวัน เพราะเบี้ยแก้แต่ละลูกนั้น ครูบาอาจารย์ต้องลงยันต์และเสกเบี้ยทุกตัว เสกจนเบี้ยแก้เคลื่อนไหวได้ ไม่เหมือนพระเครื่องปลุกเสกครั้งเดียวได้เป็นพันๆ องค์
คัดลอกมากจาก
http://board.palungjit.com/showthread.php?s=42e3efd1e2024e115b96e3a2115c2749&t=160971
เก็บเรื่องราวเล่าขานที่หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเมล์ขยะ ไร้สาระ แต่รู้มั้ยว่ามันมีความหมายมากกว่านั้น!
25 พฤศจิกายน 2551
24 พฤศจิกายน 2551
เวลาพิมพ์ต้องระวัง (2)
' ลูกชายผมสองขวบมีไข่สูงมากให้กินพาราได้ไหม ขอคำตอบด่วนครับ'
answer***ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไข่มาตอบด่วนค่ะ
' แฟนเป็นคนเสียว ดังมากครับ ผมอายคนอื่นเค้า ผมจะเตือนเธอยังไงดีครับ'
answer***แนะนำให้ว่าเวลาจะมีอะไรกันให้หาอะไรให้เธอกัดครับ เวลาเธอเสียวก็จะไม่ค่อยมีเสียงเล็ดรอดออกมา
' กลุ้มใจจัง แฟนเราเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยจะอม ใครง่าย ๆ'
answer***ดีแล้วล่ะคะ
' มีพี่ที่ทำงานคนนึงเพิ่งเข้ามาทำงาน เธอเป็นลูกน้องผมแต่อายุแก่กว่าผมมาก ผมจะสอยเธอยังไงดี! ครับถึงจะไม่น่าเกลียด'
answer***ความจริงน่าจะสอยพวกเด็ก ๆ ใหม่ ๆ นะครับ ถ้าอยากสอยเธอจริง ๆ ก็ท่าพื้นฐานไปก่อนครับ พอเคย ๆ กันแล้วค่อยเปลี่ยนท่าสอยครับ แค่นั้นก็ไม่น่าเกลียดแล้วครับ
' สามีมีปัญหาในการนอนค่ะเค้าชอบนอนหนุนหมอย นิ่ม ๆ ไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ พอจะ
รู้จักยี่ห้อดี ๆ มั้ยคะ'
answer***มียี่ห้อด้วยเหรอค่ะของแบบนี้
' ถ้าง่วงก็ลองเคี้ยวหมาฝรั่งดูสิคะเผื่อจะหาย'
answer***ไม่ไหวค่ะกลัวมันกัดเอา
' เดือนหน้าดิฉันจะมีเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย เค้าชอบช้างมากค่ะ
ช่วยแนะนำทัวร์ที่มีโปรแกรมขี้ช้างให้หน่อยได้มั้ยคะ'
answer***ไม่มีมั้งค่ะโปรแกรมนี้
' เจอรูแฟนเก่าในโทรศัพท์มือถือแฟน หมายความว่ายังงัย'
answer***ความสามารถในการแยกแยะสูงจริง ๆ เลยค่ะเห็นแค่รูรู้เลยว่ารูใครเป็นรู
ใคร
' อยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ที่ปิดไฟมืด ๆ แล้วฉายภาพดาวน่ะค่ะไม่ทราบว่าเข้าชมฟรีรึต้องเสียตัวด้วยรึป่าวคะ'
answer***เอ่อ! ไม่อยากมาเที่ยวบ้านผมบ้างเหรอ?? แต่ไม่ได้ชมฟรีนะครับบ้านผม
' ข่าวดีค่ะปลื้มใจอยากบอก ไปขยายรูแต่งงานมาแล้ว ออกมาสวยมาก ๆ ขนาดแฟนเป็นคนไม่ค่อยพูด ยังออกปากชม ไม่รู้มาก่อนว่าดีแบบนี้ เพื่อน ๆ ไปขยายที่ไหนกับบ้างคะ'
answer***เรื่องนี้เก็บไว้ 2 คนก็ได้ครับ ไม่ต้องเอามา post เขิน ๆ ไงไม่รู้ เ่อ่อ! ของแฟนใหญ่มากเหรอครับ ถึงต้องไปขยายรูแต่งงานของคุณมา
' พี่ ๆ ครับ ผมจะไปสอบใบขับขี่พรุ่งนี้แต่ผมยังไม่ชำนาญ เรื่องการถอยรถเข้าซ่องเลย ใครพอแนะนำเทคนิคได้บ้างครับ'
answer***แนะนำให้ดื่มเบียร์เข้าไปสักขวด แล้วไปแท๊กซี่ดีกว่าครับ สถานที่อย่าง นั้นใครเห็นรถเราเข้าไปมันไม่น่าดู เสร็จกิจแล้วก็นั่งแท๊กซี่กลับครับ
' ถามเลขาค่ะ พานายฝรั่งไปไหนดีไม่ชอบซิสเลอร์เลย วันก่อนไปกินกับนายฝรั่งหลาย
คน สั่งไส้กรอกรวมกินกันแล้วปรากฏว่าบรรยากาศเงียนมาก ๆ'
answer***บรรยากาศน่ากลัวนะคะ ! ฝรั่งเยอะด้วย
' ผมมีปัญหากับแฟนใหม่ของเธอครับ ไม่น่าคิดมากเลย แค่โทรเรียกเธอมาเจอเพราะอยากเลียร์ ให้มันสบายใจทั้งสองฝ่าย'
answer***ว่าแต่ว่าเขาจะยอมทั้งสองคนเลยเหรอ?
' ขอถามหน่อยค่ะ ใบพลูเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ไหน คุณยายข้างบ้านกินแต่หมา เปล่า ๆ มานานแล้ว บอกว่าเคี้ยวไม่อร่อย'
answer***กินหมาแทนพลูเลยเหรอค่ะ
' แถวสี่พระยามีร้านอัดรูดี ๆ มั้ยครับ อ้อ แล้วรูขนาด 4' x 6' นี่จะเล็กไปมั้ยครับ'
answer***รูขนาดนั้นไม่เล็กแล้วครับ อย่างนั้นเค้าเรียกบานครับ
' จะไปเชียงใหม่ค่ะหนุ่มคนเมืองที่ไหนพอแนะนำได้บ้างคะ อยากถามว่าขนมจีนน้ำเจี๊ยวที่ไหนอร่อยบ้าง'
answer***ถ้าเจอที่ไหนอร่อย ๆ อย่าลืมกลับมาแน่ะนำด้วยนะคะ
'จิงๆหงษ์น่าจะไม่แพ้เป็นอย่างน้อยถ้า(ตั้งช้าหน่อยครับเพิ่งว่าว)'
answer***ทราบแล้วเปลี่ยนค่ะ ว่า เจ้าของกระทู้ยังโสด
'ผมตกขาวมากเลยครับ เกือบไม่ได้ไปดูงาน NIKON DAY 2006 '
; answer***นึกว่าเป็นแต่ผู้หญิงผู้ชายก็ตกเหมือนกันเหรอค่ะ
'นศ หญิงสมัยนี้ทำไมชอบใส่เสื้อชายสั้นๆ แล้วปล่อยให้หอยออกมาอยู่นอกกระโปรงกันนะ ไม่น่ารักเลย'
answer***ขนาดนั้นเลยเหรอค่ะ
'ผมหา ลึงค์ กระทู้หมาฝรั่งไม่เจอแล้วสิ'
answer***คงอยู่ที่เดียวกันกะหมาไทยล่ะค่ะดิฉันว่า
'ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพฺ์วันเดียว ตกขาวเลยละเธอ'
answer***โหน่ากลัวเนาะ พรุ่งนี้ต้องรีบหาอ่านแล้วล่ะ
'ถามท่านผู้รู้หน่อยคับ : ทำไงดีคับ เครื่องเสียวผมใช้งานไม่ได้'
answer***ไม่มีความเห็นค่ะ รอผู้รู้มาตอบละกัน
answer***ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไข่มาตอบด่วนค่ะ
' แฟนเป็นคนเสียว ดังมากครับ ผมอายคนอื่นเค้า ผมจะเตือนเธอยังไงดีครับ'
answer***แนะนำให้ว่าเวลาจะมีอะไรกันให้หาอะไรให้เธอกัดครับ เวลาเธอเสียวก็จะไม่ค่อยมีเสียงเล็ดรอดออกมา
' กลุ้มใจจัง แฟนเราเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยจะอม ใครง่าย ๆ'
answer***ดีแล้วล่ะคะ
' มีพี่ที่ทำงานคนนึงเพิ่งเข้ามาทำงาน เธอเป็นลูกน้องผมแต่อายุแก่กว่าผมมาก ผมจะสอยเธอยังไงดี! ครับถึงจะไม่น่าเกลียด'
answer***ความจริงน่าจะสอยพวกเด็ก ๆ ใหม่ ๆ นะครับ ถ้าอยากสอยเธอจริง ๆ ก็ท่าพื้นฐานไปก่อนครับ พอเคย ๆ กันแล้วค่อยเปลี่ยนท่าสอยครับ แค่นั้นก็ไม่น่าเกลียดแล้วครับ
' สามีมีปัญหาในการนอนค่ะเค้าชอบนอนหนุนหมอย นิ่ม ๆ ไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ พอจะ
รู้จักยี่ห้อดี ๆ มั้ยคะ'
answer***มียี่ห้อด้วยเหรอค่ะของแบบนี้
' ถ้าง่วงก็ลองเคี้ยวหมาฝรั่งดูสิคะเผื่อจะหาย'
answer***ไม่ไหวค่ะกลัวมันกัดเอา
' เดือนหน้าดิฉันจะมีเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย เค้าชอบช้างมากค่ะ
ช่วยแนะนำทัวร์ที่มีโปรแกรมขี้ช้างให้หน่อยได้มั้ยคะ'
answer***ไม่มีมั้งค่ะโปรแกรมนี้
' เจอรูแฟนเก่าในโทรศัพท์มือถือแฟน หมายความว่ายังงัย'
answer***ความสามารถในการแยกแยะสูงจริง ๆ เลยค่ะเห็นแค่รูรู้เลยว่ารูใครเป็นรู
ใคร
' อยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ที่ปิดไฟมืด ๆ แล้วฉายภาพดาวน่ะค่ะไม่ทราบว่าเข้าชมฟรีรึต้องเสียตัวด้วยรึป่าวคะ'
answer***เอ่อ! ไม่อยากมาเที่ยวบ้านผมบ้างเหรอ?? แต่ไม่ได้ชมฟรีนะครับบ้านผม
' ข่าวดีค่ะปลื้มใจอยากบอก ไปขยายรูแต่งงานมาแล้ว ออกมาสวยมาก ๆ ขนาดแฟนเป็นคนไม่ค่อยพูด ยังออกปากชม ไม่รู้มาก่อนว่าดีแบบนี้ เพื่อน ๆ ไปขยายที่ไหนกับบ้างคะ'
answer***เรื่องนี้เก็บไว้ 2 คนก็ได้ครับ ไม่ต้องเอามา post เขิน ๆ ไงไม่รู้ เ่อ่อ! ของแฟนใหญ่มากเหรอครับ ถึงต้องไปขยายรูแต่งงานของคุณมา
' พี่ ๆ ครับ ผมจะไปสอบใบขับขี่พรุ่งนี้แต่ผมยังไม่ชำนาญ เรื่องการถอยรถเข้าซ่องเลย ใครพอแนะนำเทคนิคได้บ้างครับ'
answer***แนะนำให้ดื่มเบียร์เข้าไปสักขวด แล้วไปแท๊กซี่ดีกว่าครับ สถานที่อย่าง นั้นใครเห็นรถเราเข้าไปมันไม่น่าดู เสร็จกิจแล้วก็นั่งแท๊กซี่กลับครับ
' ถามเลขาค่ะ พานายฝรั่งไปไหนดีไม่ชอบซิสเลอร์เลย วันก่อนไปกินกับนายฝรั่งหลาย
คน สั่งไส้กรอกรวมกินกันแล้วปรากฏว่าบรรยากาศเงียนมาก ๆ'
answer***บรรยากาศน่ากลัวนะคะ ! ฝรั่งเยอะด้วย
' ผมมีปัญหากับแฟนใหม่ของเธอครับ ไม่น่าคิดมากเลย แค่โทรเรียกเธอมาเจอเพราะอยากเลียร์ ให้มันสบายใจทั้งสองฝ่าย'
answer***ว่าแต่ว่าเขาจะยอมทั้งสองคนเลยเหรอ?
' ขอถามหน่อยค่ะ ใบพลูเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ไหน คุณยายข้างบ้านกินแต่หมา เปล่า ๆ มานานแล้ว บอกว่าเคี้ยวไม่อร่อย'
answer***กินหมาแทนพลูเลยเหรอค่ะ
' แถวสี่พระยามีร้านอัดรูดี ๆ มั้ยครับ อ้อ แล้วรูขนาด 4' x 6' นี่จะเล็กไปมั้ยครับ'
answer***รูขนาดนั้นไม่เล็กแล้วครับ อย่างนั้นเค้าเรียกบานครับ
' จะไปเชียงใหม่ค่ะหนุ่มคนเมืองที่ไหนพอแนะนำได้บ้างคะ อยากถามว่าขนมจีนน้ำเจี๊ยวที่ไหนอร่อยบ้าง'
answer***ถ้าเจอที่ไหนอร่อย ๆ อย่าลืมกลับมาแน่ะนำด้วยนะคะ
'จิงๆหงษ์น่าจะไม่แพ้เป็นอย่างน้อยถ้า(ตั้งช้าหน่อยครับเพิ่งว่าว)'
answer***ทราบแล้วเปลี่ยนค่ะ ว่า เจ้าของกระทู้ยังโสด
'ผมตกขาวมากเลยครับ เกือบไม่ได้ไปดูงาน NIKON DAY 2006 '
; answer***นึกว่าเป็นแต่ผู้หญิงผู้ชายก็ตกเหมือนกันเหรอค่ะ
'นศ หญิงสมัยนี้ทำไมชอบใส่เสื้อชายสั้นๆ แล้วปล่อยให้หอยออกมาอยู่นอกกระโปรงกันนะ ไม่น่ารักเลย'
answer***ขนาดนั้นเลยเหรอค่ะ
'ผมหา ลึงค์ กระทู้หมาฝรั่งไม่เจอแล้วสิ'
answer***คงอยู่ที่เดียวกันกะหมาไทยล่ะค่ะดิฉันว่า
'ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพฺ์วันเดียว ตกขาวเลยละเธอ'
answer***โหน่ากลัวเนาะ พรุ่งนี้ต้องรีบหาอ่านแล้วล่ะ
'ถามท่านผู้รู้หน่อยคับ : ทำไงดีคับ เครื่องเสียวผมใช้งานไม่ได้'
answer***ไม่มีความเห็นค่ะ รอผู้รู้มาตอบละกัน
แปลภาษาอังกฤษ
มีเพื่อนผู้หญิงคนนึง อยู่อเมริกาด้วยกัน เธอต้องการจะซื้อผ้าอนามัยแต่ไม่รู้ศัพท์ผ้าอนามัย
ภาษาอังกฤษว่ายังงัยเลยบอกกับแคชเชียร์ว่า
Excuse me, Do you have something like napkin that can stop my blood that are
flowing from my pussy?
-----
แคชเชียร์ฝรั่งหัวเราะก๊ากเลย 5555
มีผู้หญิงคนนึงไปเที่ยวต่างประเทศ วันหนึ่งเธอไปทานอาหารในร้านฟาสท์ฟู้ด
พอดีเธอสั่งน้ำมาแก้วนึง แต่พนักงานดันลืมให้หลอดมาด้วย เธอเลยเดินไปที่เคาน์เตอร์
... กรี๊สส หลอดมันเรียกว่าอะไรนะ นึกไม่ออก...
... ไม่เป็นไร ชะนีเก่งอย่างชั้น ต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ไม่รู้ศัพท์ เราก็อธิบายเอาสิ ชิลล์ๆ...
'Excuse me! May I have something to suck?'
-----
น้องที่ทำงานคนนึงเถียงกับฝรั่ง กำลังเคร่งเครียดเลยู่ ทางฝรั่งก้อไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น
น้องเธอคงไม่ไหวแล้ว
เธอจึงสั่งฝรั่งด้วยเสียงอันดังว่า......SHUT DOWN.......พ่อแม่พี่น้องครับกะลังเครียดๆผมต้องแอบ
ลงไปนั่งหัวเราะหลังเคาน์เตอร์แทบตาย แล้วค่อยๆสะกิดน้องเธอทีหลังว่า
>คราวหน้า........SHUT UP.........นะจ๊ะ
-----
ที่พัทยาครับ
เจอมากับตัวเอง....กาแฟแทบพุ่ง ...555+++ ......
HELLO SIRRRRRRR
TODAY BIRTHDAY MAMA THAILAND
DISCOUNT FOR YOU THIRTY PERCENTSSSSS
< สาวเต้นอะโกโก้ เรียกแขกเข้าร้าน วันแม่ >
-----
อีกอัน....
LOOK AT THAT ...LOOK AT THAT....IN THE บ่อ...HAVE ห่าน
เอิ้กๆๆๆๆ
( สาวจับแขก พาแขกไปเที่ยวสวนนงนุช )
สองประโยคนี้ขำกลิ้ง ไม่มีลืมมา จนทุกวันนี้ครับ
ครั้งแรกในเมืองไทยค่ะที่ BigC เจอฝรั่งแก่กับเด็กหนุ่ม กำลังช๊อปเลยค่ะ
ฝรั่ง : do you need something else?
เด็กหนุ่ม : I need แฟ๊บ
ฝรั่ง : whats??!!
เด็กหนุ่ม : แฟ๊บ แฟ๊บ I need แฟ๊บ (แล้วทำมือซักผ้าประกอบค่ะ)
-----
คุณโสพาแขกฝรั่งไปกินอาหารอิสาน
สั่งแกงอ่อมมาน กลิ่นหอมยั่วยวน
ฝรั่งถามว่า What's that?
คุณโส : อ่อม ซุป
ฝรั่ง : What?
คุณโส : You. Try one word na you.
ฝรั่ง : What?
คุณโส : ฮ่วย ลอง สัก คำ น่ะ สู
-----
ผู้หญิงไทยแต่งงานกับฝรั่งขี้เมา อยู่กันนานเข้าโดนฝรั่งสามีตีเอาทุกวัน ทุกวัน จนทนไม่ไหว
วันนั้นสามีก็จะเข้ามาทำร้ายอีกและ เธอก็กำมีดไว้ในมือ่ง แล้วตะโกนบอกว่า
no come near beautiful sure! (อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นสวยแน่เมิง)
ภาษาอังกฤษว่ายังงัยเลยบอกกับแคชเชียร์ว่า
Excuse me, Do you have something like napkin that can stop my blood that are
flowing from my pussy?
-----
แคชเชียร์ฝรั่งหัวเราะก๊ากเลย 5555
มีผู้หญิงคนนึงไปเที่ยวต่างประเทศ วันหนึ่งเธอไปทานอาหารในร้านฟาสท์ฟู้ด
พอดีเธอสั่งน้ำมาแก้วนึง แต่พนักงานดันลืมให้หลอดมาด้วย เธอเลยเดินไปที่เคาน์เตอร์
... กรี๊สส หลอดมันเรียกว่าอะไรนะ นึกไม่ออก...
... ไม่เป็นไร ชะนีเก่งอย่างชั้น ต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ไม่รู้ศัพท์ เราก็อธิบายเอาสิ ชิลล์ๆ...
'Excuse me! May I have something to suck?'
-----
น้องที่ทำงานคนนึงเถียงกับฝรั่ง กำลังเคร่งเครียดเลยู่ ทางฝรั่งก้อไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น
น้องเธอคงไม่ไหวแล้ว
เธอจึงสั่งฝรั่งด้วยเสียงอันดังว่า......SHUT DOWN.......พ่อแม่พี่น้องครับกะลังเครียดๆผมต้องแอบ
ลงไปนั่งหัวเราะหลังเคาน์เตอร์แทบตาย แล้วค่อยๆสะกิดน้องเธอทีหลังว่า
>คราวหน้า........SHUT UP.........นะจ๊ะ
-----
ที่พัทยาครับ
เจอมากับตัวเอง....กาแฟแทบพุ่ง ...555+++ ......
HELLO SIRRRRRRR
TODAY BIRTHDAY MAMA THAILAND
DISCOUNT FOR YOU THIRTY PERCENTSSSSS
< สาวเต้นอะโกโก้ เรียกแขกเข้าร้าน วันแม่ >
-----
อีกอัน....
LOOK AT THAT ...LOOK AT THAT....IN THE บ่อ...HAVE ห่าน
เอิ้กๆๆๆๆ
( สาวจับแขก พาแขกไปเที่ยวสวนนงนุช )
สองประโยคนี้ขำกลิ้ง ไม่มีลืมมา จนทุกวันนี้ครับ
ครั้งแรกในเมืองไทยค่ะที่ BigC เจอฝรั่งแก่กับเด็กหนุ่ม กำลังช๊อปเลยค่ะ
ฝรั่ง : do you need something else?
เด็กหนุ่ม : I need แฟ๊บ
ฝรั่ง : whats??!!
เด็กหนุ่ม : แฟ๊บ แฟ๊บ I need แฟ๊บ (แล้วทำมือซักผ้าประกอบค่ะ)
-----
คุณโสพาแขกฝรั่งไปกินอาหารอิสาน
สั่งแกงอ่อมมาน กลิ่นหอมยั่วยวน
ฝรั่งถามว่า What's that?
คุณโส : อ่อม ซุป
ฝรั่ง : What?
คุณโส : You. Try one word na you.
ฝรั่ง : What?
คุณโส : ฮ่วย ลอง สัก คำ น่ะ สู
-----
ผู้หญิงไทยแต่งงานกับฝรั่งขี้เมา อยู่กันนานเข้าโดนฝรั่งสามีตีเอาทุกวัน ทุกวัน จนทนไม่ไหว
วันนั้นสามีก็จะเข้ามาทำร้ายอีกและ เธอก็กำมีดไว้ในมือ่ง แล้วตะโกนบอกว่า
no come near beautiful sure! (อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นสวยแน่เมิง)
21 พฤศจิกายน 2551
โทรศัพท์มือถือของท่าน
รู้เขารู้เรา: โทรศัพท์มือถือของท่านผลิตจากแหล่งมาตรฐานหรือไม่
โทรศัพท์มือถือของท่านผลิตจากแหล่งมาตรฐานหรือไม่? ข้อมูลนี้มีประโยชน์มาก โปรดช่วยส่งต่อกันไปเยอะๆ อยากรู้ว่าโทรศัพท์มือถือของท่านเป็นของแท้หรือไม่? กดเครื่องหมาย *#06# หมายเลขรหัสจะปรากฎขึ้นมา
โปรดดูหมายเลขที่ 7 และ 8 ดังนี้
หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 02 หรือ 20
แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านประกอบในประเทศจีนซึ่งมีคุณภาพต่ำ
หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 08 หรือ 80
แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตในประเทศเยอรมันซึ่งมี คุณภาพปานกลาง
หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 01 หรือ 10
แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตในประเทศฟินแลนด์ซึ่งมีคุณภาพดีมาก
หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 00
แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตจากโรงงานผลิตโดยตรงซึ่งมีคุณภาพดีที่สุด
หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 13
แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านประกอบที่ประเทศอาเซอร์ไบจันซึ่งมีคุณภาพเลวและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
Want to know if your expensive phone is worth the money you paid for…then read on… Very informative mail for you, please don't forget to forward. Would you like to know if your mobile is original or not ????? Press the following on your mobile *#06# and the-international mobile equipment identity number appears.
Then check the 7th and 8th numbers:
Phone serial no. x x x x x x ? ? x x x x x x x
IF the Seventh & Eighth digits are 02 or 20
this means your cell phone was assembled in China which is low quality
IF the Seventh & Eighth digits are 08 or 80
this means your cell phone was manufactured in Germany which is fair quality
IF the Seventh & Eighth digits are 01 or 10
this means your cell phone was manufactured in Finland which is very Good
IF the Seventh & Eighth digits are 00
this means your cell phone was manufactured in original factory which is the best Mobile Quality
IF the Seventh & Eighth digits are 13
this means your cell phone was assembled in Azerbaijan which is very Bad quality and also dangerous for your health
โทรศัพท์มือถือของท่านผลิตจากแหล่งมาตรฐานหรือไม่? ข้อมูลนี้มีประโยชน์มาก โปรดช่วยส่งต่อกันไปเยอะๆ อยากรู้ว่าโทรศัพท์มือถือของท่านเป็นของแท้หรือไม่? กดเครื่องหมาย *#06# หมายเลขรหัสจะปรากฎขึ้นมา
โปรดดูหมายเลขที่ 7 และ 8 ดังนี้
หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 02 หรือ 20
แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านประกอบในประเทศจีนซึ่งมีคุณภาพต่ำ
หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 08 หรือ 80
แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตในประเทศเยอรมันซึ่งมี คุณภาพปานกลาง
หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 01 หรือ 10
แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตในประเทศฟินแลนด์ซึ่งมีคุณภาพดีมาก
หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 00
แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตจากโรงงานผลิตโดยตรงซึ่งมีคุณภาพดีที่สุด
หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 13
แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านประกอบที่ประเทศอาเซอร์ไบจันซึ่งมีคุณภาพเลวและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
Want to know if your expensive phone is worth the money you paid for…then read on… Very informative mail for you, please don't forget to forward. Would you like to know if your mobile is original or not ????? Press the following on your mobile *#06# and the-international mobile equipment identity number appears.
Then check the 7th and 8th numbers:
Phone serial no. x x x x x x ? ? x x x x x x x
IF the Seventh & Eighth digits are 02 or 20
this means your cell phone was assembled in China which is low quality
IF the Seventh & Eighth digits are 08 or 80
this means your cell phone was manufactured in Germany which is fair quality
IF the Seventh & Eighth digits are 01 or 10
this means your cell phone was manufactured in Finland which is very Good
IF the Seventh & Eighth digits are 00
this means your cell phone was manufactured in original factory which is the best Mobile Quality
IF the Seventh & Eighth digits are 13
this means your cell phone was assembled in Azerbaijan which is very Bad quality and also dangerous for your health
18 พฤศจิกายน 2551
กรุงเทพฯ Wi-Fi หรือฝันร้ายกทม.?
ช่วยเอาป้าย Green Bankok Wi-Fi ออกจากป้ายรถเมล์ได้ไหม?
แนวคิดทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองหลวงที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลามันก็ดีอยู่หรอก
แต่ ที่ต้องมาบอกว่า ให้เอาป้าย Green Bangkok Wi-Fi ออกจากป้ายรถเมล์ เพราะมันทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่า คุณสามารถเล่นอินเทอร์เน็ตได้ทุกป้ายรถเมล์ทั่วกทม.
แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น !
การใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายของกรุงเทพมหานคร ยุคผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน สามารถใช้งานได้ตามจุดบริการที่เรียกว่า hot spot ที่ให้บริการโดย True Wi-Fi ภายใต้ความเร็ว 64 กิโลบิตต่อวินาที
แหงละ ความเร็วระดับ 64 ย่อมเร็วกว่าเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็มที่ความเร็วสูงสุด 56 k (แต่เมื่อตัดคลื่นรบกวนตามสาย สภาพจราจร หรือการใช้อินเทอร์เน็ตย่านนั้น และปัจจัยก่อกวนอื่นออกไป ความเร็วอินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็ม จะเหลือแค่ 6 k เท่านั้น)
ผมเคยโชคดีต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายฟรีของกทม. หากความเร็วรับส่งข้อมูลอืดมาก มากเสียจนไม่อยากเสียเวลารอ
นั่นหมายความว่า ความเร็วเชื่อมต่อที่ได้ไม่น่าถึง 64 k บางทีอาจเป็นเพราะต้อง "แชร์" กับผู้ใช้รายอื่น โดยเฉพาะผู้ใช้ที่เป็นลูกค้าจ่ายสตางค์ของผู้ให้บริการรายนี้ เนื่องจากฮอตสปอตของทรูจำกัดให้ใช้งาน Bangkok WiFi ได้ครั้งละ 1 ยูสเซอร์เท่านั้น
แน่นอนครับว่า ของฟรีและดีไม่มีในโลก การใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็ว 64 k ของกทม. อย่างดีที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การแชทผ่านโปรแกรมเอ็มเอสเอ็น หรือโปรแกรมแชทอื่น ซึ่งต้องการช่องจราจรต่ำมาก
ถ้าต้องการแค่นั้นก็ บรรลุจุดประสงค์แล้ว และคงเหมาะที่สุดแล้ว เนื่องจากการออกแบบเว็บไซต์ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้เพิ่มลูกเล่น โชว์กึ๋นก่าจะเรียกเพจมาอ่านได้ ลูกโตเลย
แต่หากต้องการใช้ Green Bangkok Wi-Fi เพื่อเชื่อมต่อเว็บดูสภาพการจราจรถ่ายทอดภาพจากกล้องวงจรปิดทั่วกทม. หรือป้ายแสดงสภาพจราจรอัจฉริยะ เหมือนที่เห็นโฆษณาตามสี่แยก ยอมเสียสตางค์เชื่อมต่อจีพีอาร์เอส หรือเอดจ์ ดีกว่า ได้ความเร็วสูงกว่า (แน่นอนเสียสตางค์)โฆษณาเคลื่อนไหว Green Bangkok Wi-Fi ที่ติดอยู่ตามเสาใต้ทางยกระดับถนนบรมราชชนนี ที่บอกว่า ประชุมวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ผ่านเน็ตไร้สายของกทม. จึงเป็นเรื่องน่าขบขัน แค่เปิดหน้าเว็บ google.com ก็อืดแล้ว นอกเหนือจากนั้นจะทำอะไรได้อีกบางคนอาจมองว่า อินเทอร์เน็ตไร้สายเป็นเรื่องไร้สาระ และฟุ่มเฟือยของคนกลุ่มหนึ่งที่เห่อเทคโนโลยี แต่เทคโนโลยีไม่ได้ถูกจำกัดความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของโดยคนมีกำลังทรัพย์อย่าง เดียวลองสังเกตตามแหล่งชุมชนหลายแห่ง จะเห็นจานดาวเทียมสีแดงโผล่ขึ้นตามที่พักที่ปลูกเบียดชิดกันใช้สังกะสีเป็น หลังคา ต้นทุนที่ถูกลง การตลาดที่บ้าบิ่นแบบหมูไม่กลัวน้ำร้อน ราคาอุปกรณ์สื่อสารที่ถูกลง เปิดโอกาสให้คนกำลังทรัพย์น้อย สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างทัดเทียม
นโยบายทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองไร้สายริเริ่มมาดีแล้ว หากคนที่มาสานต่อมุ่งมั่นทำให้มันเต็มรูปแบบ ครอบคลุม และมีประสิทธิผลกว่าที่เป็นอยู่ Green Bangkok Wi-Fi จะได้รับการชมเชยมากกว่านี้ อย่างน้อย ไม่ถูกครหาว่าเป็นนโยบายฉาบฉวยเฉพาะหาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น เดี๋ยวจะไปว่า นโยบายพรรคอื่นเป็นประชานิยมชนชั้นกลาง และรากหญ้าได้ไม่เต็มปาก
ข่าว : กรุงเทพธุรกิจ
แนวคิดทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองหลวงที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลามันก็ดีอยู่หรอก
แต่ ที่ต้องมาบอกว่า ให้เอาป้าย Green Bangkok Wi-Fi ออกจากป้ายรถเมล์ เพราะมันทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่า คุณสามารถเล่นอินเทอร์เน็ตได้ทุกป้ายรถเมล์ทั่วกทม.
แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น !
การใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายของกรุงเทพมหานคร ยุคผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน สามารถใช้งานได้ตามจุดบริการที่เรียกว่า hot spot ที่ให้บริการโดย True Wi-Fi ภายใต้ความเร็ว 64 กิโลบิตต่อวินาที
แหงละ ความเร็วระดับ 64 ย่อมเร็วกว่าเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็มที่ความเร็วสูงสุด 56 k (แต่เมื่อตัดคลื่นรบกวนตามสาย สภาพจราจร หรือการใช้อินเทอร์เน็ตย่านนั้น และปัจจัยก่อกวนอื่นออกไป ความเร็วอินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็ม จะเหลือแค่ 6 k เท่านั้น)
ผมเคยโชคดีต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายฟรีของกทม. หากความเร็วรับส่งข้อมูลอืดมาก มากเสียจนไม่อยากเสียเวลารอ
นั่นหมายความว่า ความเร็วเชื่อมต่อที่ได้ไม่น่าถึง 64 k บางทีอาจเป็นเพราะต้อง "แชร์" กับผู้ใช้รายอื่น โดยเฉพาะผู้ใช้ที่เป็นลูกค้าจ่ายสตางค์ของผู้ให้บริการรายนี้ เนื่องจากฮอตสปอตของทรูจำกัดให้ใช้งาน Bangkok WiFi ได้ครั้งละ 1 ยูสเซอร์เท่านั้น
แน่นอนครับว่า ของฟรีและดีไม่มีในโลก การใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็ว 64 k ของกทม. อย่างดีที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การแชทผ่านโปรแกรมเอ็มเอสเอ็น หรือโปรแกรมแชทอื่น ซึ่งต้องการช่องจราจรต่ำมาก
ถ้าต้องการแค่นั้นก็ บรรลุจุดประสงค์แล้ว และคงเหมาะที่สุดแล้ว เนื่องจากการออกแบบเว็บไซต์ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้เพิ่มลูกเล่น โชว์กึ๋นก่าจะเรียกเพจมาอ่านได้ ลูกโตเลย
แต่หากต้องการใช้ Green Bangkok Wi-Fi เพื่อเชื่อมต่อเว็บดูสภาพการจราจรถ่ายทอดภาพจากกล้องวงจรปิดทั่วกทม. หรือป้ายแสดงสภาพจราจรอัจฉริยะ เหมือนที่เห็นโฆษณาตามสี่แยก ยอมเสียสตางค์เชื่อมต่อจีพีอาร์เอส หรือเอดจ์ ดีกว่า ได้ความเร็วสูงกว่า (แน่นอนเสียสตางค์)โฆษณาเคลื่อนไหว Green Bangkok Wi-Fi ที่ติดอยู่ตามเสาใต้ทางยกระดับถนนบรมราชชนนี ที่บอกว่า ประชุมวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ผ่านเน็ตไร้สายของกทม. จึงเป็นเรื่องน่าขบขัน แค่เปิดหน้าเว็บ google.com ก็อืดแล้ว นอกเหนือจากนั้นจะทำอะไรได้อีกบางคนอาจมองว่า อินเทอร์เน็ตไร้สายเป็นเรื่องไร้สาระ และฟุ่มเฟือยของคนกลุ่มหนึ่งที่เห่อเทคโนโลยี แต่เทคโนโลยีไม่ได้ถูกจำกัดความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของโดยคนมีกำลังทรัพย์อย่าง เดียวลองสังเกตตามแหล่งชุมชนหลายแห่ง จะเห็นจานดาวเทียมสีแดงโผล่ขึ้นตามที่พักที่ปลูกเบียดชิดกันใช้สังกะสีเป็น หลังคา ต้นทุนที่ถูกลง การตลาดที่บ้าบิ่นแบบหมูไม่กลัวน้ำร้อน ราคาอุปกรณ์สื่อสารที่ถูกลง เปิดโอกาสให้คนกำลังทรัพย์น้อย สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างทัดเทียม
นโยบายทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองไร้สายริเริ่มมาดีแล้ว หากคนที่มาสานต่อมุ่งมั่นทำให้มันเต็มรูปแบบ ครอบคลุม และมีประสิทธิผลกว่าที่เป็นอยู่ Green Bangkok Wi-Fi จะได้รับการชมเชยมากกว่านี้ อย่างน้อย ไม่ถูกครหาว่าเป็นนโยบายฉาบฉวยเฉพาะหาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น เดี๋ยวจะไปว่า นโยบายพรรคอื่นเป็นประชานิยมชนชั้นกลาง และรากหญ้าได้ไม่เต็มปาก
ข่าว : กรุงเทพธุรกิจ
15 พฤศจิกายน 2551
เตือนภัยใกล้ตัวจริงๆ จะได้ระวังตัวกัน
เรื่องที่ 1**เตือนภัย** สาวๆที่ออกไปข้างนอกคนเดียวบ่อยๆ by hunono
สวัสดีค่ะวันนี้มีเรื่องจริงที่เกิดกับเพื่อนเรามาเตือนสาวๆหน่อย โดยเฉพาะคนที่ออกไปข้างนอกคนเดียวบ่อยๆโดยเฉพาะสถานที่ซ้ำๆกันด้วย เรื่องนี้เกิดในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาค่ะเพื่อนเราไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้าน starbucks สาขาซีคอน ตอนประมาณเที่ยงๆระหว่างที่มันนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ฟังไอพอดไปด้วยก็มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามา! คุย ท่าทาง เกย์ๆ ตุ๊ด ๆ ผู้ชายคนนั้นบอกว่า เค้าเป็น directorมาจากฮ่องกง หรือจีน เนี่ยแหละ กำลังมองหานักแสดงหน้าตาจีนๆหรือเกาหลีๆไปเล่นหนัง เพื่อนเรามันก็ไม่ได้ตั้งใจฟังมาก เพราะหูข้างนึงก็ฟังไอพอดอยู่ จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็ยืนมือมาเชคแฮนด์เพื่อนเรามันก็จับมือเค้า
ต่อจากนั้นแปปเดียว เพื่อนเรามันบอกว่าเกิดอาการมึนหัวขึ้นทันที เหมือนตัวลอยๆขยับ อะไรไม่ได้ยืนอยู่นิ่งๆได้อย่างเดียวเหมือนเค้าทายาอะไรซักอย่างไว้ที่มือ เพราะเพื่อนเราจับยาก็เลยซึมเข้าร่างกายผู้ชายคนนั้นก็พูดไปเรื่อยโดยที่เพื่อนเราบอกว่าได้ยินและจำได้ทุกอย่าง แต่ขยับตัวหรือพูดไม่ได้เลย ผู้ชายคนนั้นก็พูดไปเรื่อยว่า นี่น้องลดแขนหน่อยได้มั้ยแล้วก็เอามือจับแขนเพื่อนเรา ลดแก้มด้วยก็ดี แล้วก็เอามือมาดึงๆหน้าแล้วพอมันรู้ว่าเมาได้ที่แล้วมั้งก็บอกให้เอาไอพอด บัตรประชาชน แล้วก็เอทีเอ็มมาให้ ขอpassword ไปด้วย เพื่อนเราก็ทำตามทุกอย่าง มันบอกว่ามันรู้ตัวแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ต้องทำตามที่มันบอก
จากนั้นเพื่อนเราก็เดินกลับบ้านทั้งที่ยังไม่รู้ตัวอย่างนั้น ผ่านไปสองสามชม. มันถึงได้สติกลับมา ปรากฎว่าเงินในเอทีเอ็มหายไปหมดแล้ว น่ากลัวเนอะ ขนาดในร้านตอนเที่ยง เพื่อนเราก็บอกว่าคนเยอะ ไม่ได้เปลี่ยวเลย ระวังตัวกันหน่อยนะคะสาวๆเพราะคนร้ายพวกนี้อาจจะซุ่มดูหาเหยื่อก่อน แล้วเลือกคนที่ไปคนเดียวบ่อยๆทางที่ดี อย่าคุยกับคนแปลกหน้า แล้วก็หาเพื่อนไปด้วยดีกว่านะจ้ะ
เรื่องที่ 2 ขอเล่าเรื่องจริงแบบไม่ต้องผ่านจอแก้วด้วยตัวเราเอง เป็นภัยสังคมที่เกิดกับคนใกล้ตัวแบบไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เจอะได้เจอ เหตุการณ์เกิดกับพี่สาวของเพื่อน (ขออนุญาตนำมาเล่านะคะ) วันที่เกิดเหตุ วันที่ 9 สิงหาคม 2551 เวลาประมาณบ่ายหน่อยๆ ครอบครัว พี่สาวเพื่อนไปทานอาหารที่ร้าน ซิสล์เลอร์ สาขาอาคาร ซีพี ทาวเวอร์ (สถานที่เกิดเหตุ - ขอเน้น กลางกรุงเลยเพื่อน) ตัวพี่สาวทานเสร็จก่อนก็เลยปล่อยให้สามีและลูกทานกันต่อ โดยที่ตัวเองจะลงไปซื้อของที่ร้านวัตสัน ที่อยู่ชั้นล่าง ระหว่างที่ลงบันไดเลื่อนก็มีชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ข้างหน้า แต่งตัวดี สักพักพี่สาวเพื่อนรู้สึกได้กลิ่นเหม็น เหมือน กลิ่นตด มาจากข้างหน้า (เค้ายังนึกด่าในใจว่าแต่งตัวดีแต่ดันตดมาได้)
พอลงจากบันไดเลื่อนก็เดินตรงไป เข้าร้านวัตสัน สักครู่ก็รู้สึกง่วงนอนมากเหมือนจะหลับให้ได้ (ปกติจะเป็นคนไม่ชอบนอนกลางวัน) เลยคิดว่าโดนดีเข้าแล้วเรา (เวลามีเมล์เรื่องภัยสังคมมอมยาแบบนี้ เพื่อนมักจะแฟ็กซ์ไปให้พี่สาวอ่านบ่อยๆ) พี่สาวเพื่อนรีบหยิบมือถือโทรหาสามีกับลูก ให้รีบมาเจอกัน เดชะบุญเก่ายังดีอยู่ สามีกับลูกเช็คบิลเสร็จแล้ว และกำลังจะลงไปหา เลยรีบตามมาสมทบ แล้วพากันกลับบ้าน เพื่อนเล่าว่า ขึ้นรถปุ๊บ พี่สาวก็หลับปั๊บทันทีเลยสรุปกันว่าเจอตดมหาภัยซะแล้ว
ก็เล่ามาเพื่อเตือนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ กันไว้ (ช่วยกันส่งต่อเตือนพี่น้องเพื่อนฝูงของตัวเองด้วยนะ)เพราะสถานที่เป็นที่ เราคุ้นเคยเดินเล่นกันบ่อย ๆ จนอาจจะไม่ระวังตัว เปิดช่องให้พวกมารสังคมมาทำมิดีมิร้ายกับตัวเราและทรัพย์สินได้ วันที่เกิดเหตุ เพื่อนเล่าว่าพี่สาวเขาใส่จี้เพชรอยู่ แต่ก็ไม่ใช่วูบวาบใหญ่โตขนาดจะนำภัยมาหาตัวได้ เพราะแต่งตัวก็ธรรมดาไม่ฟู่ฟ่าอะไร มีกระเป๋าตังค์ติดตัวไปด้วยใบหนึ่ง หากเราไปเดินคนเดียวและเจอเหตุการณ์แบบนี้ ขอแนะนำเพื่อน ๆ ถ้าได้กลิ่นแปลก ๆ ให้รีบกลั้นลมหายใจ แล้วรีบออกมาให้พ้นแถวนั้น พยายามฝืนตัวเองหาพนักงานขายของ (อย่าเอาคนแถว นั้น เพราะอาจเป็นพวกมันรออยู่ก็ได้) แล้วรีบบอกพนักงานก่อนเลยว่า เรามาคนเดียว เพราะพวกมารสังคมอาจจะทำเนียนเห็นยาออกฤทธิ์แล้วอ้างตัวว่ามากับเราได้... เฮ้อ... ทำได้แต่เตือน ๆ กัน เมื่อไหร่พวกมารจะหมดไปจากสังคมกันซะที ขอให้ปลอดภัยกันทุก ๆ คนนะคะ
เรื่องที่ 3
คนมาแจกโบร์ชัร์ก็ต้องระวังนะ เรื่องคนเอาเอกสารหรือโบร์ชัวร์มาแจกตามห้างก้อน่ากลัวนะ ต้องระวังด้วย เมื่อก่อนก็จะรับๆ ไว้เพราะสงสารคนแจก แต่ไม่กี่เดือนนี่เองน้องที่ทำงานเก่าเพิ่งโดนไปที่ โลตัสคลองสี่รังสิต
เรื่องก้อคือเค้าจะไปซื้อของใช้เข้าบ้าน ไปกันสามคน พ่อ แม่ ลูก ตัวน้องผู้หญิงเข้าไปซื้อของใช้และ ให้สามีพาลูกไปรอ และเล่นที่บ้านบอล พอเค้าซื้อของเสร็จมาหาสามีที่บ้านบอล มองหาลูกในบ้านบอลก็ไม่มีแล้ว สามีก็นั่งอยู่ที่หน้าบ้านบอลที่เดิม เรียกอยู่ตั้งพักถึงจะรู้สึกตัว สามีรู้สึกตัวก็ตกใจมากที่รู้ว่าลูกหายไปแล้ว เค้าบอกว่า ขณะนั่งดูลูกเล่นอยู่ดีดี ก็มีคนเดินเข้ามาแจก โบร์ ชัวร์ให้อ่าน ก็เลยรับไว้แล้วพอเปิดปุ๊บ ก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลยมารู้ตอนที่ภรรยามาเรียกนี่แหละ เค้าหากันให้ทั่วห้างเลยแหละ แต่เป็นโชคดีของครอบครัวนี้มากๆ เพราะก่อนที่จะเข้าไปซื้อของเค้าแวะซื้อขนมที่ร้านขนมไทยตรงทางเข้าห้าง
แล้วแม่ค้าขนมก็จำครอบครัวนี้ได้ แม่ค้าเล่าว่าเด็กออกมากับผู้ชาย คนนึงแต่เด็กร้องไห้เสียงดังลั่นเลย ก็เลยเป็นที่สังเกตุแม่ค้าก็เลยเรียกไว้แล้วถามหาพ่อแม่เด็ก ระหว่างนั้นคนร้ายก็เลยชิงหนีไป.....คิดดูสิ..... ถ้าแม่ค้าจำเด็กไม่ได้ หรือถ้าคนร้ายมันทำให้เด็กหมดสติแล้วทำทีเป็นเด็กหลับแล้วอุ้มไปหละไม่อยากคิดเลยว่าตอนนี้ครอบครัวนี้จะเป็นยังไง ตอนนี้น้องที่ทำงานเก่าที่เป็นแม่เด็กยังขวัญผวาไม่หายเลย กลัวไปหมด โชคดีมากๆ บุญช่วยจริงๆ
สวัสดีค่ะวันนี้มีเรื่องจริงที่เกิดกับเพื่อนเรามาเตือนสาวๆหน่อย โดยเฉพาะคนที่ออกไปข้างนอกคนเดียวบ่อยๆโดยเฉพาะสถานที่ซ้ำๆกันด้วย เรื่องนี้เกิดในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาค่ะเพื่อนเราไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้าน starbucks สาขาซีคอน ตอนประมาณเที่ยงๆระหว่างที่มันนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ฟังไอพอดไปด้วยก็มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามา! คุย ท่าทาง เกย์ๆ ตุ๊ด ๆ ผู้ชายคนนั้นบอกว่า เค้าเป็น directorมาจากฮ่องกง หรือจีน เนี่ยแหละ กำลังมองหานักแสดงหน้าตาจีนๆหรือเกาหลีๆไปเล่นหนัง เพื่อนเรามันก็ไม่ได้ตั้งใจฟังมาก เพราะหูข้างนึงก็ฟังไอพอดอยู่ จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็ยืนมือมาเชคแฮนด์เพื่อนเรามันก็จับมือเค้า
ต่อจากนั้นแปปเดียว เพื่อนเรามันบอกว่าเกิดอาการมึนหัวขึ้นทันที เหมือนตัวลอยๆขยับ อะไรไม่ได้ยืนอยู่นิ่งๆได้อย่างเดียวเหมือนเค้าทายาอะไรซักอย่างไว้ที่มือ เพราะเพื่อนเราจับยาก็เลยซึมเข้าร่างกายผู้ชายคนนั้นก็พูดไปเรื่อยโดยที่เพื่อนเราบอกว่าได้ยินและจำได้ทุกอย่าง แต่ขยับตัวหรือพูดไม่ได้เลย ผู้ชายคนนั้นก็พูดไปเรื่อยว่า นี่น้องลดแขนหน่อยได้มั้ยแล้วก็เอามือจับแขนเพื่อนเรา ลดแก้มด้วยก็ดี แล้วก็เอามือมาดึงๆหน้าแล้วพอมันรู้ว่าเมาได้ที่แล้วมั้งก็บอกให้เอาไอพอด บัตรประชาชน แล้วก็เอทีเอ็มมาให้ ขอpassword ไปด้วย เพื่อนเราก็ทำตามทุกอย่าง มันบอกว่ามันรู้ตัวแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ต้องทำตามที่มันบอก
จากนั้นเพื่อนเราก็เดินกลับบ้านทั้งที่ยังไม่รู้ตัวอย่างนั้น ผ่านไปสองสามชม. มันถึงได้สติกลับมา ปรากฎว่าเงินในเอทีเอ็มหายไปหมดแล้ว น่ากลัวเนอะ ขนาดในร้านตอนเที่ยง เพื่อนเราก็บอกว่าคนเยอะ ไม่ได้เปลี่ยวเลย ระวังตัวกันหน่อยนะคะสาวๆเพราะคนร้ายพวกนี้อาจจะซุ่มดูหาเหยื่อก่อน แล้วเลือกคนที่ไปคนเดียวบ่อยๆทางที่ดี อย่าคุยกับคนแปลกหน้า แล้วก็หาเพื่อนไปด้วยดีกว่านะจ้ะ
เรื่องที่ 2 ขอเล่าเรื่องจริงแบบไม่ต้องผ่านจอแก้วด้วยตัวเราเอง เป็นภัยสังคมที่เกิดกับคนใกล้ตัวแบบไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เจอะได้เจอ เหตุการณ์เกิดกับพี่สาวของเพื่อน (ขออนุญาตนำมาเล่านะคะ) วันที่เกิดเหตุ วันที่ 9 สิงหาคม 2551 เวลาประมาณบ่ายหน่อยๆ ครอบครัว พี่สาวเพื่อนไปทานอาหารที่ร้าน ซิสล์เลอร์ สาขาอาคาร ซีพี ทาวเวอร์ (สถานที่เกิดเหตุ - ขอเน้น กลางกรุงเลยเพื่อน) ตัวพี่สาวทานเสร็จก่อนก็เลยปล่อยให้สามีและลูกทานกันต่อ โดยที่ตัวเองจะลงไปซื้อของที่ร้านวัตสัน ที่อยู่ชั้นล่าง ระหว่างที่ลงบันไดเลื่อนก็มีชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ข้างหน้า แต่งตัวดี สักพักพี่สาวเพื่อนรู้สึกได้กลิ่นเหม็น เหมือน กลิ่นตด มาจากข้างหน้า (เค้ายังนึกด่าในใจว่าแต่งตัวดีแต่ดันตดมาได้)
พอลงจากบันไดเลื่อนก็เดินตรงไป เข้าร้านวัตสัน สักครู่ก็รู้สึกง่วงนอนมากเหมือนจะหลับให้ได้ (ปกติจะเป็นคนไม่ชอบนอนกลางวัน) เลยคิดว่าโดนดีเข้าแล้วเรา (เวลามีเมล์เรื่องภัยสังคมมอมยาแบบนี้ เพื่อนมักจะแฟ็กซ์ไปให้พี่สาวอ่านบ่อยๆ) พี่สาวเพื่อนรีบหยิบมือถือโทรหาสามีกับลูก ให้รีบมาเจอกัน เดชะบุญเก่ายังดีอยู่ สามีกับลูกเช็คบิลเสร็จแล้ว และกำลังจะลงไปหา เลยรีบตามมาสมทบ แล้วพากันกลับบ้าน เพื่อนเล่าว่า ขึ้นรถปุ๊บ พี่สาวก็หลับปั๊บทันทีเลยสรุปกันว่าเจอตดมหาภัยซะแล้ว
ก็เล่ามาเพื่อเตือนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ กันไว้ (ช่วยกันส่งต่อเตือนพี่น้องเพื่อนฝูงของตัวเองด้วยนะ)เพราะสถานที่เป็นที่ เราคุ้นเคยเดินเล่นกันบ่อย ๆ จนอาจจะไม่ระวังตัว เปิดช่องให้พวกมารสังคมมาทำมิดีมิร้ายกับตัวเราและทรัพย์สินได้ วันที่เกิดเหตุ เพื่อนเล่าว่าพี่สาวเขาใส่จี้เพชรอยู่ แต่ก็ไม่ใช่วูบวาบใหญ่โตขนาดจะนำภัยมาหาตัวได้ เพราะแต่งตัวก็ธรรมดาไม่ฟู่ฟ่าอะไร มีกระเป๋าตังค์ติดตัวไปด้วยใบหนึ่ง หากเราไปเดินคนเดียวและเจอเหตุการณ์แบบนี้ ขอแนะนำเพื่อน ๆ ถ้าได้กลิ่นแปลก ๆ ให้รีบกลั้นลมหายใจ แล้วรีบออกมาให้พ้นแถวนั้น พยายามฝืนตัวเองหาพนักงานขายของ (อย่าเอาคนแถว นั้น เพราะอาจเป็นพวกมันรออยู่ก็ได้) แล้วรีบบอกพนักงานก่อนเลยว่า เรามาคนเดียว เพราะพวกมารสังคมอาจจะทำเนียนเห็นยาออกฤทธิ์แล้วอ้างตัวว่ามากับเราได้... เฮ้อ... ทำได้แต่เตือน ๆ กัน เมื่อไหร่พวกมารจะหมดไปจากสังคมกันซะที ขอให้ปลอดภัยกันทุก ๆ คนนะคะ
เรื่องที่ 3
คนมาแจกโบร์ชัร์ก็ต้องระวังนะ เรื่องคนเอาเอกสารหรือโบร์ชัวร์มาแจกตามห้างก้อน่ากลัวนะ ต้องระวังด้วย เมื่อก่อนก็จะรับๆ ไว้เพราะสงสารคนแจก แต่ไม่กี่เดือนนี่เองน้องที่ทำงานเก่าเพิ่งโดนไปที่ โลตัสคลองสี่รังสิต
เรื่องก้อคือเค้าจะไปซื้อของใช้เข้าบ้าน ไปกันสามคน พ่อ แม่ ลูก ตัวน้องผู้หญิงเข้าไปซื้อของใช้และ ให้สามีพาลูกไปรอ และเล่นที่บ้านบอล พอเค้าซื้อของเสร็จมาหาสามีที่บ้านบอล มองหาลูกในบ้านบอลก็ไม่มีแล้ว สามีก็นั่งอยู่ที่หน้าบ้านบอลที่เดิม เรียกอยู่ตั้งพักถึงจะรู้สึกตัว สามีรู้สึกตัวก็ตกใจมากที่รู้ว่าลูกหายไปแล้ว เค้าบอกว่า ขณะนั่งดูลูกเล่นอยู่ดีดี ก็มีคนเดินเข้ามาแจก โบร์ ชัวร์ให้อ่าน ก็เลยรับไว้แล้วพอเปิดปุ๊บ ก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลยมารู้ตอนที่ภรรยามาเรียกนี่แหละ เค้าหากันให้ทั่วห้างเลยแหละ แต่เป็นโชคดีของครอบครัวนี้มากๆ เพราะก่อนที่จะเข้าไปซื้อของเค้าแวะซื้อขนมที่ร้านขนมไทยตรงทางเข้าห้าง
แล้วแม่ค้าขนมก็จำครอบครัวนี้ได้ แม่ค้าเล่าว่าเด็กออกมากับผู้ชาย คนนึงแต่เด็กร้องไห้เสียงดังลั่นเลย ก็เลยเป็นที่สังเกตุแม่ค้าก็เลยเรียกไว้แล้วถามหาพ่อแม่เด็ก ระหว่างนั้นคนร้ายก็เลยชิงหนีไป.....คิดดูสิ..... ถ้าแม่ค้าจำเด็กไม่ได้ หรือถ้าคนร้ายมันทำให้เด็กหมดสติแล้วทำทีเป็นเด็กหลับแล้วอุ้มไปหละไม่อยากคิดเลยว่าตอนนี้ครอบครัวนี้จะเป็นยังไง ตอนนี้น้องที่ทำงานเก่าที่เป็นแม่เด็กยังขวัญผวาไม่หายเลย กลัวไปหมด โชคดีมากๆ บุญช่วยจริงๆ
11 พฤศจิกายน 2551
คีย์การ์ด ห้องพักในโรงแรม
This is pretty good info. Never even thought about key cards containing anything other than an access code for the room!
HOTEL KEY CARDS
คีย์การ์ด ห้องพักในโรงแรม
Ever wonder what is on your magnetic key card?
คุณเคยสงสัยบ้างมั้ยว่า ในคีย์การ์ด ของหัองพักตามโรงแรม มีข้อมูลอะไรอยู่ในนั้นบ้าง ???
Answer: คำตอบก็คือ
a. Customer's name
1. ชื่อผู้เข้าพัก
B. Customer's partial home address
2. ที่อยู่ของผู้เข้าพัก
c. Hotel room number
3. หมายเลขห้องที่เข้าพัก
d. Check-in date and out dates
4. วันที่ เช็คอิน และ เช็คเอ๊าท์ จากโรงแรมนั้น
e. Customer's credit card number and expiration date!
5. หมายเลข บัตรเครดิตของผู้เข้าพัก และวันบัตรหมดอายุ !!!!
When you turn them in to the front desk your personal information is there for any employee to access by simply scanning the card in the hotel scanner. An employee can take a hand full of cards home and using a scanning device, access the information onto a laptop computer and go shopping at your expense.
เมื่อคุณคืนบัตรคีย์การ์ดให้ พนักงานโรงแรม ที่เคาน์เตอร์ พนักงานโรงแรมคนไหนๆ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของคุณซึ่งอยู่ในบัตรคีย์การ์ดนั้นได้ เพียงแค่สแกนบัตรกับเครื่องอ่านบัตรคีย์การ์ดในโรงแรม พนักงานโรงแรมสามารถจะหยิบเอาบัตรคีย์การ์ดพกกลับบ้าน แค่มีอุปกรณ์อ่านบัตร กับ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุคซักเครื่อง ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลบัตรเครดิตของคุณได้ และสามารถช้อปปิ้งผ่านบัตรเครดิตของคุณได้อย่างง่ายดาย
Simply put, hotels do not erase the inform ation on these cards until an employee reissues the card to the next hotel guest. At that time, the new guest's information is electronically 'overwritten' on the card and the previous guest's information is erased in the overwriting process.
สรุปง่ายๆ ก็คือ โรงแรมจะไม่มีการลบข้อมูลในคีย์การ์ด จนกว่าพนักงานของโรงแรมจะทำการออกบัตรคีย์การ์ดนั้นให้ลูกค้าผู้เข้าพักรายใหม่ ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าผู้เข้าพักรายใหม่ จึงจะถูกคีย์ทับข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าพักรายเดิม
But until the card is rewritten for the next guest, it usually is kept in a drawer at the front desk with YOUR INFORMATION ON IT!
และ คีย์การ์ดที่ปกติเก็บในลิ้นชักเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับของโรงแรม ก็จะยังคงมีข้อมูลของคุณคาอยู่ในบัตรเรื่อยไป.... จนกว่าจะมีผู้เข้าพักรายใหม่ (ที่ใช้คีย์การ์ดอันเดียวกัน)
The bottom line is: Keep the cards, take them home with you, or destroy them. NEVER leave them behind in the room or room wastebasket, and NEVER turn them into the front desk when you check out of a room. They will not charge you for the card (it's illegal) and you'll be sure you are not leaving a lot of valuable personal information on it that could be easily lifted off with any simple scanning device card reader.
ฉะนั้น วิธีที่ดีที่สุด ก็คือ – ไม่ต้องคืนคีย์การ์ดห้องพักให้โรงแรม แต่เก็บคีย์การ์ดนั้นไว้กับตัวและเอากลับบ้านไปด้วย หรือ มิฉะนั้น ก็ให้ทำลายบัตรนั้นเสีย ห้าม ทิ้งบัตรคีย์การ์ด ไว้ในห้องพัก หรือในถังขยะห้องพักในโรงแรม เด็ดขาด อย่า ส่งคืนบัตรคีย์การ์ดให้พนักงานโรงแรม เมื่อจะเช็คเอ๊าท์จากโรงแรม เด็ดขาด
For the same reason, if you arrive at the airport and discover you still have the card key in your pocket, do not toss it in an airport trash basket. Take it home and destroy it by cutting it up, especially through the electronic information strip!
และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ แม้ว่าเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินและพบว่าคุณยังมีคีย์การ์ดโรงแรม ติดอยู่ในกระเป๋าก็ตาม อย่า โยนคีย์การ์ดนั้นทิ้งในถังขยะที่สนามบินเด็ดขาด พกคีย์การ์ดนั้นไว้ กลับถึงบ้านแล้วค่อยเอาคีย์การ์ดนั้นมาทำลาย ด้วยการตัดบัตรให้ขาด โดยเฉพาะส่วนที่เป็นแถบบรรจุข้อมูล
If you have a small magnet, pass it across the magnetic strip several times. Then try it in the door, it will not work. It erases everything on the card.
ถ้าคุณมีแม่เหล็กอันเล็กๆ ก็อาจใช้แม่เหล็กนั้น มาถูผ่านแถบแม่เหล็กของคีย์การ์ด หลายๆ ครั้ง ก็จะสามารถลบข้อมูลที่บรรจุอยู่ในคีย์การ์ดนั้นได้เช่นกัน
HOTEL KEY CARDS
คีย์การ์ด ห้องพักในโรงแรม
Ever wonder what is on your magnetic key card?
คุณเคยสงสัยบ้างมั้ยว่า ในคีย์การ์ด ของหัองพักตามโรงแรม มีข้อมูลอะไรอยู่ในนั้นบ้าง ???
Answer: คำตอบก็คือ
a. Customer's name
1. ชื่อผู้เข้าพัก
B. Customer's partial home address
2. ที่อยู่ของผู้เข้าพัก
c. Hotel room number
3. หมายเลขห้องที่เข้าพัก
d. Check-in date and out dates
4. วันที่ เช็คอิน และ เช็คเอ๊าท์ จากโรงแรมนั้น
e. Customer's credit card number and expiration date!
5. หมายเลข บัตรเครดิตของผู้เข้าพัก และวันบัตรหมดอายุ !!!!
When you turn them in to the front desk your personal information is there for any employee to access by simply scanning the card in the hotel scanner. An employee can take a hand full of cards home and using a scanning device, access the information onto a laptop computer and go shopping at your expense.
เมื่อคุณคืนบัตรคีย์การ์ดให้ พนักงานโรงแรม ที่เคาน์เตอร์ พนักงานโรงแรมคนไหนๆ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของคุณซึ่งอยู่ในบัตรคีย์การ์ดนั้นได้ เพียงแค่สแกนบัตรกับเครื่องอ่านบัตรคีย์การ์ดในโรงแรม พนักงานโรงแรมสามารถจะหยิบเอาบัตรคีย์การ์ดพกกลับบ้าน แค่มีอุปกรณ์อ่านบัตร กับ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุคซักเครื่อง ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลบัตรเครดิตของคุณได้ และสามารถช้อปปิ้งผ่านบัตรเครดิตของคุณได้อย่างง่ายดาย
Simply put, hotels do not erase the inform ation on these cards until an employee reissues the card to the next hotel guest. At that time, the new guest's information is electronically 'overwritten' on the card and the previous guest's information is erased in the overwriting process.
สรุปง่ายๆ ก็คือ โรงแรมจะไม่มีการลบข้อมูลในคีย์การ์ด จนกว่าพนักงานของโรงแรมจะทำการออกบัตรคีย์การ์ดนั้นให้ลูกค้าผู้เข้าพักรายใหม่ ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าผู้เข้าพักรายใหม่ จึงจะถูกคีย์ทับข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าพักรายเดิม
But until the card is rewritten for the next guest, it usually is kept in a drawer at the front desk with YOUR INFORMATION ON IT!
และ คีย์การ์ดที่ปกติเก็บในลิ้นชักเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับของโรงแรม ก็จะยังคงมีข้อมูลของคุณคาอยู่ในบัตรเรื่อยไป.... จนกว่าจะมีผู้เข้าพักรายใหม่ (ที่ใช้คีย์การ์ดอันเดียวกัน)
The bottom line is: Keep the cards, take them home with you, or destroy them. NEVER leave them behind in the room or room wastebasket, and NEVER turn them into the front desk when you check out of a room. They will not charge you for the card (it's illegal) and you'll be sure you are not leaving a lot of valuable personal information on it that could be easily lifted off with any simple scanning device card reader.
ฉะนั้น วิธีที่ดีที่สุด ก็คือ – ไม่ต้องคืนคีย์การ์ดห้องพักให้โรงแรม แต่เก็บคีย์การ์ดนั้นไว้กับตัวและเอากลับบ้านไปด้วย หรือ มิฉะนั้น ก็ให้ทำลายบัตรนั้นเสีย ห้าม ทิ้งบัตรคีย์การ์ด ไว้ในห้องพัก หรือในถังขยะห้องพักในโรงแรม เด็ดขาด อย่า ส่งคืนบัตรคีย์การ์ดให้พนักงานโรงแรม เมื่อจะเช็คเอ๊าท์จากโรงแรม เด็ดขาด
For the same reason, if you arrive at the airport and discover you still have the card key in your pocket, do not toss it in an airport trash basket. Take it home and destroy it by cutting it up, especially through the electronic information strip!
และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ แม้ว่าเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินและพบว่าคุณยังมีคีย์การ์ดโรงแรม ติดอยู่ในกระเป๋าก็ตาม อย่า โยนคีย์การ์ดนั้นทิ้งในถังขยะที่สนามบินเด็ดขาด พกคีย์การ์ดนั้นไว้ กลับถึงบ้านแล้วค่อยเอาคีย์การ์ดนั้นมาทำลาย ด้วยการตัดบัตรให้ขาด โดยเฉพาะส่วนที่เป็นแถบบรรจุข้อมูล
If you have a small magnet, pass it across the magnetic strip several times. Then try it in the door, it will not work. It erases everything on the card.
ถ้าคุณมีแม่เหล็กอันเล็กๆ ก็อาจใช้แม่เหล็กนั้น มาถูผ่านแถบแม่เหล็กของคีย์การ์ด หลายๆ ครั้ง ก็จะสามารถลบข้อมูลที่บรรจุอยู่ในคีย์การ์ดนั้นได้เช่นกัน
7 พฤศจิกายน 2551
วิธีแก้คำสาป
กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไหร่หรอกเจ้าหญิง
นางหนึ่งถูกสาปไว้ ถ้าจับสิ่งใดขอให้หลอมละลายกลายเป็นไอน้ำ พระราชาเป็นห่วงบุตรี หาวิธีแก้ไขอย่างไรก็มิหาย หมดหนทางที่จะช่วยบุตรี
แต่จู่ ๆ ก็มีนางฟ้ามาปรากฏกายขึ้น และก็จะถอนคำสาปให้หายโดยพลัน
แต่นางมีข้อแม้อย่างหนึ่งว่า จะต้องมีชายคนหนึ่งหาสิ่งใดก็ได้มาให้บุตรีจับ แล้วไม่ละลาย คำสาปนั้นจึงจะหายไป
พระราชาไม่รอช้ามุ่งหน้าป่าวประกาศโดยพลัน
' หากชายใดสามารถถอนคำสาปได้ใน 1 วัน ฉันจะยกลูกสาวให้เจ้าไป' จนสามารถคัด เลือกเหลือ 3 คน
คนที่หนึ่งจึงเริ่มเอาของดีมาแก้ไข หยิบโครตเพชรเม็ดงามให้ ทรามวัย
เจ้าหญิงจึงยื่นมือไปแล้วแตะในทันที ยังไม่ทันจะแตะได้เต็มมือ เพชรก็หายละลายไปสิ้น
' ฉันเสียใจด้วยจริงๆ เพชรเม็ดนี้ต้องละลายไป '
เจ้าหญิงกล่าว
ชายคนที่สองรองถัดมา ก็เดินมาเบื้องหน้าของเจ้าหญิง ยื่นเหล็กแหลมแข็งแกร่งไม่อ่อนนิ่ม ให้เจ้าหญิงลองจับสัมผัสดู
แต่แล้วมันก็ละลายหายไปหมด
' เธอก็อด ตกรอบไปเสียสิ้น '
คนสุดท้ายเดินมาตัวปล่าวไม่มีทรัพย์สิน บอกเจ้าหญิงจงเอามือล้วงลงไปในกางเกง
เจ้าหญิงจึงล้วงลงไปในกางเกงของชายผู้นั้น หน้าเจ้าหญิงก็เริ่มแดง ด้วยความเขินอาย แล้วจึงรีบดึงมือออกโดยพลัน หันมาบอกราชา
' เสด็จพ่อเพคะ ...มัน.... มันยังแข็งอยู่เลยคะ '
ในที่สุดชายคนที่ 3 ก็ได้เป็นผู้ชนะไป
พระราชาสงสัย มันคือะไร อยู่ในกางเกงของชายผู้นั้น ..... ?
ชายคนที่ 3 ไม่ยอมตอบ ได่แต่อมยิ้ม
และก็ได้ล้วงเข้าไปในกางเกงของเขา
แล้วหยิบมันออกมา
มันคือ ? M & M
ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือ เหอๆๆ
คิดอะไรกันอยู่อ่ะ 5555555
นางหนึ่งถูกสาปไว้ ถ้าจับสิ่งใดขอให้หลอมละลายกลายเป็นไอน้ำ พระราชาเป็นห่วงบุตรี หาวิธีแก้ไขอย่างไรก็มิหาย หมดหนทางที่จะช่วยบุตรี
แต่จู่ ๆ ก็มีนางฟ้ามาปรากฏกายขึ้น และก็จะถอนคำสาปให้หายโดยพลัน
แต่นางมีข้อแม้อย่างหนึ่งว่า จะต้องมีชายคนหนึ่งหาสิ่งใดก็ได้มาให้บุตรีจับ แล้วไม่ละลาย คำสาปนั้นจึงจะหายไป
พระราชาไม่รอช้ามุ่งหน้าป่าวประกาศโดยพลัน
' หากชายใดสามารถถอนคำสาปได้ใน 1 วัน ฉันจะยกลูกสาวให้เจ้าไป' จนสามารถคัด เลือกเหลือ 3 คน
คนที่หนึ่งจึงเริ่มเอาของดีมาแก้ไข หยิบโครตเพชรเม็ดงามให้ ทรามวัย
เจ้าหญิงจึงยื่นมือไปแล้วแตะในทันที ยังไม่ทันจะแตะได้เต็มมือ เพชรก็หายละลายไปสิ้น
' ฉันเสียใจด้วยจริงๆ เพชรเม็ดนี้ต้องละลายไป '
เจ้าหญิงกล่าว
ชายคนที่สองรองถัดมา ก็เดินมาเบื้องหน้าของเจ้าหญิง ยื่นเหล็กแหลมแข็งแกร่งไม่อ่อนนิ่ม ให้เจ้าหญิงลองจับสัมผัสดู
แต่แล้วมันก็ละลายหายไปหมด
' เธอก็อด ตกรอบไปเสียสิ้น '
คนสุดท้ายเดินมาตัวปล่าวไม่มีทรัพย์สิน บอกเจ้าหญิงจงเอามือล้วงลงไปในกางเกง
เจ้าหญิงจึงล้วงลงไปในกางเกงของชายผู้นั้น หน้าเจ้าหญิงก็เริ่มแดง ด้วยความเขินอาย แล้วจึงรีบดึงมือออกโดยพลัน หันมาบอกราชา
' เสด็จพ่อเพคะ ...มัน.... มันยังแข็งอยู่เลยคะ '
ในที่สุดชายคนที่ 3 ก็ได้เป็นผู้ชนะไป
พระราชาสงสัย มันคือะไร อยู่ในกางเกงของชายผู้นั้น ..... ?
ชายคนที่ 3 ไม่ยอมตอบ ได่แต่อมยิ้ม
และก็ได้ล้วงเข้าไปในกางเกงของเขา
แล้วหยิบมันออกมา
มันคือ ? M & M
ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือ เหอๆๆ
คิดอะไรกันอยู่อ่ะ 5555555
4 พฤศจิกายน 2551
สาเหตุที่ผู้ชายบางคนไม่ยอมมีเมีย(ขำขำ)
สาเหตุที่ผม ยังไม่มีภรรยาเพราะว่า ................
ผมสามารถเอ็นจอย xxx ในราคาที่คุ้ม ค่า
เที่ยวทุกอาทิตย์ = 2,000 x 4 = 8,000 บาท/เดือน
= 8000 x 12 = 96,000 บาท/ปี
เลือกได้ทุกรุ่น ทุกขนาด ใหม่ล่าสุดแกะกล่อง ไม่มีข้อผูกพันใดๆ รับประกันคุณภาพและการบริการ
หาเมีย
ต้นทุนระหว่างจีบ = 100,000 up
ต้นทุนดาวน์ = 300,000 บาท up
ค่าที่ อยู่อาศัยให้ = 1,500,000 up
ค่าพาหนะ = 600,000 up
ค่าบำรุง รายเดือน = 50% ของเงินเดือน up
- ไม่รวมค่าเสียเวลาและประสาทเสียจากการแทรกแซง และการไร้คุณภาพเป็นพักๆของ ผลิตภัณฑ์
- ซื้อแล้วห้ามเปลี่ยนคืน ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์อื่นร่วม
- ผลิตภัณฑ์มีอายุยืนยาว แต่คุณภาพเสื่อมทันทีที่ซื้อ
- ผลิตภัณฑ์อาจเป็นสินค้ามือสอง แต่จำหน่ายในราคาเต็ม คุณไม่มีสิทธิ์ครอบครอง ผลิตภัณฑ์ แต่ผลิตภัณฑ์มีสิทธิ์ครอบครองคุณ และทุกสิ่งที่คุณ เป็นเจ้าของ
- ผลิตภัณฑ์เกิดแตกหน่อ รายได้ข้างต้นที่ว่ามาทั้งหมด ต้องหักออกอีก 30% ของรายได้...
'ภรย ตา มา ปรมา ทุกขา' การมีภรรยา มีทุกข์อย่าง ยิ่ง
มีเมีย เหมือนมือถือ ........เป็นเหมือนสื่อคอย ติด ตา ม
มีเมีย เหมือนมียาม .............คอยสอบถามยุ่มย่ามใจ
มี เมีย เหมือนมีบ้าน ..............อยู่นานนานย่อมเบื่อได้
มีเมีย เหมือน มอไซค์ ...........ซิ่งเร็วไปอาจเสี่ยง ตา ย
มีเมีย เหมือน มีรถ ...................ราคาหดเวลาขาย
มีเมีย เหมือนผีพราย ............. หากร่างกายไม่แต่งเติม
มีเมีย เหมือนม้าห้อ .................ควบไม่รอยามฮึก เหิม
มีเมีย เหมือนบัตรเสริม .........ต้องคอยเติมเงินเรื่อยไป
มี เมีย เหมือนปีศาจ ...............ยามอาละวาดน่าตกใจ
มีเมีย เหมือนมี ไห................ปลาร้า....ใส่หลายร้อยปี
มีเมีย เหมือนมี คอมพ์ .........ต้องคอยซ่อมบ่อยเหลือที่
มีเมีย เหมือนปลา กระดี่ .............ได้น้ำดีก็จากไป
มีเมีย เหมือนดั่งเสือ ................ ขย้ำเหยื่อจะเหลือไร
มีเมีย เหมือนกรรไกร........ ตัดทีไรขาดทุกที
มี เมีย ชอบจ่ายดะ ......................ซื้อไม่ละ..นะคุณพี่
มีเมีย ชอบ เซ้าซี้ ........................บ่นทุกทีที่เจอกัน
มีเมีย ละเหี่ย ใจ................ แล้วทำไมชอบมีกัน
ผมสามารถเอ็นจอย xxx ในราคาที่คุ้ม ค่า
เที่ยวทุกอาทิตย์ = 2,000 x 4 = 8,000 บาท/เดือน
= 8000 x 12 = 96,000 บาท/ปี
เลือกได้ทุกรุ่น ทุกขนาด ใหม่ล่าสุดแกะกล่อง ไม่มีข้อผูกพันใดๆ รับประกันคุณภาพและการบริการ
หาเมีย
ต้นทุนระหว่างจีบ = 100,000 up
ต้นทุนดาวน์ = 300,000 บาท up
ค่าที่ อยู่อาศัยให้ = 1,500,000 up
ค่าพาหนะ = 600,000 up
ค่าบำรุง รายเดือน = 50% ของเงินเดือน up
- ไม่รวมค่าเสียเวลาและประสาทเสียจากการแทรกแซง และการไร้คุณภาพเป็นพักๆของ ผลิตภัณฑ์
- ซื้อแล้วห้ามเปลี่ยนคืน ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์อื่นร่วม
- ผลิตภัณฑ์มีอายุยืนยาว แต่คุณภาพเสื่อมทันทีที่ซื้อ
- ผลิตภัณฑ์อาจเป็นสินค้ามือสอง แต่จำหน่ายในราคาเต็ม คุณไม่มีสิทธิ์ครอบครอง ผลิตภัณฑ์ แต่ผลิตภัณฑ์มีสิทธิ์ครอบครองคุณ และทุกสิ่งที่คุณ เป็นเจ้าของ
- ผลิตภัณฑ์เกิดแตกหน่อ รายได้ข้างต้นที่ว่ามาทั้งหมด ต้องหักออกอีก 30% ของรายได้...
'ภรย ตา มา ปรมา ทุกขา' การมีภรรยา มีทุกข์อย่าง ยิ่ง
มีเมีย เหมือนมือถือ ........เป็นเหมือนสื่อคอย ติด ตา ม
มีเมีย เหมือนมียาม .............คอยสอบถามยุ่มย่ามใจ
มี เมีย เหมือนมีบ้าน ..............อยู่นานนานย่อมเบื่อได้
มีเมีย เหมือน มอไซค์ ...........ซิ่งเร็วไปอาจเสี่ยง ตา ย
มีเมีย เหมือน มีรถ ...................ราคาหดเวลาขาย
มีเมีย เหมือนผีพราย ............. หากร่างกายไม่แต่งเติม
มีเมีย เหมือนม้าห้อ .................ควบไม่รอยามฮึก เหิม
มีเมีย เหมือนบัตรเสริม .........ต้องคอยเติมเงินเรื่อยไป
มี เมีย เหมือนปีศาจ ...............ยามอาละวาดน่าตกใจ
มีเมีย เหมือนมี ไห................ปลาร้า....ใส่หลายร้อยปี
มีเมีย เหมือนมี คอมพ์ .........ต้องคอยซ่อมบ่อยเหลือที่
มีเมีย เหมือนปลา กระดี่ .............ได้น้ำดีก็จากไป
มีเมีย เหมือนดั่งเสือ ................ ขย้ำเหยื่อจะเหลือไร
มีเมีย เหมือนกรรไกร........ ตัดทีไรขาดทุกที
มี เมีย ชอบจ่ายดะ ......................ซื้อไม่ละ..นะคุณพี่
มีเมีย ชอบ เซ้าซี้ ........................บ่นทุกทีที่เจอกัน
มีเมีย ละเหี่ย ใจ................ แล้วทำไมชอบมีกัน
มองโลกในแง่ดี กายสดใส ใจเป็นสุข
เขียนโดย สิทธิศักดิ์ ศรีธรรมวัฒนา
นักเขียนบทความการบริหารงานบุคคล
ในสังคมปัจจุบันนี้มี สิ่งที่เข้ามากระทบชีวิต ความเป็นอยู่ ความรู้สึก นึกคิดของเราทุกวินาที หากเราสัมผัส รับเข้ามาแล้วเราไม่มีสติ ปรับเปลี่ยนไม่เป็น เราก็อาจจะเผลอตัว เผลอใจ เกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งนั้นทันที การตอบสนองที่เป็นความดีนั้นก็น่าชื่นชม..แต่การตอบสนองที่ไม่ดีเป็นเรื่อง ที่เราควรระวังให้มาก เพราะทำไปแล้ว ตอบสนองไปแล้วเป็นเรื่องที่จะตามแก้ยาก แม้จะแก้ จะขอโทษไปแล้วแต่ก็มีร่องรอยแผลเป็นในใจของเขาไปตลอดชีวิต..หรือบางเรื่อง อาจจะบอกต่อ เป็นมรดกถ่ายทอดไปยังลูกหลานของเขาด้วย
วันนี้เรามาฝึก สติ มาฝึกควบคุมปฏิกิริยาการตอบสนองกันหน่อยดีไหม โดยเริ่มจากการฝึกคิดในแง่ดี หรือ การคิดเชิงบวกต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาหาเรา..ถ้าสิ่งที่เข้ามาหาเราแล้วเราไม่ชอบ เราโมโห เราโกรธ..เรามาลองฝึกควบคุมสติ ฝึกปรับเปลี่ยนความคิดของเราตามตัวอย่างต่อไปนี้ครับ...
1. เพื่อนนินทาเราในเรื่องที่ไม่จริง
เป็น โอกาสดีแล้วที่เพื่อนคนนั้นเป็นกระจกเงาส่องดูตัวเราอย่างดี ว่าเราอาจจะมี หรือเผลอตัวไปทำอย่างที่เพื่อนคนนั้นว่าก็ได้ เราจะได้มีโอกาสปรับปรุงตัวเอง… หรือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้มีโอกาสชี้แจงความจริงให้คนอื่นเข้าใจเรามากขึ้น ต้องขอบคุณเพื่อนที่สร้างงโอกาสนี้ให้ ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง เพื่อนคนนั้นถ้าเขายังนินทาเราหรือคนอื่น ๆ ไม่หยุด คนอื่นจะไม่คบเขาอีกเลย เพราะกลัวถูกนินทา เขาจะเป็นคนที่น่าสงสารในวันข้างหน้า
2. เพื่อนยืมเงินแล้วไม่คืน
ไม่ เป็นไร..ขอกันกินมากกว่านี้ สงสัยชาติที่แล้วเรายืมเขามา ชาตินี้เขาจึงมาเอาคืน ว่าแล้วก็ไปทำบุญกรวดน้ำให้เขาเป็นสุข ให้เราได้บุญกุศล หมดกรรมซะ หากไม่มีเวรกรรมต่อกัน ก็แสดงว่าเขาก่อเวรเอง ชาติหน้าเขาต้องมาใช้เรา ถือว่าทำบุญไว้เผื่อชาติหน้าก็แล้วกัน …พฤติกรรมแบบนี้ถ้าเราไม่ชอบก็ถือเป็นบทเรียนว่าเราอย่ายืมใคร หรือ เราอย่าโกงใคร…คง ไม่มีใครหรอกที่จะไว้ใจคนที่หักหลัง คดโกงเพื่อนแบบนี้...คราวต่อไปอย่าให้ยืมอีก หรือถ้าจะช่วยเหลือคนอื่นก็ช่วยตามที่สมควร เราไม่เดือดร้อน เราไม่เสียใจภายหลัง
3. แฟนบอกเลิก
ก็ดีนะ ได้เรียนรู้ชีวิตนี่ เป็นการพิสูจน์สัจธรรมอีกครั้งว่า ไม่มีใครที่รักเราเท่าพ่อ แม่ของเรา ..เธอไปก็ดีแล้วหละเราจะได้ว่างเพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่รักเรา ที่เลี้ยงเรามา..เราเพิ่งจะรู้จักกันไม่กี่วันนี้เอง ไม่มีเขามาตั้งนานเรายังอยู่ได้ วันนี้ไม่มีเขาเราก็อยู่ของเราคนเดียวได้เหมือนเดิม .. เลิกกันวันนี้ก็ดีแล้ว ไม่ต้องเสียเงินแต่ง ไม่ต้องมีภาระเลี้ยงลูก เป็นโสด ไปไหน มาไหนได้สบายดี จะได้มีเวลาพัฒนาตนองให้ดีขึ้นกว่าเดิมเดี๋ยวก็มีคนที่ดีกว่าเธอมาชอบเราเอง แหละ ..ขอบคุณจริง ๆ ที่เลิกกับฉัน
4. รักเขา แต่เขาไม่รักเรา
ไม่ เป็นไร พระท่านว่า ความสุขอยู่ที่การให้ ถ้าเราให้ความรักเขาอย่างบริสุทธิ์ใจแล้ว เราก็มีความสุขแล้วไม่ใช่หรือ.. อย่าไปหวังอะไรจากเขาเลย เขาก็มีความรู้สึกรัก ไม่รักของเขาเอง บังคับเขาไม่ได้ เรารักเขา ทำความดีกับเขาอย่างสม่ำเสมอเราก็จะมีความสุขสม่ำเสมอแล้ว..ความรักไม่จำ เป็นต้องลงเอยด้วยการแต่งงานเสมอไปหรอกนะ...หรือหากเขาเห็นความดี เขาก็จะรักเราเอง หรือ ถ้าเขาไม่รัก ก็จะมีคนอื่นมารักความดีของเราเอง รักคนที่เขารักเราดีกว่านะ..
5. ช่วยเพื่อนทุกครั้ง แต่เพื่อนยังคิดร้ายกะเราอีกปลงซะเถอะโยม..คิดว่าช่วยหมาตกน้ำให้รอดตายสักตัวก็แล้วกันหมาบางตัวไม่รู้คุณคน ก็ปล่อยมันไปเถอะอย่าไปเลี้ยงดู คบหากับมันอีก เจ้า เพื่อนคนนี้ก็เหมือนกัน เราช่วยแล้วก็แล้วไป ปล่อยเขาไปเถอะอย่านำเรื่องของเขามาคิดให้ใจเราขุ่นมัวเลย เราคิดใจเราก็ เศร้า ใจเรานี่แหละเป็นทุกข์เอง ตัวเพื่อนคนนั้นมันไปหัวเราะมีความสุขที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ แล้วเราจะนำเรื่องของเขามาทุกข์ มาทำร้ายใจเราเองทำไม ถ้าคิดถึงเรื่องสุข ใจเราก็เป็นสุข เราเลือกที่จะคิด เลือกที่จะทำ ด้วยตัวเราเองได้นี่นา รักษาความสงบสุขในใจเราไว้ดีกว่านะ
6. เราสอนงานหลายครั้งแล้ว เพื่อนก็ยังทำงานผิดอีก
นี่แหละ พระเจ้ากำลังทดสอบความอดทน อดกลั้นของเรา กำลังสอนเราให้เข้าใจคำว่า " คน" มันก็มีดี มีเสียอย่างนี้แหละ บางเรื่องเข้าใจยาก บางเรื่องเข้าใจง่าย ทำง่าย ..ตัวเราเองก็เคยทำผิดหลายครั้ง.. อย่าโกรธ อย่าโมโหเขาเลยนะ เราน่าจะยิ้มให้ใบหน้าเราสวย ๆ ดีกว่า…หรือ ว่าบางทีเราอาจจะสอนเขาไม่ดี..ลองสอนใหม่ ละเอียดขึ้น ทำให้เขาดูก่อน สอบถามเขาเป็นระยะๆ ให้เขาลองทำให้เราดูว่าเขาเข้าใจไหม ติดตามใกล้ชิดขึ้นอย่ารองานเสร็จแล้วค่อยถาม..เขาน่าจะเข้าใจและไม่ทำผิดอีก
7. หัวหน้าให้มาทำงานวันหยุด
ดีแล้ว เราจะได้ทำงานให้เสร็จก่อนคนอื่น ทำงานมาก บริษัทขายดีมีกำไร เราก็มีงานทำ มีรายได้เลี้ยงลูก เลี้ยงพ่อแม่ของเรา …วัน หยุดคนน้อย มีสมาธิทำงานดีกว่าวันปกติ ..ไม่มีคนกวนใจ ได้แต่งตัวสวย ๆ ตามสบายไม่ต้องอยู่ในระเบียบ...หัวหน้ากำลังสอนเรา กำลังปั้นเราให้เก่ง ให้รู้หลายเรื่อง เพิ่มความสามารถ เพิ่มประสบการณ์ให้เรา ที่โรงเรียน ที่บ้านไม่มีสอนหรอกนะ ได้ฝึกตัวเองให้เป็นคนสู้งานหนักถ้าเราทำได้ ทำดีในวันนี้ เราก็อาจจะได้ดีในวันหน้า...
8. พนักงานมาเบิกของในเวลาพัก ขณะงัวเงียจะหลับ
ดี แล้วน้อง ถ้ามัวแต่รอ มัวแต่เกรงใจงานจะไม่ทัน จะเสียเวลาทำงาน บริษัทของเราจะเสียหาย งานของน้องก็เป็นงานของพี่เหมือนกัน หรือวันอื่นพี่จะไปขอความช่วยเหลือจากน้องบ้าง ..พวกเราคนกันเองด้วยกันทั้งนั้น..ไหนมาดูซิเบิกอะไร พี่ช่วยถือไป ส่งไหม...
9. หัวหน้าให้ไปเรียนงานกับคนเราไม่ชอบ
โอกาส ดีที่สุดมาถึงแล้ว ที่เราจะได้มีโอกาสเปิดใจกับเขาตรงไป ตรงมา ที่ผ่านมาเราอาจจะทำไม่ดีกับเขา หรือเราจะไม่เข้าใจกัน จะได้มีโอกาสขอโทษเขา เท่าที่ดูเขาก็เป็นคนดีนะ น่าจะมีความดี ความรู้หลาย ๆ อย่าง ที่เราน่าจะเรียนรู้จากเขา เราจะได้มีเพื่อนเพิ่มอีกคนหนึ่ง ยิ้มและเต็มใจที่จะรับโอกาสดีที่จะเกิดขึ้นกับเรา..ยิ้มและสวัสดีทักทายกับ เขาก่อนดีว่านะ..
10. บริษัทประกาศปิดกิจการ
โอ.. ก็ดีนะ อาจจะเป็นโอกาสที่เราจะได้ลองไปประกอบอาชีพอื่นดูบ้าง หรืออาจจะถึงจังหวะชีวิตที่เราจะได้เป็นเจ้าของกิจการเองแล้วหละ..ลองนั่ง ทบทวนดูว่าเราชอบทำอะไร ..อะไรที่เราทำได้ดี ..อะไรที่เราอยากทำ นั่นแหละคืออนาคตของเรา ..คิดและลงมือทำเลย ถ้าคนอื่นทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ ..ไหน ลองตะโกนบอกตัวเองดัง ๆ 3 ครั้งซิว่า.เราทำได้ เราทำได้และเราทำได้..สู้ ๆ ชีวิตนี้เป็นของเรา..เห็นไหม ความรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย...
เห็นตัวอย่างข้างต้นแล้ว จะเห็นได้ว่าโลกไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป ถึงแม้บางครั้งพายุปัญหาจะถาโถมเข้ามาแรง หรือบางครั้งจะรู้สึกนอนอยู่ในกองขยะ แต่ถ้าเรามีสติ มีการปรับเปลี่ยนความคิดให้เป็นเชิงบวก ให้คิดในแง่ดีได้ เราก็จะมีชีวิตอยู่กับคน อยู่กับสังคม อยู่กับพายุ อยู่กับกองขยะอย่างมีความสุขได้ทุกวันครับ ..
นักเขียนบทความการบริหารงานบุคคล
ในสังคมปัจจุบันนี้มี สิ่งที่เข้ามากระทบชีวิต ความเป็นอยู่ ความรู้สึก นึกคิดของเราทุกวินาที หากเราสัมผัส รับเข้ามาแล้วเราไม่มีสติ ปรับเปลี่ยนไม่เป็น เราก็อาจจะเผลอตัว เผลอใจ เกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งนั้นทันที การตอบสนองที่เป็นความดีนั้นก็น่าชื่นชม..แต่การตอบสนองที่ไม่ดีเป็นเรื่อง ที่เราควรระวังให้มาก เพราะทำไปแล้ว ตอบสนองไปแล้วเป็นเรื่องที่จะตามแก้ยาก แม้จะแก้ จะขอโทษไปแล้วแต่ก็มีร่องรอยแผลเป็นในใจของเขาไปตลอดชีวิต..หรือบางเรื่อง อาจจะบอกต่อ เป็นมรดกถ่ายทอดไปยังลูกหลานของเขาด้วย
วันนี้เรามาฝึก สติ มาฝึกควบคุมปฏิกิริยาการตอบสนองกันหน่อยดีไหม โดยเริ่มจากการฝึกคิดในแง่ดี หรือ การคิดเชิงบวกต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาหาเรา..ถ้าสิ่งที่เข้ามาหาเราแล้วเราไม่ชอบ เราโมโห เราโกรธ..เรามาลองฝึกควบคุมสติ ฝึกปรับเปลี่ยนความคิดของเราตามตัวอย่างต่อไปนี้ครับ...
1. เพื่อนนินทาเราในเรื่องที่ไม่จริง
เป็น โอกาสดีแล้วที่เพื่อนคนนั้นเป็นกระจกเงาส่องดูตัวเราอย่างดี ว่าเราอาจจะมี หรือเผลอตัวไปทำอย่างที่เพื่อนคนนั้นว่าก็ได้ เราจะได้มีโอกาสปรับปรุงตัวเอง… หรือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้มีโอกาสชี้แจงความจริงให้คนอื่นเข้าใจเรามากขึ้น ต้องขอบคุณเพื่อนที่สร้างงโอกาสนี้ให้ ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง เพื่อนคนนั้นถ้าเขายังนินทาเราหรือคนอื่น ๆ ไม่หยุด คนอื่นจะไม่คบเขาอีกเลย เพราะกลัวถูกนินทา เขาจะเป็นคนที่น่าสงสารในวันข้างหน้า
2. เพื่อนยืมเงินแล้วไม่คืน
ไม่ เป็นไร..ขอกันกินมากกว่านี้ สงสัยชาติที่แล้วเรายืมเขามา ชาตินี้เขาจึงมาเอาคืน ว่าแล้วก็ไปทำบุญกรวดน้ำให้เขาเป็นสุข ให้เราได้บุญกุศล หมดกรรมซะ หากไม่มีเวรกรรมต่อกัน ก็แสดงว่าเขาก่อเวรเอง ชาติหน้าเขาต้องมาใช้เรา ถือว่าทำบุญไว้เผื่อชาติหน้าก็แล้วกัน …พฤติกรรมแบบนี้ถ้าเราไม่ชอบก็ถือเป็นบทเรียนว่าเราอย่ายืมใคร หรือ เราอย่าโกงใคร…คง ไม่มีใครหรอกที่จะไว้ใจคนที่หักหลัง คดโกงเพื่อนแบบนี้...คราวต่อไปอย่าให้ยืมอีก หรือถ้าจะช่วยเหลือคนอื่นก็ช่วยตามที่สมควร เราไม่เดือดร้อน เราไม่เสียใจภายหลัง
3. แฟนบอกเลิก
ก็ดีนะ ได้เรียนรู้ชีวิตนี่ เป็นการพิสูจน์สัจธรรมอีกครั้งว่า ไม่มีใครที่รักเราเท่าพ่อ แม่ของเรา ..เธอไปก็ดีแล้วหละเราจะได้ว่างเพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่รักเรา ที่เลี้ยงเรามา..เราเพิ่งจะรู้จักกันไม่กี่วันนี้เอง ไม่มีเขามาตั้งนานเรายังอยู่ได้ วันนี้ไม่มีเขาเราก็อยู่ของเราคนเดียวได้เหมือนเดิม .. เลิกกันวันนี้ก็ดีแล้ว ไม่ต้องเสียเงินแต่ง ไม่ต้องมีภาระเลี้ยงลูก เป็นโสด ไปไหน มาไหนได้สบายดี จะได้มีเวลาพัฒนาตนองให้ดีขึ้นกว่าเดิมเดี๋ยวก็มีคนที่ดีกว่าเธอมาชอบเราเอง แหละ ..ขอบคุณจริง ๆ ที่เลิกกับฉัน
4. รักเขา แต่เขาไม่รักเรา
ไม่ เป็นไร พระท่านว่า ความสุขอยู่ที่การให้ ถ้าเราให้ความรักเขาอย่างบริสุทธิ์ใจแล้ว เราก็มีความสุขแล้วไม่ใช่หรือ.. อย่าไปหวังอะไรจากเขาเลย เขาก็มีความรู้สึกรัก ไม่รักของเขาเอง บังคับเขาไม่ได้ เรารักเขา ทำความดีกับเขาอย่างสม่ำเสมอเราก็จะมีความสุขสม่ำเสมอแล้ว..ความรักไม่จำ เป็นต้องลงเอยด้วยการแต่งงานเสมอไปหรอกนะ...หรือหากเขาเห็นความดี เขาก็จะรักเราเอง หรือ ถ้าเขาไม่รัก ก็จะมีคนอื่นมารักความดีของเราเอง รักคนที่เขารักเราดีกว่านะ..
5. ช่วยเพื่อนทุกครั้ง แต่เพื่อนยังคิดร้ายกะเราอีกปลงซะเถอะโยม..คิดว่าช่วยหมาตกน้ำให้รอดตายสักตัวก็แล้วกันหมาบางตัวไม่รู้คุณคน ก็ปล่อยมันไปเถอะอย่าไปเลี้ยงดู คบหากับมันอีก เจ้า เพื่อนคนนี้ก็เหมือนกัน เราช่วยแล้วก็แล้วไป ปล่อยเขาไปเถอะอย่านำเรื่องของเขามาคิดให้ใจเราขุ่นมัวเลย เราคิดใจเราก็ เศร้า ใจเรานี่แหละเป็นทุกข์เอง ตัวเพื่อนคนนั้นมันไปหัวเราะมีความสุขที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ แล้วเราจะนำเรื่องของเขามาทุกข์ มาทำร้ายใจเราเองทำไม ถ้าคิดถึงเรื่องสุข ใจเราก็เป็นสุข เราเลือกที่จะคิด เลือกที่จะทำ ด้วยตัวเราเองได้นี่นา รักษาความสงบสุขในใจเราไว้ดีกว่านะ
6. เราสอนงานหลายครั้งแล้ว เพื่อนก็ยังทำงานผิดอีก
นี่แหละ พระเจ้ากำลังทดสอบความอดทน อดกลั้นของเรา กำลังสอนเราให้เข้าใจคำว่า " คน" มันก็มีดี มีเสียอย่างนี้แหละ บางเรื่องเข้าใจยาก บางเรื่องเข้าใจง่าย ทำง่าย ..ตัวเราเองก็เคยทำผิดหลายครั้ง.. อย่าโกรธ อย่าโมโหเขาเลยนะ เราน่าจะยิ้มให้ใบหน้าเราสวย ๆ ดีกว่า…หรือ ว่าบางทีเราอาจจะสอนเขาไม่ดี..ลองสอนใหม่ ละเอียดขึ้น ทำให้เขาดูก่อน สอบถามเขาเป็นระยะๆ ให้เขาลองทำให้เราดูว่าเขาเข้าใจไหม ติดตามใกล้ชิดขึ้นอย่ารองานเสร็จแล้วค่อยถาม..เขาน่าจะเข้าใจและไม่ทำผิดอีก
7. หัวหน้าให้มาทำงานวันหยุด
ดีแล้ว เราจะได้ทำงานให้เสร็จก่อนคนอื่น ทำงานมาก บริษัทขายดีมีกำไร เราก็มีงานทำ มีรายได้เลี้ยงลูก เลี้ยงพ่อแม่ของเรา …วัน หยุดคนน้อย มีสมาธิทำงานดีกว่าวันปกติ ..ไม่มีคนกวนใจ ได้แต่งตัวสวย ๆ ตามสบายไม่ต้องอยู่ในระเบียบ...หัวหน้ากำลังสอนเรา กำลังปั้นเราให้เก่ง ให้รู้หลายเรื่อง เพิ่มความสามารถ เพิ่มประสบการณ์ให้เรา ที่โรงเรียน ที่บ้านไม่มีสอนหรอกนะ ได้ฝึกตัวเองให้เป็นคนสู้งานหนักถ้าเราทำได้ ทำดีในวันนี้ เราก็อาจจะได้ดีในวันหน้า...
8. พนักงานมาเบิกของในเวลาพัก ขณะงัวเงียจะหลับ
ดี แล้วน้อง ถ้ามัวแต่รอ มัวแต่เกรงใจงานจะไม่ทัน จะเสียเวลาทำงาน บริษัทของเราจะเสียหาย งานของน้องก็เป็นงานของพี่เหมือนกัน หรือวันอื่นพี่จะไปขอความช่วยเหลือจากน้องบ้าง ..พวกเราคนกันเองด้วยกันทั้งนั้น..ไหนมาดูซิเบิกอะไร พี่ช่วยถือไป ส่งไหม...
9. หัวหน้าให้ไปเรียนงานกับคนเราไม่ชอบ
โอกาส ดีที่สุดมาถึงแล้ว ที่เราจะได้มีโอกาสเปิดใจกับเขาตรงไป ตรงมา ที่ผ่านมาเราอาจจะทำไม่ดีกับเขา หรือเราจะไม่เข้าใจกัน จะได้มีโอกาสขอโทษเขา เท่าที่ดูเขาก็เป็นคนดีนะ น่าจะมีความดี ความรู้หลาย ๆ อย่าง ที่เราน่าจะเรียนรู้จากเขา เราจะได้มีเพื่อนเพิ่มอีกคนหนึ่ง ยิ้มและเต็มใจที่จะรับโอกาสดีที่จะเกิดขึ้นกับเรา..ยิ้มและสวัสดีทักทายกับ เขาก่อนดีว่านะ..
10. บริษัทประกาศปิดกิจการ
โอ.. ก็ดีนะ อาจจะเป็นโอกาสที่เราจะได้ลองไปประกอบอาชีพอื่นดูบ้าง หรืออาจจะถึงจังหวะชีวิตที่เราจะได้เป็นเจ้าของกิจการเองแล้วหละ..ลองนั่ง ทบทวนดูว่าเราชอบทำอะไร ..อะไรที่เราทำได้ดี ..อะไรที่เราอยากทำ นั่นแหละคืออนาคตของเรา ..คิดและลงมือทำเลย ถ้าคนอื่นทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ ..ไหน ลองตะโกนบอกตัวเองดัง ๆ 3 ครั้งซิว่า.เราทำได้ เราทำได้และเราทำได้..สู้ ๆ ชีวิตนี้เป็นของเรา..เห็นไหม ความรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย...
เห็นตัวอย่างข้างต้นแล้ว จะเห็นได้ว่าโลกไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป ถึงแม้บางครั้งพายุปัญหาจะถาโถมเข้ามาแรง หรือบางครั้งจะรู้สึกนอนอยู่ในกองขยะ แต่ถ้าเรามีสติ มีการปรับเปลี่ยนความคิดให้เป็นเชิงบวก ให้คิดในแง่ดีได้ เราก็จะมีชีวิตอยู่กับคน อยู่กับสังคม อยู่กับพายุ อยู่กับกองขยะอย่างมีความสุขได้ทุกวันครับ ..
3 พฤศจิกายน 2551
วิธีรักษาสิวหายภายในวันเดียว
พร้อมรึยัง ............. เริ่ม
วิธีนี้ อาจไม่เป็นผลดีต่อตัวเองนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
บอกทีละ ขั้นตอนเลยนะ
1. ตื่นเช้ามาวันแรก ... ให้อดข้าว
2. ข้าวกลางวันก็ ... ไม่ต้องกิน
3. พอถึงข้าวเย็นก็ ... ไม่ต้องกิน ( อดทนหน่อยนะใกล้แล้ว )
4. กลางคืน ... นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
5. ตื่นเช้ามาอีกวันก็ . อย่าเพิ่งกินข้าวเช้านะคะ
6. เมื่อเราไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน ... พอถึงตอน ... 'สายก็จะหิว'
.
.
. .
.
.
สายก็จะหิวววววววววววววว......
.
.
.
.
.
'สายก็จะหิว' = สิวก็จะหาย
กร๊ากกกกกๆๆๆๆ
วิธีนี้ อาจไม่เป็นผลดีต่อตัวเองนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
บอกทีละ ขั้นตอนเลยนะ
1. ตื่นเช้ามาวันแรก ... ให้อดข้าว
2. ข้าวกลางวันก็ ... ไม่ต้องกิน
3. พอถึงข้าวเย็นก็ ... ไม่ต้องกิน ( อดทนหน่อยนะใกล้แล้ว )
4. กลางคืน ... นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
5. ตื่นเช้ามาอีกวันก็ . อย่าเพิ่งกินข้าวเช้านะคะ
6. เมื่อเราไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน ... พอถึงตอน ... 'สายก็จะหิว'
.
.
. .
.
.
สายก็จะหิวววววววววววววว......
.
.
.
.
.
'สายก็จะหิว' = สิวก็จะหาย
กร๊ากกกกกๆๆๆๆ
2 พฤศจิกายน 2551
ผู้ชายก็เป็นแบบนี้
- นมและก้นของผู้หญิง คือสิ่งที่เรียกว่า Sexy
- หนังโป๊ คือ ปัจจัย 5 ของผู้ชาย (บางคนอาจเป็น 4 หรือ 3)
- ถ้าหนุ่มๆ รวมกลุ่มคุยกัน ให้สันนิษฐานได้เลยว่า นินทาเรื่องผู้หญิงอยู่
- ชอบอวดกับเพื่อนๆ ว่า ได้แอ้มใครบ้าง (ไม่ดีๆ)
- ได้จับมือ แล้วจะลามไปจุดอื่น เข้ากับสำนวนที่ว่า ได้คืบจะเอาศอก
- เห็นผู้หญิงคนอื่น สวยกว่าแฟนตัวเองเสมอ
- หาเรื่องแต๊ะอั๋งเมื่อมีโอกาส
- ชอบวิจารณ์แฟนตัวเอง
- เมื่อก่อนการจูบเป็นการแสดงความรักขั้นพื้นฐาน เดี๋ยวนี้ การมีเพศสัมพันธ์จะเป็นการแสดงความรักขั้นพื้นฐาน
- การโกหกเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต
- สาวอายุเยอะกว่า เป็นสิ่งท้าทาย
- สาวอายุน้อยกว่า เป็นหมูในอวย
- สาวอายุเท่ากัน เป็นเพื่อนกันดีกว่า
- ขาว สวย หมวย อึ๋ม คือปรัชญาการใช้ชีวิต
- อ้วน คล้ำ ดำ เตี้ย คือข้อห้ามขั้นสูงสุด
- รถไฟชนกัน เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
- ชอบปฏิบัติมากกว่าทฤษฎีในวิชาเพศศึกษา
- ชอบตดและเรอแข่งกันกับเพื่อน
- ไม่ชอบพับผ้าห่มและที่นอน
- ชอบดูหนังบู๊
- เกลียดหนังรัก
- แต่ตอนเพิ่งคบกัน ชอบชวนไปดูหนังสยองขวัญ
- สูบบุหรี่เพราะคิดว่าเท่ (สาวที่ไหนบอกมันวะ)
- อวดเก่งต่อหน้าผู้หญิงเป็นประจำ หน้าแตกกลับมาทุกครั้ง
- การใช้กำลังเป็นสิ่งที่มัดใจสาวๆ เช่น เตะหมาโชว์ เป็นต้น
- ชอบแอบมองผู้หญิงอื่น เวลาโดนจับได้ ก็จะวิจารณ์เค้า (เอากะมันดิ)
- นอนตื่นสายไม่ทันดูหนังจักรๆ วงศ์ๆ
- ฉลาดในเรื่องโง่ๆ
- คนอื่นมองแฟนตัวเองไม่ได้
- ตัวเองมองแฟนคนอื่นได้
- สุดท้าย ถ้าอ่านแล้ว ข้อไหนตรงกับตัวเอง จะไม่ยอมรับความจริง
- หนังโป๊ คือ ปัจจัย 5 ของผู้ชาย (บางคนอาจเป็น 4 หรือ 3)
- ถ้าหนุ่มๆ รวมกลุ่มคุยกัน ให้สันนิษฐานได้เลยว่า นินทาเรื่องผู้หญิงอยู่
- ชอบอวดกับเพื่อนๆ ว่า ได้แอ้มใครบ้าง (ไม่ดีๆ)
- ได้จับมือ แล้วจะลามไปจุดอื่น เข้ากับสำนวนที่ว่า ได้คืบจะเอาศอก
- เห็นผู้หญิงคนอื่น สวยกว่าแฟนตัวเองเสมอ
- หาเรื่องแต๊ะอั๋งเมื่อมีโอกาส
- ชอบวิจารณ์แฟนตัวเอง
- เมื่อก่อนการจูบเป็นการแสดงความรักขั้นพื้นฐาน เดี๋ยวนี้ การมีเพศสัมพันธ์จะเป็นการแสดงความรักขั้นพื้นฐาน
- การโกหกเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต
- สาวอายุเยอะกว่า เป็นสิ่งท้าทาย
- สาวอายุน้อยกว่า เป็นหมูในอวย
- สาวอายุเท่ากัน เป็นเพื่อนกันดีกว่า
- ขาว สวย หมวย อึ๋ม คือปรัชญาการใช้ชีวิต
- อ้วน คล้ำ ดำ เตี้ย คือข้อห้ามขั้นสูงสุด
- รถไฟชนกัน เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
- ชอบปฏิบัติมากกว่าทฤษฎีในวิชาเพศศึกษา
- ชอบตดและเรอแข่งกันกับเพื่อน
- ไม่ชอบพับผ้าห่มและที่นอน
- ชอบดูหนังบู๊
- เกลียดหนังรัก
- แต่ตอนเพิ่งคบกัน ชอบชวนไปดูหนังสยองขวัญ
- สูบบุหรี่เพราะคิดว่าเท่ (สาวที่ไหนบอกมันวะ)
- อวดเก่งต่อหน้าผู้หญิงเป็นประจำ หน้าแตกกลับมาทุกครั้ง
- การใช้กำลังเป็นสิ่งที่มัดใจสาวๆ เช่น เตะหมาโชว์ เป็นต้น
- ชอบแอบมองผู้หญิงอื่น เวลาโดนจับได้ ก็จะวิจารณ์เค้า (เอากะมันดิ)
- นอนตื่นสายไม่ทันดูหนังจักรๆ วงศ์ๆ
- ฉลาดในเรื่องโง่ๆ
- คนอื่นมองแฟนตัวเองไม่ได้
- ตัวเองมองแฟนคนอื่นได้
- สุดท้าย ถ้าอ่านแล้ว ข้อไหนตรงกับตัวเอง จะไม่ยอมรับความจริง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)