Google
 

30 ตุลาคม 2551

ถ่านนาฬิกา-ความรัก

บ่อยครั้งที่ ความรัก ทำให้เราลืมไปในหลายๆ สิ่ง

ลืมว่า...

เราเคยกินข้าวคนเดียว. . . โดยไม่รู้สึกเหงา
เราถือกระเป๋าเองได้. . . โดยไม่รู้สึกหนัก
เคยเดินกลับบ้านคนเดียว. . . โดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก


ยิ่งกับความรัก ที่คบกันเนิ่นนาน
ยิ่งเนิ่นนาน ความผูกพันก็ยิ่งมาก
เมื่อความผูกพันเริ่มมาก ชีวิตเราก็มีแต่ความเคยชิน


เคยชินที่จะกินข้าวกับเขา ดูหนังกับเขา
เดินกลับบ้านกับเขา โดยมีเขาเอื้อมมือมาถือกระเป๋าให้
ความรัก ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงอ่อนแอลงหรอก
แต่ความรัก มักทำให้ผู้หญิงลืมการใช้ชีวิตคนเดียว


ไม่ต่างจากนาฬิกาแขวนผนัง ที่เดินบอกเวลาไปเรื่อยๆ
โดยลืมไปว่าที่นาฬิกาเดินได้นั้น เพราะมีถ่านให้พลังงานอยู่
ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าถ่านจะหมด
เป็นไปได้...พอๆ กับความรักที่เคยมีมาจะหมดลง


ซึ่งถ้าวันที่ถ่านหมดมาถึงจริงๆ
ถึงแม้สองเข็มนาฬิกาจะหยุดเดิน แต่เชื่อไหมว่า...เวลายังเคลื่อนไป
เวลาบนโลกนี้ไม่ได้หยุดเหมือนสองเข็มนาฬิกา
ความรักที่หมดลงแล้วนั้น ก็เช่นกัน


ความรักหมด แต่ไม่ได้หมายความว่า "ชีวิต" จะหมด
ชีวิตของเรา ยังก้าวเดินต่อไปได้เสมอ


อาจเหงาบ้าง ที่ต้องกลับมากินข้าวคนเดียว เดินคนเดียว
อาจเจ็บปวดบ้าง ที่เบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคยไม่ปรากฏบนหน้าจอบ่อยๆ อีกแล้ว
แต่เชื่อไหมว่า ก่อนหน้าที่ไม่มีเขา เราก็ยังอยู่อย่างมีความสุขได้


หากชีวิตคือนาฬิกา และ เข็มสองเข็มคือความรัก


มันก็ยังมีโอกาสที่จะใส่ถ่านความรักก้อนใหม่อยู่ทุกเวลา และเข็มสองเข็มก็ยังมีโอกาสเริ่มเดินต่อไปอีกครั้งหนึ่ง. . .

28 ตุลาคม 2551

เวลาพิมพ์ต้องระวัง

'ลูกชายผมสองขวบมีไข่สูงมากให้กินพาราได้ไหม ขอคำตอบด่วนครับ'

'แฟนเป็นคนเสียวดังมากครับ ผมอายคนอื่นเค้า ผมจะเตือนเธอยังไงดีครับ'

'กลุ้มใจจัง แฟนเราเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยจะอม ใครง่าย ๆ'

' มีพี่ที่ทำงานคนนึงเพิ่งเข้ามาทำงาน เธอเป็นลูกน้องผมแต่อายุแก่กว่าผมมาก ผมจะสอยเธอยังไงดี! ครับถึงจะไม่น่าเกลียด'

' สามีมีปัญหาในการนอนค่ะเค้าชอบนอนหนุนหมอย นิ่ม ๆ ไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ พอจะ รู้จักยี่ห้อดี ๆ มั้ยคะ'

' ถ้าง่วงก็ลองเคี้ยวหมาฝรั่งดูสิคะเผื่อจะหาย'

' เดือนหน้าดิฉันจะมีเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย เค้าชอบช้างมากค่ะ ช่วยแนะนำทัวร์ที่มีโปรแกรมขี้ช้างให้หน่อยได้มั้ยคะ'

' เจอรูแฟนเก่าในโทรศัพท์มือถือแฟน หมายความว่ายังงัย'

' อยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ที่ปิดไฟมืด ๆ แล้วฉายภาพดาวน่ะค่ะไม่ทราบว่าเข้าชมฟรี รึต้องเสียตัวด้วยรึป่าวคะ

' ข่าวดีค่ะปลื้มใจอยากบอก ไปขยายรูแต่งงานมาแล้ว ออกมาสวยมาก ๆ ขนาดแฟนเป็นคนไม่ค่อยพูด ยังออกปากชม ไม่รู้มาก่อนว่าดีแบบนี้ เพื่อน ๆ ไปขยายที่ไหนกับบ้างคะ'

' พี่ ๆ ครับ ผมจะไปสอบใบขับขี่พรุ่งนี้แต่ผมยังไม่ชำนาญ เรื่องการถอยรถเข้า ซ่องเลย ใครพอแนะนำเทคนิคได้บ้างครับ'

' ถามเลขาค่ะ พานายฝรั่งไปไหนดีไม่ชอบซิสเลอร์เลย วันก่อนไปกินกับนายฝรั่งหลายๆ คน สั่งไส้กรอกรวมกินกันแล้วปรากฏว่าบรรยากาศเงียนมาก ๆ'

' ผมมีปัญหากับแฟนใหม่ของเธอครับ ไม่น่าคิดมากเลย แค่โทรเรียกเธอมาเจอเพราะอยากเลียร์ ให้มันสบายใจทั้งสองฝ่าย'

' ขอถามหน่อยค่ะ ใบพลูเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ไหน คุณยายข้างบ้านกินแต่ หมา เปล่า ๆ มานานแล้ว บอกว่าเคี้ยวไม่อร่อย'

' แถวสี่พระยามีร้านอัดรูดี ๆ มั้ยครับ อ้อ แล้วรูขนาด 4' x 6' นี่จะเล็กไปมั้ย ครับ'

' จะไปเชียงใหม่ค่ะหนุ่มคนเมืองที่ไหนพอแนะนำได้บ้างคะ อยากถามว่า ขนมจีนน้ำเจี๊ยวที่ไหนอร่อยบ้าง'

'จิงๆหงษ์น่าจะไม่แพ้เป็นอย่างน้อยถ้า(ตั้งช้าหน่อยครับเพิ่งว่าว)'

'ผมตกขาวมากเลยครับ เกือบไม่ได้ไปดูงาน NIKON DAY 2006 '

'นศ หญิงสมัยนี้ทำไมชอบใส่เสื้อชายสั้นๆ แล้วปล่อยให้หอยออกมาอยู่นอกกระโปรงกัน นะ ไม่น่ารักเลย'

'ผมหา ลึงค์ กระทู้หมาฝรั่งไม่เจอแล้วสิ'

'ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพฺ์วันเดียว ตกขาวเลยละเธอ'

'ถามท่านผู้รู้หน่อยคับ : ทำไงดีคับ เครื่องเสียวผมใช้งานไม่ได้'

24 ตุลาคม 2551

Problem with the Chinese Names

Chinese Names - Annie Wan (Anyone)

Caller: Hello, can I speak to Annie Wan? ( anyone)
Operator : Yes, you can speak to me.

Caller: No, I want to speak to Annie Wan!
Operator: You are talking to someone! Who is this?

Caller: I'm Sam Wan ( someone) And I need to talk to Annie Wan! It's urgent.
Operator: I know you are someone and you want to talk to anyone! But what's this urgent matter about?

Caller: Well... just tell my sister Annie Wan that our brother Noel Wan ( no one ) was involved in an accident. Noel Wan got injured and now Noel Wan is being sent to the hospital. Right now, Avery Wan is on his way to the hospital.

Operator: Look if no one was injured and no one was sent to the hospital, then the accident isn't an urgent matter! You may find this hilarious but I don't have time for this!

Caller: You are so rude! Who are you?
Operator: I'm Saw Lee. (sorry)

Caller: Yes! You should be sorry. Now give me your name!!

22 ตุลาคม 2551

ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิต

สาสน์จากท่าน Dalai Lama ที่ได้กล่าวไว้สำหรับปี 2008 นี้ คุณใช้เวลาในการอ่านและคิดตาม เพียง 2-3 นาทีเท่านั้น
โปรดอย่าเก็บคำสอนนี้ไว้คนเดียว มิเช่นนั้นมนตราที่ส่งมานี้จะจากคุณไปภายใน 96 ชั่วโมง แล้ว…คุณจะได้พบกับสิ่งประหลาดมหัศจรรย์ที่คุณจะยินดีมาก

ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิต

1. ระลึกเสมอว่า การจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็ต้องประสบกับความเสี่ยงอัน มหาศาลดุจกัน
2. เมื่อคุณแพ้ อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน
3. จงปฏิบัติตาม 3Rs
3.1 เคารพตนเอง (Respect for self)
3.2 เคารพผู้อื่น (Respect for others)
3.3 รับผิดชอบต่อการกระทำของตน (Responsibility for all your actions)
4. จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนบางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์
5. จงเรียนรู้กฎ เพื่อจะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม
6. จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ
7. เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข
8. จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน
9. จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป
10. จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด
11. จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อที่ว่าเมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับมาคุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำลงไปได้อีกครั้ง
12. บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต
13. เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต
14. จงแบ่งปันความรู้ เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ
15. จงสุภาพกับโลกใบนี้
16. จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้ง
17. จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือความรักมิใช่ความใคร่
18. จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ
19. จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง


โปรดส่งมนตรานี้ต่อ ๆ ไป อย่างน้อย 5 คน แล้วชี วิตของคุณจะดีขึ้นตามลำดับ ดังนี้

0-4 คน : ชีวิตของคุณจะดีขึ้นเล็กน้อย
5-9 คน : ชีวิตของคุณจะเป็นไปตามที่คุณต้องการให้เป็น
10-14 คน : คุณจะพบสิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจอย่างน้อย 5 อย่างในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า
15 คนขึ้นไป : ชีวิตคุณจะดีขึ้นอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ และทุกสิ่งที่คุณฝันไว้จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

20 ตุลาคม 2551

ประกาศเพิกถอนยา

ขณะนี้อนุกรรมการควบคุมอันตรายจากการใช้ยา มีมติในรอบแรกว่า ให้เพิกถอนยาที่มีส่วนผสมของ พีพีเอ ซึ่งมีผลทำให้เลือดออกในสมองได้ ต่อไปนี้

1. ทิฟฟี่
2. ดีคอลเจน
3. นูต้า
4. นูต้าโคล
5. ทิพทอพ
6. ฟาโคเจน
7. โคลัยซาล
8. ไดมีเท๊ป

มาม่า ไวไว แบบถ้วย

มีผู้แจ้งข่าวเกี่ยวกับอันตรายของการกินบะหมี่สำเร็จรูปที่บรรจุในถ้วย (Cup) ว่าหลานของเพื่อนเขาชอบกินบะหมี่ใส่ถ้วยมาก ต่อมาแพทย์ตรวจพบว่าผนังกระเพาะอาหารของหลานผู้นี้มีขี้ผึ้ง (wax) เคลือบอยู่ คาดว่ามาจากบะหมี่สำเร็จรูปที่บรรจุในถ้วย ซึ่งเคลือบด้วยขี้ผึ้งชนิดที่กินได้ แต่แม้จะเป็นขี้ผึ้งชนิดที่กินได้ การรับประทานเข้าไปเป็นประจำก็ทำให้ตับของเรากำจัดออกไปได้ยาก หลานของเพื่อนคนนี้ ได้เสียชีวิตไปแล้ว

เมื่อรับการผ่าตัดเพื่อลอกเอาขี้ผึ้งที่เคลือบผนังกระเพาะออก ฉะนั้น โปรดอย่าได้ลวกบะหมี่ หรืออาหารอื่นใดในถ้วยบรรจุ แต่ให้เทลง ในชามก่อนแล้วจึงใส่น้ำร้อนลง ไป

สคบ .. เตือนประชาชน
ระวังติดเชื้อโรค หากบริโภคเลือดหมูและคอหมูย่างที่ไม่สะอาด
หลังพบคนงานโรงฆ่าสัตว์บางแห่ง ใช้เท้ากวนเลือดหมูหน้าตาเฉย และฉีดวัคซีนป้องกันโรคเข้าคอหมู โดยไม่เปลี่ยนเข็ม ระบุทุกกรรมวิธีเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคอย่างดีที่ผ่านมาผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์ยังฆ่าสัตว์ด้วยวิธีโบราณ คือการทุบหัวและแทงคอ นอกจากนี้ ยังพบว่ากระบวนการฆ่าสัตว์ในโรงฆ่าสัตว์ ไม่มีความสะอาด และไม่ได้มาตรฐานแต่อย่างใดซึ่งส่วนนี้นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการละเมิดสิทธิผู้บริโภค ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและทำการถ่ายวิดีโอขั้นตอนการชำแหละเนื้อสัตว์ ซึ่งพบว่ามีความสะอาดไม่เพียงพอการบริโภค โดยเฉพาะในส่วนของเลือดหมูนั้นปรากฏ ว่า คนงานจะใช้เท้าคนเลือดเพื่อไม่ให้แข็งตัวในขณะที่มือก็กำลังหั่นหมูที่แขวนอยู่ด้วย ในส่วนของ จ . นครปฐม พบว่ายังมีปัญหาอยู่ ซึ่งจากการออกตรวจพบว่า ได้มีการฆ่าสัตว์ 400-500 ตัวต่อวัน แต่มีการฆ่าในโรงฆ่าสัตว์เพียงแค่ 21 ตัวเท่านั้น นอกนั้นได้นำมาชำแหละที่ฟุตบาท และอยากเตือนคนที่ชอบกินคอหมูย่างเพราะพบว่า ชาวบ้านที่เลี้ยงหมูได้ฉีดวัคซีนแก้ปากเปื่อยเท้าเปื่อยที่คอหมูทุกตัว โดยไม่มีการเปลี่ยนเข็ม ซึ่งตรงนี้ทำให้หมูติดเชื้อโรคที่มาจากเข็มฉีดยาได้ง่าย หมูบางตัวติดเชื้อจนคอเป็นหนอง ซึ่งหากใครกินเนื้อหมูที่ติดเชื้อเข้าไปก็อาจเป็นอันตราย

บอกต่อทุกๆ คนนะ กระจายข่าวด้วย อาจจะไม่ได้ส่งถึงทุกคน

15 ตุลาคม 2551

ช่องว่างระหว่างวัยในการทำงาน(อ่านดู..ใช่เลย...)

หนึ่งในสาเหตุของความเครียดในที่ทำงาน คือ การที่คนหลายรุ่น หลายวัย หลายความคิด ต้องมาทำงานร่วมกัน ความแตกต่างระหว่างเลขวัยที่สัมพันธ์กับเลขไมล์ของประสบการณ์ มักนำมาซึ่งความไม่เข้าใจกัน..จนก่อตัวเป็นความขัดแย้งในที่สุด บางทีความแตกต่าง คือ กุญแจแห่งความสำเร็จ เพียงขอเปิดใจทำความรู้จักคนแต่ละรุ่น ให้ลึกซึ้งก็จะได้พบโลกใบใหม่ที่งดงาม หลากหลาย และหากเลือกที่จะสื่อสารได้อย่างถูกช่องถูกกลุ่มก็อาจจะได้อะไรใหม่ ๆ คาดไม่ถึง ใครเป็นใครในที่ทำงาน เราจะแบ่งรุ่นของคนทำงานในที่ทำงานให้ชัด ๆ ก่อน โดยจำแนกจากช่วงปีเกิด ซึ่งจะสัมพันธ์กับประสบการณ์ในช่วงเติบโต ทำให้เห็นยุคสมัยที่หล่อหลอมความคิดของพวกเขาได้ชัดเจนขึ้น

กลุ่มลายคราม : คนที่เกิดก่อนปี 2498

ลายคราม...ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษา หรือเป็นพนักงานวัยใกล้เกษียณ คนกลุ่มนี้จะมีผู้คนนับหน้าถือตามากมาย อันเนื่องมาจากประสบการณ์การทำงานอันยาวนานของพวกเขานั่นเอง คนกลุ่มนี้จะเกิดก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จะยุติ จึงเติบโตมาท่ามกลางสภาพบ้านเมืองที่มีทรัพยากรที่จำกัด ทำให้รู้จักคุณค่าของเงิน มักมีคุณลักษณะที่มั่นคงเชื่อใจได้ สู้งานหนัก ใช้จ่ายอย่างรู้คิด และภักดีต่อองค์กรสูง


กลุ่ม Baby Boom: คนที่เกิดช่วงปี 2499 – 2507

หลังสงครามยุติ ประเทศเข้าสู่ความสงบ การรณรงค์คุมกำเนิดยังไม่แพร่หลาย จึงเกิดพลเมืองตัวน้อย ๆ ขึ้นมากมาย Baby Boom เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และแข่งขันกับคนวัยเดียวกันเพื่อให้ได้งาน ยิ่งเมื่อประเทศกำลังพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่ยุคความเป็นอุตสาหกรรม Baby Boom ก็ยิ่งจำเป็นต้องทำงานหนักมากขึ้น เต็มเหยียดวันละ 8 ชั่วโมง 6 วันต่อสัปดาห์ ลูกจ้าง Baby Boom มักเคยชินต่อการพิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้นายจ้างยอมรับในศักยภาพ การจะก้าวไปสู่ตำแหน่งใหญ่นั้นต้องใช้เวลาและแรงผลักดันอย่างสูง

กลุ่ม Generation–X: คนที่เกิดช่วงปี 2508 – 2523

Generation–X ลืมตาดูโลกในช่วงเวลาที่มนุษยชาติส่งยานอวกาศออกไปนอกโลกได้สำเร็จ ของเล่นสุดฮิตของเด็กรุ่นจึงไม่ใช่ม้าโยก หรือตุ๊กตาหมีอีกต่อไป แต่เป็นวิดีโอเกม เกมกด และ Walkman พวกเขาเติบโตมาในยุครอยต่อของ Analog กับ Digital อยู่ท่ามกลางเทคโนโลยีที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ ทว่าที่สังคมเปลี่ยนแปลงในทางวัตถุนี้ กลับทำให้สถาบันครอบครัวสั่นคลอน ความภักดีต่อองค์กรของคนรุ่นนี้จึงคลายลงมาก นำมาสู่การลาออก และเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น ไม่แปลกที่ชาว Baby Boom ผู้ไม่เคยเกี่ยงที่จะทำโอทีจนดึกดื่นจะอึ้งที่ชาว Generation–X ปฏิเสธการทำงานล่วงเวลา หรือลาออกไปหางานใหม่หน้าตาเฉยหากไม่พอใจ ทั้งนี้เพราะ Generation–X เชื่อว่างานไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต

กลุ่ม Millennium: คนที่เกิดปี 2524 เป็นต้นมา

Millennium คือ กลุ่มคนทำงานหน้าใหม่ไฟแรง แต่ยังอ่อนต่อประสบการณ์ บางคนอาจยังเรียนไม่จบเสียด้วยซ้ำ หรือบางคนมีแผนที่จะเรียนต่อ ชาว Millennium โตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงระบบการศึกษาที่เริ่มให้ความสำคัญกับการคิดมากกว่าการท่องจำ ชาว Millennium จะมีพ่อแม่ที่มีความรู้สูง จึงให้การสนับสนุนให้ Millennium ได้เสริมทักษะด้านต่าง ๆ ตั้งแต่เด็ก ฉะนั้น Millennium จึงชอบแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และสนุกกับการทำงานเป็นทีม ไม่ชอบอยู่ในกรอบ และไม่ชอบเงื่อนไข ในขณะที่ ชาว Generation-X เปลี่ยนงานครั้งที่ 12 เพื่อเป็นผู้บริหารระดับสูงกินเงินเดือนเรือนแสน แต่ชาว Millennium จะลาออกไปเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเอง

สลายช่องว่างสร้างความเข้าใจ
เมื่อเข้าใจอย่างท่องแท้แล้วว่า ใครมีค่านิยมในชีวิตอย่างไร ใคร ๆ ก็สามารถสร้างสะพานข้ามช่องว่าง เพื่อข้ามไปหากันได้
สูตรสร้างสะพานข้ามช่องว่าระหว่างวัยมีอยู่ 3 ขั้นตอน
1. เข้าใจถึงความแตกต่าง ยอมรับว่าคนเราถูกหล่อหลอมมาไม่เหมือนกัน คนที่มีความเชื่อ หรือทัศนคติต่อชีวิตไม่เหมือนคุณ เขาไม่ใช่คนไม่ดีเสมอไป
2. ชื่นชมจุดดี แทนที่จะต่อต้าน ให้เราลองมองหาจุดเด่นของคนในแต่ละกลุ่มให้พบ
3. บริหารความแตกต่าง เปลี่ยนวิธีการสื่อสารให้เข้าถึงคนแต่ละกลุ่มที่เราต้องทำงานด้วย

ทำงานกับกลุ่มลายคราม
จงให้เกียรติและให้ความเคารพอย่างสูงต่อพวกเขา เมื่อคุณให้เกียรติผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็จะให้เกียรติคุณ แล้วถ้าบังเอิญคุณมีตำแหน่งสูงกว่าพวกเขา จงแสดงความชื่นชมต่อเขาในด้านการ เป็นเสาหลักขององค์การ และจงรับฟังเมื่อพวกเขาถ่ายทอดประสบการณ์ในอดีต การต่อสู้ ความพากเพียรในการทำงานจน ผ่านพ้นความยากลำบากมาได้ เพราะสิ่งนั้นคือ สิ่งที่คนรุ่นหลังไม่มี และไม่รู้จัก อย่ามองว่า..กลุ่มลายครามคือ หมาล่าเนื้อไม่มีที่ไป แต่การที่พวกเขาทำงานอยู่จนถึงวัยเกษียณนั้น เป็นเพราะพวกเขา เชื่อในคุณค่าของความมั่นคง และถือความซื่อสัตย์เป็นที่สุด

ทำงานกับกลุ่ม Baby Boom
จงแสดงความนับถือ รับฟัง และเรียนรู้จากประสบการณ์ของ Baby Boom แล้วพยายามปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าคุณจะเก่งกาจแค่ไหน หรือคุณจะประสบความสำเร็จเพียงใด คุณก็ยังต้องเรียนรู้อยู่เสมอ อย่าแสดงออกว่าการทำงานหนัก คือ การถูกเอาเปรียบ เพราะ Baby Boom ให้ความสำคัญต่อหลักการทำงาน ยึดถือวัฒนธรรมองค์การ และเห็นคุณค่าต่อการทำงานอย่างทุ่มเท หากต้องทำงานในองค์กรใหญ่ ๆ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งบริหารงานโดย Baby Boom ควรพยายามเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรเสียก่อนว่ามีการเจริญเติบโตมาอย่างไร ก่อนที่จะเสนอความคิดริเริ่มเพื่อการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แก่ Baby Boom

ทำงานกับกลุ่ม Generation–X
ต้องพูดให้กระชับ ชัดเจนและไม่อ้อมค้อม เพราะ Generation–X ชอบความตรงไปตรงมา คุณสามารถใช้ Email กลับคนกลุ่มนี้ได้ หากคุณสามารถสื่อสารได้ใจความและตรงเป้าหมาย หากเป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ ควรพูดต่อหน้าเพราะ Generation–X ไม่ชอบถูกบงการ ผู้ใหญ่แค่ให้นโยบายกว้าง ๆ เปิดโอกาสให้เขาได้แก้ปัญหาเองจะดีที่สุด
ส่วน Baby Boom ควรลดความคาดหวังต่อ Generation–X ในการทำงานหนัก อย่างหนักโดยไม่มีวันหยุด หรือก้าวไปอย่างช้า ๆ อย่างรุ่นตน เพราะ Generation–X ต้องการชีวิตที่สมดุล ไม่ชอบการอยู่ติดที่

ทำงานกับกลุ่ม Millennium
ลองท้าทายพวกเขาด้วยภารกิจใหม่ ๆ Millennium จะชอบความเป็นคนสำคัญ การเพิ่มความรับผิดชอบ เสมือนการให้คำชม จงเปิดโอกาสให้ Millennium ได้แสดงความคิดเห็นของเขา เห็นพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งในทีม ผู้ใหญ่ที่ยอมรับความคิดเขา ก็จะได้รับการยอมรับจากพวกเขาเช่นกัน Millennium ชอบให้คุณแสดงออกต่อสิ่งที่พวกเขาทำทุกขณะจิต เพราะความรู้สึกและความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน มีผลต่อพวกเขามาก

แค่เข้าใจ..ทุกอย่างก็ลงตัว

11 ตุลาคม 2551

AAADD - Know the symptops!

AAADD- (Age Activated Attention Deficit Disorder)

KNOW THE SYMPTOMS!

Thank goodness there's a name for this disorder. Somehow I feel better,even though I have it!! Recently, I was diagnosed with A.A.A.D.D. - Age Activated Attention Deficit Disorder.

This is how it manifests:
I decide to water my garden. As I turn on the hose in the driveway, I look over at my car and decide it needs washing. As I start toward the garage, I notice mail on the porch table that I brought up from the mail box earlier.

I decide to go through the mail before I wash the car. I lay my car keys on the table, put the junk mail in the garbage can under the table, and notice that the can is full.

So, I decide to put the bills back on the table and take out the garbage first. But then I think, since I'm going to be near the mailbox when I take out the garbage anyway, I may as well pay the bills first.

I take my check book off the table, and see that there is only one check left. My extra checks are in my desk in the study, so I go inside the house to my desk where I find the can of Coke I'd been drinking.

I'm going to look for my checks, but first I need to push the Coke aside so that I don't accidentally knock it over. The Coke is getting warm, and I decide to put it in the refrigerator to keep it cold. As I head toward the kitchen with the Coke, a vase of flowers on the counter catches my eye--they need water.

I put the Coke on the counter and discover my reading glasses that I've been searching for all morning. I decide I better put them back on my desk, but first I'm going to water the flowers. I set the glasses back down on the counter, fill a container with water and suddenly spot the TV remote. Someone left it on the kitchen table.

I realize that tonight when we go to watch TV, I'll be looking for the remote, but I won't remember that it's on the kitchen table, so I decide to put it back in the den where it belongs, but first I'll water the flowers.

I pour some water in the flowers, but quite a bit of it spills on the floor. So, I set the remote back on the table, get some towels and wipe up the spill. Then, I head down the hall trying to remember what I was planning to do.

At the end of the day:
the car isn't washed
the bills aren't paid
there is a warm can of Coke sitting on the counter
the flowers don't have enough water,
there is still only 1 check in my check book,
I can't find the remote,
I can't find my glasses,
and, I don't remember what I did with the car keys.
Then, when I try to figure out why nothing got done today, I'm really baffled because I know I was busy all day, and I'm really tired.

I realize this is a serious problem, and I'll try to get some help for it, but first I'll check my e-mail....
Don't laugh -- if this isn't you yet, your day is coming!!

9 ตุลาคม 2551

วิธีเลือกคู่ของผู้ชาย (แม่นมาก)

ผู้ชายคนหนึ่งเกิดอยากแต่งงาน
แต่ไม่รู้จะเลือกใครดีระหว่างผู้หญิง 3 คน
เขาเลยให้ของขวัญทั้ง 3 คนเป็นเงินสดคนละ 5,000 เหรียญ
แล้วดูว่าแต่ละคนจะทำอะไรกับเงินที่ให้ไป
คนแรก เอาไปใช้เรื่องแต่งตัวหมดเลย
เธอเข้าร้านเสริมสวยทำผมใหม่
แต่งหน้าใหม่ ซื้อชุดสวยๆ ใหม่ใส่
เธอบอกเขาว่าที่ท ำไปทั้งหมด ก็เพื่ออยากสวยสำหรับ เขา
เพราะเธอรักเขามาก
เขาประทับใจเธอมาก

คนที่สอง ไปซื้อของใช้ผู้ชายให้เขา
เธอซื้อไม้กอล์ฟใหม่ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
และเสื้อผ้าแพงๆ ให้เขา
ตอนเธอให้ของขวัญเขา
เธอบอกว่าเธอใช้เงินทั้งหมดเพื่อเขาคนเดียว
เพราะเธอรักเขา
เขาก็ประทับใจอีก

คนที่สาม เอาเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น
ได้เงินมาหลายเท่า
เธอคืนเงิน 5,000 เหรียญแก่เขา
และลงทุนต่อโดยใช้ชื่อร่วม
เธอบอกเขาว่าเธออยากเก็บเงินไว้เพื่ออนาคตสำหรับเธอและเขา
เพราะเธอรักเขามาก
เขาประทับใจเป็นที่สุด


ชายหนุ่มคิดอยู่นานเกี่ ยวกับวิธีใช้เงินของผู้หญิงแต่ละคน



และแล้วเขาก็แต่งงานกับคน....








**** ที่นมใหญ่ที่สุด....****


ผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ รู้ไว้ซะ

ถ้าคุณไม่ส่งเมลนี้ต่อไปให้เพื่อนอีก 5 คนทันที
จะมีคนหัวเราะน้อยลง 5 คน
(หมายความว่าถ้าส่งไปจะต้องมีคนหัวเราะแน่ เพราะฉะนั้นรีบส่งซะ)ทะลึ่งวันละนิดจิตรแจ่มใส 555+

8 ตุลาคม 2551

How to know if milk products are from China or Taiwan

Milk products coming from China and Taiwan having problems!!!

We can check to see where the products are made from
by looking at the first three digits of its bar code.

If the 1st 3 digits are 690, 691 or 692 - the products are China-made.
If the 1st 3 digits are 471 – then it is ! Taiwan-made




So please spread the word to everyone you know......

Sun will rise continuously for 36 hrs(1.5 days)

Coming October 17, 2008 the sun will rise continuously for 36 hrs(1.5 days). During this time the US countries will be dark for 1.5 days.
>

>
>
>
>
>
>

>
>
It will convert 3 days into 2 big days. It will happen once in 2400 yrs. We're very lucky to see this. Forward it to all ur fren.s

7 ตุลาคม 2551

สารเมลามีน มหันตภัยใกล้ตัว

สารเมลามีน มหันตภัยใกล้ตัว / อย่าทาน และอย่าให้เด็กทาน นะ

เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

ถึงคราวที่ทั่วโลกต้องตื่นตัวอีกครั้ง เมื่อนมผงมรณะที่มีสารเมลามีนปนเปื้อนได้คร่าชีวิตทารกชาวจีนไป 4 คน และเด็กอีกครึ่งแสนต้องเผชิญกับโรคนิ่วในไต เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนมผงซึ่งนำเข้าจากประเทศจีน ถูกสั่งเก็บจากท้องตลาดมาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

หลายคนสงสัยว่า สารพิษชนิดนี้คืออะไร ทำไมถึงส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตได้ วันนี้เราจึงจะพาไปทำความรู้จักเจ้าสารอันตรายนี้กันค่ะ

"เมลามีน" ถึงเวลาที่ต้องรู้จัก

จะว่าไปแล้ว เราคงจะเคยได้ยินชื่อ "เมลามีน (Melamine)" มาบ้างแล้ว เช่น ชามเมลามีน หรือ จานเมลามีน นั่นก็เพราะเจ้าสารเมลามีนนี้มีคุณสมบัติทนความร้อน จึงนิยมใช้ทำผลิตภัณฑ์พลาสติก ไม่ว่าจะเป็นภาชนะพลาสติก ถุงพลาสติก น้ำยาดับเพลิง น้ำยาทำความสะอาด กาว หมึกสีเหลือง รวมถึงพบในยาฆ่าแมลงด้วย

สารเมลามีนนี้จัดเป็นสารอินทรีย์ มีสารฟอร์มาลดีไฮด์ หรือที่เรารู้จักกันว่า ฟอร์มาลีน เป็นส่วนประกอบมีไนโตรเจนสูงถึง 66% เป็นผงสีขาว ลักษณะคล้ายนมผงจนแยกไม่ออก เมื่อนำไปละลายน้ำ หรือผสมในนมจะตรวจพบปริมาณไนโตรเจนสูง ซึ่งการจะตรวจว่าน้ำนมนั้นมีโปรตีนสูงหรือไม่ จะวัดจากค่าของไนโตรเจน ดังนั้นถ้าผสมสารเมลามีนซึ่งมีไนโตรเจนสูงเข้าไปในน้ำนม จะถูกทำให้เข้าใจว่า น้ำนมมีโปรตีนสูง ซึ่งไม่เป็นความจริง

นี่จึงเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการชาวจีนที่เห็นแก่ตัว และตั้งใจนำสารเมลามีนมาผสมกับนมผง เพื่อให้นมมีความเข้มข้นขึ้น เป็นการเพิ่มปริมาณโปรตีนให้ได้ตามที่มาตรฐานกำหนด


ย้อนเหตุการณ์สารเมลามีนปนเปื้อนในอาหาร

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตรวจพบสารเมลามีนปนเปื้อนมาในอาหารที่นำเข้าจากจีน เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน สหรัฐอเมริกาได้สั่งเก็บอาหารสุนัข และแมวที่ทำจากแป้งสาลีซึ่งนำเข้าจากจีนเช่นกัน เนื่องจากตรวจพบสารเมลามีนในอาหารสัตว์เหล่านั้น โดยสารเมลามีนนี้มีคุณสมบัติเร่งการเจริญเติบโต เพิ่มปริมาณโปรตีน จึงทำให้พ่อค้าหัวใสเห็นช่องทางที่จะทำกำไร รวมทั้งผู้เลี้ยงสัตว์เมื่อเห็นราคาถูกกว่าจึงไม่รีรอที่จะซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้

ในครั้งนั้นมีอาหารสัตว์กว่า 100 ชนิดถูกเรียกคืน และมีสัตว์เลี้ยงจำนวนมากเจ็บป่วยล้มตายจากภาวะตับ และไตล้มเหลว กระทรวงเกษตรฯ ของสหรัฐอเมริกาจึงประกาศห้ามเตือนไม่ให้มีการนำสารเมลามีนไปผสมในอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคได้รับสารเมลามีนเข้าไปในร่างกาย

การส่งออกของสารเมลามีน

ในประเทศจีนนั้น มีการผลิตเมลามีนจำนวนมาก และออกวางขายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะได้รับการรับรองมาตรฐาน ซึ่งสารเมลามีนนี้จะใช้ในกระบวนการผลิตภาชนะ อาหารสัตว์ และนอกจากจีนจะขายในประเทศแล้ว ยังส่งออกไปขายยัง 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ในรูปของเศษเมลามีนที่เหลือจากโรงงานพลาสติก ซึ่งมีราคาถูก โดยผู้ขายจากจีนจะใช้ชื่อว่า "ไบโอโปรตีน" หรือโปรตีนเทียม แทนชื่อเมลามีน ให้ผู้เลี้ยงสัตว์นำไปผสมในอาหารสัตว์ เพราะมีราคาถูกกว่าโปรตีนอื่นๆ ที่เป็นพวกธัญพืชหรือเนื้อสัตว์เกือบ 5 เท่า จึงลดต้นทุนการผลิตได้ แต่ในประเทศไทยเองยังตรวจไม่พบว่ามีสัตว์เสียชีวิตจากสารอันตรายนี้
อาหารที่เสี่ยงปนเปื้อนสารเมลามีน

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ มีสารเมลามีนปนเปื้อนมาในนมผง ดังนั้นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของนมผงที่นำเข้าจาก 22 บริษัทของประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นขนม ลูกอม นม คุ้กกี้ ไอศกรีม โยเกิร์ต ฯลฯ ก็เข้าข่ายเสี่ยงไปด้วย
ในประเทศไทยเองสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้สั่งงดนำเข้า และขอร้องให้ร้านค้าต่างๆ งดจำหน่ายขนมที่มีแหล่งผลิตจากจีนแล้ว โดยสินค้าที่ต้องนำไปตรวจสอบก่อน ได้แก่

ไอศกรีมวอลล์ มู
ขนมปังกรอบ และข้าวโอ๊ตรสกาแฟ ตราเหมาฮวด หรือคอฟฟี่ โอทมีล แคร็กเกอร์
เวเฟอร์สติ๊กไวท์ช็อคโกแลต เวเฟอร์เคลือบช็อคโกแลตขาว เครื่องหมายการค้าโอรีโอ
ช็อคโกแลตนมตราโดฟ
ถั่วลิสงคาราเมล และนูกัตเคลือบช็อคโกแลตนม ตราสนิกเกอร์ส
เมนทอส โยเกิร์ต มิกซ์ หรือลูกอมโยเกิร์ตกลิ่นผลไม้รวม
ลูกอมรสนม ยี่ห้อกระต่ายขาว
คุ้กกี้ช็อกโกแล็ตรูปการ์ตูนหมีโคอาล่า และ ช็อคโกแลตนมเคลือบน้ำตาลสีต่างๆ ตราเอ็มแอนด์เอ็ม ซึ่ง 2 รายการหลังนี้ได้ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าไม่พบสารเมลามีน ขณะที่รายการอื่นๆ ต้องรอผลการตรวจสอบในอาทิตย์หน้า

นอกจากนี้ ยังพบสารเมลามีนปะปนในอาหารสัตว์ ไม่ว่าจะปลาป่น รำสกัด โปรตีนจากพืช โปรตีนจากวุ้นเส้น ฯลฯ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งผลให้สัตว์หลายตัวในสวนสัตว์ของจีนป่วยเป็นโรคไต

6 ตุลาคม 2551

อ้างลูกค้าโอนเงินผิดใส่ที่บัญชีเรา

ศุกร์ที่ 28 มีนา มีคนโทรเข้ามาบอกว่าเป็นพนักงานแบงค์กรุงเทพฯ บอกว่ามีลูกค้าโอนเงิน เข้ามาที่บัญชีเราผิด บอกเลขบัญชีทุกอย่างถูกหมด แล้วก็บอกให้โอนเงินกลับด้วย เพราะว่าลูกค้าคนนั้น เดือดร้อนมาก เราก็บอกว่าขอไปเช็คก่อน

พอวันเสาร์เราไปกดตังค์ก็พบว่ามีเงินเข้ามาบัญชีเราผิดตามจำนวนที่เค้าบอกจริงๆ ก็เลยโอนคืนไปให้...... ก็ไม่คิดว่ามีอะไร เพราะมันก็ไม่ใช่เงินเราจริง....

จนมาวันนี้ได้รับใบ แจ้งหนี้ CITIBANK มี ยอด Call for cash ให้ผ่อนจ่ายรายเดือน ก็เลยโทรไปเช็คที่ call center เค้าบอกว่าเราโทรไปขอเบิกเงินสดเข้าบัญชีเราเอง เมื่อวันที่ 25 มีนา เราก็บอกว่าไม่ได้ทำ.. .อย่างนี้ก็โดนหลอกแล้วซิ พนักงาน call center ก็ได้แต่บอกให้ไปแจ้งความ ซึ่งก็ยังดีที่เราเก็บ silp ที่เราโอน เงินไว้นะ......

จะรบกวนผู้รู้ค่ะ ว่าจะทำอย่างไรต่อดี จะไปแจ้งความที่ไหน แล้วตำรวจจะช่วยเราได้ไหม เพราะจำนวนเงินนั้นก็หลายหมื่นเลยค่ะ
จากคุณ : jupjib - [ 19 เม .ย. 51 14:36:15 ]

วิธีแก้ไข

หากเจอแบบนี้ ไม่ต้องทำรายการโอนครับ ถึงจะมีการโอนเข้ามาผิดจริง
ทาง ธนาคารสามารถทำรายการแก้ไขได้เองอยู่แล้ว การทำรายการโอนเงิน
เท่า กับเราเป็นผู้สั่งโอน การแก้ไขจะทำได้ลำบากขึ้น

หรือหากเป็นการโอนจาก ATM หรือ CDM ให้ขอหลักฐานเป็นหนังสือออก โดยธนาคารมาให้เราก่อน ( ตัวจริงนะครับ)
แล้ว เช็คข้อมูลกับธนาคารต้นทางก่อนจนแน่ใจ

อีก 4-5 วันค่อยโอนก้อ ไม่เสียหาย เพราะไม่ได้มีเจตนาโกง ฟ้องมาก้อชนะแน่นอน

ถ้า เป็น การทำรายการ โอนผิด ธนาคารแค่แจ้งลูกค้าปลายทาง แล้วจัดการเองได้เลยแน่นอน

นี่เป็นวิธีหลอกลวงแบบใหม่ เพื่อนๆ โปรดระวัง แจ้งเตือนกันให้ทั่ว คนส่วนใหญ่ในสังคมเป็นคนดี...อยากคืนเงินคนที่ เดือดร้อนแน่อยู่แล้ว ดังนั้นมีโอกาสตกหลุมนี้ได้ไม่ยากเลย เจ้าของบัญชีที่รับโอนกลับคงเป็นคนบ้านนอก ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรนัก ถูกจ้างให้เปิดบัญชีพร้อมบัตร ATM ได้ เงิน 200-300 บาทก็เอาแล้ว คนโกงก็กด ATM เชิดไป แล้วหลายหมื่น

ข้อควรระวังเรื่องนี้
1. ถ้าโอนผิดจริง แบงก์สาขาจะสามารถจัดการได้เองเลย เราไม่ต้องทำอะไรครับ
2. เบอร์โทรเข้ามา ถ้าแปลกๆ แบบไม่แสดงเบอร์ หรือ เป็นแบบโทรจาก internet ให้ระวังไว้ก่อนเลยครับ
3. ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต ควรทำลายอย่าให้เหลือเห็นข้อมูลต่างๆ เช่น วงเงินสินเชื่อ หรือ
เลขบัญชีธนาคารที่ตัดอัตโนมัติ

โปรดกระจายข่าวเรื่องนี้ไปยังเพื่อนและญาติๆ โดยด่วน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายการหลอกลวงเช่นนี้ ขอแสดงความนับถือ
พรเทพ มนัสวีวาณิชย์

3 ตุลาคม 2551

ถึงคนที่แต่งงานแล้วและคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน

"เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป....
เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป "

ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน
รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา
เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน
ดังนั้นผมจึงทำตาม
เธอเขินอายในอ้อมแขนผม

ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...
นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม

เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว...
เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น...
ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...
ทุกๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน
ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน
ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก...

แต่แล้ว
ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....

เจนเข้ามาในชีวิตของผม .... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...
เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง..
หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก...

ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...
เธอบอกว่า คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคน ถวิลหา...

คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม...
ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ..เธอบอกว่า
วันที่คุณประสบความสำเร็จ
ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา...

ผมเริ่มรู้สึกลังเล...
ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม...
แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว....
ผมปลีกตัวออกจากเจน "
วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะ
ผมต้องเข้าออฟฟิศ " ...
แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะไปด้วยกัน...

ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....
ทั้งที่จริงๆแล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม....
ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด...
เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน...
จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก... ทุก ๆ
เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร..ในขณะที่
ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน...
หรือ... ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์....
มองเรือนร่างอันงดงามของเจน...
ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง

วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัยถ้าเราหย่ากัน...
เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..
เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...
ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง... เธอจะเป็นอย่างไร

วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี...
พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก... เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ....
เธอเหมือนจะรับรู้มันได้... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆกับพนักงานทุกคน....
แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น

ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า....

ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..
ผมมีอะไรจะบอกคุณ... เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ...
ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก..
แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...

ผมต้องการหย่า...

เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...
ผมย้ำกับเธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...
แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น...

เธอร้องไห้อย่างหนัก...

ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา...
แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ...
ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก...

ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...
ทุกๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด....

เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้นแล้วฉีกมันทิ้ง...
มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...
ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...
ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...


เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด...
สำหรับผมแล้ว...การร้องไห้ของเธอเหมือน
เป็นการปลดปล่ยยความสับสนของตัวผมเอง...

หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม
..ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆ เสียที

คืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก...
เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ.
.ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...
ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า...

เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม...
แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...
และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...
ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน..
เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อน
เวลานั้นจะมาถึง...

รัชต์..คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน...คุณประคอง
ชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..
ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น...

ชั้นมีเรื่องขอร้อง...
ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้อง
นอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน
ผมยอมรับด้วยความเต็มใจ...ผมรู้ดีว่า เธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น...
และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี

ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...
เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข....
ภรรยาผมบอกกับผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
...เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้...

คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....

เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า
...ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...

พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...
ลูกชายเราตบมือแล้วพูดด้วยความดีใจว่า

ว้าว...วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย....มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......
เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา...ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...
ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ

วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...เธอซบบนอกผม...
เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...
ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น

ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย...

ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก...ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป...

วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน..
ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่นๆ อีกมากมาย...
ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย...
ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย...




หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด...
เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้
..นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น
ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้...
ลูกของเราร้องขึ้นว่า พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ...
สำหรับลูกแล้ว...การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด....
เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริง ๆ
ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย

และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด.
..เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก......เธอบอกกับผมว่า...

ความจริงแล้ว...ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า
...ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า..
ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน
...ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..
ผมลังเลเล็กน้อย..

แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้.
...เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่า
เจน..ผมขอโทษ...ผมจะไม่หย่า....
เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม.. คุณสบายดีหรือเปล่า
เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ...ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม...
ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็น
เพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย...
ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....
ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว....ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน
...เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...
เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....

ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้....
พนักงานขายดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร
....ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่

2 ตุลาคม 2551

โน้ตบุ๊คนักบินอวกาศไม่มีสแกนไวรัส!

คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของนักบินอวกาศ NASA ไม่มีโปรแกรมสแกนไวรัส ทำให้ไวรัสจากเกมออนไลน์ไประบาดบนสถานีอวกาศ

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นาซาออกมายืนยันว่า ขณะนี้มีไวรัสคอมพิวเตอร์ระบาดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS แล้ว โดยไวรัสที่ว่านี้มีชื่อว่า Gammima.AG ซึ่งถูกพบครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2007 และแพร่ระบาดในวงการเกมออนไลน์ชื่อดังในเอเชีย

อย่างไรก็ตาม นาซาระบุว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์ติดมาจากบนโลก เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาบ้างแล้ว และขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่ว่าไวรัสติดมาจากทางไหน

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตกันว่า ไวรัสน่าจะติดมาจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของนักบินอวกาศ ซึ่งโดยปกติแล้วโน้ตบุ๊คเหล่านี้ จะใช้สำหรับวางตารางการกินอาหารของนักบิน รวมทั้งยังใช้ส่งอีเมลกลับมายังโลกด้วย

แต่ที่น่าแปลกก็คือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของนักบินอวกาศนั้น ไม่มีโปรแกรมป้องกันไวรัสเลย ดังนั้น ไวรัสอาจติดมาจากการที่นักบินใช้ flash drive หรืออุปกรณ์ USB ต่างๆ มาต่อเข้ากับโน้ตบุ๊คก่อนที่จะเดินทางไปสถานีอวกาศนานาชาติ

ดังนั้น ขณะนี้นาซาจึงวางแผนรับมือกับไวรัสอย่างเข้มงวด รวมทั้งยังมีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะเกิดปัญหาตามมาอีกในอนาคต

สำหรับไวรัส Gammima.AG ตัวนี้ เป็น worm ที่จะขโมย login ของผู้เล่นเกมแล้วส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ จากนั้นจึงไปแพร่กระจายในเกมออนไลน์ชื่อดัง 10 เกม เช่น Maple Story, HuangYi Online, และ Talesweaver

1 ตุลาคม 2551

อาหารของใจ

อาหารของใจ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)


ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่า พรหมวิหาร ๔ ย่อมเป็นกำลังของฌาน เป็นอาหารของศีล และ เป็นอาหารของวิปัสสนาญาณ ทั้งนี้ก็เพราะว่า พรหมวิหาร ๔ เป็นกรรมฐานเย็น คือ ต้นเหตุของพรหมวิหาร ๔ ก็คือ….

๑.เมตตา ความรัก เมื่อเรามีความรักที่ไหน ต่างคนต่างรักกัน(เมตตาต่อกัน) ใจก็เย็น

๒.พรหมวิหารที่เรียกว่า กรุณา มีความสงสาร ถ้าทุกคนต่างคนต่างก็มีความสงสารเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สงเคราะห์ซึ่งกันและกันก็เป็นอารมเย็น ความเร่าร้อนมันก็ไม่มี

๓.มุทิตา พรหมวิหาร ๔ เป็นปัจจัยให้เกิดความไม่อิจฉาริษยาซึ่งกันและกัน มีการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และก็มีใจดี คือยินดีในบุคคลอื่นได้ดี เมื่อเห็นใครเขาได้ดีแล้วเราก็ยินดีด้วย ดีใจด้วย พร้อมรับความดีของผู้ที่ทรงความดีแล้วมาปฏิบัติ เพื่อผลของความดีของตน อันนี้อีกประการหนึ่งเป็นปัจจัยให้มีความเยือกเย็น

๔.พรหมวิหาร ๔ มี อุเบกขา คำว่า อุเบกขา ในที่นี้แบ่งเป็นหลายอย่าง แต่จะพูดสั้น ๆ ไว้ก่อนนั่นก็คือ มีอาการวางเฉยต่ออารมณ์ที่เข้ามากระทบใจ หมายความว่า ใครเขาจะด่า ใครเขาจะว่า เขาจะนินทา เราก็เฉย จิตสบาย ใครเขาจะชม เขาจะสรรเสริญ เราก็เฉยไม่รู้สึก คำว่า ไม่รู้สึก คือ ไม่ลอยไปตามถ้อยคำของบุคคลนั้น จิตมีความเป็นปกติ ไม่ขึ้นไม่ลงไม่หวั่นไหว อย่างนี้ก็เป็นอาการของความสุข รวมความว่าพรหมวิหาร ๔ นี้เป็นอารมณ์เป็นปัจจัยให้เกิดความสุข

นี่…การบำเพ็ญบุญในพระพุทธศาสนาเราทำกันเพื่อความสุข คือสุขทั้งที่มีชีวิตอยู่ แล้วก็สุขเมื่อตายไปแล้ว เมื่อเรามีชีวิตอยู่เรามีความสุข ตายไปเกิดที่ไหนก็ตามมันก็มีความสุข ฉะนั้นพรหมวิหาร ๔ จึงชื่อว่าเป็นอาหารใหญ่สำหรับใจในด้านของความดี คนที่มีพรหมวิหาร ๔ สมบูรณ์ ย่อมมีศีลบริสุทธิ์ คนที่มีพรหมวิหาร ๔ สมบูรณ์ ย่อมมีฌานสมาบัติ(สมาธิ)ตั้งมั่น คนที่มีพรหมวิหาร ๔ สมบูรณ์ เพราะอาศัยใจเยือกเย็น ปัญญาก็เกิด

พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

เตือนเรื่องไวรัส‏

ได้โปรด ระมัดระวังอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใช้อีเมล์เช่น ยาฮู,ฮอตเมล์, เอโอแอลฯลฯ

ข้อมูลนี้ได้รับมาเมื่อเช้านี้ โดยตรงจากทั้งไมโครซอฟท์ และ นอร์ตั้น

โปรดส่งไปถึงทุกๆคนที่คุณรู้จัก ผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ต คุณอาจได้รับอีเมล์ที่มากับไฟล์ที่มีหัวข้อนำเสนอด้วยเพาเ วอร์พ้อยท์ซึ่งมองดูไม่น่ามีอันตรายอะไรเลย ว่า 'ชีวิตนี้สวยงาม '(Life is beautiful.)

ถ้าคุณ ได้รับ อย่าเปิดไฟล์(ที่แนบมา) โดยเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้นและจงลบมันทิ้ง! โดยทันที ถ้าคุณเปิดไฟล์นี้ จะมีข้อความหนึ่งขึ้นมาบนจอกล่าวกับคุณว่า' ตอนนี้มันสายไปเสียแล้ว,ชีวิตของคุณ ไม่สวยงามอีกต่อไปแล้ว' โดยต่อเนื่องกัน คุณจะสูญเสีย(ข้อมูล)ทุกสิ่งทุกอย่างในคอมฯของคุณและ คนที่ส่งเมล์มาหาคุณนั้นจะเข้าถึงชื่อ,อีเมล์แล ะรหัสผ่านของคุณได้หมด

นี่คือไวรัสตัวใหม่ ซึ่งจะเริ่มปฎิบัติการแผลงฤทธิ์ในวันอังคารหลังเที่ยง AOL ได้ยืนยันว่ามันร้ายกาจ และซอฟท์แวร์(โปรแกรม)แอนตี้ไวรัส(ใดๆ)ไม่สามารถทำลายมันได้ ไวรัสตัวนี้ถ ูกสร้างโดยแฮกเกอร์คนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า' เจ้าของชีวิต( Life owner)

โปรดส่งสำเนาของอีเมล์นี้(ข้อความนี้)ถึงเพื่อนคุณทุกคน และบอกให้พวกเขาส่งต่อๆกันไปด้วย

ช่วยหน่อยนะ เป็นพี่สาวของเพื่อน ที่ DENSO ชลบุรี

ช่วยหน่อยเรื่องจริงนะ เป็นพี่สาวของเพื่อน ที่บ. DENSO ชลบุรี

เรียน ผู้ใจบุทุกท่าน

เรื่อง ช่วยพี่สาวผมด้วยครับ
ด่วนมาก !

ก่อนที่ท่านจะลบเมล์นี้ทิ้ง กรุณาอ่านให้จบก่อนนะครับ และฝากช่วย Forward ต่อด้วยนะครับ

พี่สาวของผมชื่อ วรรณ์ณี หล่าเพีย อายุ 27 ปี ป่วยเป็น โรคไขกระดูกฝ่อ จึงทำให้ไขกระดูกไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดได้เอง และเกล็ดเลือดต่ำ การรักษาจะต้องทำการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก ซึ่งการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกนั้นจะต้องตรวจดูว่าเนื้อเยื่อ HLA ในเลือดของพี่วรรณ์ณีตรงกับของใคร ซึ่งตรวจแล้วพบว่า HLA ของพี่วรรณ์ณีตรงกับ HLA ของพี่สาวของผมอีกคน แต่ว่าพี่สาวของผมอีกคนนี้กำลังตั้งครรภ์อยู่จึงยังไม่สามารถที่จะทำการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกให้ได้ ซึ่งพี่วรรณ์ณีของผมไม่สามารถรอได้ถึงขนาดนั้น เ พราะตอนนี้เกล็ดเลือดของพี่สาวก็ต่ำมากทำให้มีเลือดไหลอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถแปรงฟันได้ทำให้เป็นฝีหนองที่กระพุ้งแก้มเจ็บปวดทรมานมาก พี่ต้องนอนร้องไห้ทุกวัน กินข้าวก็ไม่ได้ ต้องให้อาหารทางสายยาง เวลาเป็นหวัดก็จะมีเลือดไหลปนมากับน้ำมูก และไหลออกตามไรฟันตลอดเวลา จึงต้องให้เลือดและเกล็ดเลือดตลอด &nbs p; ซึ่งตอนนี้เกล็ดเลือดของพี่สาวมีเพียงประมาณ 3,000 cell/mm3 ( ซึ่งในคนปกติต้องมีเกล็ดเลือด 140,000 - 400,000 cell/mm3 ) จึงต้องให้เลือดจนกว่าเกล็ดเลือดจะเพิ่มขึ้นถึง 20,000 cell/mm3 จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่พี่สาวของผมต้องได้รับการให้เลือดเพื่อให้เกล็ดเลือดเพิ่มขึ้นและประคับปร ะคองอาการของเธอจนกว่าจะสามารถเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกได้ ซึ่งกรุ๊ปเลือดของพี่สาวคือกรุ๊ป B ดังนั้นผมจึงใคร่ขอความกรุณาจากผู้ใจบุทุกท่านได้ช่วยบริจาคเลือดให้กับพี่สาวของผมด้วยเถอะครับ ถือว่าเป็นการทำบุญช่วยต่อชีวิตให้กับเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งนะครับ ได้โปรดช่วยพี่สาวของผมด้วยเถอะครับ

ถ้าผู้ใจบุท่านใดมีความกรุณาที่จะช่วยเหลือพี่สาวของผม สามารถบริจาคเลือดโดยตรงได้ที่ รพ.รามาธิบดี ให้กับผู้ป่วยชื่อนางสาววรรณ์ณี หล่าเพีย เบอร์โทรศัพท์ รพ. 02-3547308-9

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อผม นายไชยศิริ หล่าเพีย (น้องชาย)โดยตรงได้ที่เบอร์ 085-213-5645
หรือ คุณบุตตรี หล่าเพีย ( พี่สาว) เบอร์ 087-086-0249

ช่วยส่งต่อไปเยอะๆนะครับ ขอบคุณมากๆครับ