Google
 

30 กรกฎาคม 2551

อาหารที่จำเป็นของคนทำงาน

1. ข้าวกล้อง ข้าวกล้องมีวิตามินบีและอีสูง จึงช่วยเพิ่มพลังสมองในการทำงานช่วยป้องกันโรคเหน็บชาที่คนที่ต้องนั่งโต๊ะทำงานนานๆ มักจะเป็นกัน แถมยังป้องกันโรคสมองเสื่อมในอนาคตได้ด้วย

2. วิตามินบี มีอีกชื่อหนึ่งว่า "สารให้ความกระปี้กระเปร่า" มีอยู่ในข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท จมูกข้าว ถั่ว เมล็ดทานตะวัน นม กล้วย ส้ม เป็นต้น สาวๆ ที่ทำงานนานจนล้าห้ามพลาด

3. วิตามินซี ที่อยู่ในผักและผลไม้ เช่น ฝรั่ง สตรอเบอร์รี่ น้ำส้มคั้น มะละกอ บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี ถั่วงอก ฯลฯ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากในการสร้างฮอร์โมนระงับความเครียด จะได้ทำงานอย่างสดใสไปทั้งวันเลย

4. น้ำมันปลา หรือโอเมก้า 3 ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ไขข้ออักเสบ ช่วยลดอาการปวดรอบเดือนและระงับอาการซึมเศร้า เบื่อหน่ายจากการทำงานได้ด้วย

5. ผักใบเขียวอย่างตำลึง คะน้า เป็นอาหารกลุ่มโครินที่มีวิตามินบี ซึ่งช่วยเพิ่มความจำและสมาธิ

6. ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน เพื่อป้องกันอาการอ่อนเพลีย และการเป็นตะคริวจากการนั่งหรือยืนนานๆ แถมยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสด้วย สาวๆ ที่ทำงานในห้องแอร์ตลอดวันยิ่งควรดื่มบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ผิวแห้ง

7.น้ำใบบัวบก ทำงานมาทั้งวันช่วงบ่าย สาวๆ ก็คงจะเพลีย ขอแนะนำให้ดื่มน้ำใบบัวบกเพราะเป็นน้ำเพิ่มพลังชั้นยอด เป็นยาบำรุงแก้อ่อนเพลียช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย เสริมสร้างความจำและช่วยให้สมองทำงานได้ดีด้วย

8. ทานของหวานหลังอาหารกลางวัน จะทำคงความสดชื่นได้ยาวนานขึ้น เพราะรสเปรี้ยวและรสหวานนั้นจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นในร่างกาย ยิ่งตอนบ่ายๆ อาจจะง่วง ผลไม่รสเปรี้ยวคือคำตอบของคุณ ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงหรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ จะกระตุ้นให้สาวๆ กระปรี้กระเปร่าขึ้นได้

9. ถั่ว ยิ่งคนที่ต้องใช้สายตาเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืองานที่ต้องใช้สายตานานๆ ควรมีถั่วติดโต๊ะไว้ด้วย เพราะถั่วมีวิตามินบี 2 บำรุงสายตาได้ดี

10. วิตามินซีและธาตุเหล็ก เพราะเวลาที่มีรอบเดือนร่างกายจะขาดธาตุเหล็ก ทำให้เหนื่อยง่าย หงุดหงิด ไม่มีสมาธิช่วงนั้นของเดือนจึงเป็นเวลาที่สาวๆ อย่างเราต้องทางวิตามินซี และธาตุเหล็กมากๆ วิตามินซีจะช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น

11. ชาเขียว นอกจากจะทำให้ลมหายใจสดชื่นไม่มีกลิ่นปากแล้ว ถึงชาเขียวที่ทานแล้วยังช่วยลดมลพิษในห้องทำงานได้ด้วย แค่วางทิ้งไว้เฉยๆ มันก็จะดูดฝุ่นละอองให้เราเอง ทำให้ลดการเป็นภูมิแพ้ไปโดยอัติโนมัติ

12.ไม่ควรรับประทานอาหารรสจัดในมือเช้า เพราะในตอนเช้าร่างกายของเรายังปรับตัวไม่ทันกับรสชาติเผ็ดร้อน เช้าๆ ควรทานเป็นอาหารรสกลางๆ ไปก่อนจะดีกว่า

13. ดื่มน้ำผลไม้ 1 แก้ว ก่อนจะดื่มกาแฟควรดื่มน้ำผลไม้ก่อน 1 แก้ว เพราะการดื่มกาแฟโดยที่ไม่มีอะไรรองท้องจะช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าได้ไม่นาน หลังจากนั้นจะกลับมาง่วงเหมือนเดิม และไม่ควรดื่มกาแฟเกิน 3 แก้วต่อวัน เพื่อไม่ให้ได้รับคาแฟอีนมากเกินไป

14. งดชากาแฟในเวลาเย็น เพราะอาจทำให้นอนไม่หลับ ส่งผลให้สมองพักผ่อนไม่เพียงพอ พอตื่นขึ้นมาสมองก็จะล้า คิดอะไรไม่ออกทำงานได้ไม่เต็มที่

15. หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มและมันจัดในมื้อเที่ยง เพราะอาหารที่มีไขมันสูงหรือเค็มจะทำให้เกิดการสะสม มีผลให้ร่างกายเคลื่อนไหวช้า ขาดความคล่องตัวที่คนทำงานต้องมี

29 กรกฎาคม 2551

เอารถไปติดแก๊สมา...ขับได้เป็นเดือน

น่าสนใจมาก ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปเติมบ่อยๆใช้ได้นานเป็นเดือน

ประหยัดตังค์ค่าน้ำมันได้เยอะ


ติดตั้งก็ไม่ยุ่งยาก  มีภาพประกอบครับ อยู่ด้านล่างนี่ไง


















28 กรกฎาคม 2551

สไตล์การทำงานของแต่ละคน กะวันที่เกิด

ท่านที่เกิดวันที่ 1
สไตล์การทำงาน :
คุณมักเป็นเจ้าของความคิดใหม่ ๆ คุณมักนำพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวเองมาแก้ปัญหาด้วยวิธีที ่คนอื่นคาดไม่ถึงอยู่เสมอ สำหรับคุณแล้วการพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ จริง ๆ แล้วมีทางเป็นไปได้ จะทำให้คุณรู้สึกสนุกสนานและสะใจเป็นอันมาก ในการทำงาน คุณชอบที่จะเป็นผู้กำหนดอนาคต วางแผนทุกอย่างด้วยตนเอง นอกจากนี้เรื่องการแหกกฎก็เป็นเรื่องที่พบเห็นประจำในการทำงานของคุณ

อาชีพที่เหมาะสม :คุณเหมาะสมกับทุกอาชีพที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ประเภทนักประดิษฐ์ ดีไซเนอร์ ครีเอทีฟ หรืออย่างประเภทนักบิน ผู้กำกับฯ ที่ปรึกษาทางธุรกิจ นักขาย ศิลปิน งานในตำแหน่งหัวหน้าหรือผู้บริหารระดับสูง


ท่านที่เกิดวันที่ 2
สไตล์การทำงาน :
ด้วยความยืดหยุ่นสูง การรู้จักวางตัว ผสมวาทศิลป์อันยอดเยี่ยม ทำให้การงานของคุณดำเนินไปด้วยดี และสำเร็จได้อย่างราบรื่นอยู่เสมอ การทำงานของคุณจะเป็นในลักษณะร่วมมือกับผู้อื่น เรื่องฉายเดี่ยว เป็นสิ่งที่คุณไม่สันทัด

อาชีพที่เหมาะสม :ทูต นักสังคมสงเคราะห์ ที่ปรึกษา เจ้าของร้านหนังสือ พนักงานขายประกัน เจ้าของร้านอาหาร เจ้าของโรงมหรสพต่าง ๆ นักกฎหมาย สถาปนิก ผู้รับเหมาก่อสร้าง พยาบาล แพทย์ เป็นอาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เกิดวันที่ 3
สไตล์การทำงาน :
คุณ ชอบทำงานประเภทที่ต้องพบปะผู้คน เหมาะมากกับการทำงานเป็นทีมเวิร์ก คือนอกจากจะต้องติดต่อประสานงานกับคนภายในองค์กรแล้ว ภายนอกองค์กรคุณก็สามารถจัดการได้เป็นอย่างดี และด้วยความคิดดีๆ ที่คุณจุดประกายได้เสมอ ทำให้ภาพรวมของงานเป็นไปในทางที่ดี ทีมงานก็จะแฮปปี้มากๆ ที่ได้ร่วมงานกับคุณ

อาชีพที่เหมาะสม :ประชาสัมพันธ์ ฝ่ายดูแลลูกค้า ตัวแทนการขาย ประสานงาน ออร์แกไนเซอร์ เปิดร้านอาหาร ร้านเสริมสวย สปา ธุรกิจโรงแรม พนักงานต้อนรับโอเปอเรเตอร์


ท่านที่เกิดวันที่ 4
สไตล์การทำงาน :
บางทีเพราะความใจกว้างเกินไป จึงทำให้บางครั้งการร่วมงาน หาหุ้นส่วน หรือการช่วยเหลือผู้อื่นของคุณไม่เหมาะสมได้ คือ ทำในสิ่งที่ไม่น่าจะทำหรือทำเกินไป ด้วยเหตุนี้ คำว่า 'ทำบุญคนไม่ขึ้น' เป็นคำที่โดนใจคุณมาก การทำอะไรให้พึ่งตัวเองเป็นสำคัญ หรือไม่ก็เลือกพึ่งพาเฉพาะเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่ไว้ใจได้จริง ๆ จะทำให้การงานคุณราบรื่นได้

อาชีพที่เหมาะสม : งานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โปรดิวเซอร์รายการต่าง ๆ ที่ปรึกษาด้านการเงิน ทนายความ สถาปนิก ผู้รับเหมา วิศวกร ศิลปินแขนงต่าง ๆ จะเป็นอาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เกิดวันที่ 5
สไตล์การทำงาน :
รวดเร็ว ว่องไว เกาะติด และมีความกระตือรือร้นอยู่เสมอ ทุกครั้งที่คุณได้งาน ใหม่ ๆ คุณจะดีใจและมีความสุขมาก แต่เมื่อไรได้งานที่ต้องใช้เวลาทำนาน ๆ จะไม่เหมาะกับคุณ เพราะคุณจะพาล เบื่อเอาซะก่อน

อาชีพที่เหมาะสม : คุณเป็นคนที่มีความคล่องแคล่วสูงมาก และมีความสามารถในการสื่อสารที่ดี ดังนั้นสายงานที่เหมาะกับคุณ คืองานในวงการโทรทัศน์ หรืองานประชาสัมพันธ์ เช่น นักเขียน นักบรรยาย อาจารย์มหาวิทยาลัย นักการศึกษา นักโฆษณา นักขาย ทหาร ตำรวจ และนักการเมือง


ท่านที่เกิดวันที่ 6
สไตล์การทำงาน :
ถ้าสังเกตตัวเองดี ๆ คุณจะพบว่า คุณมักจะมีพรสวรรค์อย่างน้อยหนึ่งอย่างติดตัวมาตั้งแต่เกิด ชีวิตคุณจะก้าวหน้ากว่าคนอื่นมาก ถ้าได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ไม่ฝืนใจทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ การทำงานของคุณจะไปได้อย่างเหนือความคาดหมายของคนอื่นอยู่เสมอ ๆ ถ้าคุณได้ทำในสิ่งที่คุณเต็มใจ รูปแบบการทำงานของคุณไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ

อาชีพที่เหมาะสม :สอนหนังสือ ที่ปรึกษาด้านชีวิตหรือความรัก นักบำบัด นักดนตรี ศิลปิน งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ อาชีพเพื่อสังคม งานบริการต่าง ๆ งานที่ต้องใช้อารมณ์และความ สุนทรีภาพสูง ๆ จะเป็นอาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เกิดวันที่ 7
สไตล์การทำงาน :
คุณเป็นคนทำอะไรมีหลักการ ใช้ความคิดใคร่ครวญ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบมาก ๆ แล้วจึงทำ คุณจึงชอบอยู่คนเดียว ทำงานคนเดียว ชอบหน้าที่หรือตำแหน่งที่มีความเป็นส่วนตัวสูง นอกจากนั้นคุณยังชอบความสันโดษและการทำสมาธิอีกด้วย เมื่อยามว่างจากงาน

อาชีพที่เหมาะสม : นักบำบัด นักเขียน นักกฎหมาย ช่างถ่ายรูป นักวิจัย นักวิเคราะห์ ครูบาอาจารย์ และอาชีพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับจิตใจหรือจิตวิทยา เป็นสิ่งที่เหมาะกับคุณเหลือเกิน





ท่านที่เกิดวันที่ 8
สไตล์การทำงาน :
ถึงแม้คุณจะเป็นคนที่ทำงานได้ดี แต่คุณมักไม่ชอบอยู่ที่หนึ่งนาน ๆ อยู่ได้สักพักก็มักจะย้าย เพื่อไปหาเป้าหมายที่ท้าทายกว่า ยิ่งใหญ่กว่า และด้วยไฟในการทำงานอันร้อนแรงของคุณ คุณจะทำอะไรอย่างรวดเร็วแบบสายฟ้าแลบ จนบางทีทำให้คนรอบข้างของคุณปรับตัวไม่ทัน รวมทั้งบางทีจังหวะไม่มา ทำให้คุณเหนื่อยเปล่าด้วย ดังนั้นไม่ต้องเร่งรีบไปให้ถึงจุดหมายมากเกินไป ให้ดื่มด่ำกับทุกย่างก้าวที่คุณได้ก้าวไป จะทำให้คุณมีความสุขและไม่เครียด และยังสามารถรักษา ศักยภาพในการทำงานให้คงอยู่ได้นาน โดยไม่ต้องเหนื่อยกับงานมากเกินไป

อาชีพ ที่เหมาะสม :งานทางด้านการเงินการธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ฝ่ายติดต่อประสานงานต่าง ๆ นักลงทุนตลาดหลักทรัพย์ ผู้นำทางการเมือง ผู้นำทางศาสนา นักกฎหมาย นักบุญ และธุรกิจบันเทิงทั้งหลาย เป็นอาชีพที่เหมาะกับคุณเหลือเกิน


ท่านที่เกิดวันที่ 9
สไตล์การทำงาน :
การประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ของคุณมักไม่ค่อยมาจากการกระทำเท่าใดนัก แต่มักมาจากการที่คุณมองเห็นอะไรได้ชัดกว่าคนอื่นทั้งในภาพรวมและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ทำให้คุณเหนือกว่าคนอื่นหนึ่งก้าวเสมอ อย่างไรก็ตาม ในการแก้ปัญหาเรื่องของการงาน คุณมักจะทำตามที่ใจคุณเรียกร้องเสมอ ไม่ค่อยฟังคนอื่นเท่าใดนัก ประมาณว่าดื้อเงียบ

อาชีพที่เหมาะสม : นักบำบัด นักวางกลยุทธ์ นักแต่งหนังสือ นักขาย นักบริหาร ครูบาอาจารย์ นักปราชญ์ นักเขียน ช่างภาพ ศิลปิน คืออาชีพที่เหมาะกับคุณ


ท่านที่เกิดวันที่ 10
สไตล์การทำงาน :
คุณมีความเชื่อมั่น ศรัทธาในตัวเอง คุณทำให้คนรอบข้างอุ่นใจ ถ้าคุณหันมามองรอบตัวคุณจะเห็นความรู้สึกนึกคิดความต้องการของคนรอบข้าง

อาชีพที่เหมาะสม :ศิลปิน เทรนเนอร์ นักสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร ์ นักบิน นักการศึกษา นักสื่อสารมวลชน จะเป็นอาชีพที่เหมาะกับคุณเหลือเกิน


ท่านที่เกิดวันที่ 11
สไตล์การทำงาน :
ในการทำงาน คุณทำทุกอย่างในสิ่งที่คุณเชื่อและชอบอยู่เสมอ นั่นจึงทำให้คุณเป็นคนที่สามารถสนุกสนานกับทุกอย่างได้ แม้กระทั่งงานเบา งานหนัก งานยุ่ง ถึงจะมีแอบบ่นในใจลึก ๆ อยู่บ้าง แต่แท้จริงแล้วไม่เคยหวั่น คุณเปรียบประดุจได้กับไดนาโมของความคิดสร้างสรรค์และ จินตนาการ สไตล์การทำงานอง คุณมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร และคุณจะก้าวหน้ากว่าใคร ก็ด้วยในสิ่งที่เป็นตัวคุณนี่แหละ

อาชีพที่เหมาะสม : นักเขียน นักแสดง ศิลปิน นักปรัชญา ผู้นำทางด้านจิตวิญญาณ นักศาสนา นักธุรกิจไฟแรง นักประพันธ์ ที่ปรึกษาทางธุรกิจหรือด้านต่าง ๆ จะเหมาะอย่างยิ่ง


ท่านที่เกิดวันที่ 12
สไตล์การทำงาน :
อะไรที่ว่าเป็นเรื่องยากต่อการปฏิบัติ หรือต่อการทำความเข้าใจ คุณสามารถย่อมัน สรุปมันได้ง่ายต่อการคิดและปฏิบัติเสมอ ถ้าคุณเป็นหัวหน้า คุณก็จะสั่งลูกน้องได้อย่างกระชับ ชัดเจน ใครก็ตามที่ได้ฟังจะสามารถนำไปทำได้ทันที ถ้าเป็นลูกน้อง คุณก็จะทำให้หัวหน้าประทับใจในการทำงานที่รวดเร็วและถูกต้องอยู่เสมอ ๆ

อาชีพที่เหมาะสม : เป็นที่แปลกมากที่ว่า คุณเป็นคนที่ทำอาชีพอะไรก็ได้ ขอให้สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณชอบและต้องเกี่ยวข้องกับการติดต่อกับผู้คนมาก ๆ ไม่ว่าจะทำอะไร คุณก็สำเร็จเด่นกินหน้าใครอย่างแน่นอน


ท่านที่เกิดวันที่ 13
สไตล์การทำงาน :
ผมขอพูดสั้น ๆ แล้วกัน ช้าแต่ชัวร์ มั่นคงและแน่นอน นั่นละใช่เลย สไตล์ของคนที่เกิดวันที่ 13

อาชีพที่เหมาะสม :นักวางแผนทางการเงิน นักสังคมสงเคราะห์ งานก่อสร้าง งานประชาสัมพันธ์ ผู้กำกับฯ พ่อครัวมือหนึ่ง หมอศัลยกรรม โปรแกรมเมอร์ คืออาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เกิดวันที่ 14
สไตล์การทำงาน :
ใครว่าคนเราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง หรือการเปลี่ยนแปลงนั้นทำยาก โอ๊ย … สำหรับคุณแล้วการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องง่ายหรือหมูมาก ๆ เพราะคุณเป็นคนที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก เข้าขั้นปรมาจารย์เลยทีเดียว ดังนั้นอะไร ๆ ก็ตามที่มาใหม่ คุณมักจะเข้าใจและเรียนรู้ได้เร็วก่อนใครอยู่เสมอ ๆ เรื่องของกระแสไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแฟชั่น การเมือง ความรู้ คุณจะสามารถจับกระแสของสิ่งเหล่านั้นได้ก่อนใคร รวมถึงคุณยังเป็นคนที่สื่อสารหรือพูดชักจูงให้คนอื่นเคลิบเคลิ้มหรือคล้อยตามได้ดีอีกด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้การทำงานของคุณ เป็นลักษณะเล่นกับกระแส อิงกับกระแส แล้วใช้การต่อรอง แลกผลประโยชน์อย่างรวดเร็วในการกำชัยชนะอยู่เสมอ ๆ

อาชีพที่เหมาะสม : นักเจรจาต่อรอง นักวิทยาศาสตร์ นักโบราณคดี นักสังคมวิทยา นักประมูล ผู้จัดการฝ่ายขาย โค้ชกีฬา เทรนเนอร์ นักข่าว นักพาณิชยศิลป์เป็นอาชีพที่เหมาะสม

ท่านที่เกิดวันที่ 15
สไตล์การทำงาน :
ความเด็ดเดี่ยว ความเชื่อในอุดมคติ ความภาคภูมิใจ สามสิ่งนี้คือจุดแข็งของคุณ คุณจึงมักทำอะไรทุกอย่างโดยมีเป้าหมายเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ ๆ ไม่มีทางเลยที่คุณจะยอมเสียเวลาเปล่า ๆ ไปกับการไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ การทำงานในองค์กรต่าง ๆ คุณจะเป็นคนที่กระหายเรียนรู้เป็นอย่างมาก เป็นนักดูดซับข้อมูลตัวฉกาจ เรียกได้ว่าอะไร ๆ คุณสามารถรู้ทันเกมได้หมด สร้างศาสตร์ใหม่ ๆ ทฤษฎีใหม่ ๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของคุณเองได้ สิ่งเหล่านี้ดีเลิศจนบางครั้งอาจทำให้คนหมั่นไส้เอาได้ แต่ช่างมันเถอะ เรื่องธรรมดาของคนมีความสามารถ

อาชีพที่เหมาะสม : ครูอาจารย์ นักวิชาการ นักออกแบบ มัณฑนศิลป์ สถาปนิก บรรณารักษ์ นักวิจัย นักบำบัด นักเรียกร้องเพื่อสังคม ผู้นำทางสังคมเป็นอาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เกิดวันที่ 16
สไตล์การทำงาน :
ทุกเหตุการณ์ ทุกสถานการณ์ ไม่มีอะไรเล็ดลอดสายตาคุณไปได้ เพราะการทำงานของคุณจะเป็นไปในลักษณะพุ่งไปสู่เป้าหมายอย่างรวดเร็วที่สุด ความอ้อมค้อมเป็นสิ่งที่คุณไม่ถนัดเป็นอย่างยิ่ง เวลาคุณทำอะไร คุณจะใช้ความตรงไปตรงมา บวกกับการวางแผนอย่างรัดกุม ทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณคิด เรียกได้ว่าเกือบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว ดังนั้นโลกนี้ยังจะมีอะไรสามารถหลอกลวงคุณได้อีก

อาชีพที่เหมาะสม : นักประพันธ์เอก วิศวกร นักกฎหมาย นักวิจัย นักสืบ อาชีพที่ต้องใช้ประสาทสัมผัสพิเศษ คืออาชีพที่เหมาะสม



ท่านที่เกิดวันที่ 17
สไตล์การทำงาน :
ด้วยความสามารถข้างต้น ถามว่าอะไรในการทำงานเป็นสิ่งที่คุณถนัดที่สุด ผมตอบได้เลยว่าคือเรื่องของการเมืองในบริษัท ถึงแม้คุณจะไม่ค่อยชอบมันเท่าไหร่ เพราะคุณเป็นคนที่มีความเคารพในตัวเองสูงมาก แต่คุณก็ทำมันได้ดีในระดับที่ไม่ธรรมดา แต่ถ้าไม่ชอบ ไม่เป็นไร
งานอีกอย่างของคนที่เกิดวันนี้ถนัด นั่น คือ เป็นนักประสาน ประสานงานทุกอย่างไม่ว่าจะทางด้านความค ิดเห็น หรือเชิงปฏิบัติ คุณทำได้ดีมาก ใครมีความขัดแย้งอะไรขอให้เรียกหาคุณได้เลย

อาชีพที่เหมาะสม : นักแสดงเจ้าบทบาท นักการเมือง ทนาย นักเอนเตอร์เทน นักบริหาร นักการเงิน การธนาคาร ผู้นำทางศาสนา นายหน้า นักเล่นหุ้นมือฉกาจ ที่ปรึกษาด้านสุขภาพหรือความงาม คืออาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เกิดวันที่ 18
สไตล์การทำงาน :
คุณเป็นคนที่ชอบการเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตนเอง มากกว่าการรอใครมาสั่งมาสอน ถึงแม้กระนั้นก็แปลกที่ว่าคุณก็สามารถรู้สิ่ง ๆ นั้นได้อย่างดีและรวดเร็วเสียด้วย ดังนั้นงานอะไรก็ตามคุณไม่เคยหวั่น เรียกได้ว่า เป็นนักสู้งานตัวยงเลยทีเดียว นอกจากนี้ไม่ว่าบริษัทหรือการงานของคุณจะประสบปัญหาหรือวิกฤตเป็นเช่นไร ขอให้องค์กรนั้น บริษัทนั้น แต่งตั้งให้คุณเป็นคนที่สามารถจัดการหรือนำผู้คนฟันฝ่าไปจากวิกฤตจะดีที่สุด เพราะคุณเกิดมาเพื่อเป็นนักจัดการกับวิกฤต หรือจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่ซับซ้อนและใหญ่ ๆ ในเหตุการณ์เฉพาะ ๆ เท่านั้น โอ … น่าดีใจ ยิ่งบ้านเมืองตอนนี้อยู่ในยามยาก คนอย่างคุณเป็นที่ต้องการมาก

อาชีพที่เหมาะสม : การจัดการ นักกฎหมาย อัยการศาล นักปรัชญา ผู้นำทางความคิดหรือทฤ ษฎีใหม่ ๆ นักเล่าเรื่องหรือปรากฏการณ์ บรรณาธิการ นักสื่อสารมวลชนหัวก้าวหน้า นักกีฬา นักกรีฑา คืออาชีพที่เหมาะกับคุณ


ท่านที่เกิดวันที่ 19
สไตล์การทำงาน :
ทุกอย่างจะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจ เพราะคุณเป็นคนที่ชอบให้ความร่วมมือกับคนอื่นได้ในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ใช้ลงทุน ลงแรง ขอให้บอกคุณได้ คุณไม่เคยขัดสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ในที่ทำงานหรือชีวิตประจำวันของคุณ มักจะไม่ค่อยมีศัตรูหรือถ้ามีก็น้อยมาก

อาชีพที่เหมาะสม :ผู้กำกับฯ นักดนตรี นักเขียน ที่ปรึกษา ผู้กำกับศิลป์ แดนเซอร์ นักออกแบบท่าเต้น นักเคมี เภสัชกร นักพัฒนาพื้นที่หรือองค์กร คืออาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เกิดวันที่ 20 สไตล์การทำงาน :
ถ้าเล่นกีฬา คุณมักจะเป็น แมนออฟเดอะแมทช์ ถ้าเล่นการเมือง คุณมักจะเป็น ส.ส. แบบพลิกล็อกนั้นเป็นเพราะคุณเป็นคนสามารถฉกฉวยโอกาสจากช่องว่างต่าง ๆ ได้ยอดเยี่ยม ฟอร์มในเรื่องต่าง ๆ ของคุณอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่พอช่วงเขาจะตัดสินกันหรือช่วงจังหวะสั้น ๆ ที่ใช้ตัดสินความเป็นความตาย คุณมักจะหยิบชั้นปลามันได้เสมอ เป็นวีรบุรุษได้เสมอ โอ … น่าเลื่อมใส

อาชีพที่เหมาะสม : งานทุกอย่างที่ต้องทำกันเป็นทีม ที่ปรึกษาสุขภาพ ที่ปรึกษาทางด้านบุคลิกภาพ ครูบาอาจารย์ นักการทูต นักบริหาร นักจิตวิทยาเกลี้ยกล่อมให้โจรกลับใจ คืออาชีพที่เหมาะกับคุณ


ท่านที่เกิดวันที่ 21
สไตล์การทำงาน :
ผู้ใหญ่จะรักคุณมากเป็นพิเศษ คุณมักจะทำงาน หรือเลือกงานที่คุณได้ใช้ความคิด ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ และที่สำคัญงานทุกชิ้นคุณจะทำมันออกมาจากใจจริง ๆ ดังนั้นไม่ว่างานอะไร หรือแม้กระทั่งงานช่าง งานเทคนิค ก็มักจะมีความงดงามเชิงศิลปะเข้าไปสอดแทรกอยู่ตลอด นับเป็นศิลปินด้วยจิตวิญญาณโดยแท้

อาชีพที่เหมาะสม : ทุกอย่างในวงการบันเทิง อย่างเช่น ดารา นักร้อง นางแบบ นักสื่อสารมวลชน นักสร้างบุคลิก ผู้จัดการดารา วงการโฆษณา นักเขียน นักประชาสัมพันธ์ ไกด์นำเที่ยว หรือทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ อย่างเช่น นักออกแบบบุคลิก นักวาดรูป นักออกแบบ นักประพันธ์ จะเหมาะกับคุณเหลือเกิน

ท่านที่เกิดวันที่ 22
สไตล์การทำงาน :
เรื่องหัวเซ็งลี้ ต้องยกให้คุณ ที่ไหนมีกลิ่นของชื่อเสียง เงินทอง ความสำเร็จ คุณสามารถรู้ทันได้หมด และฉกฉวยมาได้ก่อนใครเสมอ นั่นไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนโลภนะ แต่หมายถึง คุณไม่อยากเสียเวลาไปทำในสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่ได้สร้างความสำเร็จให้คุณ หรือพูดง่าย ๆ คุณเป็นคนที่กระหายความสำเร็จมาก

อาชีพที่เหมาะสม :สถาปนิก ครูบาอาจารย์ นักบริหาร ที่ปรึกษาทางธุรกิจ ทนายมือหนึ่ง อัยการมือยอด นักการเงิน นักกีฬามือเซียน คืออาชีพที่เหมาะสมกิน

ท่านที่เกิดวันที่ 23
สไตล์การทำงาน :
อาจจะเป็นเพราะความเมตตาที่คุณมี รวมกับผลบุญที่ได้สร้างสมมา ทำให้คุณมีความสามารถพิเศษ คือคุณสามารถรู้ได้ว่าคนไหนจะดีกับคุณ คนไหนเป็นคนที่ช่วยเหลือคุณได้ และเป็นที่น่าแปลกว่า เรื่องบริวารของคุณจะมีปัญหาน้อยมากถ้าเทียบกับคนเกิดวันอื่น ๆ

อาชีพที่เหมาะสม : นักสังคมสงเคราะห์ นักอนุรักษ์ธรรมชาติ นักเขียน ศิลปิน นักผลิตรายการโทรทัศน์ นักดนตรี คืออาชีพที่เหมาะสม

ท่านที่เกิดวันที่ 24
สไตล์การทำงาน :
คุณเป็นคนที่ทำทุกอย่างด้วยหัวใจ ฉะนั้นอะไรก็ตาม ถ้าคุณลองได้เชื่อแล้ว คุณทุ่มเทหมดทั้งกำลังกายและกำลังใจทีเดียว การทำงานของคุณแม้ไม่รวดเร็ว ฉับไว แต่ผลลัพธ์ที่ได้มักมากกว่าที่จุดประสงค์ตั้งไว้ทีแรกเสมอ ๆ เรียกได้ว่าทำงานเกินเงินเดือน

อาชีพที่เหมาะสม : นักเ ขียน ปรมาจารย์ด้านใดด้ านหนึ่ง นักดนตรี นักตกแต่งภายใน นักออกแบบ นักประพันธ์ นักสังคมสงเคราะห์ พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ผู้นำทางด้านศาสนา คืออาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เกิดวันที่ 25
สไตล์การทำงาน :
คนประเภทที่ว่า มีไฟทำงานลุกโชติช่วงตลอดอย่างคุณ ถ้าจะทำงานก็ต้องเป็นงานประเภทเพิ่งจะบุกเบิกเริ่มต้น หรืองานประเภทที่ต้องใช้ความพยายาม ใช้ความสามารถอย่างสูงในการวางแผน
หรือคิดค้นอะไรใหม่ ๆ เพราะนอกจากไฟอันร้อนแรงในตัวคุณแล้ว คุณยังเป็นคนที่มากความสามารถ

อาชีพที่เหมาะสม : นักบัญชี นักการเงิน นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ นักเขียน นักวาดรูป ศิลปิน นักแสดงล้อเลียนต่าง ๆ คืออาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เกิดวันที่ 26
สไตล์การทำงาน :
คนที่เกิดวันนี้มีเซ้นส์พิเศษอย่างหนึ่ง นั่นคือสามารถจับผิดหรือรู้สึกถึงความผิดปกติต่าง ๆ ได้เร็วกว่าคนอื่นเสมอ สามารถรู้ได้ว่าอะไรถูกต้อง หรืออะไรคือเส้นทางที่ควรจะไปได้เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ได้เร็ว สิ่งเหล่านี้คุณจะรู้ได้ก่อนใครเสมอ ๆ ดังนั้นการทำงานของคุณจะเป็นประเภทครบเครื่องและฉายเดี่ยว คุณชอบทำทุกอย่างตั้งแต่วางแผนยันลงมือทำเองหมด ใจค อจะไม่แบ่งงานให้คนอื่นบ้างเลยหรือ!!!

อาชีพที่เหมาะสม : ครูบาอาจารย์ นักเจรจา นักไกล่เกลี่ย นักสืบ นักตกแต่ง นักจัดงานทางการตลาด นักตัดต่อเสียง นักตัดต่อภาพยนตร์ ซาวด์เอนจิเนียร์ คืออาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เกิดวันที่ 27
สไตล์การทำงาน :
เรื่องประสบความสำเร็จเป็นเรื่องที่คุ้นเคยและชินชามาก นั่นเป็นเพราะว่าเวลาคุณทำอะไร คุณจะคิดอย่างรอบคอบ คือคิดแล้วคิดอีกจนมั่นใจจึงทำ และเวลาทำเรื่องล้มเลิกเห็นจะไม่มี
ฉะนั้นจึงทำให้คุณเป็นคนที่รักงานมาก ๆ เวลาเห็นใครทำอะไรชุ่ย ๆ กับงาน คุณจะอึดอัดใจเป็นอันมาก จริงไหมตัวเอง!!!

อาชีพที่เหมาะสม : นักอบรม นักจัดงานสัมมนา นักบริหาร นักแสดง นักดนตรี ศิลปิน นักวาดรูป วาทยกร คืออาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เกิดวันที่ 28 สไตล์การทำงาน :
งานยาก ๆ เป็นของหวานอย่างหนึ่งของคุณ อะไร ๆ ที่คนอื่นว่ายาก ขอให้บอก ความสามารถพิเศษของคุณคือ การอ่านสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำและถูกต้องลึกซึ้ง

อาชีพที่เหมาะสม : ศิลปิน นักแสดง นักออกแบบเสื้อผ้า งานทุกชนิดที่ต้องเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ นักพัฒนาพื้นที่ นักพัฒนาองค์กร หรืองานทุกอย่างที่ต ้องการการปฏิวัติหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ คืออาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เ กิดวันที่ 29
สไตล์การทำงาน :
คุณเป็นคนที่มีความหลากหลายในตัวสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ โอ๊ย แม้กระทั่งไสยศาสตร์ คุณมักมีความรู้หรือมีประสบการณ์ในเรื่องต่าง ๆ มาแล้วทั้งนั้น ประมาณว่าพหูสูตร นอกจากนี้เวลาคุณทำงาน คุณมักจะชอบทำงานทีละหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน จนบางทีทำให้สับสนบ้าง อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของคุณ คือคุณสามารถทำงานที่ต้องใช้ทักษะหลาย ๆ อย่างพร้อมกันได้ดี อย่างเช่น ประเภทพวกคอมพิวเตอร์กราฟิก หรือออกแบบบัญชีบนคอมพิวเตอร์ อะไรทำนองนั้น

อาชีพที่เหมาะสม : นักเขียน คอลัมนิสต์ บรรณาธิการนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ นักแต่งเพลง ลีดเดอร์ นักแสดงบนเวที นักมายากล นักกรีฑา หมอ ศัลยแพทย์ นักการเงิน นักธนาคาร นักสังคมสงเคราะห์ เรียกได้ว่าทำได้แทบทุกอาชีพ


ท่านที่เกิดวันที่ 30
สไตล์การทำงาน :
คุณมักจะสามารถทำงานที่ต้องใช้ความอดทน ความเข้าใจคนอื่น ความรู้จักยืดหยุ่นได้ดีเสมอ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้คุณจะเป็นคนที่มีจิตวิทยาสูง เข้าใจคนอื่นได้ดี แต่คุณมักจะไ ม่ค่อยเข้าใจในชีวิตความต้องการ ความรู้สึกที่อยู่ลึก ๆ ข้างในตัวคุณเองสักเท่าไหร่ นั่นจึงทำให้ในช่ วงแรก ๆ ของชีวิตคุณมักจะเลือกเรียน หรือทำงานในสิ่งที่ไม่ใช่คุณอยู่เสมอ ๆ

อาชีพที่เหมาะสม : นักเขียน นักแสดง นักตกแต่งสวน นักประชาสัมพันธ์ หมอนวด แอร์โฮสเตส พนักงานต้อนรับ งานทุกอย่างที่ต้องใช้การสื่อสารและงานบริการ คืออาชีพที่เหมาะสม


ท่านที่เกิดวันที่ 31
สไตล์การทำงาน :
คุณเป็นคนที่ตัดสินใจแล้วต้องทำให้ได้ ใครอย่ามาแย้งฉันนะ ไม่งั้นเดี๋ยวหัวขาด
อาชีพที่เหมาะสม : นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักระดมทุน นักกายภาพบำบัด นักกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ แฮกเกอร์ นักกวนเมือง นักสื่อสารมวลชน นักข่าว โปรแกรมเมอร์ 'งานที่ต้องเกี่ยวข้องกับการบันเทิง เป็นอาชีพที่เหมาะสม

24 กรกฎาคม 2551

การข่มขืนแบบใหม่!!

ไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่อย่างน้อยมันอาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณได้ระมัดระวัง ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณ ผู้หญิงคนที่ประสบกับเหตุการณ์นี้ เธอเพิ่งออกจากโรงพยาบาล เรื่องมีอยู่ ว่า....

วันหนึ่งหลังเลิกงาน ผมได้ฟังเรื่องราวกลยุทธ์ในการข่มขืนแบบใหม่จาก น้องสะใภ้ ซึ่งมันเกิดขึ้นแล้วกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง หลังเลิกงานผู้หญิง คนนี้กำลังจะกลับบ้าน ระหว่างทางเธอเห็นเด็กตัวน้อยๆกำลังยืนร้องไห้ อยู่ข้าง ถนน ด้วยความรู้สึกสงสารเด็ก เธอเดินเข้ าไปหาและถาม ว่า ' เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ ' เด็กน้อยตอบ ว่า ' ผม หลงทาง พี่ช่วยพาผมไปส่งที่บ้านหน่อยได้ไหม ครับ แล้วเด็กน้อยก็ยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ แล้ว บอกว่าให้พาไปส่งตามที่อยู่ในนั้น และด้วยความใจดีของเธอ เธอมิได้สงสัยอะไร เลย แม้แต่น้อย เธอก็พาเด็กไปส่งตามที่อยู่นั้น พอถึงที่บ้านของเด็กน้อยตาม ที่อยู่ในนั้น เธอก็กดกริ่ง ทันใดนั้นเอง กริ่งที่ว่าถูกต่อสายไฟฟ้าแรงสูงเอา ไว้ แน่นอนมันช็อตเธอจนหมดสติ ....

วันต่อมา เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเธอพบว่า เธออยู่ในบ้านร้างพร้อมกับร่างอันเปลือยเปล่า

เธอจำไม่ได้เห็นแม้กระทั่งใบหน้าของผู้ร้าย นั่นคงเป็นคำถามว่าทำไมทุกวันนี้ อาชญากรรมถึงพุ่งไปหาคนที่ใจดี ในครั้งต่อไปถ้ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก ไม่จะกับใครก็ตามขอให้จำไว้ว่า อย่าพาเด็กไปในที่ที่เขาต้อง การ ยังไงให้พาไปที่สถานีตำรวจ จะดีกว่า จำไว้ เมื่อพ บเด็กหลงทาง ทางที่ดีที่สุดควรพาไปที่สถานี ตำรวจ นะครับ ยังไงช่วยกรุณาส่ง ข้อความนี้ไปยังเพื่อนผู้หญิงทุกๆคนด้วยนะครับ

( เพิ่มเติม : คุณผู้ชาย ที่ได้รับเมล์นี้ ช่วยบอกเรื่องราวนี้ให้กับแม่ , พี่สาวน้อง สาว , ภรรยาและแฟนของคุณด้วยนะครับ

22 กรกฎาคม 2551

ระวังการจอดรถในเมืองทองธานี

จากประสบการณ์ของตาลและน้อง

ถึง พี่ๆเพื่อนๆทุกคน
วันนี้มีเรื่องที่จะมาเล่าให้ทุกๆคนฟัง
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในคืนวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2550
วันนั้นตาลและน้องน้ำหวานและน้ำผึ้งได้ไปดูคอนเสริร์ต HM Blue
ที่ อาคาร ธันเดอรฺ โดม ในอิมแพคเมืองทองธานี
ซึ่งอยู่ด้านหลังอาคารชาแลนเจอร์
พวกเราไปถึงตอนประมาณ ทุ่มครึ่ง
เจ้าหน้าที่ได้ให้คนที่ไปดูคอนเสิร์ตไปจอดรถที่ลานจอดรถด้านข้างอาคาร
พวกเราก็ไปจอดกัน ในตอนนั้นมีรถจอดอยู่มากมาย
หลังจากจอดรถก็เข้าไปดูคอนเสิร์ตตั้งแต่ทุ่มครึ่ง จนถึง 4
ทุ่มครึ่ง(19.30-22.30 น) คอนเสิร์ตเลิก ก็ออกมาด้วยความ
happy. แต่พอมาถึงที่รถปรากฎว่า
รถไม่ได้ล็อค แล้วหน้าต่างด้านหลังซ้ายถูกทุบแตก เปิดไฟดูพบว่า
มีรอยรื้อค้นและหยดเลือดหยดอยู่ (ดังแสดงในรูป)
โชคดีที่พวกเราไม่ได้เอาทรัพย์สินมีค่าไว้ในรถ
โจรเลยได้ไปสำเนาการซื้อขายรถและสำเนากรมธรรม์(xerox)ที่อยู่ในลิ้นชัก
และกุญแจบ้าน(ทำเอาเสียวกลัวขโมยขึ้นบ้าน
เพราะในสำเนาซื้อขายรถยนตร์มีที่อยู่บ้านตาลด้วย
เลยต้องโทรมารบกวนน้องแนนให้ช่วยไปฝากบอกข้างบ้านให้ดูบ้านให้ด้วย
เพราะเราต้องเอารถไปให้ตำรวจตรวจสอบลายนิ่วมือและรอยเลือด)
ปรากฎว่า...ไม่ใช่เรารายเดียวที่โดน
มีรถของอาจารย์ที่รามฯก็โดนแบบเดียวกัน แต่ของอาจารย์ท่านนั้น
นอกจากข้อสอบหายไปแล้ว
บัตรเครดิตยังถูกคนร้ายเอาไปกดเงินและรูดซื้อสินค้าที่ siam
paragon อาคารธนิยะ ฯลฯ ในช่วงเวลา 2 ทุ่ม-3
ทุ่มไปอีกแสนกว่าบาท
จากการที่ได้คุยกับตำรวจสายตรวจทราบว่า
บริเวณลานจอดรถด้านข้างอาคารธันเดอร์ โดม นี้จะไม่มียามดูแล
เนื่องจากที่ดินตรงนี้เป็นของธนาคารยึดไป
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รถถูกทุบกระจกเพื่อขโมยทรัพย์สิน
ดังนั้น ถ้าท่านต้องไปทำธุระที่เมืองทองธานี
ขอให้นำรถไปจอดใต้อาคารชาแลนเจอร์จะปลอดภัยกว่า
อย่านำรถไปจอดที่บริเวณลานจอดรถด้านข้างอาคารธันเดอร์
โดมเป็นอันขาด ตอนนี้ตำรวจที่
สภอ.ปากเกร็ดกำลังตามจับคนร้ายให้อยู่
หวังว่าคงจะจับได้ในเร็วๆนี้ ยังไงช่วยบอกต่อๆกันไปด้วยนะคะ
จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อโจรอย่างพวกตาล
รักและห่วงใย
น้ำตาล กฤติยา

ทำอย่างไรเมื่อเกียร์หลุด

คำเตือนจากประสบการณ์จริง

ประสบการณ์จริง จากรถเกียร์ออโต้ อุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด !
คงเคยอ่านข่าว รถจอดอยู่แล้วไหลชนเจ้าของบ้าน หรือตกคลองกันบ้าง เรื่องนี้อาจเกิดขึ้นได้
เหตุเกิดเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา 27.6.08 นี้เอง
หลังจากที่ได้นำรถออกจากอู่ตอนบ่าย กับรถ BENZ 300 E เอารถไปเข้าอู่เพื่อดูแลตามปกติ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง.
น้ำมันเกียร์เข็คโน่นเช็คนี่ตามเลขที่กิโลตามกำหนด ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเลย แต่วันนี้เกิดเหตุไม่คาดฝันจนได้
เคยได้ยินไหม “เกียร์หลุด” ไม่ใช่หลุดออกมา ไม่ใช่เข้าเกียร์ไม่ได้ แต่มันหลุดไปอยู่ที่เกียร์ถอย R
อาการเป็นอย่างไร ไม่ว่าคุณจะเข้าเกียร์อะไรก็ควบคุมรถไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ P, D, 3 หรือ 2
ทุกเกียร์รถจะถูกสั่งให้ถอยหลังทั้งหมด ยิ่งคุณพยามยามจะเดินหน้า โดยผลักไปที่ D แล้วเหยียบคันเร่ง
เครื่องยนต์จะถูกเร่งให้ถอยหลังแรงขึ้น ยกเว้นคุณจะเหยียบเบรคอยู่อย่างนั้น อย่าหวังพึ่งเบรคมือ
จะมีประสิทธิภาพเมื่อรถจอด ป้องกันไม่ให้ไหลเท่านั้น
เย็นวันนั้นหลังเลิกงาน แวะ Shopping ที่ห้างเดอะมอล์ ผ่านจากจุดรับบัตรตรงทางเข้า
ไปเล็กน้อยก็เห็นที่มีที่จอดรถว่างอยู่ เป็นทางลาดเล็กน้อย (เล็กน้อยจริงๆ) ก็เลยเปิดไฟกระพริบ
เปลี่ยนเป็นเกียร์ R เพื่อถอยหลังเข้าที่จอด ถอยไปได้ครึ่งคัน เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ค่อยตรงเท่าไหร่
ก็เปลี่ยนเป็น D เพื่อให้รถเดินหน้าจะได้ตั้งลำถอยใหม่
ตอนนี้เองรถไม่ยอมเดินหน้า ถอยหลังซะงั้น ก็เริ่มแปลกใจ หันมามองหน้ากัน เกิดอะไรขึ้น
รีบเหยียบเบรค เข้าเกียร์ D ใหม่เหยียบคันเร่งเบา ๆ รถกลับถอยหลังแรงขึ้นไปอีก ก็เหยียบเบรคอีก
แต่กำลังของรถมันคอยจะถอยอย่างเดียว เครื่อง ดังหึ่ง ๆ จะถอยลูกเดียว
ทีนี้คิดว่าจะทำอย่างไรดีไม่เคยเจอ ก็เลยให้อีกคนเปิดประตูลงมามองหาว่ามันมีที่กั้นล้อด้านหลังไหม
จะได้กั้นรถไว้ได้ เพราะด้านหลังเป็นท่อแก๊ส และท่อน้ำขนาดใหญ่ของห้าง ถ้าถอยไปชน จะเกิดอะไรขึ้น ?
พอลงไปดูเห็นมีที่กั้นค่อยโล่งใจหน่อย ก็เลยตะโกนบอกมีที่กั้น จอดเลยไม่ต้องถอยแล้ว
คนขับก็เหยีบเบรค และเลื่อนเกียร์มาที่เกียร์ว่าง N ห่างจากจุดที่กั้นเป็นปูนประมาณ 2 คืบได้
แล้วก็ปล่อยเบรค เพื่อจะดับเครื่องจอด ทันใดนั้นเองสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ
รถกระโดดข้ามไปอยู่บนที่กั้นด้วยความเร็วและแรงมากในชั่ววินาทีเดียว วินาทีเดียวจริง ๆ
ซึ่งคนที่ยืนดูท้ายอยู่ อยู่ห่างจากตัวรถทางด้านข้างไม่ถึงฝ่ามือ ยืนตะลึง แรงของรถ กระแทกท่อแก๊สกับท่อน้ำอย่างแรง
กันชนแตกเละ โครมเบ้อเริ่ม สิ่งที่ทำตอนนั้นคือ ตะโกน ดับเครื่อง ดับเครื่อง ดับเครื่อง
หลายคนคงสงสัยแล้วแล้วจากนั้นเป็นอย่างไรต่อ ก็ค่อยๆ มองซ้ายมองขวาช่วยกันเข็นรถที่มันคาอยู่บนขอบปูน และกำลัง
เบียดท่อแก๊สกับท่อน้ำ ออกหนะสิ โชคดีมาก ๆ ท่อเป็นเหล็กหนามาก ไม่อย่างนั้น
คนที่ดูหลังอยู่ด้านท้าย คงไม่มีโอกาสมาเล่าให้ฟัง คงจะแบนไปกับท่อแก๊สไปแล้ว
* ทุกคนคงอยากดูรูป แต่ตอนนั้นตกใจลืมนึกไป *
สิ่งที่อยากจะฝากเตือนทุกคนก็คือ
1. เมื่อเกิดเหตุควบคุมรถไม่ได้เพราะเกียร์หลุด ต้องดับเครื่องยนต์ทันที (คำแนะนำของช่าง)
เพราะรถที่เกียร์หลุด จะไม่สามารถควบคุมได้เด็ดขาด ยกเว้นหลุดไปเป็นเกียร์ว่าง
2. เวลาจะถอยหลัง หรือออกรถ ระวังอย่าให้มีคนยืนอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังเด็ดขาด เพราะส่วนใหญ่
เวลาถอยรถ เรามักมีคนไปด้วยช่วยลงไปดู เพราะไม่แน่ใจหรือคอยระวังรถคันอื่น
3. รถที่พึ่งออกจากอู่ ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีข้อผิดพลาด
4. สติของคนขับ สำคัญมาก แม้ประสบการณ์หลายสิบปี ก็อาจควบคุมไม่ได้

ด้วยความปรารถนาดี เพื่อเป็นประสบการณ์หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

16 กรกฎาคม 2551

คำถามกวน

พอลล่ากระโดดลงไปในน้ำแล้วทำไมผมไม่เปียก?
ตอบ เพราะผมยืนดูพอลล่าอยู่ข้างบน ไม่ได้โดดลงไปด้วย

รู้ไหม ใครเป็นพ่อของพลอย เชอร์มาลย์?
ตอบ หนุ่ม กรรชัย เพราะ กรรชัย กำเนิดพลอย

หยาดเข้าโรงพยาบาล แล้วหยาดเป็นอะไร?
ตอบ “หยาด” เป็นประธาน (“เข้า” เป็นกริยา และ“โรงพยาบาล” เป็นกรรม)

ไหว้น้ำท่าอะไร ต้องใส่หมวกกันน็อค?
ตอบ ท่าจะบ้า

มดอะไรกัดเจ็บที่สุด?
ตอบ มดทอระยิด (มิตรทรยศ)

ชมรมดลตรีกลัวอะไร?
ตอบ ชมรมจิ๊กซอ (เอาซอไปเครื่องดลตรีก็ไม่ครบดิ)

กำอะไรเอ่ย ไว้กินกับส้มตำ?
ตอบ กำซิก ผวนเป็น กิ๊กซำ
ซำ(some) ภาษาอังกฤษ แปลว่า บ้าง กิ๊กซำ ก็เป็น กิ๊กบ้าง
กิ๊กบ้าง ก็ ก้างบิ๊ก
ก้างบิ๊ก ก็ ก้างใหญ่
ก้างใหญ่ ก็ ไก่ย่าง โอ้ย เหนื่อย

สแคร์รู๊ท 3 ส่วน h เท่ากับเท่าไหร่?
ตอบ ต้นไม้ตาย เพราะ 3 = three หาร h ก็เหลือ tree ต้นไม้
ต้นไม้ถอดรากออก ก็ กลายเป็นต้นไม้ตาย 555

รถ ToYOTA รุ่นไหนคันเล็กที่สุด?
ตอบ โตโยต้า อันติ๊ด

คาถาอะไรช่วยประหยัดค่าโทรศัพท์?
ตอบ พุทธโธ – พุธโทร (วันพุธค่อยโทร วันอื่นห้ามโทร)

ปลาอะไรเอ่ย ขี้เกียจ?
ตอบ ปลาวาฬ (ชอบวาน ไม่ยอมทำเอง)

หมาอะไรเอ่ย ขึ้นต้นมะพร้าวได้?
ตอบ หมาพยายาม

ผลไม้อะไรเรียนเก่ง?
ตอบ ผลไม้เกรด A

รู้ไหมว่าถ้าฉันเป็นควาย ฉันอยากให้เธอเป็นอะไร?
ตอบ เป็นโคลน ฉันจะได้จมปลัก รักเธอไง

แมวอะไรเอ่ย ห้ามขับ?
ตอบ แมวเล้า (เมาแล้ว)

มีกษัตริย์องค์หนึ่งมาเจอกับชายหนุ่ม จึงถามชายหนุ่มว่าอายุเท่าไหร่แล้ว ชายหนุ่มตอบว่า 18 ครับ แล้วท่านล่ะ กษัตริย์ตอบว่า 40 เวลาผ่านไป 10 ปี ทั้งคู่ก็มาเจอกันอีก กษัตริย์ถามชายหนุ่มว่าตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้ว 28 ครับ แล้วท่านล่ะ กษัตริย์องค์นั้นตอบว่า 40 ทำไมเวลาผ่านไป 10 ปีแล้ว แต่กษัตริย์องค์นี้จึงอายุเท่าเดิม?
ตอบ เพราะกษัตริย์ ตรัสแล้วไม่คืนคำ

ปลาช่อนเป็นลูกใคร?
ตอบ ไก่แก่ เพราะไก่แก่ แม่ปลาช่อน

ไก่อะไรเป็นฆาตกร?
ตอบ ไก่จิกเด็กตายบนปากโอ่ง

มันอะไรเอ่ยข้างนอกสีแดง ข้างในสีเขียว?
ตอบ มันมีซะที่ไหนล่ะ

สมมุติวันนี้แมนยูฯ แตะกับ เชลซี คุณจะเชียร์ข้างไหน เพราะอะไร?
ตอบ ข้างสนาม เพราะเชียร์ในสนามไม่ได้ หุหุ

ถ้าหายใจไม่ออกคุณต้องทำอย่างไร?
ตอบ หายใจเข้า (ก็หายใจออกจนสุดแล้วก็ต้องหายใจเข้าอ่ะดิ)

สมมุติมีรถจักรยานอยู่คันนึง นาย ก นั่งหน้า นาย ข นั่งกลาง นาย ค นั่งหลัง ใครเป็นเจ้าของรถ?
ตอบ สมมุติ

รถชนกับเรือจะเป็นอะไร?
ตอบ เป็นไปไม่ได้

สมมุติว่าแมวผสมกับยีราฟจะเป็นอะไร?
ตอบ เป็นเรื่องสมมุติ

นักกีฬาเกลียดอะไร?
ตอบ สถิติ เห็นมีแต่คนจะทำลาย

ทำไมแปรงสีฟันถึงหาย?
ตอบ สบู่ลักส์

ปลาอะไรไม่มีสัมมาคาราวะ?
ตอบ ปลาตาย (มันไม่ไหว้)

ไก่ 1ตัวมี 2ขา แล้วไก่ 2ขา มีกี่ตัว?
ตอบ มีทั่วไป (ไก่ที่ไหนๆก็มี 2 ขาทั้งนั้นแหล่ะ)

พระอะไรมีหนวด?
ตอบ พระนะแจ๊ะ = แพะนะจ๊ะ

ทำไม Coca-Cora ถึงต้องใช้ c ตัวใหญ่?
ตอบ เพราะ “ซีเล็ก” เป็นปลาทูน่า

นามสกุลอะไรที่ถูกข่มขืนมากที่สุด?
ตอบ นามสมมุติ

Star war ภาคอะไรดูรู้เรื่องที่สุด?
ตอบ ภาคภาษาไทย

อะไรเอ่ยข้างบนมัน ข้างล่างเหนื่อย?
ตอบ คนแบกมัน

วันอะไรเอ่นมี 7 สี?
ตอบ วันเสาร์ (เจ็ดสีคอนเสิร์ท)

สัตว์อะไรห้ามอ่านหนังสือ?
ตอบ แกะ เพราะตามร้านขายหนังสือจะมีป้ายเขียนว่า ห้ามแกะอ่าน

มีเงินอยู่ 10 บาท ซื้อของไป 4 บาท ทำไมคนขายทองแค่บาทเดียว?
ตอบ ให้เหรียญ 5

มดอะไรใหญ่กว่ามดเอ็กซ์?
ตอบ มด xl

ยายบัวไม่ได้เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ แล้วยายบัวเอาไข่ที่ไหนมากิน?
ตอบ ไข่ไก่ เพราะไม่ได้เลี้ยงเป็ด แต่เลี้ยงไก่

ในร้านอาหารของคุณมีอยู่ 4โต๊ะ โต๊ะที่1 สั่งอาหาร โต๊ะที่2 จ่ายตังค์ โต๊ะที่3 นั่งรออาหาร โต๊ะที่ 4 เบี้ยว คุณจะทำอย่างไร?
ตอบ จัดโต๊ะที่4 ให้ตรง

นิยาม รัก โดยศาลฎีกา

จำกันได้มั๊ยกับนายเสริม สาครราษฎร์ที่เป็นหมอฆ่าแฟนตาย ในคดีที่นายเสริมถูกตัดสิน นายเสริมขอลดโทษโดยอ้างเหตุว่า ตนฆ่าแฟนเพราะความรักที่ตนมี จนไม่อาจหักห้ามใจให้แฟนไปมีคนใหม่ได้ จึงขอความปราณีจากศาลให้เห็นแก่ความรักของตน

ศาลฎีกาได้ให้เหตุผลไว้อย่างงดงาม ถึงความรักที่นายเสริมอ้างว่ามีต่อแฟนของตน

ดังฏีกาข้างล่างนี้

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คดีแดงที่ 6083/2546
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นางสุดา ปรัชญาภัทร โจทก์ร่วม
นายเสริม สาครราษฎร์ จำเลย


ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า จำเลยควรได้รับโทษประหารชีวิต ศาลล่างทั้งสองไม่ควรลดโทษให้จำเลยเพราะคดีไม่มีเหตุบรรเทาโทษนั้น ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ร่วมฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว

ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยถูกผู้ตายข่มเหงจิตใจอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เพราะจำเลยกับผู้ตายมีความสัมพันธ์ฉันคนรัก แต่ผู้ตายต้องการเลิกความสัมพันธ์กับจำเลยไปมีรักกับผู้ชายคนใหม่ จำเลยจึงบันดาลโทสะฆ่าผู้ตายนั้น

เห็นว่า ความรักเป็นสิ่งที่เกิดจากใจไม่อาจบังคับกันได้ ความรักที่แท้จริงคือความปรารถนาดีต่อคนที่ตนรักความยินดีที่คนที่ตนรักมีความสุข การให้อภัยเมื่อคนที่ตนรักทำผิดและการเสียสละความสุขของตนเพื่อความสุขของคนที่ตนรัก จำเลยปรารถนาจะยึดครองผู้ตายเพื่อความสุขของจำเลยเอง เมื่อไม่สมหวังจำเลยก็ฆ่าผู้ตาย เป็นความคิดและการกระทำที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ของจำเลยโดยฝ่ายเดียว มิได้คำนึงถึงจิตใจและความรู้สึกของผู้ตาย หาใช่ความรักไม่ ทั้งเป็นความเห็นผิดที่เป็นอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง

ดังนี้
แม้จะฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยฎีกาก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม กรณีไม่มีเหตุจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้

ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต

15 กรกฎาคม 2551

เพื่อนบางคน

เพื่อนบางคน...อาจคอยมองดูคุณอยู่แบบห่างๆ แต่ไม่กล้าแสดงออก
แต่เพื่อนบางคน...อาจจะเข้ามายุ่งกับคุณโดย เพราะเขาเป็นคนกล้า

เพื่อนบางคน...อาจทำทุกสิ่งทุกอย่างให้คุณได้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ในขณะที่เพื่อนบางคน...ไม่ได้ยินคำขอร้องของคุณด้วยซ้ำ

เพื่อนบางคน...อาจพูดอะไรตรงๆ กับคุณเพราะรัก
แต่เพื่อนบางคนของคุณ...อาจพูดแต่คำหวานๆ ซึ่งแฝงไปด้วยความน่ากลัว

เพื่อนบางคน...อาจเหมือนคนที่ไม่อดทน มักบ่นอะไรเล็กๆ น้อยๆ เสมอ
แต่จริงๆ แล้วเขา...อาจเป็นคนที่มีความอดทน มากกว่าที่คุณคิดเสียอีก

เพื่อนบางคน...อาจไม่เคยมีความลับกับคุณ อาจแม้กระทั่งให้คุณอ่านไดอารี่แสนหวงของเขา
แต่เพื่อนบางคน...อาจไม่เคยแม้แต่จะเล่าเรื่องชีวิตส่วนตัวให้คุณฟัง

เพื่อนบางคน...อาจไม่เคยโทรศัพท์หาคุณเลย มีแต่คุณเท่านั้นที่มัวแต่โทรหาเขาทุกวัน
เพื่อนบางคน...อาจโทรมาหาคุณได้โดยที่คุณไม่ต้องขอร้องเลยด้วยซ้ำ

เพื่อนบางคน...อาจจะอยู่เคียงข้างคุณ ในยามที่คุณต้องการใครซักคน โดยที่ไม่มีใครขอ
แต่เพื่อนบางคน...ไม่อาจแม้แต่จะรับรู้ความรู้สึกของคุณได้

เพื่อนบางคน...อาจถึงขนาด นั่งร้องไห้กับคุณ
ในขณะที่อีกหลายๆ คน...ไม่สนด้วยซ้ำว่าคุณกำลังอยู่ที่ไหน

เพื่อนบางคน...อาจเคยทำผิดกับคุณบ้าง แต่เขาก็ยังพยายามที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก
ในขณะที่เพื่อนบางคน...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำผิดต่อคุณ

เพื่อนบางคน...อาจหมายความตามที่เขาพูด เช่น ขอโทษก็คือขอโทษ
ในขณะที่เพื่อนบางคน...พูดขอโทษ แต่หมายถึงสมน้ำหน้า

เพื่อนบางคน...อาจจำได้ว่าพยายามโทรหาคุณข้ามวันข้ามคืน ถึงแม้ว่าเขาจะติดต่อคุณไม่ได้ แต่ก็ยังคงพยายาม
ในขณะที่เพื่อนบางคน...อาจจำได้ไม่เกินครึ่งวันด้วยซ้ำว่าคุณโทรหาเขา

เพื่อนบางคน...อาจเหมือนคนที่มีอารมณ์แปรปรวน อาจทำอะไรที่คุณคาดไม่ถึง
แต่ไม่แน่เขา...อาจเป็นน้อยกว่าคุณก็ได้ เพียงแต่คุณไม่รู้ตัว

เพื่อนบางคน...อาจชอบอยู่กับกลุ่มคนเยอะๆ ที่สนุก เฮฮา
แต่เพื่อนบางคน...อาจจะภูมิใจกับกลุ่มเพื่อนเล็กๆ ที่อบอุ่นมากกว่า

เพื่อนบางคน...อาจมัวนั่งเงียบๆ จนให้คุณไม่อาจรู้ได้ว่า เขากำลังคิดอะไรอยู่
แต่ในขณะที่เพื่อนบางคน...พูดมากเสียจนคุณรำคาญ

เพื่อนบางคน...อาจอยากให้คุณรับรู้ความรู้สึกจากเขาทางสายตา
แต่เพื่อนบางคน...อาจเดินมาบอกความรู้สึกกับคุณด้วยตัวเอง

เพื่อนบางคน...อาจจะไม่มีการแสดงออกใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าคุณจะทำให้เขาเสียใจเพียงใด
แต่ในขณะที่เพื่อนบางคน...อาจเดินเข้ามาต่อว่าคุณ จนคุณไม่เหลือซากก็ได้

เพื่อนบางคน...สามารถอ่านใจคุณได้
ในขณะที่อีกหลายๆ คน...ไม่อาจรับรู้และเข้าใจ ความรู้สึกของคุณได้ แม้ว่าคุณจะบอกเขาไม่รู้กี่ครั้งแล้วก็ตาม

+++ แล้วคุณล่ะเป็นเพื่อนแบบไหน? +++

12 กรกฎาคม 2551

อ๋อเหรอ

มีผู้หญิง 2 คน
คนนั่งอยู่ด้านหน้า ต่างคนต่างมา
คนด้านซ้ายมือแต่งตัวเหมือนคุณหญิงใส่เพชรใส่ทองมากมาย คนด้านขวาแต่งตัวเรียบๆ แล้วผู้หญิง 2 คนก็เริ่มคุยกัน

สาวเปรี้ยว: สวัสดีค่ะมาเที่ยวคนเดียวเหมือนกันเหรอคะ

สาวเรียบร้อย: ค่ะมาคนเดียว

สาวเปรี้ยว: เนี่ย เดี๊ยน ไม่ได้มาเที่ยวอย่างเดียวหรอกคะ กะว่าจะมาดูรถ Porche ไปให้ลูกใช้ซัก 2 คัน

สาวเรียบร้อย: อ๋อเหรอคะ

สาวเปรี้ยว: ตอนสมัยอยู่ฝรั่งเศส ก็ขับจากัวร์ กับเฟอร์รารี่เจ้าคุณพ่อซื้อให้ค่ะ เงินสดนะคะ

สาวเรียบร้อย: อ๋อเหรอคะ

สาวเปรี้ยว: มานี่จะซื้อของขวัญให้ตัวเองซะหน่อยกะว่าจะซื้อเพชรกลับเมืองไทยซัก 50 กะรัต

สาวเรียบร้อย: อ๋อเหรอคะ

สาวเปรี้ยว: แล้วคุณน้องหล่ะคะ ชีวิตเป็นไงบ้างค่ะ

สาวเรียบร้อย: ก็ไม่มีอะไรคะ ชีวิตเรียบง่าย สมัยเรียน พ่อให้ไปเรียนในวังได้ แต่เย็บปักถักร้อย ร้อยพวงมาลัย ทำขนม ครูห้ามพูดคำหยาบ ครูบอกว่าถ้าจะด่าใคร อีตอ.censor....ให้พูดว่า อ๋อเหรอคะ

10 กรกฎาคม 2551

เลขตัวสุดท้ายในบัตรประชาชน

เลขตัวสุดท้ายในบัตรประจำตัวประชาชนของทุกคน สามารถบอกได้ว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรบ้าง? แม่นขนาดไหน ต้องพิสูจน์กัน :P

ตัวอย่าง : เลขในบัตรประจำตัวประชาชนคือ 5 6485 54823 48 6
เลขตัวสุดท้ายคือเลข 6

เลข 1

แสดงถึงความเด็ดเดี่ยว กล้าทำ กล้าแสดงออก เป็นผู้นำในหน้าที่การงานอยู่ในจำพวกแนวหน้า และบางครั้งถูกคนอื่นมาขอความช่วยเหลือทั้งทรัพย์สินเงินทอง และคำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าที่ควรแต่หากไม่พอใจใครแล้ว

เขาจะไม่สนใจเลยเด็ดขาด เป็นจำพวกหยิ่งในศักดิ์ศรี ฆ่าได้ หยามไม่ได้ ไม่ยอมก้มหัวเพื่อลดศักดิ์ศรีให้ใคร หากจำเป็นจริง ๆ ยอมให้ได้เพียงกายเท่านั้น จะมีนิสัยละเอียดอ่อนในเรื่องความรัก หมดเปลืองเท่าไหร่ก็ยอมเพื่อความรัก

ในอนาคตหากเป็นนักธุรกิจจะประสบความสำเร็จและสามารถทำงานได้ดีทุกแขนง

เลข 2

แสดงถึงความสำเร็จ ความอบอุ่นจากมิตร-บริวาร แต่บางครั้งไม่ค่อยมีความเด็ดขาดไปบ้าง เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่คนเดียว

หากจะลงทุนทำธุรกิจถ้าได้ร่วมทำกับคนอื่นจะดีกว่าทำคนเดียวจะมีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม เป็นที่รักใคร่ของเหล่าเพื่อนฝูง แต่บางครั้งจะโดนอิจฉาอยู่บ่อย ๆ เพราะเสน่ห์ดีเกินไป ตามเลขศาสตร์บ่งบอกว่า หากจะให้ทำงานสำเร็จโด่งดังมีชื่อเสียง

จะต้องทำงานร่วมกับคู่ครองตนเอง วัยกลางคนจะได้มีความสุขกับครอบครัว ฐานะดีมีความสบายตามลำดับ


เลข 3

แสดงถึงความทุกข์ใจ จะมีปัญหาเรื่องต่าง ๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อย ๆ หากจิตใจไม่เข้มแข็งจะทำให้ทุกข์ใจไม่สบายกายอยู่เรื่อยไป

และจะต้องเพิ่มการเอาใจใส่คู่ครองและครอบครัวให้มากกว่าเดิม ระวังจะมีปัญหากับบุคคลที่ 3 เข้ามาสร้างความแตกแยกในครอบครัว หมายเลข 3 นี้ เป็นเลขแห่งเงารัก เงาร้าง ถ้าจะลงทุนทำธุรกิจไม่ควรที่จะร่วมหุ้นหรือไว้ใจบริวารให้มากนัก

อย่าเป็นนักบุญให้ผู้อื่นจนเกิดเป็นความทุกข์ให้กับตนเอง และหากช่วยเหลือใครแล้วจะหวังผลคืนได้ยาก เพราะหมายเลข 3 เป็นเลขของผู้ให้ๆอย่างเดียว แต่เมื่อผ่านปัญหาทั้งปวงไปแล้วอีกไม่นาน จะมีความสุขความสบายกับครอบครัว

เลข 4

แสดงถึงเลขแห่งจักรพรรดิ์ จะมีคนคอยเป็นห่วง จะเป็นที่รักใคร่ของผู้สูงอายุแต่จะมีความเหน็ดเหนื่อยมากอยู่เหมือนกัน เพราะ
คำว่า "แม่ทัพ" ก็รู้ความหมายอยู่แล้ว ไม่มีแม่ทัพคนใดไม่มีผลงานแล้วจะได้เป็นแม่ทัพหรอกน่ะ แต่หมายเลข 4

เป็นเลขแห่งความสำเร็จ ความยิ่งใหญ่ ความก้าวหน้า ความท้าทาย หากจะให้มีความเจริญก้าวหน้าเร็วๆ ก็ต้องกล้าทำกล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ แต่ระวังจะมีเพศตรงข้ามหลงรัก และเข้ามาขอสวามิภักดิ์ด้วยและไม่ต้องเป็นห่วงจะทำอะไรก็จะมีคนคอยสรรเสริญเยินยอ

แต่ก่อนที่จะมีการเยินยอก็จะมีการติฉินนินทาก่อน หากอดทนไม่สนใจไม่แคร์ความรู้สึกของคนอื่นได้ละก็ ชีวิตนี้รวยใจสบายกายอย่างแน่นอน

เลข 5

แสดงถึงเลขแห่งเวทมนต์และเสน่ห์หากับเพศทั่วไป มีความหยิ่งทะนงในตัวเอง ยอมก้มหัวให้ผู้อื่นได้แค่กายแต่ใจนั้น ไม่ยอมใคร เป็นที่ปรึกษาผู้อื่นได้ดีแต่ตนเองยามเดือดร้อน หาใครช่วยปรึกษาด้วยนั้นช่างยากมาก เพราะหมายเลข 5 จะมีความสบายกาย
แต่ทุกข์ใจอยู่เรื่อยเพราะคิดมากจนเกินเหตุ และจะเป็นที่รักใคร่ของญาติมิตรหากดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเอกสารจะประสบความสำเร็จดีมีชื่อเสียง

แต่ไม่ว่างานด้านไหนๆ หมายเลข 5 ทำได้หมด แต่จะต้องมีเวลาให้กับเรื่องส่วนตัวบ้าง เช่น เรื่องความรัก อย่าปล่อยให้นานเกินไป
จะได้พึ่งพาอาศัยบุตร-บริวารในภายภาคหน้าจะมีความพอดีกับชีวิต เกิดความสุขตลอดกาล

เลข 6

แสดงถึงคนที่มีดีอยู่ในตัวแต่ไม่ค่อยยอมนำออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ อย่าปล่อยเวลากับความคิดให้มากนัก หมายเลข 6 เสน่ห์อยู่ที่ "เงา" ของตนเอง จะมีคนรักใคร่เอ็นดูทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ต้องแต่งตัวให้เกิดจุดเด่นแก่ตนเอง และมีจิตสัมผัสเหนือธรรมชาติ

หากได้นั่งสมาธิบำเพ็ญศีลจะมีบารมีสูง ผู้คนจะรักใคร่เอ็นดู จะทำอะไรก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จดีทั้งสิ้น หมายเลข 6 ต้องลดโทนเสียงลงอีกเพราะโทนเสียงนั้นบ่งบอกถึงอำนาจ ความยิ่งใหญ่เกินตัว ไม่เพราะแก่ผู้ได้ยิน ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดู สนับสนุนในด้านการงาน

เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ตนเองมักจะเอาตัวรอดได้เสมอ จะมีความสุขในบั้นปลาย

เลข 7

อย่าปล่อยเวลาให้เสียไปกับคนอื่นให้มากนักและอย่ายึดติดอยู่กับที่ เพราะหมายเลข 7 เป็นหมายเลขที่ต้องเดินทางเพื่อทำการค้า เป็นไกด์

หรือทำงานที่ต้องมีการเจรจาอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ประสบความสำเร็จ ระวังจะมีปัญหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เกิดขึ้นในครอบครัว หรือเรื่องรัก 3 เส้าเกิดขึ้นในชีวิตคู่ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณ ก็ไม่ต้องวิตกให้มากนัก เพราะทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้ด้วยดี

การเงินถึงจะไม่คล่องบ้างบางครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะหมายเลข 7 เป็นเลขที่ส่งลาภผลอยู่เนืองๆ หากผู้ใดที่ได้หมายเลข 7
และก็ยอมเหนื่อยหน่อยในระยะเริ่มต้น และอีกไม่นานจะมีความสุข โชคลาภเพิ่มพูน และจะได้รับความสุขกับ มิตร-บริวาร

เลข 8

แสดงถึงคนมีบุญบารมี และวาสนาดี มีชื่อเสียงให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ แต่ต้องหมั่นเรียนรู้เร่งศึกษาอย่าอยู่นิ่ง กล้าเปิดเผย กล้าทำ กล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ รีบไขว่คว้าแล้ว หน้าที่การงานที่ทำจะได้ผลดีเป็นที่พอใจ และผู้ใหญ่จะให้ ความช่วยเหลือ

อย่าหลงใหลมัวเมาในกิเลสตัณหาให้มากนักอ ย่าสนุกจนลืมครอบครัว แล้วบั้นปลายชีวิตจะมีฐานะดีเป็นที่พอใจของวงศ์ตระกูลมีชื่อเสียงเป็นที่นับถือของคนทั่วไป

เลข 9

แสดงถึงอำนาจ ความยิ่งใหญ่ หากเป็นผู้นำจะเจริญก้าวหน้า ทำงานด้วยสมองเป็นนักพูด หรือนักบรรยายจะมีชื่อเสียงโด่งดัง
แต่หน้าที่ที่เหมาะคือผู้เผยแพร่ศาสนา จะมีผู้คนยกย่องสรรเสริญและยังมีจิตสัมผัสเหนือคนทั่วไป บางครั้งสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ใครได้หมายเลข 9 จะเป็นผู้อยู่เหนือลิขิตสวรรค์จะทำอะไรก็สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเอง

3 กรกฎาคม 2551

ประกาศจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล

1. การแต่งกาย
บริษัทขอแนะนำพนักงานทุกท่านว่าท่านควรแต่งกายให้เหมาะสมกับฐานเงินเดือนของท่านเพราะถ้าทาง บริษัท เห็นว่าท่านใส่รองเท้า PRADA ราคา 30,000 บาท และถือกระเป๋า GUCCI ราคา 40,000 บาท มาทำงานแล้วล่ะก็ บริษัทขอสันนิษฐานว่าฐานเงินเดือนของ ท่าน เหมาะสมดีอยู่แล้ว ไม่เห็นควรต้อง ขึ้นเงินเดือนแต่อย่างใด

2. การลาป่วย
บริษัทไม่ยอมรับใบรับรองแพทย์ หรือคำวินิจฉัยใด ๆ ที่ระบุว่าท่านป่วย เพราะถ้าท่านสามารถไปพบแพทย์ ได้ ท่านก็น่าจะมาทำงานได้

3. การผ่าตัด
ห้ามพนักงานทำการผ่าตัดใด ๆ ทั้งสิ้นตราบเท่าที่ท่านยังเป็นพนักงานของที่นี่ ท่านจำเป็นต้องมีอวัยวะ ครบถ้วน ท่านไม่สามารถตัดสินใจยักย้าย ถ่ายเทหรือตัดอวัยวะใด ๆ ทิ้ง เพราะบริษัทว่าจ้างท่านครบทุกส่วนและไม่บุบสลายการยักย้ายถ่ายเทอวัยวะใด ๆ ถือว่าเป็นการละเมิดต่ อสัญญาจ้างงาน

4 . การลากิจ
พนักงานมีสิทธิ์ลากิจได้ 104 วันต่อปี ได้แก่ วันเสาร์และวันอาทิตย์

5. การลาพักร้อน
บริษัทยินดีอนุญาตให้พนักงานลาพักร้อนได้ในช่วงเดียวกันของทุกปีโดยบริษัทขอประกาศให้วันที่ 31 ธันวาคม และวันที่ 1 มกราคม
เป็นวันหยุดพักผ่อนประจำปี

6. การลาเพื่อไปร่วมพิธีศพการลางานเพื่อไปร่วมพิธีศพไม่ถือว่าสมเหตุสมผล เนื่องจากท่านไม่สามารถทำให้เพื่อน ญาติหรือเพื่อนร่วมงานฟื้นขึ้นมาได้แต่หากพนักงานจำเป ็นต้องไปร่วมพิธีศพ พิธีควรจะจัดในช่วงเย็นหลังเวลาเลิกงาน บริษัทยินดีให้ท่านออกไปก่อนเวลาเลิกงาน1 ชั่วโมง

7. การลาอันเนื่องมาจากเสียชีวิต ถือเป็นการลาอย่างสมเหตุสมผล อย่างไรก็ตามพนักงานควรแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์เพื่อที่ บริษัทจะได้หาและฝึกพนักงานใหม่ขึ้นมาแทน

8. การใช้ห้องน้ำ
เนื่องจากเวลาในการใช้ห้องน้ำนานเกินไป จึงขอให้พนักงานปฏิบัติดังนี้
ให้พนักงานเข้าห้องน้ำเรียง ตามลำดับอักษร เช่น พนักงานที่ชื่อขึ้นต้นด้วย 'ก' ให้เข้าห้องน้ำในเวลา 8.30 - 8.50 น. และ พนักงานที่ชื่อขึ้นต้นด้วย 'ข' ใช้เวลา 8.50 - 9.10 น. ตามลำดับ ท่านใดที่ไม่สามารถ เข้าห้องน้ำได้ในเวลาที่กำหนด ขอให้รอเข้าในวันถัดไปเมื่อ ถึงรอบของท่านอีกครั้ง ถ้าท่านจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำเป็นกรณีฉุกเฉินขอให้ สลับเวลากับพนักงานท่าน อื่น
แต่ทั้งนี้ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้างานเป็นลายลักษณ์อักษร (ไม่จำเป็นต้องบันทึกลงบนกระดาษชำระก็ได้)

9. เวลาพักกลางวัน
พนักงานที่มีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐานสามารถพักกลางวันได้ 1 ชั่วโมง เพื่อรับประทานอาหารให้มากขึ้น จะได้ดูมี สุขภาพที่ดี สำหรับพนักงานที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสามารถพักได้ 30 นาทีเพื ่อจะได้รักษาหุ่นให้ดูดีเหมือนเดิม ส่วนพนักงานที่มีน้ ำหนักเกินกว่า มาตรฐานเพียงพอแล้วสำหรับการดื่มเครื่องดื่มธัญพืช และรับประทานยาลดความอ้วน

ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ท่านอ่านประกาศนี้จบทันที

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

คุณจะเลือกอย่างไร

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว.....
อาเธอร์ถูกจับและจะประหารชีวิต
แต่กษัตริย์เสนอให้เขาเป็นอิสระ
ถ้าหากเขาสามารถตอบ
ปัญหาแสนยากข้อหนึ่ง ได้ถูกต้อง
อาเธอร์มีเวลาหาคำตอบ 1 ปีเต็ม ถ้าเขาตอบไม่ได้
เขาก็จะถูกประหาร 'คำถามนั้นคือ ....
สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ คืออะไร ?'
ปัญหาดังกล่าวช่างยากเย็นจนแม้นักปราชญ์ที่ฉลาดก็ยังงุนงง
เขากลับไปยังอาณาจักรของเขาและ
เริ่มหาคำตอบจากทุกผู้คน
แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้
คนส่วนมากจะแนะนำให้เขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับยายแม่มดแก่
ซึ่งน่าจะเป็นผู้เดียวที่จะรู้คำตอบ
แต่ราคาค่าปรึกษาคงจะแสนแพง
แล้ววันสิ้นปีก็มาถึง
อาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่น

แม่มดตกลงจะให้คำตอบแต่อาเธอร์ต้องยอมรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อน
นังแม่มดต้องการแต่งงานกับกาเวน
อัศวินผู้ทรงเกียรติสูงสุดของ
เหล่าอัศวินโต๊ะกลม
และเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของอาเธอร์
อาเธอร์หนุ่มถึงกับสยองขวัญ
เพราะยายแก่หลังโกงเหม็นก็เหม็น
มีฟันเหลือซี่เดียว ตัวก็เหม็นเหมือนถังส้วม
ชอบทำเสียงประหลาดน่ารังเกียจ
เขาปฏิเสธที่จะให้เพื่อนรักแต่งงานกับหล่อน
ฝ่ายกาเวนพอได้รับรู้ถึงข้อเสนอนั้น เขายอมแต่งงาน
เพื่อชีวิตของอาเธอร์ และการดำรงอยู่ของอัศวินโต๊ะกลม
และยายแม่มดก็ให้คำตอบต่อคำถามของอาเธอร์
'สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ ก็คือการได้เป็นตัวของตัวเอง'
ทุกคนทราบได้ทันทีว่าแม่มดได้กล่าวอมตะวาจาอันยิ่งใหญ่
และอาเธอร์ก็รอดพ้นจากการประหารแน่นอน
และก็เป็นเช่นนั้นจริง

แต่ทว่า........งานแต่งงานของกาเวนกับนังแม่มดช่างเหลือรับจริงๆ
กาเวนสง่าผ่าเผยเช่นปกติทั้งสุภาพอ่อนน้อม
ส่วนฝ่ายนังแม่มดเฒ่านั้นออกลายนิสัยเลวสุดเดช
ทั้งกินมูมมามด้วยสองมือ ทั้งเรอ ทั้งตด
ทุกผู้คนต่างรู้สึกอึดอัด และ
แล้วยามค่ำของวันส่งตัวก็มาถึง
กาเวนได้ปลอบตนเองพร้อมรับคืนสยองเขาก้าวเขาสู่ห้องนอนวิวาห์
ช่างไม่เชื่อสายตาตนเอง!!!!
หญิงสาวแสนสวยที่สุดที่
เคยพบพานนอนรออยู่เบื้องหน้า
กาเวนงุนงง ???? สาวแสนสวยเฉลยว่า
เพราะกาเวนช่างแสนดีกับหล่อน (เมื่อยามเป็นแม่มด)
ดังนั้นครึ่งหนึ่งของวัน เธอจะอยู่ในสภาพพิกลพิการน่า
รังเกียจส่วนอีกครึ่งหนี่งของวัน เธอจะอยู่ในร่างแสนสวยนี้
กลางวันเขาอยากให้เธอเป็นแบบไหน กลางคืนอยากให้เป็นแบบไหน?
เป็นคำถามที่ช่างโหดร้าย!!! กาเวนเริ่มคิดไตร่ตรอง
หญิงสาวสวยยามกลางวันเพื่ออวดต่อเพื่อนฝูง
แต่กลางคืนเมื่ออยู่สองต่อสอง เป็นยายแม่มด?
หรือว่าเขาควรจะเลือกยายแม่มดตอนกลางวัน
แล้วได้สาวสวยเพื่อเริงระบำยามค่ำคืนดี??
เป็นคุณหล่ะ
คุณจะเลือกอย่างไร ???
(กรุณาหยุดคิดสักนิดเมื่อตัดสินใจได้แล้ว ค่อย scroll ลงไปอ่านนะ )



เอาละ..

เมื่อได้คำตอบของคุณแล้ว
อ่านคำตอบของกาเวนที่อยู่
ข้างล่างนี้ กาเวนตอบว่า
'เขาขอมอบให้เธอเป็นผู้ติดสินใจเลือกเอง'
เมื่อเธอได้ยินดังนั้น เธอ
จึงประกาศก้องว่าเธอจะสวยตลอดเวลา
เพราะเขาได้ให้ความเคารพและให้เธอเป็นตัวของตัวเอง
นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า...
1. ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยหรือจะน่าเกลียด ลึกๆ ข้างในเธอก็คือ แม่มด
2. ผู้หญิงจะกลายร่างเป็นแม่มด หรือเป็นสาวแสนสวยเมื่อไหร่
นั้นขึ้นอยู่กับ ความประพฤติของผู้ชาย
อย่าลืมส่งต่อนะ
ส่งมากกว่า 2 คน.....
ขอให้พบรักแท้... สาธุ!!!!!!!

แก้งค์ป้ายยาข้างสถานีรถไฟฟ้าชิดลม

>> ไม่รู้จิงป่าว ระวังตัวไว้ก่อนก้อดี

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้เองจนตัวเองจ้องไปนอนที่โรงพยาบาลตำรวจที่ตึก ฉุกเฉินในความคิดของคนเราเรื่องของแกงค์ป้ายยาเราได้กิตติศัพท์มาบ้างแล้วในใจผมบอกได้เลยว่าไม่ เชื่อเรื่องแกงค์ป้ายยาจะมีจริงและแล้ววันที่โชคร้ายที่สุดสำหรับผมก็มาบรรจบกัน ผมไปธุระที่สีลมช่วงสาย ของวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยการนั่งรถแท็กซี่เพื่อขึ้นตึก ๆหนึ่งที่หน้าสถานีรถไฟฟ้าชิดลม จนลงมาจากตึก ด้วย เป้นวันเสาร์เวลาบ่ายนิดๆทำให้อากาศร้อนมาก คนแทบไม่มีเดินตามท้องถนน

โดยตัวผมได้เดินแบกเป้สะพายหลัง 1 ใบพร้อมอุปกรณ์ทำมาหากินเต็มเป้ช่วงเวลาที่กำลังเดินมาขึ้นรถไฟฟ้าที่อยู่ติดกันหน้าตึก ผมได้เห็น ชาย 2 คนซึ่งคาดได้ว่าเป็นชาวต่างชาติชาวอาหรับ 2 คนกำลังยืนรอใครอยู่แน่ๆ ผมไม่สนใจจึงเดินผ่านไป

แต่แล้ว ชาวอาหรับ 2 คนนั้นกลับเรียกผมให้หยุดเพื่อที่เขาจะจับมดที่หลังผมให้ซึ่งเขาพูดเป็นภาษาไทยแต่เป็นสำเนียงของชาวอาหรับ ช่วงเวลานี้เองที่เขาทำอะไรกับหลับผมซึ่งเขาบอกว่า จะจับมดให้โดยการเอานิ้วมือมาสะกิดที่ข้างลำคอแล้วไล่มาเรื่อยๆ จนถึงหัวไหล่

เขาปล่อยมือออกจากตัวผมแล้วก็สอบถามเรื่องเส้นทางที่จะไป ถนนข้าวสารหลังจากนั้นไม่ถึง 30 วินาที แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ตัวผมเองเหมือนโดนบีบตาให้หลับ และ ตัวเราล่องลอยไปเรื่อย ๆผมมารู้ทีหลังว่าได้เดินทางไปกับ ชาวอาหรับ 2 คนนั้นโดยทางแท็กซี่ซึ่งเขาพาผมนั่งไปในรถแท็กซี่นั้นด้วย

เขาได้ถือเป้ของผมและได้เอาของทุกอย่างที่อยู่ในเป้ ซึ่งมีของสำคัญหลายชิ้นซึ่งสูญหายไปไม่ว่าจะเป็นสมุดบัญชีต่าง ๆ รวมถึงกระเป๋าสตางค์ของผมช่วงเวลาที่ผมอยู่ในรถับแกงค์นี้ ผมบอกตรงๆ ว่าผมจำอะไรไม่ไดอีกเลย

จนมารู้สึกตัวทีหลังว่า ผมกำลังเดินอยู่ที่ สถานีรถไฟฟ้าสยาม เดินเข้าไปในสบามโดยที่หาทางออกไม่เจอเป็นเวลานาน เหงื่อแตกเต็มตัว และเวลาต่อมาร่างกายเกิดอาการชาไปทั้ง หน้า ปาก แขน และ ขา

ผมออกมาจาก สยามดิสแล้วเดินมาทางนั้นเดินมาเรื่อยๆ ( ที่ผมรู้ว่ามาจากทางสยามดิสเพราะกลับไปสอบถามร้านค้าเล็กๆ ข้างทางว่า ผมเดินมาจากทางไหนเพื่อ รวบรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง)

ผมเดินแบบไม่รู้จุดหมายจนเกิดอาการหน้ามืดอย่างแรง อาเจียน และ ไม่มีแรง จนสุดท้ายต้องพึ่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่ใกล้วัน ปทุมวนาราม ให้หาตำรวจ และ ตำรวจก็มาถึง พร้อใกบแจ้งเจ้าหน้าที่ทาง ร.พ ตำรวจ เพื่อนำตัวผมเข้าห้องไอซียู ในช่วงเวลา บ่าย 2 โมงผมเองไปรุ้สึกตัว อีกทีหลังจากทางแม่ และภรรยา พร้อมลูกมาหาผมที่โรงพยาบาลแล้ว

แทบไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างผมอยู่ในโลกแห่งวิทยาการที่ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารก่อนใครผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์แต่ผมกลับ ไม่สามารถเอาตัวเองให้รอดพ้นจาก มิจฉาชีพ ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

2 กรกฎาคม 2551

คำทำนายโลกในอนาคต

จาก ฮูเซลีนโย่

นายฮูเซลีนโย่ ชาวบราซิลเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2503 (คาดว่าปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่) เป็นผู้ทำนายเหตุการณ์ในอนาคตมามากมาย ซึ่งหลายเหตุการณ์สำคัญที่ผ่านมาแล้วเกิดขึ้นจริงตามที่เขาทำนายเสียด้วย ไม่ว่าจะเป็น การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่าจากอุบัติเหตุทางรถยนต์, เหตุการณ์ 911 และ การเกิดคลื่นยักษ์สึนามิในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ พ.ศ. 2549

ทั้งนี้ ฮูเซลีนโย่ เล่าว่า เขาเห็นอนาคตในฝันของเขาซึ่งสามารถทำนายได้ 3-9 คำทำนายต่อวัน โดยเมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็จะรีบบันทึก และส่งเตือนผู้คนที่เกี่ยวข้องทันที ถ้าหากเหตุการณ์นั้นๆ เกิดขึ้นกับคนใดคนหนึ่ง เขาก็จะเขียนจดหมายไปเตือนคนผู้นั้น หรือ หากเกิดขึ้นกับคนมีชื่อเสียง เช่น คนดัง นักการเมือง หรือเป็นเรื่องของอนาคตที่เกี่ยวข้องกับสาธารณชน เขาก็จะส่งจดหมายเตือนไปยังเอเย่นต์ที่เกี่ยวข้อง รัฐบาล และตามสื่อต่างๆ โดยฮูเซลีนโย่ พยายามกระตุ้นให้มีการเผยแพร่คำทำนายของเขาออกไป แต่ก็มักได้รับการปฏิเสธด้วยเกรงว่าจะทำให้ผู้คนเกิดความตระหนก

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์หรืออนาคตที่ "ฮูเซลีนโย่" ได้ทำนายไว้มีดังนี้:

กรกฎาคม 2551: จะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้เกิดคลื่นสึนามิสูง 30 เมตร

18 กันยายน 2551: จะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดประมาณ 9.1 ริกเตอร์ที่ประเทศจีน ในขณะเดียวกันก็เกิดคลื่นสึนามิสูง 30 เมตร มีคนตายจากเหตุการณ์นี้มากกว่า 1 ล้านคน แม้ว่าแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นหลังกีฬาโอลิมปิกจบได้ไม่นาน ก็อาจจะมีแผ่นดินไหวขนาดย่อมเกิดขึ้นเป็นระลอกๆ ในจีนก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สุด รัฐบาลจีนยังคงสนใจกับการประสบความสำเร็จของกีฬาโอลิมปิก จนเพิกเฉยต่อมาตรการเตือนภัย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตที่สูงมาก หากรัฐบาลจีนไม่ประกาศถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและทำการอพยพผู้คน จำนวนผู้เสียชีวิตก็จะเป็นไปตามที่ทำนาย

17 ธันวาคม 2551: จะเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในอเมริกา

ปี พ.ศ. 2553: บางประเทศในทวีปแอฟริกา จะมีอุณหภูมิสูงถึง 58 องศาเซลเซียส และจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ

15 มิถุนายน 2553: ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์คจะร่วง ทำให้เกิดวิกฤติทางด้านการเงินระหว่างประเทศ

พ.ศ. 2554: การวิจัยในเรื่องการรักษาโรคมะเร็งบางชนิดจะประสบความสำเร็จ แต่จะเกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่จะคร่าชีวิตมนุษย์ทันทีหลังจากติดเชื้อเพียงแค่ 4 ชั่วโมง

1-25 พฤศจิกายน 2556: การวิจัยในเรื่องการรักษาโรคมะเร็งจะประสบความสำเร็จ ยกเว้น การรักษาเนื้องอกในสมอง จะเกิดแผ่นดินไหวจากภูเขาไฟระเบิดที่เกาะบาฮามาส ในหมู่เกาะคานารี เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูง 150 เมตร บริเวณแผ่นดินใหญ่ของอเมริกาและบราซิล จะได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิ ที่กระหน่ำชายฝั่งไกลถึง 15-20 กิโลเมตร ก่อนเกิดคลื่นยักษ์ ระดับน้ำทะเลต่อมหาสมุทรจะลดลงไปประมาณ 6 เมตร และนกฝูงใหญ่จะเริ่มอพยพ

พ.ศ. 2557: ดาวเคราะห์ขนาดเล็กที่ได้เคลื่อนที่เข้าใกล้โลกเรื่อยๆ นั้น จะชนกับโลกในที่สุด ซึ่งการชนกันครั้งนี้ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ทั้งปวง

พ.ศ. 2558: ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน โลกจะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงถึง 59 องศาเซลเซียส หลายคนจะตายจากสภาวะอากาศที่ร้อนเกินไป และความยุ่งเหยิง หรือ ความหวาดกลัวต่างๆ ที่ตามมา

เดือนเมษายน พ.ศ. 2559: พายุไต้ฝุ่นขนาดยักษ์จะบุกรุกประเทศจีน ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ประธานาธิบดีคนที่ 43 ของสหรัฐอเมริกา นายจอร์จ วอคเกอร์ บุช จะเข้าโรงพยาบาลและเผชิญหน้ากับสถานการณ์ระหว่างความเป็นและความตาย

เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569: เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในซานฟรานซิสโก ซึ่งมีชื่อเรียกว่า "The Big One" ส่งผลให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่ต่อพื้นที่รอบข้าง ภูเขาไฟหลายลูกจะติดขึ้นอีกครั้ง และ เกิดคลื่นสึนามีสูงกว่า 150 เมตร

จากการทำนายเหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคตครั้งนี้ นายฮูเซลีนโย่ หวังเพียงให้ผู้คนสนใจคำเตือนของเขา เพื่อที่ว่า อาจช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงหายนะเหล่านั้นได้ เขาหวังให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเรื่องความคิด ความเชื่อ และะทัศนคติของมนุษย์ในช่วง พ.ศ. 2551-2552 นี้ ซึ่งปัจจัยที่ถือว่ามีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เรื่องของภาวะโลกร้อน หรือ Global Warming

1 กรกฎาคม 2551

นักโทษหนีคุก

นักโทษคนหนึ่งหนีออกจากคุกซึ่งติดมาเป็นเวลา 15 ปี เขาหนีเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งเพื่อจะหาเงินและปืน แต่กลับพบกับสามี ภรรยาคู่หนึ่งอยู่บนเตียง เขาสั่งให้ผู้ชายออกจากเตียงและมัดไว้กับเก้าอี้ ขณะที่เขามัดผู้หญิงไว้กับเตียง และจูบที่คอ จากนั้นเขาก็ผุดลุกขึ้นเข้าห้องน้ำไปอย่างรีบร้อน


ขณะนั้นเองสามีก็กล่าวกับภรรยาว่า :

'ฟังนะ.. ชายคนนั้นเป็นนักโทษหนีคุก ดูที่เสื้อเขาซิ! เขาอยู่ในคุกหลายปีและไม่เคยเจอผู้หญิงเลย ฉันเห็นเค้าจูบที่คอคุณ ถ้าเขาต้องการเซ็ก อย่าขัดขืน หรือบ่นอะไร ทำอย่างที่เขาบอก ชายคนนี้อันตรายมาก ถ้าทำให้เค้าโกรธ เราอาจจะถูกฆ่า เข้มแข็งไว้นะที่รัก ฉันรักคุณ'


ภรรยาเค้ากลับตอบว่า :

'เขาไม่ได้จูบที่คอฉันหรอกที่รัก ! เขาแค่กระซิบกับฉันว่าเขาเป็นเกย์ เค้าคิดว่าคุณน่ารัก และถามว่าเรามีวาสลีนมั้ย? ฉันก็ตอบเค้าไปว่า อยู่ในห้องน้ำ เข้มแข็งไว้นะที่รัก ฉันก็รักคุณเหมือนกัน'