แค่ส่งต่อ..ไม่ได้เสียค่าใช้จ่าย
โปรดช่วยเด็กหญิงคนนี้ ( เธอวัยเพียง 4 เดือนครึ่ง ) เธอป่วยหนัก
และโปรดส่งต่อ e-mail ให้มาก ถ้าคุณอยากช่วยเหลือเธอ
เธอจะไ้ด้ 10 เซนต์ ต่อคนรับ 1 คน
Only forward this no money needed.........
Please help this girl (she is only 4 1/2 months) and she is very sick
and by forwarding this email to all your contacts, you will help her
by contributing 10 cents for her operation.
เก็บเรื่องราวเล่าขานที่หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเมล์ขยะ ไร้สาระ แต่รู้มั้ยว่ามันมีความหมายมากกว่านั้น!
28 พฤษภาคม 2551
27 พฤษภาคม 2551
ยายสีกะยายสอย
ยายสีเลี้ยงหอย ส่วนยายสอยเลี้ยงหมี
ยายสีเลี้ยงหอยฟ้องยายสอยเลี้ยงหมีว่า หมีของยายสอย มากัดหอยของยายสี
แต่ยายสอยที่เลี้ยงหมี ปฏิเสธและฟ้องกลับยายสีเลี้ยงหอยว่า หอยของยายสีกัดหมีของยายสอย ต่างหาก พร้อมกับอ้างว่า
ที่ปากหมีของยายสอย ไม่มีหอยของยายสีให้เห็นเลย ตรงกันข้ามมีหลักฐานว่า ที่ปากหอยของยายสี นั้นกลับมีขนหมีของยายสอยติดอยู่
ปล. กรุณาอ่านออกเสียงดังๆนะ
ยายสีเลี้ยงหอยฟ้องยายสอยเลี้ยงหมีว่า หมีของยายสอย มากัดหอยของยายสี
แต่ยายสอยที่เลี้ยงหมี ปฏิเสธและฟ้องกลับยายสีเลี้ยงหอยว่า หอยของยายสีกัดหมีของยายสอย ต่างหาก พร้อมกับอ้างว่า
ที่ปากหมีของยายสอย ไม่มีหอยของยายสีให้เห็นเลย ตรงกันข้ามมีหลักฐานว่า ที่ปากหอยของยายสี นั้นกลับมีขนหมีของยายสอยติดอยู่
ปล. กรุณาอ่านออกเสียงดังๆนะ
25 พฤษภาคม 2551
มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ (2)
อานิสงส์ 10 ข้อของการไม่กินเนื้อสัตว์
1. เป็นที่รักของบรรดาเทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
2. จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น
3. สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้
4. ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
5. มีอายุมั่นขวัญยืน
6. ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพทั้งปวง
7. ยามหลับนิมิตเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นสิริมงคล
8. ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
9. สามารถดำรงอยู่ในกระแสพระนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสูอบายภูมิ
10. ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตจะมุ่งสู่สุคติภพ
อานิสงส์การจัดสร้างพระพุทธรูปหรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนเป็นกุศลดังนี้
1. อกุศลกรรมในอดีตชาติแต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ
2. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย ปวงภัยไม่มีคนคิดร้ายไม่สำเร็จ
3. เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติแต่ปางก่อน เมื่อได้รับส่วนบุญไปแล้วก็จะเลิกจองเวรจองกรรม
4. เหล่ายักษ์ผีรากษส งูพิษเสือร้าย ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย
5. จิตใจสงบ ราศีผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ
6. มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ ( เกินความคาดฝัน) ครอบครัวสุขสันต์
วาสนายั่งยืน
7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพยินดี มิตรสหายปรีดา หนี้สินจะหมดไป
8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์หายเข็ญ
สตรีจะได้เกิดเป็นชายเพื่อบวช
9. พ้นจากมวลอกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาล้ำเลิศ บุญกุศลเรืองรอง
10. สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็นกุศลจิตแก่ทุกคนที่ได้พบเห็นเป็นเนื้อนาบุญอย่างเอนกทุกชาติของ ผู้สร้างที่เกิดจะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้าปัญญาในธรรมแก่กล้าสามารถได้อภิญญาหก สำเร็จโพธิญาณ
อานิสงส์การบวชพระบวชชีพรามณ์
( บวชชั่วคราวเพื่อสร้างบุญ , อุทิศให้พ่อแม่เจ้ากรรมนายเวร )
1. หน้าที่การงานจะเจริญรุ่งเรือง ได้ลาภ ยศ สรรเสริญตามปรารถนา
2. เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม หนี้กรรมในอดีตจะคลี่คลาย
3. สุขภาพแข็งแรง สติปัญญาแจ่มใส ปัญหาชีวิตคลี่คลาย
4. เป็นปัจจัยสู่พระนิพพานในภพต่อๆไป
5. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง โพยภัยอันตรายผ่อนหนักเป็นเบา
6. จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ง่าย มองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต
7. เป็นที่รักที่เมตตามหานิยมของมวลมนุษย์มวลสัตว์และเหล่าเทวดา
8. ทำมาค้าขึ้น ไม่อับจน การเงินไม่ขาดสายไม่ขาดมือ
9. โรคภัยของตนเอง ของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรักษาหาย
10. ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้เต็มที่สำหรับผู้ที่บวชไม่ได้เพราะติดภาระกิจต่างๆ
ก็สามารถได้รับอานิสงส์เหล่านี้ได้ด้วยการสร้างคนให้ได้บวชสนับสนุนส่งเสริมอาสาการ
ให้คนได้บวช
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบุญที่ยกขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ที่ท่านพึงจะได้รับจงเร่งทำบุญเสียแต่วันนี้ เพราะเมื่อท่านล่วงลับท่านไม่สามารถสร้างบุญได้อีกจนกว่าจะได้เกิด หากท่านไม่มีบุญมาหนุนนำแรงกรรมอาจดึงให้ท่านไปสู่ภพเดรัจฉาน ภพเปรต ภพสัตว์นรกที่ไม่อาจสร้างบุญสร้างกุศลได้ต่อให้ญาติโยมทำบุญอุทิศให้ก็อาจไม่ได้รับบุญ ดังนั้นท่านจงพึ่งตนเองด้วยการสร้างสมบุญบารมีซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ท่านจะนำติดตัวไปได้ทุกภพทุกชาติเสียแต่วันนี้ด้วยเทอญ
*** ส่งต่อก็ได้บุญ การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง
1. เป็นที่รักของบรรดาเทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
2. จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น
3. สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้
4. ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
5. มีอายุมั่นขวัญยืน
6. ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพทั้งปวง
7. ยามหลับนิมิตเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นสิริมงคล
8. ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
9. สามารถดำรงอยู่ในกระแสพระนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสูอบายภูมิ
10. ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตจะมุ่งสู่สุคติภพ
อานิสงส์การจัดสร้างพระพุทธรูปหรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนเป็นกุศลดังนี้
1. อกุศลกรรมในอดีตชาติแต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ
2. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย ปวงภัยไม่มีคนคิดร้ายไม่สำเร็จ
3. เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติแต่ปางก่อน เมื่อได้รับส่วนบุญไปแล้วก็จะเลิกจองเวรจองกรรม
4. เหล่ายักษ์ผีรากษส งูพิษเสือร้าย ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย
5. จิตใจสงบ ราศีผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ
6. มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ ( เกินความคาดฝัน) ครอบครัวสุขสันต์
วาสนายั่งยืน
7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพยินดี มิตรสหายปรีดา หนี้สินจะหมดไป
8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์หายเข็ญ
สตรีจะได้เกิดเป็นชายเพื่อบวช
9. พ้นจากมวลอกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาล้ำเลิศ บุญกุศลเรืองรอง
10. สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็นกุศลจิตแก่ทุกคนที่ได้พบเห็นเป็นเนื้อนาบุญอย่างเอนกทุกชาติของ ผู้สร้างที่เกิดจะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้าปัญญาในธรรมแก่กล้าสามารถได้อภิญญาหก สำเร็จโพธิญาณ
อานิสงส์การบวชพระบวชชีพรามณ์
( บวชชั่วคราวเพื่อสร้างบุญ , อุทิศให้พ่อแม่เจ้ากรรมนายเวร )
1. หน้าที่การงานจะเจริญรุ่งเรือง ได้ลาภ ยศ สรรเสริญตามปรารถนา
2. เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม หนี้กรรมในอดีตจะคลี่คลาย
3. สุขภาพแข็งแรง สติปัญญาแจ่มใส ปัญหาชีวิตคลี่คลาย
4. เป็นปัจจัยสู่พระนิพพานในภพต่อๆไป
5. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง โพยภัยอันตรายผ่อนหนักเป็นเบา
6. จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ง่าย มองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต
7. เป็นที่รักที่เมตตามหานิยมของมวลมนุษย์มวลสัตว์และเหล่าเทวดา
8. ทำมาค้าขึ้น ไม่อับจน การเงินไม่ขาดสายไม่ขาดมือ
9. โรคภัยของตนเอง ของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรักษาหาย
10. ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้เต็มที่สำหรับผู้ที่บวชไม่ได้เพราะติดภาระกิจต่างๆ
ก็สามารถได้รับอานิสงส์เหล่านี้ได้ด้วยการสร้างคนให้ได้บวชสนับสนุนส่งเสริมอาสาการ
ให้คนได้บวช
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบุญที่ยกขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ที่ท่านพึงจะได้รับจงเร่งทำบุญเสียแต่วันนี้ เพราะเมื่อท่านล่วงลับท่านไม่สามารถสร้างบุญได้อีกจนกว่าจะได้เกิด หากท่านไม่มีบุญมาหนุนนำแรงกรรมอาจดึงให้ท่านไปสู่ภพเดรัจฉาน ภพเปรต ภพสัตว์นรกที่ไม่อาจสร้างบุญสร้างกุศลได้ต่อให้ญาติโยมทำบุญอุทิศให้ก็อาจไม่ได้รับบุญ ดังนั้นท่านจงพึ่งตนเองด้วยการสร้างสมบุญบารมีซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ท่านจะนำติดตัวไปได้ทุกภพทุกชาติเสียแต่วันนี้ด้วยเทอญ
*** ส่งต่อก็ได้บุญ การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง
มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ (1)
มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ
1. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 15 นาที(หรือเดินจงกรมก็ได้)
อานิสงส์ --- เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า
เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส ปล่อยวางได้ง่าย
จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ
ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน
ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง
เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล
2. สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน
อานิสงส์ --- เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า
เงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว
แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา , พระคาถาชินบัญชร ,
พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น
เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง
3. ถวายยารักษาโรคให้วัด , ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์
อานิสงส์ --- ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลา
สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า
ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา
4. ทำบุญตักบาตรทุกเช้า
อานิสงส์ --- ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหาร
ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์
5. ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆเกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน
อานิสงส์ --- เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาถยศ
สรรเสริญ ปัญญา และบุญบารมีอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้
ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน
6. สร้างพระถวายวัด
อานิสงส์ --- ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุข
ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป
7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์หรือบวชพระอย่างน้อย 9 วันขึ้นไป
อานิสงส์ --- ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่
ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร
สร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา
จิตเป็นกุศล
8. บริจาคเลือดหรือร่างกาย
อานิสงส์ --- ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุ
ต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก เทพยดาปกปักรักษา
ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง
9. ปล่อยปลาที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ
อานิสงส์ --- ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต
ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป ให้ทำมาค้าขึ้น
หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใส
เป็นอิสระ
10. ให้ทุนการศึกษา , บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ , อาสาสอนหนังสือ
อานิสงส์ --- ทำให้มีสติปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญา
ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้ สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม
11. ให้เงินขอทาน , ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)
อานิสงส์ --- ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตกทุกข์ได้ยาก
เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง
จะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน
12. รักษาศีล 5 หรือศีล 8
อานิสงส์ --- ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก
ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
กรรมเวรจะไม่ถ่าโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้าปกปักรักษา
1. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 15 นาที(หรือเดินจงกรมก็ได้)
อานิสงส์ --- เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า
เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส ปล่อยวางได้ง่าย
จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ
ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน
ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง
เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล
2. สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน
อานิสงส์ --- เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า
เงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว
แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา , พระคาถาชินบัญชร ,
พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น
เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง
3. ถวายยารักษาโรคให้วัด , ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์
อานิสงส์ --- ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลา
สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า
ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา
4. ทำบุญตักบาตรทุกเช้า
อานิสงส์ --- ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหาร
ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์
5. ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆเกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน
อานิสงส์ --- เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาถยศ
สรรเสริญ ปัญญา และบุญบารมีอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้
ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน
6. สร้างพระถวายวัด
อานิสงส์ --- ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุข
ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป
7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์หรือบวชพระอย่างน้อย 9 วันขึ้นไป
อานิสงส์ --- ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่
ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร
สร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา
จิตเป็นกุศล
8. บริจาคเลือดหรือร่างกาย
อานิสงส์ --- ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุ
ต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก เทพยดาปกปักรักษา
ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง
9. ปล่อยปลาที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ
อานิสงส์ --- ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต
ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป ให้ทำมาค้าขึ้น
หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใส
เป็นอิสระ
10. ให้ทุนการศึกษา , บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ , อาสาสอนหนังสือ
อานิสงส์ --- ทำให้มีสติปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญา
ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้ สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม
11. ให้เงินขอทาน , ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)
อานิสงส์ --- ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตกทุกข์ได้ยาก
เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง
จะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน
12. รักษาศีล 5 หรือศีล 8
อานิสงส์ --- ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก
ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
กรรมเวรจะไม่ถ่าโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้าปกปักรักษา
21 พฤษภาคม 2551
หลัก(ทำ)ประจำใจ...ที่ใช้กันทุกวัน
หลัก(ทำ)ประจำใจ วันนี้ขอเสนอหลักทำ 2 ข้อ คือ
ข้อที่ 1 เอาวะ
หลักทำ 'เอาวะ' ใช้กับเหตุการณ์ที่จะตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง
เมื่อท่านจะคิดจะทำอะไรซักอย่างให้พูดคำว่า 'เอาวะ'
หลักทำ 'เอาวะ' จะช่วยให้ท่านได้ลงมือทำตามปรารถนา
ข้อที่ 2 ช่างแม่ง
หลักทำ 'ช่างแม่ง' ใช้เมื่อเกิดความผิดพลาด หรือผิดหวัง
เมื่อเกิดความผิดพลาดหรือความผิดหวังขึ้นกับตัวท่าน ให้ท่านพูดคำว่า 'ช่างแม่ง'
หลักทำ 'ช่างแม่ง' จะช่วยสลัดท่านออกจากความเศร้าหมองที่ท่านตอกย้ำตนเอง
อาจไม่สุภาพ แต่ใต้จิตสำนึกมันช่วยท่านได้ 55555
ข้อที่ 1 เอาวะ
หลักทำ 'เอาวะ' ใช้กับเหตุการณ์ที่จะตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง
เมื่อท่านจะคิดจะทำอะไรซักอย่างให้พูดคำว่า 'เอาวะ'
หลักทำ 'เอาวะ' จะช่วยให้ท่านได้ลงมือทำตามปรารถนา
ข้อที่ 2 ช่างแม่ง
หลักทำ 'ช่างแม่ง' ใช้เมื่อเกิดความผิดพลาด หรือผิดหวัง
เมื่อเกิดความผิดพลาดหรือความผิดหวังขึ้นกับตัวท่าน ให้ท่านพูดคำว่า 'ช่างแม่ง'
หลักทำ 'ช่างแม่ง' จะช่วยสลัดท่านออกจากความเศร้าหมองที่ท่านตอกย้ำตนเอง
อาจไม่สุภาพ แต่ใต้จิตสำนึกมันช่วยท่านได้ 55555
18 พฤษภาคม 2551
วุ้นในลูกตาเสื่อม
ตอนนี้ในประเทศไทยมีคนเป็นโรค 'วุ้นในลูกตาเสื่อม ' ถึง14 ล้านคนแล้วครับจากข้อมูลทางหนังสือพิมพ์
(นี่เฉพาะแค่ที่มีข้อมูลบันทึกไว้นะ คนที่ไม่รู้ตัวเองว่าตัวเองก้อเป็นมากขนาดไหน ?)
ในขณะที่คุณอ่านข้อความนี้จากทางเนต บางคนก้อเป็นแต่ไม่รู้ตัว
**********************************************************
อาการก้อคือ==> คุณจะเห็นเป็นคราบดำๆ เหมือนหยักใหย่ ลอยไปลอยมาเหมือนคราบที่ติดกระจก
จะเห็นชัดก้อต่อเมื่อ คุณมองไปยังภาพแบล็คกราวนด์ที่มีสีสว่าง เช่น ท้องฟ้าขาวๆ ฝาห้องขาวๆ ฝาห้องน้ำขาวๆ จะเห็นเป็นคราบดำๆ ลอยไปลอยมา
*
ถ้าอาการมากกว่านั้นก้อคือ ประสาทตาฉีกขาด คุณจะมองเห็นแสงแฟลชในที่มืด ไม่ว่าหลับตาหรือลืมตา (น่ากลัวมากๆ)
และถึงขั้นนี้จะต้องผ่าตัด ( ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันว่าจะดีเหมือนเดิมจะตาบอดหรือไม่ ?)
**********************************************************
สาเหตุของโรคนี้คือ == > ' การใช้สายตามากเกินไป' ( เล่นคอม)
แต่ก่อนโรคนี้จะเกิดกับผู้สูงอายุ หรือ คนที่มีอาชีพใช้สายตามากๆ เช่น ช่างเจียรไนเพชรพลอย ที่ต้องใช้สายตาเพ่งมากๆ
แต่เด๋วนี้คนเป็นโรควุ้นในลูกตาเสื่อมกันมากเพราะ เล่นเนต หรือ เล่นคอม
(คุณฟังไม่ผิดหรอก เด๋วนี้คนเป็นโรคนี้กันมากเพราะเล่นคอมนี่แหละ)
**********************************************************
ถามว่าทำไม คนเล่นเนต เล่นคอม ถึงเป็นกันมาก ?
ไม่ว่าคุณจะเล่นเนต, เล่นเกมส์, อ่านไดอารี่, อ่านบทความ, อ่านหนังสือ หรืออะไรก้อตาม ที่อยู่บนจอคอมพิวเตอร์
' ล้วนทำให้สายตาคุณเสียได้ทั้งสิ้น '
เพราะว่า ถ้าคุณอ่านหนังสือที่เป็นแผ่นกระดาษธรรมดาๆ'ระยะห่างระหว่างลูกตา กับ ตัวหนังสือ จะคงที่ แน่นอน '
เพราะขอบของตัวหนังสือจะคมชัด ทำให้สมองกะระยะโฟกัสได้ถูกต้องแน่นอน กล้ามเนื้อและประสาทตา จึงทำงานค่อนข้างคงที่
แต่ ! ตัวหนังสือบนจอคอมพิวเตอร์นั้น มีลักษณ์เป็นจุดๆ ประกอบกัน เหมือนแขวนลอยบนจอ ขอบของตัวหนังสือไม่ชัด
สมองจะสับสนในการปรับระยะโฟกัส (เพราะจอแก้ว จะมีความหนาของแก้ว แต่เรามองผ่านมันไป )
( และจอ LCD เราก้อต้องมองผ่านเข้าไปเหมือนกัน ตัวหนังสือมันไม่ได้ติดอยู่ด้านบนเหมือนอยู่บนแผ่นกระดาษ)
การปรับระยะโฟกัสจึงไม่แน่นอน
*********************************************************
บวกกับ ลักษณะการอ่านหน้าหนังสือในคอมนั้น จะต้องใช้เม้าส์จิ้มลากแถบด้านข้างจอ เพื่อเลื่อนบรรทัดหนังสือขึ้นลง
เพื่อจะอ่านบรรทัดด้านล่างได้ หรือไม่ก้อ ใช้ลูกหมุนที่อยู่บนเม้าส์ หมุนเพื่อเลื่อนบรรทัดหนังสือ
แต่ การเลื่อนบรรทัดนี้มันไม่เหมือนกับการอ่านหนังสือจากแผ่นกระดาษที่แขนกับคอ
จะปรับการมองขึ้นลงโดยอัตโนมัติ มีระยะที่แน่นอน สัมพันธ์กัน
แต่ว่าการเลื่อนบรรทัดด้วยแถบด้านข้าง หรือลูกกลิ้งบนเม้าส์นั้น มันจะมีลักษณะการเลื่อนแบบกระตุกๆ (คุณสังเกตุดู)
มันจึงทำให้ปวดตามากๆ เพราะลูกตา จะต้องลากลูกตา เลื่อนตามบรรทัดที่กระตุกๆ นั้นไปตลอด
บวกกับ การพิมพ์ตัวหนังสือนั้น บางที คุณต้องก้มเพื่อมองนิ้วว่ากดตำแหน่งบนแป้มพิมพ์ถูกตัวอักษรหรือไม่ ทำให้เด๋วก้ม เด๋วเงย
ลูกตาปรับโฟกัสบ่อยเกิน ทำให้ลูกตาทำงานหนัก กว่าจะพิมพ์งานเสร็จคุณจะปวดตามากๆๆ
อย่างเด็กนักศึกษา เร่งพิมพ์รายงานส่งอาจารย์ ติดต่อกันข้ามคืน สองสามวัน ตาจะปวดมากๆ รวมทั้งเวลาการเปิดโปรแกรมword
ในการพิมพ์ตัวหนังสือมักจะมีสีพื้นที่เป็นสีสว่าง ( ที่นิยมก้อคือตัวหนังสือดำ พื้นสีขาว )
สีพื้นที่สว่างขาวจ้า นี่เอง ทำให้ตาคุณจะเกิดอาการแพ้แสง ถ้ามีการพิมพ์ติดต่อกันนานๆ เพราะจ้องจอสีขาวนานเกินไป
หรือไม่ก้อ ในคนที่ชอบเล่นเกมส์บ่อยๆ มักจะมีการปรับแสงสว่างให้จ้าที่สุด เพราะเวลาเล่นเกมส์
ภาพพื้นหลังของเกมส์มักจะมืดๆ
เป็นสีกำแพง เป็นสีปราสาท มันจะให้สีสวยสดดี แต่การทำแบบนี้มีข้อเสียคือ
บางทีคุณหรือพี่น้องของคุณมาใช้คอมเครื่องนั้นต่อ จะทำให้บางครั้งลืมปรับความสว่างกลับมาให้มืดเหมือนเดิม
จากที่แค่สว่างพอที่จะพิมพ์รายงาน กลายเป็นจ้องจอสว่างจ้าตลอดคืนไม่รู้ตัว
*********************************************************
สรุปก้อคือ
1.การมองตัวหนังสือที่แขวนลอยอยู่ในจอ โฟกัสไม่แน่นอน กล้ามเนื้อลูกตาทำงานหนัก 'ทำให้สายตาเสีย '
2.การเลื่อนตัวหนังสือและแถบบรรทัด ในหน้าคอม หรือ หน้าเนต มันจะเลื่อนแบบเป็นกระตุกๆ 'ทำให้สายตาเสีย '
การกระตุกๆ ของแถบบรรทัดนี่เอง ที่ทำให้สายตาเสีย
ถ้าคุณอ่านหนังสือจากเวปมากๆ คุณจะติดนิสัยเสียอย่างนึงติดตัวไปคือ
คุณจะติดนิสัย มองอะไรก้อตาม ไม่ว่าใกล้ไกล จะปรับโฟกัสมองเพ่งอยู่เสมอ ผลก้อคือ กล้ามเนื้อตาทำงานหนัก
คุณจะเริ่มมองของที่อยู่ไกลๆ เบลอๆ คุณจะไม่สามารถปรับโฟกัส มองของใกล้ แล้วมองไกล ได้ทันทีเหมือนเคย
(กล้ามเนื้อประสาทลูกตาจะล้า การปรับโฟกัสลูกตาเริ่มช้าลง)
3. การก้มๆเงยๆ มองแป้นพิมพ์ และมองจอคอม กลับไปกลับมา ' ทำให้สายตาเสีย '
4. การปรับจอภาพที่มีแสงสว่างจ้า มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว 'ทำให้สายตาเสีย '
( ข้อนี้ คล้ายๆ กับ การเปิดดูทีวี ในห้องมืดๆ เป็นประจำ แล้วทำให้สายตาเสียน่ะเอง อย่างเดียวกัน)
5. การใช้จอคอม ที่มีความกว้างมากเกิน !!
(จอคอมกว้างๆ นั้น เหมาะสำหรับการดูภาพ ดูหนัง แต่ไม่เหมาะกับการดูตัวหนังสือ !!)
เพราะว่า สายตาคนเรานั้นมีระยะการมองตัวอักษรที่ 1ฟุต (12 นิ้ว)
แต่จอคอมสมัยใหม่ กลับมีความกว้าง 17 นิ้ว 19 นิ้ว หรือมากกว่านั้น
ซึ่งมันกว้างเกินระยะกวาดสายตามอง จากขอบหนึ่งไปสู่ อีกขอบหนึ่ง ( ทำให้ปวดทั้งคอ ทั้งลูกตา)
แค่คุณนั่งอ่านหนังสือบนจอกว้างแบบนี้ หนึ่งชั่วโมง ลูกตาคุณจะทำงานปรับโฟกัส กลับไปกลับมา เป็นพันๆ ครั้ง
และถ้าเป็นปี หรือ หลายปี ติดต่อกัน สายตาคุณเสียแน่นอน
เพราะฉนั้น ถ้าคุณจะอ่านหนังสือจากจอคอม ขนาดของจอคอมของคุณ ควรไม่เกิน 15 นิ้ว
ถามกลับไปว่า ทำไม กระดาษเอกสาร ที่ใช้ในการอ่าน การเขียนทั่วไป จึงมีขนาด A4 ?
(คำตอบ ก้อคือ ความกว้างของกระดาษ A4 ไม่กว้างเกินไป กำลังพอดี
ในการกวาดสายตามอง ยังงัยล่ะครับ)
และเป็นคำตอบเดียวกับที่ว่า ทำไมขนาดของจอคอมคุณที่จะเอามาอ่านหนังสือ ไม่ควรเกิน 15 นิ้ว นั่นเอง
**********************************************************
และส่วนมากคนทั่วไป มักจะคิดไม่ถึงว่า การเล่นคอมทุกวัน ง่ายๆ นั้น
จะเป็นสาเหตุใหญ่ที่สามารถทำให้ตาบอดได้ ถ้าเกิดรุนแรง เพราะกว่าจะรู้ตัวไปหาหมอ
หมอก้ออาจจะบอกว่าคุณไม่สามารถรักษาหายได้แล้ว และต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น!!!
**********************************************************
จึงอยากจะฝากประโยคเอาไว้ให้คนที่เล่นคอมทุกคนว่า
' คอมพิวเตอร์นั้น มีไว้สำหรับการค้นหามูล ไม่ได้มีไว้สำหรับการอ่านเป็นประจำ'
โดยเฉพาะการอ่าน อะไรก้อตามที่ยาวๆ เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นไดอารี่ หนังสือบนเนต คุณเสี่ยงทั้งนั้น
เพราะฉนั้น ' เราควรจะกลับมาอ่านหนังสือกระดาษกันเหมือนเดิม ลืมเรื่อง เล่นเนต เล่นคอมซะ เพื่อสุขภาพตา '
ที่มา จากเวป T-PAGEANT
(นี่เฉพาะแค่ที่มีข้อมูลบันทึกไว้นะ คนที่ไม่รู้ตัวเองว่าตัวเองก้อเป็นมากขนาดไหน ?)
ในขณะที่คุณอ่านข้อความนี้จากทางเนต บางคนก้อเป็นแต่ไม่รู้ตัว
**********************************************************
อาการก้อคือ==> คุณจะเห็นเป็นคราบดำๆ เหมือนหยักใหย่ ลอยไปลอยมาเหมือนคราบที่ติดกระจก
จะเห็นชัดก้อต่อเมื่อ คุณมองไปยังภาพแบล็คกราวนด์ที่มีสีสว่าง เช่น ท้องฟ้าขาวๆ ฝาห้องขาวๆ ฝาห้องน้ำขาวๆ จะเห็นเป็นคราบดำๆ ลอยไปลอยมา
*
ถ้าอาการมากกว่านั้นก้อคือ ประสาทตาฉีกขาด คุณจะมองเห็นแสงแฟลชในที่มืด ไม่ว่าหลับตาหรือลืมตา (น่ากลัวมากๆ)
และถึงขั้นนี้จะต้องผ่าตัด ( ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันว่าจะดีเหมือนเดิมจะตาบอดหรือไม่ ?)
**********************************************************
สาเหตุของโรคนี้คือ == > ' การใช้สายตามากเกินไป' ( เล่นคอม)
แต่ก่อนโรคนี้จะเกิดกับผู้สูงอายุ หรือ คนที่มีอาชีพใช้สายตามากๆ เช่น ช่างเจียรไนเพชรพลอย ที่ต้องใช้สายตาเพ่งมากๆ
แต่เด๋วนี้คนเป็นโรควุ้นในลูกตาเสื่อมกันมากเพราะ เล่นเนต หรือ เล่นคอม
(คุณฟังไม่ผิดหรอก เด๋วนี้คนเป็นโรคนี้กันมากเพราะเล่นคอมนี่แหละ)
**********************************************************
ถามว่าทำไม คนเล่นเนต เล่นคอม ถึงเป็นกันมาก ?
ไม่ว่าคุณจะเล่นเนต, เล่นเกมส์, อ่านไดอารี่, อ่านบทความ, อ่านหนังสือ หรืออะไรก้อตาม ที่อยู่บนจอคอมพิวเตอร์
' ล้วนทำให้สายตาคุณเสียได้ทั้งสิ้น '
เพราะว่า ถ้าคุณอ่านหนังสือที่เป็นแผ่นกระดาษธรรมดาๆ'ระยะห่างระหว่างลูกตา กับ ตัวหนังสือ จะคงที่ แน่นอน '
เพราะขอบของตัวหนังสือจะคมชัด ทำให้สมองกะระยะโฟกัสได้ถูกต้องแน่นอน กล้ามเนื้อและประสาทตา จึงทำงานค่อนข้างคงที่
แต่ ! ตัวหนังสือบนจอคอมพิวเตอร์นั้น มีลักษณ์เป็นจุดๆ ประกอบกัน เหมือนแขวนลอยบนจอ ขอบของตัวหนังสือไม่ชัด
สมองจะสับสนในการปรับระยะโฟกัส (เพราะจอแก้ว จะมีความหนาของแก้ว แต่เรามองผ่านมันไป )
( และจอ LCD เราก้อต้องมองผ่านเข้าไปเหมือนกัน ตัวหนังสือมันไม่ได้ติดอยู่ด้านบนเหมือนอยู่บนแผ่นกระดาษ)
การปรับระยะโฟกัสจึงไม่แน่นอน
*********************************************************
บวกกับ ลักษณะการอ่านหน้าหนังสือในคอมนั้น จะต้องใช้เม้าส์จิ้มลากแถบด้านข้างจอ เพื่อเลื่อนบรรทัดหนังสือขึ้นลง
เพื่อจะอ่านบรรทัดด้านล่างได้ หรือไม่ก้อ ใช้ลูกหมุนที่อยู่บนเม้าส์ หมุนเพื่อเลื่อนบรรทัดหนังสือ
แต่ การเลื่อนบรรทัดนี้มันไม่เหมือนกับการอ่านหนังสือจากแผ่นกระดาษที่แขนกับคอ
จะปรับการมองขึ้นลงโดยอัตโนมัติ มีระยะที่แน่นอน สัมพันธ์กัน
แต่ว่าการเลื่อนบรรทัดด้วยแถบด้านข้าง หรือลูกกลิ้งบนเม้าส์นั้น มันจะมีลักษณะการเลื่อนแบบกระตุกๆ (คุณสังเกตุดู)
มันจึงทำให้ปวดตามากๆ เพราะลูกตา จะต้องลากลูกตา เลื่อนตามบรรทัดที่กระตุกๆ นั้นไปตลอด
บวกกับ การพิมพ์ตัวหนังสือนั้น บางที คุณต้องก้มเพื่อมองนิ้วว่ากดตำแหน่งบนแป้มพิมพ์ถูกตัวอักษรหรือไม่ ทำให้เด๋วก้ม เด๋วเงย
ลูกตาปรับโฟกัสบ่อยเกิน ทำให้ลูกตาทำงานหนัก กว่าจะพิมพ์งานเสร็จคุณจะปวดตามากๆๆ
อย่างเด็กนักศึกษา เร่งพิมพ์รายงานส่งอาจารย์ ติดต่อกันข้ามคืน สองสามวัน ตาจะปวดมากๆ รวมทั้งเวลาการเปิดโปรแกรมword
ในการพิมพ์ตัวหนังสือมักจะมีสีพื้นที่เป็นสีสว่าง ( ที่นิยมก้อคือตัวหนังสือดำ พื้นสีขาว )
สีพื้นที่สว่างขาวจ้า นี่เอง ทำให้ตาคุณจะเกิดอาการแพ้แสง ถ้ามีการพิมพ์ติดต่อกันนานๆ เพราะจ้องจอสีขาวนานเกินไป
หรือไม่ก้อ ในคนที่ชอบเล่นเกมส์บ่อยๆ มักจะมีการปรับแสงสว่างให้จ้าที่สุด เพราะเวลาเล่นเกมส์
ภาพพื้นหลังของเกมส์มักจะมืดๆ
เป็นสีกำแพง เป็นสีปราสาท มันจะให้สีสวยสดดี แต่การทำแบบนี้มีข้อเสียคือ
บางทีคุณหรือพี่น้องของคุณมาใช้คอมเครื่องนั้นต่อ จะทำให้บางครั้งลืมปรับความสว่างกลับมาให้มืดเหมือนเดิม
จากที่แค่สว่างพอที่จะพิมพ์รายงาน กลายเป็นจ้องจอสว่างจ้าตลอดคืนไม่รู้ตัว
*********************************************************
สรุปก้อคือ
1.การมองตัวหนังสือที่แขวนลอยอยู่ในจอ โฟกัสไม่แน่นอน กล้ามเนื้อลูกตาทำงานหนัก 'ทำให้สายตาเสีย '
2.การเลื่อนตัวหนังสือและแถบบรรทัด ในหน้าคอม หรือ หน้าเนต มันจะเลื่อนแบบเป็นกระตุกๆ 'ทำให้สายตาเสีย '
การกระตุกๆ ของแถบบรรทัดนี่เอง ที่ทำให้สายตาเสีย
ถ้าคุณอ่านหนังสือจากเวปมากๆ คุณจะติดนิสัยเสียอย่างนึงติดตัวไปคือ
คุณจะติดนิสัย มองอะไรก้อตาม ไม่ว่าใกล้ไกล จะปรับโฟกัสมองเพ่งอยู่เสมอ ผลก้อคือ กล้ามเนื้อตาทำงานหนัก
คุณจะเริ่มมองของที่อยู่ไกลๆ เบลอๆ คุณจะไม่สามารถปรับโฟกัส มองของใกล้ แล้วมองไกล ได้ทันทีเหมือนเคย
(กล้ามเนื้อประสาทลูกตาจะล้า การปรับโฟกัสลูกตาเริ่มช้าลง)
3. การก้มๆเงยๆ มองแป้นพิมพ์ และมองจอคอม กลับไปกลับมา ' ทำให้สายตาเสีย '
4. การปรับจอภาพที่มีแสงสว่างจ้า มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว 'ทำให้สายตาเสีย '
( ข้อนี้ คล้ายๆ กับ การเปิดดูทีวี ในห้องมืดๆ เป็นประจำ แล้วทำให้สายตาเสียน่ะเอง อย่างเดียวกัน)
5. การใช้จอคอม ที่มีความกว้างมากเกิน !!
(จอคอมกว้างๆ นั้น เหมาะสำหรับการดูภาพ ดูหนัง แต่ไม่เหมาะกับการดูตัวหนังสือ !!)
เพราะว่า สายตาคนเรานั้นมีระยะการมองตัวอักษรที่ 1ฟุต (12 นิ้ว)
แต่จอคอมสมัยใหม่ กลับมีความกว้าง 17 นิ้ว 19 นิ้ว หรือมากกว่านั้น
ซึ่งมันกว้างเกินระยะกวาดสายตามอง จากขอบหนึ่งไปสู่ อีกขอบหนึ่ง ( ทำให้ปวดทั้งคอ ทั้งลูกตา)
แค่คุณนั่งอ่านหนังสือบนจอกว้างแบบนี้ หนึ่งชั่วโมง ลูกตาคุณจะทำงานปรับโฟกัส กลับไปกลับมา เป็นพันๆ ครั้ง
และถ้าเป็นปี หรือ หลายปี ติดต่อกัน สายตาคุณเสียแน่นอน
เพราะฉนั้น ถ้าคุณจะอ่านหนังสือจากจอคอม ขนาดของจอคอมของคุณ ควรไม่เกิน 15 นิ้ว
ถามกลับไปว่า ทำไม กระดาษเอกสาร ที่ใช้ในการอ่าน การเขียนทั่วไป จึงมีขนาด A4 ?
(คำตอบ ก้อคือ ความกว้างของกระดาษ A4 ไม่กว้างเกินไป กำลังพอดี
ในการกวาดสายตามอง ยังงัยล่ะครับ)
และเป็นคำตอบเดียวกับที่ว่า ทำไมขนาดของจอคอมคุณที่จะเอามาอ่านหนังสือ ไม่ควรเกิน 15 นิ้ว นั่นเอง
**********************************************************
และส่วนมากคนทั่วไป มักจะคิดไม่ถึงว่า การเล่นคอมทุกวัน ง่ายๆ นั้น
จะเป็นสาเหตุใหญ่ที่สามารถทำให้ตาบอดได้ ถ้าเกิดรุนแรง เพราะกว่าจะรู้ตัวไปหาหมอ
หมอก้ออาจจะบอกว่าคุณไม่สามารถรักษาหายได้แล้ว และต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น!!!
**********************************************************
จึงอยากจะฝากประโยคเอาไว้ให้คนที่เล่นคอมทุกคนว่า
' คอมพิวเตอร์นั้น มีไว้สำหรับการค้นหามูล ไม่ได้มีไว้สำหรับการอ่านเป็นประจำ'
โดยเฉพาะการอ่าน อะไรก้อตามที่ยาวๆ เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นไดอารี่ หนังสือบนเนต คุณเสี่ยงทั้งนั้น
เพราะฉนั้น ' เราควรจะกลับมาอ่านหนังสือกระดาษกันเหมือนเดิม ลืมเรื่อง เล่นเนต เล่นคอมซะ เพื่อสุขภาพตา '
ที่มา จากเวป T-PAGEANT
13 พฤษภาคม 2551
There are 9 words women use
1.) Fine : This is the word women use to end an argument when they are right and you need to shut up.
2.) Five Minutes : If she is getting dressed, this means a half an hour. Five minutes is only five minutes if you have just been given five more minutes to watch the game before helping around the house.
3.) Nothing : This is the calm before the storm. This means something, and you should be on your toes. Arguments that begin with nothing usually end in fine.
4.) Go Ahead : This is a dare, not permission. Don't Do It!
5.) Loud Sigh : This is actually a word, but is a non-verbal statement often misunderstood by men. A loud sigh means she thinks you are an idiot and wonders why she is wasting her time standing here and arguing with you about nothing. (Refer back to #3 for the meaning of nothing.)
6.) That's Okay : This is one of the most dangerous statements a woman can make to a man. That's okay means she wants to think long and hard before deciding how and when you will pay for your mistake.
7.) Thanks : A woman is thanking you, do not question, or Faint. Just say you're welcome.
8.) Whatever : Is a women's way of saying F@!K YOU!
9.) Don't worry about it, I got it: Another dangerous statement, meaning this is something that a woman has told a man to do several times, but is now doing it herself. This will later result in a man asking 'What's wrong?' For the woman's response refer to #3.Then you RUN!
Send this to the men you know, to warn them about arguments they can avoid if they remember the terminology.
Send this to all the women you know to give them a good laugh, cause they know it's true
2.) Five Minutes : If she is getting dressed, this means a half an hour. Five minutes is only five minutes if you have just been given five more minutes to watch the game before helping around the house.
3.) Nothing : This is the calm before the storm. This means something, and you should be on your toes. Arguments that begin with nothing usually end in fine.
4.) Go Ahead : This is a dare, not permission. Don't Do It!
5.) Loud Sigh : This is actually a word, but is a non-verbal statement often misunderstood by men. A loud sigh means she thinks you are an idiot and wonders why she is wasting her time standing here and arguing with you about nothing. (Refer back to #3 for the meaning of nothing.)
6.) That's Okay : This is one of the most dangerous statements a woman can make to a man. That's okay means she wants to think long and hard before deciding how and when you will pay for your mistake.
7.) Thanks : A woman is thanking you, do not question, or Faint. Just say you're welcome.
8.) Whatever : Is a women's way of saying F@!K YOU!
9.) Don't worry about it, I got it: Another dangerous statement, meaning this is something that a woman has told a man to do several times, but is now doing it herself. This will later result in a man asking 'What's wrong?' For the woman's response refer to #3.Then you RUN!
Send this to the men you know, to warn them about arguments they can avoid if they remember the terminology.
Send this to all the women you know to give them a good laugh, cause they know it's true
8 พฤษภาคม 2551
เลขวันเกิดทั้ง 31 วัน บอกบุคลิกนิสัยคุณได้
เกิดวันที่ 1
เธอเป็นคนที่เฉลียวฉลาดช่างคิด ช่างสงสัยและต้องการหาคำตอบในเรื่องนั้นให้กระจ่างให้ลงได้ เธอเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นสูงมากๆ และมักจะประสบความสำเร็จในเรื่องที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้อยู่เสมอล่ะ
เกิดวันที่ 2
เธอเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงมากๆเรียกได้ว่าจะทำอะไรแล้วไม่มีทางหวั่นไหวกับอุปสรรคต่างๆที่รุมประดังเข้ามาเลยล่ะ เธอเป็นคนที่จริงจังกับชีวิตเอามาก และเกลียดคนที่อ่อนแอทุกคน
เกิดวันที่ 3
เธอเป็นคนที่ขี้อาย ชอบที่จะอยู่คนเดียว และมีโลกส่วนตัวแบบที่ไม่มีใครเข้าไปยุ่มย่ามได้ เธอมักที่จะชอบพึ่งพาคนอื่นอยู่เสมอ เนื่องจากไม่ค่อยจะกล้าลุยอะไรมากนัก เธอไม่ชอบเรื่องท้าทายทั้งหลาย ชอบที่จะเป็นผู้ตามมากกว่าเป็นผู้นำ
เกิดวันที่ 4
เธอเป็นคนที่ชอบไขว่คว้าหาความรู้ดีดีอยู่เสมอ เป็นคนที่กระตือรือร้นกับสิ่งแปลกๆใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา เธอรักอิสระยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ไม่ชอบกฏเกณฑ์ต่างๆ ที่จะมาบีบบังคับ
เกิดวันที่ 5
เธอเป็นคนที่ใจร้อน ตรงไปตรงมา คิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น ออกจะเป็นคนขวานผ่าซากอยู่สักหน่อยนั่นแหละ ถ้าลดดีกรีความใจร้อนลงอีกหน่อย จะดีมากๆ เลยจ้ะ
เกิดวันที่ 6
เธอเป็นคนขี้เหงา อ่อนไหว และมีอารมณ์ที่แปรปรวนง่ายๆ เธอมักจะชอบเรื่องราวที่โรแมนติคในทุกๆเรื่อง รักสวยรักงาม และรักตวามปราณีตงดงามของทุกๆ เรื่อง
เกิดวันที่ 7
เธอเป็นคนที่เข้มแข็งกล้าที่จะเผชิญกับความจริงทั้งปวงแบบสู้ไม่มีถอยเลยล่ะ แม้จะหลังชนฝาก็ตาม เธอรักในความยุติธรรมทั้งปวง และทนเอาไม่ได้มากๆ ที่จะให้ใครรังแกอย่างไม่มีเหตุผล
เกิดวันที่ 8
เธอเป็นคนที่ขยันขันแข็ง มีความรับผิดชอบต่อเรื่องราวต่างๆ ได้สูงมาก ถ้าเธอได้รับมอบหมายให้ทำอะไร เธอจะมุ่งมั่นทำจนประสบความสำเร็จ และเธอมักจะใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ ใส่ตัวอยู่เสมอเลยล่ะ
เกิดวันที่ 9
เธอเป็นคนที่มีความอ่อนไหว อ่อนโยน ช่างฝัน รักสวยรักงาม รักการขีดเขียน รักธรรมชาติ เธอชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ และที่สำคัญ เธอเป็นคนที่รักใครรักจริงอีกด้วยนะ
เกิดวันที่ 10
เธอเป็นคนที่รักครอบครัว ชอบความอบอุ่น รักความสนุกสนาน และมีความผูกพันกับพ่อแม่ญาติพี่น้องมากๆ เธอเป็นคนที่อ่อนโยนและจิตใจดีงามมากที่สุดเลยล่ะ
เกิดวันที่ 11
เธอเป็นคนใจดี รักเพื่อนรักฝูง เป็นที่ชื่นชอบสำหรับคนทั่วไป เธอมักจะชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เป็นที่รักใคร่สำหรับคนพวกนั้น เรียกได้ว่าเธอเป็นคนที่มีเสน่ห์มากมายเหลือเฟือทีเดียว
เกิดวันที่ 12
เธอเป็นคนที่จริงจังและค่อนข้างเข้มงวดกับชีวิตจนเกินไป เรียกได้ว่าตึงไม่มีหย่อนเลยล่ะ ทำให้เธอออกจะเครียดในเรื่องราวต่างๆ มากไปสักหน่อย พยายามลดความเครียดลงสักนิด แล้วชีวิตเธอจะมีความสุขมากขึ้นอีกเยอะเลย
เกิดวันที่ 13
เธอเป็นคนที่มีไหวพริบ เฉลียวฉลาด รักความก้าวหน้า มีจินตนาการอันล้ำลึกมากๆ เลยล่ะ เธอรักอิสระและชอบงานที่สร้างสรรค์ ชอบสิ่งแปลกใหม่ ไม่ซ้ำซากจำเจ
เกิดวันที่ 14
เธอเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็น รักความท้าทายตื่นเต้น รักชีวิตที่มีรสชาติ เธอชอบในเรื่องราวที่ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนทั้งหลาย เพราะเธอรู้สึกว่ามันท้าทายอย่างที่สุด
เกิดวันที่ 15
เธอเป็นคนขยัน รักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจจะเรียกว่าบ้างานก็คงได้ เพราะเธอมีความคิดที่ว่าจะทำอะไรต้องทำให้ดีและทำให้ประสบความสำเร็จให้ได้ อนาคตวันข้างหน้าของเธอจะต้องเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน
เกิดวันที่ 16
เธอรักความสงบและเกลียดความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง เธอชอบที่จะอยู่เงียบๆ ในโลกส่วนตัวและทำในสิ่งที่เธอรัก เธอเป็นคนที่มีจิตใจดี และชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ
เกิดวันที่ 17
เธอมีบุคลิกของการเป็นผู้นำ ชอบเรื่องที่ท้าทายและต้องแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง เธอชอบที่จะปกป้องคุ้มครองผู้อื่นที่อ่อนแอกว่าอยู่เสมอ
เกิดวันที่ 18
เธอเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักงานที่เป็นศิลปะ เธอเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น และความพยายามสูงที่จะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จให้ได้
เกิดวันที่ 19
เธอเป็นคนที่รักความก้าวหน้า ไม่ชอบหยุดอยู่กับที่ ไม่ชอบอะไรที่ล้าสมัย เธอเป็นคนที่ขยันและมีความอดทนสูง และใจเย็นเอามากๆ ด้วยสิ
เกิดวันที่ 20
เธอเป็นคนที่เข้มแข็ง ชอบความเป็นผู้นำ รักความก้าวหน้า ชอบสิ่งที่ท้าทาย เธอนิยมคนที่กล้าหาญ ไม่ชื่นชมคนอ่อนแอ เธอมักที่จะจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้ดีอยู่เสมอล่ะ
เกิดวันที่ 21
เธอเป็นคนที่รักธรรมชาติ รักการเดินทาง รักเพื่อนมนุษย์ หัวใจของเธอมีสีสวยเหมือนกับดอกกุหลาบสีขาว เธอเป็นคนที่อ่อนโยนและใจดีเอามากๆ เลย
เกิดวันที่ 22
เธอเป็นคนที่จริงจังมากเกินไปจนดูเหมือนว่าออกตึงเครียด และซีเรียสกับชีวิตมากไปสักหน่อย เธอไม่ชื่นชอบกับความสนุกสนานหรือเรื่องไร้สาระทั้งหลายทั้งปวง ถ้าจะให้ดีลดดีกรีลงสักนิด ทุกอย่างจะเวิร์ค และเธอเองก็จะมีความสุขนะจ๊ะ
เกิดวันที่ 23
เธอเป็นคนที่รักการผจญภัย ชอบแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง เธอไม่ชอบกรอบระเบียบต่างๆ ที่ดูอึดอัด ชอบอิสระที่จะแสดงออกได้อย่างเต็มที่และรักความสนุกสนานเป็นชีวิตจิตใจ
เกิดวันที่ 24
เธอเป็นศิลปิน รักสิ่งสวยงามและโรแมนติคทั้งหลาย ชอบความงดงามของธรรมชาติและงานศิลปะ ชื่นชอบกับความรักแรกพบที่แสนจะตื่นเต้น เธอเป็นคนที่อ่อนหวานมากเลยทีเดียวล่ะ
เกิดวันที่ 25
เธอเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน รักความสนุกสนานมาก ใครๆ ต่างก็ชอบที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกันกับเธอ เธอชอบที่จะทำให้คนอื่นมีเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และมีอารมณ์ขัน เธอเป็นคนที่มีจิตใจดีเอามากๆ เลย
เกิดวันที่ 26
เธอเป็นคนที่มีนิสัยอ่อนโยน ชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่น และขี้สงสารโดยเฉพาะกับคนแก่และเด็ก เธอชอบที่จะให้คำปรึกษากับคนที่กำลังมีปัญหา เรียกได้ว่าเป็นศิราณีประจำกลุ่มเลยล่ะ
เกิดวันที่ 27
เธอเป็นคนที่รักธรรมชาติ ต้นไม้ และความสวยงาม รักเรื่องราวโรแมนติค รักความอ่อนหวานและการท่องเที่ยวมากๆ เลยล่ะ
เกิดวันที่ 28
เธอเป็นคนที่จิตใจดีมีเมตตา ใจอ่อน ขี้สงสาร รักความเป็นธรรม เธอเป็นคนที่มีคำพูดคำจาที่ไพเราะอ่อนหวานและชอบช่วยเหลือคนอื่นเสมอๆ
เกิดวันที่ 29
เธอมีบุคลิกของการเป็นผู้นำ ชอบเรื่องที่ท้าทายและต้องแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง เธอชอบที่จะปกป้องคุ้มครองผู้อื่นที่อ่อนแอกว่าอยู่เสมอ
เกิดวันที่ 30
เธอเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักงานที่เป็นศิลปะ เธอเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น และความพยายามสูงที่จะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จให้ได้
เกิดวันที่ 31
เธอเป็นคนที่รักความก้าวหน้า ไม่ชอบหยุดอยู่กับที่ ไม่ชอบอะไรที่ล้าสมัย เธอเป็นคนที่ขยันและมีความอดทนสูง และใจเย็นเอามากๆ ด้วยสิ
เธอเป็นคนที่เฉลียวฉลาดช่างคิด ช่างสงสัยและต้องการหาคำตอบในเรื่องนั้นให้กระจ่างให้ลงได้ เธอเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นสูงมากๆ และมักจะประสบความสำเร็จในเรื่องที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้อยู่เสมอล่ะ
เกิดวันที่ 2
เธอเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงมากๆเรียกได้ว่าจะทำอะไรแล้วไม่มีทางหวั่นไหวกับอุปสรรคต่างๆที่รุมประดังเข้ามาเลยล่ะ เธอเป็นคนที่จริงจังกับชีวิตเอามาก และเกลียดคนที่อ่อนแอทุกคน
เกิดวันที่ 3
เธอเป็นคนที่ขี้อาย ชอบที่จะอยู่คนเดียว และมีโลกส่วนตัวแบบที่ไม่มีใครเข้าไปยุ่มย่ามได้ เธอมักที่จะชอบพึ่งพาคนอื่นอยู่เสมอ เนื่องจากไม่ค่อยจะกล้าลุยอะไรมากนัก เธอไม่ชอบเรื่องท้าทายทั้งหลาย ชอบที่จะเป็นผู้ตามมากกว่าเป็นผู้นำ
เกิดวันที่ 4
เธอเป็นคนที่ชอบไขว่คว้าหาความรู้ดีดีอยู่เสมอ เป็นคนที่กระตือรือร้นกับสิ่งแปลกๆใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา เธอรักอิสระยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ไม่ชอบกฏเกณฑ์ต่างๆ ที่จะมาบีบบังคับ
เกิดวันที่ 5
เธอเป็นคนที่ใจร้อน ตรงไปตรงมา คิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น ออกจะเป็นคนขวานผ่าซากอยู่สักหน่อยนั่นแหละ ถ้าลดดีกรีความใจร้อนลงอีกหน่อย จะดีมากๆ เลยจ้ะ
เกิดวันที่ 6
เธอเป็นคนขี้เหงา อ่อนไหว และมีอารมณ์ที่แปรปรวนง่ายๆ เธอมักจะชอบเรื่องราวที่โรแมนติคในทุกๆเรื่อง รักสวยรักงาม และรักตวามปราณีตงดงามของทุกๆ เรื่อง
เกิดวันที่ 7
เธอเป็นคนที่เข้มแข็งกล้าที่จะเผชิญกับความจริงทั้งปวงแบบสู้ไม่มีถอยเลยล่ะ แม้จะหลังชนฝาก็ตาม เธอรักในความยุติธรรมทั้งปวง และทนเอาไม่ได้มากๆ ที่จะให้ใครรังแกอย่างไม่มีเหตุผล
เกิดวันที่ 8
เธอเป็นคนที่ขยันขันแข็ง มีความรับผิดชอบต่อเรื่องราวต่างๆ ได้สูงมาก ถ้าเธอได้รับมอบหมายให้ทำอะไร เธอจะมุ่งมั่นทำจนประสบความสำเร็จ และเธอมักจะใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ ใส่ตัวอยู่เสมอเลยล่ะ
เกิดวันที่ 9
เธอเป็นคนที่มีความอ่อนไหว อ่อนโยน ช่างฝัน รักสวยรักงาม รักการขีดเขียน รักธรรมชาติ เธอชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ และที่สำคัญ เธอเป็นคนที่รักใครรักจริงอีกด้วยนะ
เกิดวันที่ 10
เธอเป็นคนที่รักครอบครัว ชอบความอบอุ่น รักความสนุกสนาน และมีความผูกพันกับพ่อแม่ญาติพี่น้องมากๆ เธอเป็นคนที่อ่อนโยนและจิตใจดีงามมากที่สุดเลยล่ะ
เกิดวันที่ 11
เธอเป็นคนใจดี รักเพื่อนรักฝูง เป็นที่ชื่นชอบสำหรับคนทั่วไป เธอมักจะชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เป็นที่รักใคร่สำหรับคนพวกนั้น เรียกได้ว่าเธอเป็นคนที่มีเสน่ห์มากมายเหลือเฟือทีเดียว
เกิดวันที่ 12
เธอเป็นคนที่จริงจังและค่อนข้างเข้มงวดกับชีวิตจนเกินไป เรียกได้ว่าตึงไม่มีหย่อนเลยล่ะ ทำให้เธอออกจะเครียดในเรื่องราวต่างๆ มากไปสักหน่อย พยายามลดความเครียดลงสักนิด แล้วชีวิตเธอจะมีความสุขมากขึ้นอีกเยอะเลย
เกิดวันที่ 13
เธอเป็นคนที่มีไหวพริบ เฉลียวฉลาด รักความก้าวหน้า มีจินตนาการอันล้ำลึกมากๆ เลยล่ะ เธอรักอิสระและชอบงานที่สร้างสรรค์ ชอบสิ่งแปลกใหม่ ไม่ซ้ำซากจำเจ
เกิดวันที่ 14
เธอเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็น รักความท้าทายตื่นเต้น รักชีวิตที่มีรสชาติ เธอชอบในเรื่องราวที่ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนทั้งหลาย เพราะเธอรู้สึกว่ามันท้าทายอย่างที่สุด
เกิดวันที่ 15
เธอเป็นคนขยัน รักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจจะเรียกว่าบ้างานก็คงได้ เพราะเธอมีความคิดที่ว่าจะทำอะไรต้องทำให้ดีและทำให้ประสบความสำเร็จให้ได้ อนาคตวันข้างหน้าของเธอจะต้องเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน
เกิดวันที่ 16
เธอรักความสงบและเกลียดความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง เธอชอบที่จะอยู่เงียบๆ ในโลกส่วนตัวและทำในสิ่งที่เธอรัก เธอเป็นคนที่มีจิตใจดี และชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ
เกิดวันที่ 17
เธอมีบุคลิกของการเป็นผู้นำ ชอบเรื่องที่ท้าทายและต้องแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง เธอชอบที่จะปกป้องคุ้มครองผู้อื่นที่อ่อนแอกว่าอยู่เสมอ
เกิดวันที่ 18
เธอเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักงานที่เป็นศิลปะ เธอเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น และความพยายามสูงที่จะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จให้ได้
เกิดวันที่ 19
เธอเป็นคนที่รักความก้าวหน้า ไม่ชอบหยุดอยู่กับที่ ไม่ชอบอะไรที่ล้าสมัย เธอเป็นคนที่ขยันและมีความอดทนสูง และใจเย็นเอามากๆ ด้วยสิ
เกิดวันที่ 20
เธอเป็นคนที่เข้มแข็ง ชอบความเป็นผู้นำ รักความก้าวหน้า ชอบสิ่งที่ท้าทาย เธอนิยมคนที่กล้าหาญ ไม่ชื่นชมคนอ่อนแอ เธอมักที่จะจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้ดีอยู่เสมอล่ะ
เกิดวันที่ 21
เธอเป็นคนที่รักธรรมชาติ รักการเดินทาง รักเพื่อนมนุษย์ หัวใจของเธอมีสีสวยเหมือนกับดอกกุหลาบสีขาว เธอเป็นคนที่อ่อนโยนและใจดีเอามากๆ เลย
เกิดวันที่ 22
เธอเป็นคนที่จริงจังมากเกินไปจนดูเหมือนว่าออกตึงเครียด และซีเรียสกับชีวิตมากไปสักหน่อย เธอไม่ชื่นชอบกับความสนุกสนานหรือเรื่องไร้สาระทั้งหลายทั้งปวง ถ้าจะให้ดีลดดีกรีลงสักนิด ทุกอย่างจะเวิร์ค และเธอเองก็จะมีความสุขนะจ๊ะ
เกิดวันที่ 23
เธอเป็นคนที่รักการผจญภัย ชอบแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง เธอไม่ชอบกรอบระเบียบต่างๆ ที่ดูอึดอัด ชอบอิสระที่จะแสดงออกได้อย่างเต็มที่และรักความสนุกสนานเป็นชีวิตจิตใจ
เกิดวันที่ 24
เธอเป็นศิลปิน รักสิ่งสวยงามและโรแมนติคทั้งหลาย ชอบความงดงามของธรรมชาติและงานศิลปะ ชื่นชอบกับความรักแรกพบที่แสนจะตื่นเต้น เธอเป็นคนที่อ่อนหวานมากเลยทีเดียวล่ะ
เกิดวันที่ 25
เธอเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน รักความสนุกสนานมาก ใครๆ ต่างก็ชอบที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกันกับเธอ เธอชอบที่จะทำให้คนอื่นมีเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และมีอารมณ์ขัน เธอเป็นคนที่มีจิตใจดีเอามากๆ เลย
เกิดวันที่ 26
เธอเป็นคนที่มีนิสัยอ่อนโยน ชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่น และขี้สงสารโดยเฉพาะกับคนแก่และเด็ก เธอชอบที่จะให้คำปรึกษากับคนที่กำลังมีปัญหา เรียกได้ว่าเป็นศิราณีประจำกลุ่มเลยล่ะ
เกิดวันที่ 27
เธอเป็นคนที่รักธรรมชาติ ต้นไม้ และความสวยงาม รักเรื่องราวโรแมนติค รักความอ่อนหวานและการท่องเที่ยวมากๆ เลยล่ะ
เกิดวันที่ 28
เธอเป็นคนที่จิตใจดีมีเมตตา ใจอ่อน ขี้สงสาร รักความเป็นธรรม เธอเป็นคนที่มีคำพูดคำจาที่ไพเราะอ่อนหวานและชอบช่วยเหลือคนอื่นเสมอๆ
เกิดวันที่ 29
เธอมีบุคลิกของการเป็นผู้นำ ชอบเรื่องที่ท้าทายและต้องแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง เธอชอบที่จะปกป้องคุ้มครองผู้อื่นที่อ่อนแอกว่าอยู่เสมอ
เกิดวันที่ 30
เธอเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักงานที่เป็นศิลปะ เธอเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น และความพยายามสูงที่จะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จให้ได้
เกิดวันที่ 31
เธอเป็นคนที่รักความก้าวหน้า ไม่ชอบหยุดอยู่กับที่ ไม่ชอบอะไรที่ล้าสมัย เธอเป็นคนที่ขยันและมีความอดทนสูง และใจเย็นเอามากๆ ด้วยสิ
4 พฤษภาคม 2551
ผู้หญิงต้องการอะไรจากผู้ชาย
แม้ว่าเพศหญิงจะเป็นเพศที่เข้าใจได้ยากสักหน่อย แต่ในเมื่อคุณรักผู้หญิงเข้าสักคนคุณก็ควรจะรู้ว่าเธอน่ะต้องการอะไรจากการที่ได้คบกันคุณ หรือในความสัมพันธ์ที่คุณทั้งสองมีให้แก่กัน
ยุ่งจริงผู้หญิงนี่ ผู้ชายอาจคิดอย่างงั้นซึ่งความเป็นจริงก็เป็นอย่างนั้น (ผู้หญิงเขาก็ยอมรับนะ) เพราะสิ่งที่ผู้ชายชอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ผู้หญิงต้องชอบด้วยเสมอไป ผู้ชายเห็นสาวสวย อาจไม่ต้องใช้เวลานานนักในการทำความรู้จัก แค่ 15 นาทีก็พอแล้ว ที่จะยอมให้เธอจูงมือไปไหนต่อไหน
แต่สำหรับหญิงสาว มันต้องใช้เวลามากกว่านั้น ผู้หญิงต้องการเวลา เพื่อดูนิสัยใจคอฝ่ายชายว่าเป็นอย่างไร ความจริงใจ มั่นคง รสนิยมเข้ากันได้หรือไม่???? อีกทั้งผู้หญิงแต่ละคน ยังมีลีลาชอบผู้ชายในลักษณะที่ต่างกัน บางคนชอบผู้ชายหล่อ ขี้เล่น บางคนชอบผู้ชายรวย บางคนก็ขอเหมาทั้งสองแบบเลย (อาจจะหายากหน่อย)ถึงอย่างไร โดยลักษณะพื้นฐาน ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีความชอบที่ใกล้เคียงกัน อาจจะสรุปได้ดังนี้ล่ะค่ะ
1. เป็นคน sensitive
ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบผู้ชายอ่อนไหว แต่ไม่อ่อนแอหรือขี้แย คือความรู้สึกมองเห็นอะไรก็สวยงาม รักสายลม แสงแดด เสียงเพลง รักสัตว์ และไม่ดูถูกคนจน คนเซ้นซิทีฟ คือคนที่มีการแสดงออกทางอารมณ์แบบง่าย มีความเป็นเด็กนิดๆ จริงใจแต่ต้องไม่เสแสร้ง
วิธีฝึกให้เป็นคนเซ้นซิทิฟง่ายที่สุดคือ ดูหนัง โดยเฉพาะหนังรักๆ โรแมนติกคอมเมดี้ จะเข้าใจความรู้สึกผู้หญิงได้ดี
2. ความร่ำรวย
หมดยุคกัดก้อนเกลือกินแล้วล่ะ ความร่ำรวยเป็นส่วนหนึ่งที่สาวๆฝันอยากให้ผู้ชายมี ไม่ต้องเยอะมากแต่พอประมาณ ใช้ชีวิตไปอย่างสบายๆ มีบ้าน มีรถใช้ มีหน้าที่การงานดี มั่นคง วิธีแสวงหาความร่ำรวย คงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องไขว่คว้าสร้างขึ้นเอง
ความพยายามที่จะสร้างฐานะของคุณก็ทำให้ผู้หญิงใจอ่อนได้เหมือนกันนะคะ
3. มั่นใจในตัวเอง
ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบผู้ชายโลเล ไม่แน่นอน วิธีฝึกให้เป็นคนมั่นใจในตัวเอง มีมากมายหลายอย่าง แต่สิ่งที่ง่ายที่สุดคือ มองกระจก พูดกับตัวเองว่า "คุณคือราชา" แต่งตัวให้เรียบร้อย แม้จะปอนแต่ก็ควรสะอาด คิดอ่านทำการอะไร ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
แล้วทำหรือพูดอย่างมั่นใจและทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดเสมอ นอกจากนี้ควรหมั่นฟิตออกกำลังกาย ไม่ไว้พุง หรือสร้างบุคลิกภาพเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความมั่นใจในตัวเองได้
4. มีอารมณ์ขัน
อารมณ์ขันสร้างได้ง่าย คืออย่าซีเรียสไปกับทุกสิ่งรอบตัว รู้จักปล่อยวางและมองดูทุกสิ่งอย่างรู้เท่าทัน อย่ายึดติดแต่ตัวกูของกู คนเราเกิดมาอยู่กันได้ไม่เกินร้อย อย่าคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางที่ทุกอย่างจะดำเนินต่อไปไม่ได้ถ้าไม่มีตัวเรา หัดดูหนังตลก อ่านเรื่องโจ๊ก แล้วเล่าให้คนอื่นฟัง แบ่งปันเสียงหัวเราะ ไม่เพียงทำให้โลกสดใส แต่ยังช่วยให้ไม่แก่เร็วและอายุยืนอีกด้วย
5. มีความเฉลียวฉลาด
คงไม่มีสาวคนใดอยากมีแฟนเป็นคนโง่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องฉลาด ถ้าจะไปอวดฉลาด แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ตัวเองไม่รู้จริง สู้อยู่เฉยๆรอให้มีข้อมูลในเรื่องนั้นมากพอ จึงค่อยแสดงความคิดเห็น วิธีฝึกฝนสร้างความฉลาด ทำได้โดยอ่านหนังสือเยอะ ๆ ออกกำลังกายบ่อยๆเพราะออกซิเจนจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์สมอง กินอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง เช่น เม็ดแป๊ะก้วย หรืออาหารที่สูงด้วยวิตามินเอ และธาตุเหล็ก ข้อสำคัญควรรู้จักใช้สมองคิดอ่าน มองเรื่องราวให้เป็นระบบ ไม่สับสน สิ่งนี้จะช่วยไม่ให้กลายเป็นคนฟุ้งซ่านขึ้นสมอง
6. มีประสบการณ์
คงมีผู้หญิงน้อยคนที่อยากได้ผู้ชายอ่อนหัด แม้จะเป็นความภาคภูมิใจลึกๆแต่ก็ไม่สนุก ผู้หญิงอยากให้ผู้ชายของตัวเองมีประสบกามบ้าง แต่ไม่ต้องเจนจัดถนัดศึก เพียงแต่รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรเท่านั้น (อ่านผู้หญิงนะคะดอทคอมนี่ล่ะค่ะ อิอิ)สำหรับผู้ชาย ควรมีประสบการณ์ทางเซ็กซ์บ้าง มากหรือน้อยก็แล้วแต่ ข้อสำคัญควรจดจำให้ได้ว่าผู้หญิงชอบหรือไม่ชอบอะไร เวลาที่เธอถามว่าทำไมเก่งอย่างนี้ ก็ให้ตอบว่า มันเป็นมาตั้งแต่เกิดแล้วล่ะตัวเอง!!
7. ความซื่อสัตย์
เป็นคุณสมบัติสำคัญ ที่ผู้หญิงทุกคนอยากให้ผู้ชายทุกคนมีมากที่สุด ซื่อสัตย์ต่อเธอคนเดียว ผู้หญิงส่วนใหญ่ทนไม่ได้ถ้ารู้ว่า ผู้ชายของเธอมีกุ๊กกิ๊กกับหญิงอื่น นับวันความซื่อสัตย์ของผู้ชายสมัยนี้หาได้ยากพอๆกับเยื่อพรมจรรย์ของสาวสมัยใหม่ ความซื่อสัตย์เป็นเรื่องของมโนธรรมในจิตใจแต่ละคน ที่ต้องได้รับการขัดเกลาตั้งแต่เด็ก มาฝึกกันตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วลำบาก
รู้อย่างนี้แล้ว ควรหันไปมองดูว่าคุณมีสิ่งใดบกพร่องอยู่หรือไม่ หากคิดว่าคุณไม่อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไร แสดงว่าคุณก็ยังไม่พร้อมที่จะมีคนรัก เพราะคนรักกันก็ควรพร้อมที่จะปรับตัวเองเข้าหากันและกัน ขอให้คุณมีรักเดียวใจเดียวนะคะ และคุณเองก็จะมีความสุข
ยุ่งจริงผู้หญิงนี่ ผู้ชายอาจคิดอย่างงั้นซึ่งความเป็นจริงก็เป็นอย่างนั้น (ผู้หญิงเขาก็ยอมรับนะ) เพราะสิ่งที่ผู้ชายชอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ผู้หญิงต้องชอบด้วยเสมอไป ผู้ชายเห็นสาวสวย อาจไม่ต้องใช้เวลานานนักในการทำความรู้จัก แค่ 15 นาทีก็พอแล้ว ที่จะยอมให้เธอจูงมือไปไหนต่อไหน
แต่สำหรับหญิงสาว มันต้องใช้เวลามากกว่านั้น ผู้หญิงต้องการเวลา เพื่อดูนิสัยใจคอฝ่ายชายว่าเป็นอย่างไร ความจริงใจ มั่นคง รสนิยมเข้ากันได้หรือไม่???? อีกทั้งผู้หญิงแต่ละคน ยังมีลีลาชอบผู้ชายในลักษณะที่ต่างกัน บางคนชอบผู้ชายหล่อ ขี้เล่น บางคนชอบผู้ชายรวย บางคนก็ขอเหมาทั้งสองแบบเลย (อาจจะหายากหน่อย)ถึงอย่างไร โดยลักษณะพื้นฐาน ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีความชอบที่ใกล้เคียงกัน อาจจะสรุปได้ดังนี้ล่ะค่ะ
1. เป็นคน sensitive
ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบผู้ชายอ่อนไหว แต่ไม่อ่อนแอหรือขี้แย คือความรู้สึกมองเห็นอะไรก็สวยงาม รักสายลม แสงแดด เสียงเพลง รักสัตว์ และไม่ดูถูกคนจน คนเซ้นซิทีฟ คือคนที่มีการแสดงออกทางอารมณ์แบบง่าย มีความเป็นเด็กนิดๆ จริงใจแต่ต้องไม่เสแสร้ง
วิธีฝึกให้เป็นคนเซ้นซิทิฟง่ายที่สุดคือ ดูหนัง โดยเฉพาะหนังรักๆ โรแมนติกคอมเมดี้ จะเข้าใจความรู้สึกผู้หญิงได้ดี
2. ความร่ำรวย
หมดยุคกัดก้อนเกลือกินแล้วล่ะ ความร่ำรวยเป็นส่วนหนึ่งที่สาวๆฝันอยากให้ผู้ชายมี ไม่ต้องเยอะมากแต่พอประมาณ ใช้ชีวิตไปอย่างสบายๆ มีบ้าน มีรถใช้ มีหน้าที่การงานดี มั่นคง วิธีแสวงหาความร่ำรวย คงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องไขว่คว้าสร้างขึ้นเอง
ความพยายามที่จะสร้างฐานะของคุณก็ทำให้ผู้หญิงใจอ่อนได้เหมือนกันนะคะ
3. มั่นใจในตัวเอง
ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบผู้ชายโลเล ไม่แน่นอน วิธีฝึกให้เป็นคนมั่นใจในตัวเอง มีมากมายหลายอย่าง แต่สิ่งที่ง่ายที่สุดคือ มองกระจก พูดกับตัวเองว่า "คุณคือราชา" แต่งตัวให้เรียบร้อย แม้จะปอนแต่ก็ควรสะอาด คิดอ่านทำการอะไร ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
แล้วทำหรือพูดอย่างมั่นใจและทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดเสมอ นอกจากนี้ควรหมั่นฟิตออกกำลังกาย ไม่ไว้พุง หรือสร้างบุคลิกภาพเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความมั่นใจในตัวเองได้
4. มีอารมณ์ขัน
อารมณ์ขันสร้างได้ง่าย คืออย่าซีเรียสไปกับทุกสิ่งรอบตัว รู้จักปล่อยวางและมองดูทุกสิ่งอย่างรู้เท่าทัน อย่ายึดติดแต่ตัวกูของกู คนเราเกิดมาอยู่กันได้ไม่เกินร้อย อย่าคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางที่ทุกอย่างจะดำเนินต่อไปไม่ได้ถ้าไม่มีตัวเรา หัดดูหนังตลก อ่านเรื่องโจ๊ก แล้วเล่าให้คนอื่นฟัง แบ่งปันเสียงหัวเราะ ไม่เพียงทำให้โลกสดใส แต่ยังช่วยให้ไม่แก่เร็วและอายุยืนอีกด้วย
5. มีความเฉลียวฉลาด
คงไม่มีสาวคนใดอยากมีแฟนเป็นคนโง่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องฉลาด ถ้าจะไปอวดฉลาด แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ตัวเองไม่รู้จริง สู้อยู่เฉยๆรอให้มีข้อมูลในเรื่องนั้นมากพอ จึงค่อยแสดงความคิดเห็น วิธีฝึกฝนสร้างความฉลาด ทำได้โดยอ่านหนังสือเยอะ ๆ ออกกำลังกายบ่อยๆเพราะออกซิเจนจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์สมอง กินอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง เช่น เม็ดแป๊ะก้วย หรืออาหารที่สูงด้วยวิตามินเอ และธาตุเหล็ก ข้อสำคัญควรรู้จักใช้สมองคิดอ่าน มองเรื่องราวให้เป็นระบบ ไม่สับสน สิ่งนี้จะช่วยไม่ให้กลายเป็นคนฟุ้งซ่านขึ้นสมอง
6. มีประสบการณ์
คงมีผู้หญิงน้อยคนที่อยากได้ผู้ชายอ่อนหัด แม้จะเป็นความภาคภูมิใจลึกๆแต่ก็ไม่สนุก ผู้หญิงอยากให้ผู้ชายของตัวเองมีประสบกามบ้าง แต่ไม่ต้องเจนจัดถนัดศึก เพียงแต่รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรเท่านั้น (อ่านผู้หญิงนะคะดอทคอมนี่ล่ะค่ะ อิอิ)สำหรับผู้ชาย ควรมีประสบการณ์ทางเซ็กซ์บ้าง มากหรือน้อยก็แล้วแต่ ข้อสำคัญควรจดจำให้ได้ว่าผู้หญิงชอบหรือไม่ชอบอะไร เวลาที่เธอถามว่าทำไมเก่งอย่างนี้ ก็ให้ตอบว่า มันเป็นมาตั้งแต่เกิดแล้วล่ะตัวเอง!!
7. ความซื่อสัตย์
เป็นคุณสมบัติสำคัญ ที่ผู้หญิงทุกคนอยากให้ผู้ชายทุกคนมีมากที่สุด ซื่อสัตย์ต่อเธอคนเดียว ผู้หญิงส่วนใหญ่ทนไม่ได้ถ้ารู้ว่า ผู้ชายของเธอมีกุ๊กกิ๊กกับหญิงอื่น นับวันความซื่อสัตย์ของผู้ชายสมัยนี้หาได้ยากพอๆกับเยื่อพรมจรรย์ของสาวสมัยใหม่ ความซื่อสัตย์เป็นเรื่องของมโนธรรมในจิตใจแต่ละคน ที่ต้องได้รับการขัดเกลาตั้งแต่เด็ก มาฝึกกันตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วลำบาก
รู้อย่างนี้แล้ว ควรหันไปมองดูว่าคุณมีสิ่งใดบกพร่องอยู่หรือไม่ หากคิดว่าคุณไม่อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไร แสดงว่าคุณก็ยังไม่พร้อมที่จะมีคนรัก เพราะคนรักกันก็ควรพร้อมที่จะปรับตัวเองเข้าหากันและกัน ขอให้คุณมีรักเดียวใจเดียวนะคะ และคุณเองก็จะมีความสุข
3 พฤษภาคม 2551
กฎ 50 ข้อของคนรักกัน
:: ถ้าคุณต้องการจะอ่าน ต้อง อ่านมันให้จบแล้วคุณจะมีความ สุข หากคุณอ่านไม่จบคุณ จะ......
1.ดูพระอาทิดตกดินด้วย กัน
2. กระซิบถึงกันและกัน
3. ทำอาหารให้ กัน
4. เดิน ท่ามกลางฝนตก
5. จับ มือ
6. ซื้อ ของขวัญให้กัน
7. ดอก กุหลาบ
8. ถาม ว่าน้ำหอมสุดโปรดคือกลิ่นไหน และใช้ทุกครั้งที่อยู่ด้วย กัน
9. เดิน ริมทะเลตอนเที่ยงคืนด้วยกัน
10. เขียนกลอนให้ กัน
11. การ กอดคือยาที่ดีที่สุด
12. พูดว่า'รักเธอ' ตอนที่รู้สึกว่ารักจิงๆ และทำให้ เค้ารู้ว่าเรารู้สึกรักจิงๆ
13. ให้ของขวัญเล็กๆ ดอกไม้/ลูกอม/ กลอน
14. บอก เธอ/เขา ว่าเธอ/เขา คือผู้หญิง/ผู้ชาย ที่คุณต้องการมากที่ สุด
15. อยู่ด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำ ได้
16. มอง ตากันและกัน.
17. ( เฉพาะผู้ชาย) ดันคางเธอขึ้นเบาๆ มองตาเธอ บอกว่ารักเธอมากที่ สุด และจูบเธอ เบาๆ 'เบาๆ' ล่ะ
18. ในที่สาธารนะชน แค่จีบกัน เฉยๆ อย่าทำอย่างอื่น
19. ใส่จดหมายรักในกระเป๋าเขา/เธอ เมื่อเธอ/เขาไม่ เห็น
20. ซื้อแหวนให้เธอ (เฉพาะผู้ชาย)
21. ร้องเพลงให้กันและ กัน
22. ( เฉพาะผู้ชาย) โอบกอดเทอตรงสะโพกเสมอ
23. พาไปกินข้าว2ต่อ2
24. กิน สปาเก็ตตี้ (เคยดูเรื่องทรามวัยกับไอ้ตูบ มั๊ย)
25. ( เฉพาะผู้ชาย)จับมือเธอ มองตาเธอ จูบมือเธอแล้ววางไว้บน หัวใจ
26. เต้นด้วยกัน
27. ( เฉพาะผู้หญิง) เวลาอยู่ด้วยกัน นอนตัก เขา
28. ทำ เรื่องน่ารักๆ เช่น เขียนว่า 'ฉันรักเธอ' ในสมุด โน้ต
29. หา เรื่องมาเรียกเธอ/เขา ทุกๆ5 นาที
30. ไม่ ว่าจะยุ่งขนาดไหน โทรไปหาเขา/เธอ และบอกว่า'ฉันรัก เธอ'
31. โทร จากสถานที่ๆคุณไปเที่ยวและบอกว่าคุณคิดถึงเขา/เธอ เสมอ
32. จำ ฝันของคุณและเล่าให้เขา/เธอ ฟัง
33. บอกความกลัวและความลับสุดยอดของคุณให้เธอ/เขา ฟัง
34. ทำ ดีกับพ่อแม่ของเธอ/เขา
35. (เฉพาะผู้ชาย) ลูบผมออกจากใบหน้าของเธอ เบาๆ 'เบาๆ' ล่ะ
36. ไป เที่ยวกับเพื่อนของเธอ/เขา
37. ไปวัด/อธิษฐาน/สาบาน ด้วย กัน
38. พา ไปดูหนังโรแมนติคและจำส่วนที่เธอ/เขา ชอบ
39. เรียนรู้กันและกัน และอย่าทำผิดแบบเดิมเกิน2 ครั้ง
40. บอกว่าคุณรู้สึกดียังไงที่ได้อยู่กับเธอ/ เขา
41. เสียสละให้กันและกัน
42. รักกันมากๆ ถ้าไม่อย่างนั้นก้อเลิกกันไป เลย
43. ทำ ให้ไม่มีนาทีไหนที่คุณไม่คิดถึงเขา/ เธอ
44. รัก ตัวเองก่อนที่จะไปรักใคร
45. หัดพูดคำหวานๆในภาษา อื่น
46. ขอ เพลงให้เขา/เธอ ในวิทยุ
47. หลับคาโทรศัพท์ด้วย กัน
48. ปก ป้องเธอ/เขา เมื่อคนอื่นพูดอะไรไม่ดีต่อเขา/ เธอ
49. ห้ามลืมการจูบgood night และพูดว่า'ฝันดีนะ' เสมอ นี่คือจดหมาย ศักดิ์สิทธิ์ ห้ามลบทิ้ง....ส่งต่อไปเรื่อยๆ ถ้าคุณลบ คุณจะอกหักตลอดชีวิต
50.และสุดท้ายต้องขอขอบคุณที่โลกสร้างเธอ/เขาขึ้น มา
ถ้าคุณ ส่ง: 5 คน - คุณจะเจอผู้หญิง/ผู้ชาย ใน ฝัน
10 คน - ผู้ชาย/ผู้หญิง ในฝัน จะชวนคุณไป เที่ยว
15 คน – คุณจะไปเที่ยวกับคนๆนี้ไปนานแสนนาน
20 คน - คุณจะแต่งงานกับคนๆนั้น
เอ่อคือ แบบว่าเพื่อน ส่งมาให้ดูอีกทีอะนะอย่าว่ากันเลย
จะไม่ส่งก็ได้ถ้าไม่กลัวอกหัก ขึ้นคานตลอด ชาติ อิอิอิอิอิ
1.ดูพระอาทิดตกดินด้วย กัน
2. กระซิบถึงกันและกัน
3. ทำอาหารให้ กัน
4. เดิน ท่ามกลางฝนตก
5. จับ มือ
6. ซื้อ ของขวัญให้กัน
7. ดอก กุหลาบ
8. ถาม ว่าน้ำหอมสุดโปรดคือกลิ่นไหน และใช้ทุกครั้งที่อยู่ด้วย กัน
9. เดิน ริมทะเลตอนเที่ยงคืนด้วยกัน
10. เขียนกลอนให้ กัน
11. การ กอดคือยาที่ดีที่สุด
12. พูดว่า'รักเธอ' ตอนที่รู้สึกว่ารักจิงๆ และทำให้ เค้ารู้ว่าเรารู้สึกรักจิงๆ
13. ให้ของขวัญเล็กๆ ดอกไม้/ลูกอม/ กลอน
14. บอก เธอ/เขา ว่าเธอ/เขา คือผู้หญิง/ผู้ชาย ที่คุณต้องการมากที่ สุด
15. อยู่ด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำ ได้
16. มอง ตากันและกัน.
17. ( เฉพาะผู้ชาย) ดันคางเธอขึ้นเบาๆ มองตาเธอ บอกว่ารักเธอมากที่ สุด และจูบเธอ เบาๆ 'เบาๆ' ล่ะ
18. ในที่สาธารนะชน แค่จีบกัน เฉยๆ อย่าทำอย่างอื่น
19. ใส่จดหมายรักในกระเป๋าเขา/เธอ เมื่อเธอ/เขาไม่ เห็น
20. ซื้อแหวนให้เธอ (เฉพาะผู้ชาย)
21. ร้องเพลงให้กันและ กัน
22. ( เฉพาะผู้ชาย) โอบกอดเทอตรงสะโพกเสมอ
23. พาไปกินข้าว2ต่อ2
24. กิน สปาเก็ตตี้ (เคยดูเรื่องทรามวัยกับไอ้ตูบ มั๊ย)
25. ( เฉพาะผู้ชาย)จับมือเธอ มองตาเธอ จูบมือเธอแล้ววางไว้บน หัวใจ
26. เต้นด้วยกัน
27. ( เฉพาะผู้หญิง) เวลาอยู่ด้วยกัน นอนตัก เขา
28. ทำ เรื่องน่ารักๆ เช่น เขียนว่า 'ฉันรักเธอ' ในสมุด โน้ต
29. หา เรื่องมาเรียกเธอ/เขา ทุกๆ5 นาที
30. ไม่ ว่าจะยุ่งขนาดไหน โทรไปหาเขา/เธอ และบอกว่า'ฉันรัก เธอ'
31. โทร จากสถานที่ๆคุณไปเที่ยวและบอกว่าคุณคิดถึงเขา/เธอ เสมอ
32. จำ ฝันของคุณและเล่าให้เขา/เธอ ฟัง
33. บอกความกลัวและความลับสุดยอดของคุณให้เธอ/เขา ฟัง
34. ทำ ดีกับพ่อแม่ของเธอ/เขา
35. (เฉพาะผู้ชาย) ลูบผมออกจากใบหน้าของเธอ เบาๆ 'เบาๆ' ล่ะ
36. ไป เที่ยวกับเพื่อนของเธอ/เขา
37. ไปวัด/อธิษฐาน/สาบาน ด้วย กัน
38. พา ไปดูหนังโรแมนติคและจำส่วนที่เธอ/เขา ชอบ
39. เรียนรู้กันและกัน และอย่าทำผิดแบบเดิมเกิน2 ครั้ง
40. บอกว่าคุณรู้สึกดียังไงที่ได้อยู่กับเธอ/ เขา
41. เสียสละให้กันและกัน
42. รักกันมากๆ ถ้าไม่อย่างนั้นก้อเลิกกันไป เลย
43. ทำ ให้ไม่มีนาทีไหนที่คุณไม่คิดถึงเขา/ เธอ
44. รัก ตัวเองก่อนที่จะไปรักใคร
45. หัดพูดคำหวานๆในภาษา อื่น
46. ขอ เพลงให้เขา/เธอ ในวิทยุ
47. หลับคาโทรศัพท์ด้วย กัน
48. ปก ป้องเธอ/เขา เมื่อคนอื่นพูดอะไรไม่ดีต่อเขา/ เธอ
49. ห้ามลืมการจูบgood night และพูดว่า'ฝันดีนะ' เสมอ นี่คือจดหมาย ศักดิ์สิทธิ์ ห้ามลบทิ้ง....ส่งต่อไปเรื่อยๆ ถ้าคุณลบ คุณจะอกหักตลอดชีวิต
50.และสุดท้ายต้องขอขอบคุณที่โลกสร้างเธอ/เขาขึ้น มา
ถ้าคุณ ส่ง: 5 คน - คุณจะเจอผู้หญิง/ผู้ชาย ใน ฝัน
10 คน - ผู้ชาย/ผู้หญิง ในฝัน จะชวนคุณไป เที่ยว
15 คน – คุณจะไปเที่ยวกับคนๆนี้ไปนานแสนนาน
20 คน - คุณจะแต่งงานกับคนๆนั้น
เอ่อคือ แบบว่าเพื่อน ส่งมาให้ดูอีกทีอะนะอย่าว่ากันเลย
จะไม่ส่งก็ได้ถ้าไม่กลัวอกหัก ขึ้นคานตลอด ชาติ อิอิอิอิอิ
2 พฤษภาคม 2551
วิธีรักษาสิว !!!! ได้ผลม๊าก มากกก
วิธีนี้ Work กว่าของคิวคิวอีก
พร้อม ยัง ............. เริ่ม
วิธีนี้ อาจไม่เป็นผลดีต่อตัวเองนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการ อ่าน
บอกทีละ ขั้นตอนเลยนะ
1. ตื่นเช้ามาวันแรก ... ให้อดข้าว
2. ข้าวกลางวันก็ ... ไม่ต้องกิน
3. พอถึงข้าวเย็นก็ ... ไม่ต้องกิน ( อดทนหน่อยนะใกล้แล้ว )
4. กลางคืน ... นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
5. ตื่นเช้ามาอีกวันก็ ... อย่าเพิ่งกินข้าวเช้านะคะ
6. เมื่อเราไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน ...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
พอถึงตอน ... 'สายก็จะ หิว'
.
.
.
สายก็จะหิวววววววววววววว......
.
.
.
. !
.
' สายก็จะหิว' = สิวก็จะหาย
พร้อม ยัง ............. เริ่ม
วิธีนี้ อาจไม่เป็นผลดีต่อตัวเองนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการ อ่าน
บอกทีละ ขั้นตอนเลยนะ
1. ตื่นเช้ามาวันแรก ... ให้อดข้าว
2. ข้าวกลางวันก็ ... ไม่ต้องกิน
3. พอถึงข้าวเย็นก็ ... ไม่ต้องกิน ( อดทนหน่อยนะใกล้แล้ว )
4. กลางคืน ... นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
5. ตื่นเช้ามาอีกวันก็ ... อย่าเพิ่งกินข้าวเช้านะคะ
6. เมื่อเราไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน ...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
พอถึงตอน ... 'สายก็จะ หิว'
.
.
.
สายก็จะหิวววววววววววววว......
.
.
.
. !
.
' สายก็จะหิว' = สิวก็จะหาย
1 พฤษภาคม 2551
ปี 2553 จุดจบประเทศไทย
ถ้ายังเป็นคนไทยอยู่ช่วยอ่านด้วย เรื่องนี้คนไทยทุกคนควรที่จะได้รู้ .....
ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา ..... ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโค ซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ้นเพื่อสร้างภูมิปัญญาหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ! ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14 ประเทศ ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็น แต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง ! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์ และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศ อาเจะ และอีกหลายประเทศ
ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก 4 - 6 ประเทศ แน่นอน ! ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553 ซึ! ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์ การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์ สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออกเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตรของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต่ลำใย จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเวียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน เป็นวงจรอย่างนี้ทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายไม่ได้ เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยกันมากิน เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถูกกว่าสินค้าเกษตรของไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๊ยของต่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากในอีก 10 ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถูกทำลายจาก GMOs และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้ วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย รัฐบาลไทยจะไม่มีปัญญาที่จะแก้ไขปัญหาได้ เพราะมาตรการทางการเงินก! ็จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต่างประเทศหมดแล้ว ไฟฟ้าก็แพงขึ้น น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหกิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว เขาสามารถตั้งราคา ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่า เขาจะไม่มีกำไร ธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์ คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาที่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้
ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้ ! ; การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ดินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแล้ว เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่ามารถนำเงินที่ได้ไปลงทุนให้เกิดรายได้ได้ เพราะธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำมือของต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู ่ในมือของ Big C, Lotus, Carrefour, ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal, สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯ ดังนั้น เงินตราของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด ... เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้ ... รัฐจะอยู่ได้ฤา ? 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแห่งแรกที่จะขอแยกตัวออกจากประเทศไทย เนื่องจากความแตกต่างที่เห็นชัดเจนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในปี 2553 คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกประเทศ เพราะเห็นความล้มเหลวของรัฐบาลไทย การเมืองไทย การคัดค้านจะน้อยลง การสนับสนุนให้แยกจะทวีความรุนแรงขึ้น จนรัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมได้ถ้ารัฐบาลใช้กำลังทหาร ก็จะถูกต่างชาติส! ่งทหารมาต่อต้านกองทัพไทย ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีปัญญาไปต่อสู้อยู่ แล้ว การแยกตัวจะสำเร็จได้ในไม่นาน
จากนั้น ภาคตะวันออก บริเวณจันทบุรี ตราด ระยอง ฉะเชิงเทรา จะขอแยกตัวตามมา เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต่างชาติ การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยาก นั่นหมายถึง การซื้อประเทศไทย คล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ Alaska จาก Russia ถ้าไทยต่อต้าน เจอทหารต่างชาติแน่ เราจะเตรียมรับมือกับวิกฤติในอนาคตอย่างไร ? ผมติดตามงานเขียนคุณนิติภูมิ มาหลายปี และสิ่งที่เขียนในไทยรัฐหน้า 2 เกือบทุกวันนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์ บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองการค้า การเมือง สังคมไปพร้อมกัน รวมทั้งประวัติศาสตร์เขามอง อ! าเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจ ก่อนล่มจริง ... เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห่วยของคนไทย แทนที่ไปเดิน big-c, lotus, careflour, เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างใหญ่อีกเพราะอะไร เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน 100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86 บาท เหลือให้คนไทย 14 บาท เพราะของต่างชาติเกือบ 100 เปอร์เซนต์ บิกซี โลตัสเหมือนกัน นิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต่างชาติถือหุ้นมาลงให้ดู ของ 3 ห้างดัง ผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านตั้งแต่วันนั้น เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วบางห้าง 86 ปอร์เซ็นต์ สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5 บาทก็ซื้อที่นี่ เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบ นี้จริง ๆ ๆ ถ้าซื้อจากห้าง 1,000 บาท มันไหลไปต่างประเทศ 900 บาท ที่เหลือ 100 บาท ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400 ห้าง ทั่วประเทศ คนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจน จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร
ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำได้ ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหน ต่อปีน้อยสุด ผมอธิบาย วิธีสิ้นชาติแบบทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้าน และลูกฟัง หัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ
ได้ผล ... ลูกเปลี่ยนวิธีกิน ... วิธีคิดไปเลย ... เปลี่ยนไปได้มาก พอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3 ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลย ผมก็อธิบายคำว่า license ( ค่าลิขสิทธิ ) ให้ลูกฟัง ผมบอกว่า ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธ ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ ใบตองที่ห่อขนมไทย ไม่มีลิขสิทธิ
มันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายไ! ด้ไม่ถึง 3 เดือน ขนมต่างชาติ ห่อสวย แพง เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิ เวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200 ปี ผมสอนแบบนี้ ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย ผมทำได้และได้ทำแล้ว
ปล . ใคร่จะขอกรุณาช่วยนำบทความไปเผยแพร่ต่อ จะเป็นพระคุณมากครับ ยาวไปหน่อย แต่อยากให้อ่าน เพื่อที่ไทยเราจะได้อยู่รวมเป็นชาติไทยต่อไป
** เมื่อกี้ดูที่นี่ประเทศไทย เปิดเพลงชาติให้ฟัง ไม่เคยฟั งแล้วรู้สึกว่าอยากร้องไห้เท่าวันนี้เลย ฟังแล้วเห็นภาพที่คนไทยทั้งประเทศ ช่วยกันช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ แต่อยากจะขออีกอย่างหนึ่งคือรักชาติหน่อย ช่วยกันหน่อยครับ ซื้อสินค้าไทย เลิกได้แล้วกับการซื้อของแบรนเนม มันจะทำให้ชาติล่มจม
ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา ..... ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโค ซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ้นเพื่อสร้างภูมิปัญญาหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ! ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14 ประเทศ ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็น แต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง ! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์ และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศ อาเจะ และอีกหลายประเทศ
ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก 4 - 6 ประเทศ แน่นอน ! ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553 ซึ! ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์ การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์ สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออกเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตรของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต่ลำใย จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเวียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน เป็นวงจรอย่างนี้ทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายไม่ได้ เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยกันมากิน เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถูกกว่าสินค้าเกษตรของไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๊ยของต่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากในอีก 10 ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถูกทำลายจาก GMOs และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้ วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย รัฐบาลไทยจะไม่มีปัญญาที่จะแก้ไขปัญหาได้ เพราะมาตรการทางการเงินก! ็จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต่างประเทศหมดแล้ว ไฟฟ้าก็แพงขึ้น น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหกิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว เขาสามารถตั้งราคา ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่า เขาจะไม่มีกำไร ธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์ คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาที่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้
ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้ ! ; การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ดินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแล้ว เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่ามารถนำเงินที่ได้ไปลงทุนให้เกิดรายได้ได้ เพราะธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำมือของต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู ่ในมือของ Big C, Lotus, Carrefour, ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal, สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯ ดังนั้น เงินตราของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด ... เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้ ... รัฐจะอยู่ได้ฤา ? 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแห่งแรกที่จะขอแยกตัวออกจากประเทศไทย เนื่องจากความแตกต่างที่เห็นชัดเจนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในปี 2553 คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกประเทศ เพราะเห็นความล้มเหลวของรัฐบาลไทย การเมืองไทย การคัดค้านจะน้อยลง การสนับสนุนให้แยกจะทวีความรุนแรงขึ้น จนรัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมได้ถ้ารัฐบาลใช้กำลังทหาร ก็จะถูกต่างชาติส! ่งทหารมาต่อต้านกองทัพไทย ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีปัญญาไปต่อสู้อยู่ แล้ว การแยกตัวจะสำเร็จได้ในไม่นาน
จากนั้น ภาคตะวันออก บริเวณจันทบุรี ตราด ระยอง ฉะเชิงเทรา จะขอแยกตัวตามมา เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต่างชาติ การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยาก นั่นหมายถึง การซื้อประเทศไทย คล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ Alaska จาก Russia ถ้าไทยต่อต้าน เจอทหารต่างชาติแน่ เราจะเตรียมรับมือกับวิกฤติในอนาคตอย่างไร ? ผมติดตามงานเขียนคุณนิติภูมิ มาหลายปี และสิ่งที่เขียนในไทยรัฐหน้า 2 เกือบทุกวันนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์ บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองการค้า การเมือง สังคมไปพร้อมกัน รวมทั้งประวัติศาสตร์เขามอง อ! าเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจ ก่อนล่มจริง ... เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห่วยของคนไทย แทนที่ไปเดิน big-c, lotus, careflour, เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างใหญ่อีกเพราะอะไร เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน 100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86 บาท เหลือให้คนไทย 14 บาท เพราะของต่างชาติเกือบ 100 เปอร์เซนต์ บิกซี โลตัสเหมือนกัน นิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต่างชาติถือหุ้นมาลงให้ดู ของ 3 ห้างดัง ผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านตั้งแต่วันนั้น เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วบางห้าง 86 ปอร์เซ็นต์ สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5 บาทก็ซื้อที่นี่ เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบ นี้จริง ๆ ๆ ถ้าซื้อจากห้าง 1,000 บาท มันไหลไปต่างประเทศ 900 บาท ที่เหลือ 100 บาท ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400 ห้าง ทั่วประเทศ คนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจน จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร
ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำได้ ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหน ต่อปีน้อยสุด ผมอธิบาย วิธีสิ้นชาติแบบทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้าน และลูกฟัง หัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ
ได้ผล ... ลูกเปลี่ยนวิธีกิน ... วิธีคิดไปเลย ... เปลี่ยนไปได้มาก พอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3 ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลย ผมก็อธิบายคำว่า license ( ค่าลิขสิทธิ ) ให้ลูกฟัง ผมบอกว่า ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธ ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ ใบตองที่ห่อขนมไทย ไม่มีลิขสิทธิ
มันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายไ! ด้ไม่ถึง 3 เดือน ขนมต่างชาติ ห่อสวย แพง เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิ เวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200 ปี ผมสอนแบบนี้ ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย ผมทำได้และได้ทำแล้ว
ปล . ใคร่จะขอกรุณาช่วยนำบทความไปเผยแพร่ต่อ จะเป็นพระคุณมากครับ ยาวไปหน่อย แต่อยากให้อ่าน เพื่อที่ไทยเราจะได้อยู่รวมเป็นชาติไทยต่อไป
** เมื่อกี้ดูที่นี่ประเทศไทย เปิดเพลงชาติให้ฟัง ไม่เคยฟั งแล้วรู้สึกว่าอยากร้องไห้เท่าวันนี้เลย ฟังแล้วเห็นภาพที่คนไทยทั้งประเทศ ช่วยกันช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ แต่อยากจะขออีกอย่างหนึ่งคือรักชาติหน่อย ช่วยกันหน่อยครับ ซื้อสินค้าไทย เลิกได้แล้วกับการซื้อของแบรนเนม มันจะทำให้ชาติล่มจม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)