Google
 

27 กุมภาพันธ์ 2551

ควรมีเพื่อน...กี่คนกัน?‏

เขาว่าคนเราควรมีเพื่อนอย่างน้อยห้าคน

1. เ พื่ อ น บ้ า เ พื่ อ น บ อ
เพื่อนพวกนี้พร้อมจะแหกกฏเกณฑ์ อาจดูว่าเขาไม่ ค่อยแคร์อะไร และชอบที่จะเสี่ยงทำอะไร บ้า ๆ บอ ๆ ตลอดเวลา แต่จำไว้เหอะ งานเลี้ยงทุกงานจะสนุกได้ก็เพราะมีเจ้าพวกนี้แล่ะ อีกอย่างเขาจะพาให้เรามีชีวิตที่หวือหวาขึ้น วันดีคืนดีก็จะมาหาเราตอนเที่ยงคืน แล้วพาเราไปเที่ยวไปก๊งเหล้าไป..... พวกนี้มาเพื่อเพิ่มสีสรรของชีวิตให้เรา

เวลาคุณประสบความสำเร็จ ....'โอ้ เจ๋งไปเลย เพื่อนหยั่งงี้ต้องไปฉลองซะแล้ว'
เวลาคุณประสบความผิดหวัง...'แม่ง...อย่างนี้ต้องออกไปหาอะไรดื่ม”

2. เ พื่ อ น เ งี ย บ
เพื่อนพวกนนี้จะไม่คอยโทรหาคุณ ไม่ต้องตัวติดกัน แต่เวลา ไม่สบายใจทีไร เราก็คิดถึงเค้าทุกที พวกนี้จะไม่ค่อยพูด ไม่แสดง
ความคิดเห็น ไม่แนะนำ แต่รับฟัง...... แต่เราสบายใจที่จะอยู่ใกล้เขา ใครบางคนที่แม้ไม่ต้องคุยอะไรกัน เราก็ไม่รู้สึกว่ากระอักกระอ่วน หรือกลายเป็นคนแปลกหน้าระหว่างกัน

เวลาคุณประสบความสำเร็จ ...'อืม.....'
เวลาคุณประสบความผิดหวัง...' เข้าใจแล้ว......'

3.เ พื่ อ น ร่ ว ม อุ ด ม ก า ร ณ์
เพื่อนพวกนี้จะชอบอะไรบางอย่างเหมือนเราอาจจะเป็นงานอดิเรก เช่น สะสมแสตมป์ ( เชยไปเนาะตอนนี้ต้องเป็นสะสมสติกกเกอร์ ก็ยังเชยอยู่ดี ..ว้า เด็กเดี๋ยวนี้เขาสะสมอะไรกันนะ สงสัยจะสะสมแฟน )พวกนี้เราคุยกันถูกคอ ไปด้วยกันได้ แต่ขออย่างเดียวเหอะ
อย่าริชอบคนคนเดียวกัน....ไม่งั้น...

เวลาคุณประสบความสำเร็จ.... 'อืมแต่อย่าลืมนะว่าวันศุกร์เราต้องไป....ด้วยกัน'
เวลาคุณประสบความผิดหวัง....' แย่จังนะ แต่ว่าคงไป....กับเราได้นะ'

4. เ พื่ อ น ช่ า ง เ ม า ท์
ก็อย่างว่าความลับไม่มีในโลก ไหน ๆ ก็ไม่มีทางปกปิดความลับได้แล้ว
มีเพื่อนช่างเมาท์ก็ไม่เสียหลาย เราจะได้อินไม่เอาท์ ใครรักใครเกลียดใคร
ใครอกหัก ใครทะเลาะกัน รับรองรู้หมด

เวลาคุณประสบความสำเร็จ 'ว้าว อย่างนั้นต้องรีบโทรบอกคนอื่นแล้วล่ะ'
เวลาคุณประสบความผิดหวัง 'อืม เราเข้าใจ'(แต่ในใจเตรียมรายชื่อคนที่จะโทรเมาท์ไว้แล้ว)

5. เ พื่ อ น ต่ า ง เ พ ศ พู ด ง่ า ย ๆ ก็ แ ฟ น อ่ ะ น ะ
ก็เป็นคนสำคัญ­ที่สุด จะนิสัยยังไงก็ขึ้นอยู่กับว่า แฟนใครนิสัยยังไง เวลาคุณประสบความสำเร็จ 'ผมรักคุณ'

เวลาคุณประสบความผิดหวัง 'ผมรักคุณ'แล้ว

รีบส่งเมลล์นี้ไปให้เพื่อนของคนอย่างน้อย 5 คน เพื่อให้เค้ารู้ว่า คุณยังเป็นเพื่อนไม่ว่าประเภทใดประเภทหนึ่งของเขา

26 กุมภาพันธ์ 2551

ทำนาย จากอาการเขิน

เชื่อหรือไม่ว่าคนเราสามารถทายนิสัยจากการเขินได้!!! ท่าทางที่เราทำ เวลาที่เราเขินอายเนี่ย สามารถบอกได้ว่าเราเป็นคนยังไง ลองมาดูกันสิว่าจะแม่นหรือเปล่า? … หรือถ้าอยากรู้นิสัยของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือหวานใจ ก็ลองหาวิธีทำให้เค้าเขินอายแบบเนียนๆ แล้วลองสังเกตดูว่าเค้าทำกิริยาในข้อไหน

เขินแล้วทำเป็นไม่รู้

บอกได้ว่า คุณเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง มาดขรึม สงบเสงี่ยม แต่ฉลาดรอบรู้ และจริงจังกับการทำงานอยู่ไม่น้อยเชียว แถมยังแอบโรแมนติกเล็กๆ ชอบเสียงคลื่น ลมทะเล แมกไม้ ป่าเขาลำเนาไพรเสียด้วย

เขินแล้วทำเฉย

คุณเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นแบบสูงสุดขีด ถึงขั้นเอาแต่ใจตัวเองก็ว่าได้ ขึ้โมโหอีกต่างหาก แต่คุณก็ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน ตรงกันข้าม กลับเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย และไม่ใช่คนจองหอง แต่ออกจะเป็นคนทำอะไรไม่รู้จักรอบคอบเท่าไรนัก

เขินแล้วหน้าแดง

คุณเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย จิตใจงาม เห็นอกเห็นใจ ชอบช่วยเหลือคนรอบข้างอยู่เป็นประจำ ใครที่ได้คุณเป็นเพื่อน นับว่าโชคดีทีเดียว เพราะคุณจะเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่สุด แต่ดูคุณจะมีความมั่นใจในตัวเองน้อยไปนิด และขี้เหงาไม่ใช่เล่น

เขินแล้วทำตัวบ้าๆ บอๆ

ลึกๆ แล้วคุณรู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณกำลังปิดบังความเป็นตัวของคุณอยู่ ไม่อยากและไม่ชอบให้ใครรู้ว่า คุณกำลังคิดหรือรู้สึกอย่างไรในเวลานั้น แต่คุณไม่ใช่คนเงียบเสียทีเดียว เมื่อคุณพูด ทุกคำที่ออกมาจากปาก จะตรึงผู้ฟังโดยรอบ ให้ตกอยู่ในมนต์เสน่ห์ของคุณ คุณเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย และเกลียดการบังคับเป็นชีวิตจิตใจ

เขินแล้วตัวเย็นเฉียบ

คุณเป็นคนที่ชอบเอาใจใส่กับบุคคลรอบข้าง แบ่งปันความรัก และความห่วงใยแก่คนเหล่านั้นเสมอ เป็นคนโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก แต่แปลกตรงที่ คุณมักไม่ชอบตีสนิทกับใครเป็นพิเศษ

เขินแล้วพูดอะไรไม่ถูก

อาจเป็นเพราะคุณประหม่ามากเกินไป ถึงเกิดอาการแบบนั้น แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ ที่จะทำให้ใครต่อใครห่างเหินคุณ เพราะปกติ คุณเป็นคนมีน้ำใจให้กับเพื่อนฝูงและคนรอบข้าง ยิ้มแย้มอยู่เสมอ แต่คุณก็ไม่ใช่คนที่จริงจังกับชีวิตมากนัก ออกจะสับสน และชอบลังเล คุณเป็นคนฉลาด แต่ออกจะไม่ทันคนเท่าใดนัก …

15 กุมภาพันธ์ 2551

ผู้หญิงที่อยากแต่งงานกับเศรษฐี

พอดิฉันอ่านจบก็ขำค่ะ ไม่ได้ขำคนเขียนจดหมายนะคะ แต่ขำจดหมายตอบจากผู้ชายค่ะ หลายคนอาจจะเคยผ่านตามาบ้างแล้ว แต่บางคนอาจยังไม่เคยเห็น เลยเอามาให้อ่านวันนี้เสียเลยนะคะ

เธอคนนั้นเขียนเอาไว้ว่า ..'ขอสาบานว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริงค่ะ ดิฉันอายุ 25 ปีค่ะ แน่นอนว่าฉันสวย เซ็กซี่ มีรสนิยม

ดิฉันอยากจะแต่งงานกับผู้ชายรายได้สัก $500K ขึ้นไป คุณอย่าเพิ่งมองฉันโลภนะคะ รายได้ประมาณ $ 1M แค่ชนชั้นกลางในสินธรเอง ฉันไม่ได้เรียกร้องมากไปใช่ไหมคะ มีใครในกระทู้นี้ที่รายได้เกิน $500K บ้างคะ พวกคุณแต่งงานไปกันหมดหรือยัง กรุณาตอบคำถามดิฉันทีค่ะ

คือดิฉันอยากแต่งงานกับคนรวยๆ อย่างพวกคุณ พวกที่ดิฉันคบด้วยนี่มีแต่พวกกะหลั่วๆ รายได้อย่างมากไม่เกิน $250K เอง รายได้แค่นี้ จะอุตริไปซื้อบ้านแถวสีลมเนี่ย ยังได้แค่มองเลยใช่ไหมคะ กรุณาตอบคำถามดิฉันดังนี้ค่ะ

1.หลังจากตลาดหุ้นเปิด พวกคุณมักไปต่อที่ไหนกันคะ (ชื่อร้าน,ผับ,fitness)
2.ถ้าจะหลีสาว คุณจะมองสาววัยไหนคะ
3.ทำไมคนที่แต่งงานกับคนรวยๆถึงมีแต่พวกอาซิ่มเฉิ่มๆ รสนิยมห่วยๆล่ะคะ
4.คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกคนที่คุณจะแต่งงานด้วยคะ'

และนี่คือคำตอบของ หนุ่ม Wall Street ท่านหนึ่ง..

'ถึงคุณสุดสวยครับ...หัวข้อกระทู้ของคุณน่าสนใจมากครับ และคงมีผู้หญิงหลายคนมีคำถามเดียวกันกับคุณ ขออนุญาตตอบคำถามในมุมมองของนักวิเคราะห์นะครับ

รายได้ของผมมากกว่า $500K ซึ่งผ่านเกณฑ์ของคุณ ดังนั้นผมเชื่อว่าคำตอบของผม น่าจะไม่ทำให้ผู้ที่อ่านกระทู้นี้เสียเวลาอ่านนะครับ

จากมุมมองของนักธุรกิจ การที่เลือกจะแต่งงานกับคุณนั้น ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด คำตอบนั้นง่ายมาก อธิบายตามตรง จากข้อมูลที่คุณให้มา คุณพยายามจะ Trade ระหว่าง 'ความสวย' กับ 'เงิน'

เมื่อ A มีความสวย และ B มีเงิน แน่นอนว่ามัน Fair และ น่าจะ Square แต่ก็ติดปัญหาที่ว่าความสวยของคุณนั้นจืดจางลงทุกวัน ในขณะที่เงินของผมไม่ได้ไปไหน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร หรือในอีกทางหนึ่ง รายได้ของผมมีแต่จะเพิ่มทุกปี ในขณะที่คุณไม่ได้สวยขึ้นเมื่อข้ามปี

ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ คุณคือสินทรัพย์ที่เสื่อมค่า ไม่ได้เสื่อมธรรมดานะ เสื่อมแบบอัตราก้าวหน้า ดังนั้นถ้าความสวยคือสิ่งเดียวที่คุณมี ก็จงคิดต่อว่า 10 ปีข้างหน้าจะทำอย่างไร

นิยามที่เราใช้กันใน Wall Street คือ ทุก ๆ การ Trade มี Position การคบกับคุณก็ถือเป็น Position แต่ถ้า Value ของมันลดลง เราจะขายมันทิ้ง ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะดันทุรังเก็บมันไว้ ซึ่งหมายถึงการแต่งงานที่คุณต้องการ อาจจะแทงใจดำถ้าผมต้องบอกคุณว่า ถ้า Value ของ Asset ลดลงเรื่อย ๆ ถ้าเราไม่ขายทิ้ง เราจะ 'ให้เช่าซื้อ'

แน่นอนว่าคนที่มีรายได้เกิน $500K ฉลาดพอ พวกเขาแค่คบคุณ แต่จะไม่แต่งงานกับคุณ

ดังนั้นจึงขอแนะนำว่า คุณควรที่จะหยุดที่จะหาวิธีที่จะได้แต่งงานกับคนรวย และคุณควรที่จะทำให้ตัวเองเป็นคนที่มีรายได้ $500K ซะเอง ซึ่งน่าจะมีโอกาสมากกว่าการหาคนรวยแต่โง่คนนึง

หวังว่าคำตอบนี้จะช่วยคุณได้บ้าง ถ้าคุณสนใจในบริการ 'เช่าซื้อ' กรุณาติดต่อผม.....จาก: J.P. Morgan'

ข้อความในจดหมายก็มีเท่านี้แหละค่ะ

14 กุมภาพันธ์ 2551

พยากรณ์อากาศช่วงวันวาเลนไทน์

ความรักกำลังพัดแรงจากตอนบนมุ่งสู่ภาคกลาง ภายในระยะ 7 วันนี้ คนโสดควรงดออกจากฝั่ง เนื่องจากอาจโดนพายุรักที่คนอื่นกระทำ พัดพาให้ตัวเองชอกช้ำระกำใจ จนเรือล่มได้

คนที่มีคู่อยู่แล้วควรมั่นอกมั่นใจว่า เป็นคู่ของตัวเพียงคู่เดียวเท่านั้น (ห้ามเป็นคู่คนอื่น หรือมีมากกว่า 1 คู่ จะอันตรายกับชีวิต)

ในช่วงเช้าอากาศเย็นสบายอุณหภูมิประมาณ 23-26 องศาเซลเซียส คนไร้คู่จะรู้สึกเย็นมากกว่าปกติ ควรหาเสื้อกันหนาวใส่ หรือหาคู่สักที (อย่าหยิ่งกันนัก)

คนที่มีคู่ (โบราณท่านว่าอย่าแสดงอาการกระดี๊กระด๊าจนเกินกว่าเหตุ อาจทำให้ คู่ของท่านเป็นม่ายได้โดย ไม่ทราบสาเหตุ)

ช่วงบ่ายอากาศจะสูงขึ้นประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส คนไร้คู่จะอบอุ่นขึ้น เนื่องจากยังเป็นเวลาทำงานไม่ได้พบเจอผู้คนมากนัก

ตกเย็นดวงอาทิตย์ตกประมาณ 17. xx น. ความเย็นกลับมาอีกครั้ง

คนไม่โสดเตรียมเนื้อเตรียมตัวออกไปรับกับกระแสลมที่นัดกันไว้แล้ว ด้วยความเร็วประมาณก่อนคู่เลิกงานเล็กน้อย (เดี๋ยวมีโกรธ)

คนไร้คู่กระชับอาวุธคู่กายให้มั่นเตรียมฝ่าฟันมรสุมที่จะพัดผ่านมาในตอนกลางของทวีป

ข้อควรระมัดระวัง
ในระหว่างการเดินทางกลับภูมิลำเนาอาจพบภาพบาดตาบาดใจถึงขั้นอันตรายกับชีวิตได้ ขอให้พยายามหลีกเลี่ยงโดยการหาเพื่อนคนโสดด้วยกันกลับเป็นกลุ่ม ๆ อาจจะบรรเทาความรู้สึกไปได้บ้าง

- จบข่าว -

11 กุมภาพันธ์ 2551

เพื่อนข้างห้อง

วิญญาณ บทความ หลอนๆ เรื่อง เพื่อนข้างห้อง วันนี้เรามี ประสบการณ์ขนหัวลุก เรื่อง ผีๆ มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกันค่ะ อยากรู้ว่า วิญญาณ เพื่อนข้างห้อง จะเป็นแบบไหน น่ากลัวเพียงใด เข้าไปหาคำตอบได้ที่นี่ แต่ก่อนไปอ่านเรื่อง ผี หรือ ประสบการณ์ขนหัวลุก อย่าลืมเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมนะ

"ศยามล" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากคอนโดฯ สุดหรู

ดิฉันเพิ่งซื้อคอนโดมิเนียมสวยหรูอยู่แถวพระราม 3 ปกติอยู่กับพี่สาวค่ะ แต่ส่วนใหญ่พี่สาวจะทิ้งดิฉันไว้ลำพังเพราะเธอเป็นแอร์โฮสเตส ต้องบินไปต่างประเทศบ่อยๆ ด้วย

เราอยู่ได้เกือบ 2 เดือนแล้ว ดิฉันเจอเรื่องสยอง ซึ่งทีแรกไม่รู้เลยจริงๆ ว่าคืออะไรแน่?

บนชั้น 25 นี้มีห้องชุดว่างอยู่ 2 ห้องค่ะ ห้องหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก เห็นวิวยามดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ที่จริงมันสวยมาก ดิฉันชอบ แต่พี่สาวบอกว่าอย่าอยู่เลย มันดูเศร้าๆ ยังไงก็ไม่รู้

เป็นอันว่าเราซื้อห้องชุดที่อยู่ติดกัน แต่หันหน้าไปทางทิศเหนือ และมีหน้าต่างมองเห็นวิวยามพระอาทิตย์ขึ้นด้วย เออ...มันดีกว่าจริงๆ แหละ! ห้องที่พี่สาวเลือกนี้ดูสดชื่นรื่นรมย์ บรรยากาศแตกต่างกันลิบลับ แม้จะไม่ได้เห็นลำแม่น้ำเจ้าพระยาก็ตาม

ตอนที่เราตกลงใจเลือกซื้อห้องนี้ คนที่ขายห้องดูผิดหวังยังไงๆ อยู่...เห็นเธอแอบถอนใจเฮือกเลยค่ะ

ห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกนั่นคงขายไม่ออกสักที แต่ดิฉันอยากปลอบใจเธอว่า อีกไม่นานก็คงขายได้หรอกน่า เพราะมีคนต้องการ...เห็นมีมาดูบ่อยๆ ทั้งคนไทยและพวกเกาหลี

ห้องนอนดิฉันมีผนังเดียวกับห้องชุดที่ว่างอยู่นั้น คืนหนึ่ง หลังจากเข้ามาอยู่ได้แค่ 2-3 วัน พี่สาวต้องไปบิน ตอนดึกดิฉันได้ยินเสียงคนอยู่ในห้องข้างๆ

ที่จริงมันแปลกมาก เราไม่น่าได้ยินเสียงลอดออกมาได้ชัดเจนขนาดนั้นเลย!

จำได้ว่าตอนนั้นเป็นเวลา 4 ทุ่ม ดิฉันอาบน้ำแปรงฟันเรียบร้อย ดับไฟกลางห้องแล้วขึ้นเตียง ซุกผ้านวมอย่างแสนสบาย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงประตูห้องข้างๆ เปิด มีเสียงเด็กผู้หญิงเล็กๆ 2 คน เสียงผู้ชายกับผู้หญิงซึ่งคงเป็นพ่อแม่...พวกเขาดูราวกับเพิ่งกลับจากไปเที่ยวพักผ่อนวันหยุดสุดสัปดาห์

เมื่อได้ยินดิฉันก็อดอมยิ้มไม่ได้ ทั้งๆ ที่น่าจะหงุดหงิด ...คอนโดฯ ดีๆ ทำไมผนังกั้นห้องบางจนเสียงจากห้องอื่นดังมารบกวนเราได้นะ?

ดิฉันหลับตา นึกเห็นภาพครอบครัวเล็กๆ ที่น่ารักในห้องข้างๆ แล้วก็เพลินจนไม่รู้ว่าเคลิ้มหลับไปตั้งแต่เมื่อไร ...และฝันไปว่าตัวเองเดินเข้าไปอยู่ในห้องนั้น

ในฝัน ดิฉันเห็นสภาพภายในห้อง มันมีบรรยากาศน่าอบอุ่น เขาจัดแต่งห้องอย่างน่ารัก มีโซฟาหนานุ่มสีเนื้ออ่อนๆ วางหมอนสีต่างๆ เรียงราย ด้านหนึ่งมีโต๊ะเรียนของเด็กๆ 2 โต๊ะ....

นั่นไง! เด็กผู้หญิงอายุยังไม่ถึง 10 ขวบ 2 คน น่าเอ็นดูมาก พวกเธอตัวเล็กบอบบาง มีรูปร่างเพรียวราวกับนักระบำบัลเล่ต์ตัวน้อยๆ เธอสบตากับดิฉัน ดวงตากลมโตจ้องแป๋ว...และแล้ว ดิฉันก็เห็นผู้เป็นพ่อเดินมาเปิดทีวี...เขายิ้มให้ดิฉันด้วย ขณะที่ผู้เป็นภรรยาเดินถือถาดอาหารว่างออกมาจากห้องครัวเล็กๆ

ดิฉันรู้สึกราวกับเป็นแขกผู้ได้รับเชิญให้ไปเยี่ยมสถานที่นั้น...ได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่อย่างเป็นกันเองที่สุด ทันใดนั้นเอง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป...ไฟสลัวลง ห้องเก่าโทรม ฝุ่นและหยากไย่ใยแมงมุมเกาะเต็ม โซฟาฉีกขาดจนเห็นฟองน้ำข้างใน...และมีคราบเลือดเกรอะกรัง

เด็กผู้หญิงทั้งสองเปลี่ยนสภาพเป็นซากศพแห้งๆ ที่ยังยืนจ้องดิฉันในท่าเดิม ผู้เป็นพ่อแม่ก็เช่นกัน เขาเป็นศพยับเยินเปรอะเลือด กะโหลกยุบ ใบหน้าเหวอะหวะ และมีรอยยิ้มที่น่าสยดสยองสิ้นดี!

ดิฉันถอยกรูดและพยายามจะหนี แต่วิ่งไม่ออกค่ะ...

ตกใจผวาตื่น เหนื่อยใจแทบขาด เหงื่อผุดพราวเต็มตัวทั้งๆ ที่แอร์เย็นฉ่ำ

ฝันร้ายอะไรจะน่ากลัวขนาดนั้น? ฉับพลัน เสียงเด็กหญิงหัวเราะร่วนก็ดังประสานมาจากข้างห้อง เล่นเอาขนลุกซ่า จากนั้นทุกอย่างก็เงียบกริบลง!

ถัดจากคืนนั้น ดิฉันยังได้ยินเสียงเหมือนเดิมทุกค่ำ ตอนราว 4 ทุ่ม และฝันร้ายเป็นประจำ...ฝันว่าหลุดเข้าไปอยู่ในห้องนั้นกับพ่อแม่ลูกที่เป็นผี บางคืนก็น่ากลัวยิ่งกว่านั้นอีกค่ะ...เพราะในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น ดิฉันได้ยินเสียงเด็กหญิง 2 คนเล่นกัน และแล้ว ร่างของเธอก็ทะลุผนังมาอยู่บนเตียงในพริบตา

เตียงสั่นและไหวยวบจนสะดุ้งตื่น แต่เมื่อตื่นเต็มตามันก็ไม่มีอะไร...เสียงจากห้องข้างๆ ก็เงียบกริบ

ที่น่าแปลกใจอีกอย่างก็คือ เมื่อใดที่พี่สาวอยู่ด้วย ดิฉันจะไม่ได้ยินอะไรเลยค่ะ แม้จะเอาหูแนบผนังแอบฟังก็ไม่มีเสียงอะไรทั้งสิ้น!

วันหนึ่ง ดิฉันอดรนทนไม่ไหวก็เลยเล่าให้พี่สาวฟัง

เธอไม่ยักหัวเราะ แต่ดูครุ่นคิดและกังวล

ในที่สุด เราก็แกล้งถามเจ้าหน้าที่ของคอนโดฯ ที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะหน้าลิฟต์ชั้นล่าง เธออึ้งไปนาน ทำท่าเหมือนไม่อยากพูด แถมมีท่าทางตื่นกลัวหน่อยๆ ด้วย ดิฉันบอกว่าอยากเห็นและอยากรู้จักเพื่อนข้างห้องจังเลย

เธออุบๆ อิบๆ ว่าห้องนั้นยังว่างอยู่! ว่างจริงๆ ว่างมานานแล้ว ก่อนที่เราจะมาซื้อที่นี่ เจ้าของห้องนั้นเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก อย่างที่ดิฉันพูดถึง แต่พวกเขาประสบอุบัติเหตุ รถชนกันอย่างรุนแรง และตายยกครอบครัว...มันน่าเศร้าจริงๆ

คราวนี้ดิฉันกลับเป็นฝ่ายอึ้ง พอได้สติก็รบเร้าพี่สาวให้ไปหาที่อยู่ใหม่กันดีกว่า เธอก็เห็นด้วย ดิฉันอยู่ไม่ได้จริงๆ ค่ะ คิดดูสิคะ ดิฉันต้องอยู่คนเดียวนะ..อำลาดีกว่าค่ะงานนี้!

7 กุมภาพันธ์ 2551

ตรวจคุณภาพมือถือที่ใช้

กด *#06# หน้าจอโทรศัพท์มือถือ จะปรากฏหมายเลขหลายหลัก
ให้นับตัวเลขไปถึงหลักที่ 7 และ 8
หากตัวเลขหลักที่ 7 และ 8 ตรงกับ หมายเลขข้างล่างนี้
นั่นเป็นการบอกว่า โทรศัพท์มือถือของคุณ มีคุณภาพอย่างไร และแหล่งผลิตจากที่ไหน

  1. 02 or 20 ผลิตจากอาหรับ คุณภาพแย่มาก
  2. 08 or 80 ผลิตจาก เยอรมัน คุณภาพดีกว่านิดหน่อย
  3. 01 or 10 ผลิตจากฟินแลนด์ คุณภาพดีมาก
  4. 00 ผลิตจากบริษัทต้นกำเนิด คุณภาพดีที่สุด
  5. 03 ผลิตจากอาเซอไบจัน คุณภาพแย่สุด


(ปล. น่าจะสำหรับโนเกียยี่ห้อเดียวมั่ง ?)