Google
 

30 ธันวาคม 2551

น้าชายกับหลานสาววัยกะเต๊าะ

น้องจอยเป็นเด็กเรียบร้อยจากต่างจังหวัด

เข้ามาอยู่กับน้าชายเพื่อมาเรียนหนังสือ

ทุกคนคิดว่าทั้งคู่เป็นน้าหลานกันธรรมดา

จนกระทั่งวันหนึ่ง น้องจอยพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า

'น้าถอดเสื้อของจอยออกได้ไหม'

น้าชายก็ถอดเสื้อของน้องจอยออกอย่างว่าง่าย

'น้าถอดกางเกงจอยด้วย'

น้าชายรีบถอดกางเกงหลานสาวโดยทันที

น้องจอยพูดด้วยอาการอายต่อไปว่า

'ยกทรงหนูด้วย'

น้าชายปลดตะขอยกทรงน้องจอยออก

จากนั้น......น้องจอยก็พูดด้วยอาการหน้าแดงว่า

'กางเกงในหนูก็ถอดด้วยสิ'

น้าชายถอดเสื้อผ้าของน้องจอยออกจนหมด

จากนั้นน้องจอยก็กล่าวว่า.................











..........'คราวหน้าน้าอย่าเอาเสื้อผ้าของจอยไปใส่อีกนะ'







ใครกำลังคิดลามก เขกหัวตัวเอง 1 ที



โปรดส่งต่อ ถ้าอยากให้เพื่อนคุณเขกหัวตัวเอง

23 ธันวาคม 2551

รักใครอย่าให้เค้านั่งตรงนั้น

ฝากประชาสัมพันธ์ด้วยครับ ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครอีกเลย แต่บ้านเรายางรถถ้าไม่เห็นเส้นผ้าใบก็ไม่ยอมเปลี่ยน บางคันเปลี่ยนแต่เอาไปซ้อนไว้ล้อด้านใน


รักใครอย่าให้เค้านั่งตรงนั้น รถบัสโดยสาร(โพธิ์ทอง สงขลา)ยางระเบิด แรงอัดทะลุพื้นรถเก้าอี้ผู้โดยสารหลุดทางช่องล้อบดสองนักศึกษาสาวที่นั่งมาเละ2 ศพ บาดเจ็บ 3 คน

นี่เป็นข่าวที่น้องเราส่งมาให้ดู เหตุเกิดที่บ้านเราเองแหละ หาดใหญ่ สงขลา มันอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กะใครก้ได้ เพราะฉะนั้น ทั้งคุณและคนที่คุณรัก จงอย่าได้ให้เค้าไปนั่งเด็ดขาด

ตรงไหนอะหรอ

ก็ที่นั่งบนรถโดยสาร ส่วนที่อยู่บนล้อรถไง ยังไงก้เข้าไปอ่านเนื้อข่าวดูนะ


ข่าว สันติภาพ รามสุต สงขลา /รถบัสโดยสารยางระเบิด แรงอัดทะลุพื้นรถเก้าอี้ผู้โดยสารหลุดทางช่องล้อบดสองนักศึกษาสาวที่นั่งมาเละ2 ศพ บาดเจ็บ 3 คน

เมื่อเวลา 1 7.00 น.วันที่ 26 พ.ย. พ.ต.ท.สมพร สุวรรณ สารวัตรเวร สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสาร สายหาดใหญ่ - สงขลา ยางระเบิด บนถนนกาญจนวานิช ขาเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ เหตุเกิดหน้าสำนักงานอุตสาหกรรมจ.สงขลา เขตเทศบาลตำบลน้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยตึ้งหาดใหญ่ และเจ้าหน้าที่ศูนย์นเรนทรสงขลาเพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยพบว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุสองคนทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ทรงวิไล สุไมรยา อายุ 21 ปี และน.ส.ขวัญธิดา เพ็ชรสง อายุ 21 ปี ทั้งสองคนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 แผนกบัญชี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สภาพถูกรถเหยียบจนกระดูกหักทั้งตัว

นอกจากนี้ยั้งมีผู้บาดเจ็บอีก 3 คน คือน.ส.เสาวณี จันทน์สว่าง อายุ 21 ปี น.ส.กุสุมา แปะเทียว อายุ 21 ปี และน.ส.จิรารัตน์ ไชยแก้ว อายุ 19 ปี ทั้งสามคนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยและเรียนอยู่แผนกเดียวกันกับผู้ตาย ถูกนำส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ห่างจากจุดที่พบศพออกไปราว 200 เมตร พบรถบัสโดยสารสายหาดใหญ่ - สงขลา ทะเบียน 10-0147 จอดอยู่ริมถนนในภาพที่ยางล้อหลังด้านซ้ายระเบิดทั้งสองเส้น และพื้นรถซึ่งปูด้วยไม้ทะลุเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่เก้าอี้ผู้โดยสารหายไป 1 ตัว

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่รถบัสคันดังกล่าวซึ่งรับผู้โดยสารจากตัวเมืองสงขลา และส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียน นักศึกษา นั่งมาเต็มคันรถ เพื่อเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าสำนักงานอุตสาหกรรมจ.สงขลา ซึ่งเป็นทางโค้งและลงจากเนิน รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง ยางหลังด้านซ้ายเกิดระเบิดขึ้นทั้งสองล้อ และแรงอัดได้ทะลุพื้นรถเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ ทำให้เก้าอี้ผู้โดยสารที่สองนักศึกษานั่งอยู่หลุดลงไปใต้ท้องรถ และถูกล้อรถบดขยี้และลากไปตามพื้นที่ถนนกว่า 100 เมตรเสียชีวิตคาที่ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้โดยสารที่เห็นทั้งคู่เสียชีวิตต่อหน้าต่อตา นอกจากนี้เศษไม้จากพื้นรถได้กระเด็นไปถูกนักศึกษาที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ กันบาดเจ็บอีก 3 ราย

อย่างก็ตามหลังเกิดเหตุตำรวจได้ควบคุมตัว นายเคริน สำนวน อายุ 43 ปี คนขับมาทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีฐานขับรถประมาททำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว

21 ธันวาคม 2551

ภัยจากนามบัตร

หญิงคนหนึ่ง ไปเติมแก็สที่ปั้มแก็ส มีชายมาเสนอบริการทาสี โดยยื่นนามบัตรให้ หญิงคนนั้นก็รับ มาอ่าน แล้วถือเข้ามาในรถด้วย สักครู่เมื่อขับรถออกมาจากปั้มแก็ส ก็สังเกตว่าชายคนนั้นขับรถ ตามมา และเธอก็รู้สึกว่า หายใจไม่ค่อยออก เธอรับเปิดหน้าต่าง และตระหนักว่ากลิ่นนั้นมาจาก มือของเธอเอง ซึ่งเป็นมือข้างที่เธอรับนามบัตรมาจากชายคนนั้น เธอตัดสินใจขับรถและกดแตร ดังไปตลอดทางเพื่อขอความช่วยเหลือ ชายคนนั้นจึงขับรถหนีไป

ยาที่ป้ายบนนามบัตร คือ ยา BURUNDANGA เพิ่อให ้เราหมดสติ ควบคุมตนเองไม่ได้ แล้วเจ้า ตัวร้ายก็จะขโมยของและหรือข่มขืนเรา โดยยานี้มีประสิทธิภาพแรงกว่ายาที่ใช้ข่มขืนสาวๆ ถึง 4 เท่า ดังนั้นอย่ารับ กระดาษ นามบัตร แผ่นพับ จากคนแปลกหน้านะจ๊ะ !!!!

20 ธันวาคม 2551

ไมโครซอฟ แจกเงิน ทุกคน ด่วน

อ่านดีๆ
อย่าลบอีเมล์นี้ทิ้งเป็นขยะเด็ดขาด เพราะคุณจะเสียใจภายหลังบริษัท ไมโครซอฟ ทำการสำรวจการตลาดผู้ที่ใช้ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ทของ ไมโครซอฟ โดยแจกเงินให้กับผู้ส่งอีเมล์นี้ต่อไปให้เพื่อน 245 ดอลล่าต่อคน และถ้าคนที่รับไปแล้วเอาไปส่งต่อให้เพื่อนคนอื่นอีก ไมโครซอฟ ก็จะจ่ายให้เราอีก 243ดอลล่าต่อคน แล้วถ้าคนที่สองส่งต่อไปให้คนที่สามก็อีก ไมโครซอฟ ก็จะจ่ายให้เราอีก 241ดอลล่าต่อคน ไมโครซอฟ แจกเงินให้เราถึง3ระดับชั้นเลย โดยที่เราไม่เสียอะไรสักบาท เพราะฉะนั้นยิ่งส่งต่อให้เพื่อนหลายคนก็ยิ่งได้มากขึ้นเท่านั้น

กติกามีอยู่ว่า เพื่อนคนที่เราส่งอีเมล์นี้ต่อไปให้นั้นต้องใช้ระบบวินโดว์ของไมโครซอฟ หรืออินเตอร์เน้ท เอ็กพลอเร่อ ของไมโครซอฟ (ซึ่งปกติเราๆก็ใช้กันอยู่)

ภายในสองอาทิตย์ ทาง ไมโครซอฟ จะติดต่อเรากลับมาทาง อีเมล์ เพื่อถามที่อยู่ของเราแล้วจะส่งเช็คมาให้

ส่งต่อให้เพื่อนๆ ง่ายยิ่งกว่าส่งจดหมายลูกโซ่อีก ลองดูไม่เสียอะไรเลยสักบาท แต่ได้เงินจริงๆ

Dear Friends,
Please do not take this for a junk letter. Bill Gates is sharing his fortune. If you ignore this you will repent later. Microsoft and AOL are now the largest Internet companies and in an effort to make sure that Internet Explorer remains the most widely used program, Microsoft and AOL are running an e-mail beta test.

When you forward this e-mail to friends, Microsoft can and will track it (if you are a Microsoft Windows user) for a two week time period.

For every person that you forward this e-mail to, Microsoft will pay you $245.00, for every person that you sent it to that forwards it on, Microsoft will pay you $243.00 and for every third person that receives it, you will be paid $241.00. Within two week! s, Microsoft will contact you for your address and then send you a cheque.

16 ธันวาคม 2551

แบงก์ขึ้นค่าดูแลบัญชี

ธนาคารดาหน้ากินค่ารักษาบัญชีจากลูกค้า ล่าสุดธนาคารกรุงเทพประกาศใครทิ้งเงินฝากออมทรัพย์ไว้ต่ำ 2,000 บาท ไม่เคลื่อนไหว 1 ปี เสียเดือนละ 50 บาท

นางรัชนี นพเมือง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. เป็นต้นไป ธนาคารจะเก็บค่ารักษาบัญชีจากลูกค้าเงินฝาก 50 บาท/เดือน กรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกิน 12 เดือน สำหรับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่มีเงินฝากต่ำกว่า 2,000 บาท
อัตราดังกล่าวเป็นการปรับจากเดิมที่กำหนดไว้ว่า หากลูกค้าทิ้งเงินไว้ต่ำกว่า 500 บาท ไม่เคลื่อนไหวเกินกว่า 12 เดือน จะเก็บ 50 บาทต่อเดือน

“ธนาคารปรับขึ้นค่ารักษาบัญชีให้เท่ากับระบบ เพราะทั้งธนาคารไทยพาณิชย์ กสิกรไทย ต่างปรับเกณฑ์ขึ้นเป็น 2,000 บาทกันไปแล้ว ธนาคารกรุงเทพถือเป็นลำดับท้ายๆ ที่หันมาปรับเกณฑ์ขึ้นมา โดยถึงตอนนี้มีเพียงธนาคารกรุงไทยเท่านั้นที่ยังใช้เกณฑ์ 500 บาท แล้วคิดค่ารักษาบัญชีเดือนละ 50 บาทอยู่” นางรัชนี กล่าว

นางรัชนี กล่าวว่า จุดประสงค์ของการปรับเกณฑ์เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามาเดินบัญชี เพราะธนาคารมีลูกค้าหลายล้านบัญชี หากลูกค้าทิ้งเงินไว้เฉยๆ จะกลายเป็นต้นทุน ทั้งต้นทุนด้านการพนักงาน และระบบคอมพิวเตอร์ที่ต้องเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

“ถ้ามีเงินต่ำกว่า 2,000 บาท ก็ไม่ควรทิ้งไว้ในบัญชีออมทรัพย์เฉยๆ อยู่แล้ว แต่เราจะเก็บเฉพาะบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวเกิน 1 ปี ถึงจะมีเงินเหลือ 3 บาทในบัญชี แต่มีความเคลื่อนไหว 1 ครั้ง ไม่ว่าจะฝาก ถอน โอน หรือบิลเพย์เมนต์ก็ไม่โดนเก็บ แบงก์จะเริ่มนับหนึ่งใหม่ หรือกรณีรับเงินเดือนผ่านแบงก์กรุงเทพ ก็ไม่โดนเก็บ เพราะมีเงินเข้าทุกเดือน” นางรัชนี กล่าว

นางรัชนี กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้ติดประกาศเกณฑ์ใหม่ในทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่แจ้งลูกค้าให้รับทราบ แต่คงไม่สามารถส่งจดหมายแจ้งลูกค้ารายคนได้ เพราะฐานจำนวนลูกค้าใหญ่มาก

พนักงานธนาคารกรุงเทพ แนะนำว่า หากจะทิ้งเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เฉยๆ โดยไม่ทำอะไร ขอแนะนำว่าให้เปลี่ยนมาเปิดบัญชีฝากประจำไว้ดีกว่า อาทิ ฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน เพราะเมื่อครบกำหนดฝาก นอกจากจะได้รับโอนดอกเบี้ย ธนาคารจะต่ออายุเงินฝากให้อัตโนมัติ ทำให้ไม่ถูกเก็บค่ารักษาบัญชี 50 บาท และบัญชีฝากประจำกำหนดการรับฝากขั้นต่ำไว้ที่ 2,000 บาท

ด้านธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ธนาคารยังไม่มีนโยบายปรับเกณฑ์ค่ารักษาบัญชีไม่เคลื่อนไหว ปัจจุบันยังใช้เกณฑ์เก็บค่าธรรมเนียมสำหรับยอดเงินคงเหลือต่ำกว่า 500 บาท ไม่เคลื่อนไหวเกิน 12 เดือน

ขณะที่พนักงานธนาคารทหารไทย แจ้งว่า ได้ปรับเกณฑ์เก็บค่ารักษาบัญชีสำหรับยอดฝากต่ำกว่า 500 บาท เป็นต่ำกว่า 1,000 บาท ไปเมื่อกลางปี ยังไม่มีนโยบายจะปรับเป็น 2,000 บาทตามระบบ

จากการตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันเหลือเพียงธนาคารกรุงไทย นครหลวงไทย ธนชาต เกียรตินาคิน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ไทยเครดิต เอไอจี ที่คิด 50 บาทต่อเดือน หากมีเงินเหลือในบัญชี 500 บาท ไม่เคลื่อนไหว 1 ปี ส่วนธนาคารสินเอเซียนั้นไม่คิดค่าธรรมเนียมใดๆ

ขณะที่ธนาคารทิสโก้และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กำหนดไว้สูงถึง 5,000 บาท หากไม่เคลื่อนไหว 12-24 เดือน จะคิดเดือนละ 50 บาท

- Post Today
- hot.in.th

14 ธันวาคม 2551

สาสน์จากท่าน Dalai Lama

สาสน์จากท่าน Dalai Lama ที่ได้กล่าวไว้สำหรับปี 2008 นี้
คุณใช้เวลาในการอ่านและคิดตาม เพียง 2-3 นาทีเท่านั้น โปรดอย่าเก็บคำสอนนี้ไว้คนเดียว มิเช่นนั้นมนตราที่ส่งมานี้จะจากคุณไปภายใน 96 ชั่วโมงแล้ว…คุณจะได้พบกับสิ่งประหลาดมหัศจรรย์ที่คุณจะยินดีมาก

ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิต

1. ระลึกเสมอว่า การจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็ต้องประสบกับความเสี่ยงอัน มหาศาลดุจกัน
2. เมื่อคุณแพ้ อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน
3. จงปฏิบัติตาม 3Rs
3.1 เคารพตนเอง (Respect for self)
3.2 เคารพผู้อื่น (Respect for others)
3.3 รับผิดชอบต่อการกระทำของตน (Responsibility for all your actions)
4. จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนบางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์
5. จงเรียนรู้กฎ เพื่อจะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม
6. จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ
7. เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข
8. จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน
9. จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป
10. จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด
11. จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อที่ว่าเมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับมาคุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำลงไปได้อีกครั้ง
12. บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต
13. เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต
14. จงแบ่งปันความรู้ เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ
15. จงสุภาพกับโลกใบนี้
16. จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้ง
17. จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือความรักมิใช่ความใคร่
18. จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ
19. จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง

โปรดส่งมนตรานี้ต่อ ๆ ไป อย่างน้อย 5 คน แล้วชี วิตของคุณจะดีขึ้นตามลำดับ ดังนี้
0-4 คน : ชีวิตของคุณจะดีขึ้นเล็กน้อย
5-9 คน : ชีวิตของคุณจะเป็นไปตามที่คุณต้องการให้เป็น
10-14 คน : คุณจะพบสิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจอย่างน้อย 5 อย่างในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า
15 คนขึ้นไป : ชีวิตคุณจะดีขึ้นอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ และทุกสิ่งที่คุณฝันไว้จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

13 ธันวาคม 2551

มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ

ขออานิสงส์ บังเกิดแก่ผู้อ่าน และ ผู้ส่งต่อ

มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ
1. นั่งสมาธิ อย่างน้อยวันละ 15 นาที(หรือเดินจงกรมก็ได้)
อานิสงส์ --- เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า
เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส ปล่อยวางได้ง่าย
จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ
ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน
ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง
เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล

2. สวดมนต์ ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน
อานิสงส์ --- เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า
เงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว
แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา , พระคาถาชินบัญชร ,
พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น
เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง

3.. ถวายยารักษาโรค ให้วัด , ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์
อานิสงส์ - -- ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลา
สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า
ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา

4. ทำบุญตักบาตร ทุกเช้า
อานิสงส์ --- ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหาร
ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์

5. ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆ เกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน
อานิสงส์ --- เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาถยศ
สรรเสริญ ปัญญา และบุญบารมีอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้
ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน

6. สร้างพระถวายวัด
อานิสงส์ --- ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุข
ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป

7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์ หรือบวชพระอย่างน้อย 9 วันขึ้นไป
อานิสงส์ --- ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่
ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร
สร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา
จิตเป็นกุศล

8. บริจาคเลือดหรือร่างกาย
อานิสงส์ --- ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุ
ต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก เทพยดาปกปักรักษา
ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง

9. ปล่อยปลา ที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ
อานิสงส์ --- ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต
ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป ให้ทำมาค้าขึ้น
หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใส
เป็นอิสระ

10. ให้ทุนการศึกษา , บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ , อาสาสอนหนังสือ
อานิสงส์ --- ทำให้มีสติปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญา
ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้ สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม

11. ให้เงินขอทาน , ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)
อานิสงส์ --- ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตกทุกข์ได้ยาก
เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง
จะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน

12. รักษาศีล 5 หรือศีล 8
อานิสงส์ --- ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก
ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
กรรมเวรจะไม่ถ่าโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้าปกปักรักษ


อานิสงส์ 10 ข้อของการไม่กินเนื้อสัตว์

1. เป็นที่รักของบรรดาเทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
2. จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น
3. สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้
4. ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
5. มีอายุมั่นขวัญยืน
6. ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพทั้งปวง
7. ยามหลับนิมิตเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นสิริมงคล
8. ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
9. สามารถดำรงอยู่ในกระแสพระนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสูอบายภูมิ
10. ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตจะมุ่งสู่สุคติภพ
อานิสงส์การจัดสร้างพระพุทธรูปหรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนเป็นกุศลดังนี้
1. อกุศลกรรมในอดีตชาติแต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ
2. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย ปวงภัยไม่มีคนคิดร้ายไม่สำเร็จ
3. เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติแต่ปางก่อน เมื่อได้รับส่วนบุญไปแล้วก็จะเลิกจองเวรจองกรรม
4. เหล่ายักษ์ผีรากษส งูพิษเสือร้าย ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย
5. จิตใจสงบ ราศีผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ
6. มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ ( เกินความคาดฝัน) ครอบครัวสุขสันต์ วาสนายั่งยืน
7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพยินดี มิตรสหายปรีดา หนี้สินจะหมดไป
8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์หายเข็ญ สตรีจะได้เกิดเป็นชายเพื่อบวช
9. พ้นจากมวลอกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาล้ำเลิศ บุญกุศลเรืองรอง
10. สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็นกุศลจิตแก่ทุกคนที่ได้พบเห็นเป็นเนื้อนาบุญอย่างเอนกทุกชาติของผู้สร้างที่เกิดจะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้าปัญญาในธรรมแก่กล้าสามารถได้อภิญญาหก สำเร็จโพธิญาณ

อานิสงส์การบวชพระบวชชีพรามณ์ ( บวชชั่วคราวเพื่อสร้างบุญ , อุทิศให้พ่อแม่เจ้ากรรมนายเวร )
1. หน้าที่การงานจะเจริญรุ่งเรือง ได้ลาภ ยศ สรรเสริญตามปรารถนา
2. เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม หนี้กรรมในอดีตจะคลี่คลาย
3. สุขภาพแข็งแรง สติปัญญาแจ่มใส ปัญหาชีวิตคลี่คลาย
4. เป็นปัจจัยสู่พระนิพพานในภพต่อๆไป
5. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง โพยภัยอันตรายผ่อนหนักเป็นเบา
6. จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ง่าย มองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต
7. เป็นที่รักที่เมตตามหานิยมของมวลมนุษย์มวลสัตว์และเหล่าเทวดา
8. ทำมาค้าขึ้น ไม่อับจน การเงินไม่ขาดสายไม่ขาดมือ
9. โรคภัยของตนเอง ของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรักษาหาย
10. ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้เต็มที่สำหรับผู้ที่บวชไม่ได้เพราะติดภาระกิจต่างๆ ก็สามารถได้รับอานิสงส์เหล่านี้ได้ด้วยการสร้างคนให้ได้บวชสนับสนุนส่งเสริมอาสาการ ให้คนได้บวช

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบุญที่ยกขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ที่ท่านพึงจะได้รับจงเร่งทำบุญเสียแต่วันนี้ เพราะเมื่อท่านล่วงลับท่านไม่สามารถสร้างบุญได้อีกจนกว่าจะได้เกิด หากท่านไม่มีบุญมาหนุนนำแรงกรรมอาจดึงให้ท่านไปสู่ภพเดรัจฉาน ภพเปรต ภพสัตว์นรกที่ไม่อาจสร้างบุญสร้างกุศลได้ต่อให้ญาติโยมทำบุญอุทิศให้ก็อาจไม่ได้รับบุญดังนั้นท่านจงพึ่งตนเองด้วยการสร้างสมบุญบารมีซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ท่านจะนำติดตัวไปได้ทุกภพทุกชาติเสียแต่วันนี้ด้วยเทอญ

*** ส่งต่อก็ได้บุญ การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง

10 ธันวาคม 2551

เวลาไม่เคยย้อนกลับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว........ มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า

ลูกศิษย์ : อาจารย์คับ ผมสงสัยจังเลยว่า เราจะหาคู่แท้ของเราเจอได้ไงคับอาจารย์ บอกผมหน่อยได้ไหมคับ ?

อาจารย์ : ( เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ) อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถามที่ง่ายเหมือนกันนะ

ลูกศิษย์ :( นั่งคิดอย่างหนัก) อืม ?.... งงอะไม่เข้าใจ

อาจารย์ : โอเค งั้น เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ มีหญ้าเยอะแยะเลยใช่ไหม เธอลองเดินไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียวเท่านั้นนะ แต่ว่าเวลาเธอเดินเนี่ยเธอต้องเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวนะ ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจไหม

ลูกศิษย์ :ได้เลยครับ จาน รอสักครูน่ะครับ ( ว่าแล้วก้อวิ่งตรงไปยังสนามหญ้า) หลังจากนั้นไม่นาน....

ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับจาน

อาจารย์ :อืม...แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ ในมือเธอเลยหละ

ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ครับจาน ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวยๆเนี่ย ผมก้อก้อคิดว่า เออ เดี๋ยวก้อคงเจอต้นที่สวยกว่านี้ ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย รู้ตัวอีกที มันก็สุดสนามหญ้าแล้วครับจะเดินกลับก้อไม่ได้ เพราะจานสั่งห้ามไว้

อาจารย์ : นั่นแหละ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ เรื่องนี้ต้องการที่จะสื่ออะไรกับเรา

ต้นหญ้า ก็คือ คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ

ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็คือคนที่คุณชอบ หรือคนที่ดึงดูดคุณนั่นแหละ

ทุ่งหญ้าก็คือ เวลา เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ

อย่ามัวแต่เปรียบเทียบแล้วคิดว่าคงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณ มัวแต่เปรียบเทียบคุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

อย่าลืมว่า ' เวลาไม่เคยย้อนกลับ '

ไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้น เรื่องนี้ ยังสามารถใช้ได้กับการหาคนที่จะมาทำงานร่วมกับคุณในชีวิตหรือแม้กระทั่งงานที่เหมาะสมกับคุณ

ดังนั้น มันจึงเป็นสัจธรรมที่ว่าจงรัก และไขว่คว้าโอกาสที่คุณมีในขณะนี้อย่ามัวแต่เสียเวลาบางครั้งคนเราก็มีโอกาสเลือกแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

หวังว่าเธอคงจะส่งต่อนะ ถ้าไม่ส่งต่อจะอกหักไปตลอดชีวิต ไม่มีคัยคิดจะรัก มีแต่คนเกลียดชัง(ไม่เชื่ออย่าลบหลู่)

8 ธันวาคม 2551

จะกดแตรไล่ทำไมนักหนา...

บางครั้ง การกระทำที่ออกมาก็ต่างอาจจะเกิดจากความคิดและเหตุผลที่แตกต่างกัน นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการมองลบ ลบ ที่ลืมพยายามที่จะเข้าใจ ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เลยอยากให้ลองอ่านเรื่องสั้นจาก ThaiMTB

ฝากให้อ่านเล่น ๆ ครับ (บางท่านคงได้อ่านแล้ว)
----

ผมหันไปมอง ช่างเถอะ! มันก็แค่ไอ้แท็กซี่คันหนึ่ง ท่าทางคนขับคงจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ตอนหลังก็ดูจะโวยวายโหวกเหวกไม่แพ้กัน
จะรีบไปไหนนักหนาวะ แต่โดนเข้าไปหลายครั้งก็อายเหมือนกันแฮะ

เสียงแตรที่ดังสนั่นทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาหันมามองที่ผมเป็นตาเดียว

แล้วจะให้ทำไงล่ะ ผมมองซ้ายมองขวา
รถติดออกอย่างนี้จะถอยหลังก็ไม่ได้
รถคันหลังก็จ่อมาซะติด
จะขยับไปข้างหน้าก็อย่าหวัง ช่างมันเถอะ ทนอายเอาหน่อย

พอเถอะวะ จะบีบไปทำไม ออกจากซอยได้ก็ต้องมาติดไฟแดงด้วยกันอยู่ดี

ทั้งคนขับและผู้โดยสารชี้โบ้ชี้เบ้มาที่ผม
จะว่าอะไรผมก็ไม่เข้าใจหรอก
ตาของผมกับตาของคนขับแท็กซี่ประสานกันเข้าอย่างจัง ทำไงดีล่ะ

เห็นทีงานนี้ต้องกวนตีนกันแล้ว
ผมยกนิ้วกลางให้พร้อมกับเหยียบคันเร่งกระชากรถออกจากสี่แยก
ขยับไปได้นิดเดียว
แท็กซี่คันนั้นก็ปาดแทรกรถคันที่ตามหลังผมทันที เอาวะ
งานนี้เป็นไงเป็นกัน
ผมคิด ! แท็กซี่คันนั้นยังบีบแตรและเปิดไฟสูงต่ำไล่ผมมาตลอด มันแน่งานนี้

ถนนช่วงนี้ถึงแม้การจราจรจะค่อนข้างคับคั่ง
แต่จริงก็ไม่เหลือวิสัยหากผมจะหลีกทางให้มันแซงขึ้นไปข้างหน้า

แต่ถ้าลองเล่นกันถึงขั้นนี้แล้ว
ก็เห็นที่จะต้องตามกวนตีนกันไปให้ถึงที่สุด
ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดีว่าผมขับรถเร็วขนาดไหน

รู้แต่ว่าผมทำทุกวิถีทางที่ไม่ให้มันแซงหน้าไปได้

ถ้าเผลอปล่อยให้แซงหน้าได! ้เมื่อไหร่
ผมจะเร่งแซงกลับไปดักหน้าไว้ทุกครั้ง
ต้องให้บทเรียนไอ้คนพวกนี้บ้าง

ผมเบื่อเต็มทนกับพวกแท็กซี่ที่จอดรับส่งผู้โดยสารไม่เลือกที่

คิดอยากจะจอดตรงไหนก็จอด ที่รถรามันติดกันยาวเหยียดอยู่ทุกวันนี้

ก็ไอ้พวกนี้แหละเป็นส่วนหนึ่ง ต้องเล่นซะบ้างจะได้เข็ด

แท็กซี่คันนั้นยังใช้ความเร็วอยู่เหมือนเดิม

แซงซ้ายแซงขวาปาดหน้าปาดหลังเค้าไปทั่ว
ผมหลับตานึกถึงผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในนั้น
ป่านนี้คงหายใจไม่ทั่วท้องแน่ๆ
ทำไมถึงได้รีบขนาดนี้วะ

ผมเหยียบคันเร่งจนมิดแซงรถคันโน้นคันนี้แล้วก็ไปปาดหน้ามันอีกครั้ง

แล้วก็ชลอความเร็วกันท่าไม่ให้มันแซงผม ก็ได้ผล

มันทั้งบีบแตรทั้งเปิดไฟไล่ใส่ผม ช่าง บีบแตรไล่กูนัก กูจะกันท่า

ไปตลอดอย่างนี้แหละ อีกแค่สองแยกก็จะถึงที่หมายของผมแล้ว !

วันนี้ผมลางานครึ่งวันเพื่อมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแห่งนี้ จริงๆ

แล้วผมก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรหรอก เวลาของผมยังมีเหลือเฟือ

กวนตีนกันอีกซักพักเวลาก็ยังเหลือแหล่คุณ

การตรวจร่างกายสมัยนี้ก็ไม่ได้เสียเวลาอะไรนักหนา

เถลไถลไปโน่นไปนี่ก็ยังกลับไปทำงานช่วงบ่ายได้ทัน
รถติดไฟแดงอีกแล้ว
ท่าทางจะติดยาวเสียด้วย
แท็กซี่ที่ตามหลังผมมาติดๆ ปาดเข้าเลนซ้าย
ก่อนจะแซง! หน้าผมไป
คนขับหันมามองผมแล้วก็ส่ายหน้า เหมือนกับรำคาญผมเต็มประดา

ผมหักพวงมาลัยตาม
จากนั้นรถก็ค่อยๆ เขยิบทีละนิด
ไปตามจังหวะสัญญาณไฟ
มันพยายามแทรกรถคันอื่นๆ
เพื่อที่จะไปอยู่แถวหน้าสุด ผมปาดรถเข้าช่องว่างตามไป
จังหวะนั้นเลนขวาว่าง

ผมเหยียบคันเร่งปาดเข้าขวาแล้วปาดเข้าซ้ายตัดหน้ารถแท็กซี่ไปนิดเดียว

เสียงเบรกของมันดังสนั่น แต่นาทีนี้ผมไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

งานนี้มันต้องทำให้รู้สึกกันบ้าง
เหลืออีกนิดเดียวผมก็จะถึงที่หมายแล้ว
หลังจากนั้นเอ็งจะไปไหนก็ไปเหอะ
หลุดจากไฟแดง
รถของเราทั้งสองคันก็ปราดออกจากสี่แยกพร้อมๆ กัน

ยังไงซะผมก็ไม่ยอมให้มันขึ้นหน้าหรอก
เสียงแตรของแท็กซี่ดังไล่หลังมาไม่ขาดระยะ ถึงซะที คราวนี้
จะไปไหนก็ไปเถอะ
ผมเลี้ยวซ้ายเข้าโรงพยาบาล
รับบัตรจอดรถจากยามแล้วแล่นเข้าสู่ลานจอด
มันยังตามมาติดๆ ยังไม่เลิกเหรอวะ ผมคิด
เอาก็เอา ที่ล็อคเกียร
วางอยู่บนเบาะหลัง
ผิดนักก็คงได้ฟาดกันมั่งหรอก ผมขับรถเข้าที่จอด

เปิดและปิดประตูรถอย่างแรงเหมือนไม่กลัวว่ามันจะพัง

แท็กซี่ที่ตามมาก็จอดพร้อมๆ กันกับผม
ประตูแท็กซี่ทั้งสี่ด้านเปิดผลัวะออกมาทั้งๆ
ที่รถยังจอดไม่สนิทด้วยซ้ำ
ในทันใดนั้น ผมได้แต่ยืนตะลึง
แขนซึ่งถือที่ล็อกเกียร
เตรียมจะประจันบานตกลงมาข้างตัวเหมือนจะหมดแรง ไม่น่าเชื่อ

ทุกสิ่งทุกอย่างในรถคันนั้นเต็มไปด้วยเลือด ทั้งบนเบาะ
ที่บานประตูด้านใน
ไม่เว้นกระทั่งบนเสื้อของคนขับแท็กซี่

ผู้ชายสูงอายุแต่งตัวมอมแมมคนนึงถูกอุ้มอย่างทุลักทุเลลงมาจากรถ

เลือดเปรอะอยู่ทั้งบนลำตัวและใบหน้าของเขาและ

บนเนื้อตัวของหญิงสาวทั้งสองคนที่คอยประคองอยู่
เธอทั้งคู่ร้องไห้เสียงดัง
โชเฟอร์เท็กซี่ที่ผมคาดว่าคงจะเปิดประตูเข้ามาลุยกับผมรีบวิ่งเข้าไปช่วย
ประคองชายสูงอายุ

ผมยืนมองจนบุรุษพยาบาลวิ่งเข้ามาและ! นำชายคนน ั้นขึ้นรถเข็น

พร้อมทั้งปั้มหัวใจกันพัลวัน ตลอดเวลานั้น
ผู้หญิงทั้งสองคนเกาะราวรถเข็นไม่ยอมห่าง
ผมได้แต่ยืนงงทำอะไรไม่ถูก
คนแก่คนนั้นเขาจะโดนอะไรมาก็เถอะ ถูกยิง
ตกตึก หรือรถชน แกคงจะมีโอกาสรอดแน่ๆ
ถ้ามาถึงโรงพยาบาลได้เร็วกว่านี้
นี่ถ้าผมไม่แกล้งเขา ลุงแกอาจจะรอด
เขาอาจจะมาถึงที่นี่ซักสิบนาทีก่อนหน้านี้
นั่นก็ยังดี ลุงอาจจะรอด ผมคิด
ลุงคงจะรอด ทำไม ไม่เปิดกระจกมาบอกกรูซักคำวะ ผมแช่งชักหักกระดูกคนขับแท็กซี่

ในขณะนั้นผมไม่ได้คิดถึงความเลวของตัวเองซักนิด
นาทีนั้นผมสับสนอยากอ้วก
ไม่มีแรงจะพยุงตัวเองไว้ได้
ผมเปิดประตูกลับเข้าไปในรถ
แว่บนั้นผมเห็นคนขับแท็กซี่เดินเข้ามาหา
ช่าง อยากจะทำอะไรกรูก็ทำ
กรูไม่มีกะจิตกะใจจะสู้อีกแล้ว
ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย
ผมได้ยินเสียงคนขับแท็กซี่ดังแว่วเข้ามา

มัน! ทำให้ผมรู้สึกเย็นเยือกไปถึงขั้วหัวใจว่า ' พี่รู้ไหม ลุงแกตายแล้ว เพราะพี่นั่นแหละ' นั่นเป็นเสียงสุดท้าย

ก่อนที่ผมจะซบหน้าลงกับพวงมาลัยและร้องไห้

7 ธันวาคม 2551

สุดยอดข้อความเมื่อไม่มาทำงาน (Out of office)



1. I am currently out at a job interview and will reply to you if I fail to get the position.
2. I'm not really out of the office. I'm just ignoring you.
3. You are receiving this automatic notification because I am out of the office. If I was in, chances are you wouldn't have received anything at all.
4. Sorry to have missed you but I am at the doctors having my brain removed so that I may be promoted to management
5. I will be unable to delete all the unread, worthless emails you send me until I return from vacation on 4/18. Please be patient and your mail will be deleted in the order it was received.
6. Thank you for your email. Your credit card has been charged $5.99 for the first ten words and $1.99 for each additional word in your message.
7. The e-mail server is unable to verify your server connection and is unable to deliver this message. Please restart your computer and try sending again. (The beauty of this is that when you return, you can see how many in-duh-viduals did this over and over).
8. Thank you for your message, which has been added to a queueing system.You are currently in 352nd place, and can expect to receive a reply in approximately 19 weeks.
9. Hi. I'm thinking about what you've just sent me. Please wait by your PC for my response.
10. Hi! I'm busy negotiating the salary for my new job. Don't bother to leave me any messages.
11. I've run away to join a different circus.
12. AND, FINALLY, THIS ONE TAKES THE CAKE. I will be out of the office for the next 2 weeks for medical reasons. When I return, please refer to me as 'Loretta' instead of 'Steve'.

4 ธันวาคม 2551

F A M I L Y

I ran into a stranger as he passed by, 
'Oh excuse me please' was my reply. 


He said, 'Please excuse me too; 
I wasn't watching for you.' 


We were very polite, this stranger and I. 
We went on our way and we said goodbye. 


But at home a different story is told, 
How we treat our loved ones, young and old. 


Later that day, cooking the evening meal, 
My son stood beside me very still. 


When I turned, I nearly knocked him down. 
'Move out of the way,' I said with a frown. 


He walked away, his little heart broken. 
I didn't realize how harshly I'd spoken. 


While I lay awake in bed, 
God's still small voice came to me and said, 


'While dealing with a stranger, 
common courtesy you use, 
but the family you love, you seem to abuse. 


Go and look on the kitchen floor, 
You'll find some flowers there by the door. 


Those are the flowers he brought for you. 
He picked them himself: pink, yellow and blue. 


He stood very quietly not to spoil the surprise, 
you never saw the tears that filled his little eyes.' 


By this time, I felt very small, 
And now my tears began to fall. 


I quietly went and knelt by his bed; 
'Wake up, little one, wake up,' I said. 


'Are these the flowers you picked for me?' 
He smiled, 'I found 'em, out by the tree. 


I picked 'em because they're pretty like you. 
I knew you'd like 'em, especially the blue.' 


I said, 'Son, I'm very sorry for the way I acted today; 
I shouldn't have yelled at you that way.' 
He said, 'Oh, Mom, that's okay. 
I love you anyway.' 


I said, 'Son, I love you too, 
and I do like the flowers, especially the blue.' 


FAMILY 
Are you aware that if we died tomorrow, the company 
that we are working for could easily replace us in 
a matter of days. 
But the family we left behind will feel the loss 
for the rest of their lives. 


And come to think of it, we pour ourselves more 
into work than into our own family, 
an unwise investment indeed, 
don't you think? 
So what is behind the story? 


Do you know what the word FAMILY means? 
FAMILY = (F)ATHER (A)ND (M)OTHER (I) (L)OVE (Y)OU





God bless you

1 ธันวาคม 2551

กดเงิน ธ.กรุงเทพ เสียเงินแล้ว

รับทราบข้อมูลหรือยังคะ ด่วน ระวังเสียค่ากดเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพเยอะ

ไม่ทราบว่าใครมีเมล์ของหน่วยงาน สคบ. บ้าง ช่วยส่งต่อด้วย อย่างนี้เรียกว่าหากินกับความเดือน
ร้อนเหมือนเก็บดอกเบี้ยแพง

ช่วงนี้ แต่ละธนาคารก็หากินกับชาวบ้านแบบนี้แหล่ะ มากบ้าง น้อยบ้าง ต้องช่วยดูๆ กันเองนะ
วันนี้ จะไปกดเงินที่เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ บังเอิญเห็นป้ายประกาศติดอยู่เลยเดินไปอ่านเขาบอก
อย่างนี้ค่ะ

กดเงินเอทีเอ็ม 10,000 บาทแรก คิดค่าบริการ 10 บาท
กดเงินเกินกว่า 10,000 บาท คิดค่าบริการเพิ่ม 10 บาท
หากกดเงินส่วนเกินกว่า 10,000 บาท คิดค่าบริการเพิ่มต่างหากอีก 1,000 ละ 1บาท

ตะกี้จะ กดเงิน 40,000 ถ้าไม่ไปยืนอ่านประกาศจะ เสียค่ากดเอทีเอ็มตั้ง 50 บาท เราเลย
เขียนใบถอนแล้วไปยืนต่อแถวเบิกที่เคาน์เตอร์ ไม่เสียสักบาท

จึงเรียนมาเพื่อ โปรดระวังเสียค่าบริการเอทีเอ็มเยอะๆ

ต้องการพรีเซ็นเตอร์มาแทนคุณอั้ม พัชราภา

ตอนนี้ศูนย์สุขภาพ Bangkok Nutrition Academy (BNA) กำลังต้องการ "พรีเซ็นเตอร์ใหม่" มาแทนคุณอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ เนื่องจากสัญญากำลังจะหมดภายในสิ้นปีนี้ และทางศูนย์ BNA ต้องการเฟ้นหาพรีเซ็นเตอร์ใหม่ที่มาจากคนธรรมดาทั่วๆไปที่เห็นผลลัพธ์จริงๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสำหรับคนที่ท้อแท้จากการพยายามจะลดน้ำหนักไม่ว่าจะด้วยวิธีใดมาก่อนก็ตาม

ดังนั้นทางศูนย์ BNAจึงได้เริ่มโครงการ "A Hundred KG Project" ที่จะช่วยให้คุณสามารถลดน้ำหนักลงได้ในขณะที่คุณเองสามารถทานอาหารที่ชอบได้ตามปกติ โดยที่เมื่อลดน้ำหนักได้แล้วคุณเองจะไม่กลับมาอ้วนอีกเลย พร้อมกับได้ผู้เชี่ยวชาญดูแลเป็นการส่วนตัว (เหมือนคุณอั้ม) เพราะว่า Wellness coach 1 คน จะรับดูแลคนที่ต้องการลดน้ำหนักเพียงไม่กี่คนเท่านั้น (รวมน้ำหนักที่จะลดรวมกันไม่เกิน 100 kg) ซึ่งตอนนี้ทางศูนย์ของเราใกล้จะปิดโครงการแล้ว เพราะว่าตอนนี้เราช่วยดูแลผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักได้รวมกว่า 80 kgแล้ว ซึ่งเท่ากับว่าขาดอีก 20 kg เท่านั้นเราก็จะปิดโครงการแล้ว
***สำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการสามารถกรอกข้อมูลได้ที่เว็ปไซต์ข้างล่างนี้นะค่ะ***

www.bangkok-nutrition-academy.com/316 <<<<<<<<<<<<<< คลิ๊กเลยค่ะ!!!

เพื่อเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์โครงการ หลังชมเว็ปไซต์จบแล้ว ช่วยส่งต่อให้เพื่อนๆของคุณด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

สกาวเดือน ปัญจศุทธิ
e-mail: aishiteru-sakowduean09@hotmail.com