>> ไม่รู้จิงป่าว ระวังตัวไว้ก่อนก้อดี
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้เองจนตัวเองจ้องไปนอนที่โรงพยาบาลตำรวจที่ตึก ฉุกเฉินในความคิดของคนเราเรื่องของแกงค์ป้ายยาเราได้กิตติศัพท์มาบ้างแล้วในใจผมบอกได้เลยว่าไม่ เชื่อเรื่องแกงค์ป้ายยาจะมีจริงและแล้ววันที่โชคร้ายที่สุดสำหรับผมก็มาบรรจบกัน ผมไปธุระที่สีลมช่วงสาย ของวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยการนั่งรถแท็กซี่เพื่อขึ้นตึก ๆหนึ่งที่หน้าสถานีรถไฟฟ้าชิดลม จนลงมาจากตึก ด้วย เป้นวันเสาร์เวลาบ่ายนิดๆทำให้อากาศร้อนมาก คนแทบไม่มีเดินตามท้องถนน
โดยตัวผมได้เดินแบกเป้สะพายหลัง 1 ใบพร้อมอุปกรณ์ทำมาหากินเต็มเป้ช่วงเวลาที่กำลังเดินมาขึ้นรถไฟฟ้าที่อยู่ติดกันหน้าตึก ผมได้เห็น ชาย 2 คนซึ่งคาดได้ว่าเป็นชาวต่างชาติชาวอาหรับ 2 คนกำลังยืนรอใครอยู่แน่ๆ ผมไม่สนใจจึงเดินผ่านไป
แต่แล้ว ชาวอาหรับ 2 คนนั้นกลับเรียกผมให้หยุดเพื่อที่เขาจะจับมดที่หลังผมให้ซึ่งเขาพูดเป็นภาษาไทยแต่เป็นสำเนียงของชาวอาหรับ ช่วงเวลานี้เองที่เขาทำอะไรกับหลับผมซึ่งเขาบอกว่า จะจับมดให้โดยการเอานิ้วมือมาสะกิดที่ข้างลำคอแล้วไล่มาเรื่อยๆ จนถึงหัวไหล่
เขาปล่อยมือออกจากตัวผมแล้วก็สอบถามเรื่องเส้นทางที่จะไป ถนนข้าวสารหลังจากนั้นไม่ถึง 30 วินาที แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ตัวผมเองเหมือนโดนบีบตาให้หลับ และ ตัวเราล่องลอยไปเรื่อย ๆผมมารู้ทีหลังว่าได้เดินทางไปกับ ชาวอาหรับ 2 คนนั้นโดยทางแท็กซี่ซึ่งเขาพาผมนั่งไปในรถแท็กซี่นั้นด้วย
เขาได้ถือเป้ของผมและได้เอาของทุกอย่างที่อยู่ในเป้ ซึ่งมีของสำคัญหลายชิ้นซึ่งสูญหายไปไม่ว่าจะเป็นสมุดบัญชีต่าง ๆ รวมถึงกระเป๋าสตางค์ของผมช่วงเวลาที่ผมอยู่ในรถับแกงค์นี้ ผมบอกตรงๆ ว่าผมจำอะไรไม่ไดอีกเลย
จนมารู้สึกตัวทีหลังว่า ผมกำลังเดินอยู่ที่ สถานีรถไฟฟ้าสยาม เดินเข้าไปในสบามโดยที่หาทางออกไม่เจอเป็นเวลานาน เหงื่อแตกเต็มตัว และเวลาต่อมาร่างกายเกิดอาการชาไปทั้ง หน้า ปาก แขน และ ขา
ผมออกมาจาก สยามดิสแล้วเดินมาทางนั้นเดินมาเรื่อยๆ ( ที่ผมรู้ว่ามาจากทางสยามดิสเพราะกลับไปสอบถามร้านค้าเล็กๆ ข้างทางว่า ผมเดินมาจากทางไหนเพื่อ รวบรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง)
ผมเดินแบบไม่รู้จุดหมายจนเกิดอาการหน้ามืดอย่างแรง อาเจียน และ ไม่มีแรง จนสุดท้ายต้องพึ่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่ใกล้วัน ปทุมวนาราม ให้หาตำรวจ และ ตำรวจก็มาถึง พร้อใกบแจ้งเจ้าหน้าที่ทาง ร.พ ตำรวจ เพื่อนำตัวผมเข้าห้องไอซียู ในช่วงเวลา บ่าย 2 โมงผมเองไปรุ้สึกตัว อีกทีหลังจากทางแม่ และภรรยา พร้อมลูกมาหาผมที่โรงพยาบาลแล้ว
แทบไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างผมอยู่ในโลกแห่งวิทยาการที่ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารก่อนใครผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์แต่ผมกลับ ไม่สามารถเอาตัวเองให้รอดพ้นจาก มิจฉาชีพ ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น