Google
 

25 มิถุนายน 2551

ขอความช่วยเหลือให้เด็กกำพร้าที่อยุธยา

มีเด็กประมาณ 90 กว่าคน มีทั้งเด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชาย อายุตั้งแต่ 4 ขวบเป็นต้นไป โดยเด็กทั้งหมดอยู่ในความดูแลของ พระครูปลัดแฉล้ม ฐานวโร เจ้าอาวาสวัดบางเพลิงอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ ลำบากมาก ทั้งอาหาร เสื้อผ้า หรือสิ่งของจำเป็นที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน บางมื้อต้องนำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาฉีกใส่กะละมังใบใหญ่(ขนาดเท่าที่เราใช้ซักผ้า) ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไร รสอะไร โดนผสมอยู่ใบกะละมังใบเดียวกันหมด ฉีกซองเครื่องปรุงใส่ลงไปแล้วต้มในน้ำร้อน แล้วเด็กทุกคนไม่ว่า เด็กเล็ก เด็กโตก็ต้องกินบะหมี่ในกะละมังใบนี้ทุกคน เพราะไม่มีอะไรให้กิน

บางครั้งมีพ่อค้าใจดีนำผักมาบริจาคให้แต่ก็แทบไม่มีเครื่องปรุงจะมาทำอาหารให้เด็กกิน

จึงขอความช่วยเหลือ เพื่อเด็กที่น่าสงสารเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าข้าวสาร อาหารแห้ง ขนม เครื่องครัว เช่น น้ำมัน น้ำปลา น้ำตาล เป็นต้น (สิ่งที่จำเป็นที่สุดตอนนี้คือข้าวสาร อาหารแห้ง)

ร่วมบริจาคได้ที่วัดบางเพลิง เลขที่ 20 หมู่ 3 อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา โทร. 081-8527934, 035-710443

(ท่านพระครูปลัดแฉล้ม ฐานวโร ได้ฝึกหัดเด็ก ๆ เหล่านี้ให้เล่นดนตรีไทย ปี่พาทย์มอญวงใหญ่ และอังกะลุง เพื่อหารายได้ช่วยพี่น้องที่อาศัยอยู่ที่วัดบางเพลิงสนใจติดต่อได้ที่ที่อยู่ด้านบนนะคะ)

รบกวนช่วยกัน forward mail หรือบอกต่อ ไปให้เพื่อนฝูง หรือคนที่รู้จักเพื่อที่จะได้ทำบุญร่วมกันนะคะ

24 มิถุนายน 2551

แม่ชีเก๊ใส่วิกขายตัว เช้าเป็นชี-เย็นอีตัว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่วัดเสมียนนารี มีการประชุมพระสังฆาธิการ และพระวินยาธิการ (ตร.พระ) ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีพระธรรมสุธี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และหัวหน้าพระวินยาธิการ เป็นประธานการประชุม พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า ปัญหาการปลอมบวช และพระที่มาบิณฑบาตเรี่ยไรเงินในเขต กทม. มีให้เห็นโดยตลอด ซึ่งยอมรับว่าสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้เกิดปัญหาในการปลอมบวชมากขึ้น เพราะคนมองว่าการเป็นพระสงฆ์สามารถหาเงินได้ง่ายที่สุด แค่ยอมโกนหัวและห่มจีวรออกมาบิณฑบาตก็สามารถหาเงินได้แล้ว ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง โดยเมื่อเร็วๆนี้ พระวินยาธิการในเขต กทม. ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการจับกุมกลุ่มคนที่มาปลอมบวชกลุ่มหนึ่ง และเมื่อมีการสอบถามก็ทราบว่ามาจาก จ.ชัยภูมิ จึงมีการประสานไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองใน จ.ชัยภูมิ ให้ไปตรวจสอบดู ก็พบว่าตำบลที่กลุ่มคนที่ปลอมบวชดังกล่าวในช่วงฤดูกาลในการทำนา ก็จะทำนากันตามปกติ แต่พอหมดการทำนาก็จะรวมกลุ่มกันแล้วปลอมบวชเป็นพระเข้ามาเรี่ยไรเงินใน กทม. เรียกว่าทำกันทั้งตำบล

พระธรรมสุธีกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน นอกจากปัญหาการปลอมบวชแล้ว ยังได้รับการร้องเรียนจากทางโรงพยาบาลสงฆ์ด้วยว่า พระสงฆ์บางรูปที่เข้าไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงฆ์ ก็เพื่อต้องการหาผลประโยชน์ จากการที่มีประชาชนไปทำบุญอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะเตียงที่อยู่ใกล้ประตู ทำให้พระที่ต้องการหาผลประโยชน์ พยายามจะวิ่งเต้นกับทางโรงพยาบาลเพื่อให้ได้นอนเตียงใกล้ประตู ขณะที่พระบางรูปก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ อยู่ที่โรงพยาบาลสงฆ์ต่อ อาทิ เมื่อแพทย์บอกว่าอาการดีขึ้นและสามารถกลับวัดได้แล้ว ในคืนวันนั้นก็จะหาน้ำตาลมาฉัน เพื่อให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มมากขึ้น และให้ได้อยู่ที่โรงพยาบาลต่อ ทางโรงพยาบาลจึงต้องแจ้งมาที่พระวินยาธิการเพื่อส่งให้เจ้าคณะผู้ปกครองดำเนินการต่อไป

เจ้าคณะกรุงเทพมหานครกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีคนร้องเรียนมายังพระวินยาธิการอีกด้วยว่า แถวย่านบางซื่อมีผู้หญิงอยู่กลุ่มหนึ่ง ซึ่งจะยอมโกนหัวเพื่อที่ในช่วงกลางวันแต่งกายเลียนแบบแม่ชีเพื่อออกไปเรี่ยไรเงิน แต่พอตกกลางคืนผู้หญิงกลุ่มนี้ก็จะนำวิกผมมาใส่แล้วขายบริการทางเพศ กรณีนี้พระวินยาธิการไม่สามารถที่จะไปดำเนินการอะไรได้ จึงจะต้องนำข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินการต่อไป จะเห็นได้ว่าปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงของพระพุทธศาสนามีอยู่มากและหลากหลาย จึงอยากให้พระวินยาธิการเข้มแข็ง ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของพระพุทธศาสนา

ด้านนายอำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า กรณีของกลุ่มผู้หญิงที่ปลอมเป็นแม่ชีตอนกลางวัน และพอตกกลางคืนจะนำวิกผมมาใส่แล้วขายบริการทางเพศแถวย่านบางซื่อนั้น ทางพระวินยาธิการและสำนักงานพระพุทธศาสนาฯไม่สามารถไปดำเนินการได้ ต้องนำข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป ส่วนกลุ่มคนปลอมบวชในตำบลหนึ่งของ จ.ชัยภูมินั้น จะต้องประสานไปยังเจ้าคณะผู้ปกครอง พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้คอยช่วยจับตาดูพฤติกรรม เพราะการปลอมบวชถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ทันที อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนาในการตรวจดูคนปลอมบวช และพระที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมมีแค่ 19 คน ซึ่งไม่เพียงพอ ดังนั้นทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯเตรียมที่จะประสานไปยัง กทม. เพื่อขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดตามพื้นที่ต่างๆ คอยเป็นสายให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เมื่อพบเห็นพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยก็ให้แจ้งมาที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯทันที โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาฯจะเป็นฝ่ายที่ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องค่าโทรศัพท์ให้

ด้านแม่ชีวิมุตติยา ประธานหอพระไตรปิฎกนานาชาติ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กรณีมีกลุ่มคนปลอมบวชเป็นแม่ชีในตอนกลางวัน แล้วตอนกลางคืนใส่วิกผมไปเปิดซ่องนั้นยังไม่เคยได้ยิน แต่ถ้าพบกลุ่มคนประเภทนี้ที่ไหนต้องดำเนินการจับกุม และนำมาลงโทษอย่างหนักหน่วง รวมทั้งทำให้ประชาชนเห็นการลงโทษอย่างชัดเจนด้วย เพราะเป็นการกระทำผิดที่เห็นชัดเจนอยู่แล้ว คนในยุคนี้ทำอะไรได้ทุกอย่าง แม้แต่ปลอมบวชเป็นแม่ชี เป็นพระ เพื่อประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เลวมาก อย่างไรก็ตาม คิดว่าเรื่องนี้ไม่น่ากระทบต่อภาพลักษณ์ของแม่ชีไทย เพราะบุคคลที่ทำนั้นเป็นกลุ่มคนปลอมบวช ไม่ใช่แม่ชีจริงๆ และพุทธศาสนิกชนมีวิจารณญาณแยกแยะว่ากลุ่มไหนกระทำผิด

ไทยรัฐ : ฉบับวันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน 2551

เตือนคอกาแฟ ระวังจะตาบอด

__________________

เตือนคอกาแฟทั้งหลาย ดื่มกาแฟมากๆ...ระวังจะตาบอด


ปฏิเสธไม่ได้ว่ากาแฟ เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอีกอย่างของคนไทยส่วนใหญ่

โดยเฉพาะท่านที่ชอบนอนดึกๆ หรือทำงานยามดึก

บางท่านดื่มจนเป็นนิสัย วันละหลายๆถ้วย แล้วแต่ใครจะชอบ

มีเรื่องมาเตือนเกี่ยวกับท่านที่ชอบดื่มกาแฟวันละหลายๆถ้วย

นอกจากมันจะมีประโยชน์แล้ว มันก็มีโทษเป็นของคู่กัน

นอกจากสารคาเฟอีนที่มีในกาแฟ ที่ว่ากันว่ากินเข้าไปสะสมมากๆ

อาจจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายได้

มีเพื่อนคนนึง ชอบดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะเวลาใช้ความคิด

แกชงกาแฟกาแฟดื่มเป็นว่าเล่น

อ้อ กาแฟที่แกดื่มน่ะ เป็นกาแฟยี่ฮ้อ..........( ไม่ออกชื่อเดี๋ยวโดนฟ้อง )

ซึ่งแกชงยี่ห้อนี้ดื่มเป็นประจำ จนเมื่อเร็วๆนี้ ได้ข่าวว่าแกเข้าโรงพยาบาล

เพราะว่าแกตาบอด เลยไปเยี่ยมและถามถึงสาเหตูที่แกตาบอด

ได้ไปสอบถามคุณหมอที่ผ่าตัดตาให้แก

หมอบอกว่าที่แกตาบอดเพราะว่าดื่มกาแฟ......


















แล้วไม่ระวัง เลยโดนด้ามช้อนที่อยู่ในแก้วทิ่มตา
บอด !!!!!!!!!!!  55555

+++++++++++++++++++++++++++++++

23 มิถุนายน 2551

Withheld มันโทรมาอีกแล้ว

เจ๋งมั่กๆ ชอบๆ

วันนี้อ้าย Withheld มันโทรมาอีกแล้ว เลยไปค้นในเน็ตดูว่ามันคืออาราย^^ ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง..ลองอ่านดู ฮาดีเหมือนกานนิ...


ข้อความนะครับ

Withheld : (เป็นเสียงตอบรับอัตโนมัติว่า) ที่นี่ ฝ่ายสินเชื่อบัตรเครดิตธนาคาร ยูโอบี ขณะนี้ ท่านมียอดค้างชำระค่าบัตรเครดิตเกินกำหนด.... กรุณกด 9 เพื่อฟังรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่....

mr_renderman : ในใจผมคิด 'มานมาอีกแว้ว....เอาฟะ มีเวลานิ เล่นกะมันซะหน่อย...'เพราะ ผมไม่เคยไปทำบัตรเครดิตหรื อสินเชื่อกะ ยู โอ บี เลย

Withheld : สวัสดีค่ะ... ขณะนี้ทางคุณมียอดค้างชำระกับบัตรเครดิตธนาคาร ยู โอ บี เป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้ ที่นั่นที่นี่ (ฟังดูน่าเชื่อถือ และ จริงจังมากกก) นะคะ ตอนนี้คุณอาจจะต้องโดนระงับการใช้งานของบัตร และ ถูกดำเนินคดีความทาง กม. นะคะ...

mr_renderman : (ผมทำเสียงตกใจ) ห๊า.... จริงเหรอครับ..เกิดขึ้นได้อย่างไรครับนี่ ผมไม่ได้ไปใช้จ่ายอะไรเลยมากขนาดนั้นเลยนะครับ ทำไมยอดจึงสูงขนาดนั้นล่ะครับ..

Withheld : ค่ะ.... ยังไงขอทราบ ชื่อ นามสกุล และ วันเดือนปีเกิดนิดนึงเพื่อเช็คข้อมูลกับคอมนะ คะ (อ้างคอมฯอีกแว้ว...)

mr_renderman : ได้ครับ(ด้วยน้ำเสียง ตกใจสุดขีด) ผมชื่อ เอกราช นามสกุล สมมติเทพสกุล เกิดวันที่ 29 ก.พ. 2522 ครับ...

Withheld : ค่ะ สักครู่นะคะ....(ระหว่างรอ ก็มีเสียงก๊อกแก๊กๆ บนคีย์บอร์ด แต่ในใจผมคิดนะ ตอนฟังเสียงคีย์บอร์ด ประมาณว่า.....โหแม่นี่ พิมม์เร็วชมัด 500 คำต่อ นาที เห็นจะได้ เร็วเทพๆอ่ะ)

............ ..... แล้วก็บอกยอดหนี้ บลาๆๆๆๆ มาเบ็ดเสร็จ 6 หมื่นกว่าๆ....

mr_renderman : ผมก็อุทาน....'โอ้ยยย ตายแล้ว.... ผมจะหาที่ไหนมาใช้หนี้ล่ะนี่ เยอะขนาดนี้ พอมีทางช่วยได้บ้างมั้ยครับ'

Withheld : มีค่ะ.... ถ้าอย่างไร คุณเอกราชถือสายรอนะคะ เราจะคุณได้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ฝ่าย กม. ของแบงค์ชาติค่ะ...(โห้... อะไรจะยิ่งใหญ่ขนาดน้านนนนน)

mr_renderman : ครับๆๆๆ.....(ยังเนียนต่อไป)

Withheld : ครับ.......ผม นาย...(อะไรก็ไม่รู้จำไม่ได้ แต่ชื่อฟังดูภูมิฐานมั่กมั่ก) เจ้าหน้าที่ฝ่าย กม. ของแบงค์ชาตินะครับ ขณะนี้คุณ เอกราช สมมติเทพสกุล ได้เป็นหนี้กะทางธนาคาร ยู โอ บี ฯลฯ (เหมือนเดิมเปี๊ยะ....) นะครับ....และ เกินกำหนดการชำระมามากแล้วด้วย...

mr_renderman : ครับ แต่ตามรายการที่แจ้งมา ผมไม่ได้ใช้จ่ายเยอะขนาดนั้นเลยจริงๆนะครับ...

Withheld : คุณแน่ใจนะ (ทำเสียงดุใส่) คุณสามารถยืนยันได้ใช่มั้ย... แสดงว่าตอนนี้คุณโดนแอบอ้างแล้วล่ะ

mr_renderman : ครับ.... ผมควรทำไงดี

Withheld : เอาล่ะ ทางเราจะให้ความช่วยเหลือกับคุณนะครับ.... ขณะนี้คุณมียอดค่าใช้จ่ายที่ปรากฏอยู่ในคอมพ์ 6x,xxx บาท.... ซึ่งตอนนี้หากคุณปล่อยไว้นานเกินไป มันจะกลายเป็นหนี้ที่คุณไม่ได้ก่อโดยปริยาย ดังนั้น คุณจะต้องชำระหนี้คงค้างบางส่วนของคุณก่อน เป็นจำนวนเงิน 15,xxx บาท เพื่อให้เกิดสภาพคล่องทางบัญชี และ ดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้ภายหลัง...

mr_renderman : ครับ.... งั้นผมต้องจ่ายเมื่อไหร่ และ จ่ายมาทาง ยู โอ บี โดยผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิซ ได้เลยใช่มั้ยครับ...

Withheld : ทันทีโดยเร็วที่สุดครับ.... และ ต้องจ่ายโดยการโอนเงิน (อีกแล้ว..) เข้าบัญชีของ แบงค์ชาติโดยตรงที่หมายเลข xxx-xxx-xxxx ธ. กรุงเทพ ชื่อบัญชี นายอะไรสักอย่างเนี่ยแหล่ะ... (เสียดายมากๆที่ไม่ได้จดเอาไว้....)

mr_renderman : เอ๋...... ทำไมเป็นบัญชีออมทรัพย์ ส่วนบุคคลล่ะครับ

Withheld : อ๋อ เป็นบัญชีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ดูแลด้านนี้โดยเฉ พาะน่ะครับ...

mr_renderman : โอเคครับ....แล้ว ผมจะขอเอกสารยืนยันการจ่ายเงินของผมได้มั้ยครับ...

Withheld : ได้สิครับ.... ให้ส่งไปที่ไหนดีครับ ที่บ้าน หรือ ที่ทำงาน

mr_renderman : ที่บ้านครับ...

Withheld : งั้นผมขอที่อยู่หน่อยครับ....

mr_renderman : อ่าว......... มันไม่ได้มีอยู่ในข้อมูลเหรอครับ....(ผมเริ่มต้อน... )

Withheld : สักครู่นะครับ (ก๊อกแก๊กๆๆ) ที่อยู่ของคุณคือ... บลาๆๆ นนทบุรี...( ตูไปอยู่นนทบุรี
ตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย -_-')

mr_renderman : ถูกต้องครับ...(แน่ะ ยังอุตส่าห์เนียน.... มันคงงงอ่ะนะ ว่าถูกได้ไงฟระ ทั้งๆที่
มั่วเอา...)

mr_renderman : ครับ..... งั้นผมขอคอนเฟิร์ม ชื่อ นามสกุล และ ที่อยู่ผมอีกครั้งนะครับ... ผมงงมากกับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง....

Withheld : คอนเฟิร์มครับ คอมพ์ ระดับแบงค์ชาติ ไม่มีการผิดพลาดแน่นอนครับ...

mr_renderman : เหรอครับ..... เอ่...แต่ไอ้ชื่อเอกราช สมมติเทพสกุลนี่.... ผมเพิ่งตั้งขึ้นเอง เมื่อกี๊เลยนะ แล้วมันจะมีข้อมูลในแบงค์ชาติของคุณได้อย่างไรครับ.. .5555 (หัวเราะจริงๆนะตอนนั้น)

Withheld : ............ .........

mr_renderman : และขอขอบคุณมากนะครับ...ที่ให้ข้อมูลที่ดีกับทางกรมต ำรวจ เพราะระหว่างเวลา ที่เราสนทนากันนั้น ทางเราได้จับสัญญาณต้นทางโทรศัพท์ของคุณได้แล้ว... ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานมายังผมแล้วครับว่า เข้าถึงจุดที่เกิดเหตุแล้ว.... ยังไงก็มอบตัวเถอะนะครับ รายการสนทนาเมื่อสักครู่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้บันทึกไว้เรียบร้อยแล้ว และ หนักจะได้เป็นเบา

Withheld : คุณ มั่วแล้ว..... อย่ามามั่วกับเรานะ (โมโหสุดขีด)

mr_renderman : ครับ..... ถึงจะมั่วกันยังไง ผมก็คิดว่า เลขบัญชี กับชื่อเจ้าของบัญชีที่จะให้ผมโอนเงินให้คงไม่มั่วแน ่ๆครับ...... จริงมั้ยจ๊ะ....

Withheld : ตึ๊ด......ตึ๊ด.....ตึ๊ด.......

แล้วมันก้อตัดสายไป..... เสียดายจริงๆครับ ที่นึกมุขออกเท่านี้ และ ไม่ได้จดเลขบัญชีกับชื่อเจ้าของบัญชีเอาไว้... ไม่งั้นคงได้สนุกกว่านี้....

แกล้ง ทรชน สนุกจังเยย.......... จบแล้วครับ...

ยังไงซะ อันนี้เตือนนะครับ.... มันอาจจะเป็นมุขใหม่ของทรชนพวกนี้ คือ.... แค่ รู้ ชื่อ - นามสกุล ว.ด.ป. เกิดเนี่ย มันอาจจะทำให้เราเดือดร้อนได้โดยไมรู้ตัว และ ไม่รู้ด้วยวิธีของมัน....เพราะงั้นปลอดภัยไว้ก่อนครับ อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวกะคนแปลกหน้านะครับ...

19 มิถุนายน 2551

คุณ 'กำ' อะไรอยู่

ครอบครัวที่น่ารักอยู่ครอบครัวหนึ่ง
ในครอบครัวนี้มี พ่อ แม่ และบุตรชายวัย 5 ขวบ กำลังน่ารักเลยทีเดียว
เจ้าหนูเป็นเด็กที่ซนอย่างร้ายกาจและขี้สงสัยอย่างมาก

อยู่มาวันหนึ่งเจ้าหนูก็นึกครึ้มอกครึ้มใจอย่างไรบอกไม่ถูก
ไปคว้าเอาแจกันหยกแกะสลักต้นราชวงศ์หมิง
ซึ่งนั่นก้อหมายความว่ามันราคาแพงมาก
นำมาเล่นพลิกคว่ำพลิกหงาย สักพักก้อล้วงมือเข้าไปในแจกัน
ทันใดนั้นเจ้าหนูก็ทำตาโตเท่าไข่ห่านดูเหมือนจะดีใจที่ล้วงเข้าไปเจออะไรสักอย่าง

แต่ปัญหาหาอยู่ที่ว่าเจ้าหนูจะดึงมือออกมาได้อย่างไร
เจ้าหนูเริ่มกระสับกระส่ายพยายามดึงมือออกมาแต่ก้อไม่สำเร็จ

จนต้องใช้ไม้ตายคือ 'ทำไม่ได้ร้องไห้ไว้ก่อน'

เสียงเอ็ดอึงเป็นผลให้พ่อและแม่ต้องวิ่งมาดู เมื่อมาพบเข้าต่างก้อพยายามช่วยกันดึงมือของเจ้าหนูออกจากแจกันด้วยวิธีต่างๆ

น้ำมันก็แล้ว น้ำสบู่ก็แล้วทำอีท่าไหนก็ไม่ออก จนสุดท้ายผู้เป็นพ่อต้องตัดใจทุบแจกันหยกราชวงศ์หมิงทิ้งเพื่อรักษามือของลูกชายเอาไว้

เมื่อมือของเจ้าหนูหลุดจากแจกันแล้วพ่อและแม่ ก็พบว่ามือเจ้าหนูกำอะไรบางอย่างจนแน่น

ผู้เป็นแม่จึงถามลูกชายว่า 'หนูกำอะไรอยู่จ้ะลูก ?'
เจ้าหนูตอบพร้อมทำสีหน้าขึงขัง 'ผมปล่อยมันไม่ได้หรอกครับ'

'แล้วมันคืออะไรจ้ะลูก ?' ผู้เป็นพ่อเริ่มสงสัย
'มันเป็นสตางค์ครับ' เจ้าหนูตอบพร้อมกับค่อยๆแบมือออกอย่างทนุถนอม จึงปรากฏว่า

ในมือของเจ้าหนูมีเพียงเหรียญสลึงอยู่สองเหรียญ เจ้าหนูหารู้ไม่ว่าการที่เขาพยายามกำเหรียญเอาไว้ ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียของมีค่ากว่าเป็นพันๆเ ท่า



แล้วเพื่อนๆ ล่ะ ขณะที่คุณกำลังใช้ชีวิตอยู่นี้ คุณกำลัง 'กำ' อะไรไว้ในชีวิตบ้าง

เงิน ?
บ้าน ?
งาน ?
รถ ?
หัวโขน ?
ทิฐิ ? ...

แล้วสิ่งที่คุณกำอยู่ทำให้คุณสูญเสียอะไรที่มีค่ามหาศาลไปบ้าง

เวลา....
ครอบครัว....
พ่อแม่.....
คนที่รักเรา.....
ความสุข
สวรรค์

คุณ ' กำ'อะไรอยู่ ??

16 มิถุนายน 2551

'สามเหลี่ยมชีวิต' วิธีรอดตายจากแผ่นดินไหว

FROM DOUG COPP'S ARTICLE ON THE 'TRIANGLE OF LIFE'จากบทความของดัก คอบบ์ เรื่อง 'สามเหลี่ยมชีวิต'

Edited for MAA Safety Committee brief
เรียบเรียงสำหรับการสรุปให้คณะกรรมการด้านความปลอดภัย MAA


My name is Doug Copp. I am the Rescue Chief and Disaster Manager of the American Rescue Team International (ARTI), the world's most experienced rescue team. The information in this article will save lives in an earthquake.

ผมชื่อ ดัก คอบบ์ ผมเป็นหัวหน้าหน่วยกู้ภัยและผู้จัดการด้านพิบัติภัยของทีมกู้ภัยนานาชาติแห่งสหรัฐฯ ซึ่งเป็นทีมกู้ภัยที่มีประสบการณ์มากที่สุดในโลก ข้อมูลในบทความนี้จะช่วยชีวิตคนในกรณีแผ่นดินไหว

I have crawled inside 875 collapsed buildings, worked with rescue teams from 60 countries, founded rescue teams in several countries, and one of the United Nations experts in Disaster Mitigation for two years. I have worked at every major disaster in the world since 1985.

ผมเคยคลานเข้าไปในตึกที่ถล่มมา 875 ตึก เคยทำงานกับหน่วยกู้ภัยจาก 60 ประเทศ ก่อตั้งหน่วยกู้ภัย ในหลายประเทศ และเป็นเหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการอพยพผู้คนกรณีเกิดพิบัติภัยขององค์การ สหประชาชาติมา 2 ปี ผมได้ทำงานกับพิบัติภัยใหญ่ๆ ในโลกมาตั้งแต่ปี 1985

In 1996 we made a film, which proved my survival methodology to be correct. We collapsed a school and a home with 20 mannequins inside . Ten mannequins did 'duck and cover,' and the other ten mannequins used my 'triangle of life' survival method. After the simulated earthquake, we crawled through the rubble and entered the building to film and document the results. The film showed that there would have been zero percent survival for those doing duck and cover; and 100 percent survivability for people using my method of the 'triangle of life.'

เมื่อปี 1996 เราได้ทำภาพยนต์ขึ้นมาเรื่องหนึ่งซึ่งได้พิสูจน์ว่าวิธีการรักษาชีวิตของผมถูกต้อง เราได้ ถล่มโรงเรียนและบ้านที่มีหุ่นมนุษย์ 20 ตัวอยู่ภายใน หุ่น 10 ตัว 'มุดและหาที่กำบัง' และอีกสิบตัวใช้วิธีการรักษาชีวิตแบบ 'สามเหลี่ยมชีวิต' ของผม หลังจากแผ่นดินไหวทดลอง เราคลานผ่านซากปรักหักพังและเข้าไปในตึกเพื่อถ่ายภาพและเก็บข้อมูลของผลที่ เกิด ในภาพยนต์แสดงให้เห็นว่าอัตราการอยู่รอด ของพวกที่มุดและหาที่กำบังคือศูนย์ และโอกาสรอด 100% สำหรับพวกที่ใช้วิธี 'สามเหลี่ยมชีวิต' ของผม

This film has been seen by millions of viewers on television in Turkey and the rest of Europe, and it was seen in the USA, Canada and Latin America on the TV program.

ภาพยนต์ชุดนี้ได้ผ่านสายตาของผู้ชมโทรทัศน์เป็น ล้านๆ คนในตุรกี และส่วนที่เหลือของยุโรป เคยออกอากาศทางโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกา คานาดา และลาตินอเมริกา

The first building I ever crawled inside of was a school in Mexico City during the 1985 earthquake. Every child was under its desk. Every child was crushed to the thickness of their bones. They could have survived by lying down next to their desks in the aisles.

ตึกแห่งแรกที่ผมได้คลานเข้าไปคือโรงเรียนแห่ง หนึ่งในเมืองเม็กซิโกซิตี้ในแผ่นดินไหวปี 1985 เด็กทุก คนอยู่ใต้โต๊ะเรียน เด็กทุกคนถูกอัดแบนจนกระดูกแหลก พวกเขาอาจจะมีชีวิตรอดด้วยการนอนราบกับพื้นตรงบริเวณทางเดินข้างๆ โต๊ะเรียนของตัวเอง

At that time, the children were told to hide under something. Simply stated, when buildings collapse, the weight of the ceilings falling upon the objects or furniture inside crushes these objects, leaving a space or void next to them. This space is what I call the 'triangl e of life'. The larger the object, the stronger, the less it will compact. The less the object compacts, the larger the void, the greater the probability that the person who is using this void for safety will not be injured.

ในเวลานั้น เด็กๆ ได้รับคำแนะนำให้หลบใต้อะไรบางอย่าง อธิบายอย่างง่ายๆ เมื่อตึกถล่ม น้ำหนัก ของเพดานที่ตกลงมาบนสิ่งของหรือเครื่องเรือนที่อยู่ภายในจะทับทำลายสิ่งของเหล่านั้น เหลือที่ว่างหรือ ช่องว่างข้างๆ มัน ที่ว่างเหล่านี้คือสิ่งที่ผมเรียกว่า 'สามเหลี่ยมชีวิต' สิ่งของชิ้นยิ่งใหญ่ ยิ่งแข็งแรง โอกาสถูกทับอัดยิ่งน้อย โอกาสที่สิ่งของถูกทับอัดยิ่งน้อย ช่องว่างก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นโอกาสที่คนที่อาศัยช่องว่างเหล่านั้นหลบภัยจะไม่เป็นอันตรายก็ยิ่งมาก

The next time you watch collapsed buildings, on television, count the 'triangles' you see formed. They are everywhere. It is the most common shape.

ครั้งต่อไปที่คุณดูอาค ารที่ถล่มในโทรทัศน์ ลองนับ 'สามเหลี่ยม' ที่เกิดขึ้นที่คุณเห็นดู มันทีอยู่เต็มไปหมดทุกที่ เป็นรูปทรงที่เห็นได้มากที่สุดอยู่ทั่วไป


TEN TIPS FOR EARTHQUAKE SAFETY
สิบวิธีเพื่อความปลอดภัยยามแผ่นดินไหว

1) Almost everyone who simply 'ducks and covers' when buildings collapse are crushed to death. People who get under objects, like desks or cars, are crushed.

1) เกือบทุกคนที่ 'มุดและหาที่กำบัง' เมื่ออาคารถล่มถูกทับอัดจนตาย คนที่เข้าไปอยู่ใต้สิ่งของ อาทิ
โต๊ะหรือรถยนต์ถูกอัดทับ

2) Cats, dogs and babies often naturally curl up in the fetal position. You should too in an earthquake. It is a natural safety/survival instinct. You can survive in a smaller void. Get next to an object, next to a sofa, next to a large bulky object that will compress slightly but leave a void next to it.

2) แมว หมา และเด็กทารก โดยธรรมชาติมักจะขดตัวในท่าเหมือนอยู่ในครรภ์มารดา คุณควรทำเช่น กันในกรณีแผ่นดินไหว มันเป็นสัญชาติญาณเพื่อความปลอดภัย/รักษาชีวิต คุณสามารถมีชีวิตรอดในช่องว่างที่เล็กกว่า ไปอยู่ข้างๆ สิ่งของ ข้างเก้าอี้โซฟา ข้างของหนักๆ ชิ้นใหญ่ๆ ที่จะบี้แบนไปบ้างแต่ยังเหลือที่ว่างข้างๆ มันไว้

3) Wooden buildings are the safest type of construction to be in during an earthquake. Wood is flexible and moves with the force of the earthquake. If the wooden building does collapse, large survival voids are created. Also, the wooden building has less concentrated, crushing weight. Brick buildings will break into individual bricks. Bricks will cause many injuries but less squashed bodies than concrete slabs.

3) อาคารไม้เป็นสิ่งก่อสร้างที่ปลอดภัยที่สุดที่จะอยู่ภายในขณะแผ่นดินไหว ไม้มีความยืดหยุ่นและเคลื่อน ตัวตามแรงของแผ่นดินไหว ถ้าอาคารไม้จะถล่มจะเกิดช่องว่างขนาดใหญ่เพื่อช่วยชีวิต และอาคารไม้ยังมีน้ำหนักทับทำลายที่เป็นอันตรายน้อยกว่า อาคารอิฐจะแตกพังเป็นก้อนอิฐมากมาย ก้อนอิฐเหล่านี้ เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ แต่จะทับอัดร่างกายน้อยกว่าแผ่นคอนกรีต

4) If you are in bed during the night and an earthquake occurs, simply roll
off the bed. A safe void will exist around the bed. Hotels can achieve a
much greater survival rate in earthquakes, simply by posting a sign on the back of the door of every room telling occupants to lie down on the floor, next to the bottom of the bed during an earthqua ke.

4) หากคุณกำลังนอนอยู่บนเตียงตอนกลางคืนและเกิดแผ่นดินไหว เพียงกลิ้งลงจากเตียง ช่องว่างที่ปลอดภัยจะเกิดรอบๆ เตียง โรงแรมจะสามารถเพิ่มอัตราผู้รอดชีวิตจากแผ่นดินไหวได้ โดยเพียงติดป้ายหลังประตูในทุกห้องพักบอกให้ผู้เข้าพักนอนราบกับพื้นข้างๆ ขาเตียงระหว่างแผ่นดินไหว

5) If an earthquake happens and you cannot easily escape by getting out the door or window, then lie down and curl up in the fetal position next to a sofa, or large chair.

5) หากมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นและคุณไม่สามารถหนี้ออกมาง่ายๆ ทางประตูหรือหน้าต่าง ก็ให้นอนราบและ ขดตัวในท่าทารกในครรภ์ข้างๆ เก้าอี้โซฟาหรือเก้าอี้ตัวใหญ่ๆ

6) Almost everyone who gets under a doorway when buildings collapse is killed. How ? If you stand under a doorway and the doorjamb falls for ward or backward you will be crushed by the ceiling above. If the doorjamb falls sideways you will be cut in half by the doorway. In either case, you will be killed!

6) เกือบทุกคนที่อยู่ตรงช่องประตูตอนตึกถล่มไม่รอด เพราะอะไร? หากคุณยืนอยู่ตรงช่องประตูและวง กบประตูล้มไปข้างหน้าหรือข้างหลัง คุณจะโดนเพดานด้านบนตกลงมาทับ หากวงกบประตูล้มออกด้านข้าง คุณจะถูกตัดเป็นสองท่อนโดยช่องประตู ไม่ว่ากรณีไหน คุณไม่รอดทั้งนั้น!

7) Never go to the stairs. The stairs have a different 'moment of frequency' (they swing separately from the main part of the building).The stairs and remainder of the building continuously bump into each other until structural failure of the stairs takes place. The people who get on stairs before they fail are chopped up by the stair treads - horribly mutilated. Even if the building doesn't collapse, stay away from the stairs. The stairs are a likely part of the building to be damaged. Even if
the earthquake does not collapse the stairs, they may collapse later when overloaded by fleeing people. They should always be checked for safety, even when the rest of the building is not damaged.

7) อย่าใช้บันไดเด็ดขาด บันไดมี 'ช่วงการเคลื่อนตัว' ที่แตกต่างไป (บันไดจะมีการแกว่งแยกจากตัวอาคาร) บันไดและส่วนที่เหลือของตัวอาคารจะชนกระแทกกันอย่างต่อเนื่อง จนเกิดปัญหากับโครงสร้างของบันได คนที่อยู่บนบันไดก่อนที่บันไดจะถล่มถูกตัดเป็นชิ้นโดยชั้น บันได--ถูกแยกส่วนอย่างน่าสยดสยอง ถึงอาคารจะไม่ถล่มก็ควรอยู่ห่างบันไดไว้ บันไดเป็นส่วนของ
อาคารที่มีโอกาสถูกทำให้เสียหาย ถึงแม้แผ่นดินไหวจะไม่ได้ทำให้บันไดถล่ม มันอาจถล่มในเวลาต่อมา เมื่อรับน้ำหนักมากเกินไปจากคนที่กำลังหนี มันควรได้รับการตรวจสอบความปลอดภ ัยเสมอ ถึงแม้ส่วนที่
เหลือของอาคารจะไม่ได้รับความเสียหายก็ตาม

8) Get near the Outer Walls Of Buildings or Outside Of Them if possible. It is much better to be near the outside of the building rather than the interior. The farther inside you are from the outside perimeter of the building the greater the probability that your escape route will be blocked.

8) ไปอยู่ใกล้กำแพงด้านนอกของอาคารหรือออกจากอาคารถ้าเป็นไปได้ จะเป็นการดีกว่ามากที่จะอยู่ใกล้ส่วนนอกของอาคารมากกว่าจะอยู่ที่ส่วนในของอาคาร คุณยิ่งอยู่ลึกเข้าไปหรือไกลจากบริเวณภายนอกของอาคารมากเท่าไหร่ โอกาสที่ทางหนี้ของคุณจะถูกปิดกั้นยิ่งมีมาก

9) People inside of their vehicles are crushed when the road above falls in an earthquake and crushes their vehicles; which is exactly what happened with the sl abs between the decks of the Nimitz Freeway. The victims of the San Francisco earthquake all stayed inside of their vehicles. They were all killed. They could have easily survived by getting out and sitting or lying next to their vehicles. Everyone killed would have survived if they had been able to get out of their cars and sit or lie next to them. All the crushed cars had voids 3 feet high next to them, except for the cars that had columns fall directly across them.

9) คนที่อยู่ภายในรถยนต์ถูกทับอัดเมื่อถนนด้านบนตกลงมาเพราะแผ่นดินไหวและทับรถ ของพวกเขา นี้เป็น สิ่งที่เกิดขึ้นกับแผ่นคอนกรีตระหว่างชั้นของถนนหลวงนิมิทซ์ ผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดจากแผ่นดินไหวที่ซานฟรานซิสโกอยู่ในรถของตัวเอง พวกเขาตายทั้งหมด พวกเขาสามารถมีชีวิตรอดได้ง่ายๆ ด้วยการออกจากรถและนั่งหรือนอนราบอยู่ข้างๆ รถตัวเอง คนที่ ตายทุกคนอาจรอดได้ถ้าพวกเขาสามารถออกจากรถและนั่งหรือนอนราบอยู่ข้างรถตัวเอง รถที่ถูกทับอัดทุกคันมีช่องว่างสูง 3 ฟุตอยู่ข้างๆ ยกเว้นรถที่ถูกเสาคานตกทับกลางคันรถ

10) I discovered, while crawling inside of collapsed newspaper offices and other offices with a lot of paper, that paper does not compact. Large voids are found surrounding stacks of paper.

10) ผมค้นพบ--ขณะที่คลานเข้าไปในซากสำนักงานหนังสือพิมพ์และสำนักงานอื่นที่มีกระดาษจำนวนมาก--ว่ากระดาษไม่อัดตัว จะพบช่องว่างขนาดใหญ่รอบๆ กองกระดาษที่เรียงทับซ้อนกัน


Spread the word and save someone's life.
กระจายข้อมูลนี้และช่วยชีวิตคนบางคน

15 มิถุนายน 2551

เพราะอะไร

ในวันแรกที่พระเจ้าสร้างโลกพระเจ้า  ได้สร้างวัวขึ้นคู่หนึ่ง และบอกกับวัวว่า  วันนี้เราได้สร้างเจ้าขึ้น ในฐานะของวัว  เพื่อทำงานหนักกลางทุ่งนา ท่ามกลางแสงแดดจ้าทั้งวัน แล้วเราจะให้เจ้ามีชีวิตยืนยาว 50 ปี  วัวย้อนกลับว่า 'ชีวิตที่ยากลำบากเช่นนี้  จะให้มีอายุยาวถึง 50ปีน่ะหรือ?ฮึ! เมินเสียเถอะ ขอแค่มีอายุเพียง 20 ปี ก็พอแล้วล่ะ เอาคืนไปเลย 30 ปีถ้าได้ก็โอเค' และพระเจ้าตอบตกลง
 
วันต่อมา พระเจ้าสร้างสุนัขขึ้น และบอกกับมันว่าเราสร้างเจ้าขึ้น ในฐานะของสุนัข หน้าที่ของเจ้าคือนั่งอยู่ที่ประตูบ้านและเห่าเมื่อมีคนเข้ามาแล้วเราจะให้เจ้ามีอายุยืนถึง 20 ปี สุนัขได้ฟัง ก็พูดขึ้นว่านั่งเฝ้าหน้าประตูบ้าน 20 ปี! ช่างเป็นชีวิตที่น่าเบื่ออะไรเช่นนี้ ขอคืนชีวิต 10 ปีก็แล้วกัน' พระเจ้าตอบตกลง
 
วันต่อมา พระเจ้าสร้างลิงขึ้น และบอกกับลิงว่าเราสร้างเจ้าขึ้น ในฐานะของลิง หน้าที่ของเจ้าคือ สร้างความสนุกสนาน และใช้เล่ห์เหลี่ยมของลิง หลอกล่อคนให้หัวเราะ แล้วเราจะให้เจ้ามีอายุยืน 20 ปี' ลิงได้ฟัง จึงตอบว่า'อะไรนะ..ทำให้คนหัวเราะ ทำหน้าลิง และเล่ห์กลต่างๆ  ตั้ง 20 ปี นะเหรอ?ไม่เอาด้วยหรอก ขอคืนชีวิตไป 10 ปี เหลือแค่10 ปีก็แล้วกัน พระเจ้าตอบตกลง
 
วันต่อมา พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้น และบอกว่าเราสร้างเจ้าขึ้น ในฐานะที่เป็นมนุษย์ หน้าที่ของเจ้าคือ กิน นอน เที่ยวเล่นสนุกสนาน โดยไม่ต้องทำงานใดๆ เราจะให้เจ้ามีชีวิต 20 ปี มนุษย์ได้ฟัง ก็ต่อรองว่าชีวิตที่สบายเช่นนี้ แล้วท่านจะให้เรามีชีวิตแค่ 20 ปีนะเหรอ เอาอย่างนี้ดีกว่า เราขอชีวิตที่วัวคืนชีวิตให้ท่าน 30 ปี สุนัข 10 ปี และลิง 10 ปี มาเป็นของเรา เพื่อให้เรามีอายุยืนถึง 70 ปี ตกลงไหม?' พระเจ้าตอบตกลง  นั่นเป็นเหตุผลว่า...ทำไมชีวิตของเราในช่วง 20 ปีแรกจึงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน กิน นอน เล่นและไม่ต้องทำอะไรมากมาย 30 ปี ต่อมา ต้องทำงานหนักทั้งวัน เพื่อสร้างครอบครัว 10 ปี ต่อมา เกษียณอยู่ที่บ้าน เฝ้าหน้าบ้าน และตะคอกคนที่ผ่านไปมา 10 ปี ต่อมา เป็นปู่/ย่า ตา/ยาย ที่ต้องทำหน้าลิง และเล่ห์กลต่างๆเพื่อหลอกล่อหลาน! (จะอยู่ได้จนถึงทำหน้าลิงมั๊ยเนี่ย)

14 มิถุนายน 2551

Call is better than SMS

This lady has changed her habit of how she lists her names on her mobile phone after her handbag was stolen. Her handbag, which contained her cell phone, credit card, wallet... etc... was stolen.

20 minutes later when she called her husband, from a pay phone telling him what had happened, husband says 'I received your text asking about our Pin number and I've replied a little while ago.'

When they rushed down to the bank, the bank staff told them all the money was already withdrawn. The thief had actually used the stolen cell phone to text 'hubby' in the contact list and got hold of the pin number. Within 20 minutes he had withdrawn all the money from their bank account.

Moral of the lesson: Do not disclose the relationship between you and the people in your contact list. Avoid using names like Home, Honey, Hubby , Sweetheart, Dad, Mom, etc.... And very importantly, when sensitive info is being asked through texts, CONFIRM by calling back. Also, when you're being text by friends or family to meet them somewhere, be sure to call back to confirm that the message came from them. If you don't reach them, be very careful about going places to meet 'family and friends' who text you.

13 มิถุนายน 2551

TEST - จริยธรรมของตัวคุณ

กติกา
แบบทดสอบนี้มีคำถามเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นคำถามที่สำคัญยิ่ง หากคุณตอบคำถามนี้อย่างสัตย์ซื่อ คุณจะสามารถตรวจสอบจุดยืนทางจริยธรรมของตัวเองได้ หลังสถานการณ์จำลอง เราจะถามคำถาม เพื่อทดสอบการตัดสินใจของคุณจงจำขึ้นใจว่า คุณต้องตอบคำถามดังกล่าวอย่างสัตย์ซื่อ และตอบทันควันตามสัญชาตญาณส่วนลึกของคุณ โปรดอ่านสถานการณ์จำลองข้างล่างนี้อย่างช้าๆ โดยพิจารณาความอย่างละเอียดทุกตัวอักษร

สถานการณ์จำลอง
สมมติว่า ขณะนี้คุณอยู่ที่เมืองไมอามี่ รัฐฟลอริดา รอบตัวคุณเต็มไปด้วยความพินาศย่อยยับจากพายุเฮอริเคนและน้ำท่วมใหญ่ ตัวคุณคือช่างภาพหนังสือพิมพ์ชื่อดัง ผู้โชคดีมีชีวิตรอดอยู่ท่ามกลางภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ สถานการณ์เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มองไปที่ใดก็เห็นแต่ซากผู้คนและบ้านเรือนซึ่งถูกน้ำพัดพา ด้านตัวคุณพยายามจะถ่ายภาพชิ้นเอกที่โดดเด่นที่สุดในชีวิตการทำงาน... ภาพซึ่งสะท้อนความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติ... ภาพแห่งชีวิต

แบบทดสอบ
ทันใดนั้น คุณมองเห็น ชายผู้รอดชีวิตอีกคนจมอยู่ในกระแสน้ำเชี่ยว เขากำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเองอย่างหนักหน่วง คุณพยายามเคลื่อนตัวไปใกล้ชายผู้นั้น หน้าตาของเขาแลดูคุ้นเคย ไม่ถึงวินาที คุณก็ตระหนักชัดในทันใดว่า
***********************
เขาคือ พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง!!!!!!!!!!!!!!!! วินาทีเดียวกับที่คุณรู้ว่าเขาคือใคร สายน้ำอันเชี่ยวกรากก็กำลังจะพรากชีวิตของเขาให้จมดิ่งอยู่ใต้บาดาลตลอดกาล

ตอนนี้คุณมีทางเลือกสองทาง ทางหนึ่งคือยื่นมือเข้าช่วยชีวิตอดีตนายก อีกทางหนึ่งคือ กดชัตเตอร์ถ่ายภาพระดับรางวัลพูลิตเซอร์ ภาพซึ่งบันทึกวาระสุดท้ายของนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกขณะนี้

คำถามข้างล่างนี้คือคำถามเพียงหนึ่งเดียวของเรา โปรดตอบคำถามด้วยความสัตย์ซื่อ เพื่อค้นหาจุดยืนทางจริยธรรมของตัวคุณเอง


*******


******


*****


****


***


**


*

คุณจะเลือกใช้ฟิล์มสีหรือฟิล์มขาวดำ ?

Call 1137 รถเสียช่วยฟรี

ผู้ใช้รถ หรือผู้ที่ไม่ได้ใช้รถส่วนตัว จะไปบอกต่อกันก็ได้
ช่วยกันบอกต่อๆ ไป รถเสียช่วยฟรี กด 1137

ชาวกรุงซึ้งน้ำใจรถเสียช่วยฟรี 24 ชม. รถ เสียกลางกรุงไม่ต้องตกใจ กด 1137
เรียกใช้บริการช่างซ่อมอาสาได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ตามโครงการ
'ปันน้ำใจช่วยเหลือ สังคม'
ช่วยป้องกันทั้งโจรในคราบพลเมืองดีและภัยสุภาพสตรีที่รถเกิดเสียกลางทาง
เผยคนยังเรียกใช้น้อย เพราะส่วนใหญ่ยังไม่ รู้จัก
วอนรัฐช่วยส่งเสริมสนับสนุน ขณะที่ ผู้คนในสังคมต่างดิ้นรนเอาตัวรอด
ส่งผลให้ผู้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้นเสีย สละต่อผู้อื่นน้อยลง
และไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของคนอื่น แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนหนึ่งแม้จะไม่มากนัก
แต่ก็พร้อมจะทำงานที่เสียสละช่วยเหลือคนอื่น โดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน
อย่างกลุ่มคนในโครงการ'ปันน้ำใจช่วยเหลือรถจอดเสียกลางทาง'

นายกฤตวิทย์ ศรีพสุธา เจ้าของโครงการ'ปันน้ำใจช่วยเหลือรถจอดเสียกลางทาง' กล่าวถึงที่มาโครงการนี้ ว่า

เห็นข่าวผู้หญิงรถเสียในเวลากลางคืนและเกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา โดยพวกมิจฉาชีพคอยทำร้ายชิง ทรัพย์รวมไปถึงทำตัวเป็นพลเมืองดีในคราบโจรแล้วน่าเป็นห่วง

นอกจากนี้จากการสำรวจดู ยังพบว่า มีรถเก่าจอดเสียอยู่ข้างทางไกลบ้านและไม่มีใครดูแลจึงได้หารือกับ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล ผบก.จร .. เพื่อหาทางแก้ไขให้ประชาชนมีที่พึ่ง เพราะเชื่อว่าในสังคมไทยยังมีคนดีอยู่อีก จำนวนมาก

บทสรุปที่ได้ คือ ให้ตำรวจแต่ละท้องที่จัดหาอู่ซ่อมรถ จัดซื้อรถลากรถยกไว้ให้บริการ
โดยมีตำรวจโครงการพระราชดำริมาร่วมด้วยช่วย กัน
ปรากฏว่าเจ้าของอู่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยไม่คิดค่าแรง และบอกว่ายินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็ม ที่ เพราะต้องการช่วยประชาชนอยู่แล้วแต่ ไม่มีโอกาส

นายกฤตวิทย์ กล่าวว่า เพื่อสร้างความ เชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่
จึง กำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่ออกให้บริการต้องติดบัตรใส่ชุดฟอร์ม และไม่รับค่าตอบแทน
เพราะทุกคนทำด้วยใจรัก'บริษัทได้ทำประกันอุบัติเหตุให้เป็นค่า ตอบแทน 1 ปี
ถึงขณะนี้การช่วยเหลือยังน้อยอยู่เดือนหนึ่งประมาณ 50-60 ราย
เฉลี่ยวันละ 4-5 รายแต่ในช่วงคืน ฝนตกจะมีคนเรียกใช้มากถึงวันละ 10 ราย'

ผู้ริเริ่มโครงการนี้กล่าวและยอมรับ ว่า โครงการ ' ปันน้ำใจช่วย เหลือรถจอดเสียกลางทาง'
ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย เนื่องจากประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนยังไม่ทราบว่ามีโครงการนี้

หากมีการประชาสัมพันธ์มากกว่าที่เป็นอยู่เชื่อว่าจะมีคนที่เดือดร้อนขอใช้ บริการมากกว่านี้
และน่าจะมีอู่ซ่อมรถยนต์มาร่วมช่วยเหลือมากขึ้น 'ถ้าผู้ใช้รถไม่ฟัง จส. 100จะไม่ รู้ว่ามีโครงการนี้

อย่างไรก็ดียังมีประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่เชื่อใจว่าจะช่วยเหลือจริงหรือเปล่า จะหวังอะไรหรือไม่ ถ้าทำอย่างโปร่งใส

คนจะเชื่อใจและใช้บริการมากขึ้นเราก็พร้อมจะขยายขอบข่ายการช่วยเหลือออก ไป
เพราะโครงการนี้ตั้งเป้าใช้งบไว้ 4 ล้านบาท แต่ทำจริงๆใช้เงินเพียง 1.69 ล้านบาทเท่านั้น'

นายกฤตวิทย์กล่าวและย้ำว่า คนที่ต้อง การความช่วยเหลือจากรถเสีย
กดโทรศัพท์แจ้งเรื่องได้ที่ 1137

10 มิถุนายน 2551

เรื่องน่ากลัวของน้ำแข็งแห้ง

มีครอบครัวหนึ่ง ขับรถเดินทางกลับจากต่างจังหวัด แล้วได้แวะซื้อไอศครีมกลับบ้านด้วย (ซึ่งทางร้านก็แพ็คใส่กล่องโฟมให้ มีสติ๊กเกอร์แปะอยู่ 2 ข้างเพื่อไม่ให้ฝาหลุด) โดยกล่องไอศครีมได้ถูกวางไว้ที่คาร์ซีทของเด็ก
The Family was driving back from the province then stop to buy icecream home which was contained in the foam box with sticker on either side to prevent the lid from getting loose.

ระหว่างทางอาม่าเริ่มรู้สึกเหนื่อย เหมือนหายใจไม่ออก แล้วมีอาการหอบ ซึ่งทุกคนในรถก็รู้สึกเช่นเดียวกัน และสังเกตุเห็นเด็กในรถ...หายใจแรงและหอบ หลังจากนั้น...อาม่าและหลานก็เริ่มหายใจถี่ แรง แล้วก็หอบมากขึ้น...
On the way home, grandmother began to feel so tied as if she was suffocated without the air to breath, so was everyone in the car including the child. The situation became more and more serious that the grandmother and child started shaking due to lacking of the air.

จนคนหนึ่งในรถเอะใจว่า...น่าจะเป็นเพราะน้ำแข็งแห้งที่แพ็คมาในไอศครีม เนื่องจากเป็นคาร์บอนไดออกไซค์ เมื่อรถถูกปิดหน้าต่างและเปิดแอร์อยู่ จึงทำให้ออกซิเจนในรถน้อยลง อากาศไม่ไหลเวียน... เลยรีบเปิดหน้าต่าง อาการของทุกคนก็หายทันที
It's suspected this whether may be caused by "Dry Ice" contained in the icecream box, which was source of Carbondioxide. Upon shutting down the window and tuning on the air-conditioner unable less and less quantity of Oxygen resulting in the suffocation. Soon after someone opened the window the every symptom felt better and became normal.

กรณีถ้าเป็นรถเก๋ง..หากเราวางไว้ในกระโปรงหลังรถ..น่าจะปลอดภัยกว่า แต่รถคันดังกล่าวเป็นรถ 3 ตอน แถมวางไว้ตรงตอน 2 กลางรถพอดี.. คาร์บอนไดออกไซด์...มันก็เลยไหวเวียนอยู่ในรถนั่นแหละ น่ากลัวมากๆ เพราะถ้าหากทุกคนหลับกันหมด อาจทำให้ไม่แสดงอาการให้เราเห็น..ก็เป็นได้
In case of sedan, it's advisible to put it in the back for safety reason. However, the said car was really frightening and dangerous if you were asleep, it would show no sign.

ฉะนั้น...หากจำเป็นต้องไว้ภายในรถ..ก็ควรต้องแพ็คโดยปิดเทปรอบปากกล่องให้หนาแน่นกว่านี้ เพื่อให้แน่ใจว่าคาร์บอนไดออกไซด์ในกล่องไม่สามารถรั่วไหลออกมาได้
Therefore, if it's necessary to keep it inside the car, it should be sealed around the box and well packed to ensure that the Carbondioxide cannot leak out from the box.

4 มิถุนายน 2551

ผมโดนด่าว่าควาย

จากเรื่อง จริงของใครบางคนครับ อ่านแล้ว คิดดูนะครับ
ขณะที่ผมกำลังขับรถเดินทางไปจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นทางคดเคี้ยวบนเขาจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทันใดนั้นเองผมเห็นรถโผล่พ้นเหลี่ยมเขาซึ่งเป็นทางโค ้งวิ่งมาด้วยความเร็วลักษณะส่ายไปมาแถมยังกินเลนเข้า มายังถนนฝั่งของผม ทำให้ผมต้องเบรกจนตัวโก่งพร้อมกับหักรถหลบลงไหล่ทาง คนขับเป็นผู้หญิง ก่อนที่รถจะสวนกันเขาก็ชะโงกหน้าออก จากรถแล้วตะโกนด้วยเสียงดังว่า " ควาย...ย...ย " มันทำให้ผมโมโหมากจึงตะโกนสวนออกไปว่า " E... ค...ว...า...ย "

ขี่รถผิดกฎจราจรจนเกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุไม่พอยังมาด่าเราอีก ยังดีนะที่เราด่ามันทันก่อนที่มันจะขับรถสวนพ้นไป

มัวแต่นึกแค้นใจที่ถูกด่าอยู่นั้นทันทีที่ผมขับรถพ้น เหลี่ยมเขา " เอี๊ยด...เอี๊ยด...โครม... " รถผมก็ชนควายเข้าอย่างจัง
(ที่จริงแล้วเขาไม่ได้ด่าเรา แต่เขาบอกเราว่ามีฝูงควายอยู่ข้างหน้า เพราะกรอบความคิดที่เกิดจากประสบการณ์ของเราทำให้เราเข้าใจผิดคิดว่าความหวังดีที่ เตือนให้ระวังเพราะมีควายอยู่ข้างหน้า กลายเป็นการคิดว่าถูกด่าว่าเป็นควาย )
นี่คือโทษของการคิดอยู่แต่ในกรอบ และมองโลกในแง่ร้ายเสมอ