Google
 

30 ธันวาคม 2551

น้าชายกับหลานสาววัยกะเต๊าะ

น้องจอยเป็นเด็กเรียบร้อยจากต่างจังหวัด

เข้ามาอยู่กับน้าชายเพื่อมาเรียนหนังสือ

ทุกคนคิดว่าทั้งคู่เป็นน้าหลานกันธรรมดา

จนกระทั่งวันหนึ่ง น้องจอยพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า

'น้าถอดเสื้อของจอยออกได้ไหม'

น้าชายก็ถอดเสื้อของน้องจอยออกอย่างว่าง่าย

'น้าถอดกางเกงจอยด้วย'

น้าชายรีบถอดกางเกงหลานสาวโดยทันที

น้องจอยพูดด้วยอาการอายต่อไปว่า

'ยกทรงหนูด้วย'

น้าชายปลดตะขอยกทรงน้องจอยออก

จากนั้น......น้องจอยก็พูดด้วยอาการหน้าแดงว่า

'กางเกงในหนูก็ถอดด้วยสิ'

น้าชายถอดเสื้อผ้าของน้องจอยออกจนหมด

จากนั้นน้องจอยก็กล่าวว่า.................











..........'คราวหน้าน้าอย่าเอาเสื้อผ้าของจอยไปใส่อีกนะ'







ใครกำลังคิดลามก เขกหัวตัวเอง 1 ที



โปรดส่งต่อ ถ้าอยากให้เพื่อนคุณเขกหัวตัวเอง

23 ธันวาคม 2551

รักใครอย่าให้เค้านั่งตรงนั้น

ฝากประชาสัมพันธ์ด้วยครับ ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครอีกเลย แต่บ้านเรายางรถถ้าไม่เห็นเส้นผ้าใบก็ไม่ยอมเปลี่ยน บางคันเปลี่ยนแต่เอาไปซ้อนไว้ล้อด้านใน


รักใครอย่าให้เค้านั่งตรงนั้น รถบัสโดยสาร(โพธิ์ทอง สงขลา)ยางระเบิด แรงอัดทะลุพื้นรถเก้าอี้ผู้โดยสารหลุดทางช่องล้อบดสองนักศึกษาสาวที่นั่งมาเละ2 ศพ บาดเจ็บ 3 คน

นี่เป็นข่าวที่น้องเราส่งมาให้ดู เหตุเกิดที่บ้านเราเองแหละ หาดใหญ่ สงขลา มันอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กะใครก้ได้ เพราะฉะนั้น ทั้งคุณและคนที่คุณรัก จงอย่าได้ให้เค้าไปนั่งเด็ดขาด

ตรงไหนอะหรอ

ก็ที่นั่งบนรถโดยสาร ส่วนที่อยู่บนล้อรถไง ยังไงก้เข้าไปอ่านเนื้อข่าวดูนะ


ข่าว สันติภาพ รามสุต สงขลา /รถบัสโดยสารยางระเบิด แรงอัดทะลุพื้นรถเก้าอี้ผู้โดยสารหลุดทางช่องล้อบดสองนักศึกษาสาวที่นั่งมาเละ2 ศพ บาดเจ็บ 3 คน

เมื่อเวลา 1 7.00 น.วันที่ 26 พ.ย. พ.ต.ท.สมพร สุวรรณ สารวัตรเวร สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสาร สายหาดใหญ่ - สงขลา ยางระเบิด บนถนนกาญจนวานิช ขาเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ เหตุเกิดหน้าสำนักงานอุตสาหกรรมจ.สงขลา เขตเทศบาลตำบลน้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยตึ้งหาดใหญ่ และเจ้าหน้าที่ศูนย์นเรนทรสงขลาเพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยพบว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุสองคนทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ทรงวิไล สุไมรยา อายุ 21 ปี และน.ส.ขวัญธิดา เพ็ชรสง อายุ 21 ปี ทั้งสองคนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 แผนกบัญชี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สภาพถูกรถเหยียบจนกระดูกหักทั้งตัว

นอกจากนี้ยั้งมีผู้บาดเจ็บอีก 3 คน คือน.ส.เสาวณี จันทน์สว่าง อายุ 21 ปี น.ส.กุสุมา แปะเทียว อายุ 21 ปี และน.ส.จิรารัตน์ ไชยแก้ว อายุ 19 ปี ทั้งสามคนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยและเรียนอยู่แผนกเดียวกันกับผู้ตาย ถูกนำส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ห่างจากจุดที่พบศพออกไปราว 200 เมตร พบรถบัสโดยสารสายหาดใหญ่ - สงขลา ทะเบียน 10-0147 จอดอยู่ริมถนนในภาพที่ยางล้อหลังด้านซ้ายระเบิดทั้งสองเส้น และพื้นรถซึ่งปูด้วยไม้ทะลุเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่เก้าอี้ผู้โดยสารหายไป 1 ตัว

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่รถบัสคันดังกล่าวซึ่งรับผู้โดยสารจากตัวเมืองสงขลา และส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียน นักศึกษา นั่งมาเต็มคันรถ เพื่อเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าสำนักงานอุตสาหกรรมจ.สงขลา ซึ่งเป็นทางโค้งและลงจากเนิน รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง ยางหลังด้านซ้ายเกิดระเบิดขึ้นทั้งสองล้อ และแรงอัดได้ทะลุพื้นรถเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ ทำให้เก้าอี้ผู้โดยสารที่สองนักศึกษานั่งอยู่หลุดลงไปใต้ท้องรถ และถูกล้อรถบดขยี้และลากไปตามพื้นที่ถนนกว่า 100 เมตรเสียชีวิตคาที่ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้โดยสารที่เห็นทั้งคู่เสียชีวิตต่อหน้าต่อตา นอกจากนี้เศษไม้จากพื้นรถได้กระเด็นไปถูกนักศึกษาที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ กันบาดเจ็บอีก 3 ราย

อย่างก็ตามหลังเกิดเหตุตำรวจได้ควบคุมตัว นายเคริน สำนวน อายุ 43 ปี คนขับมาทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีฐานขับรถประมาททำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว

21 ธันวาคม 2551

ภัยจากนามบัตร

หญิงคนหนึ่ง ไปเติมแก็สที่ปั้มแก็ส มีชายมาเสนอบริการทาสี โดยยื่นนามบัตรให้ หญิงคนนั้นก็รับ มาอ่าน แล้วถือเข้ามาในรถด้วย สักครู่เมื่อขับรถออกมาจากปั้มแก็ส ก็สังเกตว่าชายคนนั้นขับรถ ตามมา และเธอก็รู้สึกว่า หายใจไม่ค่อยออก เธอรับเปิดหน้าต่าง และตระหนักว่ากลิ่นนั้นมาจาก มือของเธอเอง ซึ่งเป็นมือข้างที่เธอรับนามบัตรมาจากชายคนนั้น เธอตัดสินใจขับรถและกดแตร ดังไปตลอดทางเพื่อขอความช่วยเหลือ ชายคนนั้นจึงขับรถหนีไป

ยาที่ป้ายบนนามบัตร คือ ยา BURUNDANGA เพิ่อให ้เราหมดสติ ควบคุมตนเองไม่ได้ แล้วเจ้า ตัวร้ายก็จะขโมยของและหรือข่มขืนเรา โดยยานี้มีประสิทธิภาพแรงกว่ายาที่ใช้ข่มขืนสาวๆ ถึง 4 เท่า ดังนั้นอย่ารับ กระดาษ นามบัตร แผ่นพับ จากคนแปลกหน้านะจ๊ะ !!!!

20 ธันวาคม 2551

ไมโครซอฟ แจกเงิน ทุกคน ด่วน

อ่านดีๆ
อย่าลบอีเมล์นี้ทิ้งเป็นขยะเด็ดขาด เพราะคุณจะเสียใจภายหลังบริษัท ไมโครซอฟ ทำการสำรวจการตลาดผู้ที่ใช้ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ทของ ไมโครซอฟ โดยแจกเงินให้กับผู้ส่งอีเมล์นี้ต่อไปให้เพื่อน 245 ดอลล่าต่อคน และถ้าคนที่รับไปแล้วเอาไปส่งต่อให้เพื่อนคนอื่นอีก ไมโครซอฟ ก็จะจ่ายให้เราอีก 243ดอลล่าต่อคน แล้วถ้าคนที่สองส่งต่อไปให้คนที่สามก็อีก ไมโครซอฟ ก็จะจ่ายให้เราอีก 241ดอลล่าต่อคน ไมโครซอฟ แจกเงินให้เราถึง3ระดับชั้นเลย โดยที่เราไม่เสียอะไรสักบาท เพราะฉะนั้นยิ่งส่งต่อให้เพื่อนหลายคนก็ยิ่งได้มากขึ้นเท่านั้น

กติกามีอยู่ว่า เพื่อนคนที่เราส่งอีเมล์นี้ต่อไปให้นั้นต้องใช้ระบบวินโดว์ของไมโครซอฟ หรืออินเตอร์เน้ท เอ็กพลอเร่อ ของไมโครซอฟ (ซึ่งปกติเราๆก็ใช้กันอยู่)

ภายในสองอาทิตย์ ทาง ไมโครซอฟ จะติดต่อเรากลับมาทาง อีเมล์ เพื่อถามที่อยู่ของเราแล้วจะส่งเช็คมาให้

ส่งต่อให้เพื่อนๆ ง่ายยิ่งกว่าส่งจดหมายลูกโซ่อีก ลองดูไม่เสียอะไรเลยสักบาท แต่ได้เงินจริงๆ

Dear Friends,
Please do not take this for a junk letter. Bill Gates is sharing his fortune. If you ignore this you will repent later. Microsoft and AOL are now the largest Internet companies and in an effort to make sure that Internet Explorer remains the most widely used program, Microsoft and AOL are running an e-mail beta test.

When you forward this e-mail to friends, Microsoft can and will track it (if you are a Microsoft Windows user) for a two week time period.

For every person that you forward this e-mail to, Microsoft will pay you $245.00, for every person that you sent it to that forwards it on, Microsoft will pay you $243.00 and for every third person that receives it, you will be paid $241.00. Within two week! s, Microsoft will contact you for your address and then send you a cheque.

16 ธันวาคม 2551

แบงก์ขึ้นค่าดูแลบัญชี

ธนาคารดาหน้ากินค่ารักษาบัญชีจากลูกค้า ล่าสุดธนาคารกรุงเทพประกาศใครทิ้งเงินฝากออมทรัพย์ไว้ต่ำ 2,000 บาท ไม่เคลื่อนไหว 1 ปี เสียเดือนละ 50 บาท

นางรัชนี นพเมือง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. เป็นต้นไป ธนาคารจะเก็บค่ารักษาบัญชีจากลูกค้าเงินฝาก 50 บาท/เดือน กรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกิน 12 เดือน สำหรับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่มีเงินฝากต่ำกว่า 2,000 บาท
อัตราดังกล่าวเป็นการปรับจากเดิมที่กำหนดไว้ว่า หากลูกค้าทิ้งเงินไว้ต่ำกว่า 500 บาท ไม่เคลื่อนไหวเกินกว่า 12 เดือน จะเก็บ 50 บาทต่อเดือน

“ธนาคารปรับขึ้นค่ารักษาบัญชีให้เท่ากับระบบ เพราะทั้งธนาคารไทยพาณิชย์ กสิกรไทย ต่างปรับเกณฑ์ขึ้นเป็น 2,000 บาทกันไปแล้ว ธนาคารกรุงเทพถือเป็นลำดับท้ายๆ ที่หันมาปรับเกณฑ์ขึ้นมา โดยถึงตอนนี้มีเพียงธนาคารกรุงไทยเท่านั้นที่ยังใช้เกณฑ์ 500 บาท แล้วคิดค่ารักษาบัญชีเดือนละ 50 บาทอยู่” นางรัชนี กล่าว

นางรัชนี กล่าวว่า จุดประสงค์ของการปรับเกณฑ์เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามาเดินบัญชี เพราะธนาคารมีลูกค้าหลายล้านบัญชี หากลูกค้าทิ้งเงินไว้เฉยๆ จะกลายเป็นต้นทุน ทั้งต้นทุนด้านการพนักงาน และระบบคอมพิวเตอร์ที่ต้องเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

“ถ้ามีเงินต่ำกว่า 2,000 บาท ก็ไม่ควรทิ้งไว้ในบัญชีออมทรัพย์เฉยๆ อยู่แล้ว แต่เราจะเก็บเฉพาะบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวเกิน 1 ปี ถึงจะมีเงินเหลือ 3 บาทในบัญชี แต่มีความเคลื่อนไหว 1 ครั้ง ไม่ว่าจะฝาก ถอน โอน หรือบิลเพย์เมนต์ก็ไม่โดนเก็บ แบงก์จะเริ่มนับหนึ่งใหม่ หรือกรณีรับเงินเดือนผ่านแบงก์กรุงเทพ ก็ไม่โดนเก็บ เพราะมีเงินเข้าทุกเดือน” นางรัชนี กล่าว

นางรัชนี กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้ติดประกาศเกณฑ์ใหม่ในทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่แจ้งลูกค้าให้รับทราบ แต่คงไม่สามารถส่งจดหมายแจ้งลูกค้ารายคนได้ เพราะฐานจำนวนลูกค้าใหญ่มาก

พนักงานธนาคารกรุงเทพ แนะนำว่า หากจะทิ้งเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เฉยๆ โดยไม่ทำอะไร ขอแนะนำว่าให้เปลี่ยนมาเปิดบัญชีฝากประจำไว้ดีกว่า อาทิ ฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน เพราะเมื่อครบกำหนดฝาก นอกจากจะได้รับโอนดอกเบี้ย ธนาคารจะต่ออายุเงินฝากให้อัตโนมัติ ทำให้ไม่ถูกเก็บค่ารักษาบัญชี 50 บาท และบัญชีฝากประจำกำหนดการรับฝากขั้นต่ำไว้ที่ 2,000 บาท

ด้านธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ธนาคารยังไม่มีนโยบายปรับเกณฑ์ค่ารักษาบัญชีไม่เคลื่อนไหว ปัจจุบันยังใช้เกณฑ์เก็บค่าธรรมเนียมสำหรับยอดเงินคงเหลือต่ำกว่า 500 บาท ไม่เคลื่อนไหวเกิน 12 เดือน

ขณะที่พนักงานธนาคารทหารไทย แจ้งว่า ได้ปรับเกณฑ์เก็บค่ารักษาบัญชีสำหรับยอดฝากต่ำกว่า 500 บาท เป็นต่ำกว่า 1,000 บาท ไปเมื่อกลางปี ยังไม่มีนโยบายจะปรับเป็น 2,000 บาทตามระบบ

จากการตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันเหลือเพียงธนาคารกรุงไทย นครหลวงไทย ธนชาต เกียรตินาคิน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ไทยเครดิต เอไอจี ที่คิด 50 บาทต่อเดือน หากมีเงินเหลือในบัญชี 500 บาท ไม่เคลื่อนไหว 1 ปี ส่วนธนาคารสินเอเซียนั้นไม่คิดค่าธรรมเนียมใดๆ

ขณะที่ธนาคารทิสโก้และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กำหนดไว้สูงถึง 5,000 บาท หากไม่เคลื่อนไหว 12-24 เดือน จะคิดเดือนละ 50 บาท

- Post Today
- hot.in.th

14 ธันวาคม 2551

สาสน์จากท่าน Dalai Lama

สาสน์จากท่าน Dalai Lama ที่ได้กล่าวไว้สำหรับปี 2008 นี้
คุณใช้เวลาในการอ่านและคิดตาม เพียง 2-3 นาทีเท่านั้น โปรดอย่าเก็บคำสอนนี้ไว้คนเดียว มิเช่นนั้นมนตราที่ส่งมานี้จะจากคุณไปภายใน 96 ชั่วโมงแล้ว…คุณจะได้พบกับสิ่งประหลาดมหัศจรรย์ที่คุณจะยินดีมาก

ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิต

1. ระลึกเสมอว่า การจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็ต้องประสบกับความเสี่ยงอัน มหาศาลดุจกัน
2. เมื่อคุณแพ้ อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน
3. จงปฏิบัติตาม 3Rs
3.1 เคารพตนเอง (Respect for self)
3.2 เคารพผู้อื่น (Respect for others)
3.3 รับผิดชอบต่อการกระทำของตน (Responsibility for all your actions)
4. จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนบางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์
5. จงเรียนรู้กฎ เพื่อจะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม
6. จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ
7. เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข
8. จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน
9. จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป
10. จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด
11. จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อที่ว่าเมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับมาคุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำลงไปได้อีกครั้ง
12. บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต
13. เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต
14. จงแบ่งปันความรู้ เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ
15. จงสุภาพกับโลกใบนี้
16. จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้ง
17. จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือความรักมิใช่ความใคร่
18. จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ
19. จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง

โปรดส่งมนตรานี้ต่อ ๆ ไป อย่างน้อย 5 คน แล้วชี วิตของคุณจะดีขึ้นตามลำดับ ดังนี้
0-4 คน : ชีวิตของคุณจะดีขึ้นเล็กน้อย
5-9 คน : ชีวิตของคุณจะเป็นไปตามที่คุณต้องการให้เป็น
10-14 คน : คุณจะพบสิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจอย่างน้อย 5 อย่างในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า
15 คนขึ้นไป : ชีวิตคุณจะดีขึ้นอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ และทุกสิ่งที่คุณฝันไว้จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

13 ธันวาคม 2551

มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ

ขออานิสงส์ บังเกิดแก่ผู้อ่าน และ ผู้ส่งต่อ

มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ
1. นั่งสมาธิ อย่างน้อยวันละ 15 นาที(หรือเดินจงกรมก็ได้)
อานิสงส์ --- เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า
เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส ปล่อยวางได้ง่าย
จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ
ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน
ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง
เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล

2. สวดมนต์ ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน
อานิสงส์ --- เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า
เงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว
แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา , พระคาถาชินบัญชร ,
พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น
เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง

3.. ถวายยารักษาโรค ให้วัด , ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์
อานิสงส์ - -- ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลา
สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า
ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา

4. ทำบุญตักบาตร ทุกเช้า
อานิสงส์ --- ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหาร
ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์

5. ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆ เกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน
อานิสงส์ --- เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาถยศ
สรรเสริญ ปัญญา และบุญบารมีอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้
ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน

6. สร้างพระถวายวัด
อานิสงส์ --- ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุข
ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป

7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์ หรือบวชพระอย่างน้อย 9 วันขึ้นไป
อานิสงส์ --- ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่
ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร
สร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา
จิตเป็นกุศล

8. บริจาคเลือดหรือร่างกาย
อานิสงส์ --- ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุ
ต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก เทพยดาปกปักรักษา
ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง

9. ปล่อยปลา ที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ
อานิสงส์ --- ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต
ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป ให้ทำมาค้าขึ้น
หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใส
เป็นอิสระ

10. ให้ทุนการศึกษา , บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ , อาสาสอนหนังสือ
อานิสงส์ --- ทำให้มีสติปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญา
ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้ สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม

11. ให้เงินขอทาน , ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)
อานิสงส์ --- ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตกทุกข์ได้ยาก
เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง
จะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน

12. รักษาศีล 5 หรือศีล 8
อานิสงส์ --- ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก
ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
กรรมเวรจะไม่ถ่าโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้าปกปักรักษ


อานิสงส์ 10 ข้อของการไม่กินเนื้อสัตว์

1. เป็นที่รักของบรรดาเทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
2. จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น
3. สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้
4. ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
5. มีอายุมั่นขวัญยืน
6. ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพทั้งปวง
7. ยามหลับนิมิตเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นสิริมงคล
8. ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
9. สามารถดำรงอยู่ในกระแสพระนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสูอบายภูมิ
10. ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตจะมุ่งสู่สุคติภพ
อานิสงส์การจัดสร้างพระพุทธรูปหรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนเป็นกุศลดังนี้
1. อกุศลกรรมในอดีตชาติแต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ
2. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย ปวงภัยไม่มีคนคิดร้ายไม่สำเร็จ
3. เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติแต่ปางก่อน เมื่อได้รับส่วนบุญไปแล้วก็จะเลิกจองเวรจองกรรม
4. เหล่ายักษ์ผีรากษส งูพิษเสือร้าย ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย
5. จิตใจสงบ ราศีผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ
6. มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ ( เกินความคาดฝัน) ครอบครัวสุขสันต์ วาสนายั่งยืน
7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพยินดี มิตรสหายปรีดา หนี้สินจะหมดไป
8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์หายเข็ญ สตรีจะได้เกิดเป็นชายเพื่อบวช
9. พ้นจากมวลอกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาล้ำเลิศ บุญกุศลเรืองรอง
10. สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็นกุศลจิตแก่ทุกคนที่ได้พบเห็นเป็นเนื้อนาบุญอย่างเอนกทุกชาติของผู้สร้างที่เกิดจะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้าปัญญาในธรรมแก่กล้าสามารถได้อภิญญาหก สำเร็จโพธิญาณ

อานิสงส์การบวชพระบวชชีพรามณ์ ( บวชชั่วคราวเพื่อสร้างบุญ , อุทิศให้พ่อแม่เจ้ากรรมนายเวร )
1. หน้าที่การงานจะเจริญรุ่งเรือง ได้ลาภ ยศ สรรเสริญตามปรารถนา
2. เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม หนี้กรรมในอดีตจะคลี่คลาย
3. สุขภาพแข็งแรง สติปัญญาแจ่มใส ปัญหาชีวิตคลี่คลาย
4. เป็นปัจจัยสู่พระนิพพานในภพต่อๆไป
5. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง โพยภัยอันตรายผ่อนหนักเป็นเบา
6. จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ง่าย มองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต
7. เป็นที่รักที่เมตตามหานิยมของมวลมนุษย์มวลสัตว์และเหล่าเทวดา
8. ทำมาค้าขึ้น ไม่อับจน การเงินไม่ขาดสายไม่ขาดมือ
9. โรคภัยของตนเอง ของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรักษาหาย
10. ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้เต็มที่สำหรับผู้ที่บวชไม่ได้เพราะติดภาระกิจต่างๆ ก็สามารถได้รับอานิสงส์เหล่านี้ได้ด้วยการสร้างคนให้ได้บวชสนับสนุนส่งเสริมอาสาการ ให้คนได้บวช

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบุญที่ยกขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ที่ท่านพึงจะได้รับจงเร่งทำบุญเสียแต่วันนี้ เพราะเมื่อท่านล่วงลับท่านไม่สามารถสร้างบุญได้อีกจนกว่าจะได้เกิด หากท่านไม่มีบุญมาหนุนนำแรงกรรมอาจดึงให้ท่านไปสู่ภพเดรัจฉาน ภพเปรต ภพสัตว์นรกที่ไม่อาจสร้างบุญสร้างกุศลได้ต่อให้ญาติโยมทำบุญอุทิศให้ก็อาจไม่ได้รับบุญดังนั้นท่านจงพึ่งตนเองด้วยการสร้างสมบุญบารมีซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ท่านจะนำติดตัวไปได้ทุกภพทุกชาติเสียแต่วันนี้ด้วยเทอญ

*** ส่งต่อก็ได้บุญ การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง

10 ธันวาคม 2551

เวลาไม่เคยย้อนกลับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว........ มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า

ลูกศิษย์ : อาจารย์คับ ผมสงสัยจังเลยว่า เราจะหาคู่แท้ของเราเจอได้ไงคับอาจารย์ บอกผมหน่อยได้ไหมคับ ?

อาจารย์ : ( เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ) อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถามที่ง่ายเหมือนกันนะ

ลูกศิษย์ :( นั่งคิดอย่างหนัก) อืม ?.... งงอะไม่เข้าใจ

อาจารย์ : โอเค งั้น เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ มีหญ้าเยอะแยะเลยใช่ไหม เธอลองเดินไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียวเท่านั้นนะ แต่ว่าเวลาเธอเดินเนี่ยเธอต้องเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวนะ ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจไหม

ลูกศิษย์ :ได้เลยครับ จาน รอสักครูน่ะครับ ( ว่าแล้วก้อวิ่งตรงไปยังสนามหญ้า) หลังจากนั้นไม่นาน....

ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับจาน

อาจารย์ :อืม...แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ ในมือเธอเลยหละ

ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ครับจาน ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวยๆเนี่ย ผมก้อก้อคิดว่า เออ เดี๋ยวก้อคงเจอต้นที่สวยกว่านี้ ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย รู้ตัวอีกที มันก็สุดสนามหญ้าแล้วครับจะเดินกลับก้อไม่ได้ เพราะจานสั่งห้ามไว้

อาจารย์ : นั่นแหละ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ เรื่องนี้ต้องการที่จะสื่ออะไรกับเรา

ต้นหญ้า ก็คือ คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ

ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็คือคนที่คุณชอบ หรือคนที่ดึงดูดคุณนั่นแหละ

ทุ่งหญ้าก็คือ เวลา เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ

อย่ามัวแต่เปรียบเทียบแล้วคิดว่าคงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณ มัวแต่เปรียบเทียบคุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

อย่าลืมว่า ' เวลาไม่เคยย้อนกลับ '

ไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้น เรื่องนี้ ยังสามารถใช้ได้กับการหาคนที่จะมาทำงานร่วมกับคุณในชีวิตหรือแม้กระทั่งงานที่เหมาะสมกับคุณ

ดังนั้น มันจึงเป็นสัจธรรมที่ว่าจงรัก และไขว่คว้าโอกาสที่คุณมีในขณะนี้อย่ามัวแต่เสียเวลาบางครั้งคนเราก็มีโอกาสเลือกแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

หวังว่าเธอคงจะส่งต่อนะ ถ้าไม่ส่งต่อจะอกหักไปตลอดชีวิต ไม่มีคัยคิดจะรัก มีแต่คนเกลียดชัง(ไม่เชื่ออย่าลบหลู่)

8 ธันวาคม 2551

จะกดแตรไล่ทำไมนักหนา...

บางครั้ง การกระทำที่ออกมาก็ต่างอาจจะเกิดจากความคิดและเหตุผลที่แตกต่างกัน นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการมองลบ ลบ ที่ลืมพยายามที่จะเข้าใจ ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เลยอยากให้ลองอ่านเรื่องสั้นจาก ThaiMTB

ฝากให้อ่านเล่น ๆ ครับ (บางท่านคงได้อ่านแล้ว)
----

ผมหันไปมอง ช่างเถอะ! มันก็แค่ไอ้แท็กซี่คันหนึ่ง ท่าทางคนขับคงจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ตอนหลังก็ดูจะโวยวายโหวกเหวกไม่แพ้กัน
จะรีบไปไหนนักหนาวะ แต่โดนเข้าไปหลายครั้งก็อายเหมือนกันแฮะ

เสียงแตรที่ดังสนั่นทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาหันมามองที่ผมเป็นตาเดียว

แล้วจะให้ทำไงล่ะ ผมมองซ้ายมองขวา
รถติดออกอย่างนี้จะถอยหลังก็ไม่ได้
รถคันหลังก็จ่อมาซะติด
จะขยับไปข้างหน้าก็อย่าหวัง ช่างมันเถอะ ทนอายเอาหน่อย

พอเถอะวะ จะบีบไปทำไม ออกจากซอยได้ก็ต้องมาติดไฟแดงด้วยกันอยู่ดี

ทั้งคนขับและผู้โดยสารชี้โบ้ชี้เบ้มาที่ผม
จะว่าอะไรผมก็ไม่เข้าใจหรอก
ตาของผมกับตาของคนขับแท็กซี่ประสานกันเข้าอย่างจัง ทำไงดีล่ะ

เห็นทีงานนี้ต้องกวนตีนกันแล้ว
ผมยกนิ้วกลางให้พร้อมกับเหยียบคันเร่งกระชากรถออกจากสี่แยก
ขยับไปได้นิดเดียว
แท็กซี่คันนั้นก็ปาดแทรกรถคันที่ตามหลังผมทันที เอาวะ
งานนี้เป็นไงเป็นกัน
ผมคิด ! แท็กซี่คันนั้นยังบีบแตรและเปิดไฟสูงต่ำไล่ผมมาตลอด มันแน่งานนี้

ถนนช่วงนี้ถึงแม้การจราจรจะค่อนข้างคับคั่ง
แต่จริงก็ไม่เหลือวิสัยหากผมจะหลีกทางให้มันแซงขึ้นไปข้างหน้า

แต่ถ้าลองเล่นกันถึงขั้นนี้แล้ว
ก็เห็นที่จะต้องตามกวนตีนกันไปให้ถึงที่สุด
ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดีว่าผมขับรถเร็วขนาดไหน

รู้แต่ว่าผมทำทุกวิถีทางที่ไม่ให้มันแซงหน้าไปได้

ถ้าเผลอปล่อยให้แซงหน้าได! ้เมื่อไหร่
ผมจะเร่งแซงกลับไปดักหน้าไว้ทุกครั้ง
ต้องให้บทเรียนไอ้คนพวกนี้บ้าง

ผมเบื่อเต็มทนกับพวกแท็กซี่ที่จอดรับส่งผู้โดยสารไม่เลือกที่

คิดอยากจะจอดตรงไหนก็จอด ที่รถรามันติดกันยาวเหยียดอยู่ทุกวันนี้

ก็ไอ้พวกนี้แหละเป็นส่วนหนึ่ง ต้องเล่นซะบ้างจะได้เข็ด

แท็กซี่คันนั้นยังใช้ความเร็วอยู่เหมือนเดิม

แซงซ้ายแซงขวาปาดหน้าปาดหลังเค้าไปทั่ว
ผมหลับตานึกถึงผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในนั้น
ป่านนี้คงหายใจไม่ทั่วท้องแน่ๆ
ทำไมถึงได้รีบขนาดนี้วะ

ผมเหยียบคันเร่งจนมิดแซงรถคันโน้นคันนี้แล้วก็ไปปาดหน้ามันอีกครั้ง

แล้วก็ชลอความเร็วกันท่าไม่ให้มันแซงผม ก็ได้ผล

มันทั้งบีบแตรทั้งเปิดไฟไล่ใส่ผม ช่าง บีบแตรไล่กูนัก กูจะกันท่า

ไปตลอดอย่างนี้แหละ อีกแค่สองแยกก็จะถึงที่หมายของผมแล้ว !

วันนี้ผมลางานครึ่งวันเพื่อมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแห่งนี้ จริงๆ

แล้วผมก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรหรอก เวลาของผมยังมีเหลือเฟือ

กวนตีนกันอีกซักพักเวลาก็ยังเหลือแหล่คุณ

การตรวจร่างกายสมัยนี้ก็ไม่ได้เสียเวลาอะไรนักหนา

เถลไถลไปโน่นไปนี่ก็ยังกลับไปทำงานช่วงบ่ายได้ทัน
รถติดไฟแดงอีกแล้ว
ท่าทางจะติดยาวเสียด้วย
แท็กซี่ที่ตามหลังผมมาติดๆ ปาดเข้าเลนซ้าย
ก่อนจะแซง! หน้าผมไป
คนขับหันมามองผมแล้วก็ส่ายหน้า เหมือนกับรำคาญผมเต็มประดา

ผมหักพวงมาลัยตาม
จากนั้นรถก็ค่อยๆ เขยิบทีละนิด
ไปตามจังหวะสัญญาณไฟ
มันพยายามแทรกรถคันอื่นๆ
เพื่อที่จะไปอยู่แถวหน้าสุด ผมปาดรถเข้าช่องว่างตามไป
จังหวะนั้นเลนขวาว่าง

ผมเหยียบคันเร่งปาดเข้าขวาแล้วปาดเข้าซ้ายตัดหน้ารถแท็กซี่ไปนิดเดียว

เสียงเบรกของมันดังสนั่น แต่นาทีนี้ผมไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

งานนี้มันต้องทำให้รู้สึกกันบ้าง
เหลืออีกนิดเดียวผมก็จะถึงที่หมายแล้ว
หลังจากนั้นเอ็งจะไปไหนก็ไปเหอะ
หลุดจากไฟแดง
รถของเราทั้งสองคันก็ปราดออกจากสี่แยกพร้อมๆ กัน

ยังไงซะผมก็ไม่ยอมให้มันขึ้นหน้าหรอก
เสียงแตรของแท็กซี่ดังไล่หลังมาไม่ขาดระยะ ถึงซะที คราวนี้
จะไปไหนก็ไปเถอะ
ผมเลี้ยวซ้ายเข้าโรงพยาบาล
รับบัตรจอดรถจากยามแล้วแล่นเข้าสู่ลานจอด
มันยังตามมาติดๆ ยังไม่เลิกเหรอวะ ผมคิด
เอาก็เอา ที่ล็อคเกียร
วางอยู่บนเบาะหลัง
ผิดนักก็คงได้ฟาดกันมั่งหรอก ผมขับรถเข้าที่จอด

เปิดและปิดประตูรถอย่างแรงเหมือนไม่กลัวว่ามันจะพัง

แท็กซี่ที่ตามมาก็จอดพร้อมๆ กันกับผม
ประตูแท็กซี่ทั้งสี่ด้านเปิดผลัวะออกมาทั้งๆ
ที่รถยังจอดไม่สนิทด้วยซ้ำ
ในทันใดนั้น ผมได้แต่ยืนตะลึง
แขนซึ่งถือที่ล็อกเกียร
เตรียมจะประจันบานตกลงมาข้างตัวเหมือนจะหมดแรง ไม่น่าเชื่อ

ทุกสิ่งทุกอย่างในรถคันนั้นเต็มไปด้วยเลือด ทั้งบนเบาะ
ที่บานประตูด้านใน
ไม่เว้นกระทั่งบนเสื้อของคนขับแท็กซี่

ผู้ชายสูงอายุแต่งตัวมอมแมมคนนึงถูกอุ้มอย่างทุลักทุเลลงมาจากรถ

เลือดเปรอะอยู่ทั้งบนลำตัวและใบหน้าของเขาและ

บนเนื้อตัวของหญิงสาวทั้งสองคนที่คอยประคองอยู่
เธอทั้งคู่ร้องไห้เสียงดัง
โชเฟอร์เท็กซี่ที่ผมคาดว่าคงจะเปิดประตูเข้ามาลุยกับผมรีบวิ่งเข้าไปช่วย
ประคองชายสูงอายุ

ผมยืนมองจนบุรุษพยาบาลวิ่งเข้ามาและ! นำชายคนน ั้นขึ้นรถเข็น

พร้อมทั้งปั้มหัวใจกันพัลวัน ตลอดเวลานั้น
ผู้หญิงทั้งสองคนเกาะราวรถเข็นไม่ยอมห่าง
ผมได้แต่ยืนงงทำอะไรไม่ถูก
คนแก่คนนั้นเขาจะโดนอะไรมาก็เถอะ ถูกยิง
ตกตึก หรือรถชน แกคงจะมีโอกาสรอดแน่ๆ
ถ้ามาถึงโรงพยาบาลได้เร็วกว่านี้
นี่ถ้าผมไม่แกล้งเขา ลุงแกอาจจะรอด
เขาอาจจะมาถึงที่นี่ซักสิบนาทีก่อนหน้านี้
นั่นก็ยังดี ลุงอาจจะรอด ผมคิด
ลุงคงจะรอด ทำไม ไม่เปิดกระจกมาบอกกรูซักคำวะ ผมแช่งชักหักกระดูกคนขับแท็กซี่

ในขณะนั้นผมไม่ได้คิดถึงความเลวของตัวเองซักนิด
นาทีนั้นผมสับสนอยากอ้วก
ไม่มีแรงจะพยุงตัวเองไว้ได้
ผมเปิดประตูกลับเข้าไปในรถ
แว่บนั้นผมเห็นคนขับแท็กซี่เดินเข้ามาหา
ช่าง อยากจะทำอะไรกรูก็ทำ
กรูไม่มีกะจิตกะใจจะสู้อีกแล้ว
ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย
ผมได้ยินเสียงคนขับแท็กซี่ดังแว่วเข้ามา

มัน! ทำให้ผมรู้สึกเย็นเยือกไปถึงขั้วหัวใจว่า ' พี่รู้ไหม ลุงแกตายแล้ว เพราะพี่นั่นแหละ' นั่นเป็นเสียงสุดท้าย

ก่อนที่ผมจะซบหน้าลงกับพวงมาลัยและร้องไห้

7 ธันวาคม 2551

สุดยอดข้อความเมื่อไม่มาทำงาน (Out of office)



1. I am currently out at a job interview and will reply to you if I fail to get the position.
2. I'm not really out of the office. I'm just ignoring you.
3. You are receiving this automatic notification because I am out of the office. If I was in, chances are you wouldn't have received anything at all.
4. Sorry to have missed you but I am at the doctors having my brain removed so that I may be promoted to management
5. I will be unable to delete all the unread, worthless emails you send me until I return from vacation on 4/18. Please be patient and your mail will be deleted in the order it was received.
6. Thank you for your email. Your credit card has been charged $5.99 for the first ten words and $1.99 for each additional word in your message.
7. The e-mail server is unable to verify your server connection and is unable to deliver this message. Please restart your computer and try sending again. (The beauty of this is that when you return, you can see how many in-duh-viduals did this over and over).
8. Thank you for your message, which has been added to a queueing system.You are currently in 352nd place, and can expect to receive a reply in approximately 19 weeks.
9. Hi. I'm thinking about what you've just sent me. Please wait by your PC for my response.
10. Hi! I'm busy negotiating the salary for my new job. Don't bother to leave me any messages.
11. I've run away to join a different circus.
12. AND, FINALLY, THIS ONE TAKES THE CAKE. I will be out of the office for the next 2 weeks for medical reasons. When I return, please refer to me as 'Loretta' instead of 'Steve'.

4 ธันวาคม 2551

F A M I L Y

I ran into a stranger as he passed by, 
'Oh excuse me please' was my reply. 


He said, 'Please excuse me too; 
I wasn't watching for you.' 


We were very polite, this stranger and I. 
We went on our way and we said goodbye. 


But at home a different story is told, 
How we treat our loved ones, young and old. 


Later that day, cooking the evening meal, 
My son stood beside me very still. 


When I turned, I nearly knocked him down. 
'Move out of the way,' I said with a frown. 


He walked away, his little heart broken. 
I didn't realize how harshly I'd spoken. 


While I lay awake in bed, 
God's still small voice came to me and said, 


'While dealing with a stranger, 
common courtesy you use, 
but the family you love, you seem to abuse. 


Go and look on the kitchen floor, 
You'll find some flowers there by the door. 


Those are the flowers he brought for you. 
He picked them himself: pink, yellow and blue. 


He stood very quietly not to spoil the surprise, 
you never saw the tears that filled his little eyes.' 


By this time, I felt very small, 
And now my tears began to fall. 


I quietly went and knelt by his bed; 
'Wake up, little one, wake up,' I said. 


'Are these the flowers you picked for me?' 
He smiled, 'I found 'em, out by the tree. 


I picked 'em because they're pretty like you. 
I knew you'd like 'em, especially the blue.' 


I said, 'Son, I'm very sorry for the way I acted today; 
I shouldn't have yelled at you that way.' 
He said, 'Oh, Mom, that's okay. 
I love you anyway.' 


I said, 'Son, I love you too, 
and I do like the flowers, especially the blue.' 


FAMILY 
Are you aware that if we died tomorrow, the company 
that we are working for could easily replace us in 
a matter of days. 
But the family we left behind will feel the loss 
for the rest of their lives. 


And come to think of it, we pour ourselves more 
into work than into our own family, 
an unwise investment indeed, 
don't you think? 
So what is behind the story? 


Do you know what the word FAMILY means? 
FAMILY = (F)ATHER (A)ND (M)OTHER (I) (L)OVE (Y)OU





God bless you

1 ธันวาคม 2551

กดเงิน ธ.กรุงเทพ เสียเงินแล้ว

รับทราบข้อมูลหรือยังคะ ด่วน ระวังเสียค่ากดเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพเยอะ

ไม่ทราบว่าใครมีเมล์ของหน่วยงาน สคบ. บ้าง ช่วยส่งต่อด้วย อย่างนี้เรียกว่าหากินกับความเดือน
ร้อนเหมือนเก็บดอกเบี้ยแพง

ช่วงนี้ แต่ละธนาคารก็หากินกับชาวบ้านแบบนี้แหล่ะ มากบ้าง น้อยบ้าง ต้องช่วยดูๆ กันเองนะ
วันนี้ จะไปกดเงินที่เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ บังเอิญเห็นป้ายประกาศติดอยู่เลยเดินไปอ่านเขาบอก
อย่างนี้ค่ะ

กดเงินเอทีเอ็ม 10,000 บาทแรก คิดค่าบริการ 10 บาท
กดเงินเกินกว่า 10,000 บาท คิดค่าบริการเพิ่ม 10 บาท
หากกดเงินส่วนเกินกว่า 10,000 บาท คิดค่าบริการเพิ่มต่างหากอีก 1,000 ละ 1บาท

ตะกี้จะ กดเงิน 40,000 ถ้าไม่ไปยืนอ่านประกาศจะ เสียค่ากดเอทีเอ็มตั้ง 50 บาท เราเลย
เขียนใบถอนแล้วไปยืนต่อแถวเบิกที่เคาน์เตอร์ ไม่เสียสักบาท

จึงเรียนมาเพื่อ โปรดระวังเสียค่าบริการเอทีเอ็มเยอะๆ

ต้องการพรีเซ็นเตอร์มาแทนคุณอั้ม พัชราภา

ตอนนี้ศูนย์สุขภาพ Bangkok Nutrition Academy (BNA) กำลังต้องการ "พรีเซ็นเตอร์ใหม่" มาแทนคุณอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ เนื่องจากสัญญากำลังจะหมดภายในสิ้นปีนี้ และทางศูนย์ BNA ต้องการเฟ้นหาพรีเซ็นเตอร์ใหม่ที่มาจากคนธรรมดาทั่วๆไปที่เห็นผลลัพธ์จริงๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสำหรับคนที่ท้อแท้จากการพยายามจะลดน้ำหนักไม่ว่าจะด้วยวิธีใดมาก่อนก็ตาม

ดังนั้นทางศูนย์ BNAจึงได้เริ่มโครงการ "A Hundred KG Project" ที่จะช่วยให้คุณสามารถลดน้ำหนักลงได้ในขณะที่คุณเองสามารถทานอาหารที่ชอบได้ตามปกติ โดยที่เมื่อลดน้ำหนักได้แล้วคุณเองจะไม่กลับมาอ้วนอีกเลย พร้อมกับได้ผู้เชี่ยวชาญดูแลเป็นการส่วนตัว (เหมือนคุณอั้ม) เพราะว่า Wellness coach 1 คน จะรับดูแลคนที่ต้องการลดน้ำหนักเพียงไม่กี่คนเท่านั้น (รวมน้ำหนักที่จะลดรวมกันไม่เกิน 100 kg) ซึ่งตอนนี้ทางศูนย์ของเราใกล้จะปิดโครงการแล้ว เพราะว่าตอนนี้เราช่วยดูแลผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักได้รวมกว่า 80 kgแล้ว ซึ่งเท่ากับว่าขาดอีก 20 kg เท่านั้นเราก็จะปิดโครงการแล้ว
***สำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการสามารถกรอกข้อมูลได้ที่เว็ปไซต์ข้างล่างนี้นะค่ะ***

www.bangkok-nutrition-academy.com/316 <<<<<<<<<<<<<< คลิ๊กเลยค่ะ!!!

เพื่อเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์โครงการ หลังชมเว็ปไซต์จบแล้ว ช่วยส่งต่อให้เพื่อนๆของคุณด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

สกาวเดือน ปัญจศุทธิ
e-mail: aishiteru-sakowduean09@hotmail.com

25 พฤศจิกายน 2551

เรื่องผี .. ผีกลัวอะไรบ้าง??

สมัยที่ผมเป็นเซลส์แมน ต้องไปค้างแรมตามโรงแรมต่างๆ ก่อนนอนทุกครั้งผมบอกทุกวัน ประสบการณ์เรื่องผีตามโรงแรมต่างจังหวัดผมมีมากทั้งเจอกับตนเองและเพื่อนเซลส์เล่าสู่กันฟัง เพราะผมไปทำงานทุกจังหวัด ยกเว้นแม่ฮ่องสอนที่ไม่ได้ไป แต่ใช้โทรศัพท์ซื้อขายกัน พวกเซลส์แมนต่างจังหวัดจึงมีพระแขวนกันทุกคน เพื่อป้องกันผีหลอกและให้เดินทางปลอดภัย เซลส์แมนบางคนกลายเป็นเซียนพระไปเลยก็มีแต่พวกผีไม่กลัวพระเครื่อง ที่เหล่าเซลส์แมนแขวน เพราะพวกนี้เคยถูกผีอำกันทั้งนั้นรวมทั้งผมก็ยังโดน คำว่าผีอำไม่ใช่ผีมาโกหก แต่หมายถึงมีผีมานั่งทับจนคนนั้นกระดิกตัวไม่ได้ ร้องไม่ออก จะลุกจะหนีก็ไม่มีแรง ขณะนั้นเป็นช่วงที่น่ากลัวมาก จะเป็นอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง นี่ละครับผีมันไม่กลัวพระเครื่องเลย เพราะตอนนอนทุกคนใส่พระนอนกันทั้งนั้น ผมก็ยังใส่นอน แต่ก็ยังโดน แล้วผีมันกลัวอะไร? พวกมันกลัว ตะกรุด กับ เบี้ยแก้ ครับ โดยเฉพาะเบี้ยแก้จะกลัวมาก เพราะเป็นเครื่องรางของขลังที่ครูบาอาจารย์ทำไว้ในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อป้องกันคุณไสย มนต์ดำ ยาสั่ง ยาเมา อาเพศอาถรรพณ์ จากผู้มีคาถาอาคมได้อย่างชะงัด พวกผี นางไม้นางตะเคียน เมื่อเจอเบี้ยแก้ จะร้องโหยหวนดังถูกตีด้วยหวายลงอาคมของหลวงปู่หลวงพ่อ ในตำราของ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เขียนไว้ว่า คืนหนึ่ง เด็กวัดที่รับใช้หลวงปู่ถูกผีนางตานีที่วัดหลอกตกใจวิ่งจนฉี่ราด พอวันรุ่งขึ้นด้วยความแค้น จึงเอา เบี้ยแก้ ของหลวงปู่คล้องเชือกแล้วไปมัดต้นกล้วยตานีไว้ พอตอนท่านจะฉันเพล ได้ให้เด็กคนนั้นไปเอาเบี้ยแก้ออกจากต้นกล้วย เพราะนางตานีร้องจนท่านรำคาญ เด็กวัดยังไม่หายแค้นกลับฟ้องว่า เพราะถูกหลอกก่อน จึงเอาของดีไปมัดให้เข็ด อ้าว..!แล้วหลวงปู่รู้ได้ไง !? ใครกลัวผีก็หา เบี้ยแก้ ไว้ติดตัวติดบ้าน จะไม่มีผีมาก่อกวน เพราะเป็นเครื่องรางที่ขลังมากๆ เป็นของดีที่นับวันจะหายากขึ้นทุกวัน เพราะเบี้ยแก้แต่ละลูกนั้น ครูบาอาจารย์ต้องลงยันต์และเสกเบี้ยทุกตัว เสกจนเบี้ยแก้เคลื่อนไหวได้ ไม่เหมือนพระเครื่องปลุกเสกครั้งเดียวได้เป็นพันๆ องค์

คัดลอกมากจาก

http://board.palungjit.com/showthread.php?s=42e3efd1e2024e115b96e3a2115c2749&t=160971

24 พฤศจิกายน 2551

เวลาพิมพ์ต้องระวัง (2)

' ลูกชายผมสองขวบมีไข่สูงมากให้กินพาราได้ไหม ขอคำตอบด่วนครับ'
answer***ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไข่มาตอบด่วนค่ะ

' แฟนเป็นคนเสียว ดังมากครับ ผมอายคนอื่นเค้า ผมจะเตือนเธอยังไงดีครับ'
answer***แนะนำให้ว่าเวลาจะมีอะไรกันให้หาอะไรให้เธอกัดครับ เวลาเธอเสียวก็จะไม่ค่อยมีเสียงเล็ดรอดออกมา

' กลุ้มใจจัง แฟนเราเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยจะอม ใครง่าย ๆ'
answer***ดีแล้วล่ะคะ

' มีพี่ที่ทำงานคนนึงเพิ่งเข้ามาทำงาน เธอเป็นลูกน้องผมแต่อายุแก่กว่าผมมาก ผมจะสอยเธอยังไงดี! ครับถึงจะไม่น่าเกลียด'
answer***ความจริงน่าจะสอยพวกเด็ก ๆ ใหม่ ๆ นะครับ ถ้าอยากสอยเธอจริง ๆ ก็ท่าพื้นฐานไปก่อนครับ พอเคย ๆ กันแล้วค่อยเปลี่ยนท่าสอยครับ แค่นั้นก็ไม่น่าเกลียดแล้วครับ

' สามีมีปัญหาในการนอนค่ะเค้าชอบนอนหนุนหมอย นิ่ม ๆ ไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ พอจะ
รู้จักยี่ห้อดี ๆ มั้ยคะ'
answer***มียี่ห้อด้วยเหรอค่ะของแบบนี้

' ถ้าง่วงก็ลองเคี้ยวหมาฝรั่งดูสิคะเผื่อจะหาย'
answer***ไม่ไหวค่ะกลัวมันกัดเอา

' เดือนหน้าดิฉันจะมีเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย เค้าชอบช้างมากค่ะ
ช่วยแนะนำทัวร์ที่มีโปรแกรมขี้ช้างให้หน่อยได้มั้ยคะ'
answer***ไม่มีมั้งค่ะโปรแกรมนี้

' เจอรูแฟนเก่าในโทรศัพท์มือถือแฟน หมายความว่ายังงัย'
answer***ความสามารถในการแยกแยะสูงจริง ๆ เลยค่ะเห็นแค่รูรู้เลยว่ารูใครเป็นรู
ใคร

' อยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ที่ปิดไฟมืด ๆ แล้วฉายภาพดาวน่ะค่ะไม่ทราบว่าเข้าชมฟรีรึต้องเสียตัวด้วยรึป่าวคะ'
answer***เอ่อ! ไม่อยากมาเที่ยวบ้านผมบ้างเหรอ?? แต่ไม่ได้ชมฟรีนะครับบ้านผม

' ข่าวดีค่ะปลื้มใจอยากบอก ไปขยายรูแต่งงานมาแล้ว ออกมาสวยมาก ๆ ขนาดแฟนเป็นคนไม่ค่อยพูด ยังออกปากชม ไม่รู้มาก่อนว่าดีแบบนี้ เพื่อน ๆ ไปขยายที่ไหนกับบ้างคะ'
answer***เรื่องนี้เก็บไว้ 2 คนก็ได้ครับ ไม่ต้องเอามา post เขิน ๆ ไงไม่รู้ เ่อ่อ! ของแฟนใหญ่มากเหรอครับ ถึงต้องไปขยายรูแต่งงานของคุณมา

' พี่ ๆ ครับ ผมจะไปสอบใบขับขี่พรุ่งนี้แต่ผมยังไม่ชำนาญ เรื่องการถอยรถเข้าซ่องเลย ใครพอแนะนำเทคนิคได้บ้างครับ'
answer***แนะนำให้ดื่มเบียร์เข้าไปสักขวด แล้วไปแท๊กซี่ดีกว่าครับ สถานที่อย่าง นั้นใครเห็นรถเราเข้าไปมันไม่น่าดู เสร็จกิจแล้วก็นั่งแท๊กซี่กลับครับ

' ถามเลขาค่ะ พานายฝรั่งไปไหนดีไม่ชอบซิสเลอร์เลย วันก่อนไปกินกับนายฝรั่งหลาย
คน สั่งไส้กรอกรวมกินกันแล้วปรากฏว่าบรรยากาศเงียนมาก ๆ'
answer***บรรยากาศน่ากลัวนะคะ ! ฝรั่งเยอะด้วย

' ผมมีปัญหากับแฟนใหม่ของเธอครับ ไม่น่าคิดมากเลย แค่โทรเรียกเธอมาเจอเพราะอยากเลียร์ ให้มันสบายใจทั้งสองฝ่าย'
answer***ว่าแต่ว่าเขาจะยอมทั้งสองคนเลยเหรอ?

' ขอถามหน่อยค่ะ ใบพลูเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ไหน คุณยายข้างบ้านกินแต่หมา เปล่า ๆ มานานแล้ว บอกว่าเคี้ยวไม่อร่อย'
answer***กินหมาแทนพลูเลยเหรอค่ะ

' แถวสี่พระยามีร้านอัดรูดี ๆ มั้ยครับ อ้อ แล้วรูขนาด 4' x 6' นี่จะเล็กไปมั้ยครับ'
answer***รูขนาดนั้นไม่เล็กแล้วครับ อย่างนั้นเค้าเรียกบานครับ

' จะไปเชียงใหม่ค่ะหนุ่มคนเมืองที่ไหนพอแนะนำได้บ้างคะ อยากถามว่าขนมจีนน้ำเจี๊ยวที่ไหนอร่อยบ้าง'
answer***ถ้าเจอที่ไหนอร่อย ๆ อย่าลืมกลับมาแน่ะนำด้วยนะคะ

'จิงๆหงษ์น่าจะไม่แพ้เป็นอย่างน้อยถ้า(ตั้งช้าหน่อยครับเพิ่งว่าว)'
answer***ทราบแล้วเปลี่ยนค่ะ ว่า เจ้าของกระทู้ยังโสด

'ผมตกขาวมากเลยครับ เกือบไม่ได้ไปดูงาน NIKON DAY 2006 '
; answer***นึกว่าเป็นแต่ผู้หญิงผู้ชายก็ตกเหมือนกันเหรอค่ะ

'นศ หญิงสมัยนี้ทำไมชอบใส่เสื้อชายสั้นๆ แล้วปล่อยให้หอยออกมาอยู่นอกกระโปรงกันนะ ไม่น่ารักเลย'
answer***ขนาดนั้นเลยเหรอค่ะ

'ผมหา ลึงค์ กระทู้หมาฝรั่งไม่เจอแล้วสิ'
answer***คงอยู่ที่เดียวกันกะหมาไทยล่ะค่ะดิฉันว่า

'ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพฺ์วันเดียว ตกขาวเลยละเธอ'
answer***โหน่ากลัวเนาะ พรุ่งนี้ต้องรีบหาอ่านแล้วล่ะ

'ถามท่านผู้รู้หน่อยคับ : ทำไงดีคับ เครื่องเสียวผมใช้งานไม่ได้'
answer***ไม่มีความเห็นค่ะ รอผู้รู้มาตอบละกัน

แปลภาษาอังกฤษ

มีเพื่อนผู้หญิงคนนึง อยู่อเมริกาด้วยกัน เธอต้องการจะซื้อผ้าอนามัยแต่ไม่รู้ศัพท์ผ้าอนามัย
ภาษาอังกฤษว่ายังงัยเลยบอกกับแคชเชียร์ว่า
Excuse me, Do you have something like napkin that can stop my blood that are
flowing from my pussy?

-----

แคชเชียร์ฝรั่งหัวเราะก๊ากเลย 5555

มีผู้หญิงคนนึงไปเที่ยวต่างประเทศ วันหนึ่งเธอไปทานอาหารในร้านฟาสท์ฟู้ด
พอดีเธอสั่งน้ำมาแก้วนึง แต่พนักงานดันลืมให้หลอดมาด้วย เธอเลยเดินไปที่เคาน์เตอร์
... กรี๊สส หลอดมันเรียกว่าอะไรนะ นึกไม่ออก...
... ไม่เป็นไร ชะนีเก่งอย่างชั้น ต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ไม่รู้ศัพท์ เราก็อธิบายเอาสิ ชิลล์ๆ...
'Excuse me! May I have something to suck?'

-----

น้องที่ทำงานคนนึงเถียงกับฝรั่ง กำลังเคร่งเครียดเลยู่ ทางฝรั่งก้อไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น
น้องเธอคงไม่ไหวแล้ว
เธอจึงสั่งฝรั่งด้วยเสียงอันดังว่า......SHUT DOWN.......พ่อแม่พี่น้องครับกะลังเครียดๆผมต้องแอบ
ลงไปนั่งหัวเราะหลังเคาน์เตอร์แทบตาย แล้วค่อยๆสะกิดน้องเธอทีหลังว่า
>คราวหน้า........SHUT UP.........นะจ๊ะ

-----

ที่พัทยาครับ
เจอมากับตัวเอง....กาแฟแทบพุ่ง ...555+++ ......
HELLO SIRRRRRRR
TODAY BIRTHDAY MAMA THAILAND
DISCOUNT FOR YOU THIRTY PERCENTSSSSS
< สาวเต้นอะโกโก้ เรียกแขกเข้าร้าน วันแม่ >

-----

อีกอัน....
LOOK AT THAT ...LOOK AT THAT....IN THE บ่อ...HAVE ห่าน
เอิ้กๆๆๆๆ
( สาวจับแขก พาแขกไปเที่ยวสวนนงนุช )
สองประโยคนี้ขำกลิ้ง ไม่มีลืมมา จนทุกวันนี้ครับ

ครั้งแรกในเมืองไทยค่ะที่ BigC เจอฝรั่งแก่กับเด็กหนุ่ม กำลังช๊อปเลยค่ะ
ฝรั่ง : do you need something else?
เด็กหนุ่ม : I need แฟ๊บ
ฝรั่ง : whats??!!
เด็กหนุ่ม : แฟ๊บ แฟ๊บ I need แฟ๊บ (แล้วทำมือซักผ้าประกอบค่ะ)

-----

คุณโสพาแขกฝรั่งไปกินอาหารอิสาน
สั่งแกงอ่อมมาน กลิ่นหอมยั่วยวน
ฝรั่งถามว่า What's that?
คุณโส : อ่อม ซุป
ฝรั่ง : What?
คุณโส : You. Try one word na you.
ฝรั่ง : What?
คุณโส : ฮ่วย ลอง สัก คำ น่ะ สู

-----

ผู้หญิงไทยแต่งงานกับฝรั่งขี้เมา อยู่กันนานเข้าโดนฝรั่งสามีตีเอาทุกวัน ทุกวัน จนทนไม่ไหว
วันนั้นสามีก็จะเข้ามาทำร้ายอีกและ เธอก็กำมีดไว้ในมือ่ง แล้วตะโกนบอกว่า
no come near beautiful sure! (อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นสวยแน่เมิง)

21 พฤศจิกายน 2551

โทรศัพท์มือถือของท่าน

รู้เขารู้เรา: โทรศัพท์มือถือของท่านผลิตจากแหล่งมาตรฐานหรือไม่

โทรศัพท์มือถือของท่านผลิตจากแหล่งมาตรฐานหรือไม่?  ข้อมูลนี้มีประโยชน์มาก โปรดช่วยส่งต่อกันไปเยอะๆ อยากรู้ว่าโทรศัพท์มือถือของท่านเป็นของแท้หรือไม่? กดเครื่องหมาย *#06# หมายเลขรหัสจะปรากฎขึ้นมา 

โปรดดูหมายเลขที่ 7 และ 8 ดังนี้

หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 02 หรือ 20
    แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านประกอบในประเทศจีนซึ่งมีคุณภาพต่ำ

หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 08 หรือ 80
    แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตในประเทศเยอรมันซึ่งมี คุณภาพปานกลาง

หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 01 หรือ 10
    แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตในประเทศฟินแลนด์ซึ่งมีคุณภาพดีมาก

หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 00
    แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตจากโรงงานผลิตโดยตรงซึ่งมีคุณภาพดีที่สุด

หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 13
    แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านประกอบที่ประเทศอาเซอร์ไบจันซึ่งมีคุณภาพเลวและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ


Want to know if your expensive phone is worth the money you paid for…then read on… Very informative mail for you, please don't forget to forward. Would you like to know if your mobile is original or not ????? Press the following on your mobile *#06# and the-international mobile equipment identity number appears.

Then check the 7th and 8th numbers:
    Phone serial no. x x x x x x ? ? x x x x x x x

IF the Seventh & Eighth digits are 02 or 20
    this means your cell phone was assembled in China which is low quality

IF the Seventh & Eighth digits are 08 or 80
    this means your cell phone was manufactured in Germany which is fair quality

IF the Seventh & Eighth digits are 01 or 10
    this means your cell phone was manufactured in Finland which is very Good

IF the Seventh & Eighth digits are 00
    this means your cell phone was manufactured in original factory which is the best Mobile Quality

IF the Seventh & Eighth digits are 13
    this means your cell phone was assembled in Azerbaijan which is very Bad quality and also dangerous for your health

18 พฤศจิกายน 2551

กรุงเทพฯ Wi-Fi หรือฝันร้ายกทม.?

ช่วยเอาป้าย Green Bankok Wi-Fi ออกจากป้ายรถเมล์ได้ไหม?
แนวคิดทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองหลวงที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลามันก็ดีอยู่หรอก

แต่ ที่ต้องมาบอกว่า ให้เอาป้าย Green Bangkok Wi-Fi ออกจากป้ายรถเมล์ เพราะมันทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่า คุณสามารถเล่นอินเทอร์เน็ตได้ทุกป้ายรถเมล์ทั่วกทม.

แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น !


การใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายของกรุงเทพมหานคร ยุคผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน สามารถใช้งานได้ตามจุดบริการที่เรียกว่า hot spot ที่ให้บริการโดย True Wi-Fi ภายใต้ความเร็ว 64 กิโลบิตต่อวินาที


แหงละ ความเร็วระดับ 64 ย่อมเร็วกว่าเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็มที่ความเร็วสูงสุด 56 k (แต่เมื่อตัดคลื่นรบกวนตามสาย สภาพจราจร หรือการใช้อินเทอร์เน็ตย่านนั้น และปัจจัยก่อกวนอื่นออกไป ความเร็วอินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็ม จะเหลือแค่ 6 k เท่านั้น)


ผมเคยโชคดีต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายฟรีของกทม. หากความเร็วรับส่งข้อมูลอืดมาก มากเสียจนไม่อยากเสียเวลารอ


นั่นหมายความว่า ความเร็วเชื่อมต่อที่ได้ไม่น่าถึง 64 k บางทีอาจเป็นเพราะต้อง "แชร์" กับผู้ใช้รายอื่น โดยเฉพาะผู้ใช้ที่เป็นลูกค้าจ่ายสตางค์ของผู้ให้บริการรายนี้ เนื่องจากฮอตสปอตของทรูจำกัดให้ใช้งาน Bangkok WiFi ได้ครั้งละ 1 ยูสเซอร์เท่านั้น


แน่นอนครับว่า ของฟรีและดีไม่มีในโลก การใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็ว 64 k ของกทม. อย่างดีที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การแชทผ่านโปรแกรมเอ็มเอสเอ็น หรือโปรแกรมแชทอื่น ซึ่งต้องการช่องจราจรต่ำมาก

ถ้าต้องการแค่นั้นก็ บรรลุจุดประสงค์แล้ว และคงเหมาะที่สุดแล้ว เนื่องจากการออกแบบเว็บไซต์ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้เพิ่มลูกเล่น โชว์กึ๋นก่าจะเรียกเพจมาอ่านได้ ลูกโตเลย


แต่หากต้องการใช้ Green Bangkok Wi-Fi เพื่อเชื่อมต่อเว็บดูสภาพการจราจรถ่ายทอดภาพจากกล้องวงจรปิดทั่วกทม. หรือป้ายแสดงสภาพจราจรอัจฉริยะ เหมือนที่เห็นโฆษณาตามสี่แยก ยอมเสียสตางค์เชื่อมต่อจีพีอาร์เอส หรือเอดจ์ ดีกว่า ได้ความเร็วสูงกว่า (แน่นอนเสียสตางค์)โฆษณาเคลื่อนไหว Green Bangkok Wi-Fi ที่ติดอยู่ตามเสาใต้ทางยกระดับถนนบรมราชชนนี ที่บอกว่า ประชุมวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ผ่านเน็ตไร้สายของกทม. จึงเป็นเรื่องน่าขบขัน แค่เปิดหน้าเว็บ google.com ก็อืดแล้ว นอกเหนือจากนั้นจะทำอะไรได้อีกบางคนอาจมองว่า อินเทอร์เน็ตไร้สายเป็นเรื่องไร้สาระ และฟุ่มเฟือยของคนกลุ่มหนึ่งที่เห่อเทคโนโลยี แต่เทคโนโลยีไม่ได้ถูกจำกัดความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของโดยคนมีกำลังทรัพย์อย่าง เดียวลองสังเกตตามแหล่งชุมชนหลายแห่ง จะเห็นจานดาวเทียมสีแดงโผล่ขึ้นตามที่พักที่ปลูกเบียดชิดกันใช้สังกะสีเป็น หลังคา ต้นทุนที่ถูกลง การตลาดที่บ้าบิ่นแบบหมูไม่กลัวน้ำร้อน ราคาอุปกรณ์สื่อสารที่ถูกลง เปิดโอกาสให้คนกำลังทรัพย์น้อย สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างทัดเทียม

นโยบายทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองไร้สายริเริ่มมาดีแล้ว หากคนที่มาสานต่อมุ่งมั่นทำให้มันเต็มรูปแบบ ครอบคลุม และมีประสิทธิผลกว่าที่เป็นอยู่ Green Bangkok Wi-Fi จะได้รับการชมเชยมากกว่านี้ อย่างน้อย ไม่ถูกครหาว่าเป็นนโยบายฉาบฉวยเฉพาะหาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น เดี๋ยวจะไปว่า นโยบายพรรคอื่นเป็นประชานิยมชนชั้นกลาง และรากหญ้าได้ไม่เต็มปาก

ข่าว : กรุงเทพธุรกิจ

15 พฤศจิกายน 2551

เตือนภัยใกล้ตัวจริงๆ จะได้ระวังตัวกัน

เรื่องที่ 1**เตือนภัย** สาวๆที่ออกไปข้างนอกคนเดียวบ่อยๆ by hunono


สวัสดีค่ะวันนี้มีเรื่องจริงที่เกิดกับเพื่อนเรามาเตือนสาวๆหน่อย โดยเฉพาะคนที่ออกไปข้างนอกคนเดียวบ่อยๆโดยเฉพาะสถานที่ซ้ำๆกันด้วย เรื่องนี้เกิดในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาค่ะเพื่อนเราไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้าน starbucks สาขาซีคอน ตอนประมาณเที่ยงๆระหว่างที่มันนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ฟังไอพอดไปด้วยก็มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามา! คุย ท่าทาง เกย์ๆ ตุ๊ด ๆ ผู้ชายคนนั้นบอกว่า เค้าเป็น directorมาจากฮ่องกง หรือจีน เนี่ยแหละ กำลังมองหานักแสดงหน้าตาจีนๆหรือเกาหลีๆไปเล่นหนัง เพื่อนเรามันก็ไม่ได้ตั้งใจฟังมาก เพราะหูข้างนึงก็ฟังไอพอดอยู่ จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็ยืนมือมาเชคแฮนด์เพื่อนเรามันก็จับมือเค้า  

ต่อจากนั้นแปปเดียว เพื่อนเรามันบอกว่าเกิดอาการมึนหัวขึ้นทันที เหมือนตัวลอยๆขยับ อะไรไม่ได้ยืนอยู่นิ่งๆได้อย่างเดียวเหมือนเค้าทายาอะไรซักอย่างไว้ที่มือ เพราะเพื่อนเราจับยาก็เลยซึมเข้าร่างกายผู้ชายคนนั้นก็พูดไปเรื่อยโดยที่เพื่อนเราบอกว่าได้ยินและจำได้ทุกอย่าง แต่ขยับตัวหรือพูดไม่ได้เลย ผู้ชายคนนั้นก็พูดไปเรื่อยว่า นี่น้องลดแขนหน่อยได้มั้ยแล้วก็เอามือจับแขนเพื่อนเรา ลดแก้มด้วยก็ดี แล้วก็เอามือมาดึงๆหน้าแล้วพอมันรู้ว่าเมาได้ที่แล้วมั้งก็บอกให้เอาไอพอด บัตรประชาชน แล้วก็เอทีเอ็มมาให้ ขอpassword ไปด้วย เพื่อนเราก็ทำตามทุกอย่าง มันบอกว่ามันรู้ตัวแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ต้องทำตามที่มันบอก

จากนั้นเพื่อนเราก็เดินกลับบ้านทั้งที่ยังไม่รู้ตัวอย่างนั้น ผ่านไปสองสามชม. มันถึงได้สติกลับมา ปรากฎว่าเงินในเอทีเอ็มหายไปหมดแล้ว  น่ากลัวเนอะ ขนาดในร้านตอนเที่ยง เพื่อนเราก็บอกว่าคนเยอะ ไม่ได้เปลี่ยวเลย ระวังตัวกันหน่อยนะคะสาวๆเพราะคนร้ายพวกนี้อาจจะซุ่มดูหาเหยื่อก่อน แล้วเลือกคนที่ไปคนเดียวบ่อยๆทางที่ดี อย่าคุยกับคนแปลกหน้า แล้วก็หาเพื่อนไปด้วยดีกว่านะจ้ะ

เรื่องที่ 2 ขอเล่าเรื่องจริงแบบไม่ต้องผ่านจอแก้วด้วยตัวเราเอง เป็นภัยสังคมที่เกิดกับคนใกล้ตัวแบบไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เจอะได้เจอ เหตุการณ์เกิดกับพี่สาวของเพื่อน (ขออนุญาตนำมาเล่านะคะ) วันที่เกิดเหตุ วันที่ 9 สิงหาคม 2551 เวลาประมาณบ่ายหน่อยๆ ครอบครัว พี่สาวเพื่อนไปทานอาหารที่ร้าน ซิสล์เลอร์ สาขาอาคาร ซีพี ทาวเวอร์ (สถานที่เกิดเหตุ - ขอเน้น กลางกรุงเลยเพื่อน) ตัวพี่สาวทานเสร็จก่อนก็เลยปล่อยให้สามีและลูกทานกันต่อ โดยที่ตัวเองจะลงไปซื้อของที่ร้านวัตสัน ที่อยู่ชั้นล่าง ระหว่างที่ลงบันไดเลื่อนก็มีชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ข้างหน้า แต่งตัวดี สักพักพี่สาวเพื่อนรู้สึกได้กลิ่นเหม็น เหมือน กลิ่นตด มาจากข้างหน้า (เค้ายังนึกด่าในใจว่าแต่งตัวดีแต่ดันตดมาได้)

พอลงจากบันไดเลื่อนก็เดินตรงไป เข้าร้านวัตสัน สักครู่ก็รู้สึกง่วงนอนมากเหมือนจะหลับให้ได้ (ปกติจะเป็นคนไม่ชอบนอนกลางวัน) เลยคิดว่าโดนดีเข้าแล้วเรา (เวลามีเมล์เรื่องภัยสังคมมอมยาแบบนี้ เพื่อนมักจะแฟ็กซ์ไปให้พี่สาวอ่านบ่อยๆ) พี่สาวเพื่อนรีบหยิบมือถือโทรหาสามีกับลูก ให้รีบมาเจอกัน เดชะบุญเก่ายังดีอยู่ สามีกับลูกเช็คบิลเสร็จแล้ว และกำลังจะลงไปหา เลยรีบตามมาสมทบ แล้วพากันกลับบ้าน เพื่อนเล่าว่า ขึ้นรถปุ๊บ พี่สาวก็หลับปั๊บทันทีเลยสรุปกันว่าเจอตดมหาภัยซะแล้ว

ก็เล่ามาเพื่อเตือนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ กันไว้ (ช่วยกันส่งต่อเตือนพี่น้องเพื่อนฝูงของตัวเองด้วยนะ)เพราะสถานที่เป็นที่ เราคุ้นเคยเดินเล่นกันบ่อย ๆ จนอาจจะไม่ระวังตัว เปิดช่องให้พวกมารสังคมมาทำมิดีมิร้ายกับตัวเราและทรัพย์สินได้ วันที่เกิดเหตุ เพื่อนเล่าว่าพี่สาวเขาใส่จี้เพชรอยู่ แต่ก็ไม่ใช่วูบวาบใหญ่โตขนาดจะนำภัยมาหาตัวได้ เพราะแต่งตัวก็ธรรมดาไม่ฟู่ฟ่าอะไร มีกระเป๋าตังค์ติดตัวไปด้วยใบหนึ่ง หากเราไปเดินคนเดียวและเจอเหตุการณ์แบบนี้ ขอแนะนำเพื่อน ๆ ถ้าได้กลิ่นแปลก ๆ ให้รีบกลั้นลมหายใจ แล้วรีบออกมาให้พ้นแถวนั้น พยายามฝืนตัวเองหาพนักงานขายของ (อย่าเอาคนแถว นั้น เพราะอาจเป็นพวกมันรออยู่ก็ได้) แล้วรีบบอกพนักงานก่อนเลยว่า เรามาคนเดียว เพราะพวกมารสังคมอาจจะทำเนียนเห็นยาออกฤทธิ์แล้วอ้างตัวว่ามากับเราได้... เฮ้อ... ทำได้แต่เตือน ๆ กัน เมื่อไหร่พวกมารจะหมดไปจากสังคมกันซะที ขอให้ปลอดภัยกันทุก ๆ คนนะคะ

เรื่องที่ 3
คนมาแจกโบร์ชัร์ก็ต้องระวังนะ เรื่องคนเอาเอกสารหรือโบร์ชัวร์มาแจกตามห้างก้อน่ากลัวนะ ต้องระวังด้วย เมื่อก่อนก็จะรับๆ ไว้เพราะสงสารคนแจก แต่ไม่กี่เดือนนี่เองน้องที่ทำงานเก่าเพิ่งโดนไปที่ โลตัสคลองสี่รังสิต

เรื่องก้อคือเค้าจะไปซื้อของใช้เข้าบ้าน ไปกันสามคน พ่อ แม่ ลูก ตัวน้องผู้หญิงเข้าไปซื้อของใช้และ ให้สามีพาลูกไปรอ  และเล่นที่บ้านบอล พอเค้าซื้อของเสร็จมาหาสามีที่บ้านบอล มองหาลูกในบ้านบอลก็ไม่มีแล้ว สามีก็นั่งอยู่ที่หน้าบ้านบอลที่เดิม เรียกอยู่ตั้งพักถึงจะรู้สึกตัว  สามีรู้สึกตัวก็ตกใจมากที่รู้ว่าลูกหายไปแล้ว เค้าบอกว่า ขณะนั่งดูลูกเล่นอยู่ดีดี  ก็มีคนเดินเข้ามาแจก โบร์ ชัวร์ให้อ่าน ก็เลยรับไว้แล้วพอเปิดปุ๊บ ก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลยมารู้ตอนที่ภรรยามาเรียกนี่แหละ เค้าหากันให้ทั่วห้างเลยแหละ แต่เป็นโชคดีของครอบครัวนี้มากๆ เพราะก่อนที่จะเข้าไปซื้อของเค้าแวะซื้อขนมที่ร้านขนมไทยตรงทางเข้าห้าง

แล้วแม่ค้าขนมก็จำครอบครัวนี้ได้ แม่ค้าเล่าว่าเด็กออกมากับผู้ชาย คนนึงแต่เด็กร้องไห้เสียงดังลั่นเลย ก็เลยเป็นที่สังเกตุแม่ค้าก็เลยเรียกไว้แล้วถามหาพ่อแม่เด็ก ระหว่างนั้นคนร้ายก็เลยชิงหนีไป.....คิดดูสิ..... ถ้าแม่ค้าจำเด็กไม่ได้ หรือถ้าคนร้ายมันทำให้เด็กหมดสติแล้วทำทีเป็นเด็กหลับแล้วอุ้มไปหละไม่อยากคิดเลยว่าตอนนี้ครอบครัวนี้จะเป็นยังไง ตอนนี้น้องที่ทำงานเก่าที่เป็นแม่เด็กยังขวัญผวาไม่หายเลย กลัวไปหมด โชคดีมากๆ บุญช่วยจริงๆ

11 พฤศจิกายน 2551

คีย์การ์ด ห้องพักในโรงแรม

This is pretty good info. Never even thought about key cards containing anything other than an access code for the room!

HOTEL KEY CARDS
คีย์การ์ด ห้องพักในโรงแรม


Ever wonder what is on your magnetic key card?
คุณเคยสงสัยบ้างมั้ยว่า ในคีย์การ์ด ของหัองพักตามโรงแรม มีข้อมูลอะไรอยู่ในนั้นบ้าง ???


Answer: คำตอบก็คือ

a. Customer's name
1. ชื่อผู้เข้าพัก

B. Customer's partial home address
2. ที่อยู่ของผู้เข้าพัก

c. Hotel room number
3. หมายเลขห้องที่เข้าพัก

d. Check-in date and out dates
4. วันที่ เช็คอิน และ เช็คเอ๊าท์ จากโรงแรมนั้น

e. Customer's credit card number and expiration date!
5. หมายเลข บัตรเครดิตของผู้เข้าพัก และวันบัตรหมดอายุ !!!!


When you turn them in to the front desk your personal information is there for any employee to access by simply scanning the card in the hotel scanner. An employee can take a hand full of cards home and using a scanning device, access the information onto a laptop computer and go shopping at your expense.

เมื่อคุณคืนบัตรคีย์การ์ดให้ พนักงานโรงแรม ที่เคาน์เตอร์ พนักงานโรงแรมคนไหนๆ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของคุณซึ่งอยู่ในบัตรคีย์การ์ดนั้นได้ เพียงแค่สแกนบัตรกับเครื่องอ่านบัตรคีย์การ์ดในโรงแรม พนักงานโรงแรมสามารถจะหยิบเอาบัตรคีย์การ์ดพกกลับบ้าน แค่มีอุปกรณ์อ่านบัตร กับ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุคซักเครื่อง ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลบัตรเครดิตของคุณได้ และสามารถช้อปปิ้งผ่านบัตรเครดิตของคุณได้อย่างง่ายดาย


Simply put, hotels do not erase the inform ation on these cards until an employee reissues the card to the next hotel guest. At that time, the new guest's information is electronically 'overwritten' on the card and the previous guest's information is erased in the overwriting process.

สรุปง่ายๆ ก็คือ โรงแรมจะไม่มีการลบข้อมูลในคีย์การ์ด จนกว่าพนักงานของโรงแรมจะทำการออกบัตรคีย์การ์ดนั้นให้ลูกค้าผู้เข้าพักรายใหม่ ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าผู้เข้าพักรายใหม่ จึงจะถูกคีย์ทับข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าพักรายเดิม


But until the card is rewritten for the next guest, it usually is kept in a drawer at the front desk with YOUR INFORMATION ON IT!

และ คีย์การ์ดที่ปกติเก็บในลิ้นชักเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับของโรงแรม ก็จะยังคงมีข้อมูลของคุณคาอยู่ในบัตรเรื่อยไป.... จนกว่าจะมีผู้เข้าพักรายใหม่ (ที่ใช้คีย์การ์ดอันเดียวกัน)


The bottom line is: Keep the cards, take them home with you, or destroy them. NEVER leave them behind in the room or room wastebasket, and NEVER turn them into the front desk when you check out of a room. They will not charge you for the card (it's illegal) and you'll be sure you are not leaving a lot of valuable personal information on it that could be easily lifted off with any simple scanning device card reader.

ฉะนั้น วิธีที่ดีที่สุด ก็คือ – ไม่ต้องคืนคีย์การ์ดห้องพักให้โรงแรม แต่เก็บคีย์การ์ดนั้นไว้กับตัวและเอากลับบ้านไปด้วย หรือ มิฉะนั้น ก็ให้ทำลายบัตรนั้นเสีย ห้าม ทิ้งบัตรคีย์การ์ด ไว้ในห้องพัก หรือในถังขยะห้องพักในโรงแรม เด็ดขาด อย่า ส่งคืนบัตรคีย์การ์ดให้พนักงานโรงแรม เมื่อจะเช็คเอ๊าท์จากโรงแรม เด็ดขาด


For the same reason, if you arrive at the airport and discover you still have the card key in your pocket, do not toss it in an airport trash basket. Take it home and destroy it by cutting it up, especially through the electronic information strip!

และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ แม้ว่าเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินและพบว่าคุณยังมีคีย์การ์ดโรงแรม ติดอยู่ในกระเป๋าก็ตาม อย่า โยนคีย์การ์ดนั้นทิ้งในถังขยะที่สนามบินเด็ดขาด พกคีย์การ์ดนั้นไว้ กลับถึงบ้านแล้วค่อยเอาคีย์การ์ดนั้นมาทำลาย ด้วยการตัดบัตรให้ขาด โดยเฉพาะส่วนที่เป็นแถบบรรจุข้อมูล


If you have a small magnet, pass it across the magnetic strip several times. Then try it in the door, it will not work. It erases everything on the card.

ถ้าคุณมีแม่เหล็กอันเล็กๆ ก็อาจใช้แม่เหล็กนั้น มาถูผ่านแถบแม่เหล็กของคีย์การ์ด หลายๆ ครั้ง ก็จะสามารถลบข้อมูลที่บรรจุอยู่ในคีย์การ์ดนั้นได้เช่นกัน

7 พฤศจิกายน 2551

วิธีแก้คำสาป

กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไหร่หรอกเจ้าหญิง

นางหนึ่งถูกสาปไว้ ถ้าจับสิ่งใดขอให้หลอมละลายกลายเป็นไอน้ำ พระราชาเป็นห่วงบุตรี หาวิธีแก้ไขอย่างไรก็มิหาย หมดหนทางที่จะช่วยบุตรี
แต่จู่ ๆ ก็มีนางฟ้ามาปรากฏกายขึ้น และก็จะถอนคำสาปให้หายโดยพลัน

แต่นางมีข้อแม้อย่างหนึ่งว่า จะต้องมีชายคนหนึ่งหาสิ่งใดก็ได้มาให้บุตรีจับ แล้วไม่ละลาย คำสาปนั้นจึงจะหายไป

พระราชาไม่รอช้ามุ่งหน้าป่าวประกาศโดยพลัน

' หากชายใดสามารถถอนคำสาปได้ใน 1 วัน ฉันจะยกลูกสาวให้เจ้าไป' จนสามารถคัด เลือกเหลือ 3 คน

คนที่หนึ่งจึงเริ่มเอาของดีมาแก้ไข หยิบโครตเพชรเม็ดงามให้ ทรามวัย

เจ้าหญิงจึงยื่นมือไปแล้วแตะในทันที ยังไม่ทันจะแตะได้เต็มมือ เพชรก็หายละลายไปสิ้น

' ฉันเสียใจด้วยจริงๆ เพชรเม็ดนี้ต้องละลายไป '

เจ้าหญิงกล่าว

ชายคนที่สองรองถัดมา ก็เดินมาเบื้องหน้าของเจ้าหญิง ยื่นเหล็กแหลมแข็งแกร่งไม่อ่อนนิ่ม ให้เจ้าหญิงลองจับสัมผัสดู
แต่แล้วมันก็ละลายหายไปหมด

' เธอก็อด ตกรอบไปเสียสิ้น '

คนสุดท้ายเดินมาตัวปล่าวไม่มีทรัพย์สิน บอกเจ้าหญิงจงเอามือล้วงลงไปในกางเกง

เจ้าหญิงจึงล้วงลงไปในกางเกงของชายผู้นั้น หน้าเจ้าหญิงก็เริ่มแดง ด้วยความเขินอาย แล้วจึงรีบดึงมือออกโดยพลัน หันมาบอกราชา

' เสด็จพ่อเพคะ ...มัน.... มันยังแข็งอยู่เลยคะ '


ในที่สุดชายคนที่ 3 ก็ได้เป็นผู้ชนะไป


พระราชาสงสัย มันคือะไร อยู่ในกางเกงของชายผู้นั้น ..... ?

ชายคนที่ 3 ไม่ยอมตอบ ได่แต่อมยิ้ม

และก็ได้ล้วงเข้าไปในกางเกงของเขา


แล้วหยิบมันออกมา


มันคือ ? M & M

ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือ เหอๆๆ


คิดอะไรกันอยู่อ่ะ 5555555

4 พฤศจิกายน 2551

สาเหตุที่ผู้ชายบางคนไม่ยอมมีเมีย(ขำขำ)

สาเหตุที่ผม ยังไม่มีภรรยาเพราะว่า ................
ผมสามารถเอ็นจอย xxx ในราคาที่คุ้ม ค่า
เที่ยวทุกอาทิตย์ = 2,000 x 4 = 8,000 บาท/เดือน
= 8000 x 12 = 96,000 บาท/ปี

เลือกได้ทุกรุ่น ทุกขนาด ใหม่ล่าสุดแกะกล่อง ไม่มีข้อผูกพันใดๆ รับประกันคุณภาพและการบริการ

หาเมีย

ต้นทุนระหว่างจีบ = 100,000 up
ต้นทุนดาวน์ = 300,000 บาท up
ค่าที่ อยู่อาศัยให้ = 1,500,000 up
ค่าพาหนะ = 600,000 up
ค่าบำรุง รายเดือน = 50% ของเงินเดือน up
- ไม่รวมค่าเสียเวลาและประสาทเสียจากการแทรกแซง และการไร้คุณภาพเป็นพักๆของ ผลิตภัณฑ์
- ซื้อแล้วห้ามเปลี่ยนคืน ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์อื่นร่วม
- ผลิตภัณฑ์มีอายุยืนยาว แต่คุณภาพเสื่อมทันทีที่ซื้อ
- ผลิตภัณฑ์อาจเป็นสินค้ามือสอง แต่จำหน่ายในราคาเต็ม คุณไม่มีสิทธิ์ครอบครอง ผลิตภัณฑ์ แต่ผลิตภัณฑ์มีสิทธิ์ครอบครองคุณ และทุกสิ่งที่คุณ เป็นเจ้าของ
- ผลิตภัณฑ์เกิดแตกหน่อ รายได้ข้างต้นที่ว่ามาทั้งหมด ต้องหักออกอีก 30% ของรายได้...

'ภรย ตา มา ปรมา ทุกขา' การมีภรรยา มีทุกข์อย่าง ยิ่ง
มีเมีย เหมือนมือถือ ........เป็นเหมือนสื่อคอย ติด ตา ม
มีเมีย เหมือนมียาม .............คอยสอบถามยุ่มย่ามใจ
มี เมีย เหมือนมีบ้าน ..............อยู่นานนานย่อมเบื่อได้
มีเมีย เหมือน มอไซค์ ...........ซิ่งเร็วไปอาจเสี่ยง ตา ย
มีเมีย เหมือน มีรถ ...................ราคาหดเวลาขาย
มีเมีย เหมือนผีพราย ............. หากร่างกายไม่แต่งเติม
มีเมีย เหมือนม้าห้อ .................ควบไม่รอยามฮึก เหิม
มีเมีย เหมือนบัตรเสริม .........ต้องคอยเติมเงินเรื่อยไป
มี เมีย เหมือนปีศาจ ...............ยามอาละวาดน่าตกใจ
มีเมีย เหมือนมี ไห................ปลาร้า....ใส่หลายร้อยปี
มีเมีย เหมือนมี คอมพ์ .........ต้องคอยซ่อมบ่อยเหลือที่
มีเมีย เหมือนปลา กระดี่ .............ได้น้ำดีก็จากไป
มีเมีย เหมือนดั่งเสือ ................ ขย้ำเหยื่อจะเหลือไร
มีเมีย เหมือนกรรไกร........ ตัดทีไรขาดทุกที
มี เมีย ชอบจ่ายดะ ......................ซื้อไม่ละ..นะคุณพี่
มีเมีย ชอบ เซ้าซี้ ........................บ่นทุกทีที่เจอกัน
มีเมีย ละเหี่ย ใจ................ แล้วทำไมชอบมีกัน

มองโลกในแง่ดี กายสดใส ใจเป็นสุข

เขียนโดย สิทธิศักดิ์ ศรีธรรมวัฒนา
นักเขียนบทความการบริหารงานบุคคล

ในสังคมปัจจุบันนี้มี สิ่งที่เข้ามากระทบชีวิต ความเป็นอยู่ ความรู้สึก นึกคิดของเราทุกวินาที หากเราสัมผัส รับเข้ามาแล้วเราไม่มีสติ ปรับเปลี่ยนไม่เป็น เราก็อาจจะเผลอตัว เผลอใจ เกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งนั้นทันที การตอบสนองที่เป็นความดีนั้นก็น่าชื่นชม..แต่การตอบสนองที่ไม่ดีเป็นเรื่อง ที่เราควรระวังให้มาก เพราะทำไปแล้ว ตอบสนองไปแล้วเป็นเรื่องที่จะตามแก้ยาก แม้จะแก้ จะขอโทษไปแล้วแต่ก็มีร่องรอยแผลเป็นในใจของเขาไปตลอดชีวิต..หรือบางเรื่อง อาจจะบอกต่อ เป็นมรดกถ่ายทอดไปยังลูกหลานของเขาด้วย

วันนี้เรามาฝึก สติ มาฝึกควบคุมปฏิกิริยาการตอบสนองกันหน่อยดีไหม โดยเริ่มจากการฝึกคิดในแง่ดี หรือ การคิดเชิงบวกต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาหาเรา..ถ้าสิ่งที่เข้ามาหาเราแล้วเราไม่ชอบ เราโมโห เราโกรธ..เรามาลองฝึกควบคุมสติ ฝึกปรับเปลี่ยนความคิดของเราตามตัวอย่างต่อไปนี้ครับ...

1. เพื่อนนินทาเราในเรื่องที่ไม่จริง
เป็น โอกาสดีแล้วที่เพื่อนคนนั้นเป็นกระจกเงาส่องดูตัวเราอย่างดี ว่าเราอาจจะมี หรือเผลอตัวไปทำอย่างที่เพื่อนคนนั้นว่าก็ได้ เราจะได้มีโอกาสปรับปรุงตัวเอง… หรือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้มีโอกาสชี้แจงความจริงให้คนอื่นเข้าใจเรามากขึ้น ต้องขอบคุณเพื่อนที่สร้างงโอกาสนี้ให้ ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง เพื่อนคนนั้นถ้าเขายังนินทาเราหรือคนอื่น ๆ ไม่หยุด คนอื่นจะไม่คบเขาอีกเลย เพราะกลัวถูกนินทา เขาจะเป็นคนที่น่าสงสารในวันข้างหน้า


2. เพื่อนยืมเงินแล้วไม่คืน
ไม่ เป็นไร..ขอกันกินมากกว่านี้ สงสัยชาติที่แล้วเรายืมเขามา ชาตินี้เขาจึงมาเอาคืน ว่าแล้วก็ไปทำบุญกรวดน้ำให้เขาเป็นสุข ให้เราได้บุญกุศล หมดกรรมซะ หากไม่มีเวรกรรมต่อกัน ก็แสดงว่าเขาก่อเวรเอง ชาติหน้าเขาต้องมาใช้เรา ถือว่าทำบุญไว้เผื่อชาติหน้าก็แล้วกัน …พฤติกรรมแบบนี้ถ้าเราไม่ชอบก็ถือเป็นบทเรียนว่าเราอย่ายืมใคร หรือ เราอย่าโกงใคร…คง ไม่มีใครหรอกที่จะไว้ใจคนที่หักหลัง คดโกงเพื่อนแบบนี้...คราวต่อไปอย่าให้ยืมอีก หรือถ้าจะช่วยเหลือคนอื่นก็ช่วยตามที่สมควร เราไม่เดือดร้อน เราไม่เสียใจภายหลัง


3. แฟนบอกเลิก
ก็ดีนะ ได้เรียนรู้ชีวิตนี่ เป็นการพิสูจน์สัจธรรมอีกครั้งว่า ไม่มีใครที่รักเราเท่าพ่อ แม่ของเรา ..เธอไปก็ดีแล้วหละเราจะได้ว่างเพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่รักเรา ที่เลี้ยงเรามา..เราเพิ่งจะรู้จักกันไม่กี่วันนี้เอง ไม่มีเขามาตั้งนานเรายังอยู่ได้ วันนี้ไม่มีเขาเราก็อยู่ของเราคนเดียวได้เหมือนเดิม .. เลิกกันวันนี้ก็ดีแล้ว ไม่ต้องเสียเงินแต่ง ไม่ต้องมีภาระเลี้ยงลูก เป็นโสด ไปไหน มาไหนได้สบายดี จะได้มีเวลาพัฒนาตนองให้ดีขึ้นกว่าเดิมเดี๋ยวก็มีคนที่ดีกว่าเธอมาชอบเราเอง แหละ ..ขอบคุณจริง ๆ ที่เลิกกับฉัน


4. รักเขา แต่เขาไม่รักเรา
ไม่ เป็นไร พระท่านว่า ความสุขอยู่ที่การให้ ถ้าเราให้ความรักเขาอย่างบริสุทธิ์ใจแล้ว เราก็มีความสุขแล้วไม่ใช่หรือ.. อย่าไปหวังอะไรจากเขาเลย เขาก็มีความรู้สึกรัก ไม่รักของเขาเอง บังคับเขาไม่ได้ เรารักเขา ทำความดีกับเขาอย่างสม่ำเสมอเราก็จะมีความสุขสม่ำเสมอแล้ว..ความรักไม่จำ เป็นต้องลงเอยด้วยการแต่งงานเสมอไปหรอกนะ...หรือหากเขาเห็นความดี เขาก็จะรักเราเอง หรือ ถ้าเขาไม่รัก ก็จะมีคนอื่นมารักความดีของเราเอง รักคนที่เขารักเราดีกว่านะ..


5. ช่วยเพื่อนทุกครั้ง แต่เพื่อนยังคิดร้ายกะเราอีกปลงซะเถอะโยม..คิดว่าช่วยหมาตกน้ำให้รอดตายสักตัวก็แล้วกันหมาบางตัวไม่รู้คุณคน ก็ปล่อยมันไปเถอะอย่าไปเลี้ยงดู คบหากับมันอีก เจ้า เพื่อนคนนี้ก็เหมือนกัน เราช่วยแล้วก็แล้วไป ปล่อยเขาไปเถอะอย่านำเรื่องของเขามาคิดให้ใจเราขุ่นมัวเลย เราคิดใจเราก็ เศร้า ใจเรานี่แหละเป็นทุกข์เอง ตัวเพื่อนคนนั้นมันไปหัวเราะมีความสุขที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ แล้วเราจะนำเรื่องของเขามาทุกข์ มาทำร้ายใจเราเองทำไม ถ้าคิดถึงเรื่องสุข ใจเราก็เป็นสุข เราเลือกที่จะคิด เลือกที่จะทำ ด้วยตัวเราเองได้นี่นา รักษาความสงบสุขในใจเราไว้ดีกว่านะ


6. เราสอนงานหลายครั้งแล้ว เพื่อนก็ยังทำงานผิดอีก
นี่แหละ พระเจ้ากำลังทดสอบความอดทน อดกลั้นของเรา กำลังสอนเราให้เข้าใจคำว่า " คน" มันก็มีดี มีเสียอย่างนี้แหละ บางเรื่องเข้าใจยาก บางเรื่องเข้าใจง่าย ทำง่าย ..ตัวเราเองก็เคยทำผิดหลายครั้ง.. อย่าโกรธ อย่าโมโหเขาเลยนะ เราน่าจะยิ้มให้ใบหน้าเราสวย ๆ ดีกว่า…หรือ ว่าบางทีเราอาจจะสอนเขาไม่ดี..ลองสอนใหม่ ละเอียดขึ้น ทำให้เขาดูก่อน สอบถามเขาเป็นระยะๆ ให้เขาลองทำให้เราดูว่าเขาเข้าใจไหม ติดตามใกล้ชิดขึ้นอย่ารองานเสร็จแล้วค่อยถาม..เขาน่าจะเข้าใจและไม่ทำผิดอีก


7. หัวหน้าให้มาทำงานวันหยุด
ดีแล้ว เราจะได้ทำงานให้เสร็จก่อนคนอื่น ทำงานมาก บริษัทขายดีมีกำไร เราก็มีงานทำ มีรายได้เลี้ยงลูก เลี้ยงพ่อแม่ของเรา …วัน หยุดคนน้อย มีสมาธิทำงานดีกว่าวันปกติ ..ไม่มีคนกวนใจ ได้แต่งตัวสวย ๆ ตามสบายไม่ต้องอยู่ในระเบียบ...หัวหน้ากำลังสอนเรา กำลังปั้นเราให้เก่ง ให้รู้หลายเรื่อง เพิ่มความสามารถ เพิ่มประสบการณ์ให้เรา ที่โรงเรียน ที่บ้านไม่มีสอนหรอกนะ ได้ฝึกตัวเองให้เป็นคนสู้งานหนักถ้าเราทำได้ ทำดีในวันนี้ เราก็อาจจะได้ดีในวันหน้า...


8. พนักงานมาเบิกของในเวลาพัก ขณะงัวเงียจะหลับ
ดี แล้วน้อง ถ้ามัวแต่รอ มัวแต่เกรงใจงานจะไม่ทัน จะเสียเวลาทำงาน บริษัทของเราจะเสียหาย งานของน้องก็เป็นงานของพี่เหมือนกัน หรือวันอื่นพี่จะไปขอความช่วยเหลือจากน้องบ้าง ..พวกเราคนกันเองด้วยกันทั้งนั้น..ไหนมาดูซิเบิกอะไร พี่ช่วยถือไป ส่งไหม...


9. หัวหน้าให้ไปเรียนงานกับคนเราไม่ชอบ
โอกาส ดีที่สุดมาถึงแล้ว ที่เราจะได้มีโอกาสเปิดใจกับเขาตรงไป ตรงมา ที่ผ่านมาเราอาจจะทำไม่ดีกับเขา หรือเราจะไม่เข้าใจกัน จะได้มีโอกาสขอโทษเขา เท่าที่ดูเขาก็เป็นคนดีนะ น่าจะมีความดี ความรู้หลาย ๆ อย่าง ที่เราน่าจะเรียนรู้จากเขา เราจะได้มีเพื่อนเพิ่มอีกคนหนึ่ง ยิ้มและเต็มใจที่จะรับโอกาสดีที่จะเกิดขึ้นกับเรา..ยิ้มและสวัสดีทักทายกับ เขาก่อนดีว่านะ..


10. บริษัทประกาศปิดกิจการ
โอ.. ก็ดีนะ อาจจะเป็นโอกาสที่เราจะได้ลองไปประกอบอาชีพอื่นดูบ้าง หรืออาจจะถึงจังหวะชีวิตที่เราจะได้เป็นเจ้าของกิจการเองแล้วหละ..ลองนั่ง ทบทวนดูว่าเราชอบทำอะไร ..อะไรที่เราทำได้ดี ..อะไรที่เราอยากทำ นั่นแหละคืออนาคตของเรา ..คิดและลงมือทำเลย ถ้าคนอื่นทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ ..ไหน ลองตะโกนบอกตัวเองดัง ๆ 3 ครั้งซิว่า.เราทำได้ เราทำได้และเราทำได้..สู้ ๆ ชีวิตนี้เป็นของเรา..เห็นไหม ความรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย...

เห็นตัวอย่างข้างต้นแล้ว จะเห็นได้ว่าโลกไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป ถึงแม้บางครั้งพายุปัญหาจะถาโถมเข้ามาแรง หรือบางครั้งจะรู้สึกนอนอยู่ในกองขยะ แต่ถ้าเรามีสติ มีการปรับเปลี่ยนความคิดให้เป็นเชิงบวก ให้คิดในแง่ดีได้ เราก็จะมีชีวิตอยู่กับคน อยู่กับสังคม อยู่กับพายุ อยู่กับกองขยะอย่างมีความสุขได้ทุกวันครับ ..

3 พฤศจิกายน 2551

วิธีรักษาสิวหายภายในวันเดียว

พร้อมรึยัง ............. เริ่ม
วิธีนี้ อาจไม่เป็นผลดีต่อตัวเองนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
บอกทีละ ขั้นตอนเลยนะ

1. ตื่นเช้ามาวันแรก ... ให้อดข้าว
2. ข้าวกลางวันก็ ... ไม่ต้องกิน
3. พอถึงข้าวเย็นก็ ... ไม่ต้องกิน  ( อดทนหน่อยนะใกล้แล้ว )
4. กลางคืน ... นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
5. ตื่นเช้ามาอีกวันก็ . อย่าเพิ่งกินข้าวเช้านะคะ
6. เมื่อเราไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน ... พอถึงตอน ... 'สายก็จะหิว'
.
.
. .
.
.

สายก็จะหิวววววววววววววว......
.
.
.
.

.

'สายก็จะหิว' = สิวก็จะหาย

กร๊ากกกกกๆๆๆๆ

2 พฤศจิกายน 2551

ผู้ชายก็เป็นแบบนี้

- นมและก้นของผู้หญิง คือสิ่งที่เรียกว่า Sexy
- หนังโป๊ คือ ปัจจัย 5 ของผู้ชาย (บางคนอาจเป็น 4 หรือ 3)
- ถ้าหนุ่มๆ รวมกลุ่มคุยกัน ให้สันนิษฐานได้เลยว่า นินทาเรื่องผู้หญิงอยู่
- ชอบอวดกับเพื่อนๆ ว่า ได้แอ้มใครบ้าง (ไม่ดีๆ)
- ได้จับมือ แล้วจะลามไปจุดอื่น เข้ากับสำนวนที่ว่า ได้คืบจะเอาศอก
- เห็นผู้หญิงคนอื่น สวยกว่าแฟนตัวเองเสมอ

- หาเรื่องแต๊ะอั๋งเมื่อมีโอกาส
- ชอบวิจารณ์แฟนตัวเอง
- เมื่อก่อนการจูบเป็นการแสดงความรักขั้นพื้นฐาน เดี๋ยวนี้ การมีเพศสัมพันธ์จะเป็นการแสดงความรักขั้นพื้นฐาน
- การโกหกเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต
- สาวอายุเยอะกว่า เป็นสิ่งท้าทาย
- สาวอายุน้อยกว่า เป็นหมูในอวย
- สาวอายุเท่ากัน เป็นเพื่อนกันดีกว่า
- ขาว สวย หมวย อึ๋ม คือปรัชญาการใช้ชีวิต

- อ้วน คล้ำ ดำ เตี้ย คือข้อห้ามขั้นสูงสุด
- รถไฟชนกัน เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
- ชอบปฏิบัติมากกว่าทฤษฎีในวิชาเพศศึกษา
- ชอบตดและเรอแข่งกันกับเพื่อน
- ไม่ชอบพับผ้าห่มและที่นอน
- ชอบดูหนังบู๊
- เกลียดหนังรัก
- แต่ตอนเพิ่งคบกัน ชอบชวนไปดูหนังสยองขวัญ

- สูบบุหรี่เพราะคิดว่าเท่ (สาวที่ไหนบอกมันวะ)
- อวดเก่งต่อหน้าผู้หญิงเป็นประจำ หน้าแตกกลับมาทุกครั้ง
- การใช้กำลังเป็นสิ่งที่มัดใจสาวๆ เช่น เตะหมาโชว์ เป็นต้น
- ชอบแอบมองผู้หญิงอื่น เวลาโดนจับได้ ก็จะวิจารณ์เค้า (เอากะมันดิ)
- นอนตื่นสายไม่ทันดูหนังจักรๆ วงศ์ๆ
- ฉลาดในเรื่องโง่ๆ
- คนอื่นมองแฟนตัวเองไม่ได้
- ตัวเองมองแฟนคนอื่นได้

- สุดท้าย ถ้าอ่านแล้ว ข้อไหนตรงกับตัวเอง จะไม่ยอมรับความจริง

30 ตุลาคม 2551

ถ่านนาฬิกา-ความรัก

บ่อยครั้งที่ ความรัก ทำให้เราลืมไปในหลายๆ สิ่ง

ลืมว่า...

เราเคยกินข้าวคนเดียว. . . โดยไม่รู้สึกเหงา
เราถือกระเป๋าเองได้. . . โดยไม่รู้สึกหนัก
เคยเดินกลับบ้านคนเดียว. . . โดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก


ยิ่งกับความรัก ที่คบกันเนิ่นนาน
ยิ่งเนิ่นนาน ความผูกพันก็ยิ่งมาก
เมื่อความผูกพันเริ่มมาก ชีวิตเราก็มีแต่ความเคยชิน


เคยชินที่จะกินข้าวกับเขา ดูหนังกับเขา
เดินกลับบ้านกับเขา โดยมีเขาเอื้อมมือมาถือกระเป๋าให้
ความรัก ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงอ่อนแอลงหรอก
แต่ความรัก มักทำให้ผู้หญิงลืมการใช้ชีวิตคนเดียว


ไม่ต่างจากนาฬิกาแขวนผนัง ที่เดินบอกเวลาไปเรื่อยๆ
โดยลืมไปว่าที่นาฬิกาเดินได้นั้น เพราะมีถ่านให้พลังงานอยู่
ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าถ่านจะหมด
เป็นไปได้...พอๆ กับความรักที่เคยมีมาจะหมดลง


ซึ่งถ้าวันที่ถ่านหมดมาถึงจริงๆ
ถึงแม้สองเข็มนาฬิกาจะหยุดเดิน แต่เชื่อไหมว่า...เวลายังเคลื่อนไป
เวลาบนโลกนี้ไม่ได้หยุดเหมือนสองเข็มนาฬิกา
ความรักที่หมดลงแล้วนั้น ก็เช่นกัน


ความรักหมด แต่ไม่ได้หมายความว่า "ชีวิต" จะหมด
ชีวิตของเรา ยังก้าวเดินต่อไปได้เสมอ


อาจเหงาบ้าง ที่ต้องกลับมากินข้าวคนเดียว เดินคนเดียว
อาจเจ็บปวดบ้าง ที่เบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคยไม่ปรากฏบนหน้าจอบ่อยๆ อีกแล้ว
แต่เชื่อไหมว่า ก่อนหน้าที่ไม่มีเขา เราก็ยังอยู่อย่างมีความสุขได้


หากชีวิตคือนาฬิกา และ เข็มสองเข็มคือความรัก


มันก็ยังมีโอกาสที่จะใส่ถ่านความรักก้อนใหม่อยู่ทุกเวลา และเข็มสองเข็มก็ยังมีโอกาสเริ่มเดินต่อไปอีกครั้งหนึ่ง. . .

28 ตุลาคม 2551

เวลาพิมพ์ต้องระวัง

'ลูกชายผมสองขวบมีไข่สูงมากให้กินพาราได้ไหม ขอคำตอบด่วนครับ'

'แฟนเป็นคนเสียวดังมากครับ ผมอายคนอื่นเค้า ผมจะเตือนเธอยังไงดีครับ'

'กลุ้มใจจัง แฟนเราเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยจะอม ใครง่าย ๆ'

' มีพี่ที่ทำงานคนนึงเพิ่งเข้ามาทำงาน เธอเป็นลูกน้องผมแต่อายุแก่กว่าผมมาก ผมจะสอยเธอยังไงดี! ครับถึงจะไม่น่าเกลียด'

' สามีมีปัญหาในการนอนค่ะเค้าชอบนอนหนุนหมอย นิ่ม ๆ ไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ พอจะ รู้จักยี่ห้อดี ๆ มั้ยคะ'

' ถ้าง่วงก็ลองเคี้ยวหมาฝรั่งดูสิคะเผื่อจะหาย'

' เดือนหน้าดิฉันจะมีเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย เค้าชอบช้างมากค่ะ ช่วยแนะนำทัวร์ที่มีโปรแกรมขี้ช้างให้หน่อยได้มั้ยคะ'

' เจอรูแฟนเก่าในโทรศัพท์มือถือแฟน หมายความว่ายังงัย'

' อยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ที่ปิดไฟมืด ๆ แล้วฉายภาพดาวน่ะค่ะไม่ทราบว่าเข้าชมฟรี รึต้องเสียตัวด้วยรึป่าวคะ

' ข่าวดีค่ะปลื้มใจอยากบอก ไปขยายรูแต่งงานมาแล้ว ออกมาสวยมาก ๆ ขนาดแฟนเป็นคนไม่ค่อยพูด ยังออกปากชม ไม่รู้มาก่อนว่าดีแบบนี้ เพื่อน ๆ ไปขยายที่ไหนกับบ้างคะ'

' พี่ ๆ ครับ ผมจะไปสอบใบขับขี่พรุ่งนี้แต่ผมยังไม่ชำนาญ เรื่องการถอยรถเข้า ซ่องเลย ใครพอแนะนำเทคนิคได้บ้างครับ'

' ถามเลขาค่ะ พานายฝรั่งไปไหนดีไม่ชอบซิสเลอร์เลย วันก่อนไปกินกับนายฝรั่งหลายๆ คน สั่งไส้กรอกรวมกินกันแล้วปรากฏว่าบรรยากาศเงียนมาก ๆ'

' ผมมีปัญหากับแฟนใหม่ของเธอครับ ไม่น่าคิดมากเลย แค่โทรเรียกเธอมาเจอเพราะอยากเลียร์ ให้มันสบายใจทั้งสองฝ่าย'

' ขอถามหน่อยค่ะ ใบพลูเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ไหน คุณยายข้างบ้านกินแต่ หมา เปล่า ๆ มานานแล้ว บอกว่าเคี้ยวไม่อร่อย'

' แถวสี่พระยามีร้านอัดรูดี ๆ มั้ยครับ อ้อ แล้วรูขนาด 4' x 6' นี่จะเล็กไปมั้ย ครับ'

' จะไปเชียงใหม่ค่ะหนุ่มคนเมืองที่ไหนพอแนะนำได้บ้างคะ อยากถามว่า ขนมจีนน้ำเจี๊ยวที่ไหนอร่อยบ้าง'

'จิงๆหงษ์น่าจะไม่แพ้เป็นอย่างน้อยถ้า(ตั้งช้าหน่อยครับเพิ่งว่าว)'

'ผมตกขาวมากเลยครับ เกือบไม่ได้ไปดูงาน NIKON DAY 2006 '

'นศ หญิงสมัยนี้ทำไมชอบใส่เสื้อชายสั้นๆ แล้วปล่อยให้หอยออกมาอยู่นอกกระโปรงกัน นะ ไม่น่ารักเลย'

'ผมหา ลึงค์ กระทู้หมาฝรั่งไม่เจอแล้วสิ'

'ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพฺ์วันเดียว ตกขาวเลยละเธอ'

'ถามท่านผู้รู้หน่อยคับ : ทำไงดีคับ เครื่องเสียวผมใช้งานไม่ได้'

24 ตุลาคม 2551

Problem with the Chinese Names

Chinese Names - Annie Wan (Anyone)

Caller: Hello, can I speak to Annie Wan? ( anyone)
Operator : Yes, you can speak to me.

Caller: No, I want to speak to Annie Wan!
Operator: You are talking to someone! Who is this?

Caller: I'm Sam Wan ( someone) And I need to talk to Annie Wan! It's urgent.
Operator: I know you are someone and you want to talk to anyone! But what's this urgent matter about?

Caller: Well... just tell my sister Annie Wan that our brother Noel Wan ( no one ) was involved in an accident. Noel Wan got injured and now Noel Wan is being sent to the hospital. Right now, Avery Wan is on his way to the hospital.

Operator: Look if no one was injured and no one was sent to the hospital, then the accident isn't an urgent matter! You may find this hilarious but I don't have time for this!

Caller: You are so rude! Who are you?
Operator: I'm Saw Lee. (sorry)

Caller: Yes! You should be sorry. Now give me your name!!

22 ตุลาคม 2551

ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิต

สาสน์จากท่าน Dalai Lama ที่ได้กล่าวไว้สำหรับปี 2008 นี้ คุณใช้เวลาในการอ่านและคิดตาม เพียง 2-3 นาทีเท่านั้น
โปรดอย่าเก็บคำสอนนี้ไว้คนเดียว มิเช่นนั้นมนตราที่ส่งมานี้จะจากคุณไปภายใน 96 ชั่วโมง แล้ว…คุณจะได้พบกับสิ่งประหลาดมหัศจรรย์ที่คุณจะยินดีมาก

ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิต

1. ระลึกเสมอว่า การจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็ต้องประสบกับความเสี่ยงอัน มหาศาลดุจกัน
2. เมื่อคุณแพ้ อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน
3. จงปฏิบัติตาม 3Rs
3.1 เคารพตนเอง (Respect for self)
3.2 เคารพผู้อื่น (Respect for others)
3.3 รับผิดชอบต่อการกระทำของตน (Responsibility for all your actions)
4. จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนบางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์
5. จงเรียนรู้กฎ เพื่อจะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม
6. จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ
7. เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข
8. จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน
9. จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป
10. จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด
11. จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อที่ว่าเมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับมาคุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำลงไปได้อีกครั้ง
12. บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต
13. เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต
14. จงแบ่งปันความรู้ เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ
15. จงสุภาพกับโลกใบนี้
16. จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้ง
17. จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือความรักมิใช่ความใคร่
18. จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ
19. จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง


โปรดส่งมนตรานี้ต่อ ๆ ไป อย่างน้อย 5 คน แล้วชี วิตของคุณจะดีขึ้นตามลำดับ ดังนี้

0-4 คน : ชีวิตของคุณจะดีขึ้นเล็กน้อย
5-9 คน : ชีวิตของคุณจะเป็นไปตามที่คุณต้องการให้เป็น
10-14 คน : คุณจะพบสิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจอย่างน้อย 5 อย่างในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า
15 คนขึ้นไป : ชีวิตคุณจะดีขึ้นอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ และทุกสิ่งที่คุณฝันไว้จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

20 ตุลาคม 2551

ประกาศเพิกถอนยา

ขณะนี้อนุกรรมการควบคุมอันตรายจากการใช้ยา มีมติในรอบแรกว่า ให้เพิกถอนยาที่มีส่วนผสมของ พีพีเอ ซึ่งมีผลทำให้เลือดออกในสมองได้ ต่อไปนี้

1. ทิฟฟี่
2. ดีคอลเจน
3. นูต้า
4. นูต้าโคล
5. ทิพทอพ
6. ฟาโคเจน
7. โคลัยซาล
8. ไดมีเท๊ป

มาม่า ไวไว แบบถ้วย

มีผู้แจ้งข่าวเกี่ยวกับอันตรายของการกินบะหมี่สำเร็จรูปที่บรรจุในถ้วย (Cup) ว่าหลานของเพื่อนเขาชอบกินบะหมี่ใส่ถ้วยมาก ต่อมาแพทย์ตรวจพบว่าผนังกระเพาะอาหารของหลานผู้นี้มีขี้ผึ้ง (wax) เคลือบอยู่ คาดว่ามาจากบะหมี่สำเร็จรูปที่บรรจุในถ้วย ซึ่งเคลือบด้วยขี้ผึ้งชนิดที่กินได้ แต่แม้จะเป็นขี้ผึ้งชนิดที่กินได้ การรับประทานเข้าไปเป็นประจำก็ทำให้ตับของเรากำจัดออกไปได้ยาก หลานของเพื่อนคนนี้ ได้เสียชีวิตไปแล้ว

เมื่อรับการผ่าตัดเพื่อลอกเอาขี้ผึ้งที่เคลือบผนังกระเพาะออก ฉะนั้น โปรดอย่าได้ลวกบะหมี่ หรืออาหารอื่นใดในถ้วยบรรจุ แต่ให้เทลง ในชามก่อนแล้วจึงใส่น้ำร้อนลง ไป

สคบ .. เตือนประชาชน
ระวังติดเชื้อโรค หากบริโภคเลือดหมูและคอหมูย่างที่ไม่สะอาด
หลังพบคนงานโรงฆ่าสัตว์บางแห่ง ใช้เท้ากวนเลือดหมูหน้าตาเฉย และฉีดวัคซีนป้องกันโรคเข้าคอหมู โดยไม่เปลี่ยนเข็ม ระบุทุกกรรมวิธีเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคอย่างดีที่ผ่านมาผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์ยังฆ่าสัตว์ด้วยวิธีโบราณ คือการทุบหัวและแทงคอ นอกจากนี้ ยังพบว่ากระบวนการฆ่าสัตว์ในโรงฆ่าสัตว์ ไม่มีความสะอาด และไม่ได้มาตรฐานแต่อย่างใดซึ่งส่วนนี้นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการละเมิดสิทธิผู้บริโภค ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและทำการถ่ายวิดีโอขั้นตอนการชำแหละเนื้อสัตว์ ซึ่งพบว่ามีความสะอาดไม่เพียงพอการบริโภค โดยเฉพาะในส่วนของเลือดหมูนั้นปรากฏ ว่า คนงานจะใช้เท้าคนเลือดเพื่อไม่ให้แข็งตัวในขณะที่มือก็กำลังหั่นหมูที่แขวนอยู่ด้วย ในส่วนของ จ . นครปฐม พบว่ายังมีปัญหาอยู่ ซึ่งจากการออกตรวจพบว่า ได้มีการฆ่าสัตว์ 400-500 ตัวต่อวัน แต่มีการฆ่าในโรงฆ่าสัตว์เพียงแค่ 21 ตัวเท่านั้น นอกนั้นได้นำมาชำแหละที่ฟุตบาท และอยากเตือนคนที่ชอบกินคอหมูย่างเพราะพบว่า ชาวบ้านที่เลี้ยงหมูได้ฉีดวัคซีนแก้ปากเปื่อยเท้าเปื่อยที่คอหมูทุกตัว โดยไม่มีการเปลี่ยนเข็ม ซึ่งตรงนี้ทำให้หมูติดเชื้อโรคที่มาจากเข็มฉีดยาได้ง่าย หมูบางตัวติดเชื้อจนคอเป็นหนอง ซึ่งหากใครกินเนื้อหมูที่ติดเชื้อเข้าไปก็อาจเป็นอันตราย

บอกต่อทุกๆ คนนะ กระจายข่าวด้วย อาจจะไม่ได้ส่งถึงทุกคน

15 ตุลาคม 2551

ช่องว่างระหว่างวัยในการทำงาน(อ่านดู..ใช่เลย...)

หนึ่งในสาเหตุของความเครียดในที่ทำงาน คือ การที่คนหลายรุ่น หลายวัย หลายความคิด ต้องมาทำงานร่วมกัน ความแตกต่างระหว่างเลขวัยที่สัมพันธ์กับเลขไมล์ของประสบการณ์ มักนำมาซึ่งความไม่เข้าใจกัน..จนก่อตัวเป็นความขัดแย้งในที่สุด บางทีความแตกต่าง คือ กุญแจแห่งความสำเร็จ เพียงขอเปิดใจทำความรู้จักคนแต่ละรุ่น ให้ลึกซึ้งก็จะได้พบโลกใบใหม่ที่งดงาม หลากหลาย และหากเลือกที่จะสื่อสารได้อย่างถูกช่องถูกกลุ่มก็อาจจะได้อะไรใหม่ ๆ คาดไม่ถึง ใครเป็นใครในที่ทำงาน เราจะแบ่งรุ่นของคนทำงานในที่ทำงานให้ชัด ๆ ก่อน โดยจำแนกจากช่วงปีเกิด ซึ่งจะสัมพันธ์กับประสบการณ์ในช่วงเติบโต ทำให้เห็นยุคสมัยที่หล่อหลอมความคิดของพวกเขาได้ชัดเจนขึ้น

กลุ่มลายคราม : คนที่เกิดก่อนปี 2498

ลายคราม...ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษา หรือเป็นพนักงานวัยใกล้เกษียณ คนกลุ่มนี้จะมีผู้คนนับหน้าถือตามากมาย อันเนื่องมาจากประสบการณ์การทำงานอันยาวนานของพวกเขานั่นเอง คนกลุ่มนี้จะเกิดก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จะยุติ จึงเติบโตมาท่ามกลางสภาพบ้านเมืองที่มีทรัพยากรที่จำกัด ทำให้รู้จักคุณค่าของเงิน มักมีคุณลักษณะที่มั่นคงเชื่อใจได้ สู้งานหนัก ใช้จ่ายอย่างรู้คิด และภักดีต่อองค์กรสูง


กลุ่ม Baby Boom: คนที่เกิดช่วงปี 2499 – 2507

หลังสงครามยุติ ประเทศเข้าสู่ความสงบ การรณรงค์คุมกำเนิดยังไม่แพร่หลาย จึงเกิดพลเมืองตัวน้อย ๆ ขึ้นมากมาย Baby Boom เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และแข่งขันกับคนวัยเดียวกันเพื่อให้ได้งาน ยิ่งเมื่อประเทศกำลังพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่ยุคความเป็นอุตสาหกรรม Baby Boom ก็ยิ่งจำเป็นต้องทำงานหนักมากขึ้น เต็มเหยียดวันละ 8 ชั่วโมง 6 วันต่อสัปดาห์ ลูกจ้าง Baby Boom มักเคยชินต่อการพิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้นายจ้างยอมรับในศักยภาพ การจะก้าวไปสู่ตำแหน่งใหญ่นั้นต้องใช้เวลาและแรงผลักดันอย่างสูง

กลุ่ม Generation–X: คนที่เกิดช่วงปี 2508 – 2523

Generation–X ลืมตาดูโลกในช่วงเวลาที่มนุษยชาติส่งยานอวกาศออกไปนอกโลกได้สำเร็จ ของเล่นสุดฮิตของเด็กรุ่นจึงไม่ใช่ม้าโยก หรือตุ๊กตาหมีอีกต่อไป แต่เป็นวิดีโอเกม เกมกด และ Walkman พวกเขาเติบโตมาในยุครอยต่อของ Analog กับ Digital อยู่ท่ามกลางเทคโนโลยีที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ ทว่าที่สังคมเปลี่ยนแปลงในทางวัตถุนี้ กลับทำให้สถาบันครอบครัวสั่นคลอน ความภักดีต่อองค์กรของคนรุ่นนี้จึงคลายลงมาก นำมาสู่การลาออก และเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น ไม่แปลกที่ชาว Baby Boom ผู้ไม่เคยเกี่ยงที่จะทำโอทีจนดึกดื่นจะอึ้งที่ชาว Generation–X ปฏิเสธการทำงานล่วงเวลา หรือลาออกไปหางานใหม่หน้าตาเฉยหากไม่พอใจ ทั้งนี้เพราะ Generation–X เชื่อว่างานไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต

กลุ่ม Millennium: คนที่เกิดปี 2524 เป็นต้นมา

Millennium คือ กลุ่มคนทำงานหน้าใหม่ไฟแรง แต่ยังอ่อนต่อประสบการณ์ บางคนอาจยังเรียนไม่จบเสียด้วยซ้ำ หรือบางคนมีแผนที่จะเรียนต่อ ชาว Millennium โตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงระบบการศึกษาที่เริ่มให้ความสำคัญกับการคิดมากกว่าการท่องจำ ชาว Millennium จะมีพ่อแม่ที่มีความรู้สูง จึงให้การสนับสนุนให้ Millennium ได้เสริมทักษะด้านต่าง ๆ ตั้งแต่เด็ก ฉะนั้น Millennium จึงชอบแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และสนุกกับการทำงานเป็นทีม ไม่ชอบอยู่ในกรอบ และไม่ชอบเงื่อนไข ในขณะที่ ชาว Generation-X เปลี่ยนงานครั้งที่ 12 เพื่อเป็นผู้บริหารระดับสูงกินเงินเดือนเรือนแสน แต่ชาว Millennium จะลาออกไปเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเอง

สลายช่องว่างสร้างความเข้าใจ
เมื่อเข้าใจอย่างท่องแท้แล้วว่า ใครมีค่านิยมในชีวิตอย่างไร ใคร ๆ ก็สามารถสร้างสะพานข้ามช่องว่าง เพื่อข้ามไปหากันได้
สูตรสร้างสะพานข้ามช่องว่าระหว่างวัยมีอยู่ 3 ขั้นตอน
1. เข้าใจถึงความแตกต่าง ยอมรับว่าคนเราถูกหล่อหลอมมาไม่เหมือนกัน คนที่มีความเชื่อ หรือทัศนคติต่อชีวิตไม่เหมือนคุณ เขาไม่ใช่คนไม่ดีเสมอไป
2. ชื่นชมจุดดี แทนที่จะต่อต้าน ให้เราลองมองหาจุดเด่นของคนในแต่ละกลุ่มให้พบ
3. บริหารความแตกต่าง เปลี่ยนวิธีการสื่อสารให้เข้าถึงคนแต่ละกลุ่มที่เราต้องทำงานด้วย

ทำงานกับกลุ่มลายคราม
จงให้เกียรติและให้ความเคารพอย่างสูงต่อพวกเขา เมื่อคุณให้เกียรติผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็จะให้เกียรติคุณ แล้วถ้าบังเอิญคุณมีตำแหน่งสูงกว่าพวกเขา จงแสดงความชื่นชมต่อเขาในด้านการ เป็นเสาหลักขององค์การ และจงรับฟังเมื่อพวกเขาถ่ายทอดประสบการณ์ในอดีต การต่อสู้ ความพากเพียรในการทำงานจน ผ่านพ้นความยากลำบากมาได้ เพราะสิ่งนั้นคือ สิ่งที่คนรุ่นหลังไม่มี และไม่รู้จัก อย่ามองว่า..กลุ่มลายครามคือ หมาล่าเนื้อไม่มีที่ไป แต่การที่พวกเขาทำงานอยู่จนถึงวัยเกษียณนั้น เป็นเพราะพวกเขา เชื่อในคุณค่าของความมั่นคง และถือความซื่อสัตย์เป็นที่สุด

ทำงานกับกลุ่ม Baby Boom
จงแสดงความนับถือ รับฟัง และเรียนรู้จากประสบการณ์ของ Baby Boom แล้วพยายามปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าคุณจะเก่งกาจแค่ไหน หรือคุณจะประสบความสำเร็จเพียงใด คุณก็ยังต้องเรียนรู้อยู่เสมอ อย่าแสดงออกว่าการทำงานหนัก คือ การถูกเอาเปรียบ เพราะ Baby Boom ให้ความสำคัญต่อหลักการทำงาน ยึดถือวัฒนธรรมองค์การ และเห็นคุณค่าต่อการทำงานอย่างทุ่มเท หากต้องทำงานในองค์กรใหญ่ ๆ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งบริหารงานโดย Baby Boom ควรพยายามเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรเสียก่อนว่ามีการเจริญเติบโตมาอย่างไร ก่อนที่จะเสนอความคิดริเริ่มเพื่อการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แก่ Baby Boom

ทำงานกับกลุ่ม Generation–X
ต้องพูดให้กระชับ ชัดเจนและไม่อ้อมค้อม เพราะ Generation–X ชอบความตรงไปตรงมา คุณสามารถใช้ Email กลับคนกลุ่มนี้ได้ หากคุณสามารถสื่อสารได้ใจความและตรงเป้าหมาย หากเป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ ควรพูดต่อหน้าเพราะ Generation–X ไม่ชอบถูกบงการ ผู้ใหญ่แค่ให้นโยบายกว้าง ๆ เปิดโอกาสให้เขาได้แก้ปัญหาเองจะดีที่สุด
ส่วน Baby Boom ควรลดความคาดหวังต่อ Generation–X ในการทำงานหนัก อย่างหนักโดยไม่มีวันหยุด หรือก้าวไปอย่างช้า ๆ อย่างรุ่นตน เพราะ Generation–X ต้องการชีวิตที่สมดุล ไม่ชอบการอยู่ติดที่

ทำงานกับกลุ่ม Millennium
ลองท้าทายพวกเขาด้วยภารกิจใหม่ ๆ Millennium จะชอบความเป็นคนสำคัญ การเพิ่มความรับผิดชอบ เสมือนการให้คำชม จงเปิดโอกาสให้ Millennium ได้แสดงความคิดเห็นของเขา เห็นพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งในทีม ผู้ใหญ่ที่ยอมรับความคิดเขา ก็จะได้รับการยอมรับจากพวกเขาเช่นกัน Millennium ชอบให้คุณแสดงออกต่อสิ่งที่พวกเขาทำทุกขณะจิต เพราะความรู้สึกและความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน มีผลต่อพวกเขามาก

แค่เข้าใจ..ทุกอย่างก็ลงตัว

11 ตุลาคม 2551

AAADD - Know the symptops!

AAADD- (Age Activated Attention Deficit Disorder)

KNOW THE SYMPTOMS!

Thank goodness there's a name for this disorder. Somehow I feel better,even though I have it!! Recently, I was diagnosed with A.A.A.D.D. - Age Activated Attention Deficit Disorder.

This is how it manifests:
I decide to water my garden. As I turn on the hose in the driveway, I look over at my car and decide it needs washing. As I start toward the garage, I notice mail on the porch table that I brought up from the mail box earlier.

I decide to go through the mail before I wash the car. I lay my car keys on the table, put the junk mail in the garbage can under the table, and notice that the can is full.

So, I decide to put the bills back on the table and take out the garbage first. But then I think, since I'm going to be near the mailbox when I take out the garbage anyway, I may as well pay the bills first.

I take my check book off the table, and see that there is only one check left. My extra checks are in my desk in the study, so I go inside the house to my desk where I find the can of Coke I'd been drinking.

I'm going to look for my checks, but first I need to push the Coke aside so that I don't accidentally knock it over. The Coke is getting warm, and I decide to put it in the refrigerator to keep it cold. As I head toward the kitchen with the Coke, a vase of flowers on the counter catches my eye--they need water.

I put the Coke on the counter and discover my reading glasses that I've been searching for all morning. I decide I better put them back on my desk, but first I'm going to water the flowers. I set the glasses back down on the counter, fill a container with water and suddenly spot the TV remote. Someone left it on the kitchen table.

I realize that tonight when we go to watch TV, I'll be looking for the remote, but I won't remember that it's on the kitchen table, so I decide to put it back in the den where it belongs, but first I'll water the flowers.

I pour some water in the flowers, but quite a bit of it spills on the floor. So, I set the remote back on the table, get some towels and wipe up the spill. Then, I head down the hall trying to remember what I was planning to do.

At the end of the day:
the car isn't washed
the bills aren't paid
there is a warm can of Coke sitting on the counter
the flowers don't have enough water,
there is still only 1 check in my check book,
I can't find the remote,
I can't find my glasses,
and, I don't remember what I did with the car keys.
Then, when I try to figure out why nothing got done today, I'm really baffled because I know I was busy all day, and I'm really tired.

I realize this is a serious problem, and I'll try to get some help for it, but first I'll check my e-mail....
Don't laugh -- if this isn't you yet, your day is coming!!

9 ตุลาคม 2551

วิธีเลือกคู่ของผู้ชาย (แม่นมาก)

ผู้ชายคนหนึ่งเกิดอยากแต่งงาน
แต่ไม่รู้จะเลือกใครดีระหว่างผู้หญิง 3 คน
เขาเลยให้ของขวัญทั้ง 3 คนเป็นเงินสดคนละ 5,000 เหรียญ
แล้วดูว่าแต่ละคนจะทำอะไรกับเงินที่ให้ไป
คนแรก เอาไปใช้เรื่องแต่งตัวหมดเลย
เธอเข้าร้านเสริมสวยทำผมใหม่
แต่งหน้าใหม่ ซื้อชุดสวยๆ ใหม่ใส่
เธอบอกเขาว่าที่ท ำไปทั้งหมด ก็เพื่ออยากสวยสำหรับ เขา
เพราะเธอรักเขามาก
เขาประทับใจเธอมาก

คนที่สอง ไปซื้อของใช้ผู้ชายให้เขา
เธอซื้อไม้กอล์ฟใหม่ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
และเสื้อผ้าแพงๆ ให้เขา
ตอนเธอให้ของขวัญเขา
เธอบอกว่าเธอใช้เงินทั้งหมดเพื่อเขาคนเดียว
เพราะเธอรักเขา
เขาก็ประทับใจอีก

คนที่สาม เอาเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น
ได้เงินมาหลายเท่า
เธอคืนเงิน 5,000 เหรียญแก่เขา
และลงทุนต่อโดยใช้ชื่อร่วม
เธอบอกเขาว่าเธออยากเก็บเงินไว้เพื่ออนาคตสำหรับเธอและเขา
เพราะเธอรักเขามาก
เขาประทับใจเป็นที่สุด


ชายหนุ่มคิดอยู่นานเกี่ ยวกับวิธีใช้เงินของผู้หญิงแต่ละคน



และแล้วเขาก็แต่งงานกับคน....








**** ที่นมใหญ่ที่สุด....****


ผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ รู้ไว้ซะ

ถ้าคุณไม่ส่งเมลนี้ต่อไปให้เพื่อนอีก 5 คนทันที
จะมีคนหัวเราะน้อยลง 5 คน
(หมายความว่าถ้าส่งไปจะต้องมีคนหัวเราะแน่ เพราะฉะนั้นรีบส่งซะ)ทะลึ่งวันละนิดจิตรแจ่มใส 555+

8 ตุลาคม 2551

How to know if milk products are from China or Taiwan

Milk products coming from China and Taiwan having problems!!!

We can check to see where the products are made from
by looking at the first three digits of its bar code.

If the 1st 3 digits are 690, 691 or 692 - the products are China-made.
If the 1st 3 digits are 471 – then it is ! Taiwan-made




So please spread the word to everyone you know......

Sun will rise continuously for 36 hrs(1.5 days)

Coming October 17, 2008 the sun will rise continuously for 36 hrs(1.5 days). During this time the US countries will be dark for 1.5 days.
>

>
>
>
>
>
>

>
>
It will convert 3 days into 2 big days. It will happen once in 2400 yrs. We're very lucky to see this. Forward it to all ur fren.s

7 ตุลาคม 2551

สารเมลามีน มหันตภัยใกล้ตัว

สารเมลามีน มหันตภัยใกล้ตัว / อย่าทาน และอย่าให้เด็กทาน นะ

เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

ถึงคราวที่ทั่วโลกต้องตื่นตัวอีกครั้ง เมื่อนมผงมรณะที่มีสารเมลามีนปนเปื้อนได้คร่าชีวิตทารกชาวจีนไป 4 คน และเด็กอีกครึ่งแสนต้องเผชิญกับโรคนิ่วในไต เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนมผงซึ่งนำเข้าจากประเทศจีน ถูกสั่งเก็บจากท้องตลาดมาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

หลายคนสงสัยว่า สารพิษชนิดนี้คืออะไร ทำไมถึงส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตได้ วันนี้เราจึงจะพาไปทำความรู้จักเจ้าสารอันตรายนี้กันค่ะ

"เมลามีน" ถึงเวลาที่ต้องรู้จัก

จะว่าไปแล้ว เราคงจะเคยได้ยินชื่อ "เมลามีน (Melamine)" มาบ้างแล้ว เช่น ชามเมลามีน หรือ จานเมลามีน นั่นก็เพราะเจ้าสารเมลามีนนี้มีคุณสมบัติทนความร้อน จึงนิยมใช้ทำผลิตภัณฑ์พลาสติก ไม่ว่าจะเป็นภาชนะพลาสติก ถุงพลาสติก น้ำยาดับเพลิง น้ำยาทำความสะอาด กาว หมึกสีเหลือง รวมถึงพบในยาฆ่าแมลงด้วย

สารเมลามีนนี้จัดเป็นสารอินทรีย์ มีสารฟอร์มาลดีไฮด์ หรือที่เรารู้จักกันว่า ฟอร์มาลีน เป็นส่วนประกอบมีไนโตรเจนสูงถึง 66% เป็นผงสีขาว ลักษณะคล้ายนมผงจนแยกไม่ออก เมื่อนำไปละลายน้ำ หรือผสมในนมจะตรวจพบปริมาณไนโตรเจนสูง ซึ่งการจะตรวจว่าน้ำนมนั้นมีโปรตีนสูงหรือไม่ จะวัดจากค่าของไนโตรเจน ดังนั้นถ้าผสมสารเมลามีนซึ่งมีไนโตรเจนสูงเข้าไปในน้ำนม จะถูกทำให้เข้าใจว่า น้ำนมมีโปรตีนสูง ซึ่งไม่เป็นความจริง

นี่จึงเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการชาวจีนที่เห็นแก่ตัว และตั้งใจนำสารเมลามีนมาผสมกับนมผง เพื่อให้นมมีความเข้มข้นขึ้น เป็นการเพิ่มปริมาณโปรตีนให้ได้ตามที่มาตรฐานกำหนด


ย้อนเหตุการณ์สารเมลามีนปนเปื้อนในอาหาร

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตรวจพบสารเมลามีนปนเปื้อนมาในอาหารที่นำเข้าจากจีน เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน สหรัฐอเมริกาได้สั่งเก็บอาหารสุนัข และแมวที่ทำจากแป้งสาลีซึ่งนำเข้าจากจีนเช่นกัน เนื่องจากตรวจพบสารเมลามีนในอาหารสัตว์เหล่านั้น โดยสารเมลามีนนี้มีคุณสมบัติเร่งการเจริญเติบโต เพิ่มปริมาณโปรตีน จึงทำให้พ่อค้าหัวใสเห็นช่องทางที่จะทำกำไร รวมทั้งผู้เลี้ยงสัตว์เมื่อเห็นราคาถูกกว่าจึงไม่รีรอที่จะซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้

ในครั้งนั้นมีอาหารสัตว์กว่า 100 ชนิดถูกเรียกคืน และมีสัตว์เลี้ยงจำนวนมากเจ็บป่วยล้มตายจากภาวะตับ และไตล้มเหลว กระทรวงเกษตรฯ ของสหรัฐอเมริกาจึงประกาศห้ามเตือนไม่ให้มีการนำสารเมลามีนไปผสมในอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคได้รับสารเมลามีนเข้าไปในร่างกาย

การส่งออกของสารเมลามีน

ในประเทศจีนนั้น มีการผลิตเมลามีนจำนวนมาก และออกวางขายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะได้รับการรับรองมาตรฐาน ซึ่งสารเมลามีนนี้จะใช้ในกระบวนการผลิตภาชนะ อาหารสัตว์ และนอกจากจีนจะขายในประเทศแล้ว ยังส่งออกไปขายยัง 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ในรูปของเศษเมลามีนที่เหลือจากโรงงานพลาสติก ซึ่งมีราคาถูก โดยผู้ขายจากจีนจะใช้ชื่อว่า "ไบโอโปรตีน" หรือโปรตีนเทียม แทนชื่อเมลามีน ให้ผู้เลี้ยงสัตว์นำไปผสมในอาหารสัตว์ เพราะมีราคาถูกกว่าโปรตีนอื่นๆ ที่เป็นพวกธัญพืชหรือเนื้อสัตว์เกือบ 5 เท่า จึงลดต้นทุนการผลิตได้ แต่ในประเทศไทยเองยังตรวจไม่พบว่ามีสัตว์เสียชีวิตจากสารอันตรายนี้
อาหารที่เสี่ยงปนเปื้อนสารเมลามีน

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ มีสารเมลามีนปนเปื้อนมาในนมผง ดังนั้นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของนมผงที่นำเข้าจาก 22 บริษัทของประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นขนม ลูกอม นม คุ้กกี้ ไอศกรีม โยเกิร์ต ฯลฯ ก็เข้าข่ายเสี่ยงไปด้วย
ในประเทศไทยเองสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้สั่งงดนำเข้า และขอร้องให้ร้านค้าต่างๆ งดจำหน่ายขนมที่มีแหล่งผลิตจากจีนแล้ว โดยสินค้าที่ต้องนำไปตรวจสอบก่อน ได้แก่

ไอศกรีมวอลล์ มู
ขนมปังกรอบ และข้าวโอ๊ตรสกาแฟ ตราเหมาฮวด หรือคอฟฟี่ โอทมีล แคร็กเกอร์
เวเฟอร์สติ๊กไวท์ช็อคโกแลต เวเฟอร์เคลือบช็อคโกแลตขาว เครื่องหมายการค้าโอรีโอ
ช็อคโกแลตนมตราโดฟ
ถั่วลิสงคาราเมล และนูกัตเคลือบช็อคโกแลตนม ตราสนิกเกอร์ส
เมนทอส โยเกิร์ต มิกซ์ หรือลูกอมโยเกิร์ตกลิ่นผลไม้รวม
ลูกอมรสนม ยี่ห้อกระต่ายขาว
คุ้กกี้ช็อกโกแล็ตรูปการ์ตูนหมีโคอาล่า และ ช็อคโกแลตนมเคลือบน้ำตาลสีต่างๆ ตราเอ็มแอนด์เอ็ม ซึ่ง 2 รายการหลังนี้ได้ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าไม่พบสารเมลามีน ขณะที่รายการอื่นๆ ต้องรอผลการตรวจสอบในอาทิตย์หน้า

นอกจากนี้ ยังพบสารเมลามีนปะปนในอาหารสัตว์ ไม่ว่าจะปลาป่น รำสกัด โปรตีนจากพืช โปรตีนจากวุ้นเส้น ฯลฯ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งผลให้สัตว์หลายตัวในสวนสัตว์ของจีนป่วยเป็นโรคไต

6 ตุลาคม 2551

อ้างลูกค้าโอนเงินผิดใส่ที่บัญชีเรา

ศุกร์ที่ 28 มีนา มีคนโทรเข้ามาบอกว่าเป็นพนักงานแบงค์กรุงเทพฯ บอกว่ามีลูกค้าโอนเงิน เข้ามาที่บัญชีเราผิด บอกเลขบัญชีทุกอย่างถูกหมด แล้วก็บอกให้โอนเงินกลับด้วย เพราะว่าลูกค้าคนนั้น เดือดร้อนมาก เราก็บอกว่าขอไปเช็คก่อน

พอวันเสาร์เราไปกดตังค์ก็พบว่ามีเงินเข้ามาบัญชีเราผิดตามจำนวนที่เค้าบอกจริงๆ ก็เลยโอนคืนไปให้...... ก็ไม่คิดว่ามีอะไร เพราะมันก็ไม่ใช่เงินเราจริง....

จนมาวันนี้ได้รับใบ แจ้งหนี้ CITIBANK มี ยอด Call for cash ให้ผ่อนจ่ายรายเดือน ก็เลยโทรไปเช็คที่ call center เค้าบอกว่าเราโทรไปขอเบิกเงินสดเข้าบัญชีเราเอง เมื่อวันที่ 25 มีนา เราก็บอกว่าไม่ได้ทำ.. .อย่างนี้ก็โดนหลอกแล้วซิ พนักงาน call center ก็ได้แต่บอกให้ไปแจ้งความ ซึ่งก็ยังดีที่เราเก็บ silp ที่เราโอน เงินไว้นะ......

จะรบกวนผู้รู้ค่ะ ว่าจะทำอย่างไรต่อดี จะไปแจ้งความที่ไหน แล้วตำรวจจะช่วยเราได้ไหม เพราะจำนวนเงินนั้นก็หลายหมื่นเลยค่ะ
จากคุณ : jupjib - [ 19 เม .ย. 51 14:36:15 ]

วิธีแก้ไข

หากเจอแบบนี้ ไม่ต้องทำรายการโอนครับ ถึงจะมีการโอนเข้ามาผิดจริง
ทาง ธนาคารสามารถทำรายการแก้ไขได้เองอยู่แล้ว การทำรายการโอนเงิน
เท่า กับเราเป็นผู้สั่งโอน การแก้ไขจะทำได้ลำบากขึ้น

หรือหากเป็นการโอนจาก ATM หรือ CDM ให้ขอหลักฐานเป็นหนังสือออก โดยธนาคารมาให้เราก่อน ( ตัวจริงนะครับ)
แล้ว เช็คข้อมูลกับธนาคารต้นทางก่อนจนแน่ใจ

อีก 4-5 วันค่อยโอนก้อ ไม่เสียหาย เพราะไม่ได้มีเจตนาโกง ฟ้องมาก้อชนะแน่นอน

ถ้า เป็น การทำรายการ โอนผิด ธนาคารแค่แจ้งลูกค้าปลายทาง แล้วจัดการเองได้เลยแน่นอน

นี่เป็นวิธีหลอกลวงแบบใหม่ เพื่อนๆ โปรดระวัง แจ้งเตือนกันให้ทั่ว คนส่วนใหญ่ในสังคมเป็นคนดี...อยากคืนเงินคนที่ เดือดร้อนแน่อยู่แล้ว ดังนั้นมีโอกาสตกหลุมนี้ได้ไม่ยากเลย เจ้าของบัญชีที่รับโอนกลับคงเป็นคนบ้านนอก ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรนัก ถูกจ้างให้เปิดบัญชีพร้อมบัตร ATM ได้ เงิน 200-300 บาทก็เอาแล้ว คนโกงก็กด ATM เชิดไป แล้วหลายหมื่น

ข้อควรระวังเรื่องนี้
1. ถ้าโอนผิดจริง แบงก์สาขาจะสามารถจัดการได้เองเลย เราไม่ต้องทำอะไรครับ
2. เบอร์โทรเข้ามา ถ้าแปลกๆ แบบไม่แสดงเบอร์ หรือ เป็นแบบโทรจาก internet ให้ระวังไว้ก่อนเลยครับ
3. ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต ควรทำลายอย่าให้เหลือเห็นข้อมูลต่างๆ เช่น วงเงินสินเชื่อ หรือ
เลขบัญชีธนาคารที่ตัดอัตโนมัติ

โปรดกระจายข่าวเรื่องนี้ไปยังเพื่อนและญาติๆ โดยด่วน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายการหลอกลวงเช่นนี้ ขอแสดงความนับถือ
พรเทพ มนัสวีวาณิชย์

3 ตุลาคม 2551

ถึงคนที่แต่งงานแล้วและคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน

"เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป....
เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป "

ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน
รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา
เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน
ดังนั้นผมจึงทำตาม
เธอเขินอายในอ้อมแขนผม

ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...
นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม

เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว...
เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น...
ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...
ทุกๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน
ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน
ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก...

แต่แล้ว
ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....

เจนเข้ามาในชีวิตของผม .... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...
เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง..
หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก...

ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...
เธอบอกว่า คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคน ถวิลหา...

คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม...
ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ..เธอบอกว่า
วันที่คุณประสบความสำเร็จ
ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา...

ผมเริ่มรู้สึกลังเล...
ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม...
แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว....
ผมปลีกตัวออกจากเจน "
วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะ
ผมต้องเข้าออฟฟิศ " ...
แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะไปด้วยกัน...

ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....
ทั้งที่จริงๆแล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม....
ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด...
เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน...
จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก... ทุก ๆ
เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร..ในขณะที่
ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน...
หรือ... ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์....
มองเรือนร่างอันงดงามของเจน...
ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง

วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัยถ้าเราหย่ากัน...
เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..
เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...
ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง... เธอจะเป็นอย่างไร

วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี...
พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก... เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ....
เธอเหมือนจะรับรู้มันได้... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆกับพนักงานทุกคน....
แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น

ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า....

ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..
ผมมีอะไรจะบอกคุณ... เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ...
ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก..
แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...

ผมต้องการหย่า...

เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...
ผมย้ำกับเธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...
แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น...

เธอร้องไห้อย่างหนัก...

ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา...
แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ...
ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก...

ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...
ทุกๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด....

เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้นแล้วฉีกมันทิ้ง...
มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...
ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...
ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...


เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด...
สำหรับผมแล้ว...การร้องไห้ของเธอเหมือน
เป็นการปลดปล่ยยความสับสนของตัวผมเอง...

หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม
..ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆ เสียที

คืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก...
เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ.
.ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...
ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า...

เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม...
แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...
และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...
ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน..
เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อน
เวลานั้นจะมาถึง...

รัชต์..คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน...คุณประคอง
ชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..
ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น...

ชั้นมีเรื่องขอร้อง...
ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้อง
นอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน
ผมยอมรับด้วยความเต็มใจ...ผมรู้ดีว่า เธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น...
และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี

ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...
เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข....
ภรรยาผมบอกกับผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
...เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้...

คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....

เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า
...ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...

พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...
ลูกชายเราตบมือแล้วพูดด้วยความดีใจว่า

ว้าว...วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย....มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......
เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา...ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...
ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ

วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...เธอซบบนอกผม...
เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...
ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น

ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย...

ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก...ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป...

วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน..
ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่นๆ อีกมากมาย...
ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย...
ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย...




หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด...
เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้
..นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น
ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้...
ลูกของเราร้องขึ้นว่า พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ...
สำหรับลูกแล้ว...การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด....
เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริง ๆ
ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย

และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด.
..เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก......เธอบอกกับผมว่า...

ความจริงแล้ว...ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า
...ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า..
ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน
...ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..
ผมลังเลเล็กน้อย..

แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้.
...เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่า
เจน..ผมขอโทษ...ผมจะไม่หย่า....
เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม.. คุณสบายดีหรือเปล่า
เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ...ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม...
ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็น
เพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย...
ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....
ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว....ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน
...เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...
เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....

ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้....
พนักงานขายดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร
....ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่