มีใครบางคนในตอนนี้.....ภูมิใจในตัวคุณ
มีใครบางคน......กำลังคิดถึงคุณ
มีใครบางคน.......กำลังห่วงใยคุณ
มีใครบางคน........ต้องการคุยกับคุณ
มีใครบางคน.........ต้องการอยู่กับคุณ
มีใครบางคน..........ไม่อยากให้คุณประสบปัญหา
มีใครบางคน...........รู้สึกขอบคุณ ในความช่วยเหลือของคุณ
มีใครบางคน............ต้องการกุมมือคุณไว้
มีใครบางคน.............อยากเห็นทุกอย่าง ในชีวิตคุณออกมาดี
มีใครบางคน..............ต้องการให้คุณมีความสุข
มีใครบางคน...............อยากให้คุณไปหาเขา/เธอ
มีใครบางคน................อยากฉลองกับความสำเร็จต่างๆ ของคุณ
มีใครบางคน.................อยากให้ของขวัญคุณ
มีใครบางคน..................คิดว่าคุณคือของขวัญในชีวิตเขา
มีใครบางคน...................อยากทำให้คุณไม่หนาวหรือร้อนเกินไป
มีใครบางคน....................อยากโอบกอดคุณ
มีใครบางคน.....................รักคุณ
มีใครบางคน......................ชื่นชมในความเข้มแข็งของคุณ
มีใครบางคน.......................กำลังคิดถึงคุณแล้วยิ้ม
มีใครบางคน........................ต้องการซบไหล่คุณแล้วร้องไห้
มีใครบางคน.........................อยากออกไปเที่ยวกับคุณให้สนุก
มีใครบางคน..........................คิดถึงแต่คุณ
มีใครบางคน...........................อยากปกป้องคุณ
มีใครบางคน............................ทำทุกอย่างได้เพื่อคุณ
มีใครบางคน.............................อยากให้คุณอภัย
มีใครบางคน..........................
....รู้สึกยินดีมากที่คุณอภัยให้
มีใครบางคน...............................อยากหัวเราะกับคุณ
มีใครบางคน................................นึกถึงคุณและอยากให้คุณอยู่ที่นั่นกับเขาด้วย
มีใครบางคน.................................กำลังขอให้พระเจ้าอวยพรคุณ
มีใครบางคน..................................ต้องการรู้ว่ารักของคุณไม่มีเงื่อนไข
มีใครบางคน...................................ต้องการบอกให้คุณรู้ว่าเขาห่วงใยคุณแค่ไหน
มีใครบางคน....................................อยากแบ่งฝันกับคุณ
มีใครบางคน.................................อยากกอดคุณไว้ในอ้อมแขน
มีใครบางคน................................อยากให้คุณสู้ต่อไป
มีใครบางคน...............................รักจิตวิญญาณของคุณ
มีใครบางคน..............................อยากหยุดเวลาเพราะคุณ
มีใครบางคน.............................ขอบคุณพระเจ้าที่ได้มิตรภาพและความรักจากคุณ
มีใครบางคน............................คอยที่จะพบคุณไม่ไหว
มีใครบางคน...........................รักคุณไม่ว่าคุณจะเป็นใคร
มีใครบางคน..........................รักคุณไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน
มีใครบางคน.........................อยากให้คุณหาคนที่คุณรักให้เจอ
มีใครบางคน........................ต้องการอยู่กับคุณ
มีใครบางคน.......................เหนี่อยเพื่อคุณ
มีใครบางคน......................ยอมแลกแม้กระทั่งชีวิตเพื่อคุณคนเดียว
มีใครบางคน.....................อยากจะเปลี่ยนแปลงอนาคตให้เป็นของคุณ
มีใครบางคน....................อยากให้คุณรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้เพื่อคุณ
มีใครบางคน...................ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนคุณ
มีใครบางคน..................อยากเป็นเพื่อนกับคุณ
มีใครบางคน.................นอนไม่หลับทั้งคืนเพราะคิดถึงคุณ
มีใครบางคน................อยากให้คุณเห็นเขา/ เธอ
มีใครบางคน...............อยากรู้จักคุณให้ดีกว่านี้
มีใครบางคน..............ต้องการอยู่ใกล้คุณ
มีใครบางคน.............คิดถึงคำแนะนำของคุณ
มีใครบางคน............ศรัทธาคุณอยู่
มีใครบางคน...........เชื่อใจคุณ
มีใครบางคน..........อยากให้คุณเขียนจดหมายไปหา
มีใครบางคน.........ต้องการความช่วยเหลือของคุณ
มีใครบางคน........อยากให้คุณเชื่อมั่นในตัวเขา
มีใครบางคน.......ร้องไห้เมื่ออ่านข้อความนี้
มีใครบางคน......อยากให้คุณรับไว้เป็นเพื่อน
มีใครบางคน.....ฟังเพลงแล้วคิดถึงคุณ
มีใครบางคน....อยากให้คุณส่งข้อความนี้ไปให้ กับ ......
คนที่คุณรัก
เก็บเรื่องราวเล่าขานที่หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเมล์ขยะ ไร้สาระ แต่รู้มั้ยว่ามันมีความหมายมากกว่านั้น!
28 กันยายน 2550
การใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน (เยี่ยมมาก)
รายการเจาะกาย…สัมภาษณ์เสี่ยแป๋งและภรรยา ….ว่ามีเทคนิคอย่างไร…? จึงใช้ชีวิตคู่กันอย่างชื่นมื่นยาว
นาน…..
ต้องการให้คนรุ่นใหม่นำไปเป็นตัวอย่าง ชีวิตคู่จะได้มีความสุขและยั่งยืน…..
ภรรยาเสี่ยแป๋ง : อ๋อ….ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ….. ตอนที่แต่งงานกับพี่แป๋งใหม่ๆ….พี่เขาพาไปฮันนี
มูนบนเขา….
ขนเอาสัมภาระบรรทุกบนหลังม้าขึ้นไป….
ขณะเดินทางม้าเกิดพยศ….ไม่ยอมเดินต่อ…
พี่แป๋งเอามือลูบหัวแล้วพูดกับม้าว่า… " ครั้งที่ 1" ม้าจึงยอมเดินต่อ…
ขึ้นไปได้ครึ่งทาง….ม้าเกิดพยศอีก ……
พี่แป๋งเอามือลูบหัว…..แล้วพูดว่า…. " ครั้งที่ 2" ม้าเลิกพยศและเดินต่อ….
เมื่อใกล้ถึงยอดเขา ….ม้าเกิดพยศอีก….คราวนี้พี่แป๋ง…. ไม่พูดอะไรเลยสักคำ
ค่อยๆ เดินเอามือไปลูบหัว… แล้วหยิบปืนในกระเป๋า…ยิงเปรี้ยง…เข้ากลางแสกหน้าม้าตายสนิทคาที่…..
หลังจากฮันนีมูนวันนั้นเป็นต้นมา…. ชีวิตคู่ของเราก็มีแต่ความสุข ราบรื่น….
มีบางครั้งที่…ดิฉันโกรธ…...โมโห…. ไม่พอใจ….บ่น…พูดจาว่ากล่าวรุนแรงไปบ้าง
พี่แป๋งก็เป็นฝ่ายยอม…..เป็นผู้ชายที่ใจดีมาก…. ไม่โกรธ….ไม่โมโห… มีเมตตา…
แค่เดินมาลูบหัวดิฉัน….. แล้วกระซิบ ข้างหูว่า... "ครั้งที่ 1" หลังจากนั้นดิฉัน ก็ไม่เคยขัดใจ
เขาเลย.!!!!!!!
นาน…..
ต้องการให้คนรุ่นใหม่นำไปเป็นตัวอย่าง ชีวิตคู่จะได้มีความสุขและยั่งยืน…..
ภรรยาเสี่ยแป๋ง : อ๋อ….ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ….. ตอนที่แต่งงานกับพี่แป๋งใหม่ๆ….พี่เขาพาไปฮันนี
มูนบนเขา….
ขนเอาสัมภาระบรรทุกบนหลังม้าขึ้นไป….
ขณะเดินทางม้าเกิดพยศ….ไม่ยอมเดินต่อ…
พี่แป๋งเอามือลูบหัวแล้วพูดกับม้าว่า… " ครั้งที่ 1" ม้าจึงยอมเดินต่อ…
ขึ้นไปได้ครึ่งทาง….ม้าเกิดพยศอีก ……
พี่แป๋งเอามือลูบหัว…..แล้วพูดว่า…. " ครั้งที่ 2" ม้าเลิกพยศและเดินต่อ….
เมื่อใกล้ถึงยอดเขา ….ม้าเกิดพยศอีก….คราวนี้พี่แป๋ง…. ไม่พูดอะไรเลยสักคำ
ค่อยๆ เดินเอามือไปลูบหัว… แล้วหยิบปืนในกระเป๋า…ยิงเปรี้ยง…เข้ากลางแสกหน้าม้าตายสนิทคาที่…..
หลังจากฮันนีมูนวันนั้นเป็นต้นมา…. ชีวิตคู่ของเราก็มีแต่ความสุข ราบรื่น….
มีบางครั้งที่…ดิฉันโกรธ…...โมโห…. ไม่พอใจ….บ่น…พูดจาว่ากล่าวรุนแรงไปบ้าง
พี่แป๋งก็เป็นฝ่ายยอม…..เป็นผู้ชายที่ใจดีมาก…. ไม่โกรธ….ไม่โมโห… มีเมตตา…
แค่เดินมาลูบหัวดิฉัน….. แล้วกระซิบ ข้างหูว่า... "ครั้งที่ 1" หลังจากนั้นดิฉัน ก็ไม่เคยขัดใจ
เขาเลย.!!!!!!!
27 กันยายน 2550
เปลี่ยนหมายเลขฉุกเฉิน 1669 เป็น 1646
จากเมล์เดิมที่เคยส่งกันมาให้
หมายเลขโทรศัพท์ 1669 บริการ ๒๔ ชั่วโมง
ควรบันทึกไว้ใน memory ของโทรศัพท์มือถือ
ไว้เรียกใช้ยามฉุกเฉิน
เมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉิน นอกจากช่วยเหลือตนเองแล้ว
ขณะนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ได้จัดระบบช่วยเหลือผู้ประสบภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินดังกล่าวนี้
เพียงกดโทรศัพท์ไปที่ หมายเลข 1669 จะมีคำแนะนำให้
และหากจำเป็นจะมีหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินไปช่วยเหลือคุณ
ถึงที่เกิดเหตุ (ฟรี) ซึ่งขณะนี้เราจัดได้เกือบทุกที่ทั่วประเทศไทย
ตลอด ๒๔ ชั่วโมงทั้งวันทำการและวันหยุดแล้ว
ป่วยฉุกเฉินเรียกหมายเลข 1669
ส่งต่อไปให้ทราบทั่วๆ กันด้วยครับ จักเป็นพระคุณยิ่ง
นพ. สุรจิต สุนทรธรรม
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ซึ่งต้องขอขอบคุณคุณหมอ มากครับที่ได้ส่งเรื่องนี้มาให้
แต่ตอนนี้ ข่าวล่าสุด (1 กันยายน 2550) ทาง กทม. ได้ปรับเปลี่ยนการให้บริการ โดยแยกส่วนออกมาเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ทางศูนย์ฯ เอราวัณ จึงได้รับผิดชอบการรับเรื่องแจ้งเหตุ ป่วยฉุกเฉิน และได้เปลี่ยนเลขหมายใหม่ จาก 1669 เป็น 1646
แต่จะรับเรื่องเฉพาะ กทม. เท่านั้น ครับ
จึงขอแจ้งเพื่อเป็นประโยชน์กับทุกท่าน (24 ชั่วโมง)
ปล. อีกอย่างคือ ขอให้ทุกท่าน (ย้ำว่าทุกท่าน) หากไม่ได้เก็บเบอร์นี้ไว้ หากเจออุบัติเหตุฉุกเฉิน สามารถแจ้งกับทาง 191 ได้ด้วยครับ
(จากพนักงานบริษัทฯ เอกชนที่ ทำงานร่วมกับรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง)
หมายเลขโทรศัพท์ 1669 บริการ ๒๔ ชั่วโมง
ควรบันทึกไว้ใน memory ของโทรศัพท์มือถือ
ไว้เรียกใช้ยามฉุกเฉิน
เมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉิน นอกจากช่วยเหลือตนเองแล้ว
ขณะนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ได้จัดระบบช่วยเหลือผู้ประสบภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินดังกล่าวนี้
เพียงกดโทรศัพท์ไปที่ หมายเลข 1669 จะมีคำแนะนำให้
และหากจำเป็นจะมีหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินไปช่วยเหลือคุณ
ถึงที่เกิดเหตุ (ฟรี) ซึ่งขณะนี้เราจัดได้เกือบทุกที่ทั่วประเทศไทย
ตลอด ๒๔ ชั่วโมงทั้งวันทำการและวันหยุดแล้ว
ป่วยฉุกเฉินเรียกหมายเลข 1669
ส่งต่อไปให้ทราบทั่วๆ กันด้วยครับ จักเป็นพระคุณยิ่ง
นพ. สุรจิต สุนทรธรรม
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ซึ่งต้องขอขอบคุณคุณหมอ มากครับที่ได้ส่งเรื่องนี้มาให้
แต่ตอนนี้ ข่าวล่าสุด (1 กันยายน 2550) ทาง กทม. ได้ปรับเปลี่ยนการให้บริการ โดยแยกส่วนออกมาเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ทางศูนย์ฯ เอราวัณ จึงได้รับผิดชอบการรับเรื่องแจ้งเหตุ ป่วยฉุกเฉิน และได้เปลี่ยนเลขหมายใหม่ จาก 1669 เป็น 1646
แต่จะรับเรื่องเฉพาะ กทม. เท่านั้น ครับ
จึงขอแจ้งเพื่อเป็นประโยชน์กับทุกท่าน (24 ชั่วโมง)
ปล. อีกอย่างคือ ขอให้ทุกท่าน (ย้ำว่าทุกท่าน) หากไม่ได้เก็บเบอร์นี้ไว้ หากเจออุบัติเหตุฉุกเฉิน สามารถแจ้งกับทาง 191 ได้ด้วยครับ
(จากพนักงานบริษัทฯ เอกชนที่ ทำงานร่วมกับรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง)
26 กันยายน 2550
นอนยังไงไม่ให้เสียทรง
ในวันพรุ่งนี้อาจจะมีบางคนนัดกันกับญาติพี่น้องผองเพื่อนและคนรักว่า จะไปทำบุญสรงน้ำพระที่วัดสักหน่อย เลยจะถือโอกาสแต่งตัวสวยตามแบบสาวไทย แต่ถ้าจะไปทำผมสวยพรุ่งนี้เห็นทีคงต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 แน่ ๆ เพราะคิวคงแน่น อย่ากระนั้นเลยทำซะตั้งแต่วันนี้นะ ไม่ต้องห่วงว่านอนแล้วผมจะเสียทรงเพราะเซียนสวยมีตัวช่วยให้ค่ะ
เมื่อคุณไปทำผมมาแล้วไม่ว่าจะเป็นแบบมวยมุ่น หรือเกล้าเก็บทรงรอบศีรษะ ก่อนจะนอนก็ให้หาผ้าคลุมไว้ 1 ชั้นก่อนที่จะนอนหนุนลงบนหมอนนุ่ม โดยหมอนนั้นก็ให้หาปลอกหมอนที่ทำจากผ้าไหมเนื้อดีมาเป็นปลอก ทีนี้ก็นอนได้สบายบรื๋อรับรองได้ว่าผมจะไม่หลุดร่วงออกมาจากทรงที่เก็บเนี้ยบไว้แล้วแม้แต่เส้นเดียว แต่ถ้านอนดิ้นมาก ๆ ก็อยู่นอกเหนือการรับประกันนะเจ้าคะ
เมื่อคุณไปทำผมมาแล้วไม่ว่าจะเป็นแบบมวยมุ่น หรือเกล้าเก็บทรงรอบศีรษะ ก่อนจะนอนก็ให้หาผ้าคลุมไว้ 1 ชั้นก่อนที่จะนอนหนุนลงบนหมอนนุ่ม โดยหมอนนั้นก็ให้หาปลอกหมอนที่ทำจากผ้าไหมเนื้อดีมาเป็นปลอก ทีนี้ก็นอนได้สบายบรื๋อรับรองได้ว่าผมจะไม่หลุดร่วงออกมาจากทรงที่เก็บเนี้ยบไว้แล้วแม้แต่เส้นเดียว แต่ถ้านอนดิ้นมาก ๆ ก็อยู่นอกเหนือการรับประกันนะเจ้าคะ
24 กันยายน 2550
สาวสไตล์ไหนหนุ่มๆชอบ
ต่อให้สไตล์ความชอบผู้หญิง ในมุมมองของผู้ชาย จะมีมากมายหลากรูปแบบ ประเภทที่บางรายอาจชอบสาวเปรี้ยว สาวห้าว สาวแกร่ง สาวน้อย คิกขุหวานแหวว สาวนุ่มนิ่มเรียบร้อย หรือสาวช่างฝันก็ตาม แต่หากถามว่า ผู้หญิงแบบไหนที่ ผู้ชายสามารถรักได้ไม่ยากนี่สิ คงต้องคิดหนัก ว่าแบบฉบับเวอร์ชั่นไหนถึงจะถูกใจทำให้ชาย หลงใหลได้ปลื้มจนเกิดอาการปิ๊งได้ คงต้องมีสูตรลับพิเศษที่จะช่วยเสริมแต่ง ให้กับสาวๆ ทุกสไตล์ แอบเก็บเอาไปไว้ใช้เป็นคุณสมบัติพิเศษทำเก๋ให้คุณ ผู้ชายได้ใฝ่ฝันถึง ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวสไตล์ไหน เคล็ดลับเด็ดที่ทำให้ตัว เองกลายเป็นผู้หญิงทรงเสน่ห์จนเพศตรงข้ามเกิดอาการสะดุดรักได้ไม่ยาก มีดังนี้ค่ะ
"สไตล์สาวยุคใหม่"
เอาใจเก่ง
เสน่ห์ของหญิงข้อนี้ แม้จะเป็นสิ่งที่คุณๆ ทั้งหลายรู้ดี แต่ก็ไม่ค่อยมีใครทำกันสักเท่าไหร่ เพราะมัวหยิ่งบ้าง ไม่กล้าบ้าง แบบนี้เห็นทีต่อให้เริดแค่ไหน ถ้าขาดนิสัยความเป็นสาวช่างเอาอกเอาใจ ไม่ว่าผู้ชายหน้าไหนก็ไม่มีใครชอบ หรอก เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนปรารถนา
อ่อนหวาน
สาวห้าวอย่าเพิ่งร้องโวยเป็นอันขาด และโปรดทำใจรับรู้และ ยอมรับซะเถอะว่า บางครั้งหัวใจสาวห้าวอย่างคุณก็เคยมีช่วงเวลาของการ แสดงออกที่บ่งบอกถึงความอ่อนโยนได้เหมือนกัน ไม่ต้องถึงขนาดเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสาวหวานฉ่ำ แค่มีความ อ่อนโยนอ่อนหวานติดตัวไว้บ้าง ก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อยบางอารมณ์น่าจะพูดจาอ่อนโยนน่าฟังบ้าง ไม่ว่ากับเขาหรือคนอื่นๆ มันจะยิ่งทำให้คุณดูดีขึ้น อีกเยอะ
เปิดเผย
ข้อนี้สาวขี้อายอาจมีปัญหา แต่การเปิดเผยไม่ได้หมายความว่า จะต้องถึงขั้นทำตัวห้าวหาญแต่อย่างใด การเปิดเผยในที่นี้หมายถึง ให้คุณ แสดงความจริงใจบ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อบอกให้เขารู้ว่าคุณชอบเขา ทำอะไร อย่าเหนียมมากไป ร้อนก็บอกว่าร้อน เผ็ดก็บอกว่าเผ็ด กล้าคุยเรื่องหน้าแตก ของตัวเองให้เขาฟังบ้าง คุณจะดูเป็นคนอบอุ่น และไม่มีลับลมคมในอะไร ซ่อนไว้
หัวอ่อน
จะเอาใจแฟนทั้งที มันต้องมีบ้างที่ต้องหัดเป็นคนหัวอ่อน ยอมเออออตามเขาไปในบางครั้ง แต่ที่ให้ยอมนั้น ไม่ได้หมายความว่า จะให้ยอมไปซะทุกเรื่อง ทุกอย่างเหมือนดังเช่นเป็นทาส แค่เชื่อฟังเขาบ้างในบางโอกาส และยอมรับ ในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลด้วยเช่นกัน เพราะถ้าขืนทำตัวก๋ากั่นดื้อรั้นชนิดไม่ฟัง ใครเลย ไม่ว่าจะแฟนคุณหรือใครๆ ก็คงไม่ชอบหรอกค่ะ
ปราดเปรียว
ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงที่อืดอาดเกินเหตุ แม้ใจจะยังปรารถนาแม่ ศรีเรือนผู้งามพร้อม เพราะยุคสมัยนี้ ความคล่องแคล่ว ปราดเปรียวนี่ละ ที่เป็นเสน่ห์หนึ่งของผู้หญิงยุคใหม่
ออดอ้อน
ผู้หญิงที่ยอมออดอ้อนคู่รักบ้างในโอกาสเหมาะๆ พระเอกของ คุณคงรักจนหมดใจแน่นอนแต่อ้อนพองามนะคะ ไม่เช่นนั้น อาจกลายเป็น น่ารำคาญไป
อารมณ์ขัน
ไม่ว่าสเปกของเขาจะชอบสาวเงียบขรึม หรือสาวแข็งกระด้าง อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย ผู้ชายจะเซ็งคุณได้สักวัน เมื่อเขารู้สึกว่าอยู่กับคุณแล้วโลกไม่สดใส สักวันหนึ่งเขาคงจะตีจาก แต่คุณไม่จำเป็นต้องตลกโจ๊กเป็นตลกมืออาชีพหรอก เพียงแค่รู้จักเล่าเรื่อง สนุกๆ ขำๆ บ้าง หัวเราะร่าเริงเมื่อคนอื่นคุยเรื่องตลก ไม่ใช่หน้าแข็งอารมณ์ เดียวตลอดเวลา จะทำให้น่าเบื่อที่สุด และไม่ใช่นั่งนินทาใครให้คนหัวเราะ เพราะผู้หญิงขี้นินทาไม่มีเสน่ห์นักหรอก
ฟอร์มเหมือนไม่มีฟอร์ม
ผู้ชายจะไม่พิสมัยผู้หญิงที่เก๊กหรือฟอร์มตลอดเวลา ดังนั้น ขอให้คุณทำตัวเป็นธรรมชาติที่สุด อยากคุยอยากถามอะไรกับเขาก็ทำ หรือปวดฉี่ ก็บอกได้ ไม่ต้องนั่งเก๊กแล้วรอให้คนอื่นมาชวนคุย
มีน้ำใจ
ควรแสดงความมีน้ำใจห่วงใยเอื้ออาทรออกมาบ้าง ไม่ว่าจะกับ เขาหรือกับใคร เพราะคนใจดำไร้น้ำใจคงไม่มีเสน่ห์แน่นอน
เข้าใจง่าย
ควรมองโลกในแง่ดี ไม่เจ้าปัญหาจนน่ารำคาญ หัดเป็นคน ง่ายๆ ไม่จู้จี้จุกจิกมากเกินไป การแสดงความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ได้ดี เป็นการแสดงถึงนิสัยใจคอของคุณเอง ที่คนพิเศษของคุณจะเห็นได้ทันที และทำให้เขาเชื่อใจคุณ เพราะคุณเข้าใจเขาได้ดี มีเรื่องอะไรเขาก็จะเปิดเผย ให้คุณรู้ และชอบที่จะนั่งสนทนากับผู้หญิงที่เปี่ยมเสน่ห์แบบคุณ
"สไตล์สาวยุคใหม่"
เอาใจเก่ง
เสน่ห์ของหญิงข้อนี้ แม้จะเป็นสิ่งที่คุณๆ ทั้งหลายรู้ดี แต่ก็ไม่ค่อยมีใครทำกันสักเท่าไหร่ เพราะมัวหยิ่งบ้าง ไม่กล้าบ้าง แบบนี้เห็นทีต่อให้เริดแค่ไหน ถ้าขาดนิสัยความเป็นสาวช่างเอาอกเอาใจ ไม่ว่าผู้ชายหน้าไหนก็ไม่มีใครชอบ หรอก เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนปรารถนา
อ่อนหวาน
สาวห้าวอย่าเพิ่งร้องโวยเป็นอันขาด และโปรดทำใจรับรู้และ ยอมรับซะเถอะว่า บางครั้งหัวใจสาวห้าวอย่างคุณก็เคยมีช่วงเวลาของการ แสดงออกที่บ่งบอกถึงความอ่อนโยนได้เหมือนกัน ไม่ต้องถึงขนาดเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสาวหวานฉ่ำ แค่มีความ อ่อนโยนอ่อนหวานติดตัวไว้บ้าง ก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อยบางอารมณ์น่าจะพูดจาอ่อนโยนน่าฟังบ้าง ไม่ว่ากับเขาหรือคนอื่นๆ มันจะยิ่งทำให้คุณดูดีขึ้น อีกเยอะ
เปิดเผย
ข้อนี้สาวขี้อายอาจมีปัญหา แต่การเปิดเผยไม่ได้หมายความว่า จะต้องถึงขั้นทำตัวห้าวหาญแต่อย่างใด การเปิดเผยในที่นี้หมายถึง ให้คุณ แสดงความจริงใจบ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อบอกให้เขารู้ว่าคุณชอบเขา ทำอะไร อย่าเหนียมมากไป ร้อนก็บอกว่าร้อน เผ็ดก็บอกว่าเผ็ด กล้าคุยเรื่องหน้าแตก ของตัวเองให้เขาฟังบ้าง คุณจะดูเป็นคนอบอุ่น และไม่มีลับลมคมในอะไร ซ่อนไว้
หัวอ่อน
จะเอาใจแฟนทั้งที มันต้องมีบ้างที่ต้องหัดเป็นคนหัวอ่อน ยอมเออออตามเขาไปในบางครั้ง แต่ที่ให้ยอมนั้น ไม่ได้หมายความว่า จะให้ยอมไปซะทุกเรื่อง ทุกอย่างเหมือนดังเช่นเป็นทาส แค่เชื่อฟังเขาบ้างในบางโอกาส และยอมรับ ในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลด้วยเช่นกัน เพราะถ้าขืนทำตัวก๋ากั่นดื้อรั้นชนิดไม่ฟัง ใครเลย ไม่ว่าจะแฟนคุณหรือใครๆ ก็คงไม่ชอบหรอกค่ะ
ปราดเปรียว
ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงที่อืดอาดเกินเหตุ แม้ใจจะยังปรารถนาแม่ ศรีเรือนผู้งามพร้อม เพราะยุคสมัยนี้ ความคล่องแคล่ว ปราดเปรียวนี่ละ ที่เป็นเสน่ห์หนึ่งของผู้หญิงยุคใหม่
ออดอ้อน
ผู้หญิงที่ยอมออดอ้อนคู่รักบ้างในโอกาสเหมาะๆ พระเอกของ คุณคงรักจนหมดใจแน่นอนแต่อ้อนพองามนะคะ ไม่เช่นนั้น อาจกลายเป็น น่ารำคาญไป
อารมณ์ขัน
ไม่ว่าสเปกของเขาจะชอบสาวเงียบขรึม หรือสาวแข็งกระด้าง อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย ผู้ชายจะเซ็งคุณได้สักวัน เมื่อเขารู้สึกว่าอยู่กับคุณแล้วโลกไม่สดใส สักวันหนึ่งเขาคงจะตีจาก แต่คุณไม่จำเป็นต้องตลกโจ๊กเป็นตลกมืออาชีพหรอก เพียงแค่รู้จักเล่าเรื่อง สนุกๆ ขำๆ บ้าง หัวเราะร่าเริงเมื่อคนอื่นคุยเรื่องตลก ไม่ใช่หน้าแข็งอารมณ์ เดียวตลอดเวลา จะทำให้น่าเบื่อที่สุด และไม่ใช่นั่งนินทาใครให้คนหัวเราะ เพราะผู้หญิงขี้นินทาไม่มีเสน่ห์นักหรอก
ฟอร์มเหมือนไม่มีฟอร์ม
ผู้ชายจะไม่พิสมัยผู้หญิงที่เก๊กหรือฟอร์มตลอดเวลา ดังนั้น ขอให้คุณทำตัวเป็นธรรมชาติที่สุด อยากคุยอยากถามอะไรกับเขาก็ทำ หรือปวดฉี่ ก็บอกได้ ไม่ต้องนั่งเก๊กแล้วรอให้คนอื่นมาชวนคุย
มีน้ำใจ
ควรแสดงความมีน้ำใจห่วงใยเอื้ออาทรออกมาบ้าง ไม่ว่าจะกับ เขาหรือกับใคร เพราะคนใจดำไร้น้ำใจคงไม่มีเสน่ห์แน่นอน
เข้าใจง่าย
ควรมองโลกในแง่ดี ไม่เจ้าปัญหาจนน่ารำคาญ หัดเป็นคน ง่ายๆ ไม่จู้จี้จุกจิกมากเกินไป การแสดงความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ได้ดี เป็นการแสดงถึงนิสัยใจคอของคุณเอง ที่คนพิเศษของคุณจะเห็นได้ทันที และทำให้เขาเชื่อใจคุณ เพราะคุณเข้าใจเขาได้ดี มีเรื่องอะไรเขาก็จะเปิดเผย ให้คุณรู้ และชอบที่จะนั่งสนทนากับผู้หญิงที่เปี่ยมเสน่ห์แบบคุณ
21 กันยายน 2550
ความรักเหมือนตู้โทรศัพท์สาธารณะ
*คนเค้าว่า*
ความรักเหมือนตู้โทรศัพท์สาธารณะ ตู้ที่เดินตรงเข้าไปมักโทรได้เฉพาะหมายเลขฉุกเฉิน ตู้ที่ใช้ได้มักต้องต่อคิวยาวเหยียด แต่พอถึงคิวเราเหรียญกลับหยอดไม่ลงซะงั้น
กว่าจะเจอตู้ที่โทรได้จริงๆ ก็ต้องเดินหาจนเมื่อย และเมื่อเจอแล้วก็ต้องเตรียมเหรียญไว้หยอดสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นคุยๆ ไปสัญญาณอาจถูกตัดขาดไป ต่อใหม่เท่าไรก็ไม่ติด
เหรียญ ในที่นี้เปรียบได้กับ *ความเอาใจใส่* การมีเวลาให้ เพราะถ้าเธอไม่มีทั้ง 2 สิ่งคอยหล่อเลี้ยงความรัก สัญญาณของความสัมพันธ์ก็จะถูกตัดขาดในที่สุด และไม่สามารถเรียกสัญญาณเดิมกลับมาได้อีก
ส่วนความเป็นเพื่อนนั้นเหมือนโทรศัพท์บ้าน *คุยนานเท่าไหร่ก็ 3 บาท* คบกันแบบไม่ต้องลงทุนจนหมดเนื้อหมดตัว ไม่ต้องต่อคิวใคร
ไม่ต้องเดินหาจนเมื่อย แต่ตอนสิ้นเดือนต้องจ่ายค่าบริการให้ตรงเวลาก็เท่านั้น
*ค่าบริการในที่นี้เปรียบได้กับ ความจริงใจ* ที่คนเป็นเพื่อนต้องมีให้กัน อย่างไรก็ตาม เราควรบริหาร ค่าใช้จ่ายของความสัมพันธ์ให้ดี อย่าเอาเงินที่มีอยู่ไปแลกเหรียญ แล้วหยอดตู้โทรศัพท์สาธารณะจนหมด กระทั่ง .... ไม่เหลือจ่ายค่าโทรศัพท์บ้าน กระทั่ง .... ไม่เหลือจ่ายค่าอาหารของตัวเอง
มีความรักแล้วอย่าลืมเพื่อนและเมื่อมีเวลาให้กับความรัก/มีเวลาให้กับความเป็นเพื่อนแล้ว อย่าลืมที่จะมีเวลาให้กับครอบครัวและตัวเองด้วย........
ความรักเหมือนตู้โทรศัพท์สาธารณะ ตู้ที่เดินตรงเข้าไปมักโทรได้เฉพาะหมายเลขฉุกเฉิน ตู้ที่ใช้ได้มักต้องต่อคิวยาวเหยียด แต่พอถึงคิวเราเหรียญกลับหยอดไม่ลงซะงั้น
กว่าจะเจอตู้ที่โทรได้จริงๆ ก็ต้องเดินหาจนเมื่อย และเมื่อเจอแล้วก็ต้องเตรียมเหรียญไว้หยอดสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นคุยๆ ไปสัญญาณอาจถูกตัดขาดไป ต่อใหม่เท่าไรก็ไม่ติด
เหรียญ ในที่นี้เปรียบได้กับ *ความเอาใจใส่* การมีเวลาให้ เพราะถ้าเธอไม่มีทั้ง 2 สิ่งคอยหล่อเลี้ยงความรัก สัญญาณของความสัมพันธ์ก็จะถูกตัดขาดในที่สุด และไม่สามารถเรียกสัญญาณเดิมกลับมาได้อีก
ส่วนความเป็นเพื่อนนั้นเหมือนโทรศัพท์บ้าน *คุยนานเท่าไหร่ก็ 3 บาท* คบกันแบบไม่ต้องลงทุนจนหมดเนื้อหมดตัว ไม่ต้องต่อคิวใคร
ไม่ต้องเดินหาจนเมื่อย แต่ตอนสิ้นเดือนต้องจ่ายค่าบริการให้ตรงเวลาก็เท่านั้น
*ค่าบริการในที่นี้เปรียบได้กับ ความจริงใจ* ที่คนเป็นเพื่อนต้องมีให้กัน อย่างไรก็ตาม เราควรบริหาร ค่าใช้จ่ายของความสัมพันธ์ให้ดี อย่าเอาเงินที่มีอยู่ไปแลกเหรียญ แล้วหยอดตู้โทรศัพท์สาธารณะจนหมด กระทั่ง .... ไม่เหลือจ่ายค่าโทรศัพท์บ้าน กระทั่ง .... ไม่เหลือจ่ายค่าอาหารของตัวเอง
มีความรักแล้วอย่าลืมเพื่อนและเมื่อมีเวลาให้กับความรัก/มีเวลาให้กับความเป็นเพื่อนแล้ว อย่าลืมที่จะมีเวลาให้กับครอบครัวและตัวเองด้วย........
เช็คระยะความสัมพันธ์
เช็คระยะความสัมพันธ์ เพื่อรักยืนยง
ความสัมพันธ์นั้นต้องอาศัยเวลาในการพัฒนาจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงจุดหมายปลายทาง แต่คุณเคยมีเวลาได้หยุดเช็คความสัมพันธ์ของคุณบ้างหรือไม่ว่าเดินทางมาถึงไหนแล้วและพร้อมจะก้าวเดินสู่จุดต่อไปได้หรือยัง ถ้ายังไม่เคย คงต้องเริ่มเช็คกันได้แล้ว เพื่อให้รักนี้ผ่านฉลุยไปถึงเส้นชัย...
จุดเช็คระยะที่ 1 : แบบนี้เรียกว่าแฟนได้หรือยังนะ?
หลังจากออกเดทกันได้พักใหญ่และใช้สรรพนามเรียกเขาว่า "กิ๊ก" มาได้ระยะหนึ่ง ความรู้สึกวันนี้มันเริ่มแปลกไป ทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขาหัวใจเรามันชุ่มขื่นพิกล ที่เคยคอยกันว่าเราแค่ลองดูๆ กันไป ต่างคนต่างมีสิทธิ์จะคบใครก็ได้ ทำไมวันนี้ฉันไม่อยากคบใครแล้วล่ะ แล้วก็ไม่อยากให้เขาไปคบใครแล้วด้วย
ถ้าคุณเริ่มมีความรู้สึกประมาณนี้ อย่าทึกทักไปคนเดียว เช็คหัวใจเขาให้แน่ด้วยว่าเขาก็คิดแบบเดียวกับเรา ถ้าเขาเริ่มหวงเราเป็นพิเศษ เริ่มพาเราไปออกงานโชว์ตัวมากขึ้น หรือเริ่มส่งสายตาห่วงหาอาทรมากกว่าปกติ ให้เริ่มคิดเข้าข้างตัวเองได้เลยว่าเขาเห็นเราเป็นคนพิเศษแล้วล่ะ ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าจะเป็นเขาหรือคุณที่เอ่ยปากก่อนกันว่า "อย่างที่เราเป็นนี่เรียกว่าแฟนได้รึเปล่านะ" หวังว่าคำตอบคงไม่ทำให้คุณผิดหวังนะ
จุดเช็คระยะที่ 2 : ได้เวลากับเรื่องบนเตียงหรือยัง?
หลังจากเป็นแฟนกันได้ระยะหนึ่ง เขาก็น่ารักดูแลเอาใจเราทุกอย่าง แถมยามมีโอกาสก็ไม่เคยคิดล่วงเกิน อย่างมากก็เดินจูงมือกันหรือจูจุ๊บเล็กๆ พอให้ชื่นใจ เขาทำให้เรามั่นใจในคำว่า "รัก" ที่เขาพูดทุกครั้ง วันหยุดยาวคราวนี้เขาชวนฉันไปทริปต่างจังหวัดด้วยกันครั้งแรก ฉันจะไปดีไหม แล้วถ้าไป ฉันจะมีอะไรกับเขาได้ไหมเนี่ย?
ถ้าคุณมั่นใจว่าสิ่งที่คุณทั้งสองมีร่วมกันนั้นเรียกว่า "รัก" แน่นอนแล้วละก็ เราคงไม่หยุดยั้งคุณไว้หรอก ถ้าเขาเป็นสุภาพบุรุษที่คุณมั่นใจแล้วว่าห่วงใยคุณจริงและรักนี้น่าจะยาวนานไม่น้อย คงจะได้เวลากระชับความสัมพันธ์นี้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วยสัมผัสรักบนเตียง อย่าลืมระวังป้องกันให้ดีก็แล้วกัน คุณคงไม่อยากท้องก่อนแต่งเป็นแน่
จุดเช็คระยะที่ 3 : เขาคือคนที่เรารอมาทั้งชีวิตหรือเปล่า?
เอาล่ะ...เราก็คบกันมาได้พักใหญ่ ดูเหมือนอะไรๆ ระหว่างฉันกับเขาก็ดูจะดีไปหมด นั่งคุยกันได้นานๆ ไม่เห็นว่าเขาจะเบื่อ เวลาไปไหนกับเพื่อนเขาก็พาเราไปเสมอ เรื่องบนเตียงก็สุดจะวี้ดวิ้ว แถมเวลาฉันไปข้อปปิ้งเขายังไม่เกี่ยงที่จะไปเป็นเพื่อนด้วยนะ ที่สำคัญทั้งฉันและเขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างที่สุดแต่จะมั่นใจได้ยังไงว่าเขานี่แหละคือคนที่ใช่และฉันควรจะเลิกมองใครอื่นได้แล้ว แค่สังเกตพฤติกรรมเขาสักหน่อยว่าอยู่ในร่องในรอยดีแค่ไหน
ถ้าวันนี้เขายังดีเหมือนวันเก่า ๆ มองตาทีไรยังมีอารมณ์สปาร์คกันอยู่ และทุกครั้งที่มีใครใหม่เดินเข้ามาในชีวิตคุณ คุณแทบจะไม่สนใจอยากรู้จักซะด้วยซ้ำ นั่นแสดงให้เห็นชัดแล้วว่า เขาคือคนที่ใช่สำหรับคุณเข้าแล้ว
จุดเช็คระยะที่ 4 : ถึงเวลาใช้ชีวิตร่วมกันแล้วยัง?
และแล้วเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขารักฉันจริงและฉันก็รักเขาเต็มหัวใจ ที่สำคัญเขายังรักครอบครัวของฉันด้วยสิ แถมไม่ว่าจะทะเลาะกันยังไง เราสองคนก็ไม่เคยคิดแก้ปัญหาด้วยการเลิกกันสักครั้งเดียว ช่วงนี้เราเริ่มคุยกันเรื่องแบบบ้านที่เราชอบ เงินในบัญชีที่เรามี บางทีเวลาเห็นเด็กเล็กๆ วิ่งไปมา เราก็หันมามองหน้ากันด้วยสายตาแบบรู้กันว่าเราก็อยากมีแบบนี้บ้างแล้วล่ะ
ถ้าความรักดูลงตัวไปหมดและคุณทั้งสองก็พร้อมทั้งการเงินและจิตใจพร้อมที่จะให้คำมั่นว่าจะซื่อสัตย์และมั่นคงต่อกันตลอดไป พร้อมที่จะคิดถึงคำว่า "เรา" มากกว่า "ตัวฉัน" และพร้อมที่จะแบ่งปันให้กันในทุกสิ่งไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ถ้าเช่นนั้นเราคิดว่าคงถึงเวลาแล้วล่ะ ที่คุณทั้งสองจะลั่นระฆังวิวาห์และอยู่ครองรักกันตลอดไป
จุดเช็คระยะที่ 5 : เซ็กซ์ของเราเริ่มเสื่อมถอยหรือยัง?
คนเราคบกันแรกๆ อะไรๆ มันก็เร่าร้อนไปหมดมีเซ็กซ์มาราธอนกันทั้งคืนก็ไม่มีใครบ่น แต่ลองดูสิ พอเวลาผ่านไปอะไรๆ ก็จะเปลี่ยนไปด้วยปีที่ 1 อาจยังคึกคักดีอยู่ พอปีที่ 2 อาจจะเริ่มมีบ่นเหนื่อยบ้าง พอปีที 3 อาจมีปัญหาปลุกไม่ตื่นแล้ว อันที่จริงหากความต้องการทางเพศของเขาจะซาลงไปบ้างหลังผ่านไปช่วงหนึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก ผู้ชายจะตื่นเต้นแทบไม่เป็นอันหลับอันนอนได้พักหนึ่งเท่านั้นแหละ เมื่อเขาได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่แล้วความตื่นเต้นนั้นก็จะลดลงไปเองเป็นธรรมชาติ แต่คุณต้องไม่ปล่อยจนชินชาและตายด้านไปนะ
คุณต้องหมั่นสร้างสีสันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแอบเซอร์ไพร์เขาด้วยขุดชั้นในสุดเซ็กซี่หรือแม้แต่วางแผนมีเซ็กซ์สุดโรแมนติกแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน เติมสีสันกันบ่อย ๆ เพื่อให้ชีวิตเซ็กซ์และชีวิตรักของคุณกระชุ่มกระชวยไม่มีวันจืดจางแน่นอน
ความสัมพันธ์นั้นต้องอาศัยเวลาในการพัฒนาจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงจุดหมายปลายทาง แต่คุณเคยมีเวลาได้หยุดเช็คความสัมพันธ์ของคุณบ้างหรือไม่ว่าเดินทางมาถึงไหนแล้วและพร้อมจะก้าวเดินสู่จุดต่อไปได้หรือยัง ถ้ายังไม่เคย คงต้องเริ่มเช็คกันได้แล้ว เพื่อให้รักนี้ผ่านฉลุยไปถึงเส้นชัย...
จุดเช็คระยะที่ 1 : แบบนี้เรียกว่าแฟนได้หรือยังนะ?
หลังจากออกเดทกันได้พักใหญ่และใช้สรรพนามเรียกเขาว่า "กิ๊ก" มาได้ระยะหนึ่ง ความรู้สึกวันนี้มันเริ่มแปลกไป ทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขาหัวใจเรามันชุ่มขื่นพิกล ที่เคยคอยกันว่าเราแค่ลองดูๆ กันไป ต่างคนต่างมีสิทธิ์จะคบใครก็ได้ ทำไมวันนี้ฉันไม่อยากคบใครแล้วล่ะ แล้วก็ไม่อยากให้เขาไปคบใครแล้วด้วย
ถ้าคุณเริ่มมีความรู้สึกประมาณนี้ อย่าทึกทักไปคนเดียว เช็คหัวใจเขาให้แน่ด้วยว่าเขาก็คิดแบบเดียวกับเรา ถ้าเขาเริ่มหวงเราเป็นพิเศษ เริ่มพาเราไปออกงานโชว์ตัวมากขึ้น หรือเริ่มส่งสายตาห่วงหาอาทรมากกว่าปกติ ให้เริ่มคิดเข้าข้างตัวเองได้เลยว่าเขาเห็นเราเป็นคนพิเศษแล้วล่ะ ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าจะเป็นเขาหรือคุณที่เอ่ยปากก่อนกันว่า "อย่างที่เราเป็นนี่เรียกว่าแฟนได้รึเปล่านะ" หวังว่าคำตอบคงไม่ทำให้คุณผิดหวังนะ
จุดเช็คระยะที่ 2 : ได้เวลากับเรื่องบนเตียงหรือยัง?
หลังจากเป็นแฟนกันได้ระยะหนึ่ง เขาก็น่ารักดูแลเอาใจเราทุกอย่าง แถมยามมีโอกาสก็ไม่เคยคิดล่วงเกิน อย่างมากก็เดินจูงมือกันหรือจูจุ๊บเล็กๆ พอให้ชื่นใจ เขาทำให้เรามั่นใจในคำว่า "รัก" ที่เขาพูดทุกครั้ง วันหยุดยาวคราวนี้เขาชวนฉันไปทริปต่างจังหวัดด้วยกันครั้งแรก ฉันจะไปดีไหม แล้วถ้าไป ฉันจะมีอะไรกับเขาได้ไหมเนี่ย?
ถ้าคุณมั่นใจว่าสิ่งที่คุณทั้งสองมีร่วมกันนั้นเรียกว่า "รัก" แน่นอนแล้วละก็ เราคงไม่หยุดยั้งคุณไว้หรอก ถ้าเขาเป็นสุภาพบุรุษที่คุณมั่นใจแล้วว่าห่วงใยคุณจริงและรักนี้น่าจะยาวนานไม่น้อย คงจะได้เวลากระชับความสัมพันธ์นี้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วยสัมผัสรักบนเตียง อย่าลืมระวังป้องกันให้ดีก็แล้วกัน คุณคงไม่อยากท้องก่อนแต่งเป็นแน่
จุดเช็คระยะที่ 3 : เขาคือคนที่เรารอมาทั้งชีวิตหรือเปล่า?
เอาล่ะ...เราก็คบกันมาได้พักใหญ่ ดูเหมือนอะไรๆ ระหว่างฉันกับเขาก็ดูจะดีไปหมด นั่งคุยกันได้นานๆ ไม่เห็นว่าเขาจะเบื่อ เวลาไปไหนกับเพื่อนเขาก็พาเราไปเสมอ เรื่องบนเตียงก็สุดจะวี้ดวิ้ว แถมเวลาฉันไปข้อปปิ้งเขายังไม่เกี่ยงที่จะไปเป็นเพื่อนด้วยนะ ที่สำคัญทั้งฉันและเขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างที่สุดแต่จะมั่นใจได้ยังไงว่าเขานี่แหละคือคนที่ใช่และฉันควรจะเลิกมองใครอื่นได้แล้ว แค่สังเกตพฤติกรรมเขาสักหน่อยว่าอยู่ในร่องในรอยดีแค่ไหน
ถ้าวันนี้เขายังดีเหมือนวันเก่า ๆ มองตาทีไรยังมีอารมณ์สปาร์คกันอยู่ และทุกครั้งที่มีใครใหม่เดินเข้ามาในชีวิตคุณ คุณแทบจะไม่สนใจอยากรู้จักซะด้วยซ้ำ นั่นแสดงให้เห็นชัดแล้วว่า เขาคือคนที่ใช่สำหรับคุณเข้าแล้ว
จุดเช็คระยะที่ 4 : ถึงเวลาใช้ชีวิตร่วมกันแล้วยัง?
และแล้วเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขารักฉันจริงและฉันก็รักเขาเต็มหัวใจ ที่สำคัญเขายังรักครอบครัวของฉันด้วยสิ แถมไม่ว่าจะทะเลาะกันยังไง เราสองคนก็ไม่เคยคิดแก้ปัญหาด้วยการเลิกกันสักครั้งเดียว ช่วงนี้เราเริ่มคุยกันเรื่องแบบบ้านที่เราชอบ เงินในบัญชีที่เรามี บางทีเวลาเห็นเด็กเล็กๆ วิ่งไปมา เราก็หันมามองหน้ากันด้วยสายตาแบบรู้กันว่าเราก็อยากมีแบบนี้บ้างแล้วล่ะ
ถ้าความรักดูลงตัวไปหมดและคุณทั้งสองก็พร้อมทั้งการเงินและจิตใจพร้อมที่จะให้คำมั่นว่าจะซื่อสัตย์และมั่นคงต่อกันตลอดไป พร้อมที่จะคิดถึงคำว่า "เรา" มากกว่า "ตัวฉัน" และพร้อมที่จะแบ่งปันให้กันในทุกสิ่งไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ถ้าเช่นนั้นเราคิดว่าคงถึงเวลาแล้วล่ะ ที่คุณทั้งสองจะลั่นระฆังวิวาห์และอยู่ครองรักกันตลอดไป
จุดเช็คระยะที่ 5 : เซ็กซ์ของเราเริ่มเสื่อมถอยหรือยัง?
คนเราคบกันแรกๆ อะไรๆ มันก็เร่าร้อนไปหมดมีเซ็กซ์มาราธอนกันทั้งคืนก็ไม่มีใครบ่น แต่ลองดูสิ พอเวลาผ่านไปอะไรๆ ก็จะเปลี่ยนไปด้วยปีที่ 1 อาจยังคึกคักดีอยู่ พอปีที่ 2 อาจจะเริ่มมีบ่นเหนื่อยบ้าง พอปีที 3 อาจมีปัญหาปลุกไม่ตื่นแล้ว อันที่จริงหากความต้องการทางเพศของเขาจะซาลงไปบ้างหลังผ่านไปช่วงหนึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก ผู้ชายจะตื่นเต้นแทบไม่เป็นอันหลับอันนอนได้พักหนึ่งเท่านั้นแหละ เมื่อเขาได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่แล้วความตื่นเต้นนั้นก็จะลดลงไปเองเป็นธรรมชาติ แต่คุณต้องไม่ปล่อยจนชินชาและตายด้านไปนะ
คุณต้องหมั่นสร้างสีสันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแอบเซอร์ไพร์เขาด้วยขุดชั้นในสุดเซ็กซี่หรือแม้แต่วางแผนมีเซ็กซ์สุดโรแมนติกแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน เติมสีสันกันบ่อย ๆ เพื่อให้ชีวิตเซ็กซ์และชีวิตรักของคุณกระชุ่มกระชวยไม่มีวันจืดจางแน่นอน
ผู้ชายที่ฉันจะเลือก
- เขาไม่ต้องเป็นคนดี เพราะฉันไม่อยากได้ยินคำว่า "ดีเกินไป" และไม่อยากใช้คำว่า "ดีไม่พอ"
- เขาต้องเห็นความสำคัญของความรักมากกว่าเรื่อง sex และไม่เอาเรื่อง sex มาตัดสินความรัก ไม่มีข้ออ้างว่าถ้าไม่มีsex กันก็แปลว่าไม่ได้รักกัน ไม่ไว้ใจกัน เพราะนั่นไม่ใช่เหตุผล จริงๆ แล้วผุ้หญิงทุกคนอยากจะเก็บไว้ให้คนที่เขารักเราแล้วเราก็รักเขา เพียงคนเดียวเท่านั้น แล้วเทอแน่ใจแล้วหรือว่าเธอจะเป็นผู้ชายคนเดียวของผู้หญิงอย่างฉันได
- เขาไม่จำเป็นตัองเป็นผู้ชายที่เข้มแข็งตลอดเวลา ไม่ต้องพยายามปกปิดความอ่อนแอของตัวเอง เป็ดเผยมาให้ฉันได้รับรู้บ้าง เพื่อที่ฉันจะได้พร้อมที่จะทุกข์ไปกับเทอด้วย ไม่ใช่รอแต่จะสุขด้วยอย่างเดียว
- อย่าพูดว่ารักดพราะเป็นหน้าที่ คำว่ารักที่คุณพูดมาจะต้องไม่มีเหตุผล จะต้องรักเพราะรัก ไม่ใช่รักเพราะเหงา ไม่ใข่รักเพราะอยากมีแฟน ไม่ใช่รักเพราะไม่มีใคร ไม่ใช่รักเพราะอกหักจากแฟนเก่า ไม่ใช่รักเพราะไม่สมหวังกับคนใหม่ ไม่ใช่รักเพราะเสียดายฉัน คำว่าแฟนหรือคนรักเป็นบทบาท ไม่ใช่หน้าที่ที่เทอต้องฝืนทำ
- ยิ้มได้ตลอดเวลา เมื่อฉันมีปัญหา ร้องไห้ ผิดหวัง เพราะรอยยิ้มของเทอช่วยฉันได้
- ถ้าไม่ได้รักฉันจิงๆ ก็โปรดบอกกับฉัน ถึงแม้ว้าเทอจะรู้ว่าฉันรักเทอ อย่าสงสารฉันอย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปนาน เพราะอาจจะไม่เหลือเยื่อใยดีๆ ให้กันได้เลย สงสารฉันนะให้ฉันได้เป็นเพื่อนกับเทอก็ยังดี
- ถ้าเทอรักฉัน ของฉัน ก็โปรดบอกกับฉัน อย่าให้ฉันต้องตัดสินผิดไป เพราะเข้าใจว่าเทอไม่ได้รักฉ้นทั้งๆ ที่ฉันรักเทอ
- หึงหวงมีบ้างก็ได้ มีเยอะๆหน่อยยิ่งดี เพราะมันจะช่วยหยุดความเจ้าชู้ของฉันได้ และ เป็นข้อเตือนใจให้รำลึกอยู่เสมอว่า เทอยังรักฉันอยู่ หึงเพราะรักนะไม่ใช่หึงเพราะหวงโดยที่เทอมีใครอีกคน
- รับได้ที่ฉันหึงเทอรับที่ฉันทำท่าทางไม่พอใจใส่เทอ เมื่อเห็นเทอเดินกับผู้หญิงคนอื่น ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ถ้าเธอบริสุทธิ์ใจ โปรดเข้ามาอธิบายให้ฉันเข้าใจ อย่านิ่งเงียบอย่าเฉย เพราะมันจะทำให้ฉันคิดว่าเทอมีคนอื่นจิงๆ
- ถ้ววันใดเทอหมดรักฉัน เทอเจอคนที่ดีกว่า ขอให้เทอรับของฉัน โปรดอย่าทำให้ฉันเป็นนักสืบที่จะต้องคอยสอดส่องหาความจริงมาด้วยความเจ็บปวด ขอให้บอกฉันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันพร้อมจะกลับตัวเปลี่ยนใจเป็นเพื่อนคุณได้เสมอ
- โรแมนติกบ้างก็ดี มีเซอร์ไพรส์นิดหน่อยก็ได้ ฉันปลื้ม...
- ถ้าฉันมีนิสัยบางอย่างที่เธอรับไม่ได้ ขอให้พูดมา ฉันจะปรับตัวเข้าหาเทอเอง
- ฉันขอให้เทอเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องลำบากทำตัวให้ฉันชอบ ไม่ต้องทำดีให้ฉันเห็นเพียงแค่เทอเป็นยังไง เทอก็เป็นอย่างนั้น เพราะฉันจะรักเทอที่เป็นตัวเอง
- โปรดรักฉันที่ฉันเป็นฉัน อย่ารักฉันเพราะฉันเหมือนใคร เพราะนานไปเทออาจคิดได้ว่า ฉันไม่ใช่คนนั้น แล้วเดินจากไป
- ฉันไม่ใช่คนหน้าตาดี และไม่อยากให้เธอมองฉันที่ภายนอก เพราะหากวันใดฉันเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิม แล้วเทอจะทิ้งฉันไป
- ถ้าเทอจะมองฉันที่ภายนอก โปรดมองข้ามฉันเถิด เพราะฉันคงไม่เลิศหรูพอที่จะเป็นคนที่เทอรัก
- ฉันอยากให้เทอฟังเพลง ใช่ฉันหรือเปล่า ของกะลา ขอให้ฟังจนจบเพลง แล้วถามตัวเองดูว่า ผู้หญิงที่เทอเลือกเป็นเหมือนที่เธอฝันไว้หรือเปล่า แล้วถ้าเป็นอย่างที่เทอฝันไม่ได้ เทอจะยอมรับความจิงได้ไหม และฉันอยากให้เทอลองตอบตัวเองในเนื้อเพลงท่อนแรกกับท่อนสุดท้ายให้ได้ก่อนตัดสินใจรักฉัน
20 กันยายน 2550
HOW TO MAKE A WOMAN HAPPY
TO MAKE A WOMEN HAPPY....A MAN ONLY NEEDS TO BE :
1. a friend
2. a companion
3. a lover
4. a brother
5. a father
6. a master
7. a chef
8. an electrician
9. a carpenter
10. a plumber
11. a mechanic
12. a decorator
13. a stylist
14. a sexologist
15. a gynecologist
16. a psychologist
17. a pest exterminator
18. a psychiatrist
19. a healer
20. a good listener
21. an organizer
22. a good father
23. very clean
24. sympathetic
25. athletic
26. warm
27. attentive
28. gallant
29. intelligent
30. funny
31. creative
32. tender
33. strong
34. understanding
35. tolerant
36. prudent
37. ambitious
38. capable
39. courageous
40. determined
41. true
42. dependable
43. passionate
WITHOUT FORGETTING TO :
44. give her compliments regularly
45. love shopping
46. be honest
47. be very rich
48. not stress her out
49. not look at other girls
AND AT THE SAME TIME, YOU MUST ALSO :
50. give her lots of attention, but expect little yourself
51. give her lots of time, especially time for herself
52. give her lots of space, never worrying about where she goes
IT IS VERY IMPORTANT :
53. Never to forget:
* birthdays
* anniversaries
* arrangements she makes
HOW TO MAKE A MAN HAPPY :
1. Leave him alone
1. a friend
2. a companion
3. a lover
4. a brother
5. a father
6. a master
7. a chef
8. an electrician
9. a carpenter
10. a plumber
11. a mechanic
12. a decorator
13. a stylist
14. a sexologist
15. a gynecologist
16. a psychologist
17. a pest exterminator
18. a psychiatrist
19. a healer
20. a good listener
21. an organizer
22. a good father
23. very clean
24. sympathetic
25. athletic
26. warm
27. attentive
28. gallant
29. intelligent
30. funny
31. creative
32. tender
33. strong
34. understanding
35. tolerant
36. prudent
37. ambitious
38. capable
39. courageous
40. determined
41. true
42. dependable
43. passionate
WITHOUT FORGETTING TO :
44. give her compliments regularly
45. love shopping
46. be honest
47. be very rich
48. not stress her out
49. not look at other girls
AND AT THE SAME TIME, YOU MUST ALSO :
50. give her lots of attention, but expect little yourself
51. give her lots of time, especially time for herself
52. give her lots of space, never worrying about where she goes
IT IS VERY IMPORTANT :
53. Never to forget:
* birthdays
* anniversaries
* arrangements she makes
HOW TO MAKE A MAN HAPPY :
1. Leave him alone
18 กันยายน 2550
เตือนสำหรับผู้หญิงที่ใช้ผ้าอนามัย
เตือนภัยสำหรับผู้หญิงที่ต้องใช้งานผ้าอนามัยเป็นประจำ
ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้มักมีสิ่งแปลกประหลาดให้เราได้ตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ โดยเริ่มจากของกิน เช่น แหนม, ข้าวหลาม, ขนมช็อคโกแลต เป็นต้น
(นึกได้แค่นี่อ่ะ อิอิอิ)
จนล่าสุดได้ลามมาถึงของใช้แล้วครับท่าน เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นกับนาย พ. (นามสมมติ) ที่ทำงานบริษัทเดียวกับ i โดยที่เมื่อเดือน พ.ค. 48 ภรรยาพี่ พ. ได้ไปซื้อผ้าอนามัยยี่ห้อหนึ่ง (ไม่อยากเอ่ยนามนะ ดูในรูปเองล่ะกันนะ) ที่ 7/11 แถวสีลม จนกระทั่งได้นำผ้าอนามัยนั้นมาใช้ในเดือน มิ.ย. 48 พอภรรยานาย พ. เปิดหีบห่อออกมาปรากฎว่า พบเจอสิ่งแปลกปลอมอยู่ในผ้าอนามัยอย่างชัดเจน โดยที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามันคืออะไรแน่ (ถ้าใครรู้มันคืออะไร ช่วยตอบทีล่ะกันนะ) เพราะมันเด่นเป็นสง่ามาก i ก็ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกนะ ได้แต่หวังว่าผ้าอนามัยยี่ห้อนี้คงจะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นมากกว่านี้นะ
ถ้าคุณเป็นห่วงคนที่คุณรักไม่ว่าจะใครก็ตาม ช่วย forward บอกต่อ ๆ ไปด้วยนะ เพื่อความปลอดภัยของผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้...
ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้มักมีสิ่งแปลกประหลาดให้เราได้ตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ โดยเริ่มจากของกิน เช่น แหนม, ข้าวหลาม, ขนมช็อคโกแลต เป็นต้น
(นึกได้แค่นี่อ่ะ อิอิอิ)
จนล่าสุดได้ลามมาถึงของใช้แล้วครับท่าน เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นกับนาย พ. (นามสมมติ) ที่ทำงานบริษัทเดียวกับ i โดยที่เมื่อเดือน พ.ค. 48 ภรรยาพี่ พ. ได้ไปซื้อผ้าอนามัยยี่ห้อหนึ่ง (ไม่อยากเอ่ยนามนะ ดูในรูปเองล่ะกันนะ) ที่ 7/11 แถวสีลม จนกระทั่งได้นำผ้าอนามัยนั้นมาใช้ในเดือน มิ.ย. 48 พอภรรยานาย พ. เปิดหีบห่อออกมาปรากฎว่า พบเจอสิ่งแปลกปลอมอยู่ในผ้าอนามัยอย่างชัดเจน โดยที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามันคืออะไรแน่ (ถ้าใครรู้มันคืออะไร ช่วยตอบทีล่ะกันนะ) เพราะมันเด่นเป็นสง่ามาก i ก็ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกนะ ได้แต่หวังว่าผ้าอนามัยยี่ห้อนี้คงจะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นมากกว่านี้นะ
ถ้าคุณเป็นห่วงคนที่คุณรักไม่ว่าจะใครก็ตาม ช่วย forward บอกต่อ ๆ ไปด้วยนะ เพื่อความปลอดภัยของผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้...
13 กันยายน 2550
มังคุดทำลายเซลล์มะเร็ง
ใครที่ชอบทานมังคุด ทราบหรือไม่ว่า มังคุดก็สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาบอกกัน
...
นักวิทยศาสตร์ ได้ศึกษาสารสกัดจากเปลือกมังคุดพบฤทธิ์จู่โจมเฉพาะเซลล์มะเร็งในร่างกาย โดยไม่สร้างความเสียหายให้เซลล์ดีที่อยู่รายรอบ
ผลการทดลอง
สารสกัดจากเปลือกมังคุดสามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี แม้จะใช้เพียงเล็กน้อยเพียง 4 มิลลิกรัมก็ตามสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่นำมาใช้ในการศึกษานี้ ได้รับการสนับสนุนจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยการทดสอบพบว่า สารสกัดในปริมาณ 4 มิลลิกรัม ดังกล่าว สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้กว่า 50% ของเซลล์มะเร็งทั้งหมด และจากการขยายผลนำสารสกัดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งอื่น ก็พบว่าสามารถออกฤทธิ์ดีในการทำลายเซลล์มะเร็งลำไส้และเซลล์มะเร็งตับ รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองหันมาทานมังคุดกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดี
...
นักวิทยศาสตร์ ได้ศึกษาสารสกัดจากเปลือกมังคุดพบฤทธิ์จู่โจมเฉพาะเซลล์มะเร็งในร่างกาย โดยไม่สร้างความเสียหายให้เซลล์ดีที่อยู่รายรอบ
ผลการทดลอง
สารสกัดจากเปลือกมังคุดสามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี แม้จะใช้เพียงเล็กน้อยเพียง 4 มิลลิกรัมก็ตามสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่นำมาใช้ในการศึกษานี้ ได้รับการสนับสนุนจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยการทดสอบพบว่า สารสกัดในปริมาณ 4 มิลลิกรัม ดังกล่าว สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้กว่า 50% ของเซลล์มะเร็งทั้งหมด และจากการขยายผลนำสารสกัดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งอื่น ก็พบว่าสามารถออกฤทธิ์ดีในการทำลายเซลล์มะเร็งลำไส้และเซลล์มะเร็งตับ รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองหันมาทานมังคุดกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดี
กรรม-จิต-พลัง
อาจารย์สุทธิวัสส์ ได้เผยแพร่ความรู้ในเรื่องสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บเกิดจากมูลเหตุตามพระไตรปิฎก คือ
กรรม-จิต-พลัง
ร่างกายและอาหาร ซึ่ง Pendulum สามารถช่วยประเมินภาวะ ทั้ง 4 มิติ ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน อาศัยความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มากมายของอาจารย์ ทำใหการแก้ปัญหาเป็นไปได้อย่างดีรอบด้าน และมีประสิทธิผล ที่สำคัญที่สุดคือ จิตใจที่ดีงามสูงส่งของอาจารย์สุทธิวัสส์ ที่ท่านเป็นครูผู้ไม่หวงวิชาท่านได้เผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ มากมายแก่ผู้สนใจ ลูกศิษย์ ฯลฯ ทั้งเรื่อง Pendulum พลังจิต การจัดกระดูกคอและกระดูกหลัง อาหารบำบัด การอาบน้ำ การพอกตัว ( Body Detox ) ฯลฯ เพื่อให้คนไทยสามารถพึ่งตนเองได้ในการประเมินภาวะสุขภาพของตนเองและผู้อื่น สามารถบำบัดรักษาสุขภาพให้แข็งแรง สมบูรณ์ อายุยืนยาว ยังประโยชน์ให้กับตนเอง ครอบครัวสังคมไทย และสังคมโลกต่อไป
บุญสิริยาวัตถุ 10 ประการ
ช่วงเวลา ระบบที่เกี่ยวข้อง ข้อควรปฎิบัติ
01.00-03.00 น. ตับ นอนหลับพักผ่อนให้หลับสนิท
03.00-05.00 น. ปอด ตื่นนอน สูดอากาศบริสุทธ์
05.00-07.00 น. ลำไส้ใหญ่ ขับถ่ายอุจจาระ
07.00-09.00 น กระเพราะอาหาร กินอาหารเช้า
09.00-11.00 น. ม้าม พูดน้อย กินน้อย ไม่นอนหลับ
11.00-13.00 น. หัวใจ หลีกเลี่ยงความเครียดทั้งปวง
13.00-15.00 น. ลำไส้เล็ก งดกินอาหารทุกปะเภท
15.00-17.00 น. กระเพาะปัสสาวะ ทำให้เหงื่อออก ( ออกกำลังกายหรืออบตัว )
17.00-19.00 น. ไต ทำให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอน
19.00-21.00 น. เยื่อหุ้มหัวใจ ทำสมาธิหรือสวดมนต์
21.00-23.00 น. ระบบความร้อนของร่างกาย ห้ามอาบน้ำเย็น ห้ามตากลม ทำให้ร่างกายอบอุ่น
23.00-01.00 น. ถุงน้ำดี ดื่มน้ำก่อนเข้านอน
กรรม-จิต-พลัง
ร่างกายและอาหาร ซึ่ง Pendulum สามารถช่วยประเมินภาวะ ทั้ง 4 มิติ ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน อาศัยความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มากมายของอาจารย์ ทำใหการแก้ปัญหาเป็นไปได้อย่างดีรอบด้าน และมีประสิทธิผล ที่สำคัญที่สุดคือ จิตใจที่ดีงามสูงส่งของอาจารย์สุทธิวัสส์ ที่ท่านเป็นครูผู้ไม่หวงวิชาท่านได้เผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ มากมายแก่ผู้สนใจ ลูกศิษย์ ฯลฯ ทั้งเรื่อง Pendulum พลังจิต การจัดกระดูกคอและกระดูกหลัง อาหารบำบัด การอาบน้ำ การพอกตัว ( Body Detox ) ฯลฯ เพื่อให้คนไทยสามารถพึ่งตนเองได้ในการประเมินภาวะสุขภาพของตนเองและผู้อื่น สามารถบำบัดรักษาสุขภาพให้แข็งแรง สมบูรณ์ อายุยืนยาว ยังประโยชน์ให้กับตนเอง ครอบครัวสังคมไทย และสังคมโลกต่อไป
บุญสิริยาวัตถุ 10 ประการ
- ทานมัย บุญสำเร็จจากการให้ทาน เช่น ตักบาตร หยอดกระปุกทำบุญ
- ศีลมัย บุญสำเร็จจากการรักษาศีล ตั้งใจอาราธนาศีล 5
- ภาวนามัย บุญสำเร็จจากการเจริญภาวนา
- อปจายนมัย บุญสำเร็จจากการประพฤติถ่อมตน
- เวยยาวัจจมัย บุญช่วยเหลือในกิจที่ชอบ เช่นช่วยพ่อแม่ทำความสะอาดบ้าน
- ปัตติพานมัย บุญสำเร็จจากการให้ส่วนบุญ แผ่เมตตา
- ปัตตานุโมทนามัย บุญจากการอนุโมทนาบุญ
- ธัมมัสวนมัย บุญจากการฟังธรรม
- ธัมเทศนามัย บุญจากการแสดงธรรม เช่น แนะนำธรรมแก่ผู้อื่น
- พิฎฐิธุกรรม การทำความเห็นให้ตรง เป็นสัมมาทิฐฐิ
ช่วงเวลา ระบบที่เกี่ยวข้อง ข้อควรปฎิบัติ
01.00-03.00 น. ตับ นอนหลับพักผ่อนให้หลับสนิท
03.00-05.00 น. ปอด ตื่นนอน สูดอากาศบริสุทธ์
05.00-07.00 น. ลำไส้ใหญ่ ขับถ่ายอุจจาระ
07.00-09.00 น กระเพราะอาหาร กินอาหารเช้า
09.00-11.00 น. ม้าม พูดน้อย กินน้อย ไม่นอนหลับ
11.00-13.00 น. หัวใจ หลีกเลี่ยงความเครียดทั้งปวง
13.00-15.00 น. ลำไส้เล็ก งดกินอาหารทุกปะเภท
15.00-17.00 น. กระเพาะปัสสาวะ ทำให้เหงื่อออก ( ออกกำลังกายหรืออบตัว )
17.00-19.00 น. ไต ทำให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอน
19.00-21.00 น. เยื่อหุ้มหัวใจ ทำสมาธิหรือสวดมนต์
21.00-23.00 น. ระบบความร้อนของร่างกาย ห้ามอาบน้ำเย็น ห้ามตากลม ทำให้ร่างกายอบอุ่น
23.00-01.00 น. ถุงน้ำดี ดื่มน้ำก่อนเข้านอน
11 กันยายน 2550
10 วิธี ---- ฆ่าเมีย
1. มันอยากกินอะไรซื้อให้มันกิน จนมันคาเรสโตรอลสูง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด เดี๋ยวไม่เกิน 50 ปีมันก็ตาย
2. มันอยากได้เครื่องเพชรก็ซื้อให้มัน พอแสงเพชรมันสะท้อนเข้าตามันมากๆเข้า เดี๋ยวตามันก็จะบอด
พอมันตาบอดแล้วเราก็เอามันไปทิ้งที่ไหนก็ได้ มันหาทางกลับบ้านไม่ถูกแล้ว
3. มันชอบรถก็ซื้อให้มัน ยิ่งแพงๆยิ่งดี เครื่องมันแรงดี มันจะได้ขับเร็วๆ ความเสี่ยงสูง
4. มันอยากไปเที่ยวไหนก็พามันไป ต้องมีซักที่แหล่ะที่มันพลาดเดินล้มหัวฟาดพื้นตายได้
5. งานบ้านอย่าไปให้มันทำ เราต้องแย่งมันทำให้หมด ไม่เปิดโอกาสให้มันได้ออกกำลังกาย เดี๋ยวมันก็ไม่แข็งแรง แล้วมันก็ตายเอง
6. ต้องพาเมียไปหาหมอบ่อยๆ ดูดิคนไม่ค่อยไปหาหมอไม่ค่อยเป็นไรหรอก คนที่ไปหาหมอบ่อย เดี๋ยวๆก็ตายแล้ว
7. เงินเดือนออกมาเท่าไหร่ให้มันไปให้หมด ใครๆก็รู้ว่าเงินน่ะเป็นที่สะสมเชื้อโรคสารพัด
เราแกล้งเอาเชื้อโรคให้มันเก็บไว้เดี๋ยวมันก็เป็นโรคตาย เราเองไม่ต้องเก็บเชื้อโรคไว้ สุขภาพแข็งแรง..เย้
8. ปลูกบ้านหลังใหญ่ๆให้มันอยู่ กว้างๆยิ่งดี เวลาจะเดินจากห้องนั้นไปห้องนี้ทีมันจะได้เหนื่อย เผลอๆอาจหอบตายระหว่างทางได้
9. เช้า-เย็นกราบมันทุกวัน มันจะได้อายุสั้น
10. รักเมียให้มากๆ ไม่เคยได้ยินเหรอ ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ พอมันทุกข์มากๆมันก็ตรอมใจตายเอง
2. มันอยากได้เครื่องเพชรก็ซื้อให้มัน พอแสงเพชรมันสะท้อนเข้าตามันมากๆเข้า เดี๋ยวตามันก็จะบอด
พอมันตาบอดแล้วเราก็เอามันไปทิ้งที่ไหนก็ได้ มันหาทางกลับบ้านไม่ถูกแล้ว
3. มันชอบรถก็ซื้อให้มัน ยิ่งแพงๆยิ่งดี เครื่องมันแรงดี มันจะได้ขับเร็วๆ ความเสี่ยงสูง
4. มันอยากไปเที่ยวไหนก็พามันไป ต้องมีซักที่แหล่ะที่มันพลาดเดินล้มหัวฟาดพื้นตายได้
5. งานบ้านอย่าไปให้มันทำ เราต้องแย่งมันทำให้หมด ไม่เปิดโอกาสให้มันได้ออกกำลังกาย เดี๋ยวมันก็ไม่แข็งแรง แล้วมันก็ตายเอง
6. ต้องพาเมียไปหาหมอบ่อยๆ ดูดิคนไม่ค่อยไปหาหมอไม่ค่อยเป็นไรหรอก คนที่ไปหาหมอบ่อย เดี๋ยวๆก็ตายแล้ว
7. เงินเดือนออกมาเท่าไหร่ให้มันไปให้หมด ใครๆก็รู้ว่าเงินน่ะเป็นที่สะสมเชื้อโรคสารพัด
เราแกล้งเอาเชื้อโรคให้มันเก็บไว้เดี๋ยวมันก็เป็นโรคตาย เราเองไม่ต้องเก็บเชื้อโรคไว้ สุขภาพแข็งแรง..เย้
8. ปลูกบ้านหลังใหญ่ๆให้มันอยู่ กว้างๆยิ่งดี เวลาจะเดินจากห้องนั้นไปห้องนี้ทีมันจะได้เหนื่อย เผลอๆอาจหอบตายระหว่างทางได้
9. เช้า-เย็นกราบมันทุกวัน มันจะได้อายุสั้น
10. รักเมียให้มากๆ ไม่เคยได้ยินเหรอ ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ พอมันทุกข์มากๆมันก็ตรอมใจตายเอง
เรื่องลับลับเกี่ยวกับความรัก
มีความลับเกี่ยวกับความรักอีกมากมายหลายอย่าง ที่เรายังต้องค้นหากันต่อไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินเข้าใจยิ่งค้นหาก็จะทำให้เรารู้ซึ้งถึงคุณค่าของมันมากขึ้น
: : ความรักเริ่มจากความคิด
เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรักบางทีความรักก็ทำให้เราเปลี่ยนแปลงความคิดอย่างที่เคยเป็นต้องปรับปรุงในสิ่งที่เราเคยทำ เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน
: : ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา
คุณไม่สามารถรักใครได้หรอกถ้าคุณไม่รู้สึกเชื่อมั่นเป็นอันดับแรก และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่น นั่นก็คือตัวคุณเอง
: : ความรักคือการให้
ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรักสิ่งที่คุณต้องทำก็คือ รู้จักให้ด้วยยิ่งให้คุณก็จะยิ่งได้รับ สูตรลับของความสุข และทำให้มิตรภาพยืนยาวที่คุณควรจะจำเอาไว้เสมอก็คือ อย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า
: : ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่
อยากได้รักแท้ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้ซะก่อนการจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา แต่อยู่ที่ว่าต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันรึเปล่าหากจะรักใครอย่างจริงใจคุณควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่แค่ภาพที่คุณเห็นมิตรภาพก็เหมือนกับปุ๋ยที่ช่วยทำให้ความรักเบ่งบานเติบโตทุกๆ วันนั่นเอง
: : การสัมผัสกันจะช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น
เคยรู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครมาโอบใหล่หรือกอดคุณการสัมผัสกันจึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลังช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วยน่าแปลกที่มันสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาลงอย่างได้ผล
: : อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย
ถ้าคุณรักใครจงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้างคุณเองก็รู้สึกอึดอัดใช่มั้ย ถ้าหากมีใครมาล่ามโซ่คุณ จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดีมาก่อน ปลดปล่อยความกลัวภายในใจให้ความยุติธรรม ลดทิฐิ และเงื่อนไขต่างๆซะบ้าง บอกตัวเองว่า แต่นี้ไปเราจะทิ้งความกลัวทั้งหมดและอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวเราอีก นับจากวันนี้ไปเราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะที
: : ชีวิตจะเปลี่ยนไปเมื่อเรา
เรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้าง และซื่อสัตย์ต่อกัน
คุยกับคนที่คุณรัก อย่ากลัวที่จะพูดคำวิเศษ 3 คำว่า ^ิฉันรักเธอ^ิ อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไป คุณควรจะบอกรักก่อนจะจากกันทุกครั้งเสมอ เพราะบางทีคุณอาจจะได้เจอกันครั้งสุดท้ายก็ได้ใครจะไปรู้
: : แก่นแท้ของความรัก
คือการไว้ใจกัน ถ้าคุณไม่เชื่อใจกัน ใครคนนึงก็จะเป็นคนระแวง กังวลและหวาดหวั่น ส่วนอีกคนก็จะรู้สึกอึดอัดใจคุณไม่อาจรักใครจริงๆ ได้ถ้าคุณไม่ไว้ใจเขาอย่างแท้จริง สุดท้ายคือการเข้าใจ
: : ความรักเริ่มจากความคิด
เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรักบางทีความรักก็ทำให้เราเปลี่ยนแปลงความคิดอย่างที่เคยเป็นต้องปรับปรุงในสิ่งที่เราเคยทำ เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน
: : ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา
คุณไม่สามารถรักใครได้หรอกถ้าคุณไม่รู้สึกเชื่อมั่นเป็นอันดับแรก และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่น นั่นก็คือตัวคุณเอง
: : ความรักคือการให้
ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรักสิ่งที่คุณต้องทำก็คือ รู้จักให้ด้วยยิ่งให้คุณก็จะยิ่งได้รับ สูตรลับของความสุข และทำให้มิตรภาพยืนยาวที่คุณควรจะจำเอาไว้เสมอก็คือ อย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า
: : ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่
อยากได้รักแท้ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้ซะก่อนการจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา แต่อยู่ที่ว่าต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันรึเปล่าหากจะรักใครอย่างจริงใจคุณควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่แค่ภาพที่คุณเห็นมิตรภาพก็เหมือนกับปุ๋ยที่ช่วยทำให้ความรักเบ่งบานเติบโตทุกๆ วันนั่นเอง
: : การสัมผัสกันจะช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น
เคยรู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครมาโอบใหล่หรือกอดคุณการสัมผัสกันจึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลังช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วยน่าแปลกที่มันสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาลงอย่างได้ผล
: : อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย
ถ้าคุณรักใครจงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้างคุณเองก็รู้สึกอึดอัดใช่มั้ย ถ้าหากมีใครมาล่ามโซ่คุณ จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดีมาก่อน ปลดปล่อยความกลัวภายในใจให้ความยุติธรรม ลดทิฐิ และเงื่อนไขต่างๆซะบ้าง บอกตัวเองว่า แต่นี้ไปเราจะทิ้งความกลัวทั้งหมดและอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวเราอีก นับจากวันนี้ไปเราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะที
: : ชีวิตจะเปลี่ยนไปเมื่อเรา
เรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้าง และซื่อสัตย์ต่อกัน
คุยกับคนที่คุณรัก อย่ากลัวที่จะพูดคำวิเศษ 3 คำว่า ^ิฉันรักเธอ^ิ อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไป คุณควรจะบอกรักก่อนจะจากกันทุกครั้งเสมอ เพราะบางทีคุณอาจจะได้เจอกันครั้งสุดท้ายก็ได้ใครจะไปรู้
: : แก่นแท้ของความรัก
คือการไว้ใจกัน ถ้าคุณไม่เชื่อใจกัน ใครคนนึงก็จะเป็นคนระแวง กังวลและหวาดหวั่น ส่วนอีกคนก็จะรู้สึกอึดอัดใจคุณไม่อาจรักใครจริงๆ ได้ถ้าคุณไม่ไว้ใจเขาอย่างแท้จริง สุดท้ายคือการเข้าใจ
9 กันยายน 2550
แท็กซี่เชิดกล้องมหา'ลัยราคาแสนสอง
เหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้ค่ะ
... ช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์หนูได้ยืมกล้องและอุปกรณ์จัดแสงของทางคณะมาถ่ายทำหนังสั้นเพื่อส่งประกวดFat film เมื่อปิดกล้องแล้ว จึงได้นำอุปกรณ์ทั้งหมดไปคืนมหา'ลัยในตอนบ่ายโมงเมื่อวานนี้ โดยโบกรถแท็กซี่เขียวเหลืองมาช่วยขนของจากหอพักที่อยู่หน้าม. เข้าไปส่งในม.หน้าตึกของคณะ แล้วช่วยกันยกของกับเพื่อนผู้หญิงอีกคนนึง
อุปกรณ์มีเยอะ และน้ำหนักมากค่ะ ซึ่งของส่วนใหญ่เอาไว้ท้ายรถ อย่างพวกถุงทราย3-4ถุง, กล่องเหล็กเก็บไฟ3ใบ, สายพ่วงไฟ, ขาตั้งไฟ, ขาตั้งกล้อง ส่วนตัวกล่องเก็บกล้องและอุปกรณ์เสริม และกล่องไฟอีกใบเอาไว้ในรถ โดยหนูนั่งข้างคนขับ ส่วนเพื่อนนั่งเบาะหลังใกล้ๆอุปกรณ์
พอรถมาถึงหน้าตึกก็ช่วยกันขนของลง หนู,เพื่อน แล้วก็คนขับก็มายกของหนักที่ท้ายรถก่อน ระหว่างนั้นอาศัยจังหวะช่วงที่มือกำลังว่าง หนูก็ควักแบงค์ร้อยจ่ายให้แท็กซี่ทั้งที่มิเตอร์มันแค่35บาท เพราะของมันหนัก แล้วแกก็ยังใจดีช่วยยก พอแกได้เงินก็รีบขึ้นรถ เพื่อนซึ่งกำลังยกกล่องไฟลงจากบริเวณเบาะหลังคนขับก็ปิดประตู แล้วแกก็รีบขับออกไปเลยโดยที่เรายังไม่ทันได้เช็คของ
เพื่อนกับหนูก็ยังงงๆอยู่ แต่พอหันมานับกล่องอุปกรณ์ก็ปรากฎว่าหายไปกล่องนึง แถมเป็นกล่องกล้องซึ่งมีราคาแพงที่สุด!
เราสองคนพยายามวิ่งตามรถไปแต่ไม่ทัน เลยกลับมาปรึกษากับอาจารย์ ท่านบอกให้เราประกาศออก จส.100,ร่วมด้วยช่วยกัน และแท็กซี่เรดิโอ(ซึ่งได้อัดฉีดไปว่าถ้ารีบนำเอามาคืน เราจะให้รางวัลสองพันบาท) แต่ก็คงไม่เป็นผลอะไรมากนัก รอกันจนเย็นก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เราสองคนเลยไปขอเช็คกล้องวงจรปิดบริเวณป้อมยามหน้า ม. เพื่อดูทะเบียนรถให้แน่ใจ แล้วเราก็ไปโรงพักเพื่อลงบันทึกประจำวัน และสืบค้นทะเบียนรถรถเพื่อจะหาว่ารถคันนี้เป็นของใคร แล้วเราก็ได้ข้อมูลมาทั้ง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร พร้อมกับภาพถ่าย (ซึ่งหนูมั่นใจว่าคนนี้แน่ๆ เพราะหนูนั่งข้างคนขับและจำหน้าเค้าได้)
ทางตำรวจเลยติดต่อไปยังโรงพักในพื้นที่ตามที่อยู่ของเค้า ให้ไปช่วยเช็คว่าที่บ้านมีคนอยู่หรือไม่ แล้วมีรถแท็กซี่คันนั้นจริงๆหรือเปล่า(ตำรวจโรงพักนี้ใจดีมากค่ะ ช่วยเหลือเต็มที่ แล้วก็ยังมีน้ำใจมานั่งปลอบเพื่อนหนูที่ร้องไห้จนตาบวม) ...แต่ตำรวจก็บอกว่าต้องเผื่อใจไว้หน่อยเพราะแท็กซี่ส่วนบุคคลตามได้ค่อนข้างยาก เราไม่รู้เวลาทำงานเค้าอย่างชัดเจนเท่าแท็กซี่ของสหกรณ์...
ส่วนหนูก็ไม่นิ่งนอนใจพยายามโทรไปตามเบอร์ที่บ้านของเค้าเป็นระยะ แต่ไม่มีคนรับสาย ..จนกระทั่งตอนตีสองเมื่อคืนนี้โทรไปปรากฏว่าสายโทรศัพท์ถูกดึงออกจนถึงเช้านี้!
วันนี้พี่ที่ทำงานที่ร้านเดียวกันอาสาว่าจะไปเฝ้าที่บ้านเค้าให้ว่าเค้าจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ยังรอติดต่อกลับมาอยู่ พวกพี่ๆที่รู้จักก็ช่วยโทร. ช่วยตามกันเต็มที่ เพราะรู้ว่าฐานะทางบ้านหนูไม่ค่อยดี แต่โชคดีได้เรียนฟรีเพราะเป็นนักศึกษาทุน ถ้าไม่ได้กล้องคืนคงลำบากแน่ๆ เพราะทุกวันนี้ก็ยังเรียนไปทำงานไป เก็บเงินได้สามสี่พันเลยอยากทำหนังส่งประกวด พอของที่มันราคาสูงขนาดนี้มาหายไป คงไม่มีปัญญาไปหาเงินขนาดนั้นไปใช้คืนมหา'ลัยแน่นอน สุดท้ายก็ต้องพ้นจากสภาพนักศึกษาเพราะว่าไม่ได้ลงทะเบียน(ถ้าติดหนีมหา'ลัยตกค้างในเทอมเก่าจะไม่ได้ลงทะเบียนค่ะ เพราะจะถูกเค้ายึดบัตรนักศึกษา นักศึกษาทุนจะหลุดทุนทันที เพราะมีกฏว่าห้ามละเว้นการลงทะเบียนเรียนให้ติดต่อกันในเวลาสี่ปี)
ตอนนี้ระหว่างนั่งรอนอนรออนาคตดับลง ก็เลยคิดว่าเอาข้อมูลของแท็กซี่คันนี้มาโพสดีกว่า เผื่อว่าเพื่อนๆพี่ๆคนไหนมีเบาะแส อาจจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น...
ข้อมูลคนขับรถแท็กซี่มีดังนี้ค่ะ
ชื่อ นายทวีชัย โฮมลคร
ทะเบียนรถ มค2914
เป็นแท็กซี่ส่วนบุคคลสีเขียวเหลือง
อายุ 37 ปี ผิวค่อนข้างคล้ำ รูปร่างท้วม หน้าตาแบบคนอีสาน
พักอยู่ที่ 115/267 หมู่ที่3 ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ ค่ะ
ส่วนของที่ไปกับรถแท็กซี่มีลักษณะดังนี้ค่ะ... เป็นกล่องเหล็กแข็งแรงขนาด 50x30 ซม. สีเงิน มีสีฟ้าพ่นไว้ด้านข้างว่า RSU บนกล่องมีป้ายสีชมพูอ่อนแปะไว้ว่า VX2000
ข้างในบรรจุกล้องถ่ายดีวียี่ห้อโซนี่ รุ่นVX2000 แบตตารี่สำรองสามก้อน และสายชาร์ต
ถ้าเพื่อนๆพี่ๆคนไหนพบเห็นแท็กซี่คันนี้ (หรือพบของที่หายไปที่โรงจำนำหรือร้านฝากขายกล้องที่ไหน) ก็โทร.มาที่เบอร์นี้ได้เลยค่ะ 0871166196 เบอร์มิ้งค์เอง ขอบคุณมากๆล่วงหน้าค่ะ ถ้าหากล้องได้พบแล้วหนูไม่ต้องจบอนาคตนักศึกษา หนูจะไม่ลืมพระคุณพี่ๆไปตลอดชีวิตเลยค่ะ --/I\-- (T-T)
จากคุณ
: มิ้งค์ซึโกะ - minksuko - [ 28 ส.ค. 50 14:58:08 ]
... ช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์หนูได้ยืมกล้องและอุปกรณ์จัดแสงของทางคณะมาถ่ายทำหนังสั้นเพื่อส่งประกวดFat film เมื่อปิดกล้องแล้ว จึงได้นำอุปกรณ์ทั้งหมดไปคืนมหา'ลัยในตอนบ่ายโมงเมื่อวานนี้ โดยโบกรถแท็กซี่เขียวเหลืองมาช่วยขนของจากหอพักที่อยู่หน้าม. เข้าไปส่งในม.หน้าตึกของคณะ แล้วช่วยกันยกของกับเพื่อนผู้หญิงอีกคนนึง
อุปกรณ์มีเยอะ และน้ำหนักมากค่ะ ซึ่งของส่วนใหญ่เอาไว้ท้ายรถ อย่างพวกถุงทราย3-4ถุง, กล่องเหล็กเก็บไฟ3ใบ, สายพ่วงไฟ, ขาตั้งไฟ, ขาตั้งกล้อง ส่วนตัวกล่องเก็บกล้องและอุปกรณ์เสริม และกล่องไฟอีกใบเอาไว้ในรถ โดยหนูนั่งข้างคนขับ ส่วนเพื่อนนั่งเบาะหลังใกล้ๆอุปกรณ์
พอรถมาถึงหน้าตึกก็ช่วยกันขนของลง หนู,เพื่อน แล้วก็คนขับก็มายกของหนักที่ท้ายรถก่อน ระหว่างนั้นอาศัยจังหวะช่วงที่มือกำลังว่าง หนูก็ควักแบงค์ร้อยจ่ายให้แท็กซี่ทั้งที่มิเตอร์มันแค่35บาท เพราะของมันหนัก แล้วแกก็ยังใจดีช่วยยก พอแกได้เงินก็รีบขึ้นรถ เพื่อนซึ่งกำลังยกกล่องไฟลงจากบริเวณเบาะหลังคนขับก็ปิดประตู แล้วแกก็รีบขับออกไปเลยโดยที่เรายังไม่ทันได้เช็คของ
เพื่อนกับหนูก็ยังงงๆอยู่ แต่พอหันมานับกล่องอุปกรณ์ก็ปรากฎว่าหายไปกล่องนึง แถมเป็นกล่องกล้องซึ่งมีราคาแพงที่สุด!
เราสองคนพยายามวิ่งตามรถไปแต่ไม่ทัน เลยกลับมาปรึกษากับอาจารย์ ท่านบอกให้เราประกาศออก จส.100,ร่วมด้วยช่วยกัน และแท็กซี่เรดิโอ(ซึ่งได้อัดฉีดไปว่าถ้ารีบนำเอามาคืน เราจะให้รางวัลสองพันบาท) แต่ก็คงไม่เป็นผลอะไรมากนัก รอกันจนเย็นก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เราสองคนเลยไปขอเช็คกล้องวงจรปิดบริเวณป้อมยามหน้า ม. เพื่อดูทะเบียนรถให้แน่ใจ แล้วเราก็ไปโรงพักเพื่อลงบันทึกประจำวัน และสืบค้นทะเบียนรถรถเพื่อจะหาว่ารถคันนี้เป็นของใคร แล้วเราก็ได้ข้อมูลมาทั้ง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร พร้อมกับภาพถ่าย (ซึ่งหนูมั่นใจว่าคนนี้แน่ๆ เพราะหนูนั่งข้างคนขับและจำหน้าเค้าได้)
ทางตำรวจเลยติดต่อไปยังโรงพักในพื้นที่ตามที่อยู่ของเค้า ให้ไปช่วยเช็คว่าที่บ้านมีคนอยู่หรือไม่ แล้วมีรถแท็กซี่คันนั้นจริงๆหรือเปล่า(ตำรวจโรงพักนี้ใจดีมากค่ะ ช่วยเหลือเต็มที่ แล้วก็ยังมีน้ำใจมานั่งปลอบเพื่อนหนูที่ร้องไห้จนตาบวม) ...แต่ตำรวจก็บอกว่าต้องเผื่อใจไว้หน่อยเพราะแท็กซี่ส่วนบุคคลตามได้ค่อนข้างยาก เราไม่รู้เวลาทำงานเค้าอย่างชัดเจนเท่าแท็กซี่ของสหกรณ์...
ส่วนหนูก็ไม่นิ่งนอนใจพยายามโทรไปตามเบอร์ที่บ้านของเค้าเป็นระยะ แต่ไม่มีคนรับสาย ..จนกระทั่งตอนตีสองเมื่อคืนนี้โทรไปปรากฏว่าสายโทรศัพท์ถูกดึงออกจนถึงเช้านี้!
วันนี้พี่ที่ทำงานที่ร้านเดียวกันอาสาว่าจะไปเฝ้าที่บ้านเค้าให้ว่าเค้าจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ยังรอติดต่อกลับมาอยู่ พวกพี่ๆที่รู้จักก็ช่วยโทร. ช่วยตามกันเต็มที่ เพราะรู้ว่าฐานะทางบ้านหนูไม่ค่อยดี แต่โชคดีได้เรียนฟรีเพราะเป็นนักศึกษาทุน ถ้าไม่ได้กล้องคืนคงลำบากแน่ๆ เพราะทุกวันนี้ก็ยังเรียนไปทำงานไป เก็บเงินได้สามสี่พันเลยอยากทำหนังส่งประกวด พอของที่มันราคาสูงขนาดนี้มาหายไป คงไม่มีปัญญาไปหาเงินขนาดนั้นไปใช้คืนมหา'ลัยแน่นอน สุดท้ายก็ต้องพ้นจากสภาพนักศึกษาเพราะว่าไม่ได้ลงทะเบียน(ถ้าติดหนีมหา'ลัยตกค้างในเทอมเก่าจะไม่ได้ลงทะเบียนค่ะ เพราะจะถูกเค้ายึดบัตรนักศึกษา นักศึกษาทุนจะหลุดทุนทันที เพราะมีกฏว่าห้ามละเว้นการลงทะเบียนเรียนให้ติดต่อกันในเวลาสี่ปี)
ตอนนี้ระหว่างนั่งรอนอนรออนาคตดับลง ก็เลยคิดว่าเอาข้อมูลของแท็กซี่คันนี้มาโพสดีกว่า เผื่อว่าเพื่อนๆพี่ๆคนไหนมีเบาะแส อาจจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น...
ข้อมูลคนขับรถแท็กซี่มีดังนี้ค่ะ
ชื่อ นายทวีชัย โฮมลคร
ทะเบียนรถ มค2914
เป็นแท็กซี่ส่วนบุคคลสีเขียวเหลือง
อายุ 37 ปี ผิวค่อนข้างคล้ำ รูปร่างท้วม หน้าตาแบบคนอีสาน
พักอยู่ที่ 115/267 หมู่ที่3 ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ ค่ะ
ส่วนของที่ไปกับรถแท็กซี่มีลักษณะดังนี้ค่ะ... เป็นกล่องเหล็กแข็งแรงขนาด 50x30 ซม. สีเงิน มีสีฟ้าพ่นไว้ด้านข้างว่า RSU บนกล่องมีป้ายสีชมพูอ่อนแปะไว้ว่า VX2000
ข้างในบรรจุกล้องถ่ายดีวียี่ห้อโซนี่ รุ่นVX2000 แบตตารี่สำรองสามก้อน และสายชาร์ต
ถ้าเพื่อนๆพี่ๆคนไหนพบเห็นแท็กซี่คันนี้ (หรือพบของที่หายไปที่โรงจำนำหรือร้านฝากขายกล้องที่ไหน) ก็โทร.มาที่เบอร์นี้ได้เลยค่ะ 0871166196 เบอร์มิ้งค์เอง ขอบคุณมากๆล่วงหน้าค่ะ ถ้าหากล้องได้พบแล้วหนูไม่ต้องจบอนาคตนักศึกษา หนูจะไม่ลืมพระคุณพี่ๆไปตลอดชีวิตเลยค่ะ --/I\-- (T-T)
จากคุณ
: มิ้งค์ซึโกะ - minksuko - [ 28 ส.ค. 50 14:58:08 ]
6 กันยายน 2550
กรมสรรพากรได้ออกแถลงข่าวเตือน
เนื่องจากทางกรมสรรพากรได้ออกแถลงข่าวเตือน ประชาชนให้ระมัดระวังการหลอกถามข้อมูลสำคัญจาก กลุ่มมิจฉาชีพ ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
เลขที่ข่าว ปชส. 28/2550
วันที่แถลงข่าว 10 สิงหาคม 2550
เรื่อง กรมสรรพากรเตือนประชาชนระวังถูกมิจฉาชีพหลอกถามข้อมูลสำคัญ
-------------------------------------------------------------------------
ด้วยขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรโทรศัพท์ไปถึงผู้เสียภาษี และประชาชน ในท้องที่ต่าง ๆ เพื่อสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ ชื่อ - สกุ ล เลขประจำตัว ประชาชน รวมทั้ง เลขที่บัญชีธนาคาร เป็นต้นโดยอ้างว่าจากการตรวจแบบแสดงรายการภาษีระหว่างปี 2545 - 2549 พบว่ามีภาษีที่จะ ได้รับคืนหลายพันบาท และจะส่งคืนภาษีดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคาร ทำให้ผู้เสียภาษีและประชาชนจำนวน มากหลงเชื่อ แจ้งข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญให้กับมิจฉาชีพดังกล่าว
กรมสรรพากร ขอเรียนว่า กรมฯไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด ขอให้ ผู้เสียภาษีและประชาชนอย่าได้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ แจ้งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เพราะอาจถูกกลุ่มมิจฉาชีพ นำไปใช้ในทางมิชอบหรือในทางที่ผิดกฎหมายอาจทำให้ได้รับความเดือดร้อนในลักษณะหนึ่งลักษณะใดในภายหลัง ที่สำคัญกรมฯมีข้อมูลบุคคลที่ได้มาจากแบบแสดงรายการภาษี และบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์ สามารถค้นหาข้อมูลตามที่ต้องการได้ตลอดเวลา ส่วนการคืนภาษีให้กับผู้ที่ขอคืนหรือผู้ที่ชำระภาษีไว้เกินนั้น กรมฯ มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน โดยจะส่งภาษีคืนให้ในรูปของเช็คธนาคารสั่งจ่ายระบุ ชื่อ - สกุลของผู้ขอคืนภาษี ส่งตรงให้ทางไปรษณีย์ถึงภูมิลำเนาของผู้เสียภาษี เพื่อให้นำเข้าบัญชีธนาคารด้วยตนเอง โดยผู้ที่ยื่นแบบฯและขอคืน ภาษีทางอินเตอร์เน็ทจะได้รับเช็คคืนภาษีอย่างรวดเร็วภายใน 15 วันด้วย
ที่มา ห้องข่าว /กรมสรรพากร
http://www.rd.go.th/publish/35613.0.html
******************************
โปร่งใส ฉับไว เต็มใจบริการ
เลขที่ข่าว ปชส. 28/2550
วันที่แถลงข่าว 10 สิงหาคม 2550
เรื่อง กรมสรรพากรเตือนประชาชนระวังถูกมิจฉาชีพหลอกถามข้อมูลสำคัญ
-------------------------------------------------------------------------
ด้วยขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรโทรศัพท์ไปถึงผู้เสียภาษี และประชาชน ในท้องที่ต่าง ๆ เพื่อสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ ชื่อ - สกุ ล เลขประจำตัว ประชาชน รวมทั้ง เลขที่บัญชีธนาคาร เป็นต้นโดยอ้างว่าจากการตรวจแบบแสดงรายการภาษีระหว่างปี 2545 - 2549 พบว่ามีภาษีที่จะ ได้รับคืนหลายพันบาท และจะส่งคืนภาษีดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคาร ทำให้ผู้เสียภาษีและประชาชนจำนวน มากหลงเชื่อ แจ้งข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญให้กับมิจฉาชีพดังกล่าว
กรมสรรพากร ขอเรียนว่า กรมฯไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด ขอให้ ผู้เสียภาษีและประชาชนอย่าได้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ แจ้งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เพราะอาจถูกกลุ่มมิจฉาชีพ นำไปใช้ในทางมิชอบหรือในทางที่ผิดกฎหมายอาจทำให้ได้รับความเดือดร้อนในลักษณะหนึ่งลักษณะใดในภายหลัง ที่สำคัญกรมฯมีข้อมูลบุคคลที่ได้มาจากแบบแสดงรายการภาษี และบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์ สามารถค้นหาข้อมูลตามที่ต้องการได้ตลอดเวลา ส่วนการคืนภาษีให้กับผู้ที่ขอคืนหรือผู้ที่ชำระภาษีไว้เกินนั้น กรมฯ มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน โดยจะส่งภาษีคืนให้ในรูปของเช็คธนาคารสั่งจ่ายระบุ ชื่อ - สกุลของผู้ขอคืนภาษี ส่งตรงให้ทางไปรษณีย์ถึงภูมิลำเนาของผู้เสียภาษี เพื่อให้นำเข้าบัญชีธนาคารด้วยตนเอง โดยผู้ที่ยื่นแบบฯและขอคืน ภาษีทางอินเตอร์เน็ทจะได้รับเช็คคืนภาษีอย่างรวดเร็วภายใน 15 วันด้วย
ที่มา ห้องข่าว /กรมสรรพากร
http://www.rd.go.th/publish/35613.0.html
******************************
โปร่งใส ฉับไว เต็มใจบริการ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)