Google
 

26 ธันวาคม 2550

7 ข้อห้ามของคนอยากผอม

1. ห้ามอด อย่าไปเชื่อว่า การอดมื้อ กินมื้อแบบยาจกนั้น จะทำให้คุณผอมเพรียวลงได้ การที่คุณอดอาหารไปบางมื้อ จะทำให้ระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ทำงานได้ช้าลง ยิ่งทำให้อัตราการเผาผลาญไขมัน ทำได้น้อยลงตามไปด้วยอย่างนี้ อดแทบตาย ก็มีแต่จะเป็นลมล้มพับ แต่ไม่ยักกะผอมเสียที

2. ห้ามผัดวันประกันพรุ่ง อย่าพยายามหาเหตุผลมาผัดวันประกันพรุ่ง ถ้าอยากหุ่นดี ก็ควรเริ่มลงมือทันทีแต่ก็ไม่ต้องถึงกับยอมหักดิบ ค่อยเป็นค่อยไป และไม่ควรใจอ่อนกับตัวเอง สักวันหนึ่งคุณก็จะผอมได้ชัวร์

3. ห้ามใจร้อน การที่จะลดน้ำหนักส่วนเกินลง ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในชั่วข้ามคืน แม้นว่าคุณจะไม่สามารถที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลง 5 กิโล ภายใน 2 สัปดาห์ก็อย่าเพิ่งท้อแท้ ลองให้เวลามากขึ้นอีกหน่อย อาจจะ 2 เดือน หรือ3 เดือน หากคุณไม่ถอดใจไปเสียก่อน คุณก็มีสิทธิ์เป็นสาวหุ่นดีได้แน่

4.ห้ามขี้เกียจ ถ้าอยากผอมจริง ๆ ก็ต้องขยันขยับตัว ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องออกแรง เรียกเหงื่อหลาย ๆ หยดหน่อย เพราะการออกกำลังกาย เป็นหนทางเดียวที่ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินของคุณได้อย่างปลอดภัย และหวังผลได้ชัวร์ๆ ด้วยสิ

5. ห้ามแตะน้ำอัดลม เครื่องดื่ม รสซ่า เต็มฟอง เย็นเจี๊ยบสักกระป๋อง อาจทำให้คุณรู้สึกเต็มที่กับชีวิต แต่เครื่องดื่มชนิดนี้ ก็หนักแคลอรี่อย่าบอกใครเชียว หันมาดื่มน้ำเปล่าแทนจะดีกว่า ช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ดีไม่แพ้กัน แถมยังถูกสตางค์ และไม่มีแคลอรี่ไห้หนักตัว

6. ห้ามคลายเครียดด้วยการกิน จะเหงาใจ กลัดกลุ้ม หรือรู้สึกย่ำแย่แค่ไหน ควรหาทางออกด้วยการฟังเพลง เดินเล่น พูดคุยกับใครสักคนที่รักเรา (จริง ๆ) ดีกว่าการหันหน้าพึ่งพาขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน หรือไอศกรีม ซึ่งอาจช่วยบำบัดอารมณ์ได้เพียงชั่ววูบ แต่ก็ทำให้คุณอ้วนแบบไม่รู้ตัว

7. ห้ามตามใจปาก ถ้าอยากคุมน้ำหนักตัวให้อยู่หมัดจริง ๆ อย่าได้เผลอตามใจปากบ่อยนัก ควรคิดก่อนกินเสมอ.อ..

20 ธันวาคม 2550

ภรรยาหายตัวไป

ภรรยาหายตัวไป ช่วย FWD ด้วยครับ สงสารลูกๆ หากท่านใดพอมีเวลาสักนิดช่วยอ่านเมล์นี้แล้วส่ง FWD ต่อหน่อยนะครับ ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวที่อบอุ่นประกอบไปด้วยตัวผม ภรรยา และ พยานรักลูกน้อยของเราอีก 2 คน ถึงแม้ตัวผมเองจะไม่ได้มีเงินมีทองอะไรมาก สุข ทุกข์เป็นไปตามประสามนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วไป ' ความสุข ' หนึ่งเดียวที่ผมมีอยู่คือการที่ได้อยู่และได้ทำให้คนที่ผมรัก ภรรยา และ น้อง Fluck น้อง Flame ( ยังไม่ขวบดีเพิ่งแปดเดือนเอง) มีความสุข หรืออยู่เพื่อ เมืย เพื่อลูกนั่นเอง ผมว่าใครๆหลายๆคนก็คงมีความสุขหนึ่งเดียวหลักเหมือนกับผม แต่ว่าความสุขนั้นมันช่างสั้นนัก.....

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา อยู่ๆ ภรรยา ผม คุณ อัมพร เอียดจะปก (เมย์) ก็ได้หายตัวไปโดยไม่ทราบสาเหตุ.... ทางผมและพ่อ แม่ เพื่อนและ เครือญาติ เลยออกตามหาในทุกๆที่ที่คิดว่า เมย์ จะไป แต่ก็ไม่พบ....ตอนแรกผมคิดว่าคงไม่มีอะไรเดี๋ยว เมย์ต้องกลับมา มาหาลูก เพราะเรายังคุยกันอยู่ว่าจะพา ลูก Fluck ไปเที่ยว Dreamworld ตามคำขอของ ลูกในวันเกิดครบอายุห้าขวบ...แต่จนถึงวันที่เขียนเมล์ขอความช่วยเหลือจากทุกท่าน( 17 พฤศจิกายน 2550) เมย์ยังไม่ติดต่อกลับมาเลย...น้อง Fluck ที่ผมบอกไปว่าแม่ไปทำงานเดี๋ยวก็กลับมาเริ่มร้องไห้หาแม่ทุกคืน...น้อง Flame ก็เริ่มไม่ยอมกินนมเพราะปกติเค้าจะกินเฉพาะถ้าเมย์ป้อนให้เค้า...ตอนนี้ผมไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมขอพระเดช พระคุณ พระรัตนตรัย คือผมขอภรรยาผมและความสุขหนึ่งเดียวของผมกลับมาไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม.....หากท่านผู้ใดผมเห็น เมย์ ดั่งรูปด้านล่าง คนขวามือ หรือมีเบาะแส ก็โปรดช่วยติดต่อ ผม (ตู๋) กลับที่ 043-340927 ด้วยเถอะครับถือว่าช่วยคนตาดำดำ หาเข้ากินค่ำคนนึง

19 ธันวาคม 2550

How Smart are you?

A PRE-SCHOOL TEST FOR YOU

Which way is the bus below traveling?

To the left or to the right?


Can't make up your mind?

Look carefully at the picture again.

Still don't know?









Primary school children all over the UK were shown this picture and asked the same question.

90% of them gave this answer:

"The bus is traveling to the right."


When asked, "Why do you think the bus is traveling to the right?"

They answered:

"Because you can't see the door to get on the bus."


How do you feel now???

I know, me too.

18 ธันวาคม 2550

Put things into perspective

THIS ONE WILL MAKE YOU PUT THINGS IN PERSPECTIVE ......................

It was a busy morning, about 8:30 , when an elderly gentleman in his 80's, arrived to have stitches removed from his thumb. He said he was in a hurry as he had an appointment at 9:00 am .

I took his vital signs and had him take a seat, knowing it would be over an hour before someone would to able to see him. I saw him looking at his watch and decided, since I was not busy with another patient, I would evaluate his wound.

On exam, it was well healed, so I talked to one of the doctors, got the needed supplies to remove his sutures and redress his wound.

While taking care of his wound, I asked him if he had another doctor's appointment this morning, as he was in such a hurry. The gentleman told me no, that he needed to go to the nursing home to eat breakfast with his wife.

I inquired as to her health. He told me that she had been there for a while and that she was a victim of Alzheimer's Disease. As we talked, I asked if she would be upset if he was a bit late. He replied that she no longer knew who he was, that she had not recognized him in five years now.

I was surprised, and asked him, "And you still go every morning, even though she doesn't know who you are?"

He smiled as he patted my hand and said, "She doesn't know me, but I still know who she is."

I had to hold back tears as he left, I had goose bumps on my arm, and thought, "That is the kind of love I want in my life."

True love is neither physical, nor romantic. True love is an acceptance of all that is, has been, will be, and will not be.

With all the jokes and fun that is in e-mails, sometimes there is one that comes along that has an important message. This one I thought I could share with you.

The happiest people don't necessarily have the best of everything; they just make the best of everything they have.

I hope you share this with someone you care about. I just did.

"Life isn't about how to survive the storm, but how to dance in the rain."

17 ธันวาคม 2550

สัญญาทาสฟิตเนส

สัญญาทาสฟิตเนส…ยกเลิกได้...ถ้ารู้เท่าทัน
และกล้าลุกขึ้นมารักษาสิทธิ์ตัวเอง

เรื่องราวแบบนี้ บอกได้คำเดียวจริงๆ ค่ะว่า ไม่เกิดกับตัวเอง
ไม่มีทางรู้ ไม่มีทางเข้าใจ ที่ผ่านๆ มาก็ได้แต่อ่านจากกระทู้ของคนอื่น

ว่าโดนพนักงานขายของฟิตเนสหว่านล้อมให้เซ็นต์สัญญาทาส

ผูกมัดตัวเอง ยังเคยคิดว่า ก็ไปยอมทำไมล่ะ เดินหนีออกมาซะก็สิ้นเรื่อง

สัญญาก็ไม่อ่านให้ดีล่ะ ไปยอมลงชื่อแบบนั้นทำไม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

ต้องยอมรับเลยว่า “ไม่สามารถแม้แต่จะปกป้องตัวเอง” มันเป็นยังไง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ ที่ 23 ที่ผ่านมา เราเดินกลับมาจากพารากอน
มาที่ เซ็นทรัลเวิร์ด เพราะว่าต้องมาเก็บงาน ระหว่างนั้นก็มีพนักงานขาย เข้ามาทัก

“พี่คะ สนใจรับบัตรเข้าทดลองใช้ฟิตเนสฟรี 7 วันมั้ยคะ”

ตอนนั้นก็นะ ได้ยินว่าของฟรี ทำไมจะไม่เอาล่ะ ตอนแรกก็เข้าใจว่า แค่ลงชื่อไว้

แล้วก็รับคูปองไปได้เลย พนักงานขายกลับมาเรามานั่งที่โต๊ะ

พร้อมบรรยายสรรพคุณต่างๆ นานา ว่าสถานบริการฟิตเนส

ของเธอนั้นหรูหรา ครบครันขนาดไหน รวมถึง

บิแครมโยคะ จะมาเซ็นต์สัญญากับที่นี่ เราก็เฉยๆนะ แม้ว่าจะเป็นสนใจการ
ออกกำลังกายอยู่แล้ว และก็เคยเป็นสมาชิกฟิตเนสมาก่อน แต่ด้วยความที่อาชีพที่ทำงาน

ไม่ค่อยเป็นเวลา ก็เลยไม่ได้ต่อสัญญา พนักงานคนนั้นเห็นท่าว่าจะพูดยังไงเราก็คง

ไม่ยอมเป็นลูกค้าเธอแน่ๆ ก็จัดการให้พนักงานขายที่เราก็พอดูรู้ว่าน่าจะเป็น

ซีเนียร์ เพราะดูคล่องแคล่ว และจัดเจนกว่ามาก สถานการณ์ตอนนี้กลายเป็น

สองรุมหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะทำยังไง เราก็ยังไม่ยอมว่าจะเซ็นด้วย

พวกเธอก็จัดการงัดกลเม็ด ลดแลก แจก แถม มาล่อ จากราคาสูงลิบๆ ลดลงมาเรื่อยๆ
ในการอธิบายถึงบริการต่างๆในฟิตเนสของเธอ ทำให้เราเข้าใจผิดว่า มีบริการในส่วน
ของโยคะร้อน และ บิแคมโยคะ เราก็ขอสารภาพตรงๆว่า เราก็ไม่รู้หรอกว่า
มันต่าง หรือ มันเหมือนกันยังไง แต่รับรู้ได้จากพวกเธอว่า บิแครมโยคะ

เป็นแบบลิขสิทธ์เฉพาะ มีทั้งหมด 26 ท่า ใช้เวลา 90 นาที ต่อคลาส

แต่โยคะร้อนไม่ถึง 26 ท่าและ ใช้เวลา 60 นาที

จนกระทั่งมาจบที่ราคา 1449 บาท/เดือน ซึ่งเธอเองก็บอกว่า

ราคานี้ถูกสุดๆแล้ว ไม่ได้ให้ใครแล้วถูกขนาดนี้ โดยที่สามารถ

เข้าใช้บริการได้ทุกส่วนเลย เข้าได้ทุกคลาส ยกเว้นบิแครมโยคะ ด้วย
เพราะตอนนั้นเราเข้าใจไปว่ามี โยคะร้อนแบบธรรมดารวมอยู่ในนั้นด้วย

ซึ่งนั่นก็พอแล้ว ในส่วนของบิแครมโยคะที่ต้องจ่ายเพิ่มเราไม่สนใจอยู่แล้ว
แต่ก็นะ บ้านเราอยู่ลาดพร้าว ไอ้เรื่องที่จะสมัครฟิตเนสที่เซ็นทรัลเวิร์ล

ก็ดูจะไกลเกินไป จ่ายตังค์ไปก็คงไม่คุ้ม พนักงานขายสองคนก็ยังคะยั้นคะยอ
“แหมคุณพี่ขา พี่คนนึงบ้านเค้าอยู่ตั้งดอนเมือง เค้ายังสมัครเลย คิดถึงสุขภาพที่ดี

สิคะ ดูคุณพี่สิหน้าตาซีดเซียว เพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายใช่มั้ยเนี่ย”

มีแอบแว้งกัดเราด้วย ตอนนั้นคิดในใจ พี่คนนั้นเค้าคิดยังไงนะ เราก็ยังมีท่าทีนิ่งเฉย

พนักงานขายซีเนียร์ มองหน้าเรา แล้วก็พูดขึ้นมาว่า

“ที่คุยกันมาตั้งนานนี่ พี่ติดเรื่องเงินใช่มั้ยคะ”

เรารู้สึกหน้าชา พนักงานคนนี้ทำไมมาพูดจาบจ้วงเราได้ขนาดนี้ถึงแม้ว่าถ้อยคำ

มันจะผ่านออกมาจากสีหน้าแววตาที่ยิ้มแย้ม สุภาพก็เถอะนะ
เราก็เลยพูดไปตรงๆว่า
“น้องคะ ที่พี่มานั่งคุยเนี่ย พี่อยากได้บัตรทดลองใช้ก่อนที่จะตัดสินใจนะ”
พนักงานขายซีเนียร์ มองหน้าเรา
“พี่คะคงไม่มีคนบ้าที่ไหนมาเสียเวลานั่งคุยเป็นนานสองนาน
ทั้งๆที่ไม่คิดสนใจจะสมัครหรอกนะคะ พี่บอกหนูมาตรงๆดีกว่า ถ้าพี่ติดเรื่องเงินน่ะ”
อ้าวซวยแระ ! มันหลอกด่าเรานี่หว่า! เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่ลุกออกมา
รู้แค่อย่างเดียวว่า “ลุกไม่ได้” เพราะพวกเธอไม่เปิดโอกาสให้เราปลีกตัวออกมา

แบบ “คนมีการศึกษาเค้าทำกัน” ได้เลย

เรื่องราวก็ดำเนินไปเหมือนนิยายเรื่องเก่าฉายซ้ำเดิมๆ ที่สุด
เราก็ตกลงเซ็นต์สัญญากับพนักงานขายทั้งสองคนนี้ รู้สึกเหมือน

โดนข่มขืนจริงๆ เรามาคิด เอาน่ะ เดือนนึงมาสัก 4 ครั้ง อาทิตย์ละครั้ง
มาเล่นโยคะ ก็พอได้มั้ง 1 ปีเอง เพื่อสุขภาพ แถม โวเชอร์ ที่ได้มา
ก็มูลค่าเยอะอยู่ ทั้งสปา ทั้งท!
ำหน้า เอาน่ะ คุ้มอยู่หรอก
หลุดพ้นจากตรงนั้นมาได้ เหมือนคนโผล่พ้นน้ำจริงๆ

เมื่อเก็บงานเสร็จเรียบร้อยกลับมาถึงบ้าน ก็ยังคงข้องใจสงสัยกับตัวสัญญาอยู่
มาเปิดอ่านอีกที ตายล่ะ! อะไรกัน สัญญาทำไมมันเป็น 24 เดือนล่ะ

มันไม่ใช่ที่คุยกันไว้นี่ มัน 2 ปีเลยนะ ตอนนั้นรู้สึกสับสน พลิกมาอ่านสัญญา

ก็พบแต่ข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ รวมถึง
*** ห้ามยกเลิกสัญญาก่อนระยะเวลาขั้นต่ำที่ระบุไว้***

อะไรกัน... นี่มันเอาเปรียบกันได้ขนาดนี้เลยหรอ คลับก็ยังสร้างไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ

เช้าวันรุ่งขึ้นเราตัดสินใจ โทรกลับไปถามเซล ว่าที่เราคุยกันไว้มัน
ไม่ใช่แบบนี้ไม่ใช่หรอ เธอกลับตอบว่า
“คลับเราไม่มีสัญญาแบบ 1 ปีนะคะ ที่หนูคุยกับพี่ทั้งหมด เป็นแบบ 2 ปีหมดเลย”
อ้าว...ไหงเป็นงี้ล่ะ เราเลยถามกลับ “แล้วตกลง พี่เข้าใช้อะไรได้บ้าง “
“ ก็ใช้ได้ทุกอย่างแหละค่ะ ยกเว้นโยคะ” เอาแล้วไง คนพวกนี้เล่นเราจนได้
“ พี่เข้าใจว่า ราคานี้พี่เข้าโยคะร้อนได้ แต่เข้า บิแครมโยคะไม่ได้ นี่แสดงว่าพี่เข้าใจผิดหรอ”
“คลับของเรา ไม่มีโยคะร้อนนะคะ ที่มีก็คือ บิแครมโยคะ”
อ้าว ก็ตอนคุยกัน เราเห็นพนักงานขายทั้งคู่หยิบตารางคลาสโยคะร้อนขึ้นมาให้เราดูนี่นา
แล้วทำไม ข้ามแค่คืนเดียว มันทำไมเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
เราพยายามคุยกับเซลเพื่อต่อรอง ที่สุดเธอก็บอกให้เราโทรไปคุยกับทาง
ส่วนบริการลูกค้ากลาง เอาเอง กลายเป็นว่า ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรา
คือ ต้องจ่ายเงินก้อนเพิ่ม เพื่อให้เป็นแพ็คเกจ 20,388 บาท

สำหรับการเข้ารับบริการฟิตเนส และ คลาสออกกำลังกายต่างๆ

ยกเว้นโยคะ ในสัญญา 12 เดือน + ฟรี 3 เดือน

ทั้งๆ ที่เราเพ่งเสียไป 1449 บาท แต่ตอนนั้นก็ออกแนวปลง

และทำใจแล้ว เพราะไปขอคำปรึกษาจากใครก็บอกว่า เราต้องทำตามสัญญา
ก็ดันโง่ไปเซ็นโดยไม่อ่านทำไมล่ะ ถึงจะหาข้อมูลทางเน็ตอย่างหนัก
เข้าเว็บไซต์ของ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทรไปของคำปรึกษา

อ่าน พรบ. ขายตรง ก็แล้ว ตัวเราเองก็ยังไม่แน่ใจ
ว่าเราจะรอดพ้นจากสัญญาบ้าๆ นี่ได้ยังไง
ถอดใจแล้วค่ะบอกตรงๆ พนักงานขายซีเนียร์โทรมาหาเราอีกครั้ง

เพื่อยืนยันว่า เราทำได้ก็แค่ ต้องจ่ายเงินก้อน
แล้วผ่อนกับบัตรเครดิตของเราเอา หากต้องการจะลดระยะเวลาลง
เป็น 12 เดือน + ฟรี 3 เดือน

“ โอเคพี่รับได้นะ ที่จะจ่าย แต่ขอถามไรหน่อยสิ

ถ้าสมมติว่าพี่จะขอเลิกสัญญาล่ะ พี่ทำได้มั้ย” ลองโยนหินถามทาง

“คงไม่ได้หรอกค่ะพี่ เพราะสัญญาระบุไว้แล้วว่า บอกเลิกก่อนกำหนดไม่ได้”
เธอตอบกลับมาอย่างมั่นใจ

“ แต่ตาม พรบ. ขายตรง ผู้บริโภคมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ภายใน 7 วันไม่ใช่หรอ “

เราก็ลองแหย่ไปดู

“จริงหรือคะ....พี่แน่ใจหรอคะ” น้ำเสียงเย้ยหยันนั้น

เสียดแทงความรู้สึกของเรามาก ใช่สิ เราเสียเปรียบอยู่แล้วนี่

ตอนนั้นบอกตรงๆว่า ห่อเหี่ยวมาก แต่ทำใจแล้ว ที่หาข้อมูลมาทั้งหมด

กฎหมายบ้านเมืองช่วยเหลือเราไม่ได้เลยหรอ ตั้งใจว่าจะนัดพนักงาน

ขายเข้าไปเปลี่ยนสัญญาใหม่วันเสาร์นี้ ดีที่ว่าเพื่อน ดึงความคิดเราเอาไว้

“โบว์อย่ายอมนะ เรายังพอดีทาง” เพื่อนเราคนนี้เค้าจบนิติมา

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นทนายและเจ้าตัวเองก็ออกตัวว่าคืนอาจารย์ไปเยอะ

แล้วก็ตาม ก็พยายามดึงความคิดเรากลับมาอีกครั้ง

“ สคบ. ไง ไปปรึกษาเค้าดูก่อน อย่าเพิ่งถอดใจนะ เรายังพอมีทาง “
เรานึกถึงคำพูดเย้ยหยันของพนักงานขายคนนั้นแล้ว เกิดแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง

เอาวะ ถ้าจะต้องตาย ก็ขอให้ตายอย่างสมศักดิ์ศรีหน่อยเถอะ อย่างน้อย

ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

เช้าวันนี้ (26) เราเลยตัดสินใจโทรไปลางานครึ่งวัน เพื่อไปร้องเรียนที่

สคบ. ด้วยตัวเองทันที ไปถึงเราได้บอกเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับเจ้าหน้าที่ฟัง

ซึ่งทาง สคบ. มีเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับฟิตเนสโดยเฉพาะ
ทำให้เราได้รับความรู้เพิ่มขึ้นว่า

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้มีข้อกำหนดไว้ว่า สัญญาธุรกรรมซื้อขายสินค้า
หรือบริการใดๆ มีสิทธิ์ยกเลิกได้ภายใน 3 วัน หากพบว่าสัญญาไม่เป็นธรรม
นับจากวันที่เราทำสัญญา (23) มาถึงวันนี้ (26) ก็ 3 วันพอดี ตอนแรกเจ้าหน้าที่

แนะนำให้เราส่งเป็นหนังสือยกเลิกสัญญาไป โดยให้ส่งเป็นจดหมาย

ลงทะเบียนแบบมีใบตอบรับ แต่มาถึงวันนี้ คือวันสุดท้ายที่เราจะใช้สิทธิ์นั้นได้แล้ว

เจ้าหน้าที่ก็เลยโทรศัพท์สายตรงไปยังผู้จัดการใหญ่ที่ดูแลในเรื่องสมาชิก

ที่สำนักงานใหญ่ของฟิตเนสนี้ ว่าเรามายื่นเรื่องร้องเรียน และต้องการจะ

ขอยกเลิกสัญญา ฟังการสนทนาคร่าวๆพอจับใจความได้ว่า เค้าถามถึงวันทำสัญญา

ชื่อ หมายเลขสัญญา หลังการสนทนา เจ้าหน้าที่ สคบ. ก็บอกให้เราไปทำการ

กรอกใบขอยกเลิกสัญญาได้เลย

เราดีใจกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ สคบ. ไปไม่รู้กี่ครั้ง ขอบคุณมากๆ

ที่รับฟังปัญหาและดำเนินการให้อย่างเต็มที่

จนเราคิดว่า คงต้องเปลี่ยนทัศนคติ หันมามองการปฎิบัติงาน

ของหน่วยงานราชการเสียใหม่แล้ว

เราก็ไปที่สำนักงานใหญ่ เพื่อกรอกเอกสารขอยกเลิกสัญญา

แอบสะใจเล็กๆ ที่พอเราส่งแฟ้มสัญญาให้

เจ้าหน้าที่มี พงะนิดๆ พอเห็นหนังสือคำร้อง ของ สคบ. ที่เราสอดเอาไว้หน้าแรก

ในที่สุด เราก็ยกเลิกสัญญาได้ และก็ได้เงินคืนมาทั้งหมดเลย

เรื่องนี้อยากฝากไว้เป็นกรณีศึกษาของใครหลายๆคนที่ เจอ เห็บ สังคม

พวกนี้สร้างความรำคาญให้เราต้องกล้าที่จะลุกขึ้นมาสู้ เพื่อสิทธิ์ของเราเอง

หากเราปล่อยเลยตามเลย พวกนี้ก็ได้ใจ

ประสบการณ์คราวนี้ ให้บทเรียนที่ล้ำค่ากับเราจริงๆ

15 ธันวาคม 2550

คณิตศาสร์ง่ายๆ

เป็นอะไรที่แปลกมาก !


คณิตศาสร์ง่ายๆ แต่ช่างแปลกดีแท้!


แบบฝึกหัดนี้จะใช้เวลาไม่นาน.....แค่ 30 วินาที


ที่ต้องทำก็คือ ทำตามคำสั่งในที่มีอยู่ในแต่ละหน้า


อย่าขี้โกงข้ามไปหน้าสุดท้ายก่อนหล่ะ หมดสนุกกันพอดี
เตรียมเครื่องคิดเลขไว้ด้วยก็ดี


อันดับแรก ลองกำหนดสิว่า คุณอยากออกไปทานข้าวนอกบ้านสัปดาห์ละกี่ครั้ง?


2. เอาจำนวนครั้งที่ได้ คูณด้วย 2


3. แล้วบวกมันด้วย 5


4. คูณมันอีกทีด้วย 50


5. ถ้าปีนี้ วันเกิดคุณผ่านไปแล้ว ให้บวกด้วย 1757 ถ้าวันเกิดคุณปีนี้ยังมาไม่ถึง ให้บวก 1756


6. ขั้นตอนสุดท้ายแล้วหล่ะ:

หักปีค.ศ.ที่คุณเกิดออกจากจำนวนนั้น (เช่น ค.ศ. 1941ม 1973 เป็นต้น)







ถึงตรงนี้ คุณต้องได้ตัวเลข 3 หลักใช่มั้ย?

ตัวเลขตัวแรกของเลข 3 หลักที่คุณได้:

จะคือจำนวนครั้งต่อสัปดาห์ที่คุณกำหนดไว้ตอนแรกว่าเป็นจำนวนครั้งที่คุณอยากออกไปทานข้าวนอกบ้าน

ที่นี้ก็มาถึงส่วนที่เจ๋งที่สุดของมันแล้วหล่ะ!!!

ตัวเลข 2 หลักสุดท้ายที่เหลือ คือ …





อายุของคุณ !!!!!!
(ถูกมั้ย?)
ปี 2007 เป็นปีเดียวที่เจ้าแบบทดสอบนี้จะเวิร์ค เพราะฉะนั้น อย่ามัวแต่ใจเย็นเป็นแท่งไอติม รีบส่งให้เพื่อนฝูงก่อนวันสิ้นปีมาถึงหล่ะ !

12 ธันวาคม 2550

หลอกโอนเงินจาก ATM

ส่งต่อด้วยครับ เรื่องจริงที่ครอบครัวผมโดนมาเองวันที่ 1 มิถุนายน 2550 พี่สาวผมก็ออกไปทำงานปกติ ช่วงสายมีคนโทรมาบอก
ว่าจะโอนเงินให้เพราะติดหนี้พ่อไว้ โดยรู้จักชื่อจริง นาสกุล และชื่อเล่นของพ่อ (มันรู้ได้ยังไง) ช่วยบอกเลขที่บั­ชีด้วย พี่สาวผมก็บอกว่าไม่ว่างเพราะทำงานอยู่ พรุ่งนี้ได้ไหมจำเลขบั­ชีไม่ได้

พอบ่าย มันโทรมาอีก บอกว่าจะโอนเงิน ให้แล้วนะ ไปเช็คยอดดูหน่อยว่าได้หรือยัง พี่สาวผมพอเลิกงานก็ไปเช็คยอดโดย
เสียบบัตรเอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย กดรหัสเข้าเมนูภาษาไทยปรากฎว่าไม่สามารถเช็คยอดได้ คนเดิมมันก็โทรมาบอกว่าให้เข้าภาษาอังกฤษ .... พี่ผมกลัวมาก มันรู้ได้
ไงว่ากำลังอยู่ที่ตู้ ATM พี่ผมก็สังหรณ์ใจอยู่ แต่เหตุเพราะจะกด ATM เอา เงินพอดีเลยต้องกด ก็ไหนๆแล้วก็เชคยอดก่อนเลยพอกด Balance (กดเพื่อจะเชคยอดนั่น
แหละ) เงินก็หายไปกว่า 6หมื่นบาท พี่ผมก็ไปแจ้งความ...ไปธนาคาร ธนาคารบอกได้ แค่ว่าเงินมันถูกโอนไปเลขที่บั­ชี 0952269528 ธนาคารบอกได้แค่นี้จริงๆ...
หรือ!!! ข้อสังเกตจากเรื่องนี้
1. ทำไมเมนูภาษาไทยจึงใช้ไม่ได้... มันสามารถเข้าระบบATM ของตู้นั้นแล้วทำให้ functionภาษาไทยเปลี่ยนไปโดยเปลี่ยนเป็นการเอารหัสATMไปได้ พอเข้าเมนูภาษาอังกฤษ มันเปลี่ยน function คำว่า balance เป็นโอนเงิน
2. มันทำได้อย่างไร
2.1.รู้จักคนในธนาคารและ ร่วมมือกัน
2.2.มีความสามารถทางคอมพิวเตอร์สูงขนาดสามารถแฮกระบบATMไปได้ ... เก่งขนาดนั้นมาโกงเงินพี่กรูทำไมไม่กี่หมื่นบาท

ที่มาประกาศบอกเนียก็เพราะว่า กรณีแบบนี้น่าจะเกิดขึ้นแล้วหลายครั้งแล้ว และง่ายมากเลยถ้ามีคนอย่างในข้อ 2.1.และ2.2.เตือนไว้ว่าอย่าไปกด ATMที่น่าสงสัย ถ้ามีคนโทรมาบอกจะโอนเงินให้ก็อย่า.....อย่าโง่ไปเอาเงินให้มันไปใช้ฟรีๆแบบที่พี่ ผมโดนแล้ว การโกงแบบนี้มันจับกันไม่ ได้เพราะเหมือนเราโอนให้โดยความเต็มใจ (จริงๆแล้วเราแค่จะเชคยอด เงิน) มันไปเปลี่ยนโปรแกรมให้เปลี่ยนเป็นโอนเข้าบั­ชีมันซึ่งถ้ามันแฮกเข้าไปได้แล้วละก็ง่าย มากๆที่จะเปลี่ยน Code, program แล้วความ ปลอดภัยในการใช้ ATM อยู่ที่ไหนแล้ววันไหนมันจะเกิดกับตัวคุณถ้ามีคนแบบ 2.1./2.2. ช่วยส่งต่อกันไปหน่อยเพื่อให้ระวังตัวไว้เพราะผมก็ไม่อยากให้ มันเกิดขึ้นกับใคร เงินที่หายไปแม้จะหาใหม่ได้แต่ก็เก็บมาด้วยน้ำ พักน้ำแรงเก็บเพื่อใช้ในอนาคตแต่ เพราะถูกโกงไปเสียใจไหม

11 ธันวาคม 2550

ทายนิสัย ชื่อคุณที่เป็นภาษาอังกฤษ

พิจารณาจากอักษาตัวสุดท้ายน่ะค่ะ

ข้อมูลจาก Forward Mail

อักษรท้ายชื่อคือตัว A, J และ S

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อของตนคือตัว เอ เจ และเอสนั้น มักเป็นคนที่หลงใหลในอิสระเสรีภาพมาก ไม่ใช่คนเก็บตัว ทั้งยังชอบการแสดงออกเสียจนดูฟุ่มเฟือย สำหรับการทำงานชอบทำงานที่ได้เป็นเจ้านายตัวเอง

ทั้งนี้เพราะว่าเป็นคนที่ยึดมั่นในความคิดของตนเป็นอย่างยิ่ง โดยไม่เปลี่ยนแปลงง่ายๆ และไม่ยอมประนีประนอม ใดๆเลยแต่ก็เป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อความต้องการของตน ทั้งยังเป็นคนมีอารมณ์ขัน และจริงใจต่อทุกคนที่คบหาเป็นเพื่อน

อักษรท้ายชื่อคือตัว B, K และ T

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว บี เค และทีนั้น อุปนิสัยมักเป็นคนที่เอาแต่อารมณ์เป็นใหญ่

จึงมักหวั่นไหวปรวนแปรได้โดยง่ายตามกระแสความต้องการของคนส่วนใหญ่ หรือบุคคลที่มีอิทธิพลเหนือกว่าแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนช่างรู้สึก อ่อนไหว ขี้สงสาร รวมไปถึงการชอบสงสารและเข้าข้างตัวเองอีกด้วย ทั้งยังไม่ใช่คนที่มีความอดทนต่อสิ่งใดๆเลย และมักมีความฝังใจในเรื่องร้ายๆจากอดีต

อักษรท้ายชื่อคือตัว C, L และ U

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว ซี แอล และยูนั้นจะเป็นคนที่อยู่เฉยๆไม่ค่อยได้ มักจะกระตือรือร้นสนอกสนใจเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่เสมอ แต่จะสนใจอะไรไม่ค่อยนาน และมักทำงานไม่ค่อยสำเร็จหากไม่มีคนช่วย ทั้งนี้เพราะมีความเป็นนักทฤษฎีมากกว่านักปฏิบัติและยังเป็นคนที่ชอบการแสดงออก

โดยเฉพาะในเรื่องความคิดจะให้ความสนใจในตัวบุคคลที่มีความสามารถเก่งกาจจนเป็นที่ยอมรับในวงกว้างและชื่นชอบกับการติดต่อพบปะผู้คน

อักษรท้ายชื่อคือตัว D, M และ V

บุคคลที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว ดี เอ็ม และวีนั้นจะเป็นคนที่มีความเข้มแข็งและอดทนที่โดดเด่นมาก ชอบทำตัวง่ายๆติดดิน และไม่เป็นปัญหาสำหรับใคร และมักจะเป็นที่พึ่งพาของคนใกล้ชิด เป็นผู้ให้ที่ดีสำหรับคนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงจัง

แต่จะไม่มีความอดทนกับคนที่เอาแต่งอมืองอเท้าไม่ทำอะไรนอกจากเอาแต่ร้องขอ ทั้งยังให้ความสำคัญกับการทำงานและสิ่งอันเป็นสาระต่อชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นคนที่รักความซื่อสัตย์มากจะทำทุกเรื่องอย่างตรงไปตรงมา

อักษรท้ายชื่อคือตัว E, N และ W

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อของตนคือตัว อี เอ็น และดับบลิวนั้น จะเป็นคนที่ชอบความทันสมัยมาก และมักจะทนกฎเกณฑ์เก่าๆที่เห็นว่าคร่ำครึสำหรับตนไม่ได้เลย ทั้งยังเป็นคนที่ชอบการเปลี่ยนแปลงมาก จะไม่มีวันยอมยึดมั่นหรือเข้มงวดอยู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ และยังไม่ใช่คนที่มีระเบียบแบบแผนอะไรมากนัก ทั้งยังไม่มีความระมัดระวังในการใช้ชีวิตอีกด้วย นอกจากนี้ในเรื่องของความคิดก็มักจะขัดแย้งกับคนทั่วไป ออกจะดูดื้อรั้นในสายตาคนรอบข้าง

ท้ายชื่อคือตัว F, O และ X

สำหรับผู้ที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว เอฟ โอ และเอกซ์นั้น จะเป็นคนที่มีความอ่อนโยน โอบอ้อมอารีและมักมีเสน่ห์ต่อคนใกล้ตัวเสมอ

ทั้งยังเป็นคนที่นิยมในสิ่งที่สวยงามอ่อนหวาน จึงมักจะหมดเปลืองเวลาไปกับการสรรหาสิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้ให้ตนเองเสมอ โดยเฉพาะในเรื่องของการแต่งตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจมีความสุขมาก ทั้งยังนิยมชมชอบให้คนรอบข้างได้สัมผัสใกล้ชิดกับสิ่งสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลปะ หรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

อักษรท้ายชื่อคือตัว G, P และ Y

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว จี พี และวายนั้น มักเป็นคนที่นิยมในความจริงที่ตรงไปตรงมาและชัดเจนชอบทำงานที่มีเหตุผลจริงจัง ทั้งยังเป็นคนที่มีความละเอียดถี่ถ้วนมากในหน้าที่ที่รับผิดชอบ

นอกจากนี้ยังเป็นคนที่เปิดเผย ใจร้อน ชอบแสดงออก กล้าคิดกล้าทำ แต่ไม่ใช่นักพูดที่ดีนัก เป็นคนที่มีความโดดเด่นในตัวเอง โดยธรรมชาติ เป็นคนที่ชอบแต่งตัว และมีรสนิยมที่ดีในการเลือกข้าวของเครื่องใช้ให้กับตน โดยไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป

อักษรท้ายชื่อคือตัว H, Q และ Z

คนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว เอช คิว และแซดนั้น จะมีความอดทนสูง ไม่มีความเร่าร้อนบุ่มบ่ามในการกระทำใดๆทั้งสิ้นการคิดการตัดสินใจ จะค่อนข้างล่าช้า แต่ว่าก็สุขุมรอบคอบและผ่านการวางแผนที่ดี ไม่ชอบชีวิตที่เสี่ยงภัย และไร้ความมั่นคง ทั้งยังเป็นคนที่เคร่งครัดต่อระเบียบกฎเกณฑ์ของสังคมเป็นอย่างยิ่ง

ค่อนข้างจะปิดกั้นตัวเองต่อความสนุกสนานในความคิดของคนทั่วไป แต่รักความสงบ และรักชีวิตส่วนตัวที่ไม่มีคนเข้ามาวุ่นวาย

อักษรท้ายชื่อคือตัว I และ R

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว ไอ และอาร์นั้น จะเป็นคนที่มีความมานะพยายามสูง และมองคนทุกคนในแง่ดี จะไม่มีอคติหรือคิดร้ายกับใครทั้งสิ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองมาก จะชัดเจนและตรงไปตรงมากับความชอบหรือไม่ชอบของตน ไม่มีลักษณะของคนที่ลังเล หรือตัดสินใจไม่ได้ให้เห็นเลย

จะดูเป็นคนที่ดันทุรังอยู่สักหน่อยกับสิ่งที่ตนคิดและเชื่อที่จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ทั้งยังมีหลักการและเหตุผลสำหรับการกระทำของตัวเองเสมอ

...ลองดูว่าตรงบ้างหรือเปล่านะคะ อ่านเล่นแก้เครียดค่ะ!

ที่มา : http://www.horasaadrevision.com