[16 พ.ย. 50 - 03:49]
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 พ.ย. พ.ต.ท.สุพจน์ อาวุโสสกุล สว.สส.สน.บุคคโล จับกุมตัวนายสมิทธิ์ โนนเสนา อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 12 ต.หัวนาคำ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ขณะแอบอ้างตัวเป็นหมอรักษาคนไข้ประจำคลินิกแห่งหนึ่งในซอยเจริญนคร 12 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี ดำเนินคดีในข้อหาปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมิชอบ โดยใช้คำนำหน้าว่านายแพทย์ หรืออักษรย่อ นพ. โดยมิชอบ
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจาก นพ.เดชพร พุทธิวรา นายแพทย์ประจำ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ว่ามีบุคคลแอบอ้างใช้ชื่อ นพ.เดชพร ไปรักษาคนไข้ที่คลินิกดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบตัวผู้ต้องหา อ้างตัวเป็นนายแพทย์ประจำอยู่คลินิกดังกล่าวจริง จึงควบคุมตัวไปสอบสวน
เบื้องต้นนายสมิทธิ์ ยอมรับว่าใช้ชื่อ นพ.เดชพร รักษาคนไข้จริง โดยทำงานที่คลินิกดังกล่าวได้ 4 วันแล้ว แต่ความจริงไม่ได้เป็นนายแพทย์แต่อย่างใด จบการศึกษาแค่ ชั้น ม.6 จาก จ.อุดรธานี และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็เคยถูกตำรวจภูธร จ.อุดรธานี จับกุมดำเนินคดีในพฤติกรรมและข้อหาเดียวกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างประกันตัวและหนีประกันในชั้นศาล ต้องการหาเงินใช้ จึงค้นหารายชื่อหมอตามโรงพยาบาลต่างๆทางอินเตอร์เน็ต จนกระทั่งประทับใจชื่อ นพ.เดชพร ประจำอยู่ที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ จึงไปว่าจ้างแหล่งปลอม ใบประกอบโรคศิลปะ ย่านรังสิต ให้ปลอมใบสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์จากศิริราชพยาบาล ออกโดยแพทยสภา นำไปสมัครงานที่คลินิกดังกล่าว ที่ผ่านมาได้รักษาคนไข้ที่เจ็บป่วยทั่วไป อย่างไม่มีปัญหา กระทั่งเย็นวันเดียวกันนี้ โชคไม่เข้าข้างมีคนไข้อาการหนัก จำเป็นต้องส่งตัวไปรักษา ที่ รพ.เป็นการด่วน จึงทำหนังสือส่งตัวคนไข้ให้ไปรักษาที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ปรากฏว่า นพ.เดชพรตัวจริง เป็นผู้รับคนไข้ไว้ดูแล เกิดเอะใจชื่อนามสกุลเดียวกัน สงสัยจะถูกสวมรอย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ กระทั่งทราบความจริงดังกล่าว
สำหรับหมอเก๊รายนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ถูกตำรวจภูธรอุดรธานีจับกุมตัวได้ ใช้ชื่อ นพ.สมิทธิ์ โรซาร์พิทักษ์ เปิดคลินิกสมิทธิ์การแพทย์และสุขภาพ ที่กิ่ง อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี ยึดของกลางอุปกรณ์การแพทย์สำหรับตรวจรักษาโรค พร้อมวุฒิการศึกษาปริญญาบัตรปลอม จบคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เกียรตินิยมอันดับ 2 ทำการรักษาคนไข้มานาน 4 ปี มีเหยื่อหลงเชื่อเกือบ 600 ราย ต่อมาเรื่องแดง เพราะมีพระภิกษุเจ็บป่วยไปรักษา ให้ยาไปฉันแล้วเกิดอาการบวมไปทั้งตัว จึงแจ้งผู้เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ กระทั่งทราบความจริงว่าไม่ได้จบแพทย์ ครอบครัวมีอาชีพทำนา ฐานะยากจน หลังเรียนจบชั้น ป.6 ก็ไปบวชเรียนที่วัดใน อ.วังสะพุง จ.เลย
กระทั่งจบเทียบเท่าชั้น ม.6 ใฝ่ฝันอยากจะเป็นแพทย์ ไปสมัครสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อปี 44 แต่สอบไม่ผ่าน จึงสมัครงานเป็นพนักงานขายร้านเซเว่น อีเลฟเว่น พร้อมกับซื้อตำราเกี่ยวกับการแพทย์มาอ่านจนขึ้นใจ เสร็จแล้วทำปลอมใบวุฒิการศึกษา โดยนำใบปริญญาบัตรของคนอื่นมาแก้ไขชื่อของตนเองลงไป จากนั้นนำไปสมัครเป็นแพทย์ตามรพ.เอกชนต่างๆ ถึง 5 แห่ง ในครั้งนั้นถูกดำเนินคดีในข้อหาประกอบการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมิชอบ ใช้คำว่านายแพทย์ ประกอบกับชื่อโดยไม่มีสิทธิและใช้คำแสดงวุฒิการศึกษาทางการแพทย์ศาสตร์ประกอบกับชื่อโดยไม่มีสิทธิ์ ปลอมเอกสารและใช้เอกสารสิทธิปลอม แต่ยังไม่เข็ดหลาบ หวนกลับมาก่อคดีแบบเดียวกันซ้ำอีกครั้ง กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ปีที่ 58 ฉบับที่ 18196 วันศุกร์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2550
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น