เหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้ค่ะ
... ช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์หนูได้ยืมกล้องและอุปกรณ์จัดแสงของทางคณะมาถ่ายทำหนังสั้นเพื่อส่งประกวดFat film เมื่อปิดกล้องแล้ว จึงได้นำอุปกรณ์ทั้งหมดไปคืนมหา'ลัยในตอนบ่ายโมงเมื่อวานนี้ โดยโบกรถแท็กซี่เขียวเหลืองมาช่วยขนของจากหอพักที่อยู่หน้าม. เข้าไปส่งในม.หน้าตึกของคณะ แล้วช่วยกันยกของกับเพื่อนผู้หญิงอีกคนนึง
อุปกรณ์มีเยอะ และน้ำหนักมากค่ะ ซึ่งของส่วนใหญ่เอาไว้ท้ายรถ อย่างพวกถุงทราย3-4ถุง, กล่องเหล็กเก็บไฟ3ใบ, สายพ่วงไฟ, ขาตั้งไฟ, ขาตั้งกล้อง ส่วนตัวกล่องเก็บกล้องและอุปกรณ์เสริม และกล่องไฟอีกใบเอาไว้ในรถ โดยหนูนั่งข้างคนขับ ส่วนเพื่อนนั่งเบาะหลังใกล้ๆอุปกรณ์
พอรถมาถึงหน้าตึกก็ช่วยกันขนของลง หนู,เพื่อน แล้วก็คนขับก็มายกของหนักที่ท้ายรถก่อน ระหว่างนั้นอาศัยจังหวะช่วงที่มือกำลังว่าง หนูก็ควักแบงค์ร้อยจ่ายให้แท็กซี่ทั้งที่มิเตอร์มันแค่35บาท เพราะของมันหนัก แล้วแกก็ยังใจดีช่วยยก พอแกได้เงินก็รีบขึ้นรถ เพื่อนซึ่งกำลังยกกล่องไฟลงจากบริเวณเบาะหลังคนขับก็ปิดประตู แล้วแกก็รีบขับออกไปเลยโดยที่เรายังไม่ทันได้เช็คของ
เพื่อนกับหนูก็ยังงงๆอยู่ แต่พอหันมานับกล่องอุปกรณ์ก็ปรากฎว่าหายไปกล่องนึง แถมเป็นกล่องกล้องซึ่งมีราคาแพงที่สุด!
เราสองคนพยายามวิ่งตามรถไปแต่ไม่ทัน เลยกลับมาปรึกษากับอาจารย์ ท่านบอกให้เราประกาศออก จส.100,ร่วมด้วยช่วยกัน และแท็กซี่เรดิโอ(ซึ่งได้อัดฉีดไปว่าถ้ารีบนำเอามาคืน เราจะให้รางวัลสองพันบาท) แต่ก็คงไม่เป็นผลอะไรมากนัก รอกันจนเย็นก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เราสองคนเลยไปขอเช็คกล้องวงจรปิดบริเวณป้อมยามหน้า ม. เพื่อดูทะเบียนรถให้แน่ใจ แล้วเราก็ไปโรงพักเพื่อลงบันทึกประจำวัน และสืบค้นทะเบียนรถรถเพื่อจะหาว่ารถคันนี้เป็นของใคร แล้วเราก็ได้ข้อมูลมาทั้ง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร พร้อมกับภาพถ่าย (ซึ่งหนูมั่นใจว่าคนนี้แน่ๆ เพราะหนูนั่งข้างคนขับและจำหน้าเค้าได้)
ทางตำรวจเลยติดต่อไปยังโรงพักในพื้นที่ตามที่อยู่ของเค้า ให้ไปช่วยเช็คว่าที่บ้านมีคนอยู่หรือไม่ แล้วมีรถแท็กซี่คันนั้นจริงๆหรือเปล่า(ตำรวจโรงพักนี้ใจดีมากค่ะ ช่วยเหลือเต็มที่ แล้วก็ยังมีน้ำใจมานั่งปลอบเพื่อนหนูที่ร้องไห้จนตาบวม) ...แต่ตำรวจก็บอกว่าต้องเผื่อใจไว้หน่อยเพราะแท็กซี่ส่วนบุคคลตามได้ค่อนข้างยาก เราไม่รู้เวลาทำงานเค้าอย่างชัดเจนเท่าแท็กซี่ของสหกรณ์...
ส่วนหนูก็ไม่นิ่งนอนใจพยายามโทรไปตามเบอร์ที่บ้านของเค้าเป็นระยะ แต่ไม่มีคนรับสาย ..จนกระทั่งตอนตีสองเมื่อคืนนี้โทรไปปรากฏว่าสายโทรศัพท์ถูกดึงออกจนถึงเช้านี้!
วันนี้พี่ที่ทำงานที่ร้านเดียวกันอาสาว่าจะไปเฝ้าที่บ้านเค้าให้ว่าเค้าจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ยังรอติดต่อกลับมาอยู่ พวกพี่ๆที่รู้จักก็ช่วยโทร. ช่วยตามกันเต็มที่ เพราะรู้ว่าฐานะทางบ้านหนูไม่ค่อยดี แต่โชคดีได้เรียนฟรีเพราะเป็นนักศึกษาทุน ถ้าไม่ได้กล้องคืนคงลำบากแน่ๆ เพราะทุกวันนี้ก็ยังเรียนไปทำงานไป เก็บเงินได้สามสี่พันเลยอยากทำหนังส่งประกวด พอของที่มันราคาสูงขนาดนี้มาหายไป คงไม่มีปัญญาไปหาเงินขนาดนั้นไปใช้คืนมหา'ลัยแน่นอน สุดท้ายก็ต้องพ้นจากสภาพนักศึกษาเพราะว่าไม่ได้ลงทะเบียน(ถ้าติดหนีมหา'ลัยตกค้างในเทอมเก่าจะไม่ได้ลงทะเบียนค่ะ เพราะจะถูกเค้ายึดบัตรนักศึกษา นักศึกษาทุนจะหลุดทุนทันที เพราะมีกฏว่าห้ามละเว้นการลงทะเบียนเรียนให้ติดต่อกันในเวลาสี่ปี)
ตอนนี้ระหว่างนั่งรอนอนรออนาคตดับลง ก็เลยคิดว่าเอาข้อมูลของแท็กซี่คันนี้มาโพสดีกว่า เผื่อว่าเพื่อนๆพี่ๆคนไหนมีเบาะแส อาจจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น...
ข้อมูลคนขับรถแท็กซี่มีดังนี้ค่ะ
ชื่อ นายทวีชัย โฮมลคร
ทะเบียนรถ มค2914
เป็นแท็กซี่ส่วนบุคคลสีเขียวเหลือง
อายุ 37 ปี ผิวค่อนข้างคล้ำ รูปร่างท้วม หน้าตาแบบคนอีสาน
พักอยู่ที่ 115/267 หมู่ที่3 ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ ค่ะ
ส่วนของที่ไปกับรถแท็กซี่มีลักษณะดังนี้ค่ะ... เป็นกล่องเหล็กแข็งแรงขนาด 50x30 ซม. สีเงิน มีสีฟ้าพ่นไว้ด้านข้างว่า RSU บนกล่องมีป้ายสีชมพูอ่อนแปะไว้ว่า VX2000
ข้างในบรรจุกล้องถ่ายดีวียี่ห้อโซนี่ รุ่นVX2000 แบตตารี่สำรองสามก้อน และสายชาร์ต
ถ้าเพื่อนๆพี่ๆคนไหนพบเห็นแท็กซี่คันนี้ (หรือพบของที่หายไปที่โรงจำนำหรือร้านฝากขายกล้องที่ไหน) ก็โทร.มาที่เบอร์นี้ได้เลยค่ะ 0871166196 เบอร์มิ้งค์เอง ขอบคุณมากๆล่วงหน้าค่ะ ถ้าหากล้องได้พบแล้วหนูไม่ต้องจบอนาคตนักศึกษา หนูจะไม่ลืมพระคุณพี่ๆไปตลอดชีวิตเลยค่ะ --/I\-- (T-T)
จากคุณ
: มิ้งค์ซึโกะ - minksuko - [ 28 ส.ค. 50 14:58:08 ]
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น