Google
 

31 สิงหาคม 2550

มิจฉาชีพ ห้างดังกลางกรุง

สวัสดีคะ...เพื่อนๆ

ที่จริงเคยอ่านแต่เรื่องราวของคนอื่นที่นำมาให้อ่านกัน....และก ็ไม่เคยคิดว่าวัน นี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง วันนี้ 25 สค.50. เวลา 17.55น....เราได้ลงลิฟจากชั้น 5 ของห้างอินเซตัน.... หลังจากซื้อเบเกอรี่ของ SUN MOULIN เสร็จ...ก็ได้เห็นลิฟที่อยู่ต ิดกับร้านเบเกอรี่

ในใจว่าอืมลงลิฟดีกว่า(ปกติจะเป็นคนไม่ใช้ลิฟจะชอบเดินมากกว่าถ้าไปไหนคนเดียวยก เว้นไปกับคนอื่นด้วย).... จะได้ไปดูของที่อื่นต่อเพราะรถจอดอยู่ชั้น B2.....

ยืนรอลิฟอยู่สักพักลิฟก็มาจอด...เราก้าวเข้าไปในนั้นมีเด็กอายุประมาณ 11-12 ปี...4คนและเด็ก 18-20 ปี 1 คน...
กลุ่มนี้ก็มองหน้าเรา...เราก็กดลิฟลงที่ช ั้น P2...(ในใจคิดว่าเด็กเหล่านี้เข ้ามาในนี้ได้อย่างไร ในมือมีถุงรีไซเคิล(ถุงดำใบใหญ่2 ใบ)
ที่ยังไม่ได้ใส่ของ หน้าตาและแต่งตัวมอมแม กลิ่นตัวค่อนข้างแรง) ลิฟลงมาเรื่อยๆและมาจอดตรงชั้น G เนื่องจากมีครอบครัว พ่อ แม่ เด็กในรถเข็น และคุณยาย กดจอดกำลังจะเข้ามา ..เด็กโตรีบบอก ลิฟลง ลิฟลง

ครอบครัวนั้นเลยไม่ได้เข้ามา...เราคิดว่าเค้าน่าจะจอดข้างบน ลิฟเลื่อนเรื่อยมาถึงชั้น P2...ลิฟเปิด(ติ้ง)ประตูอ้า...เรากำลังจะก้าวออกระหว่างประตูกับพื้นด้านนอก....

ทันใดนั้น เด็กโตก็เอื้อมมือมาล้วงกระเป๋ากางเกงด้านขวาของเราเราจึงจับมือเค้าสะบัดออกอย่างแรง... และการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น...ตัวเล็กๆทั้งหมดก็เข้ามาลุ่มทิ้งเราใหญ่เหมือนกับเรา เป็นอาหารมื้อใหญ่....

เราป้องกันตัวสุดเดช...สักพักตัวเล็กก็ออกไปกดลิฟให้ประตูอ้าอยู่ เราสู้กับตัวใหญ่ 2 คน ทั้งแตะทั้งถีบ ทั้งต่อย จีกหัวตัวใหญ่ตลอดและพยายามที่จะปีบไข่ตลอดเวลา(เพราะเรารู้นี่คือจุดอ่อน) แต่เราพยามเท่าไรก็ไม่โดนแบบจังจังเพราะว่ามานใส่กางเกงยืนส์เป้าต่ำ...มานกดหัว เราไปตีเข่า เราจิกหัวชกท้องมาน มานปีบคอเรา เราปีบไข่มานและถีบมาน....เราว่าสู้กันอยู่ไม่ต่ำกว่า 5 นาที(เพราะมานพยามยามจะเอาทรัพย์สินเราให้ได้)...

เด็กโตคงรู้ว่าเราสู้ไม่ถอยแน่ๆ และแรงเราเยอะมาก... มานเลยตะโกนบอกเด็กเล็กที่รออยู ่หน้าลิฟให้ปิดประตู..สักพักมานก็รีบวิ่งออกไปลิฟก็ปิด เลื่อนขึ้นมาบนชั้น G กลุ่มครอบครัวเดิมยืนอยู่หน้าตาตกใจ คงเพราะเห็นของกระจัดกระจายเต็มลิฟ..

เราเลยบอกเค้าว่ากลุ่มเด็กเมื ่อกี้ทำร้ายเราเพื่อชิงทรัพย์....ขณะที่ลิฟกำลังจะปิดเราบอกเค้าว่าช่วยเข้ามาอยู่ในลิฟก่อน...

เค้าบอกปากเราแตกมีเลือดออกและกดลิฟขึ้นไปชั้น 2...ออกไปบอกรปภ..ว่าเราถูกทำร้าย

เราไปห้องปฐมพยาบาลของห้างที่ชั ้น 6 เพื่อทำแผลเบื้องต้น...จากนั้น ฝ่ายบุคคลสาว 2 คนก็เข้ามาดูแลและสอบถามเรา... ไม่นานหัวหน้าสาขาเป็นญี่ปุ่นก็เข้ามาคุยด้วยอีกคน ทางฝ่ายจัดการความปลอดภัยของตึก

ในที่นี้คือเซ็นทรัลเวิลล์...(ท ุกคนที่กล่าวถึงอัธยาสัยดีมาก)และเร่งประสานงานติดต่อกับทางตำรวจ... ติดต่อกับสายด้านนอก เป็นพรรคพวกที่ค้าขายอยู่ด้านหน้าแต่เป็นคนพื้นที่แถวด้านหลังวัดปทุมวนาราม... พอเราบอกรูปพรรณสันธาน ก็ร้องอ๋อกันทุกคน....คาดว่าไม่นานนี้คงจะได้ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่

หลังจากนั้นเราก็ไปแจ้งความสน.ปทุมวัน ผู้ดูแลสน.คือรตท.คนอง ประทุมวัน

(เราเลย 5555แซวท่านว่า มีนามสกุลแบบนี้ด้วยจริงๆหรอ...

ลูกน้องท่านเลยบอกว่าโรงพักเป็นของท่าน...เราเลยต่ออย่างนี้คงย้ายไปไหนไม่ได้)

ท่านเล่าให้ฟังว่ามีชาวต่างประเทศมาแจ้งความเรื่องลักทรัพย์ไม่ว่างเว้น

(มีอีกหลายอย่างแต่ที่เหลือของเซ็นเซอร์นะคะ)

สิ่งที่อยากจะบอกคือ....ทุกที่มีมุมมืดไม่ว่าสถานที่นั้นจะดีแค่ไหน...

ไม่มีที่ไหนปลอดภัย 100% ต้องดูแลตัวเองก่อนเป็นขั้นพื ้นฐานคะ

ออกกำลังกายกันนะคะ...ช่วยได้จริงๆ...ถ้าเราไม่ออกกำลังกาย ป่านนี้เราคงน่วมไปแล้วคะ

เราวิ่งเกือบทุกวัน(เมื่อก่อนทุกวัน)ครั้งละ 1-1.30 ชม....เล่นกีฬาอย่างอืนต่ออีก

เราจะรู้สึกพอต่อการออกกำลังกายคือ 3 ชม./ครั้ง


เด็กอายุนิดเดียวเป็นมิจฉาชีพแล้ว....ความอยากเป็นเด็กหายไปไหนหมด....

เลือกเกิดไม่ได้....แต่จงภาคภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนดี

ข้อเสียคือ...ถ้าหากวันนี้เด็กโตมีอาวุธ..เราคงเดี้ยงไปแล้วเช่นกันคะ


*****ถ้าจับตัวเด็กได้แล้วเราจะมาบอกความคืบหน้าอีกทีคะ******

ไม่มีความคิดเห็น: