Google
 

31 กรกฎาคม 2550

อาหารสำหรับชาวไอที

นอกจากเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีประโยชน์แล้ว

ในทางตรงกันข้ามก็มีโทษต่อสุขภาพอย่างร้ายกาจเช่นกัน การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ จะทำให้ระบบประสาทเสื่อม และเกิดโรคเครียด ภาพและตัวอักษร ที่เคลื่อนไหวอยู่หน้าจอนั้น มีโทษต่อสายตา และการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ อาจทำให้ปวดเอว และหัวไหล่ได้อีกด้วย

ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์จะมีโทษอย่างไร เราก็ต้องใช้มันต่อไป

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ จึงเสนอว่า ผู้ที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์บ่อยๆ ควรใส่ใจกับการกินอาหารที่บำรุงสุขภาพให้แข็งแรง และป้องกันโรคต่างๆ ได้ เช่น

* อาหารกลางวัน ควรเลือกอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน เช่น เนื้อ นม ไข่ ปลา และถั่ว

* อาหารเย็น ควรเป็นอาหารเบา และรสจืด ซึ่งกินผัก เหมาะที่สุด

นอกจากนี้ ยังควรกินอาหารบำรุงสมองและประสาทตา ได้แก่ ปลา กุ้ง ไข่ จมูกข้าวสาลี ถั่วลิสง

ส่วนอาหารที่บำรุงประสาทตา ได้แก่ ผักบุ้ง ฟักทอง ตับ ไข่ไก่ นม ผัก มะเขือเทศ ปวยเล้ง นอกจากการรับประทานอาหารบำรุงร่างกายแล้ว

สิ่งที่เราควรทำอีกอย่างหนึ่งคือ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ นานๆ และควรดื่มน้ำมากๆ เมื่อเป็นสาวไอทีเต็มรูปแบบแล้ว ก็ควรดูแลตัวเองด้วยนะคะ

ชิวาวา หมาพันธุ์จิ๋ว

ชิวาวา 'หมาพันธุ์จิ๋ว' เป็นเพื่อนเหมาะกว่าเฝ้าบ้าน [31 ก.ค. 50 - 00:24]

“เล็กใหญ่ไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ใจ”...คำพูดนี้อย่าตีความหมายเป็นอย่างอื่น มันเป็นการยืนยันความรักของ “ชิวาวา” สุนัขที่หลายคนรู้จักมักคุ้นว่า “ หมากระเป๋า” ที่มีให้กับนายของมัน

คุณวรุทัย แก้วกำแพง เจ้าของคอกชิวาวา ทีคัพสวีทโฮม อยู่หมู่บ้านเศรษฐสิริ สนามบินน้ำ นนทบุรี บอกกับ “หลายชีวิต” ว่า กำเนิด ชิวาวา เชื่อกันว่าอยู่ในเม็กซิโก

หลาย ๆ คนลงความเห็นว่า ความ “จิ๋ว” ผสมกับนิสัยที่ค่อนข้างติดเจ้าของและไม่ทำลายข้าวของ ขี้ประจบมาก อ้อน บางครั้งก็เป็นสุนัขที่หยิ่งในตัว ถ้าไม่ใช่เจ้าของจะไม่ให้จับต้อง ปากเปราะเห่าเสียงดังเหมือนสุนัขพันธุ์เล็กตัวอื่นๆ ทำให้มัน “เหมาะที่จะเลี้ยงไว้สำหรับเป็นเพื่อนมากกว่าหมาเฝ้าบ้าน”

ชิวาวา เพศผู้อายุ 1 ปี จะเริ่มเป็นสัดซึ่งเร็วกว่าเพศเมีย เริ่มเหล่หนุ่มตอนช่วงอายุ 18 เดือน หลังจากผสมพันธุ์แล้วตกลูกเต็มที่ 1-3 ตัว น้ำหนักตั้งท้องจะมีขนาด 2 กิโลกว่า ลูกสุนัขมีน้ำหนัก 1 ขีด ไม่เกิน 2 ขีด มีขนาดเล็กมาก แรกเพิ่งคลอดต้องคอยดูแลให้สุนัขกินนมแม่ ซึ่งช่วงนี้ควรระวัง

เรื่องโรคต่างๆ

พออายุราวเดือนครึ่งควรเริ่มฝึกให้กินอาหารเม็ดด้วยการแช่น้ำให้นิ่ม หรือผสมนมแพะเล็กน้อย หรือให้ อาหารเหลวสำหรับลูกสุนัข เป็นการฝึกให้สุนัขเลียหรือกินอาหารได้เอง

สีสัน กลายเป็นข้อแบ่งเกรดและราคา สีตามมาตรฐานสายพันธุ์ก็คือน้ำตาล แต่บรีด (ผสม) กันไปบรีดกันมา จนเกิดสีหลากหลาย เช่น สีซอค สีดำ สีน้ำตาล สีทั่วไปอย่างที่เห็น เป็นสีขาว ดำ สีแฟนซี

ส่วนรูปร่างลักษณะ ที่เป็นชิวาวาที่ดีสมบูรณ์แบบ หัวหรือกะโหลกศีรษะต้องกลม หน้าจะต้องสั้น ส่วนเรื่องลำตัวจะยาวหรือไม่แค่ไหนนั้นแล้วแต่ ตัวสุนัข ขาต้องไม่ยาว ควรอยู่ในสัดส่วนที่พอดี ดูแล้วเป็นทรงสี่เหลี่ยม เมื่อมองจากลำตัวที่ตัดจากลำคอไปถึงหาง การเดินต้องเดินเตะเหมือนม้า วิ่งเหยาะๆ คล่องแคล่ว มีนิสัยที่ปราดเปรียว กระโดดโลดเต้น ชื่นชอบการออกกำลังกาย

เมื่อโตเต็มวัยน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1.8-2.7 กก. ซึ่งที่ฟาร์มจะบรีดได้เล็กสุดอยู่ที่น้ำหนัก 1.5 กก. แม้ว่ามันจะได้ชื่อว่าเป็นสุนัขที่ตัวเล็กที่สุดในโลกแล้วก็ตาม ปัจจุบันก็ยังมีคนผสมดูแลให้มันเล็กจิ๋วลงไปอีก และ ทำได้อย่างไม่น่าเชื่อ!!..

แม้ว่าหมากระเป๋าจะตัวเล็ก แต่อายุโดยเฉลี่ยของมันอยู่ที่ 15 ปี ซึ่งเท่ากับสุนัขสายพันธุ์อื่นๆ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลที่ต้องระวังเป็นพิเศษ...ทั้งสุขอนามัยและอย่าให้โรคภัยเบียดเบียน

ถึงตอนนี้ก็คงอยากจะได้มันมาเป็นเพื่อนแล้วซิ สำหรับหลายๆคนที่คิดจะเปิดบ้านรับเจ้าหมาจิ๋วเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องการดูแล

ติดต่อสอบถามปัญหาได้ ที่โทร. 08-6825-1210, 08-6650-3255.

เพ็ญพิชญา เตียว

ที่มา : ไทยรัฐ ปีที่ 58 ฉบับที่ 18088 วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม 2550

++ น้ำอัดลมปลอม ++

ใครที่ชอบดื่มอ่านหน่อย บ.ไทยน้ ำทิพย์จำกัด ประกาศในที่ประชุมอย่างลับๆว่า ขณะนี้มีน้ำอัดลมปลอมจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว ของแท้หาแทบไม่มีพบมากในร้านโชห่วย ซึ่งทางบริษัทยังบอกอีกว่า พวกนี้อาจจะเป็นพวกบริษัทน้ำอื่นซึ่งแอบลักลอบโขมยขวดของโคกไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตมีการร้องเรียนจากผู้บริโภคมาแล้ว 10,763 ราย ซึ่งน้ำอัดลมที่จะพบปลอมได้ในขณะนี้คือ
1. โค้ก
2. สไปรท์
3. แฟนต้า (ทุกรส)

นี่คือ 3 อันดับ ที่พบในขณะนี้ (มากที่สุด) และที่พบมากที่สุดคือ กรุงเทพฯนี่เอง แถวๆบางนา และร้านโชห่วยต่างๆทั่วกรุงเทพ

ข้อสังเกตของน้ำปลอม
1. ไม่ซ่า เขย่าขวดดู(ยังไม่เปิดฝา) แล้วเปิดมาไม่มีฟองล้นจากขวด
2. สีซีดผิดปกติ
3. ลองชิมดู รสจะจืดเหมือนน้ำเปล่า กินหมดปุ๊บแลบลิ้นส่องกับกระจกสีจะติดลิ้นมากกว่าปกติ (ทั้งลิ้นเลยในบางครั้ง)
4. เทลงขัน ผสมน้ำนิดหน่อย สีจางลง จนแทบไม่มีสี
5. นำกระดาษมาจุ่มแล้ว สีติดขึ้นมาจางๆ น้ำพวกนี้ ยังไม่ทราบตัวคนผลิตแน่ชัด แต่ควรระวังกันไว้ให้ดี มันคือน้ำเปล่าผสมสี ในบางครั้ง คือสีทาบ้าน!!!!!!!!!!!!!!

อันตรายนะถึงแม้ข่าวนี้ จะไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสารธารณะชน หรือสื่อต่างๆแต่ก็นำมาเผยแพร่ที่นี่แล้ว..... คาดว่า บ.ไทยน้ำทิพย์คงจะเปิดเผยเร็วๆนี้แน่นอน!!!!

ร้านนี้ต้องการกำลังใจ

ส่งต่อด้วยนะ...

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วฉันไปทำธุระที่ตลาดอุดมสุขพัฒนาซึ่งทางเข้าตลาดจะเลย สาม แยกอุดมสุข (ถนนสุขุมวิท)ไป ประมาณ 100 เมตรอยู่ซ้ายมือ
พอดีติดเที่ยงก็เลยหาข้าวกินแถวนั้น ก็บังเอิญเหลือบไปเห็น ร้านขายผัดไทยและ หอยทอด เป็นร้านขนาดหนึ่งห้องแถว และมีโต๊ะอยู่ 2 ตัวให้ลูกค้านั่ง คนผัด เป็นคนจีนอายุประมาณ 60 ปี พอฉันเข้าไปนั่งแกดีใจมากที่มีลูกค้าเข้าร้าน ฉันสั่งหอยทอดหนึ่งจาน แกเริ่มจากการใส่ฟืนลงในเตาถ่านที่มีถ่านแดงอยู่บ้างพอสมควร แล้ว ฉันถามแกว่าทำไมไม่ใช้เตาแก๊สจะได้ร้อนเร็ว แกบอกว่าการผัดหอยทอดให้ อร่อยต้องใช้กะทะอย่างหนาและต้องร้อน อยู่ตลอดเวลา เมื่อจะผัดจริงถึงค่อยใส่ ฟืนเร่งไฟ และแกยังเอาหอยออส่วน ที่อยู่ในถุงพลาสติคแช่เย็นไว้มาให้ฉันดูว่าแกใช้หอย ออส่วนขนาดใหญ่ และแกจะใส่ แป้งน้อยมากในผัดหอยทอด ซึ่งร้านอาหารส่วน ใหญ่จะใส่แป้งเยอะ แกพิถีพิถันในการผัดมาก ประมาณว่าถ้าจะให้อร่อยต้องใจเย็น

ต่อมาแกเล่าว่าแกอยู่ตัวคนเดียวไม่มีลูกหลานและครอบครัว แกบอกฉันว่าถ้าหอยทอดแก อร่อยก็ให้ช่วยแนะนำต่อด้วย แกจะได้มีกำลังใจขายต่อไป ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีลูกค้า เลย แกเปิดขวดน้ำดื่มเย็นๆ ให้ลูกค้ากินฟรีด้วยนะ ฉันไม่ค่อยสันทัดเรื่องกิน ซักเท่าไร แต่ก็ขอบอกว่าหอยทอดแกอร่อยจริงๆ รสชาดเดียวกับในภัตตาคารจีน ที เดียว จะไม่ใช่รสชาดเหมือนที่ขายในร้านอาหารทั่วไป

ถ้าเพื่อนๆผ่านแถวนั้นอยาก ให้แวะไปลองชิมฝีมือเก่าของอาโกคนนี้ ถ้าไม่ถูกปากก็ถือซะว่าช่วยให้คนแก่มีราย ได้ เพราะอย่างน้อยแกก็ไม่ได้งอมืองอเท้าให้เป็นภาระแก่ผู้อื่น ร้านอาโกเป็น ห้องแถวขนาดหนึ่งห้อง มืดนิดหน่อยไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย เมื่อขับรถเข้าตลาดมา แล้วจะผ่านด่านรับบัตรก็ให้เลี้ยวขวานิดหนึ่ง จะเห็นตึกแถวเรียงรายอยู่ข้างหน้า ร้านอาโกอยู่ประมาณห้องที่สิบกว่าได้มั้งจุดสังเกตคือแกจะมีป้าย กระดาษ เขียน ว่า หอยทอดและผัดไทยอยู่หน้าเตาถ่าน ฝากบอกต่อด้วยค่ะ

หวังว่าแกคงขายดีขึ้นเยอะจากน้ำใจคนไทยด้วยกัน

27 กรกฎาคม 2550

คนเกิดวันที่ 7

นักเล่าประสบการณ์
ลักษณะเด่นของคนที่เกิดวันนี้ก็คือ การแสวงหาประสบการณ์ในเรื่องต่าง ๆ ด้วยตนเอง ชอบประสบการณ์ตรงมากกว่าการเรียนรู้จากคนอื่น แต่เป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันตนเองสูง ไม่ลุ่มหลงอะไรง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด การพนัน หรือแม้แต่เพื่อนต่างเพศ การที่คนเกิดวันที่ 7 ไม่ลุ่มหลงอะไรง่าย ๆ ย่อมเป็นผลดีต่อการชอบลองของเขาเองเพราะเขาจะเรียนรู้ได้โดยไม่ "ติด" สิ่งเหล่านั้น ถ้าท่านคิดว่าจะเอาตัวเอาใจของท่านไปให้เขาทดลอง เพื่อให้คนเกิดวันที่ 7 หลงใหลท่านก็คิดผิดเท่านั้นเอง
คนเกิดวันที่ 7 นี้โดยปกติเป็นคนมีศีลธรรมและมีเมตตาเป็นคนใจง่าย ๆ ซื่อตรงและค่อนข้างขี้สงสาร แต่สำหรับเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง คนเกิดวันนี้กลับไม่ค่อยแน่ใจตัวเอง มักจะขัดแย้งตัวเองหรือลังเลในสิ่งที่จะตัดสินใจอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขัดแย้งในข้อที่ว่า จะใช้ชีวิตอย่างไรดี ยึดกฎเกณฑ์ หรือว่าปล่อยตัวตามใจตัวเอง

คนเกิดวันนี้เป็นคนที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ซึ่งเป็นลักษณะของคนชอบลอง เพราะถ้าใครชวนถูกหูแล้ว จะให้ทำอะไรก็ทำเป็นคนตรงไปตรงมาในเรื่องความคิด ถ้าเชื่ออะไรแล้วจะพูดออกไปโดยไม่ต้องคิดเลย โดยไม่สนใจว่าจะไปขัดแย้งกับใคร เป็นคนรักหมู่คณะ แต่ก็ค่อนข้างอวดตัว และถ้าหมู่คณะมอบหมายงานให้แล้ว คนเกิดวันนี้ก็จะทุ่มเทให้กับงานที่ได้รับมอบจนสุดชีวิต

คนเกิดวันนี้ไม่ใช่คนไม่อิ่มรัก แต่เป็นคนที่มีความรักมากพอที่จะแจกจ่ายให้ใคร ๆ ได้ไม่จบสิ้น ชอบคู่ครองที่เข้มแข็งและใจกว้างพอที่จะให้เขามีเสรีในเรื่องรัก แต่เขาไม่ชอบให้ท่านมีรักที่เสรี เขาชอบให้ท่านรักเขา (หรือเธอ) คนเดียว

คนเกิดวันที่ 6

อยู่ได้ด้วยความรักเขาหรือเธอคือ พ่อบ้านแม่เรือน สถานที่ที่เหมือนทิพย์วิมานของเขาก็คือ บ้านอันอบอุ่นด้วยไอรัก เด็กที่เกิดมาในวันที่ 6 ในครอบครัวที่แตกสลายร้าวรานจะเป็นเด็กที่น่าสงสาร และจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่น่าสงสารมากด้วย เพราะคนที่เกิดวันนี้แทบจะอยู่ไม่ได้ในที่ที่ขาดความรัก คนที่เกิดวันที่ 6 หากมาจากครอบครัวที่ไม่อบอุ่น เขา (หรือเธอ) จะโผเข้าซบอกคนที่หยิบยื่นความรักให้ โดยไม่ลังเลใจเลย

คนเกิดวันที่ 6 นี้ ค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับคนที่เขารักเอามาก ๆ แม้ว่าตัวเขา (หรือเธอ) จะรูปงามและเฉลียวฉลาดเพียงใด แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจตัวเองเรื่องความรักและเพศตรงข้าม เขาเกรงไปว่า ถ้าเขาตัดสินใจผิดจังหวะความรักจะหลุดลอยไป ดังนั้น ถ้าคุณเป็นหญิง และมีคนรักเกิดวันที่ 6 ก็ไม่ควรจะสงสัยว่า ทำไมคนรักของคุณไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้นแขนของคุณ ทั้ง ๆ ที่คุณคิดว่า เขาน่าจะกอดคุณแล้วด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตามคนเกิดวันนี้ มักจะไม่ขาดเพื่อนต่างเพศเพราะรูปงาม นิสัยดี อ่อนหวาน เป็นคนซื่อ ๆ ปราศจากมารยา และจะไม่คิด "ขบถ" ต่อคนอื่นเลย ก็โถ กับคุณเขายังไม่กล้าจะแตะแขนเลย เขาจะกล้าไปจับมือใครได้เล่า รักกับเขาไว้คุณก็จะได้พ่อบ้านแม่เรือนที่อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน อ่อนหวาน เขา (หรือเธอ) จะพยายามทำบ้านให้เป็นวิมานสำหรับคุณ
ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับความรัก คนเกิดวันที่ 6 เป็นคนมุ่งมั่นมานะ ใจคอก็หนักแน่นมั่นคง ไม่วอกแวกไม่ว่าเรื่องใด เป็นคนที่ไว้ใจและพร้อมที่จะช่วยเหลือคนที่ตัวรักทุกวิถีทาง นิสัยใจคอจริง ๆ จึงน่าจะเป็นครูบาอาจารย์ หรือนักสังคมสงเคราะห์ เนื่องจากใจอ่อน รักเด็ก รักสัตว์เลี้ยง ถ้าได้มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังว่านี้จะก้าวหน้าดีนัก

คนเกิดวันนี้ค่อนข้างปิดตัวเองในเรื่องรสนิยมทางเพศ ทั้งที่ความจริงตัวเองเป็น "ไฟ" แต่มักแสดงให้ปรากฎในรูปของน้ำแข็ง ถ้าคุณเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคนเกิดวันที่ 6 คุณควรจะใช้ความละเมียดละไมของคุณช่วยจุดไฟให้เขา (หรือเธอ) คุณควรเป็นฝ่ายนำ แล้วเขาหรือเธอจะค่อย ๆ เกาะตามคุณไปได้เอง และคุณไม่ต้องห่วงว่าเขาหรือเธอจะตามไม่ทันเพราะเมื่อถึงบทสุดท้าย คุณอาจเป็นฝ่ายตามไม่ทันก็ได้ อย่าลืมว่าคนเกิดวันที่ 6 อยู่ได้ด้วยความรัก ความรักที่คุณส่งให้เขา (หรือเธอ) จึงต้องพร้อมมูลทั้งคุณภาพและปริมาณ

ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับความรัก คนเกิดวันที่ 6 เป็นคนมุ่งมั่นมานะ ใจคอก็หนักแน่นมั่นคง ไม่วอกแวกไม่ว่าเรื่องใด เป็นคนที่ไว้ใจและพร้อมที่จะช่วยเหลือคนที่ตัวรักทุกวิถีทาง นิสัยใจคอจริง ๆ จึงน่าจะเป็นครูบาอาจารย์ หรือนักสังคมสงเคราะห์ เนื่องจากใจอ่อน รักเด็ก รักสัตว์เลี้ยง ถ้าได้มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังว่านี้จะก้าวหน้าดีนัก

คนเกิดวันที่ 5

นักอุดมการณ์ หรือบางทีก็เผด็จการ

ถ้าคนที่คุณรักใคร่คบหาอยู่ขณะนี้เกิดวันที่ 5 ของเดือนใดก็ตาม คุณก็ต้องตระหนักไว้ว่า คุณได้คบกับคนที่มีลักษณะนิสัยสองอย่างอยู่ในตัวคนเดียว

นิสัยที่แท้จริงของคนเกิดวันที่ 5 ก็คือการเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนมีเหตุผล และยอมรับความเป็นจริงทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่จะไม่ปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามยถากรรม ถ้าจะเปรียบกับหัวหน้าทีมกีฬา เขาก็เป็นหัวหน้าทีมที่ไม่เคยเสียใจเลย ถ้าทีมของเขา (หรือเธอ) ประสบความพ่ายแพ้ แต่ก็จะรีบไปปรับปรุงทีมเป็นการใหญ่ คราวหน้าไม่ควรจะแพ้อีก คราวนี้แพ้แล้วไม่เป็นไร เขาจะคิดอย่างนั้น
คนเกิดวันที่ 5 จะเกลียดการถูกบังคับให้เป็นอย่างโน้นทำอย่างนี้ ถ้าเขารู้ตัวว่าถูกสั่งถูกบังคับ เขาจะมีปฏิกิริยาในการต่อต้านขึ้นมาทันที ท่านที่มีคู่รัก-คู่ครอง หรือบุตรธิดาเกิดวันที่ 5 จะต้องรู้ความจริงข้อนี้เอาไว้เป็นเบื้องต้นทีเดียว สมมติว่าแฟนของคุณเกิดวันที่ 5 และกำลังติดบุหรี่ ถ้าคุณไปบอกเขาว่า เขาควรงดบุหรี่ เขาอาจจะเลิกจากคุณไปเลย ทั้ง ๆ ที่เขาเห็นด้วยกับคำแนะนำของคุณและต้องบ้าอดบุหรี่อย่างจริงจัง แต่นั่นหมายถึงว่าเขาเลิกคบกับคุณไปแล้ว

สิ่งที่คนเกิดวันที่ 5 ต้องการก็คือการเปิดโอกาสให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาอยากจะทำ ถ้าเขาเป็นเด็ก คุณก็ควรปล่อยให้เขาเล่นโลดโผนตามใจ เพียงแต่ดูแลอยู่ห่าง ๆ ไม่ให้เกิดอันตรายร้ายแรงก็พอ และถ้าเขาเป็นคู่รักคู่ครองของคุณเกิดอยากเล่นกีฬาผาดโผน ลงทุนเสี่ยงทางธุรกิจ (หรือแม้แต่เขาคิดจะมีภรรยาอีกสักคน) ถ้าหากพอยอมได้ก็ควรยอม ถ้ายอมไม่ได้ท่านก็ต้องคัดค้านโดยวิธีหว่านล้อม ไม่ใช่วิธีชี้นำ เพราะคนที่เกิดวันนี้ต้องการที่จะได้แสดงความสามารถ ถ้าใครไปกีดขวางปิดกั้นไม่ให้เขาหรือเธอได้ทำในสิ่งที่ต้องการ แม้จะรักกันแสนรัก ก็อาจกลายเป็นศัตรูกันได้ทันที

อย่างไรก็ตาม เขา (หรือเธอ) โดยปกติแล้วเป็นคนอ่อนหวาน ขี้เกรงใจและช่างเอาอกเอาใจ เขาจะดื้อต่อเมื่อถูกบังคับเท่านั้น
คนเกิดวันนี้เป็นคนที่มีรสนิยมทางเพศสูง ชอบกิจกรรมทางเพศที่ประณีต เป็นคนกล้าได้กล้าเสียในเรื่องเพศสัมพันธ์ แต่เมื่อถึงบทสุดท้าย คุณอย่าได้เผลอไปแนะนำอะไรเขา (หรือเธอ) เป็นอันขาด ปล่อยให้เขา (หรือเธอ) มีความสุขอยู่กับแบบที่เขาต้องการจะดีที่สุด เขา (หรือเธอ) เป็นคนชอบเผด็จการก็ตรงนี้แหละ

คนเกิดวันที่ 4

จริงใจและมั่นคง
ความจริงใจต่อเพื่อนฝูง คือ คุณที่เกิดวันที่ 4 นี้ นอกจากมีความจริงใจต่อเพื่อนแล้ว คนเกิดวันนี้ยังต้องการความจริงใจ จากเพื่อนเป็นผลตอบสนองด้วย คุณสมบัติประการต่อมา คือ การเป็นคนรักการทำงาน เอาการเอางาน มีความรับผิดชอบเป็นเลิศ ที่สำคัญคือเป็นคนที่มุ่งมั่น ในการสร้างชีวิตให้มั่นคง การสร้างหลักฐานให้แก่ชีวิตของตนเอง เป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งของชีวิต ดังนั้น คนเกิดวันนี้จึงทำงานหนัก เพื่อตอบสนองความหวังของตัวเอง

คุณสมบัติดังกล่าวทำให้คนเกิดวันที่ 4 มีจุดอ่อนตามมาด้วย กล่าวคือ ความจริงใจที่มีต่อเพื่อน และความต้องการให้เพื่อนจริงใจด้วยนั้น บางทีรุนแรงไปจนถึงจุดที่เรียกร้องความสนใจจากเพื่อน หรือหึงหวงไปเลยก็มี และในขณะที่คนเกิดวันที่ 4 เป็นคนเอางานเอาการ ทำให้บางครั้งถูกมองไปว่าเผด็จการ หรือเข้มงวดกับเพื่อนฝูงได้ง่าย ๆ แต่ลักษณะที่แสดงความหึงหวงก็ดี ความเข้มงวดบางอย่างก็ดี เป็นลักษณะที่บ่งบอกถึงความจริงใจ ในการคบหากันมากกว่าที่จะเป็นจุดอ่อน

คุณสมบัติอีกประการหนึ่งของคนเกิดวันที่ 4 ก็คือความเป็นคนค่อนข้างระวังตัว มีความคิดรอบคอบ แต่คุณสมบัติประการนี้ ก็มิได้เป็นผลร้ายแก่เพื่อนฝูงที่สุจริตใจ เป็นการสร้างกลไกระวังตัวเองของเจ้าตัวเท่านั้น เพราะคนเกิดวันนี้จะทุ่มเททุกอย่าง ให้กับคนที่ตนเองเห็นว่ามีความจริงใจต่อกันอย่างแท้จริง คนเกิดวันที่ 4 ถ้าคิดจะช่วยใครก็ช่วยจนหมดตัวสุดชีวิต

อย่างไรก็ตาม ท่านจะต้องระวังตัวบ้างถ้าจะคบกับคนที่เกิดวันที่ 4 โดยพยายามหลีกเลี่ยงที่จะทำให้คนเกิดวันนี้ โกรธหรือเกลียดท่านเป็นอันขาด เพราะหมายเลข 4 นี้จะร้ายกาจกับคนที่ร้ายกาจด้วยอย่างที่ใคร ๆ ก็คาดไม่ถึงจริง ๆ และสิ่งที่คนเกิดวันที่ 4 เกลียดมาก ๆ ก็คือ การที่รู้สึกว่า ตัวเองถูกหลอกลวง หรือการที่เพื่อนฝูงปันใจไปให้คู่แข่ง

ถ้าท่านมีทุกข์หนัก อย่าลืมไปหาคนเกิดวันที่ 4 เพื่อช่วยเหลือปลอบประโลมใจ และถ้าท่านอยากได้คนรักหรือคู่ครองที่เอางานเอาการ จริงใจต่อมิตรภาพ รักเพื่อนฝูงก็ควรไปหาคนที่เกิดวันที่ 4 ทั้งนี้ ท่านต้องทำใจให้มั่นคงว่า ท่านจะรักเพื่อนที่เกิดวันที่ 4 นี้อย่างจริงใจ แล้วท่านก็จะได้คู่ชีวิต ที่มีแต่ความจริงใจมั่นคงต่อท่านตลอดชีวิต

คนเกิดวันที่ 3

ท่านคือ "เพื่อนที่แสนดี"
คนที่เกิดวันที่ 3 เป็นคนเฉลียวฉลาด มีความคิดสร้างสรรค์ ความคิดขอคนที่เกิดวันนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง และหากใครทำตามความคิดนั้นก็จะได้พบกับความสำเร็จในการสรรสร้างสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิม เป็นผู้นำทางความคิดในการพัฒนาเหมาะมากสำหรับงานในตำแหน่ง "ฝ่ายวางแผน และพัฒนา" นอกจากจะมีความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังมักคะเนเหตุการณ์ต่าง ๆ ข้างหน้า ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทั้งนี้มิใช่อาศัยโหราศาสตร์ แต่อาศัยความใฝ่รู้และดวงปัญญาอันแจ่มใสมากกว่า

คนเกิดวันที่ 3 มีเสน่ห์อยู่ที่ความเปิดเผย มีความคิดความเห็นอย่างไรก็พูดออกมาอย่างนั้น ตรง ๆ ไม่เคยเกรงว่าคนที่ได้ฟังจะมีความรู้สึกอย่างไรต่อตัวเอง ถ้าเห็นว่าสิ่งใดไม่ถูกต้อง หรือแม้แต่ไม่ถูกใจก็จะพูดไปตามความรู้สึก ซึ่งบางครั้งหรือบ่อยครั้งก็พูดแรงเกินไป และแสดงกิริยาไม่ชอบใจออกมาให้เห็นทีเดียว

สิ่งที่คนเกิดวันที่ 3 ชอบมากที่สุดก็คือ การที่ได้อยู่ในกลุ่มของเพื่อนสนิทมิตรสหาย ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา จะว่าคนเกิดวันนี้พูดเป็นแต่เรื่องจริงจัง ไม่มีเรื่องโรแมนติกก็คงจะได้ แต่ที่จริงแล้ว คนเกิดวันที่ 3 เป็นคนชอบความงามตามธรรมชาติ และความแปลกใหม่ ถ้าท่านมีเพื่อนเกิดวันที่ 3 ท่านไม่ควรพาเขาไปเที่ยวที่เก่า ไม่ควรสั่งอาหารชุดเดิมมาเลี้ยงเขาหรือเธอเป็นอันขาดเพราะสิ่งเก่า ๆ ขัดกับความคิดที่ไม่หยุดนิ่งของเขา ใครที่ชอบนัด "ที่เก่าเวลาเดิม" จะทำให้คนเกิดวันที่ 3 รู้สึกเบื่อ
คนเกิดวันที่ 3 ไม่ชอบให้ใครมากำกับให้ทำหรือไม่ให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ บางทีจะทำตรงกันข้ามกับข้อห้ามหรือ "คำแนะนำ" เหล่านั้น เพื่อเป็นการประท้วงไปเลยก็ได้

ในขณะที่คนเกิดวันที่ 3 เป็นคนรักเพื่อน ตรงไปตรงมาและจริงใจกับเพื่อน รับผิดชอบการงานอย่างฉลาดและสร้างสรรค์ แต่ในความรู้สึกลึก ๆ กลับเป็นคนที่ว้าเหว่ หาเพื่อนสนิทไม่ได้และในความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้น ไม่ค่อยมีใครสนิทกับคนเกิดวันนี้นัก

ถ้าท่านมีเพื่อนที่เกิดวันที่ 3 จงให้ความจริงใจต่อคนผู้นั้นให้ความรักและเอาใจใส่ ท่านจะได้รับน้ำใจตอบสนองอย่างเพื่อนที่แสนดี หรือถ้าท่านรักกับคนเกิดวันที่ 3 ท่านก็จะได้เพื่อนที่ดีที่สุดเป็นคู่ชีวิต

คนเกิดวันที่ 2

เพื่อนเป็นคนสำคัญ
คนเกิดวันที่ 2 ของทุกเดือนเป็นคนที่ให้ความสำคัญแก่เพื่อนมากที่สุด ไม่ว่าจะคิด จะทำอะไร ก็จะคิดถึงเพื่อนก่อนเสมอ และมักจะไปทำอะไรโดยไม่ปรึกษาเพื่อนเลยทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นคนฉลาดเฉียบแหลม มองการณ์ไกลเห็นประโยชน์ระยะยาวไม่ใช่คนโลเลต้องคอยทำตามเพื่อน แต่เป็นคนที่ต้องการให้เพื่อน (หรือคนรัก) รับรองว่าสิ่งที่ทำไปนั้นถูกต้องแล้ว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็รู้ว่าทำถูกแล้ว แต่ก็อยากให้มีคนมาบอกว่าทำถูกแล้วอยู่ดี เป็นคนฉลาดสามารถหยิบฉวยประโยชน์จากคำแนะนำ หรือข้อวิพากษ์วิจารณ์ของเพื่อน นำมาประสมประสานให้เกิดผลดีแก่งานเต็มที่ เวลาทำงานจะคิดแต่เพียงว่า เพื่อนคนใดจะได้ประโยชน์อันใดบ้าง แทนที่จะคิดถึงตัวเองก่อน คนที่มีเพื่อนเกิดวันที่ 2 จึงมักได้การเกื้อกูลเป็นอย่างดี

โดยปกติแล้วเป็นคนเรียบร้อย อ่อนหวาน ไม่ชอบขัดใจใครและพร้อมที่จะคบหาผู้คน (เพราะอยากมีเพื่อนมากอยู่แล้ว) แต่มีข้อเสียคือ อารมณ์จะเปลี่ยนแปลงง่าย ใครทำอะไรขัดใจหรือความรู้สึกไม่ได้เลย จะเกิดน้อยใจหรือโกรธวู่วามขึ้นมาทันทีเมื่อเวลาอารมณ์ดี ก็เคล้าเคลียกันเหมือนแมวเชื่อง ๆ แต่ถ้าใครทำให้ผิดใจ ก็จะกลายเป็นพยัคฆ์ร้ายขึ้นมาทันที เพื่อน ๆ ของคนเกิดวันที่ 2 นี้มักจะพากันห่าง ๆ หรือระวังเมื่ออยู่ใกล้ เพราะกลัวอารมณ์แปรปรวน จุดอ่อนนี้เองที่ทำให้คนเกิดวันที่ 2 มีเพื่อนน้อยลงกว่าที่ควร ความดีที่ทำให้เพื่อนก็มักลดค่าลง เพราะความเจ้าอารมณ์ของตัวเองด้วยสิ่งที่คนเกิดวันที่ 2 กลัวมากที่สุดคือ ความเหงา ความว้าเหว่ การอยู่คนเดียวคิดคนเดียว ทำคนเดียว บางทีแม้แต่อยู่ท่ามกลางเพื่อน ก็ยังแอบนึกไปว่า เพื่อนไม่ให้ความสนใจ

ถ้าเพื่อนของท่านเกิดวันที่ 2 ก็อย่าแปลกใจเลย ถ้าเห็นว่าเพื่อนงอนเก่งขี้หึง และบางทีก็เจ้าอารมณ์ เพราะนั่นเป็นเรื่องธรรมดา แต่เขา (หรือเธอ) ก็เป็นเพื่อนที่รักท่านมาก เพราะคนที่เกิดวันที่ 2 ชอบคบคนวนเวียนอยู่แต่กับเพื่อนเท่านั้น

คนเกิดวันที่ 1

คนเกิดวันที่ 1
จะเป็นคนรักเสรี กล้าหาญ และไม่ก้มหัวให้ใคร
คนเกิดวันที่ 1 ของทุกเดือน เป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเอง จนเกือบจะเรียกได้ว่าดื้อรั้น พอใจที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง และไม่สนใจว่าใครคิดยังไงกับตัว ด้วยมีอารมณ์ รุนแรง กระด้าง แข็งกร้าว คิดอย่างไรก็พูดไปอย่างนั้น ไม่กลัวว่าจะพูดอะไรออกไป และเมื่อจำเป็นจะต้องต่อสู้ เพื่อสิ่งที่เห็นว่าถูกต้องแล้ว คนเกิดวันที่หนึ่งจะทุ่มเททุกอย่างคนเกิดวันที่หนึ่ง จะกำหนดเป้าหมายของชีวิตไว้สูงสุด ตั้งใจแสวงหาความเป็นเลิศให้แก่ชีวิตในทุกด้าน แต่จะไม่ยอมบอก หรือแม้แต่แสดงออกให้คนอื่นรู้ว่า กำลังประสงค์อะไร เป็นคนมีเพื่อนสนิท แต่มักจะหยิ่งเกินกว่าที่จะให้เพื่อนสนิท รู้ว่ากำลังเผชิญปัญหาหรือผิดหวัง

คนที่จะเอาชนะคนเกิดวันที่หนึ่ง ก็คือคนที่มีนิสัยเหมือนกัน ถ้าได้พบคนที่มีนิสัยเหมือนกันแล้ว เวลาทั้งหมดที่มีอยู่จะยกให้เพื่อนคนนั้นจนหมดสิ้น แต่กระนั้นก็ตาม ก็ยังไม่ยอมบอกให้เพื่อนสนิทคนนั้น รับรู้ถึงปัญหา หรือความคิดที่แท้จริงของตนเองอยู่ดีคนเกิดวันที่หนึ่ง จะหลงรักคนง่าย และรักอย่างลึกซึ้งด้วย แต่ความรักก็เป็นเป้าหมายอีกอย่างหนึ่ง ที่คนเกิดวันที่หนึ่งปกปิด ดังนั้น ความรักจึงเป็นเพียงความลึกซึ้ง ที่เก็บไว้ในใจเท่านั้น

ความที่ชอบอิสระ และไม่ชอบง้อใคร ชีวิตส่วนใหญ่ จึงมักจะชินอยู่กับการอยู่คนเดียวอย่างเหงา ๆ แต่ก็ทระนง คนอื่นจึงมักมองว่าไม่มีน้ำใจ เอาแต่ใจตัวเอง ดื้อและขี้อิจฉา

ขอใบรับรถจากอู่ทุกครั้งที่เอารถไปซ่อม

กำชับให้คนรถทุกคนที่นำรถเข้าซ่อม ขอใบรับรถจากอู่ทุกครั้ง เอารถไปซ่อม ... อย่าลืมขอใบรับรถด้วย ระวังตกเป็นจำเลยที่ 2

เรื่องมีอยู่ว่า........ลุงของผมได้เอารถไปซ่อมเครื่องยนต์ที่อู่แถวๆถนนสุขาภิบาล1......ทางอู่บอกว่าต้องใช้เวลา ประมาณสามวันจึงจะซ่อมเสร็จ ด้วยความไว้วางใจลุงของผมจึงได้ทิ้งรถโดยทางอู่ไม่ได้ออกใบรับรถไว้ให้....
ปรากฎว่าวันรุ่งขึ้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่บ้าน บอกว่า ช่างที่อู่เอารถออกไปขับแล้วชนคนตายและช่างได้หลบหนีไปทางอู่ก็ไม่ยอมรับผิดชอบโดยอ้างว่า ช่างคนนั้นขโมยรถออกไปขับเองทางอู่ไม่เกี่ยวข้อง.ใดๆทั้งสิ้น......ตำรวจก็ พยายามจะเชิญตัวลุงไปที่โรงพัก...เพราะลุงของผมเป็นเจ้าของรถ แม้ว่าจะไม่ต้องรับผิดชอบในทางคดีอาญา.....แต่ในทางแพ่งแล้ว ลุงต้องเป็นผู้รับผิดชอบแม้ว่าลุงของผมจะบอกว่าไม่รู้เรื่องเพราะเจตนาของลุงเพียงต้องการเอารถไปซ่อมเครื่องยนต์เท่านั้นทำไมต้องมารับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้ ........

ทางตำรวจขอดูหลักฐานใบรับรถของอู่ ที่เอารถไปซ่อม แต่ปรากฎว่า ไม่มีหลักฐานเพราะเห็นว่าเป็นอู่ที่เชื่อใจกัน และใช้บริการอยู่เป็น ประจำ จึงไม่ได้ขอใบรับรถจากอู่ ตำรวจบอกว่าในเมื่อลุงของผมไม่มีหลักฐานในการเอารถไปซ่อม จึงต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้และ นำตัวลุงผมไปที่โรงพักเพื่อเจรจาค่าเสียหายกับพ่อแม่ ของผู้ตาย ในครั้งแรกพ่อแม่ของผู้ตายได้เรียกค่าเสียหาย เป็นเงินสูงถึง500,000บาท แต่ลุงผมบอกว่า ถ้าเรียกเงินสูงขนาดนั้นคงไม่มีปัญญาหามาให้แน่ๆ จึงได้ต่อรองและได้เล่าเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาให้กับพ่อแม่ของคนตายฟังทาง ตำรวจก็ช่วยไกล่เกลี่ยให้เพราะเห็นว่าลุงไม่รู้เรื่องจริงๆแต่ต้องมารับผิด ชอบกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ทางพ่อแม่คนตายจึงยอมลดเงินลงมาเหลือ 200,000บาท เหตุการณ์ต่างๆจึงยุติลง หวังว่าเหตุการณ์นี้คงเป็นอุทธาหรณ์ให้แก่เพื่อนๆทุกคนไม่มากก็น้อยนะครับ และขอให้เพื่อนๆ อย่าได้เจอเหตุการณ์อย่างที่ลุงของผมได้เจอะเจอมาเลย

ps : รับมานานแล้วแหละ แต่จำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ :)

26 กรกฎาคม 2550

คู่ของลูกคนโต คนกลาง คนเล็ก

คนที่เป็นลูกแต่ละแบบควรจะมีคู่หรือมีแฟน เป็นคนแบบไหนถึงจะไปกันรอด หรือแบบไหนที่แค่คบ ๆ แล้วก็ผ่านไป เพราะนิสัยที่ เข้ากันไม่ได้หรือแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว

เริ่มจากคู่ที่เป็นลูกคนโตกับลูกคนโตด้วยกัน ดูแล้วน่าจะไปกันยาก เพราะลูกคนโตจะชอบชี้นิ้วสั่งการ ชอบออกคำสั่ง เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ และเจ้าระเบียบ ดังนั้นคู่ที่เป็นลูกคนโตทั้งคู่ก็จะหัวแข็ง หัวดื้อด้วยกันทั้งคู่ มักจะไม่ยอมกัน ถึงแม้บาง
ครั้งอาจจะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเอาอกเอาใจอีกฝ่าย แต่ก็มักจะไม่ทำตลอดเวลา เส้นทางของคู่นี้จึงเต็มไปด้วยความเข้าใจกัน

คู่ที่เป็นลูกคนโตกับลูกคนกลาง
ลูกคนกลางมักจะเป็นคู่รักที่ดีของทุก ๆ คน แต่ดันมาเจอกับลูกคนโต ที่ชอบวางอำนาจเป็นนิตย์ แม้ว่าคนที่เป็นลูกคนกลางจะยอม โอนอ่อนผ่อนตาม แต่นาน ๆ เข้าลูกคนกลางก็จะรู้สึกแย่ ๆ ว่าทำมั้ยต้องมารองรับ อารมณ์อยู่ตลอดเวลา ลูกคนกลางจะสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองลง ต่อไป ความพยายามที่จะทำให้ลูกคนโตซึ่งเป็นคนรักของตัวเองชื่นชอบก็จะหมดไปด้วย แต่หาก คนที่เป็นลูกคนกลาง มีนิสัยค่อนไปทางลูกคนเล็ก ก็จะเป็นคู่ที่ไปด้วยกันได้ดีทีเดียว

คู่ที่เป็นลูกคนโตกับลูกคนเล็ก
คู่นี้เรียกได้ว่าเป็นคู่ที่ลงตัวที่สุด เพราะลูกคนโตจะช่วยสอนให้ลูกคนเล็กรู้จักจัดระเบียบชีวิตของตนเอง เพราะปกติลูกคนเล็กมักจะได้ รับการเอาอกเอาใจจากคนทั้งบ้าน ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร จึงมักขาดความมีระเบียบ ซึ่งจะช่วยเสริมเติมกันได้พอดิบพอดี ในขณะที่ลูกคนเล็กก็จะนำความสนุก สนานร่าเริงมาให้คนที่เป็นลูกคนโต ซึ่งจะช่วยเพิ่มสีสันและรสชาติชีวิตแบบที่ลูก คนโตไม่เคยพบเห็นมาก่อน

คู่ที่เป็นลูกคนกลางกับลูกคนกลาง
มีความเป็นไปได้สองแนวทาง แนวทางแรกหากคนหนึ่งมีนิสัย ค่อนไปทางลูกคนโต และอีกคนนิสัยค่อนไปทางลูกคนเล็ก ทั้งคู่จะไปได้สวยเพราะจะ เติมส่วนที่ขาดซึ่งกันและกันได้ แต่หากทั้งคู่มีนิสัยไม่ยืดหยุ่นเหมือน ลูกคนกลางทั่วไป ถึงแม้จะดูเหมือนไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่จะไม่ค่อยพูด ชอบเก็บงำ ความรู้สึก ชอบไม่ชอบอะไรก็จะเงียบ และหากต่างคนต่างเงียบก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นในภายหลังได้ เมื่อถึงวันที่ทนไม่ไหวแล้วระเบิดออกมา แถมยังส่อเค้าว่าจะมี กิ๊ก ด้วยเพราะความไม่พูดนี่แหละ

คู่ที่เป็นลูกคนกลางกับลูกคนสุดท้อง
หากลูกคนกลางมีนิสัยค่อนไปทางลูกคนโต คู่นี้จะเป็นคู่ ที่ไปกันได้สวย แต่ถ้านิสัยเหมือนลูกคนกลางจริง ๆ คือมักจะโอนอ่อนผ่อนตาม ก็จะคล้อยตามคู่ซึ่งเป็นลูกคนเล็ก จะทำให้ขาดความรับผิดชอบ แต่ถ้าลูกคนกลาง มีนิสัยค่อนไปทางลูกคนเล็กละก็อาจจะไปกันใหญ่ เพราะลูกคนเล็กมักจะขาดการจัดระเบียบในชีวิตที่ดี พากันลงเหวได้ง่าย

นรชาติวางวาย

.............................
พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

ความดีก็ปรากฏ กิติยศลือชา
ความชั่วก็นินทา ทุรยศยินขจร
...............................
ขออธิบายให้ทราบดังนี้นะ
กลอนนี้ผู้แต่งคือ"สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส" ทรงให้ชื่อกลอนนี้ว่า"กฤษณาสอนน้อง" จัดอยู่ในประเภท กลอน ๑๑ คำ เป็น "อินทรวิเชียรฉันท์"
............................
ความหมายของบทนี้ หมายถึง
"วัวควาย หรือช้างที่ตายไปแล้ว ยังคงหลงเหลืองาและเขาในกายบ้าง แต่เวลาคนตาย ก็ถูกเผาทิ้งไปทั้งหมด ไม่เหลืออะไรไว้เลย นอกเสียจากความดีที่ประดับโลกไว้" ประมาณนี้นะในส่วนของคำแปล
...................................
คราวนี้มาดูศัพท์บ้าง
"พฤษภ" แปลว่า "วัว"
"กาสร" แปลว่า "ควาย"
"กุญชร" แปลว่า "ช้าง"
"ปลดปลง" แปลว่า "ตาย"
"โท" แปลว่า "สอง"
"ทนต์" แปลว่า "งา" (โททนต์ =งาทั้งสอง)
"เสน่ง" แปลว่า "เขา"
"นรชาติ" แปลว่า "คน" (ชาติคน)

ps: คัดลอกจากเวบไดสักแห่ง จำไม่ได้แล้ว ก็ขอขอบคุณที่ตั้งใจแปลให้คนอื่นๆ ได้รู้จักความหมายที่แท้จริงของโครงบทนี้ (ไม่รู้โครงหรือกลอนล่ะ :) แต่ชอบและโดยเฉพาะท่อนที่สอง ได้ยินมานานมากแล้วครับ

มีหน้าที่ฟัง ๆ ไป

มีชายอยู่ 2 คน นั่งคุยกันที่สวนสาธารณะ

นายดำ:ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ฟังว่ะ มึงอยากฟังมั๊ย

นายแดง:ฟังก็ฟังวะ

นายดำ:มีสามภรรยาคู่หนึ่ง ชอบทะเลาะกัน วันหนึ่งภรรยาให้สามีไปซื้อผงซักฟอกให้ แต่สามี ซื้อน้ำยาล้างจานมา

ภรรยาเลยถามว่า ทำไมเอ็งซื้อน้ำยาล้างจานมาวะ

สามีตอบว่า มีหน้าที่ซัก ซักไป

ต่อมา ภรรยาคิดแก้แค้น ในคืนวันที่สองเลยให้กินข้าวเปล่า ไม่มีกับ

สามีถามว่า กับข้าวล่ะ ภรรยาตอบ อย่าเรื่องมาก มีหน้าที่กิน กินไป

พอต่อมาวันที่สี่......

นายแดง:เฮ้ยวันที่ 3 ล่ะวะ ไปไหน

นายดำ:มีหน้าที่ฟังๆไป

สัตว์อะไรที่เธอชอบ

คุณครูคุยกับเด็กนักเรียนอนุบาล 1 ระหว่างคอยผู้ปกครองมารับกลับบ้าน

"ที่บ้านหนูเลี้ยงสัตว์อะไรบ้างคะ" คุณครูถาม

"มีหมาแค่ตัวเดียวค่ะ แต่ข้างบ้านเขาเลี้ยงตั้งหลายอย่างค่ะ มีนก แมว ชะนีก็มีค่ะ" หนูน้อยเล่า

"แล้วหนูชอบอะไรมากที่สุดคะ"

"ชอบนกกับปลาสวยๆ คะ"

"เหรอคะ แล้วคุณพ่อคุณแม่ละคะชอบอะไร" ครูถามต่อ

"คุณพ่อชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบสัตว์อะไรซักอย่าง.." หนูน้อยส่ายหน้าเมื่อพูดถึงคุณพ่อ

"ส่วนคุณแม่.. เห็นคุณพ่อพูดอยู่เรื่อยเลยว่าคุณแม่ชอบแรดค่ะ.."

24 กรกฎาคม 2550

ดาวอังคารจะเห็นแบบชัดเจนที่สุด

วันที่ 27 สิงหาคม 2550 คือวันที่คนทั้งโลกตั้งตารอคอย.... เพราะดาวอังคารจะส่องแสงเจิดจรัสบนฟากฟ้าให้เห็นแบบชัดเจนที่สุดตลอดเดือนสิงหาคม ด้วยรูปทรงขนาดใหญ่ประดุจดังพระจันทร์เต็มดวงซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะวันที่ 27 สิงหาคมซึ่งทุกอย่างจะชัดเจนสมบูรณ์ที่สุดเพราะวันนั้นดาวอังคารจะอยู่ห่างจากโลก แค่ 34.65 ล้านไมล์ อย่าพลาดนะครับ...คืนวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง เราจะเห็นดวงจันทร์สองดวงบน ท้องนภา (โรแมนติคมั่กมั่ก) ปรากฎการณ์เช่นนี้จะมีให้เห็นอีกครั้งในปี คศ. 2287 (หรือพุทธศักราช 2830) ร่วมแบ่งปันเมล์นี้ให้เพื่อน (และคนที่คุณรัก / หรือแอบรัก) ด้วยนะครับ เพราะนี่คือโอกาสเดียวในชีวิต ยกเว้นแต่คุณเป็นมนุษย์อมตะซึ่งสามารถมีชีวิตได้อีก 280 ปี)

23 กรกฎาคม 2550

เอาไว้อ่านเวลาทะเลาะกะแฟน

ชีวิตคนเรามีอะไรมากมายที่ผ่านเข้ามาให้ซึมซับรับรู้
ในชีวิตคนเรามีผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาให้รู้จักมักคุ้น

แต่ในผู้คนมากมายเหล่านั้น
อย่างน้อยคงต้องมีใครบางคนที่ทำให้เรารู้สึก "ไม่ธรรมดา"
ที่จะนึกถึง เรียกว่าเป็น "ความพิเศษ"
ที่เราจะยกเว้นเอาไว้จากความปกติทั่วไปของจิตใจ
ก็ในเมื่อคำว่า "พิเศษ" หมายถึงความจำเพาะ ความแปลกแยก ความดีงาม ความอบอุ่นในหัวใจ
กระนั้นทำไมเราไม่ปฏิบัติต่อเขาให้ตรงกับที่ใจคิด

ให้ "ความรู้สึกดีดี" จากจิตใจที่ดีดี
ให้ "ความอาทรถึง" จากจิตใจที่นึกถึง
ให้ "ความห่วง" จากจิตใจที่เป็นห่วง
ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างดีดี แต่มี "สติ"
ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างอบอุ่น แต่ไม่ "คุกรุ่น"
ให้ไปเลย ให้ไปเท่าไหร่ก็ได้ แต่เมื่อให้ไปแล้วต้อง "ไม่ร้อนรุ่มกลัดกลุ้ม"
และหากเมื่อใดจิตใจอาจระส่ำระสาย สะดุดกับอะไรขึ้นมาบ้าง
ก็จงหยุดพักตรึกตรอง อย่าปล่อยให้พายุอารมณ์โถมพัด
"สิ่งดีดี" จนกระจัดกระจาย
เพราะ "การให้ความหมาย" ไม่ใช่ "การตั้งความหวัง"
คนสองคนให้ความหมายซึ่งกันและกัน แต่คนสองคน

"จะไม่ตั้งความหวังในกันและกัน"

เพราะการตั้งความหวังมักนำพาซึ่ง "การเรียกร้อง"
"ความอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ" โดยที่ไม่รู้ตัว
มันร้อนนัก หนาวนัก และไม่เป็นสุข
เราต้องไม่ลืมปรับอุณหภูมิจิตใจเอาไว้ที่องศาอุ่นๆ
หากเริ่มรู้สึกตัวว่า ความร้อนเริ่มทวีขึ้น เราต้องค่อยๆ
เดินออกมาสูดอากาศเย็น
หากตรงกันข้ามเราก็ต้องหลบเร้นจากความหนาวมาหาไอแดดเช่นกัน
และอย่าลืมว่า "ความพิเศษ"
ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นพิเศษมากหรือพิเศษสุด
หรือพิเศษอย่างยิ่งในคนคนเดียว
ทั้งเราและเขาอาจจะมีคนพิเศษในวิถีชีวิตได้หลายลักษณะ
พิเศษในเรื่องนั้น พิเศษในเรื่องนี้
ในเมื่อหัวใจเป็นของเรา
เราก็ย่อมเลือกให้ความพิเศษกับใครก็ได้ที่เราจะไม่ต้องแลกกับความทุกข์อย่างพิเศษกลับมา

จงให้ "ความพิเศษ" เป็นชีวิตชีวา
เป็นแววตาที่แจ่มใส
เป็นความห่วงใยที่เมื่อนึกถึงทีไรก็ยิ้มได้
ไม่วิ่งหนี แต่ไม่วิ่งตาม
ไม่หักห้าม แต่ไม่กระโจนใส่
ไม่เป็นน้ำตาลที่หวานอ่อนไหว
แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจและเอื้ออาทร
จงเป็นความแจ่มใสในอารมณ์ของตัวเอง เป็นความชุ่มชื่น สดใส เช่นสายน้ำ
เป็นสีสันงดงามเช่นมวลผกา เป็นสีเขียวของใบไม้
ที่เย็นที่ตาและที่ใจ

และที่ตรงนี้ จะอีกนานเท่าใด ไม่ว่า "คนพิเศษ" คนนั้นจะอยู่ใกล้หรือต้องจากกันไกล
"ความพิเศษ" นั้นก็จะคงอยู่อย่างมีคุณค่า ณ ที่เดิม ที่ซึ่งใจข้างซ้ายตรงกัน

เคล็ด(ไม่)ลับ...นอนหลับฝันดี

หลายๆคนที่เหนื่อยล้าจากการทำงานมา ก็คงอยากจะพักผ่อนด้วยการนอนหลับอย่างเต็มที่ ให้สมกับที่ทำงานมาเหนื่อยล้าทั้งวัน

แล้วคุณเคยไหมคะ ที่บางวันเหมือนเกิดอาการนอนไม่หลับ ทั้งที่อยากหลับใจจะขาดเพื่อจะพักผ่อนให้เต็มที่ ตื่นขึ้นมารับวันใหม่ เพื่อไปทำงาน...

สำหรับบางคนที่กลุ้มใจอยู่ ลองนำเคล็ดลับ 33 สูตร หลับฝันดีไปใช้ดู...

1. อย่าเข้านอนเพราะว่า "ถึงเวลานอนแล้ว" : แต่จงเชื่อนาฬิกาในตัวคุณเอง โดยสังเกตุจากร่างกายจะสื่อให้ทราบเมื่อถึงเวลา อย่างเช่น การหาวนอน อาการแสบตา ความรู้สึกประเภท "ลานหมด" หัวจะทิ่มลงท่าเดียว หนังตาเริ่มหย่อน ความรู้สึกว่าจะหลับแล้ว แต่ถ้าคุณพลาดสัญญาณต่างๆเหล่านี้ไปแล้ว คุณจะต้องไปอีกอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง กว่าที่จะให้ร่างกายง่วงขึ้นอีกครั้ง เพราะคนเราต่างมีความรู้สึกง่วงนอนต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าง่วงนอนแล้วก็ควรนอนเลย... เพื่อจะได้ไม่เกิดอาการนอนไม่หลับ

2. อย่านอนผิดเวลาทุกวัน : อย่างถ้าคุณรับประทานอาหารเวลาเดิม ก็แนะนำว่าควรเข้านอนเวลาเดิมเป็นประจำ อย่างเช่น ปกตินอน4ทุ่ม ก็ขอให้นอน 4 ทุ่มทุกวัน มิฉะนั้นจะเกิดความเสี่ยงที่จะง่วงนอนผิดเวลา

3. ทดลองหลับแว่บเดียว : อย่างเช่น คุณนั่งบนเก้าอี้โซฟา มือหนึ่งถือช้อนกาแฟ ตรงปลายเท้าของคุณวางจานโลหะไว้ 1 ใบ เมื่อเผลอหลับ มือนั้นก็จะปล่อยช้อนหล่นลงมาบนจานโลหะ ส่งเสียงดัง มันเป็นการปลุกให้คุณตื่น คำอธิบายเมื่อหลับตา คุณจะสามารถตัดข้อมูล ไม่ให้เข้าสู่สมองได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งควรฝึกวันละหลายๆครั้ง

4. พักกลางคัน : เป็นการพักเพื่อลดความเหนื่อยล้า ง่ายๆด้วยการ นั่งสบายๆอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณ หนุนศรีษะบนแขนที่ไขว้กัน หรือ นอนท่าเหยียดยาว หลับตาและปล่อยตัวตามสบาย สัก 5 นาที

5. สะสมการนอน "ช่วงสั้น" ในวันทำงาน : ถ้าจะให้นั่งหลับเวลาทำงานก็คงดูไม่เหมาะสม คุณก็เปลี่ยนเป็นเก็บสะสมความอยากนอนของคุณไว้ เพื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณจะได้นอนพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม ใช้หนี้ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งสัปดาห์

6. งดออกกำลังกายในตอนเย็นหลังเลิกงาน : ความเข้าใจผิดๆ จากการเล่นกีฬาหลังเลิกงาน จะทำให้เหนื่อยจนคุณอยากจะนอน คุณเข้าใจผิด เพราะการออกกำลังกายช่วงหัวค่ำจะทำให้ร่างกายสดชื่นตื่นตัวตากหาก

7. ฝึกชี่กง (ลมปราณ) : ชี่กงเหมาะมากสำหรับสงบความคิดจิตใจ และขจัด ความอ่อนเพลีย ในไม่ช้าคุณจะเรียนรู้ที่จะทำท่าที่ชวนให้ง่องนอนเป็น

8. รับประทานอาหารค่ำแต่หัวค่ำ : แต่ควรหลีกเลี่ยงการเข้านอน "ขณะยังย่อยอาหารอยู่" ควรรอให้ผ่านไปสัก 2-3 ชั่วโมงหลังอาหารมื้อนี้ แล้วจึงค่อยนอน

9. เดินย่อยอาหารมื้อค่ำ : เป็นการรอเวลาจากข้อ 8 ในการรอเข้านอน...

10. เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ กาแฟ น้ำชา : เป็นตัวทำลายความง่วง... และบางครั้งระบบเผาผลาญ บางคนต้อง ใช้เวลาสิบสอง ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเพื่อกำจัดกาแฟเพียงถ้วยเดียว

11. การหาว : จะช่วยผ่อนคลายได้ และทำให้อยากนอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า ได้ยืดแขนยืดขาด้วย เพื่อความไม่เมื่อยล้าทางสายตาของคุณผู้อ่าน วันนี้ขอแนะนำ 11 ข้อ ก่อนแล้วกัน

22 กรกฎาคม 2550

มะเร็งลำไส้ใหญ่

โดย นพ.พรชัย จงเลิศธรรม

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้เปลี่ยนแปลงและเจริญเติบโตผิดปกติจนไม่สามารถควบคุมได้ ในระยะแรกการเจริญเติบโตของเซลล์จะไม่ใช่เนื้อร้าย ถ้าไม่ได้รับการตรวจรักษาและตัดออกไปก็จะสามารถกลายเป็นเนื้อร้ายได้ ซึ่งจะใช้ระยะเวลานานหลายปี
สาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่ยังไม่ทราบแน่นอน แต่ปัจจัยบางอย่างสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้ เช่น
- อายุ ผู้สูงอายุมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้ที่มีอายุน้อย 90% ของผู้ป่วยมีอายุมากกว่า 50 ปี
- ก้อนเนื้อธรรมดาในลำไส้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะสามารถเปลี่ยนเป็นเนื้อร้ายได้
- ประวัติมะเร็งส่วนตัว ถ้าผู้ป่วยเคยมีประวัติเป็นมะเร็งรังไข่ มดลูก หรือเต้านม ผู้ป่วยคนนั้นจะมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้มากกว่าคนปกติ
- ประวัติมะเร็งในครอบครัว ผู้ป่วยมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้มากกว่าปกติ ถ้าบุคคลในครอบครัว (พ่อ แม่ พี่น้อง) มีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อเกิดโรคในอายุน้อยกว่า 60 ปี
- โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยที่มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังจะมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้มากกว่าปกติ
- อาหาร อาหารที่มีผัก ผลไม้มาก และเนื้อสัตว์น้อย อาจจะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

การตรวจเบื้องต้นเพื่อป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถป้องกันได้โดยการตรวจเบื้องต้นเป็นประจำ บุคคลทั่วไปควรปรึกษาแพทย์ถึงวิธีและเวลาที่ควรเริ่มการตรวจ วิธีการตรวจเบื้องต้นเพื่อป้องกันโรคนี้มีหลายวิธี เช่น
- การตรวจทวารหนักโดยแพทย์
- การตรวจเลือดในอุจจาระ
- การตรวจเอกซเรย์ลำไส้โดยฉีดสารทึบแสง
- การส่องกล้องตรวจลำไส้

อาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ ทำให้การตรวจเบื้องต้นเพื่อตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสิ่งสำคัญ อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นมีดังนี้
- การเปลี่ยนแปลงระบบขับถ่ายอุจจาระ ท้องผูก ท้องเสีย หรือสลับกันเป็นครั้งคราว
- เลือดออกในอุจจาระ
- อุจจาระมีขนาดเล็กหรือบางลง
- อาการจุกเสียด แน่น หรือปวดท้องบ่อยๆ
- อ่อนเพลีย น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดีต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรม ระบบทางเดินอาหาร โรคมะเร็ง และรังสีวิทยา ร่วมมือกันกับผู้ป่วยและญาติ วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสภาวะร่างกายของผู้ป่วย โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยในระยะแรกสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะผ่าตัดลำไส้ส่วนที่เป็นมะเร็งและต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงออก
ผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็งขนาดใหญ่มาก หรือมีมะเร็งแพร่กระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลือง มักจะต้องได้รับเคมีบำบัดหลังจากการผ่าตัดแล้ว เพื่อที่จะลดโอกาสของการกลับเป็นมะเร็งซ้ำอีก เคมีบำบัดยังเป็นการรักษาหลักในผู้ป่วยระยะแพร่กระจาย หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับการผ่าตัดได้ การฉายรังสีรักษาเน้นการรักษาเฉพาะจุดที่ทำให้เกิดอาการผิดปกติ คณะแพทย์จะต้องพิจารณาเป็นรายๆไปว่าผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาหรือไม่
ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดที่อาจเกิดขึ้นได้คือ อาการปวดจากแผลผ่าตัด อาการท้องผูกหรือท้องเสียชั่วคราวหลังผ่าตัด ผู้ป่วยบางคนอาจต้องทำการเจาะหน้าท้องเพื่อระบายอุจจาระถ้าศัลยแพทย์ไม่สามารถตัดต่อลำไส้ได้
ผลข้างเคียงจากเคมีบำบัดที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ คลื่นไส้อาเจียน ระดับเม็ดเลือกตกต่ำชั่วคราว ท้องเสีย หรือเส้นประสาทเสื่อม

สรุป
การตรวจเบื้องต้นเพื่อค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสิ่งสำคัญ การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถทำได้โดยการผ่าตัด การใช้เคมีบำบัดหรือการฉายแสงรังสี คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะต้องพิจารณาผู้ป่วยเป็นรายๆไป และปรึกษาผู้ป่วยและญาติถึงแผนการรักษาจึงจะประสบผลดีที่สุด

ที่มา - http://www.cccthai.org/th/main/Professionals_1_lamsai.htm

ระวังตัวกันหน่อย

ระวังตัวกันหน่อยน่ะ โดยเฉพาะเพื่อนๆๆ ผู้หญิง
อ้อ.. ถ้ามีแฟนก็เตือนแฟนนะจ๊ะ

เรื่องมีอยู่ว่าวันนี้ หนุ่ยกำลังเดินกลับไปเอารถที่ LOTUS บางกะปิ ตอนที่เดินอยู่ตรงข้าม THE MALL บางกะปิ รู้สึกว่าโดนน้ำอะไรไม่รู้ที่ข้อศอกก็เลยก้มดู ช่วงที่โดนหนุ่ยกำลังเดินผ่านผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ตอนหันกลับไปดูเค้าก็มองหนุ่ยนะ เหมือนตกใจเหมือนกัน แต่หนุ่ยเริ่มรู้สึกว่ามึนๆๆ ตาลายมากๆๆ แล้วก็เริ่มชา ก็เลยรีบวิ่งเข้าร้านหนังสือนายอินทร์ ไปเกาะหน้าเคาเตอร์แน่นเลย บอกที่ร้านว่าช่วยดูหน่อยมีใครตามมาหรือเปล่า ถ้าเค้าจะพาไปไหนอย่าให้พาไปนะ (หนุ่ยมาคนเดียว)

หลังจากหายมึนก็เกือบ 15 นาที ผ่านไป น้องเค้าก็บอกมีคนผู้ชายเดินตามหลังมาแต่พอดีหนุ่ยกำลังบอกน้องที่ร้านก็เลยเดินผ่านไป

โห รู้สึกว่ารอดหวุดหวิดมาก เพราะหนุ่ยโชคดีเหมือนกันที่ยาโดนเสื้อเยอะกว่า โดนที่แขนนิดเดียว เลยยังมีเวลาวิ่งเข้าร้านทัน

แต่บอกได้เลยว่ายาออกฤทธิ์เร็วมากๆๆ ถ้าโดนเต็มๆๆ ยังไม่อยากนึก ก่อนหน้านี้เคยอ่านmail เหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอเอง ก็เลยโทรแจ้งตำรวจไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆก็ระวังกันหน่อยนะ เพราะตอนที่โดนก็แหล่งชุมชนเลยนะ คนก็เยอะมากๆๆ ตอนที่โดนถ้าหนุ่ยบอกคนแถวนั้นคงจับได้แล้วแต่ด้วยความไม่แน่ใจกว่าจะแน่ใจก็ออกอาการแล้ว (เอาชีวิตรอดดีกว่า)

ถ้าย้อนเวลาได้คงร้องบอกไปเลย ไม่คิดมาก ถ้ามันไม่ใช่ก็อายนะแต่ดีกว่าเอาชีวิตไม่รอด วันนี้เลยถือว่าทั้งโชคร้ายและโชคดีมากที่รอดมาได้เขียนมาเล่าให้ฟังเพราะคงมีเพื่อนหลายคนเคยอ่านmailที่ส่งต่อกันมาแล้ว อยากบอกว่ามันมีจริงๆนะ ขอให้ระวังกันมากๆๆนะ__,_._,___

โดนปลอม ATM ที่ปั๊ม ปตท.

เนื่่องจากดิฉันเพิ่งได้รับประสบการณ์ที่เลวร้ายจาก การถูกกลุ่มมิจฉาชีพปลอมบัตร ATM Debit card

ธนาคาไทยพาณิชย์์ ซึ่งเป็นบัญชีเงินเดือนที่ใช้อยู่เป็นประจำ จึงอยากจะแบ่งปันข้อมูลเหล่านี้ให้พวกเราระมัดระวังการใช้บัตรให้มากขึ้นเพื่อความปลอดภัยของท่าน เอง

เหตุเกิดขึ้นเมื่อวาน ดิฉันพบว่าเงินสดในบัญชี ซึ่งมียอดคงเหลือประมาณ 36,733บาท ได้อันตรธานหายไปเมื่อไปกด ATM ที่ตู้ชั้น G ที่ตึกเรานี่เอง คงเหลือ เพียง 66 บาท ดังนั้น ดิฉันจึงรีบไปติดต่อ ที่ธนาคารไทยพาณิชย์สาขา สาธร ตึกรัจนาการ ข้างๆนี่เอง และ ได้เรียกดู Statement แล้ว พบว่า เมื่อวัน ที่ 19-20 พค ที่ผ่านมา เงินในบัญชีได้ถุก ใช้ จ่ายผ่านบัตร Debit card เป็๋นการชำระค่าสินค้่า ณ จุดขาย จำนวน 23 รายการ ภายในสองวัน เป็นเงินรวมทั้งหมด 36,666 บาท (ซึ่งในวันดังกล่าวเป็นวันเสาร์ขอาทิตย์ที่ดิฉันไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน และบัตร ATM ก็อยู่กับตัวตลอด) ดังนั้นทาง ธนาคารได้ทำการตรวจ สอบรายละเอียดการใช้ทั้ง 23 รายการพบว่า มีการทำบัตรปลอมขึ้นมาโดยใช้หมายเลขบัตรซึ่งเป็นหมายเลขหน้าบัตรของดิฉันแต่หน้าบัตรกลับกลาย เป็น ชื่อ นาย สมศัก วิบูล และมีลายเซ็นต์ที่ไม่ใช่ของดิฉัน ดูจาก Sale slip

จากร้านค้่า 1 ใน 23 รายการนั้น ซึ่่งเป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า ดิฉันไม่ได้ใช้จ่ายเงินจำนวนดัีงกล่าวทาง ธนาคารจึงต้องตกเป็นผู้เสียหาย และ ดำเนินการตรวจสอบ และจะคืนเงินให้ดิฉันในภายหลังหลังจากนั้นดิฉันต้องไปแจ้งความที่สถานี ตำรวจ แล้ว เิดินทางไปที่ แผนก FRAUD หรือ ฝ่ายควบคุม และป้องกัีนการทุจริต ธนาคาร ไทยพาณิชย์ และได้รับแจ้งเพิ่มเติมถึงขั้นตอนการปลอมแปลงบัตรนี้ขึ้นมา ซึ่งเหตุเกิดเมื่อดิฉันได้ใช้บัตร Debit card จ่ายค่าเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท สาขา ถนนวิภาวดีรังสิต มุ่งหน้าดินแดง ก่อนถึง Central ลาดพร้าว ซึ่่งเป็นปั๊มใหญ่มาก ๆ ซึ่งดิฉันใช้บริการอยู่เป็นประจำ และ วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมานั่นเองคือวันที่ กลุ่มมิจฉาชีพในคราบเด็กปั๊ม ได้ทำการ copy ข้อมูลของบัตรไป ระหว่างที่
ดิฉันรอเซ็้นต์บัตรอยู่ในรถ โดยที่พนักงานนำบัตรเราไปรูดที่ Cashier ซึ่งไม่ได้อยู่ในสายตาเรา ขั้นตอนก็ช่างง่ายดายเพียงใช้ตัวอ่านข้อมูลตัวเล็กๆ copy ข้อมูลบัตรไป เพื่อทำบัตรปลอมอีกใบขึ้นมา

หลังจากนั้นมิจฉาชีพก็นำบัตรไปใช้งานได้อย่างสนุกสนานจนเงินหมดบัญชีทั้่งหมดนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวดิฉันเอง จึงอยากเล่าสู่กันฟัง เพราะกลุ่มมิจฉาชีพสามารถ copy ข้อมูลได้ง่ายเหลือเกิน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกธนาคาร และบัตรทุกประเภทรวมถึงบัตรเครดิต ด้วย จึงอยากเตือนทุกคนด้วยความหวังดี ระมัดระวังการใช้บัตรต่างๆ ในการชำระค่าสินค้าตามร้านค้าปลีก และ ปั๊มน้ำมัน ให้ดีรบกวนส่งต่อถึงเพื่อนๆ และทุกคนที่ท่านห่วงใยเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพแก๊งค์นี้ เพราะว่ายังจับตัวไม่ได้ และเกิดขี้นหลายราย แล้วจากปั๊มดังกล่าวคุ่ะ

ด้วยความหวังดี

20 กรกฎาคม 2550

ทายนิสัยจากการดูแหวน

นิ้วก้อย
คุณมักจะตกอยู่ในโลกของความฝันมากกว่าโลกของความเป็นจริงมีนิสัยน่ารัก แต่เก็บกด มักไม่ค่อยแสดงความรู้สึกของคุณออกมาให้คนอื่นได้รู้ได้เห็น ในเรื่องของความรัก คุณมักจะคล้อยตามอารมณ์ ความรู้สึกร่วมไปด้วยเสมอกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น คุณอาจจะร้องไห้เมื่อเพื่อนสนิทของคุณอกหัก หรืออาจจะกรี๊ดกร๊าดเมื่อเพื่อนคุณมีความสุขเมื่อพบกับหนุ่มหล่อเท่ คุณเป็นคนที่จิตใจเยือกเย็น พอใจในคนรักของตัวเองไม่จุกจิกจนน่ารำคาญใจ ผู้ใดใกล้ชิดหรืออยู่ด้วยก็สบายใจไปแปดอย่าง เวลาที่ชายหนุ่มได้คุยกับคุณสักพักเขาจะรู้สึกสบายใจและสนุกสาน คุณมีคุณสมบัติของลูกผู้หญิงเต็มตัวลักษณะเด่นของคุณ คือ คุณสามารถทำให้ผู้ชายรู้สึกตัวว่าอยู่ด้วยแล้วมีความสุข คุณเป็นคนที่จริงใจกับความรักเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยลืมวันสำคัญ ๆ เลยลึก ๆ แล้วคุณเป็นคนที่โรแมนติกนะจ๊ะ

นิ้วนาง
คุณเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง หนุ่มใดที่มาใกล้ชิดคุณเอาอกเอาใจคุณแต่ไม่ได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมา (เสแสร้ง) คุณจะเกลียดมาก จนไม่อยากจะเจอะเจออีกเลย แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ชอบเห็นขายหนุ่มมากหน้าหลายตามาตามจีบคุณหรือ ให้ความสนใจในตัวคุณ คุณเป็นคนที่กล้าหาญชาญชัย แต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่รู้นิสัยคุณจริง ๆ คนที่ใกล้ชิดคุณเท่านั้น ที่จะรู้ว่าภายใต้ความรู้สึกที่เข้มแข็งของคุณนั้น คือความบอบบาง คุณเป็นคนที่ชอบคุยและก็คุยได้สนุกเสียด้วยสิ การได้โต้เถียงหรือทำตัวเหมือนดื้อรั้นคือความสุขของคุณจริง ๆ คุณอาจจะรู้สึกเหงาหรือไม่มีเพื่อน ถึงแม้คุณจะผิดหวังอกหัก แต่คุณก็สามารถบอกกับใคร ๆ ได้ว่า ธรรมดา ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันไม่ได้ใส่ใจด้วย ทั้งที่ลึก ๆ แล้วคุณปวดร้าวน่าดูก็แค่ระยะเวลาไม่นานนักคุณก็จะกลับมาเฮฮาปาร์ตี้ได้เหมือน เดิม

นิ้วกลาง
คุณเป็นคนที่มีจิตใจรื่นเริงแจ่มใส มีจิตนาการสูงในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ คุณมีบทบาทมากมายในชีวิตบางทีคุณก็ดูเงียบขรึม บางทีคุณก็ดูร่าเริง และในบางครั้ง คุณก็จะทำตัวเป็นที่น่าส่งสารของผู้ได้พบเห็น คุณ เป็นคนที่อ่อนโยนและเป็นผู้หญิงที่ขี้อายถ่อมตน คุณมักจะประหม่าหรือเคอะเขินเมื่อยู่ใกล้ชายหนุ่ม นิสัยไม่มั่นใจในตัวเอง คุณจึงกลัวไปทุกเรื่อง กลัวว่าจะสวยไม่พอบ้างล่ะ กลัวว่าหุ่นจะไม่ดีบ้างล่ะ กลัวว่าคุณจะไม่ฉลาดพอบ้างล่ะ หนุ่มใดมาจีบคุณต้องสร้างความมั่นใจให้กับคุณโดยการพูดซ้ำบ่อย ๆ ให้คุณรู้สึกว่าสิ่งที่คุณมีอยู่น่ะดีเลิศวิเศษหรู คุณเป็นคนที่น่ารักที่สุดในสายตาของผม (ทำนองเดียวกับบ้ายอนะแหละ)

นิ้วชี้
คุณมักจะชอบทำอะไรแปลก ๆ ที่คนทั่วไปเขาไม่ทำกัน คุณมีเสน่ห์บางอย่างในตัวที่ดึงดูดใจผู้ที่มาใกล้ชิดมีแบบฉบับการแต่งตัวเป็น ของตัวเองมีความเชื่อมั่นว่าตัวคุณจะดูดีในชุดที่เลือกใส่เอง ไม่จำเป็นที่จะต้องไปวิงตามแฟชั่นให้มันเมื่อยตุ้ม คุณรักความหรูหราแบบแปลก ๆ ไม่เหมือนใคร ยิ่งเป็นเครื่องประดับที่แปลกๆ หายากหรือไม่เหมือนชาวบ้านด้วยแล้วเป็นอะไรที่คุณโปรดปรานมากเลย ความเฉลียวฉลาด ความสง่างามของคุณนั้นนับว่าเป็นสาวไฮโซทรงเสน่ห์ที่มีแรงดึงดูดเพศตรงข้ามได้มากมาย มีรสนิยมสูง หนุ่มคนใดหวังจะชวนคุณไปทานข้าวละก็ จำไว้เลยว่าร้านข้าวแกงข้างถนนน่ะชวนได้ครั้งเดียวเท่านั้นล่ะ ต่อไปคุณไม่ไปไหนมาไหนกับหนุ่มคนนี้อีก อย่าลืมว่าคุณชอบของแปลก ๆ ในความแปลกของคุณน่ะ คือจุดอ่อน

นิ้วหัวแม่มือ
คุณเป็นคนแปลกไม่แคร์สังคม ไม่แคร์สายตาผู้อื่นเป็นตัวของตัวเอง และเป็นแบบฉบับชองตัวเองมากที่สุด คุณมีความเชื่อมั่นมากและมีความภูมิใจในตัวเองอยู่เงียบ กฏของสังคมไม่สามารถมาล้อมกรอบคุณได้ทั้งนี้เป็นเพราะคุณมีความอิสระซ่อนเร้นอยู่มากมาย ความหลักแหลมซื่อสัตย์ตะลุยฟันผ่าไปค้นหาในสิ่งที่คุณอยากได้ คุณจะไม่สนใจอะไรแบบมองผ่าน ๆ ไปทีความสนใจของคุณที่มีต่อสิ่งที่คุณสนใจอยู่จึงมีมาก อารมณ์รุนแรงความโกรธของคุณรุนแรงกระทั่งสิ่งของเครื่องใช้ที่อยู่ใกล้มือใกล้ เท้าก็พังพินาศหมด

บักเดช

...ทำไม บักเดช

ถึงพาเพื่อน..แห่กันไปเที่ยวผับ.. ทีละ 18 คน...

ก็เพราะหน้าผับ ...........เขาประกาศไว้ว่า ...........ต่ำกว่า

18 ห้ามเข้าน่ะสิ (!!)

------------

* บักเดช..ไปร้านขายทีวี.. ! ถามคนขายว่า

"ไม่ทราบว่า..ที่นี่มีทีวีสีขายรึเปล่า?

คนขายตอบว่า.."มี"

บักเดชเลยบอกว่า ..........."งั้นเอาสีเขียวมาเครื่องนึง"

(!!)

------------

บักเดช..เข้าไปเดินดูของในร้านจีฉ่อย

เห็นกระติกน้ำทำจากโลหะอันหนึ่งวางอยู่

บักเดชถามอาอึ้มว่า

"อึ้ม.. **ที่วอบแวบสีเงินๆ นั่นอะไร"

อึ้มตอบว่า "กระติกน้ำไง ...........(**ฟาย)"

"แล้วมันทำอะไรได้มั่ง"

"ก็ใส่ของร้อน-ก็ร้อนนาน ...........ใส่ของเย็น-ก็เย็น นาน".

บักเดช..เห็นว่าน่าสนใจ...........เลยตกลงซื้อมาอันนึง

เช้าของวันใหม่..อากาศแจ่มใส

บักเดช..ก็เอากระติกน้ำที่เพิ่งซื้อมา..ไปที่ทำ งาน..

ตั้งอวดบนโต๊ะ..อย่างภาคภูมิ

หัวหน้าบักเดชเห็นเข้า...........เลยถามขึ้น

"อะไรนั่นน่ะ..บักเดช"

"กระติกน้ำครับ"

"แล้วมันมีอะไรพิเศษรึ"

"ก็ใส่ของร้อน..ก็เก็บความร้อนได้

หรือใส่ของเย็น..ก็เก็บความเย็นได้"

หัวหน้าเลยถามว่า..

"แล้วใส่อะไรมาล่ะ"

บักเดชยืด..ก่อนจะตอบว่า..

"กาแฟร้อน 2 แก้ว.. กับไอติม 1 ถ้วยครับ"

(!!)

--------------

ทุกครั้ง..หลังถ่ายเอกสารเสร็จ

บักเดช..จะเอาฉบับก๊อปปี้-มาตรวจทาน..เทียบกับต้น ฉบับ

เพื่อเช็คดูว่า..มีคำไหนสะกดผิดรึเปล่า

(!!)

--------------

บักเดช..จะยิ้มทุกครั้ง...........ที่ฟ้าผ่า

เพราะนึกว่า..มีคนกำลังถ่ายรูปเขาอยู่ !!)

-------------

รู้ป่าวว่า...ทำไมบักเดช...........ถึงกดโทรศัพท์เบอร์ฉุกเฉิน 911)..ไม่ได้

ก็เพราะ.....เขาหาเบอร์ 11 (สิบเอ็ด) ............บนแป้นไม่เจอน่ะสิ

(!!)

-----------------

บักเดช..เพิ่งซื้อคอมพิวเตอร์มาใหม่เครื่องหนึ่ง

เล่นไปซักพัก..ก็เจอปัญหา

บักเดช..เลยลองกดที่ HELP บนแป้น F1

ผ่านไปพักใหญ่... บักเดชหงุดหงิดมาก

เลยโทรไปต่อว่า..ร้านที่เขาซื้อคอมมา

"ผมกด F1 ตามที่เครื่องบอก.. เวลาที่มีปัญหา

แล้วก็รออยู่เป็นชั่วโมง.. ยังไม่เห็นมีใครมาช่วย เลย"

คนขาย : "(**...)" (!!)

วันรุ่งขึ้น

บักเดช : เครื่องคอมพิวเตอร์ คุณนี่ห่วยมากอีกแล้ว น่ะ

ผมเสียเงินซื้อไปตั้งเยอะมีแต่ปัญหาไม่รู้จบ

หน่ำซ้ำ

พอโทรมาสอบถามพนักงานงานขายของคุณ ก็ดันตอบไม่รู้ เรื่อง

ผู้จัดการ : มีปัญหาอะไรให้ดิฉันรับใช้ได้ค่ะ

( เสียงสั่นเครือมากด้วยอาการที่หวาดกลัวจะถูกลูกค้าด่ากลับ )

บักเดช : ก็หน้าจอคอมพิวเตอร์ ของคุณน่ะ

รายงานผลว่า “

ซีตุ๊ป - ซีตุ๊ป“

ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง

ผู้จัดการ : บอกว่า เธอก็ไม่รู้ว่า ไอ้ซีตุ๊ป-ซีตุ๊ปเนี่ยมันคืออะไร

ช่วงนั้นก็น้ำตาเกือบไหล เพราะกะว่าถ้าตอบปัญหาลูกค้าไม่ได้

ต้องถูกไล่ออกแน่เลยตู

จนกระทั่ง.....

ผู้จัดการ : คุณลองสะกดคำว่า " ซีตุ๊ป - ซีตุ๊ป " หน่อยสิคะ

ว่าสะกดอย่างไร

บักเดช : S - E - T - U-P - S - E - T - U - P

-------------

บักเดช..ไปหาหมอ...ในสภาพหูบวมแดงน่ากลัว

หมอถามว่า.. "ไปโดนอะไรมาครับ"

บักเดชตอบว่า.. " ผมกำลังรีดผ้าอยู่.. แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

แต่แทนที่จะหยิบโทรศัพท์มาพูด

ผมดันเผลอ..เอาเตารีดขึ้นมาแนบหูน่ะสิ"

"โอ้ว..เดียร์"

หมออุทานเป็นภาษาฝรั่ง...........ด้วยความเวทนา

"แล้วหูอีกข้าง..ทำไมถึงแดงเหมือนกันล่ะ"

..หมอถามต่อ

"ก็**บ้านั่น...เสือ_ โทร.กลับมาอีกรอบ..อ่ะดิหมอ"

(!!)

---------------

* หลังจาก...ใช้ความพยายาม...........ต่อจิ๊กซอว์อยู่น

ในที่สุด..บักเดชก็ต่อเสร็จ

เขาเอาไปอวดเพื่อน..ด้วยความภูมิใจ

"เป็นไง ...........เนี่ยฉันใช้เวลาต่อ..แค่ 5

เดือนเองนะโว้ย"

เพื่อนบักเดชงง..ที่เขากล้าอวด

" 5 เดือนเหรอ ! แถวบ้านฉันเรียกว่า..!

โคตรนานเลยนะนั่น"

"แกนี่ไม่รู้อะไร"

บักเดช..ไม่ยอมลดละ

"ดูที่กล่องนี่ ...........เห็นมั้ย ............มันบอกว่า...

"สำหรับ 4-7 ปี"

แต่..ฉันใช้เวลาแค่ 5 เดือนเองนะเฟ้ย..(!!)

อ่านจบแล้วก้ออย่าแอบอมยิ้มคนเดียวล่ะ

แจกให้....คนอื่นยิ้มบ้างนะ

สุดยอดนักขาย

ชายอินเดียคนหนึ่งย้ายไปอยู่ที่มอนทรีล
เขาไปสมัครงานที่ห้างให­่แห่งหนึ่ง

ผู้จัดการถามเขาว่า: " คุณเคยมีประสบการณ์ด้านการขายมาบ้างไม๊ ?"
เขาตอบว่า ตอนอยู่ที่บ้านเดิม เคยเป็นพนักงานขาย ผู้จัดการจึงรับเข้าทำงาน
" ยูมาเริ่มงานพรุ่งนี้เลยนะ หลังจากปิดร้าน ไอจะลงมาตรวจ ว่ายูทำอะไรไปบ้าง แต่ขอแนะนำอะไรหน่อยนะ
อย่างถ้าลูกค้ามาซื้อยาสีฟัน นายก็น่าจะแนะนำให้เขาซื้อแปรงสีฟัน และครีมโกนหนวดไปด้วย อะไรประมาณนี้นะ เข้าใจไม๊ ?"
" ชัวร์ อีนี้ ฉานเข้าใจครับ"

การทำงานวันแรกแม้จะยากแต่แขกบ้าคนนี้ก็ผ่านมันมาได้ หลังจากปิดร้านผู้จัดการก็มาดู
" เป็นไง ได้ลูกค้ากี่รายวันนี้ ?"
" อีนี้ รายเดียวขอรับ" ผู้จัดการร้องลั่น "หา !!!!! รายเดียวเองเหรอ ? รู้ไม๊ว่า ทั่วไปเค้า ขายกันได้เฉลี่ยวันละ 20 หรือ 30 รายเชียวนะ.... แล้ว ยูขายได้เงินมาเท่าใหร่ฟะ "

ผู้จัดการเริ่มออกอาการไม่พอใจ ขนาดหนัก แขกตอบว่า " 201,237 ดอลล่าร์ครับ"
ผู้จัดการตกใจ "หา ? 201,237 ดอลล่าร์ เหรอ ?
" ท่าน" ขายอะไรให้เค้าไปน่ะ ?" (สรรพนามเริ่มเปลี่ยนทันที)
" ทีแรกก็เบ็ดตกปลาขนาดเล็ก แล้วก็เบ็ดขนาดกลาง
แล้วก็เบ็ดขนาดให­่ จากนั้นพอ ฉาน ถามเขาว่าจะไปตกปลาที่ไหน
เขาตอบว่าจะไปที่ชายฝั่ง ฉานเลยเสนอว่า เขาน่าจะมีเรือสักลำ
เราเลยลงไปดูที่แผนกเรือ แล้วก็ขายเรือ Chris เครื่องยนต์คู่ให้เขา
แล้วเขาก็บอกว่า สงสัยรถ Honda Civic ของเขาคงจะลากเรือลำนี้ไม่ ไหว
ฉานเลยพาเขาลงไป ที่แผนกรถยนต์แล้วก็ขาย TOYOTA LAND CRUISER 4X4
ให้เขาไปได้อีกคันครับ"

ผู้จัดการถามว่า: "หมายความว่ามีชายคนนึงมาที่นี่เพื่อที่จะซื้อขอเบ็ดอันเดียว
แต่ท่านขายเรือกับรถกระบะให้เค้าได้งั้นเหรอ ?"

แขกก็ตอบว่า: " โอ้ โนๆๆๆ อีนี้เปล่าครับ เปล่า
เขาแค่มาซื้อผ้าอนามัยให้เมีย แต่อีนี้ฉาน เลยบอกเขาว่า" ถ้างั้นไหนๆสุดสัปดาห์นี้
ยังไงนายก็ไม่ได้จู๋จี๋กะเมียแน่ๆ ดังนั้น อีนี้ อย่าช้า ไปตกปลาดีกว่ามั้ง!! ... "

สุดยอดนักขาย

ชายอินเดียคนหนึ่งย้ายไปอยู่ที่มอนทรีลเขาไปสมัครงานที่ห้างใหม่แห่งหนึ่ง
ผู้จัดการถามเขาว่า: " คุณเคยมีประสบการณ์ด้านการขายมาบ้างไม๊ ?"
เขาตอบว่า ตอนอยู่ที่บ้านเดิม เคยเป็นพนักงานขาย ผู้จัดการจึงรับเข้าทำงาน
"ยูมาเริ่มงานพรุ่งนี้เลยนะ หลังจากปิดร้าน ไอจะลงมาตรวจ ว่ายูทำอะไรไปบ้าง แต่ขอแนะนำอะไรหน่อยนะ อย่างถ้าลูกค้ามาซื้อยาสีฟัน นายก็น่าจะแนะนำให้เขาซื้อแปรงสีฟันและครีมโกนหนวดไปด้วย อะไรประมาณนี้นะ เข้าใจไม๊ ?"
" ชัวร์ อีนี้ ฉานเข้าใจครับ"


การทำงานวันแรกแม้จะยากแต่แขกบ้าคนนี้ก็ผ่านมันมาได้ หลังจากปิดร้านผู้จัดการก็มาดู
" เป็นไง ได้ลูกค้ากี่รายวันนี้ ?"
" อีนี้ รายเดียวขอรับ"
ผู้จัดการร้องลั่น "หา !!!!! รายเดียวเองเหรอ ? รู้ไม๊ว่า ทั่วไปเค้า ขายกันได้เฉลี่ยวันละ 20 หรือ 30 รายเชียวนะ........... แล้ว ยูขายได้เงินมาเท่าใหร่ฟะ "
ผู้จัดการเริ่มออกอาการไม่พอใจ ขนาดหนัก แขกตอบว่า " 201,237 ดอลล่าร์ครับ"
ผู้จัดการตกใจ "หา ? 201,237 ดอลล่าร์ เหรอ ? " ท่าน" ขายอะไรให้เค้าไปน่ะ ?" (สรรพนามเริ่มเปลี่ยนทันที) " ทีแรกก็เบ็ดตกปลาขนาดเล็กแล้วก็เบ็ดขนาดกลาง
แล้วก็เบ็ดขนาดใหม่จากนั้นพอ ฉานถามเขาว่าจะไปตกปลาที่ไหน

เขาตอบว่าจะไปที่ชายฝั่ง
ฉานเลยเสนอว่า เขาน่าจะมีเรือสักลำ
เราเลยลงไปดูที่แผนกเรือแล้วก็ขายเรือ Chris เครื่องยนต์คู่ให้เขา แล้วเขาก็บอกว่า สงสัยรถ Honda Civic ของเขาคงจะลากเรือลำนี้ไม่ ไหว
ฉานเลยพาเขาลงไป ที่แผนกรถยนต์แล้วก็ขาย TOYOTA LANDCRUISER 4X4 ให้เขาไปได้อีกคันครับ"

ผู้จัดการถามว่า: "หมายความว่ามีชายคนนึงมาที่นี่เพื่อที่จะซื้อขอเบ็ดอันเดียว แต่ท่านขายเรือกับรถกระบะให้เค้าได้งั้นเหรอ ?"
แขกก็ตอบว่า: " โอ้ โนๆๆๆ อีนี้เปล่าครับ เปล่า เขาแค่มาซื้อผ้าอนามัยให้เมียแต่อีนี้ฉาน เลยบอกเขาว่า " ถ้างั้นไหนๆสุดสัปดาห์นี้
ยังไงนายก็ไม่ได้จู๋จี๋กะเมียแน่ๆ ดังนั้น อีนี้ อย่าช้า ไปตกปลาดีกว่ามั้ง!! ... "

บำบัดมะเร็งฟรีเต็มหลักสูตร

มะเร็งร้าย บำบัด ฟรี ที่ สไมล์ เฮลธ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ ในเดือนมหามงคลนี้

ศูนย์ธรรมชาติบำบัด สไมล์ เฮลธ เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

สามารถขอรับการบำบัดมะเร็งแบบเต็มหลักสูตร 10 วัน ฟรี กับแพทย์หญิงพิทยา รัตนครอง แพทย์ที่ได้ไป เรียนรู้จากสถาบันแม็กเกอร์สัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รับจำนวนจำกัด เดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10 คน เท่านั้น

สำหรับผู้ที่สนใจขอลงทะเบียนได้ที่ ศูนย์ธรรมชาติบำบัด สไมล์ เฮลธ 02 573 1466, 081 734 1111 เริ่มกลุ่มแรก 27 มิถุนายน นี้

18 กรกฎาคม 2550

เคยมีความรู้สึกดีๆ

ฉัน . . . เคยมีความรู้สึกดีๆ ให้คนหนึ่งคน
ไม่เคยรู้สึกเลยว่า . . .
มันจะทำให้รู้สึก . . . รักเค้าได้มากมายขนาดนี้

เพราะครั้งแรกที่รู้จักกัน . . .
สถานการณ์ไม่ค่อยจะราบรื่น
เราไม่เคยเปิดเผย . . . ความรู้สึกของกันและกัน

การปิดบัง . . . ใช่ว่าจะเป็นสิ่งดี
แต่ฉัน . . . ก็เลือกจะปิดบัง
การไม่ไว้ใจเชื่อใจ . . . ใช่ว่าจะเป็นสิ่งดี
แต่ฉัน . . . ก็เลือกที่จะไม่ไว้ใจเค้า

จนถึงเวลา . . . ที่เราต้องจากกันไป
โดยไม่คิดว่า . . . การจากไปครั้งนี้จะไม่ได้เจอกันอีก

เวลาผ่านไป . . . ฉันเจอคนที่ดีคนหนึ่ง ที่รักฉัน
แต่ . . . ฉันไม่สามารถรักเค้าได้สนิทใจได้

และแล้ววันหนึ่ง . . .
ฉันมีโอกาส ได้คุยกับเค้าอีกครั้ง . . .
ฉันดีใจมาก บอกไม่ถูกว่ามากแค่ไหน
ฉันยอมโกหกคนที่เค้ารักฉัน. . .
เพื่อที่จะได้พูดคุยกับคนที่ฉันรักเค้ามาตลอดเวลา

ตอนนี้สิ่งที่ฉันทำหล่นหาย คือ ความรู้สึกดีๆ ต่อเค้าในอดีตได้กลับมาอีกครั้ง
แต่การกลับมาครั้งนี้. . .
ถึงแม้ฉันอยากจะบอกว่ารักหมดใจ . . . แต่มันจะมีประโยชน์อะไร
เพราะเราต่างมีคนรักของตัวเอง. . .

สุดท้าย. . . ฉันคงทำได้เพียงแค่ ให้ความรู้สึกที่ทำหล่นหายไปนั้น
รอให้มันหายไปจริงๆ จากใจฉัน . . .
และความรู้สึกต่อใครคนนั้นคงไม่สามารถกลับมาได้อีกครั้ง

16 กรกฎาคม 2550

ถ้า ...

ถ้าโกรธกับเพื่อน. . . มองคนไม่มีใครรัก
ถ้าเรียนหนัก ๆ . . . มองคนอดเรียนหนังสือ
ถ้างานลำบาก . . . มองคนอดแสดงฝีมือ
ถ้าเหนื่อยงั้นหรือ . . . มองคนที่ตายหมด
ถ้าขี้เกียจนัก . . . มองคนไม่มีโอกาส
ถ้างานผิดพลาด . . . มองคนไม่เคยฝึกฝน
ถ้ากายพิการ . . . มองคนไม่เคยอดทน
ถ้างานรีบรน . . . มองคนไม่มีเวลา
ถ้าตังค์ไม่มี . . . มองคนขอทานข้างถนน
ถ้าหนี้สินล้น . . . มองคนแย่งกินกับหมา
ถ้าข้าวไม่ดี . . . มองคนไม่มีที่นา
ถ้าชีวิตแย่ . . . มองคนที่แย่ยิ่งกว่า
อย่ามองแต่ฟ้า . . .ที่สูงเกินตาประจักษ์
ความสุขข้างล่าง . . . มีได้ไม่ยากเย็นนัก
เมื่อรู้แล้ว . . . จัก . . . ภาคภูมิชีวิตแห่งตน

ภัยสังคม

เพื่อนๆ คะ เรามีเรื่องอยากเล่าไว้เพื่อเตือนใจลูกผู้หญิงทุกคน
ช่วยฟอเวิดให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้นะคะ เราอยากให้เราเป็นรายสุดท้าย... เราเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดว่า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองทุกครั้งที่เราได้รับ FWD เมลมา เราเกิดความรู้สึกรำคาญ และกดลบทิ้ง ทำให้เวลามีการเตือนอะไร เราก็ไม่เคยสนใจ ไม่เคยรับรู้ว่ามี “ ภัยสังคม ” รอบตัว

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเราไปรู้จักผู้ชายคนนี้ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ เราไปกับเพื่อนผู้หญิงหลายคน ทั้งๆ ที่ปกติเราก็ไม่ได้เป็นคนเที่ยวกลางคืนนะ แต่วันนั้นเรามีนัดพบเพื่อนเก่าสมัยมัธยมที่ไม่ได้เจอกันนานและเสียงโหวตของคนอยากไปที่นี่ก็มากกว่า เราก็เลยต้องไปเจอเพื่อนที่นั่นทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากไปเลย เพื่อนเราหลายคนก็พาแฟนมาเปิดตัว ซึ่งเราเองไม่เคยมีแฟน เราไปคนเดียวก็ไม่ได้คิดอะไรมากก็นั่งพูดคุยกันตามประสาคนไม่เจอกันนาน แต่เราก็นั่งได้ไม่นานเริ่มรู้สึกอยากกลับบ้านเพราะว่าเหม็นกลิ่นบุหรี่มาก (เราเป็นภูมิแพ้ ) และเราก็ไม่ชอบเสียงหนวกหู พูดกันก็ต้องตะโกนอ่ะ เลยบอกเพื่อนๆ ว่า ขอตัวกลับก่อน เอาไว้วันหลังค่อยเจอกันใหม่ แฟนเพื่อนเราคนหนึ่งก็อาสาเดินออกไปส่งขึ้นแท็กซี่เพราะว่าไม่อยากให้เราเดินคนเดียวออกจากร้านไป เพราะเราไม่คุ้นสถานที่เลยและร้านนี้ก็ไกลจากบ้านมากๆ แต่พอเราเดินออกมาจากร้านไม่นาน

รู้สึกตัวอีกทีเราก็ตื่นขึ้นมาอีกทีอยู่บนเตียงในโรงแรมแล้ว....เรามองตัวเอง... ในสภาพเปลือยล่อนจ้อน ...เนื้อตัวเป็นจ้ำๆ เรารู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา ยังกะหนังไทยเลยเนอะ แต่มันคือเรื่องจริง นี่คือตัวเรา นี่เราหรือเนี่ย... เราไม่คิดว่าครั้งแรกของเราที่ทนุถนอมมากว่ายี่สิบปีจะต้องมอบให้แก่สัตว์นรกตัวนี้ เรารวบรวมสติได้ในเวลาอันรวดเร็ว บอกกับตัวเองว่าเราไม่สามารถย้อนเวลาคืนมาได้แล้วเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราอีก

ถ้าไอ้สัตว์นรกตัวนี้ตื่นขึ้นมา...
เราอาจจะถูกมันข่มขืนอีกก็รอบได้
เราเลยรีบแต่งตัวแล้วหวังจะออกจากโรงแรมให้เร็วที่สุดก่อนที่มันจะตื่น
เราจะวิ่ง ๆ ๆ เอาร่างอันโสมมของเราไปให้พ้นจะสถานที่แห่งนี้ให้ได้
เราจะต้องเอาเรื่องมัน เราจะบอกที่บ้านอย่างไรดี ....
ป่านนี้พ่อแม่เราจะห่วงขนาดไหนที่ลูกไม่กลับบ้านทั้งคืนโดยไม่ติดต่ออะไรเลย
เราจะแจ้งความดีไหม เพื่อนเรารู้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้นสารพัดคำถามที่เกิดขึ้นในใจของเรา
ทันใดนั้น..เราก็เห็นโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ของมันเราเลยรีบคว้าติดตัวออกมาด้วย หวังเป็นหลักฐานให้รู้ชื่อ – สกุลว่ามันคือใครที่อยู่ เบอร์มือถือที่จะติดต่อเอาเรื่องมันได้ เมื่อเราแต่งตัวเสร็จเราเลยคว้าเอาออกมาด้วย

ระหว่างทางที่นั่งแทกซี่ เราร้องไห้ตลอดทางจนคนขับ ถามเราว่า “ หนูๆ เป็นอะไรรึปล่าว ” เราได้แต่ตอบไปว่า ไม่ได้เป็นอะไร เพิ่งเลิกกับแฟนเฉยๆ (จะให้เราบอกอย่างไร ว่าเราเพิ่งถูกข่มขืนมา ...) ระหว่างนั้นเราได้ยินเสียงคนขับหวังดีคอยพูดปลอบใจเราแต่ฟังไม่ได้ศัพท์เท่าไรนัก เพราะในใจครุ่นคิดแต่เรื่องที่เราจะต้องบอกพ่อแม่เมื่อ เรากลับถึงบ้านให้ได้ว่าเราเป็นอะไร ทำไมไม่กลับบ้าน เรา...ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เราบอกให้คนขับแวะร้านขายยาซื้อโพสตินอร์มาเราไม่เคยคิดเลยว่าเราเองคนนี้นะหรือที่เคยรู้สึกภาคภูมิใจกับความบริสุทธิของตัวเองเรานี่หรือที่เคยรู้สึกเย้ยหยันลูกผู้หญิงด้วยกันเวลาที่พบกระทู้ตามเวบบอร์ดว่ายาอะไรกินป้องกันการท้องหลังการมีเพศสัมพันธ์ได้

เราเคยขยะแขยงคนเหล่านี้เพราะมองแต่เพียงว่า เขาเหล่านั้นไม่รักนวลสงวนตัว รักสนุกเพียงชั่ววูบแต่ก็เรานี่แหละที่วันนี้ต้องกลับมาเป็นฝ่ายกล้ำกลืนบอกคนขายยาว่าต้องการยาโพสตินอร์ ... คนขายหยิบให้เราด้วยคำพูดว่า “ น้อง .. ทีหลังกินยาคุมดีกว่านะ มดลูกจะได้ไม่พัง ” ด้วยสายตาเหยียดหยามอยู่ไม่น้อย...

แล้วเราจะทำอย่างไร .. เราจะบอกเขาได้อย่างไร ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับเรา.. เราได้แต่ก้มหน้ารับสภาพไป..... เราขึ้นแทกซี่คันเดิมที่จอดรออยู่ให้ขับส่งไปถึงที่บ้าน เมื่อถึงบ้านวันนั้นเป็นวันเสาร์ พ่อแม่เราไม่ได้ออกไปทำงาน เรารีบบอกพ่อแม่ว่าเป็นลมมีคนนำส่ง รพ. ติดต่อพ่อแม่ไม่ได้ นี่เพิ่งฟื้นกลับมาพอดีในกระเป๋ามีเบอร์เพื่อน ที่ รพ เขาเลยตามเพื่อนมาได้คนนึงมารับตัวและจ่ายค่ารักษาไปแล้ว

เราไม่รู้ว่าเขาเชื่อหรือไม่ แต่เราคิดออกได้เท่านี้จริงๆ... และรีบบอกพ่อแม่ว่าขอไปนอนพักที่ห้องนอนก่อน พอขึ้นห้องนอนเรารีบหยิบเอามือถือและกระเป๋าสตางค์ของไอ้สัตว์นรกนั่นออกมาดูแล้วเราก็ต้องตกใจที่พบว่าตัวเองเป็นกำลังเป็นนางเอกคลิปวิดิโออยู่ มัน... มันถ่ายคลิปเก็บไว้เพื่ออะไร เพื่ออวดคน เพื่อแบลคเมล์เรา หรืออะไร... และไม่ใช่แค่เราคนเดียว ยังมีเพื่อนเราในนั้น มีคนอีกเกือบสิบคนที่ตกในสภาพเดียวกับเรา

นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เพื่อนเราคนนี้พยายามคะยั้นคะยอนัดพบเพื่อนเก่าเพื่อให้แฟนตัวเองได้ลิ้มรสชาติใหม่ๆหรือปล่าวเนี่ย เราเลยโทรไปถามเพื่อนเรา เหมือนเพื่อนเราจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มันไม่ยอมรับโทรศัพท์ และเลิกติดต่อกับเราอีกเลย

เล่ามาถึงจุดนี้ อยากให้เพื่อนๆ ทุกคนระวังตัวให้ดี อย่าไว้ใจเพื่อนตัวเอง อย่าให้ใครไปส่งเราตามลำพัง และหากเกิดอะไรขึ้นต้องมีสติ หากมีโอกาสหยิบมือถือหรือกระเป๋าสตางค์มันออกมาพร้อมกับตัวด้วยก็ได้เผื่อจะได้มีหลักฐานให้รู้ว่ามันคือใคร

เรากล้าพิมพ์เพราะเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ตอนนี้เรากำลังจะไปเรียนต่อที่อเมริกา ป้าเรามีร้านอาหารที่นี่และคิดว่าจะทำงานที่นี่เลย คงไม่ต้องได้พบเจอกับมันอีก เราจึงกล้าเล่าให้ฟัง และมันก็คงทำมาเยอะจนจบมือใครดมไม่ได้หรอกว่าเราคือใครเว้นแต่จะถามจากเพื่อนเราคนนั้น แต่เราส่งข้อความไปให้เพื่อนเราว่า ถ้ามันบอกว่าเราคือ ใคร เราก็จะเอาคลิปของมันออกเผยแพร่เช่นกัน เราขู่มันไปให้สมกับความชั่วที่มันทำกะเรา เราก็ไม่แคร์แล้วเพราะว่าเรามีหลักฐานคือ คลิปวิดิโอที่พร้อมเล่นงานมันทุกเมื่อ และนี่คือ โฉมหน้าของสัตว์นรก

Funny Q & A

Q: What is the similarity between men and rats?
A: Both keep searching for new holes.

Q: What is the closest thing similar to a woman's period?
A: Your salary, it comes once a month lasts about 5- days and if it doesn't come, it means you are in big trouble.

Q: What's the difference between biology and sociology?
A: When the baby looks like his dad or mom, then it is biology. When the baby looks like the neighbor, then it is sociology.

Q: Doctor: You look so weak & exhausted. Are you having 3 meals a day as I have advised?
A: Lady: Doctor, I thought you said 3 males a day.

Q: Girl friend & boy friend go for a movie. In the dark, a mosquito enters the girl's skirt. Guess where it would have bitten?!!!!!!!!!!!!
A: The boy friend's hand.

Q: Tarzan and the animals went to the river to take a bath. Tarzan removed his clothes. All the animals laughed. Tarzan asked "Why"?
A: The animals told him. Your tail is in front".

Q: Secret of long life
A: Morning two eggs, evening two pegs... and night two legs

สอนวิธีป้องกันการขโมยรถ

เรามีประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง เรื่องเกี่ยวกับขโมยรถเนี่ยแหละ คือตอนเราซื้อรถมาใหม่ๆ ก็คิดอยาก จะไปติดพวกอุปกรณ์กันขโมยต่างๆ แต่ไม่รู้จะติดอะไรดี พอดีเพื่อนเรามีคนรู้จักคนนึง สมัยวัยรุ่น (วัยคะนอง) เคยขโมยรถมาก่อน คือ พี่คนนี้ เค้าเคยลองเปิดล็อกรถเรา โดยใช้แค่สายกีต้าร์เส้นเดียวเท่านั้น แถมทำภายในไม่ถึง 1นาทีด้วยซ้ำ เรางงไปเลยอ่ะ นี่ถ้าเป็นขโมยมาขโมยรถเราจริงๆคงจะหายไปแล้วหล่ะ แต่รถเราไม่มีสัญญาณกันขโมยนะ เราก็ถามเค้าว่าถ้าไปติดสัญญาณกันขโมยด้วย จะขโมยยากกว่านี้หรือเปล่า เค้าบอกว่า เหมือนกันแหละน้อง มีสัญญาณไม่มีสัญญาณ ไม่ถึงนาทีเหมือนกัน แค่ตัดสายทิ้ง เสียงก็ไม่ดังแล้ว เราเลยถามถึงล็อคเกียร์ และล็อคพวงมาลัย ว่าจะเลือกใส่อันไหนดี

คำตอบเค้าเรางงไปเลยนะ คือเค้าตอบว่า ล็อคเกียร์ ก็ 5 นาที ล็อกพวงมาลัยก็ 5 นาทีอ่ะ โจรกระจอกๆ หน่อย พี่ให้เต็มที่ 10 - 15 นาที เลย ถ้าล็อคเกียร์พี่ก็ตัดหัวเกียร์ออก แค่นั้นก็ไปได้แล้ว (คือใช้แค่ก้านเกียร์ที่เหลืออยู่ก็ขับได้) ถ้าล็อคพวงมาลัยยิ่งหมูเลย ตัดก้านพวงมาลัยออกแป๊ปเดียวเสร็จ ง่ายมาก ทางที่ดีที่สุดคือ ใส่ล็อกเบรค จะขโมยยากที่สุด (ไม่ใช่ว่าขโมยไม่ได้ ) แต่..นานหน่อยอาจจะต้องใช้ครึ่งวันขึ้นไป เหตุผลคือมันมีพื้นที่ให้เลื่อยตัวล็อคออกยาก เพราะต้องก้มลงไปใต้คันเร่งแล้วก็เบรค เราใส่มาแล้ว ราคาประมาณ 3000-4000 บาท พี่คนนี้แหละแนะนำ ให้ไปใส่ เค้าบอกว่า ถ้าขโมยเห็นตัวนี้รับรองมันไม่มานั่งเสี่ยงขโมยรถเราหรอก ไปเอาคันอื่นที่ง่ายๆดีกว่า เห็นว่ามันค่อนข้างเป็น ประโยชน์กับเพื่อนๆ เลยลองเขียนส่งมาให้อ่านนะ

13 กรกฎาคม 2550

ทายนิสัยจากอาการเมา

สิ่งที่สามารถบอกถึงนิสัยแท้จริงของคนเราได้นั้นมีอยู่หลายเรื่อง และหนึ่งในนั้นก็คือ กิริยาท่าทางของคนยามที่เขาตกไปอยู่ในภาวะมึนเมา โดยเฉพาะเมาเหล้า ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่สามารถควบคุมสติตนเองได้ อาการสามารถบ่งบอกถึงนิสัยลึกของเขาได้ มาลองทายกันนะ ว่าตรงรึป่าวนะคะ ใครไม่ดื่มก็เอาไว้ทายคนอื่นก็ได้นะจ้ะ

พูดมาก
สำหรับคนที่เมื่อเมาเหล้านั้น จะกลายเป็นคนที่พูดมากขึ้น พูดเก่งขึ้นกว่าปกตินั้น แสดงถึงนิสัยของการเป็นคนร่าเริง รักความสนุกสนาน มองโลกในแง่ดี ชอบชีวิตที่หรูหรา ฟู่ฟ่า และการอยู่ในวงล้อมของมิตรสหาย แต่ในขณะเดียวกันนั้น ก็จะเป็นคนที่เชื่อมั่นในความสามารถตนเอง เย่อหยิ่ง ดูถูกคน ชอบมองว่าคนอื่นโง่ คิดว่าตัวเองฉลาดเสียเต็มประดา คนจึงเกลียดมากพอๆกับคนที่รักใคร่ชอบพอ

เงียบขรึม หรือไม่มีสติ
คนที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นคนที่เงียบขรึม หรือไม่มีสติ หลังจากที่ดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยเข้าไปนั้น เป็นลักษณะนิสัยคนที่ช่างคิดและคิดมากจนเกือบจะเป็นคนหมกมุ่นเลยทีเดียว แล้วก็จะสนิทกับคนยาก และหากถูกกดดันมาก ๆ จะชอบหนีไปอยู่ในโลกส่วนตัวที่ตนสร้างขึ้นมา และไม่ชอบให้ใครเข้าไปข้องเกี่ยว ลึกๆแล้วเป็นคนขี้เหงา ว้าเหว่ แต่ไม่ชอบแสดงความรู้สึกอ่อนแอของตนออกมาให้คนอื่นเห็น เจ้าชู้เงียบ ๆ ไม่ชอบให้ใครมาผูกมัด

ร้องไห้คร่ำครวญ
พื้นฐานนิสัยจริงๆนั้น เป็นคนอ่อนแอจิตใจอ่อนไหว ขี้ใจน้อย สะเทือนใจง่าย แต่จะไม่ใช่คนที่แสดงออก จึงมีกเก็บทุกสิ่งเอาไว้เงียบๆคนเดียว น้อยคนนักที่จะรู้จักจริงๆ ลึกๆแล้วเป็นคนที่ต้องการให้คนอื่นสนใจตนเองต้องการให้คนมารักใคร่ห่วงใย บางครั้งจึงเหมือนคนเจ้าชู้ คบหาคนไปเรื่อยๆเล่นๆไปวันๆ แต่จริงๆแล้วแสวงหารักแท้

ทะลึ่งทะเล้น
คนที่เมื่อดื่มเหล้าเข้าไปแล้ว จะมีอาการทะลึ่งทะเล้นจนเห็นได้ชัดนั้น แสดงถึงนิสัยที่เปิดเผย รักสนุกโดยเฉพาะในเรื่องรักๆใคร่ๆ
จะให้ความสนใจเป็นพิเศษละมีพลังทางด้านนี้สูง ไม่มีความเขินอายเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ แล้วก็ยังสนใจศาสตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นคนที่รักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาผูกมัดหรือครอบครองตนเพราะเป็นคนจะเบื่อง่ายและไม่ชอบการที่จะต้องอยู่ในระเบียบหรือกฏเกณฑ์ของใคร

หน้าแดง
คนที่เวลาเมาเหล้าแล้วมักหน้าแดงนี้ เป็นคนที่เก็บความรู้สึกไม่เป็น หรือไม่อาจเก็บรักษาความลับอะไรได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่คนที่เปิดเผยอีกเหมือนกัน แต่ก็จะเฉพาะกับเรื่องราวของตัวเองเท่านั้น เป็นคนที่มักมีปัญหาเรื่องสุขภาพ จึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลตนเองมาก มักจะมีความวิตกกังวลสูงกับเรื่องความเจ็บป่วย ชอบแสวงหาความมั่นคงในทุกรูปแบบให้กับชีวิตของตน

โวยวายหาเรื่อง
คนที่ชอบโวยวายหาเรื่องคนอื่นเมื่อเหล้าเข้าปากนั้น แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนอารมณ์รุนแรง เปลี่ยนแปลงง่าย ประเดี๋ยวดี แต่อีกเดี๋ยวเดียวก็โมโหโกรธาเสียแล้ว จะเป็นคนโกรธง่ายหายเร็วเหมือนกัน ใจคอว้างขวาง ชอบมีเพื่อนฝูงเยอะๆ เป็นคนเถรตรง พูดจาไม่ค่อยถูกหูคนนัก คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ไม่ชอบงานที่มีพิธีการมากมาย

ปรับนิสัยขับถ่ายให้เป็นเวลา

ปรับนิสัยขับถ่ายให้เป็นเวลา

ใครที่ละเลยการขับถ่ายในเวลาเช้า หันมาฟังทางนี้เลย เพราะการที่คุณไม่ขับถ่ายให้เป็นเวลานั้น อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้นะคะ

ซึ่งช่วงเวลาที่สามารถขับถ่ายได้ดีที่สุดคือ ตี5 - 7 โมงเช้า เพราะเป็นเวลาการทำงานของลำไส้ใหญ่ค่ะ จึงเหมาะที่จะขับถ่ายมากที่สุด

ถ้าเวลาล่วงมาจนถึง 9 โมงเช้าแล้วล่ะก็ เวลานี้จะเป็นเวลาทำงานของกระเพาะอาหาร ถ้าเราไม่ทานข้าวเช้า ของเสียจากลำไส้ใหญ่ที่ไม่ขับถ่ายออกจะถูกบีบตัวผ่านลำไส้เล็กกลับมาถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหารอีกครั้งหนึ่ง

โดยอุจจาระเก่าจะมีแก๊สที่เสียแล้วเกิดจากการบูดเน่าโดยอุณหภูมิของร่างกายที่มีความร้อน 37 องศาตลอดเวลา ไม่เหมือนกับตู้เย็นที่เก็บได้นานกว่า เพราะฉะนั้นแก๊สพิษเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด เลือดจึงไม่สะอาด

ผลที่ตามมาตั้งแต่ก่อนเที่ยงถึงบ่าย เราอาจรู้สึกง่วงนอนเพราะเลือดที่ไม่สะอาดเมื่อไหลไปเลี้ยงหัวใจก็จะทำให้อ่อนล้าไม่สดชื่น
นอกจากนี้การที่เลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงปอด ปอดก็จะขับของเสียออกทางผิวหนังและลมหายใจทำให้เกิดกลิ่นตัว กลิ่นปากโดยไม่รู้ตัว

การที่เราไม่ค่อยขับถ่ายตอนเช้าหลายวัน บางครั้งอาจทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัวและเกิดอาการท้องอืดได้ ที่น่ากลัว ใครที่ละเลยการขับถ่ายในช่วงเช้าเป็นเวลาหลายๆ ปี เมื่อแก่ตัวความจำก็จะเสื่อมเร็วกว่าปกติอีกด้วย


วิธีแก้สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยถ่ายในช่วงเช้า
ให้กินข้าวเช้าทุกวันระหว่างเวลา 07.00-09.00 น. แต่ถ้ากินข้าวเช้าแล้วยังไม่ค่อยขับถ่าย ก็ให้กินขมิ้นชันเป็นประจำเพื่อบริหารลำไส้ใหญ่ไปในตัว

รู้อย่างนี้แล้ว ควรจะปรับนิสัยซะใหม่ เข้าห้องน้ำให้เป็นเวลา เพื่อสุขภาพที่ดีนะคะ...

รังสีออร่าในตัวคุณ (2)

1. สีแดง : ผู้นำ
พวกมีสีแดงเป็นสีพื้นฐาน จะมีความกระตือรือร้น เป็นผู้นำ
ทะเยอทะยาน เต็มไปด้วยพลังงาน มีความกระฉับกระเฉงและพลังทางเพศ
มีเสน่ห์ พูดจาโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นได้ดี
เป็นคนสนุกสนาน โอบอ้อมอารี กล้าหาญ
คุณวิ่งไม่เร็ว มองโลกในแง่ดี ชอบการแข่งขัน เป็นสีที่นำมาซึ่งความสำเร็จ
คุณควรหาอะไรที่ท้าทายความสามารถทำ
ชอบสร้างโครงการท้าทายความสามารถ แต่ต้องพิจารณาให้พอเหมาะสมกับตัวด้วย
ข้อเสีย มักจะขี้กังวล ตื่นตระหนกและอาจหลงตัวเอง
รวมทั้งอาจจะบ้างานมากไปจนเครียด ควรรู้จักพักผ่อน และคลายความเครียด

2. สีส้ม/แสด : มนุษยสัมพันธ์ดี
คุณเป็นคนอบอุ่น น่าคบ เข้ากับคนง่าย
กระฉับกระเฉงว่องไว มีความสุข
เป็นสีที่คอบควบคุมกล้ามเนื้อ แต่มีมากไปจะเย่อหยิ่ง
ชอบเป็นที่ปรึกษาปัญหาให้ใครต่อใคร
ชอบช่วยเหลือและ ทำตัวให้เป็นประโยชน์อยู่เสมอ จิตใจสมถะ
ชอบปิดทองหลังพระ
คุณควรคบกับคนที่มีนิสัยคล้ายคลึงกัน ไม่งั้นคนอื่นจะเอาเปรียบคุณ
ข้อเสีย ขี้เกียจ ใจน้อย มักถูกคนอื่นเอาเปรียบ

3. สีเหลือง : มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด
คุณเป็นคนคิดอะไรรวดเร็ว มีความกระตือรือร้นอยู่เสมอ
เข้าสังคมง่ายปรับตัวเก่ง
ชอบคุยถกเถียงปัญหา ชอบเรียนรู้ และทำอะไรหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน
เป็นคนฉลาด หลักแหลม และเรียนรู้อะไรได้รวดเร็ว
มีเมตตา รักเพื่อนมนุษย์ เป็นสีคุ้มกันโรคภัย
มีพรสวรรค์ด้านการพูด งานที่ทำควรเกี่ยวกับการพูดเป็นสื่อ
เช่น ครู เซลล์แมน นักการทูต ที่ปรึกษา ฯลฯ
หรืองานอาชีพที่ต้องใช้คำพูดเป็นหลัก
ข้อเสีย จับจด ขี้อาย โกหกเก่ง

4. สีเขียว : รักษาโรค
คุณเป็นคนรักสงบ ละเอียดอ่อน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จิตใจดี มีพลังจิต ไว้วางใจได้
คุณอาจมีลักษณะภายนอกหงิมๆ หรือเรียบง่าย แต่ส่วนลึกแล้วดื้อน่าดู
คุณเป็นพวกสู้งาน หนักเอาเบาสู้
มีความสามารถในการใช้มือ
เป็นสีแห่งความสมดุลและปรับตัว
ข้อเสีย ดื้นรั้น ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

5. สีน้ำเงิน : เป็นได้ทุกอย่าง
คุณเป็นพวกมองโลกในแง่ดี แม้ชีวิตจะลุ่มๆ ดอนๆ ไปบ้างแต่ยังยิ้มสู้เสมอ
เชื่อมั่นในตนเอง ซื่อตรง พยายามยืนหยัดด้วยตัวเอง
แสงออร่าของคุณจึงกว้างและสว่างไสวเสมอ
ทำให้กระชุ่มกระชวยดูอ่อนกว่าวัย
คุณมีความจริงใจ ซื่อสัตย์ ปากกับใจตรงกัน รักการผจญภัย
มีความคิดสร้างสรรค์และมีจินตนาการ ชอบพบปะผู้คน
และสนใจการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
มีพรสวรรค์หลายๆ ด้าน
ข้อเสีย ชอบทำงานหลายๆ อย่างในคราวเดียวกัน จึงกลายเป็นคนจับจด ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่างนอกจากนั้นยังเป็นพวกชีพจรลงเท้า และขาด

ความอดทนอีกด้วย

6. สีคราม : มีความรับผิดชอบสูง
คุณชอบงานด้านสังคมสงเคราะห์ ช่วยเหลือผู้อื่น ชอบรับผิดชอบงาน
จิตใจโอบอ้อมอารี เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ ไม่เห็นแก่ตัว
เป็นสีของพลังจิต สัมผัสที่ 6 โทรจิตต่างๆ
มีความคิดฉลาดล้ำลึกและสร้างสรรค์
นิยมความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ มีความจริงใจ
ชอบค้นหาสัจจะความจริงของชีวิต
ข้อเสีย ปฏิเสธใครไม่เป็น ควรหาเวลาเป็นตัวของตัวเองบ้าง
มีมาตรฐานการทำงานสูง จึงมักหงุดหงิดกับอะไรๆ ที่ไม่ได้ตามมาตรฐานของตนเอง


7. สีม่วง : ฉลาดล้ำลึก และสันโดษ
คุณมีจิตใจละเอียดอ่อน
สนใจในศาสตร์ลึกลับจนบางครั้งดูเหมือนเป็นคนลึกลับ
คุณมีประสาทสัมผัสที่ 6 สูง รักสันโดษจนดูเหมือนคุณจะเข้ากับใครไม่ได้
มักมีปัญหาบริเวณท้อง
ข้อเสีย มักดูถูกความคิดผู้อื่น และเก็บความรู้สึกมากเกินไป

8. สีชมพู : นักบริหาร นักธุรกิจ
คุณเป็นคนมีความตั้งใจจริง แต่ค่อนข้างดื้อรั้น
วางมาตรฐานตัวเองไว้สูง มุ่งมั่นที่จะให้บรรลุเป้าหมายและความสำเร็จ
ถ้าคุณรู้ว่าเป็นฝ่ายถูก คุณจะยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่ยอมถอย
มีพลังที่แจ่มใส รักสงบ เต็มไปด้วยความรัก โรแมนติก อารมณ์ขัน
ถ่อมตน ปลอบประโลมคนเก่ง
ข้อเสีย มักจะใจคอโลเล
อาชีพของคุณจึงต้องเกี่ยวกับการบริหารและความรับผิดชอบ

9. สีทองเหลือง : นักสังคมสงเคราะห์
คุณเป็นคนอ่อนโยน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
เป็นทั้งนักปราชญ์และเป็นคนมีคุณธรรมเต็มเปี่ยม
มีความสุขมากที่สุดเมื่อได้ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน
เป็นคนมีความสุขและมองโลกในแง่ดี
ข้อเสีย ปฏิเสธใครไม่เป็น จึงถูกเอาเปรียบบ่อยๆ ควรรู้จักปฏิเสธบ้าง

11. สีเงิน : นักอุดมคติ
คุณมีประสาทสัมผัสที่ ๖ มีศักยภาพสูงในหลายๆ ด้าน
เต็มไปด้วยความคิดแปลกๆ ใหม่ๆ
ชอบฝันหวาน แต่คุณมักจะฝันมากกว่าลงมือทำจริงๆ เป็นคนซื่อสัตย์
มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มองโลกในแง่ดี
ถ้ามุมานะสร้างความฝันให้เป็นความจริงคุณจะไปได้ไกลมากทีเดียว
ข้อเสีย ขี้เกียจ และบางครั้งจะเครียดจนใครๆ ไม่กล้าเข้าใกล้
ควรหาเวลาพักผ่อน ฝึกสมาธิ หรือโยคะ

22. สีทอง : ไม่มีขอบเขตจำกัด
คุณสามารถทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก
หรือทำงานใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องปอกกล้วยเข้าปาก
คุณจะประสบความสำเร็จไปแทบทุกเรื่อง เป็นคนมีเสน่ห์จูงใจ
ทำงานหนักเอาเบาสู้
มีเป้าหมาย ในการทำงานที่แน่นอน มีอุดมคติและความสามารถสูง
เป็นผู้นำสามารถโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นได้

รับเมื่อ Aug 18, 2006 1:48 PM

AB blood type of bone marrow

A simple forwarding of this mail to others will be a meritorious deed, and it doesn't waste much of your time. Thank you for doing that in advance. Please act as soon as possible. Chen Siew Cheng : Tel : (02)23708099, Fax : (02)25507098. Please forward to the person who has AB blood type of bone marrow and hope everybody will forward the mail to your friends so that they can have the opportunity to find the "right person" to help.

The success rate maybe very slim, that's why we used the e-mail method hope to find the right person. It may not be the smart method, but to us, this is final chance.
To the family member of the leukaemia (blood cancer) patient, every second counts. We anxiously need an AB blood type person to donate his/her bone marrow, and although it only has very little chance to match, we still have hope for it. Because of your loving kindness to pass the mail along, she may stand a chance to recover. So, please put a little effort, the little girl may have a chance to live because of you.

Thank you very much and thousand words cannot express our appreciation.

Tue, 7 Feb 2006 09:41:50 +0000 (GMT)

รังสีออร่าในตัวคุณ

รังสีออร่าในตัวคุณสีของออร่า
คือสีของความคิดและอารมณ์จะมีลักษณะเป็นหมอกไหลปรากฏเป็นหย่อมๆ
เห็นได้ชัดเจนบริเวณรอบศีรษะและเหนือบ่า

วิธีคิดหารังสีออร่าของตัวคุณ

เพียงคำนวณตามสูตร นำวัน เดือน ปี ค.ศ. ที่เกิด มาบวกกัน
สมมุติว่า เกิดวันที่ 5 เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1960
ก็นำเลขทั้งหมดมาบวกกันคือ 5 + 5 + 1960 = 1970

จากนั้นก็แยกตัวเลขออกมาบวกกันอีกครั้ง
จะได้เป็น 1 + 9 + 7 + 0 = 17 ก็นำมาแยกบวกอีกจนกว่าจะได้เลขตัวเดียว
ซึ่งก็คือ 1 + 7 = 8
เมื่อได้ผลลัพธ์เป็นเลขตัวเดียว

แล้วขอให้ดูว่าตัวเลขที่ได้ตรงกับสีพื้นฐานสีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร แต่ถ้าเลขบวกกันแล้วได้ผลเป็น 11 และ 22 ไม่ต้องแยกบวกอีกเพราะเป็นพวกพิเศษกว่าพวกอื่น

คำตอบอยู่อีกข้อความหนึ่งครับ .. :)

12 กรกฎาคม 2550

โรคประหลาด

หมอตรวจร่างกายของสาวขายบริการนางหนึ่งเสร็จแล้วส่ายหัวไปมา

“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเคยเจอ” หมอพูด

“อะไรหรือคะ” คนไข้สาวถามตื่น ๆ

“ไอ้โรคฮ่องกงฟุตนี่นะ ผมเจอเป็นประจำ” หมอบอก “แต่ของคุณนี่ประหลาดแท้ ๆ กลับเป็นโรคฮ่องกงช่องคลอด”

สาวขายบริการตบหน้าผากผางแล้วพูดว่า

“มิน่าล่ะเพื่อน ๆ ถึงได้เตือนนักเตือนหนาว่า อย่ารับแขกฮ่องกง”

11 กรกฎาคม 2550

เศษกระดาษแทนแบ็งค์ จากตู้ ATM

เพื่อน ๆ ชาว ปอน.และ ผ.คพ.
กระผม นายถวัลย์ วิรุฬห์เพชร ผจ.ผ.รซ./คก.บป. มีประสบการณ์อยากเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับการกดเงินจากตู้ ATM ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาสมเด็จ ณ ศรีราชา(กรุงไทย ศรีราชา เดิม อยู่ในตลาดศรีราชา) ดังนี้

1. วันเสาร์ ที่ 16 มิ.ย.50 เวลา 07.47 น. กระผมกด ATM ของ ธ.กรุงไทย สาขาสมเด็จฯ 9,900.-บาท (ดู Slip แนบ)

2. กระผม หยิบเงินจากช่องรับเงิน แล้วนับดูเป็นเงิน 9,800.-บาท พร้อมเศษกระดาษ ขนาด ~10 x 4 ซม. 1 แผ่น(ดูรูปแนบ)

3. ครั้งแรกคิดว่า...
3.1 ชั่งมัน เงินร้อยเดียว
3.2 วันนี้แบ็งค์ก็หยุด มาติดต่อวันจันทร์ คงไม่ได้เรื่องแล้วเพราะทิ้งห่างหลายวัน
3.3 ค่าน้ำมันและเวลาที่เสียไป คุ้มกันหรือไม่ ? และ
3.4 เวลาที่จะมาติดต่อก็ไม่ค่อยมี
3.5 หากเหตุที่เกิดขึ้น เป็นความจงใจของ จนท.แบ็งค์ ลูกค้าแบ็งค์รายอื่น ๆ อาจโดนบ้าง ก็เลยลองโทรฯ 1551 (ดูเบอร์โทรศัพท์จาก Sticker หน้าตู้ ATM)

4. จนท.แบ็งค์(โดยคุณพรเพ็ญ)รับเรื่องไว้ และจะตรวจสอบให้วันจันทร์ที่ 18 มิ.ย.50 โดยขอเวลา ~ 1 สัปดาห์ หากเป็นจริงจะคืนเงินให้ โดยโอนเข้า บ/ช ธนาคารเลย

5. ตอนนี้ได้แต่คิดว่า แล้วถ้าไม่ได้เงินคืน จะทำอย่างไร

6. หรือถ้าได้เงินคืน แบ็ง ค์ จะสอบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันหรือไม่
6.1 ถ้าเป็นความผิดพลาด คงให้อภัย และแบ็งค์ควรหาทางแก้ไขป้องกัน
6.2 ถ้าเป็นความจงใจของ จนท. ยักยอกเงินจากตู้ ATM โดยเอาเศษกระดาษมาแทรกใว้ การยักยอกไม่ต้องทำถี่ แ ละไม่ทำกับธนบัตร ใบละ 1000.- / 500 .- บาท เพราะ ถ้ายักยอกเงินจาก ธนบัตร มูลค่ามาก ๆ ลูกค้า ต้องโวยวายแน่ จึงทำกับธนบัตรใบละร้อยก็พอ ใส่ธนบัตรใบละ 100.- บาท สัก 10,000 ใบ แทรกเศษกระดาษ ไว้ห่าง ๆ สัก 10 ใบ ก็ยักยอกได้แล้ว 1,000.-บาท ลูกค้ารับเงิน โดยไม่โวยวาย หรือ ไม่เคยนับว่าได้เงินครบหรือไม่ (คงจะมี) เป็นการเปิดโอกาสให้ จนท.ยักยอกเงินได้

7. ไม่แน่ใจว่ากรณีที่เกิดขึ้น แบ็งค์จะมีการแก้ไขป้องกัน หรือไม่ ? ฉะนั้นตัวเราเองต้องป้องกันตัวก่อน โดย
7.1 นับเงินทุกครั้งที่ ใช้บริการแบ็งค์ ทั้ง ถอนเงินสด หรือ กด ATM
7.2 เก็บ Slip เพื่อการตรวจสอบ
7.3 หลักฐานที่ ธนาคาร ต้องการในการตรวจสอบ คือ หมายเลข บ/ช บัตรประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคล ฯลฯ
7.4 เบอร์โทรศัพท์ของ ธนาคาร กรณีติดต่อฉุกเฉิน(นอกเวลาทำงาน)
ฯลฯ
เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ถ้าส่งต่อ ๆ ไป ก็จะเป็นประโยชน์มาก
และการครั้งนี ้ มิได้ตำหนิธนาคาร แต่ต้องการให้ธนาคารหาทางแก้ไขป้องกัน
ถวัลย์ / DISCLAIMER:

ปลายประสาทอักเสบ

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริง ๆ ค่ะพี่น้อง ... สาว ๆ บัญชีทั้งหลายอ่านกันเอาไว้น๊ะจ๊ะ

อย่าเพิ่งลบ.................. อ่านก่อน
" ปลายประสาทอักเสบ... โรคฮิตของคนทำงาน " มีเพื่อนรุ่นน้อง(ผู้หญิง)คนหนึ่งทำงานด้านบัญชี และงานของเธอก็ใช้คอมพิวเตอร์มานานประมาณ 7 ปี เมื่อหลายเดือนก่อนเธอเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างมาก แต่ก็ไม่เอะใจเพราะคิดว่าคงนั่งทำงานอยู่หน้าคอมมากเกินไป เธอก็ไปนวด(แผนโบราณค่ะ) เพื่อให้เส้นสายมันคลายความตึงเครียด นวดทีก็สบายที ผ่านไป 3 เดือน อาการปวดเมื่อยก็ยังเป็นๆหายๆและปวดเมื่อยมากขึ้น ชาตามปลายนิ้ว และแขน ย่างเข้าเดือนที่ 4 ปรากฏว่าเริ่มชามากขึ้น นานขึ้น และแล้วคืนวันหนึ่งขณะที่กำลังลุกขึ้นจากเตียง ปรากฏว่าทรงตัวไม่ได้ มันอ่อนปวกเปียกไปหมด ปวดหัวอยากอาเจียน อ่านอะไรกว่าจะสะกดตัวหนัง สือได้ก็นาน บวกเลขก็ช้าลง จึงกลับไปพบหมออีก คุณหมอสงสัยจึงซักประวัติชีวิตประจำวันอย่างละเอียด แล้วขอทำสแกน MRI ( ไม่แน่ใจว่าจำถูกหรือเปล่า) พบว่าปลายประสาทอักเสบอย่างรุนแรง เลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง , น้ำในไขสันหลัง ข้อที่ 4 และ 5 ไม่มี

คุณหมอให้ยามาทานผ่านไป 2 อาทิตย์ อาการชาหายไป แต่ยังปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออยู่มาก จึงไปพบหมอกระดูที่ รพ.ศิริราช คุณหมอกระดูก ตรวจและซักประวัติ ก็บอกว่าไม่ต้องทำอะไรนอกจาก ออกกำลังกายด้วยการเดินวันละครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เพราะมันอักเสบอย่างรุนแรงไปแล้วคงไม่กลับ มาดีดังเดิมแน่ ถ้ามาช้า มันจะชาไปทั้งแขนขา ปัสสาวะไม่ได้เลยทีเดียว สาเหตุมีเยอะแยะ เช่น ทำงานหนัก เครียด สาวออฟฟิซเป็นกันมากแต่ไม่ใช่จากการเครียด แต่เป็นเพราะนั่งทำงานในท่าทีไม่ถูกต้องเป็นเวลานานๆในแต่ละวัน

เพื่อน ๆ พี่ ๆ ระวังนะคะ..จอยเป็นแล้ว ตอนนี้ต้องออกกำลังกายอย่างเบา ๆ แต่ที่แน่ ๆ เป็นเพราะเครียด บวกกับการนั่งหน้า Computer นาน ๆ ไม่ได้พักค่ะ...จึงเกิดอาการเกร็งที่เริ่มมาจากคอ..ลงไปที่ไหล่...ลงไปที่กระดูกสันหลัง..และจะปวดเอว...ขอให้ทุกท่านพยายามลุกขึ้นจากเก้าอี้..และพยายามอย่าเครียดกับงานที่ทำอยู่นะคะ..มันไม่ดีต่อสุขภาพค่ะ...มีคนบอกว่า " การทำงาน อย่าให้งานกินเรา มากกว่าเงินเดือนที่เราเอาไว้กิน" นะคะ..เป็นห่วงทุกคนค่ะ...

10 กรกฎาคม 2550

ผู้ชายเพอร์เฟค

ผู้ชายเพอร์เฟคสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 15-22 ปี
1 หล่อ
2 มีเสน่ห์
3 ฐานะทางการเงินดี
4 เป็นนักฟังทีดี
5 ฉลาด
6 หุ่นดี
7 แต่งตัวดี
8 อะเอียดละอ่อน ประณีต พิถีพิถัน
9 มีความกระตือรือร้น
10 เป็นคู่รักโรแมนติก เป็นชายในฝัน

ผู้ชายเพอร์เฟคสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 23-42 ปี

1 หน้าตาดูไม่อุบาทว์ ถึงหัวล้านก็ไม่เป็นไร
2 รู้จักผงกหัวรับในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เราพูดบ้างก้อพอ
3 มีหน้าที่กานงานดี พอที่จะเลี้ยงข้าวเราได้
4 รู้จักนำเรื่องตลกมาเล่าบ้าง
5 สุขภาพแข็งแรงพอที่จะเคลื่อนย้ายฟอนิเจอร์ในบ้านได้
6 มักสวมเสื้อผ้า ปกคลุมพุงไว้มิดชิด
7 ไม่พูดถึงรูปลักษณะที่ร่วงโรยของวัยให้เราสะเทือนใจ
8 รู้จักโกนหนวดโกนเคราตัวเองบ้างสัปดาห์ล่ะครั้งก็ยังดี

ผู้ชายเพอร์เฟคสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 43-52 ปี

1 รู้จักดูแลจมูกตัวเองอย่าให้ยาวยื่นออกมามากนัก(จมูกยาวเหมือนพินักครีโอ้)
2 อย่าเรอ อย่าเผยลม หรือเกาตูดในที่สาธรณะ
3 อย่ายืมเงินชาวบ้านบ่อยนัก
4 อย่าสัปหงกในขณะที่เราโกรธ
5 อย่าเล่าเรื่องโจ๊ก ซ้ำๆ บ่อยๆ
6 อย่าขี้เกี้ยจอาบน้ำมากนัก
7 รู้จักสวมถุงเท้าสีเดียวกันทั้งสองข้างบ้าง
8 ทานอาหารเย็นหน้าจอทีวีด้วยกัน
9 จำชื่อเราได้ในวาระที่เหมาะสม
10 รู้จักไปตัดผมโกนหนวดเองโดยทีเราไม่ต้องบอก

ผู้ชายเพอร์เฟคสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 53-62 ปี

1 อย่าตะคอกเด็กๆ
2 จำได้ว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหน
3 ไม่ต้อเข้าโรงพยาบาลบ่อยนัก
4 เวลาหลับอย่ากรน
5 พอจำวันเดือนปีเกิดเราได้
6 รูปร่างพอดูได้
7 จำได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เช่น กำลังหัวเราะเรื่องอะไรอยู่

ผู้ชายเพอร์เฟคสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 72 ปี

1 ยังหายใจอยู่ก็พอ …

เรื่องลับลับเกี่ยวกับความรัก

: : เรื่องลับลับเกี่ยวกับความรัก

มีความลับเกี่ยวกับความรักอีกมากมายหลายอย่าง ที่เรายังต้องค้นหากันต่อไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินเข้าใจยิ่งค้นหาก็จะทำให้เรารู้ซึ้งถึงคุณค่าของมันมากขึ้น

: : ความรักเริ่มจากความคิด

เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรักบางทีความรักก็ทำให้เราเปลี่ยนแปลงความคิดอย่างที่เคยเป็นต้องปรับปรุงในสิ่งที่เราเคยทำ เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน

: : ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา

คุณไม่สามารถรักใครได้หรอกถ้าคุณไม่รู้สึกเชื่อมั่นเป็นอันดับแรก และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่น นั่นก็คือตัวคุณเอง

: : ความรักคือการให้

ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรักสิ่งที่คุณต้องทำก็คือ รู้จักให้ด้วยยิ่งให้คุณก็จะยิ่งได้รับ สูตรลับของความสุข และทำให้มิตรภาพยืนยาวที่คุณควรจะจำเอาไว้เสมอก็คือ อย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า

: : ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่

อยากได้รักแท้ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้ซะก่อนการจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา แต่อยู่ที่ว่าต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันรึเปล่าหากจะรักใครอย่างจริงใจคุณควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่แค่ภาพที่คุณเห็นมิตรภาพก็เหมือนกับปุ๋ยที่ช่วยทำให้ความรักเบ่งบานเติบโตทุกๆ วันนั่นเอง

: : การสัมผัสกันจะช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น


เคยรู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครมาโอบใหล่หรือกอดคุณการสัมผัสกันจึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลังช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วยน่าแปลกที่มันสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาลงอย่างได้ผล

: : อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย

ถ้าคุณรักใครจงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้างคุณเองก็รู้สึกอึดอัดใช่มั้ย ถ้าหากมีใครมาล่ามโซ่คุณ จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดีมาก่อน ปลดปล่อยความกลัวภายในใจให้ความยุติธรรม ลดทิฐิ และเงื่อนไขต่างๆซะบ้าง บอกตัวเองว่า แต่นี้ไปเราจะทิ้งความกลัวทั้งหมดและอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวเราอีก นับจากวันนี้ไปเราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะที

: : ชีวิตจะเปลี่ยนไปเมื่อเรา
เรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้าง และซื่อสัตย์ต่อกัน
คุยกับคนที่คุณรัก อย่ากลัวที่จะพูดคำวิเศษ 3 คำว่า ^ิฉันรักเธอ^ิ อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไป คุณควรจะบอกรักก่อนจะจากกันทุกครั้งเสมอ เพราะบางทีคุณอาจจะได้เจอกันครั้งสุดท้ายก็ได้ใครจะไปรู้

: : แก่นแท้ของความรัก

คือการไว้ใจกัน ถ้าคุณไม่เชื่อใจกัน ใครคนนึงก็จะเป็นคนระแวง กังวลและหวาดหวั่น ส่วนอีกคนก็จะรู้สึกอึดอัดใจคุณไม่อาจรักใครจริงๆ ได้ถ้าคุณไม่ไว้ใจเขาอย่างแท้จริง สุดท้ายคือการเข้าใจ

SMS สุดป่วนนนนนนน

SMS สุดป่วนนนนนนน!

คนแต่ง Massage พวกนี้เค้าเก่งจริง ๆ แฮะ ...ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า...คิดได้ไงเนี่ย

เอาไปส่งให้เพื่อน ดูก็ได้นะจ๊ะ...แต่พึงระวังเพื่อนเม้งละกันนะ ...เหอ ๆๆ

ไม่สามารถติดต่อควายได้ในขณะนี้

วันนี้เป็นวันพระอย่าลืม ทำบุญ ตักบาตร ปล่อยนก ปล่อยปลา

แล้วที่สำคัญอย่าลืมปล่อย..หมาออกจากปากด้วย ขอบคุณ ...

อยากบอกเธอว่ารัก..รัก..รัก.รัก..รัก... รักษาสิวด้วยนะ

ทำไมชอบเอาเราไปพูดลับหลังอยู่เรื่อยว่า "เราหน้าตาดี" เบื่อจิงๆ

ความรักทำให้คนตาบอด แต่การมี sex ทำให้เราเป็นคนดีเพราะได้ขึ้นสวรรค์

นิยามความรัก: ทุ่มเท:ทิ่มแทง:ทำแท้ง:ทอดทิ้ง

แม้ไม่ได้คิดถึงทุกครั้งที่ตด แต่ก้อคิดถึงทุกครั้งที่เกาตูด

คนดี คืนนี้ อย่านอนดึกนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรงขวิด!!!

ลงมา!! ลงมา!! ลงมาเดี๋ยวนี้ ขึ้นไปอยู่ทำไมบนคานน่ะ!!

บางคนบอกว่าเธอไม่สวย รู้มั้ย พวกนี้ไม่มีสมอง แต่...สายตาดีมากเลย

ขอโทษทีนะ เมื่อคืนไม่ได้ฝันถึง เพราะว่าเผลอห้อยพระไว้

ช่วงนี้ฤดูฝน ฝนตกหนัก..กรุณาจับผู้ชายไว้แน่นๆ

อย่านอนตื่นสาย ตลาดจะวาย ผู้ชายจะหมด อนาคตจะขึ้นคาน

วันนี้ขับรถชนหมา..เลยส่ง Massage มา ถามว่าเจ็บหรือเปล่า

จงซื่อสัตย์กับแฟนตัวเอง แล้วครื้นเครงกับแฟนคนอื่น

คิดถึงมากอยากเจอจังให้ไปรับได้ไหม เผื่อคุณจะเหงา จากเฮียปอ (เต็กตึ้ง)

ขณะนี้ได้ส่งความคิดถึงผ่านสายไฟ กรุณาเอานิ้วแหย่ปลั๊กไฟรับความคิดถึงด้วย

อากาศร้อน รักษาสุขภาพด้วย สัญญาว่าถ้าว่างจะพาไปฉีดยา

วันนี้อากาศร้อนเป็นบ้า ถ้าได้ดูเธอแก้ผ้าฉันคงหายซ่าไปเยอะ

เชื่อมั๊ย! ปัจจุบันควายไม่ใช้ไถนา แต่เอาเวลามาอ่าน message

มีหมาเป็นเพื่อน ดีกว่ามีเพื่อนเป็นหมา

มี msg ข้อความนึง เพื่อนคนสวยส่งมาให้ ควายตัวนึงเปิดอ่าน

เพื่อนคนนั้นยิ้มแฉ่ง ควายตัวนั้นฉุนกึ๊ก แต่ควายยังคงอ่านต่อไป.....

ส่งพิชซ่าหน้าความรัก สลัดผักความคิดถึง เฟรนช์ฟรายความคำนึง คิดถึงและห่วงใย

อยากจะฆ่าผมหรอ.....ได้ ยิงเลย.....ยิงเลยสิครับ ยิงมาที่กลางหัวใจผม

แต่คุณจะเจ็บหน่อยนะ เพราะในนั้นน่ะ........มีคุณอยู่

ไม่ได้คิดถึงเธอทุกนาที แต่คิดถึงเธอตลอดเวลาที่มีลมหายใจ(จริงๆนะ)

แม้ไม่ได้คิดถึงทุกครั้งที่หลับตาแต่ก็คิดถึงตลอดเวลาที่หายใจ......

แค่นี้ก็คิดถึงเธอทุกลมหายใจ มากกว่านี้คงไม่ไหวหายใจไม่ทัน

ผู้หญิงก็เหมือนยาคูลท์ ต้องรีบมีชู้ก่อนหมดอายุ

ผู้ชายมีน้อย โปรดใช้สอยอย่างประหยัด

กาเม มรณัง ทุกขัง โลเก กามตายด้านเป็นทุกข์ในโลก

พักนี้ไม่รู้เป็นอะไร ไม่ได้ส่ง msg หา เหมือนลืมให้อาหารหมาทุกที

เลขหมายที่ท่านเรียก ไม่สามารถให้บริการทางเพศได้ในขณะนี้...............อะจ้ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!

8 กรกฎาคม 2550

8 เหตุผลที่เป็นโสดดีกว่า

โอ้ย.. ไม่ต้องมามัวคิดหรอกค่ะว่าทำไมคุณถึงยังไม่มีแฟน รู้มั้ยว่า ผู้ชายหลายๆคนอาจจะอิจฉาคุณอยู่ก็ได้ ลองถามเพื่อนคุณที่มีแฟนแล้วดูสิ คุณอาจจะได้คำตอบที่คุณคิดไม่ถึงเลยก็ได้ โดยเฉพาะถ้าคุณยังไม่พร้อมที่จะมีพันธะถึงขั้นแต่งงานล่ะก็ อยู่เป็นโสดไปก่อนก็ดีนะคะ สนุกกับชีวิตให้เต็มที่ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ชีวิตใหม่อีกแบบหนึ่ง

และนี่คือเหตุผล 8 ประการที่เป็นโสดทำให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้น

1. คุณสามารถใช้เวลาที่จะเลือกคบหาผู้หญิงที่คุณคิดว่า "ใช่"
การที่คุณเป็นโสดนี่แหละ...ทำให้คุณต้องการใฝ่หาคู่แท้ (ถ้ามีจริงนะ) หรือแม้แต่ผู้หญิงที่คุณจินตนาการเอาไว้หรืออาจจะใกล้เคียงที่สุด คุณจะไปที่ไหนก็ได้ตามงานหาคู่ต่างๆโดยไม่ต้องตะขิดตะขวางใจ ในอีกแง่หนึ่ง การที่คุณสามารถค้นหาคนที่คุณคิดว่าใช่ (แทนที่จะเป็นคนที่ถูกต้องอยู่เสมอ) นี่แหละคือการตัดปัญหาเกี่ยวกับชีวิตรักและชีวิตแต่งงานของคุณ รับรองว่าไม่ผิดหวัง

หลายๆครั้งที่ผู้ชายตัดสินใจกระโดดเข้าหาผู้หญิงสักคนหนึ่งที่เขาอาจจะไม่ได้รู้จักดีพอเพียงเพราะ
- อายุเริ่มมากแล้ว
- เพื่อนๆในกลุ่มก็แต่งงานกันไปหมดแล้ว
- กลัวว่าคนนี้ที่คบอยู่นี่ล่ะ จะเบื่อกันไปเสียก่อน
- ความรักครั้งก่อนๆไม่ประสบผลอันใดเลย และก็มีผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามา

การเล่นเกมหาคู่รักของคุณ จะช่วยลดสถิติการหย่าร้างได้เลยทีเดียวนะ

2. เอาเวลาไปมุ่งกับงานได้เต็มที่
ความเป็นโสดของคุณสามารถทำให้คุณทำงานและทำผลงานต่างๆได้ตามที่คุณพอใจโดยไม่ต้องห่วงเรื่องความสัมพันธ์ใดๆ คุณมีเวลามากกว่าคนอื่นๆที่จะทำงาน จะทำงานในวันหยุดก็ยังได้เลย และโดยเฉพาะหากคุณทำงานด้านที่ไม่มีเวลาจำกัด หรืออาจโดนเรียกตัวอยู่บ่อยๆ เช่น ตำรวจ หรือแพทย์ นักกฎหมายหรือธุรกิจใดๆก็ตาม เมื่อใดก็ตามที่คุณประสบความสำเร็จแล้วผู้หญิงจะวิ่งเข้ามาหาคุณเยอะแยะจนคุณคิดไม่ถึงเลยเชียว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าหล่อนเหล่านั้นจะเป็นสาวที่คุณต้องการจะแต่งงานด้วยเสียหน่อย ผู้หญิงมักไม่เข้าใจเวลาผู้ชายต้องเสียสละเวลาให้กับงานหรอกนะ

3. คุณอยากทำอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ
โลกนี้เป็นของคุณเมื่อคุณเป็นโสด คุณสามารถไปไหนกับใครหรือไปที่ไหนก็ได้ ทำอะไรก็ได้และก็ทุกเวลาที่คุณต้องการด้วยสิ ไม่ต้องมามีคนคอยสั่งให้คุณต้องทำงานบ้าน ไปซื้อของ หรือแม้แต่พูดว่า "เมื่อไรจะโตสักที" และตอนนี้คุณก็มีเวลาเต็มที่ที่จะออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนชายจนรุ่งสาง หรือใช้เวลาไปกับกิจกรรมอดิเรกของคุณ และที่สำคัญที่สุดเลยก็คือคุณจะมีเวลาเป็นตัวของตัวเอง

4. สนุกกับเซ็กซ์ได้ทุกเมื่อ
เป็นโสดก็ดีอย่างนี้แหละนะ ไม่ต้องจำเจกับผู้หญิงคนเดียวไปจนชั่วชีวิต แต่อย่าลืมการป้องกันล่ะ คุณจะออกไปเที่ยวเมื่อไรก็ได้ และคุณจะเจ๊าะแจ๊ะกับสาวคนไหนก็ได้ และเมื่อถึงเวลาจะมีเซ็กซ์คุณอาจจะเปลี่ยนคู่ควงได้บ่อยเท่าที่ต้องการเหมือนที่คุณเปลี่ยนกางเกงชั้นในนั่นแหละ จำไว้แค่ว่าเมื่อไรที่คุณพร้อมจะลงเอยกับผู้หญิงที่คุณรักอย่างจริงใจ คุณต้องเลิกพฤติกรรมชายเจ้าชู้นี่เสียทีนะ

5. สร้างฐานะให้มั่นคง
คนเป็นโสดเนี่ย ไม่ต้องมีคนมาบังคับให้ซื้อแหวนเพชรหรือสินค้าราคาแพงๆให้ เก็บเงินไว้ซื้อของให้ตัวเองบ้างก็ดี หาเงินมาอย่างยากลำบากแต่ไม่มีโอกาสจะได้ใช้เพื่อตัวเองเสียที ต้องคอยซื้อนั่นซื้อนี่ให้สาวๆอยู่เรื่อยเชียว แล้วเมื่อไรจะมีเงินเก็บกันล่ะค๊า เก็บเงินเอาไว้บ้างเผื่ออนาคตที่คุณแต่งงานไป คุณจะได้ใช้กับคนที่คุณรักจริงๆ ด้วยการไปเที่ยวพักผ่อน หรือซื้อบ้านในฝันสักหลังไง

6. ได้อยู่อย่างสงบสุข
เมื่อคุณไม่ต้องคอยเอาใจผู้หญิง ชีวิตคุณก็สงบสุข ไม่ต้องคอยตามอารมณ์ของแฟนหรืออารมณ์ฉุนเฉียวไม่รู้เวล่ำเวลาของเจ้าหล่อน หรือแม้แต่คุณจะได้ไม่ต้องโดนกล่าวหาว่าร้ายอยู่บ่อยๆที่คุณไปทำให้ชีวิตเธอวุ่นวาย และแน่นอนที่สุดไม่ต้องมีการปะทะอารมณ์ ตราบเท่าที่หล่อนยังเป็นแค่แฟนไม่ใช่ภรรยา คุณก็สามารถเดินออกมาชีวิตเธอได้อย่างอิสระเช่นกัน

7. คุณสามารถเก็บของเล่นสมัยเด็กเอาไว้ได้
ของเล่นสมัยเด็กที่มีคุณค่าทางใจสำหรับคุณ ที่คุณอุตสาห์เก็บเอาไว้ อาจจะหายไปในวันรุ่งขึ้นหากคุณแต่งงานหรือมีแฟนเป็นตัวเป็นตน เธอไม่อยากจะให้คุณเก็บของเหล่านั้นเพราะเธอจะรู้สึกว่าคุณใส่ใจกับของเก่าๆมากกว่าตัวเธอ และหากคุณเก็บสะสมอะไรก็ตามที่คุณอาจจะอยากซื้อมาสะสมล่ะก็ เธอก็จะบอกว่าเอาเงินไว้ให้เธอใช้จ่ายซื้อของเสียยังดีกว่า

8. ไม่จำเป็นต้องประนีประนอม
คุณไม่จำเป็นอีกเลยที่จะต้องเป็นฝ่ายอ่อนข้อให้กับความคิดไร้สาระของแฟนสาวสุดสวย สิ่งที่แฟนคุณทำอาจจะไม่ถูกใจถูกตาคุณเสียทั้งหมดแต่ในทางกลับกันสิ่งที่คุณทำอาจจะทำให้เธอไม่พอใจ และจบลงที่การทะเลาะ ในที่สุดคุณก็ต้องเป็นฝ่ายยอมเพราะเธอเป็นผู้หญิง

อ่านมาถึงตรงนี้จนจบแล้ว ถ้าคุณกำลังคบกับใครอยู่ คงไม่ต้องถึงกับเลิกกับแฟนเพื่อจะมีชีวิตอิสระ แต่ในเมื่อคุณเลือกที่จะคบใคร ควรให้เกียรติกันและกัน ความเข้าใจ ความรักที่ก่อสร้างกันมา ขอให้คิดให้ดีๆกับสิ่งที่คุณจะทำทั้งปัจจุบันและเพื่ออนาคตนะคะ


ที่มา : http://www.pooyingnaka.com

Feb 2, 2007 6:29 AM

7 กรกฎาคม 2550

เคยมีความรู้สึกดี ๆ

ฉัน . . . เคยมีความรู้สึกดีๆ ให้คนหนึ่งคน
ไม่เคยรู้สึกเลยว่า . . .
มันจะทำให้รู้สึก . . . รักเค้าได้มากมายขนาดนี้

เพราะครั้งแรกที่รู้จักกัน . . .
สถานการณ์ไม่ค่อยจะราบรื่น
เราไม่เคยเปิดเผย . . . ความรู้สึกของกันและกัน

การปิดบัง . . . ใช่ว่าจะเป็นสิ่งดี
แต่ฉัน . . . ก็เลือกจะปิดบัง
การไม่ไว้ใจเชื่อใจ . . . ใช่ว่าจะเป็นสิ่งดี
แต่ฉัน . . . ก็เลือกที่จะไม่ไว้ใจเค้า

จนถึงเวลา . . . ที่เราต้องจากกันไป
โดยไม่คิดว่า . . . การจากไปครั้งนี้จะไม่ได้เจอกันอีก

เวลาผ่านไป . . . ฉันเจอคนที่ดีคนหนึ่ง ที่รักฉัน
แต่ . . . ฉันไม่สามารถรักเค้าได้สนิทใจได้

และแล้ววันหนึ่ง . . .
ฉันมีโอกาส ได้คุยกับเค้าอีกครั้ง . . .
ฉันดีใจมาก บอกไม่ถูกว่ามากแค่ไหน
ฉันยอมโกหกคนที่เค้ารักฉัน. . .
เพื่อที่จะได้พูดคุยกับคนที่ฉันรักเค้ามาตลอดเวลา

ตอนนี้สิ่งที่ฉันทำหล่นหาย คือ ความรู้สึกดีๆ ต่อเค้าในอดีตได้กลับมาอีกครั้ง
แต่การกลับมาครั้งนี้. . .
ถึงแม้ฉันอยากจะบอกว่ารักหมดใจ . . . แต่มันจะมีประโยชน์อะไร
เพราะเราต่างมีคนรักของตัวเอง. . .

สุดท้าย. . . ฉันคงทำได้เพียงแค่ ให้ความรู้สึกที่ทำหล่นหายไปนั้น
รอให้มันหายไปจริงๆ จากใจฉัน . . .
และความรู้สึกต่อใครคนนั้นคงไม่สามารถกลับมาได้อีกครั้ง

ทายนิสัยจากการเขียนหนังสือ

เขียนหนังสือตัวผอม
มักเป็นคนที่มีความอ่อนไหว จิตใจเปราะบางมาก และชอบชีวิตเรียบง่าย สบาย ๆ ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ค่อนข้างเก็บตัวอยู่ในโลกของตัวเอง ไม่ค่อยสนใจหรือเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่น ออกจะขี้อาย ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง ทั้งยังเก็บเอาคำพูดของคนอื่นที่มีต่อตัวเองมาขบคิด และปล่อยให้คนรอบข้างมามีอิทธิพลต่อชีวิตสูง

เขียนหนังสือตัวอ้วน
บ่งบอกว่าเป็นคนมองโลกในแง่ดี ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมใด ๆ กับใครทั้งสิ้น ทั้งยังเป็นคนใจอ่อน ใจดี ชอบช่วยเหลือเอื้อเฟื้อคนนั้นคนนี้อยู่เสมอ จนบางครั้งตัวเองต้องเดือดร้อน และเมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องใดสักเรื่อง มักจะลังเล ทำให้ไม่ชอบรับผิดชอบเรื่องใหญ่ ๆ ที่ต้องใช้การตัดสินใจแบบเด็ดขาด แต่มักได้รับความเอ็นดูจากคนใกล้ชิดเสมอ

เขียนหนังสือตัวบาง
ตัวหนังสือบางในที่นี้หมายถึงเส้นที่เขียนจะเบา ไม่มีความหนักชัดเจน บ่งบอกว่าเจ้าของลายมือเป็นคนช่างคิด ออกจะคิดมากอยู่เหมือนกัน แต่ในขณะเดียวกันจะมีความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน และติดจะขี้อายพอสมควร ให้พูดหรือแสดงออกท่ามกลางคนมาก ๆ มักไม่ประสบผลสำเร็จ คนคนนี้จึงชอบทำแต่สิ่งที่คุ้นเคยอยู่เสมอ

เขียนหนังสือตัวหนัก
เป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูงและมีความสามารถ จึงมักไม่ค่อยฟังความคิดเห็นของผู้อื่น สามารถวางแผนและจัดการทุกเรื่องได้อย่างเป็นระบบระเบียบ มีเป้าหมายในชีวิต และค่อนข้างจะคาดหวังในชีวิตมาก ชอบการเป็นคนโดดเด่นและมีความสำคัญ

เขียนหนังสือตัวโต
หมายถึงตัวหนังสือมีขนาดใหญ่ และมีขนาดสมดุลพอดีกันอย่างสม่ำเสมอ ใครที่มีลายมือเช่นนี้ว่ากันว่าเป็นคนใจกว้าง มีน้ำใจไมตรี สามารถเข้าได้กับคนทุกระดับ ชอบการที่มีคนมารักใคร่มาก ๆ อีกทั้งยังสามารถควบคุมสถานการณ์อันคับขันได้ เพราะจะมีความหนักแน่นเยือกเย็นอยู่เสมอ และยังมีความรอบคอบถี่ถ้วน จึงไม่ชอบให้เกิดสิ่งที่ผิดพลาดขึ้นกับตัวเอง

เขียนหนังสือตัวหวัด
สำหรับคนที่มีลายมือหวัด เขียนตัวหนังสือติดพันกันแทบทุกตัว บ่งบอกถึงอุปนิสัยของนักคิด นักวางแผนที่ดี แต่ถ้าให้ลงมือปฏิบัติเองมักไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่เชื่อมั่นในความคิดของตัวเองสูง มองการณ์ไกล และมีอุดมการณ์ แต่มักไม่ค่อยเปิดเผยตัวเองเท่าไหร่ ชอบอยู่ในโลกส่วนตัว และหมกมุ่นทำในสิ่งที่ชื่นชอบครั้งละนาน ๆ บางครั้งออกจะใจร้อนกับเรื่องที่คนอื่นไม่ค่อยคาดคิดหรือคิดไม่ถึง

เขียนหนังสือตัวโย้เย้
คนที่เขียนหนังสือตัวโตตัวเล็กสลับกันไป ไม่สม่ำเสมอ บอกถึงนิสัยความเป็นเด็กไร้เดียงสา และไม่ค่อยคิดอะไรที่ซับซ้อนนัก ชอบตามใจตัวเอง ไม่ค่อยคำนึงถึงจิตใจคนอื่นสักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นคนใจกว้าง เปิดเผย ยอมรับความคิดของคนอื่นได้ง่าย แต่มักจะมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงเร็ว ไม่เอาจริงเอาจังหรือลึกซึ้งกับสิ่งใดมากนัก โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่สิ่งที่ตนชอบหรือสนใจ และยังไม่ใช่คนที่มีเหตุผลนัก

เขียนหนังสือเป็นระเบียบ
เป็นคนเอาจริงเอาจังกับการทำงาน และเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเป็น แม้ว่าจะมีความแตกต่างจากคนอื่น โดยไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไรกับตน มีความทะเยอทะยานสูง ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ มีความอดทนกับสิ่งที่ตนมุ่งมั่นได้ยาวนานจนน่าประหลาดใจ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความมั่นคงในจิตใจสูงมาก ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรง่าย ๆ ถ้าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรมากนัก

เขียนหนังสือตัวเหลี่ยม
คนที่เขียนตัวหนังสือมีลักษณะเป็นเหลี่ยมเป็นมุมอย่างชัดเจนนั้น บ่งบอกถึงนิสัยที่เชื่อมั่นในความคิดของตนอย่างรุนแรง จนออกจะเป็นคนแข็งกระด้าง ไม่ยอมรับความคิดของใครโดยง่าย และเอาจริงเอาจังเคร่งเครียดไปเสียแทบทุกเรื่อง เป็นคนขยันขันแข็ง เอาการเอางานดีมาก และยังเป็นคนเจ้าระเบียบ มองโลกในแง่ร้าย จึงหวาดระแวงคนง่าย ไม่ค่อยมีความสุขในชีวิตเท่าที่ควร

เขียนหนังสือตัวมน
เป็นคนมองโลกในแง่ดี ชอบแสวงหาความรื่นรมย์ให้ชีวิต ทั้งยังเป็นคนใจดี ใจอ่อน ชอบรับใช้บริการและตามใจคนรอบข้าง เป็นคนปรับตัวเก่ง สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เร็ว และมีความอิสระในตัวสูง ไม่ชอบโดนจำกัดให้อยู่ในกรอบความคิดใดความคิดหนึ่งเท่านั้น จึงสามารถยอมรับความคิดของคนได้โดยง่าย

เขียนหนังสือชอบเล่นหาง
ศิลปินมักมีลายมือเช่นนี้ เพราะเป็นลายมือของคนที่ช่างคิดช่างฝัน โรแมนติก และชอบในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ จึงดูเหมือนคนเจ้าชู้ มีอารมณ์แปรปรวน ต้องการในเรื่องรูป รส กลิ่น เสียง สูง ชอบชีวิตที่มีสีสันหวือหวา ชอบการพบปะกับผู้คน และมีมนุษยสัมพันธ์ดี แต่ไม่ค่อยมีระเบียบแบบแผนในชีวิตเท่าที่ควร

6 กรกฎาคม 2550

บริจาคเข่าเทียมและชุดนักเรียน

ช่วยบอกต่อ บริจาค เข่าเทียมให้พระ-เณร และ บริจาคชุดนักเรียนใช้แล้วให้ เด็กในชนบท
ช่วยส่งต่อให้คนที่รู้จักด้วยจ๊ะ
.................................................................................................................
1. สำหรับข่าวการบริจาคให้แก่ภิกษุอาพาธ
เข่าเสื่อมระยะสุดท้าย โดยใส่ข้อเข่าเทียมแด่พระสงฆ์ จำนวน 61 ข้อ,(ตามรูป)

2. คนที่ต้องการรถเข็น, และบริจาคชุดนัก เรียนใช้แล้วให้ เด็กในชนบท
อาจารย์บ้านนอก.คอม ขอรับการแบ่งปันน้ำใจจากทุกท่าน
ระดมชุดนักเรียนมือสอง 1,000 ชุด

ลองช่วยกันเปิดตู้เสื้อผ้าที่บ้านดูว่า มีชุดนักเรียนที่ไม่ใส่ แล้ว ถูกพับเก็บไว้บ้างหรือไม่ ไม่ต้องลังเลใจ หากมันจะเปื้อน หรือออกสีเหลืองนิดๆ เพียงแค่ไม่ให้มีกลิ่น พับใส่กล่องพัสดุ ส่งไปบริจาคให้กับเด็กใน ชนบท เพราะทุกเปิดเทอม เด็กบางคนไม่ได้ไปโรงเรียน เพียงแค่พ่อแม่ไม่มีเงิน สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายอุปกรณ์การเรียนการสอนพื้นฐานเหล่า นี้ ชุดนักเรียนชายหรือ หญิง โดยเฉพาะช ุดลูกเสือ เนตร นารี(ไม่มีปัญหาเรื่องชื่อรร.....ที่ปักอยู่)รองเท้า เข็มขัด หมวก ผ้าพันคอ เชือกลูกเสือ ล้วนเป็นประโยชน์ต่อเด็กในชนบท

โดยส่งมาได้ที่ กลุ่มศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา
106 ม. 1 ต.แม่ยาว อ.เมือง จ. เชียงราย 57100
กรุณาเขียนติดที่กล่องด้วยว่าชุดนักเรียนบริจาค
และพร้อมชื่อที่ติดต่อของผู้ส่ง ถ้ามี email ด้วยจะดีมากครับ

รับเมื่อ : Jun 21, 2007 12:52 PM

ฝึกเข้าใจคนอื่นบ้าง

...เราไม่เคยเบื่อหน่ายเลยที่จะตอบคำถามเดิม ๆ เหล่านั้น

ชายแก่เลยวัย 70 คนหนึ่งคุยกับลูกชายที่เพิ่งกลับมาเยี่ยม
หลังจากแต่งงานย้ายครอบครัวออกไปไม่กี่ปี

ชายแก่ : แจ๊ค (ชื่อลูกชาย) นั่นอะไรลูก ? พ่อเห็นลาง ๆ
แจ๊ค : อ๋อ วัวหน่ะพ่อ

เวลาผ่านไป 2 - 3 นาที

ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรลูก ?
แจ๊ค : วัวตัวเดิมนั่นแหละพ่อ ยังไม่ไปไหนเลย

ผ่านไปอีก 2 - 3 นาที

ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรอีกล่ะลูก ?
แจ๊ค : (เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด) วัวพ่อวัว !! วัวตัวเดิมที่เพิ่งถามนั่นแหละ

เวลาผ่านไปอีก 2 - 3 นาที

ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรลูก ?
แจ๊ค : (เริ่มทนไม่ไหว) เอ๊ะ !! พ่อนี่ยังไงนะ ถามซ้ำ ๆ ซาก ๆ อยู่ได้
ผมจะบอกครั้งสุดท้าย แล้วนะว่า วัว...!!

ผ่านไปอีก 2-3 นาที

ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรน่ะลูก ?
แจ๊ค : โอ๊ย !!! พ่อเลอะเลือนแล้ว คุยกันไม่รู้เรื่อง ผมไม่คุยกับพ่อแล้ว
แล้วแจ๊คก็ผละจากพ่อไปอย่างอารมณ์เสียเป็นที่สุด

เวลาผ่านไป จวบจนตอนเย็น

ได้เวลาอาหารค่ำ เมื่อไม่เห็นผู้เป็นพ่อลงมา
แจ๊คจึงเดินขึ้นไปตามที่ห้อง ณ ที่นั่น
เขาได้พบชายแก่ นั่งเหม่อลอย ข้าง ๆ
มีไดอารี่เก่า ๆ เล่มหนึ่งที่เพิ่งเขียนบันทึกในวันนี้เสร็จ

แจ๊คถือวิสาสะเข้าไปอ่าน ความว่า...ครั้งหนึ่งเมื่อ 40 กว่าปีก่อนมาแล้ว
เรามีลูกชายคนหนึ่งที่เรารักมากที่สุด
เราตั้งชื่อเค้าเองว่า...แจ๊ค
ในวันที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่ง เราพาแจ๊คออกไปเดินเล่น
ตอนนั้นแจ๊คกำลังพูดได้เก่งทีเดียว เราพาเค้าไปนั่งที่สวนหลังบ้าน

พอดีมีวัวผ่านมา...
แจ๊คถามเราว่า พ่อ นั่นอะไร...วัวไงลูก เราตอบ เวลาผ่านไป
อีกไม่ถึงนาที แจ๊คก็ถามคำถามเดิมเราอีก เราก็ตอบเช่นเดิมอีก
เป็นอย่างนี้อยู่ถึง 25 ครั้ง

...เราไม่เคยเบื่อหน่ายเลยที่จะตอบคำถามเดิม ๆ เหล่านั้น
เรากลับรู้สึกดีใจอย่างที่สุดที่ลูกสนใจเราอย่างไม่เบื่อหน่าย...
แต่ในวันนี้ ณ ที่แห่งเดิม คน 2 คน ที่เคยถามคำถามเดียวกัน

หากแต่ว่าเราเป็นฝ่ายถาม แจ๊คเป็นฝ่ายตอบ... เพียง 5 ครั้งเท่านั้น
ลูกก็ตวาดเสียงดังใส่เรา หาว่าเราเลอะเลือน
รังเกียจแม้แต่จะคุยกับเราต่อไป...

เมื่ออ่านจบแจ๊ครู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ พ่อเลี้ยงเขามาอย่างดี
แต่วันนี้สิ่งที่เขาทำให้ท่านคือ การตวาดเสียงดัง
ไม่พูดด้วยแล้วก็เดินหนีไป
เขาตระหนักว่า เขาได้ทำสิ่งผิดพลาดซึ่งเขาเองแทบไม่รู้ตัว
*แล้วคุณล่ะ วันนี้คุณได้ทำอะไรดี ๆ ให้ท่านเหล่านั้นหรือยัง ...*

รับเมื่อ : Jun 24, 2007 9:33 AM

อ ย า ก ลื ม . . .

" อ ยากลืม " หมายถึง " ไม่มีวันลืม "

ลองได้ยินใครพูดว่า
" อยากลืม"
" ฉันอยากลืมเขาให้ได้"
" ฉันจะพยายามลืมเขาให้ได้"
" ฉันจะพยายามลืมมัน"

เชื่อมั่นได้ 100% ว่า เขาคนนั้น
หรือเรื่องราวเหล่านั้น " ไม่มีวันลืม"

คนเราลองจำเรื่องอะไรเข้าไปไว้ในหัวสมองแล้ว
แสดงว่า...มันคงเป็นที่สุดในชีวิต...หรือไม่ มันก็คง
ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต
ลืมยาก...เลยอยากลืม

ไอ้ที่อยากลืม...ก็คงเป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่...
คิดทีไรก็เศร้า
ทำให้คิดถึงคนที่ไม่อยากคิดถึง...
คิดถึงเรื่องที่ไม่อยากจำ

เราล้างสมอง...หรือทำลายความทรงจำยาก
แต่เราสร้างความทรงจำใหม่ๆ ได้ไม่ยาก
ลองทำให้ทุกวันต่อจากนี้ไป...ดีที่สุด...
เท่าที่เราจะทำได้
เพราะยังไงๆ วันนี้...ก็ต้องกลายเป็น "เมื่อวาน"
ของวันพรุ่งนี้อยู่วันยังค่ำ

ถ้าใครบอกว่า " ทำวันนี้ให้ดีที่สุด"
คงต้องขอแถมท้ายเข้าไปอีกว่า " ทำวันนี้ให้ดี
สำหรับวันพรุ่งนี้...ให้วันนี้กลายเป็นวันวานที่ดี"

เพราะเมื่อไหร่ที่ "จำไปแล้ว"

"จำไว้เลย ว่า ไม่ มี วัน ลืม "

รับเมื่อ : Jun 24, 2007 9:37 AM

5 กรกฎาคม 2550

เอาไว้อ่านเวลาทะเลาะกะแฟน

ชีวิตคนเรามีอะไรมากมายที่ผ่านเข้ามาให้ซึมซับรับรู้
ในชีวิตคนเรามีผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาให้รู้จักมักคุ้น

แต่ในผู้คนมากมายเหล่านั้น
อย่างน้อยคงต้องมีใครบางคนที่ทำให้เรารู้สึก "ไม่ธรรมดา"
ที่จะนึกถึง เรียกว่าเป็น "ความพิเศษ"
ที่เราจะยกเว้นเอาไว้จากความปกติทั่วไปของจิตใจ
ก็ในเมื่อคำว่า "พิเศษ" หมายถึงความจำเพาะ ความแปลกแยก ความดีงาม ความอบอุ่นในหัวใจ
กระนั้นทำไมเราไม่ปฏิบัติต่อเขาให้ตรงกับที่ใจคิด

ให้ "ความรู้สึกดีดี" จากจิตใจที่ดีดี
ให้ "ความอาทรถึง" จากจิตใจที่นึกถึง
ให้ "ความห่วง" จากจิตใจที่เป็นห่วง
ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างดีดี แต่มี "สติ"
ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างอบอุ่น แต่ไม่ "คุกรุ่น"
ให้ไปเลย ให้ไปเท่าไหร่ก็ได้ แต่เมื่อให้ไปแล้วต้อง "ไม่ร้อนรุ่มกลัดกลุ้ม"
และหากเมื่อใดจิตใจอาจระส่ำระสาย สะดุดกับอะไรขึ้นมาบ้าง
ก็จงหยุดพักตรึกตรอง อย่าปล่อยให้พายุอารมณ์โถมพัด
"สิ่งดีดี" จนกระจัดกระจาย
เพราะ "การให้ความหมาย" ไม่ใช่ "การตั้งความหวัง"
คนสองคนให้ความหมายซึ่งกันและกัน แต่คนสองคน

"จะไม่ตั้งความหวังในกันและกัน"

เพราะการตั้งความหวังมักนำพาซึ่ง "การเรียกร้อง"
"ความอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ" โดยที่ไม่รู้ตัว
มันร้อนนัก หนาวนัก และไม่เป็นสุข
เราต้องไม่ลืมปรับอุณหภูมิจิตใจเอาไว้ที่องศาอุ่นๆ
หากเริ่มรู้สึกตัวว่า ความร้อนเริ่มทวีขึ้น เราต้องค่อยๆ
เดินออกมาสูดอากาศเย็น
หากตรงกันข้ามเราก็ต้องหลบเร้นจากความหนาวมาหาไอแดดเช่นกัน
และอย่าลืมว่า "ความพิเศษ"
ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นพิเศษมากหรือพิเศษสุด
หรือพิเศษอย่างยิ่งในคนคนเดียว
ทั้งเราและเขาอาจจะมีคนพิเศษในวิถีชีวิตได้หลายลักษณะ
พิเศษในเรื่องนั้น พิเศษในเรื่องนี้
ในเมื่อหัวใจเป็นของเรา
เราก็ย่อมเลือกให้ความพิเศษกับใครก็ได้ที่เราจะไม่ต้องแลกกับความทุกข์อย่างพิเศษกลับมา

จงให้ "ความพิเศษ" เป็นชีวิตชีวา
เป็นแววตาที่แจ่มใส
เป็นความห่วงใยที่เมื่อนึกถึงทีไรก็ยิ้มได้
ไม่วิ่งหนี แต่ไม่วิ่งตาม
ไม่หักห้าม แต่ไม่กระโจนใส่
ไม่เป็นน้ำตาลที่หวานอ่อนไหว
แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจและเอื้ออาทร
จงเป็นความแจ่มใสในอารมณ์ของตัวเอง เป็นความชุ่มชื่น สดใส เช่นสายน้ำ
เป็นสีสันงดงามเช่นมวลผกา เป็นสีเขียวของใบไม้
ที่เย็นที่ตาและที่ใจ

และที่ตรงนี้ จะอีกนานเท่าใด ไม่ว่า "คนพิเศษ" คนนั้นจะอยู่ใกล้หรือต้องจากกันไกล
"ความพิเศษ" นั้นก็จะคงอยู่อย่างมีคุณค่า ณ ที่เดิม ที่ซึ่งใจข้างซ้ายตรงกัน

ดนตรีช่วยฉลาด

นักวิทยาศาสตร์อเมริกัน นำโดย นีนา ครอส นักประสาทวิทยา มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ค้นพบหลักฐานที่หนักแน่นชิ้นแรกที่ยืนยันว่า ดนตรีช่วยให้สมองมีพัฒนาการล้ำหน้าและช่วยให้มีหูเฉียบคมสำหรับรับฟังเสียงทุกชนิด รวมถึงเสียงพูด

ผลการศึกษาได้มาจากการวัดคลื่นสมองของอาสาสมัครผู้ใหญ่ 20 คน ครึ่งหนึ่งเคยฝึกเล่นดนตรีก่อนอายุ 12 ปี นานอย่างน้อย 6 ปี ที่เหลือฝึกเล่นดนตรีน้อยกว่า 3 ปี ทุกคนพูดอังกฤษเป็นภาษาแม่และไม่รู้จักภาษาจีน โดยให้ทั้งหมดดูหนัง ระหว่างนั้นปล่อยเสียงคำภาษาจีนกลางซึ่งจะเปลี่ยนความหมายไปตามระดับความสูงต่ำของเสียง 3 ระดับ พบว่า ขณะกำลังตั้งใจดูหนัง กลุ่มนักดนตรีได้ยินคำภาษาจีนที่มี 3 ระดับ ได้ดีกว่าคนที่ไม่ใช่นักดนตรี

นีนา กล่าวว่า "ประสบการณ์ทางดนตรีส่งผลต่อพัฒนาการด้านอื่นๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหรือแยกแยะเสียงที่ต้องการรับฟังในห้องเรียนที่จ้อกแจ้ก ถือเป็นเรื่องผิดพลาด ถ้าโรงเรียนไหนงบน้อยแล้วเลือกยกเลิกการสอนดนตรี"