Google
 

24 มิถุนายน 2550

บัตรประชาชนที่หายไป

อยากจะให้ทุกคนอ่านไว้เป็นอุทาหรณ์ เพื่อระวังภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากบัตรประชาชนหายไป

เมื่อต้นเดือนพฤษศจิกายนกระเป๋าสตางค์ของผมหายไป คิดว่าทราบตัวคนร้ายด้วย แต่เนื่องจากว่าคิดว่าไม่มีอะไรเนื่องจากว่ามีเงินเพียงไม่กี่บาทแต่มีบัตรประจำตัวประชาชน บัตรเอทีเอ็ม และบัตรเครดิต 3 ธนาคาร วันรุ่งขึ้นไปแจ้งความบัตรต่างๆ ที่หายไป เวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ผมยังไม่ได้ไปทำบัตรเอที่เอ็มใหม่ จึงต้องใช้สมุดบัญชีไปเบิกเงินใช้แต่ต้องเบิกต่างสาขาเนื่องจากที่ทำงานไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ แต่สาขาที่เปิดบัญชีอยู่ในกรุงเทพ ปรากฏว่าเบิกไม่ได้เนื่องจากมีการเปิดสมุดเล่มใหม่ ตรวจสอบพบว่า คน ร้ายนำบัตรประชาชนที่ติดไปกับกระเป๋า ไปแจ้งความว่าสมุดบัญชีชื่อผมหาย และนำเอาใบแจ้งความไปที่ธนาคารสาขาที่ผมเปิดบัญชีในกรุงเทพ แล้วคนร้ายก็ได้เปิดบัญชีใหม่ และทำบัตรเอที่เอ็มด้วย กดเงินไป เรียบร้อย ไปดูกล้องวงจรปิด เห็นไม่ชัด แต่ผมยืนยันว่าใช่แน่ ๆ จากรูปพรรณสันฐานเป็นคนร้ายที่สงสัยแน่นอน

บัตรเครดิตทุกใบผมได้อายัดทันทีที่รู้ว่าหาย ตรวจสอบแล้วยังไม่มีการนำไปใช้สบายใจได้ แต่วันเดียวกันที่รู้เรื่องว่าคนร้ายแอบอ้างไปทำบัตรเอที่เอ็มซึ่งผ่านมาแล้วประมาณ2-3 สัปดาห์บัตรเครดิต 2 ใบ ก็ได้ใบไหม่มาแล้ว 1. ใบที่1 ได้มาแล้วแต่นำไปใช้ไม่ได้วงเงินเต็มตรวจสอบพบว่าบัตราเครดิตธนาคารนี้เมื่ออายัดครั้งที่ 1 ผมอายัดเอง ทางธนาคารได้ส่งใบใหม่มาให้แล้วแต่ปรากฏว่าคนร้ายเอาจดหมายแจ้งรับพร้อมกับบัตร ประชาชนใบที่ติดกระเป๋าสตางค์ไปโชว์รับที่เคาน์เตอร์ไม่รู้ว่าเอาจดหมายแจ้งรับไปได้อย่างไรเพราะว่า

ตั้งแต่เกิดเรื่องกระเป๋าหายก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แล้วนำบัตรไปใช้จนเต็มวงเงิน จากนั้นคนร้ายก็แอบอ้างเป็นผมโทรเข้าไปอายัดอีกครั้งเพื่อให้ส่งใบใหม่มาให้แต่ไม่ไปตัดหน้ารับแล้วปล่อยให้จดหมายแจ้งมา ถึงผมแล้วผมก็ไปรับเอง แต่กลายเป็นบัตรที่วงเงินเต็ม แจ้งทางธนาคารโดยการโทรเข้าไป call center หลายครั้งพบพนักงานหลายคนผมต้องเล่าเรื่องใหม่ทุกคน รับเรื่องไว้ทุกคนบอกว่าจะดำเนินการให้มีรายการคนร้ายไปซื้อทองด้วยก็บอกว่าจะไปตามกล้องวงจรปิดมาเพื่อดูตัวคนร้ายผ่านไปหลายวันผมโทรเข้าไปอีก เจอพนักงานอีกคน เล่าเรื่องใหม่อีกเขาบอกว่าให้ผมรอโทรศัพท์ทางธนาคารจะติดต่อกลับมา ผ่านไป 1 สัปดาห์ โทรไปอีกเป็นเหมือนเดิมพนักงานที่รับโทรศัพท์บอกว่าชื่อพนักงานที่ผมบอกว่ารับเรื่องนั้นเขาไม่รู้จักและยังบอกว่ามันหลายวันแล้วกล้องวงจรปิดที่ร้านทองคงลบไปแล้วมั้งครับ

2. ใบที่ 2 ผมได้รับแล้วทางไปรษณีย์ แต่ปรากฏว่ามียอดการกดเงินสดจากบัตรเครดิตใบนี้แล้วในวันที่ผมยังไม่ได้รับบัตร แจ้งทางธนาคารโดยการโทรเข้าไป call center หลายครั้งพบพนักงานหลายคนผม ต้องเล่าเรื่องใหม่ทุกคน รับเรื่องไว้ทุกคนบอกว่าจะดำเนินการ fax ใบปฏิเสธรายการมาให้รอมานาน มาก ๆ เงียบเหมือนธนาคารแรกเลย

3. ใบที่ 3 จนถึงวันนี้นับตั้งแต่อายัดไปครั้งแรกยังไม่ได้รับบัตรเลย ตรวจสอบพบว่าบัตรได้ส่งไปแล้วและมีผู้เซ็นต์รับแล้วเนื่องจากมันเป็นจดหมายลงทะเบียน เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบให้ดีมาก ๆ แจ้งว่าคนร้ายโทรเข้าไปบอกเปลี่ยนที่อยู่การส่งเอกสารเป็นที่อยู่ใหม จากนั้นคนร้ายนำบัตรเครดิตที่ได้รับไปใช้จนเต็มวงเงินเหมือนกัน ธนาคารนี้ติดต่อให้ผมไปดูกล้องวงจรปิดเนื่องจากคนร้ายนำบัตรเครดิตไปเบิกเงินสดจากกล้องเห็นไม่ชัดแต่ผมยืนยันว่าใช่แน่ ๆ จากรูปพรรณสันฐานเป็นคนร้ายที่สงสัยแน่นอน

ธนาคารอีกที่หนึ่งผมไม่เคยเป็นลูกค้าและไม่เคยติดต่อเลยจนวันนี้พบว่าชื่อผมไปเปิดบัญชีที่นั่นและทำบัตรเครดิตด้วย มีการใช้จนเต็มวงเงินเหมือนกันกับทุก ๆ ที่เลย จากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่วันที่คนร้าย เปิดบัญชีที่ธนาคารนี้จนใช้บัตรเต็มวงเงินใช้เวลาไม่ถึง 15 วัน ทีอยู่ที่คนร้ายให้ไว้เป็นที่อยู่ที่เหมือนกับให้ไว้กับธนาคารในข้อ 3 เลยครับ

และปัจจุบันอิออนโทรมาหาผมที่ทำงานเพื่อถามข้อมูลพบว่าเมื่อไม่กี่วันนี้ผมไปสมัครบัตรอิออนด้วยนะ หลักฐานที่ใช้ไม่ใช่บัตรประชาชนใบเดิมที่ติดกระเป๋าสตางค์ไปแต่เป็นบัตรใหม่ที่ผมไปทำใหม่มาแล้วทราบได้ จากวันออกบัตรกับวันหมดอายุตรงกับบัตรใบใหม่ที่ไปทำมาเลย ส่วนที่อยู่ที่คนร้ายให้ไว้ตรงกับที่อยู่ในข้อ 3 เลยครับอิออนบอกว่าปัจจุบันมีการปลอมบัตรประชาชนกันเยอะ

ทุกคนอ่านกระทู้นี้แล้วคิดว่าสถาบันการเงินบ้านเราเป็นอย่างไรบ้าง ในบัตรหน้าไม่เหมือนกันก็แจ้งความได้ ไปเปิดบัญชีธนาคารก็ได้ ไปรับบัตรเครดิตก็ได้ ไปทำบัตรเครดิตต่าง ๆ ก็ได้ ขอให้ทุกท่านแสดง ความคิดเห็นร่วมกันนะครับช่วยทีว่าผมควรทำอย่างไรดี

Date: Feb 5, 2007 5:56 AM

ไม่มีความคิดเห็น: