เหลือเชื่อ วิทยาศาสตร์ โหราศาสตร์ คำทำนายบังเอิญสอดคล้องกันอย่างไม่น่าเชื่อ ! เตือนปีนี้เมืองไทยจะประสบภัยพิบัติหนักสุด จับตาสิงหาคมถึงปลายปี น้ำท่วมใหญ่ เมืองกรุง....ไต้ฝุ่นถล่มอ่าวไทยซ้ำรอยสหรัฐ " สมิทธ" ระบุน้ำท่วมภาคเหนือเป็นสัญญาณเตือน !
จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคเหนือ สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์ สินอย่างไม่คาดคิด มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 50 ราย และสูญหายนับร้อยนั้น ทำให้หลาย หน่วยงานต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ ซึ่งล่าสุดปริมาณน้ำท่วมขังยังไม่มีทีท่าจะลด ลงและสร้างความเดือดร้อนอย่างมาก .... ที่สำคัญมีการออกมาเตือนว่าอุทกภัยในปีนี้ อาจจะขยายวงกว้างมาถึงภาคกลางและกทมด้วย ขณะที่อีกกลุ่มไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้
สำหรับกลุ่ม นักธรณีวิทยาและอุตุนิยมวิทยา ที่เชื่อว่าจะมีภัยพิบัติเกิดขึ้นกับประเทศไทยหนักกว่าที่ผ่านๆ มายืนยันจากข้อมูลสถิติและเชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศของโลก โดยเฉพาะ ปรากฏการณ์ลานีญา หรือน้ำท่วมใหญ่พายุถล่มที่กำลังจะมาเยือนเมืองไทยในปีนี้ ซึ่งอีกกลุ่มหนึ่งมองว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนั้นจะสอดคล้องกับคำทำนายหรือการตีความของไบเบิ้ลโค้ดอย่างไม่น่าเชื่อ...
เตือนคนไทยรับมือภัยพิบัตินับแต่นี้ ...
รศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ศึกษาเรื่องภัยพิบัติกล่าวว่าจากข้อมูลที่ศึกษาเป็นการล่วงหน้าในปี 2007 ร่วมกับองค์กรนานาชาติที่ศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของโลก พบว่า....นับตั้งแต่ปีนี้การเกิดภัยพิบัติในไทยและทั่วโลกจะมีมากขึ้นถึง 20% ในทุกๆปีโดยเฉพาะประเทศจีนและยุโรปจะรุนแรงมาก
ทั้งนี้จากเหตุการณ์น้ำท่วมแผ่นดินถล่มใน จ.อุตรดิตถ์ เป็นปรากฏการณ์เชื่อมโยงกับความปรวนแปรของภูมิอากาศโลก ซึ่งมีสาเหตุจากภาวะโลกร้อนโดยตรง ขณะนี้กระ-แสน้ำในทะเลแปรปรวน ปรากฏการณ์ลานีญาจะทำให้ฝนตกมากในไทยและเพื่อนบ้านเช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม ทางตอนใต้ของจีนโดยจะเกิดพร้อมๆ กับแผ่นดินถล่ม ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ที่นับแต่นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก
รศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าวอีกว่าจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปจะทำให้ฤดูร้อนในไทย อาจลากยาวจากเดือน มี.ค. เม.ย.ไปถึงเดือน พ.ค. โดยภาพรวมแล้ว ไทยจะมีฝนตกมากขึ้นและมีการแปรปรวน คือฝนตกมากขึ้นในทุกๆปีประมาณ 30% ถ้าเทียบกับช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จะทำให้เกิดภัยพิบัติก่อให้เกิดแผ่นดินถล่ม น้ำท่วมและภัยแล้งในปีเดียวกัน
" เรื่องภัยพิบัติเราคนไทยจะต้องเจอทุกปีและจะต้องมีการเตรียมพร้อม เผลอๆปีนี้ภาคกลางจะเจอค่อนข้างสูงโดยเฉพาะพายุไต้ฝุ่น หรือ Tropical Storm และพายุโซนร้อนที่มีกำลังแรงมากขึ้นและมีจำนวนมากขึ้น 10-20% ... ส่วนภาคอีสานให้ระวังในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และยังมีแนวโน้มมาทางอ่าวไทยซึ่งมาจากทิศตะวันตกมากขึ้น เพราะว่าเมื่อก่อนบ้านเราพายุไต้ฝุ่นเข้าทางดานัง แหลมญวน หรือทางไต้หวัน จีนใต้ เมื่อมาถึงไทยก็อ่อนกำลังลง"
ระวัง กทม. ซ้ำรอย " นิวออร์ลีนส์ ...
รศ.ดร.ธนวัฒน์ย้ำและเตือนว่าจากพายุไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรง อาจมีผลทำให้เกิดน้ำท่วมในทุกภาคของไทย ช่วงเดือนกค.- ตค. ปีนี้ โดยเฉพาะกทมถือเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสูง มีโอกาสเกิดน้ำท่วมใหญ่ 3 เมตร เหมือนปี 2485 และปี 2496.. เนื่องจากพายุไต้ฝุ่นที่หมุนเข้าอ่าวไทยโดยตรง บริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกและอ่าวไทย ตอนบนซึ่งน่ากลัวมากประกอบกับน้ำเหนือที่จะไหลมาสมทบ... กรุงเทพฯจะเหมือนนิวออร์ลีนส์ สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะย่านรามคำแหงซึ่งเป็นแหล่งกะทะเพราะพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 50 เซนติเมตร
นอกจากนั้นการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์จะมีผลกระทบต่อพืชพรรณธัญญาหารที่มีผลผลิตลดลง และยิ่งไปกว่านั้นจะก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมา..... โดยเฉพาะ โรคอุบัติใหม่ เช่น โรคไข้หวัดนกที่อาจกลายเป็นไข้หวัดที่ติดต่อไปยังคน โรคซาร์ส และโรคอุบัติซ้ำโรคในอดีตจะกลับมาอีก เช่น ฝีดาษ ไข้ทรพิษ
" ผมไม่กลัวเรื่องภัยพิบัติจากน้ำ เพราะเราสามารถประกาศเตือนได้ในการอพยพคน แต่รัฐบาลต้องเน้นเรื่องการศึกษาวิจัยเรื่องภัยพิบัติให้มาก และสนใจทั้งการเตือนภัยการป้องกันโดยใช้หลักวิชาการ แต่ โรคที่จะตามมาผมว่าน่ากลัวมากกว่า คิดว่าคนจะตายเป็นเบือ หรือโรคที่เกิดจาก เชื้อไวรัสที่มาจากค้างคาวแม่ไก่ บริเวณจ.ฉะเชิงเทราที่มีพาหะนำโรคเมื่อมาติดคนทำให้ตายได้ " ทั้งนี้เห็นว่า การติดตั้งสัญญาณเตือนภัยพิบัติทางน้ำโดยใช้งบประมาณไม่มาก ในพื้นที่ 270 กว่าหมู่บ้านที่กรมทรัพยากรธรณีทำการสำรวจว่า เสี่ยงต่อแผ่นดินถล่มว่า .. โดยการตั้งเครื่องเตือนภัยวัดระดับน้ำในหมู่บ้านและเชื่อมระบบกับกรมอุตุนิยมวิทยา จะเป็นการดีกว่าติดตั้งหอเตือนภัยในพื้นที่ที่เกิดสึนามิ
กรีนเฮาส์เอฟเฟกต์ กระทบทั่วโลก
ขณะที่ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยาผู้คิดค้นระบบควบคุมการลงจอดบนดาวอังคารของยานอวกาศไวกิ้ง 2 ลำ เมื่อปีคศ. 1976 กล่าวว่า การที่เกิดภัยพิบัติขึ้นในประเทศไทยบ่อยๆนั้น มีส่วน เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์เรือนกระจกอย่างแน่นอน เพราะจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงได้ส่งผลกระทบต่อทั้งโลก และในหลายพื้นที่ไม่เฉพาะประเทศไทย อย่างฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ก็มีผลกระทบทั้งสึนามิ แผ่นดินถล่มต่างๆ
ส่วนเรื่อง " ลานีญา" นั้น สมมติว่าฝั่งแปซิฟิก ฝั่งหนึ่งเกิดความแห้งแล้ง แต่อีกฝั่งที่อยู่ตรงกันข้ามจะมีน้ำมากผิดปกติ โลกเลยดึงเอาความร้อนไปอีกข้างและความเย็นมาอีกข้าง ทำให้เกิดความไม่สมดุล ถือเป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติเพราะไม่ค่อยเกิดขึ้นซึ่งปกติทะเลก็ได้เปลี่ยนทิศมาหลายปีแล้ว จากที่เมื่อก่อนไทยเราเคยแห้งแล้งมาก แต่ทางฝั่งอเมริกาใต้จะมีพายุฝนตกหนักตลอด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เหตุการณ์ " ลานีญา"หมุนมาที่ฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางบ้านเราก็จะมีพายุ น้ำหลากกันตลอด ซึ่งตอนนี้เป็นที่น่ากังวลว่า........... ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นอีกหรือไม่ เพราะถ้ายังคงเพิ่มสูงขึ้นเราก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว และสึนามิอีกครั้งโดยที่เราไม่สามารถบอกได้เลยว่า " ลานีญา"จะมีการเคลื่อนตัวอย่างไรและอีกนานเท่าไรกว่าจะเคลื่อนตัวออกไป
ดร.อาจอง ยังกล่าวถึง เหตุการณ์ขั้วแม่เหล็กโลกพลิกตัว ว่า ไม่ได้เกิดขึ้นมาง่าย ๆ และ ขณะนี้ก็ยังไม่ได้พลิกตัวอะไร จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงมากกว่า แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์น้ำทะเลสูงขึ้นมากๆ อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ ... ซึ่งถ้าขั้วแม่เหล็กโลกพลิกตัวจริงจะ ส่งผลร้ายคือ โลกจะดึงพลังงานจากดวงอาทิตย์สูงเพิ่มขึ้นในบางจุดของโลก และจะส่งผลร้ายต่อสิ่งมีชีวิตในพื้นที่นั้นๆ
แย้ง "โลกไม่แตก" แต่.. อีก 12 ปี เปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นเมื่อปีที่แล้ว ดร อาจอง เคยกล่าวว่าในการสำรวจดาวอังคารหรือเตรียมจะอพยพคนออกไปจากโลก ไม่ได้หมายความว่าโลกกำลังจะแตกจริงอย่างที่ทำนายกัน เพียงแต่ว่าขณะนี้โลกของเราอาจกำลังจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็ เป็นผลมาจากมนุษย์ด้วยกัน เพราะว่า เราทำลายป่าไม้ เผาผลาญพลังงานมากเกินไป ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จนเกิดภาวะเรือนกระจก ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น จนน้ำแข็งขั้วโลกเริ่มละลายรวมทั้งทำให้เกิดพายุไต้ฝุ่น พายุเฮอร์ริเคน ซึ่งเกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อม
" จากเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น จากภาวะเรือนกระจก ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นวิกฤติ อันนี้เกิดจากภาวะความเปลี่ยนแปลงของโลก ... ถ้าระดับน้ำทะเลมันสูงขึ้น มันก็จะเกิดน้ำท่วมในหลายๆ จุด แล้วถ้าลองคิดว่า น้ำทะเลมันขึ้นแค่ 2 เมตร กรุงเทพฯ ของเราก็คงไม่มีแล้ว เพราะ กรุงเทพฯเราอยู่เหนือน้ำทะเลไม่ถึง 1 เมตร แล้วถ้าน้ำสูงระดับนั้นจริงๆมันต้องท่วมเข้ามาในภาคกลางของประเทศไทย และบางประเทศก็อาจต้องสูญหายไปอย่างน้อยก็ประมาณ 1/3 ของหมู่เกาะแถบอันดามันก็อาจจะหายไปเลย ... ผมคาดว่าอีก 12 ปี โลกของเราจะเปลี่ยนแปลงไปซึ่งแต่ละศาสนา ก็เคยมีการทำนายเอาไว้แล้วว่าโลกของเราจะต้องเกิดวิกฤติ แต่การที่จะไปถึงจุดนั้นได้ มนุษย์เราคงต้องโดนกระตุ้นจาก ธรรมชาติเสียก่อน"
เตือนกทม.รับมือน้ำท่วมใหญ่
นาย สมิทธ ธรรมสโรช ประธานอำนวยการคณะกรรมการภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า การคาดการณ์ของตนที่ เชื่อว่าปีนี้กรุงเทพฯ และภาคกลาง อาจประสบปัญหาฝนตก และน้ำท่วมอย่างรุนแรง เนื่องจากภาวะโลกร้อนและสภาวะอากาศแบบลานีญา .. โดยเฉพาะในเดือน ตค. พย. และ ธค. เป็น ช่วงเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ในภาคกลางนั้น เป็นการมองจากข้อมูลและสถิติรวมทั้งประสบการณ์การทำงานของตน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ...
... โดยเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคเหนือนั้นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า มี
ความผิดปกติเกิดขึ้นกับสภาพอากาศเมืองไทย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น