Google
 

26 ธันวาคม 2550

7 ข้อห้ามของคนอยากผอม

1. ห้ามอด อย่าไปเชื่อว่า การอดมื้อ กินมื้อแบบยาจกนั้น จะทำให้คุณผอมเพรียวลงได้ การที่คุณอดอาหารไปบางมื้อ จะทำให้ระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ทำงานได้ช้าลง ยิ่งทำให้อัตราการเผาผลาญไขมัน ทำได้น้อยลงตามไปด้วยอย่างนี้ อดแทบตาย ก็มีแต่จะเป็นลมล้มพับ แต่ไม่ยักกะผอมเสียที

2. ห้ามผัดวันประกันพรุ่ง อย่าพยายามหาเหตุผลมาผัดวันประกันพรุ่ง ถ้าอยากหุ่นดี ก็ควรเริ่มลงมือทันทีแต่ก็ไม่ต้องถึงกับยอมหักดิบ ค่อยเป็นค่อยไป และไม่ควรใจอ่อนกับตัวเอง สักวันหนึ่งคุณก็จะผอมได้ชัวร์

3. ห้ามใจร้อน การที่จะลดน้ำหนักส่วนเกินลง ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในชั่วข้ามคืน แม้นว่าคุณจะไม่สามารถที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลง 5 กิโล ภายใน 2 สัปดาห์ก็อย่าเพิ่งท้อแท้ ลองให้เวลามากขึ้นอีกหน่อย อาจจะ 2 เดือน หรือ3 เดือน หากคุณไม่ถอดใจไปเสียก่อน คุณก็มีสิทธิ์เป็นสาวหุ่นดีได้แน่

4.ห้ามขี้เกียจ ถ้าอยากผอมจริง ๆ ก็ต้องขยันขยับตัว ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องออกแรง เรียกเหงื่อหลาย ๆ หยดหน่อย เพราะการออกกำลังกาย เป็นหนทางเดียวที่ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินของคุณได้อย่างปลอดภัย และหวังผลได้ชัวร์ๆ ด้วยสิ

5. ห้ามแตะน้ำอัดลม เครื่องดื่ม รสซ่า เต็มฟอง เย็นเจี๊ยบสักกระป๋อง อาจทำให้คุณรู้สึกเต็มที่กับชีวิต แต่เครื่องดื่มชนิดนี้ ก็หนักแคลอรี่อย่าบอกใครเชียว หันมาดื่มน้ำเปล่าแทนจะดีกว่า ช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ดีไม่แพ้กัน แถมยังถูกสตางค์ และไม่มีแคลอรี่ไห้หนักตัว

6. ห้ามคลายเครียดด้วยการกิน จะเหงาใจ กลัดกลุ้ม หรือรู้สึกย่ำแย่แค่ไหน ควรหาทางออกด้วยการฟังเพลง เดินเล่น พูดคุยกับใครสักคนที่รักเรา (จริง ๆ) ดีกว่าการหันหน้าพึ่งพาขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน หรือไอศกรีม ซึ่งอาจช่วยบำบัดอารมณ์ได้เพียงชั่ววูบ แต่ก็ทำให้คุณอ้วนแบบไม่รู้ตัว

7. ห้ามตามใจปาก ถ้าอยากคุมน้ำหนักตัวให้อยู่หมัดจริง ๆ อย่าได้เผลอตามใจปากบ่อยนัก ควรคิดก่อนกินเสมอ.อ..

20 ธันวาคม 2550

ภรรยาหายตัวไป

ภรรยาหายตัวไป ช่วย FWD ด้วยครับ สงสารลูกๆ หากท่านใดพอมีเวลาสักนิดช่วยอ่านเมล์นี้แล้วส่ง FWD ต่อหน่อยนะครับ ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวที่อบอุ่นประกอบไปด้วยตัวผม ภรรยา และ พยานรักลูกน้อยของเราอีก 2 คน ถึงแม้ตัวผมเองจะไม่ได้มีเงินมีทองอะไรมาก สุข ทุกข์เป็นไปตามประสามนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วไป ' ความสุข ' หนึ่งเดียวที่ผมมีอยู่คือการที่ได้อยู่และได้ทำให้คนที่ผมรัก ภรรยา และ น้อง Fluck น้อง Flame ( ยังไม่ขวบดีเพิ่งแปดเดือนเอง) มีความสุข หรืออยู่เพื่อ เมืย เพื่อลูกนั่นเอง ผมว่าใครๆหลายๆคนก็คงมีความสุขหนึ่งเดียวหลักเหมือนกับผม แต่ว่าความสุขนั้นมันช่างสั้นนัก.....

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา อยู่ๆ ภรรยา ผม คุณ อัมพร เอียดจะปก (เมย์) ก็ได้หายตัวไปโดยไม่ทราบสาเหตุ.... ทางผมและพ่อ แม่ เพื่อนและ เครือญาติ เลยออกตามหาในทุกๆที่ที่คิดว่า เมย์ จะไป แต่ก็ไม่พบ....ตอนแรกผมคิดว่าคงไม่มีอะไรเดี๋ยว เมย์ต้องกลับมา มาหาลูก เพราะเรายังคุยกันอยู่ว่าจะพา ลูก Fluck ไปเที่ยว Dreamworld ตามคำขอของ ลูกในวันเกิดครบอายุห้าขวบ...แต่จนถึงวันที่เขียนเมล์ขอความช่วยเหลือจากทุกท่าน( 17 พฤศจิกายน 2550) เมย์ยังไม่ติดต่อกลับมาเลย...น้อง Fluck ที่ผมบอกไปว่าแม่ไปทำงานเดี๋ยวก็กลับมาเริ่มร้องไห้หาแม่ทุกคืน...น้อง Flame ก็เริ่มไม่ยอมกินนมเพราะปกติเค้าจะกินเฉพาะถ้าเมย์ป้อนให้เค้า...ตอนนี้ผมไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมขอพระเดช พระคุณ พระรัตนตรัย คือผมขอภรรยาผมและความสุขหนึ่งเดียวของผมกลับมาไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม.....หากท่านผู้ใดผมเห็น เมย์ ดั่งรูปด้านล่าง คนขวามือ หรือมีเบาะแส ก็โปรดช่วยติดต่อ ผม (ตู๋) กลับที่ 043-340927 ด้วยเถอะครับถือว่าช่วยคนตาดำดำ หาเข้ากินค่ำคนนึง

19 ธันวาคม 2550

How Smart are you?

A PRE-SCHOOL TEST FOR YOU

Which way is the bus below traveling?

To the left or to the right?


Can't make up your mind?

Look carefully at the picture again.

Still don't know?









Primary school children all over the UK were shown this picture and asked the same question.

90% of them gave this answer:

"The bus is traveling to the right."


When asked, "Why do you think the bus is traveling to the right?"

They answered:

"Because you can't see the door to get on the bus."


How do you feel now???

I know, me too.

18 ธันวาคม 2550

Put things into perspective

THIS ONE WILL MAKE YOU PUT THINGS IN PERSPECTIVE ......................

It was a busy morning, about 8:30 , when an elderly gentleman in his 80's, arrived to have stitches removed from his thumb. He said he was in a hurry as he had an appointment at 9:00 am .

I took his vital signs and had him take a seat, knowing it would be over an hour before someone would to able to see him. I saw him looking at his watch and decided, since I was not busy with another patient, I would evaluate his wound.

On exam, it was well healed, so I talked to one of the doctors, got the needed supplies to remove his sutures and redress his wound.

While taking care of his wound, I asked him if he had another doctor's appointment this morning, as he was in such a hurry. The gentleman told me no, that he needed to go to the nursing home to eat breakfast with his wife.

I inquired as to her health. He told me that she had been there for a while and that she was a victim of Alzheimer's Disease. As we talked, I asked if she would be upset if he was a bit late. He replied that she no longer knew who he was, that she had not recognized him in five years now.

I was surprised, and asked him, "And you still go every morning, even though she doesn't know who you are?"

He smiled as he patted my hand and said, "She doesn't know me, but I still know who she is."

I had to hold back tears as he left, I had goose bumps on my arm, and thought, "That is the kind of love I want in my life."

True love is neither physical, nor romantic. True love is an acceptance of all that is, has been, will be, and will not be.

With all the jokes and fun that is in e-mails, sometimes there is one that comes along that has an important message. This one I thought I could share with you.

The happiest people don't necessarily have the best of everything; they just make the best of everything they have.

I hope you share this with someone you care about. I just did.

"Life isn't about how to survive the storm, but how to dance in the rain."

17 ธันวาคม 2550

สัญญาทาสฟิตเนส

สัญญาทาสฟิตเนส…ยกเลิกได้...ถ้ารู้เท่าทัน
และกล้าลุกขึ้นมารักษาสิทธิ์ตัวเอง

เรื่องราวแบบนี้ บอกได้คำเดียวจริงๆ ค่ะว่า ไม่เกิดกับตัวเอง
ไม่มีทางรู้ ไม่มีทางเข้าใจ ที่ผ่านๆ มาก็ได้แต่อ่านจากกระทู้ของคนอื่น

ว่าโดนพนักงานขายของฟิตเนสหว่านล้อมให้เซ็นต์สัญญาทาส

ผูกมัดตัวเอง ยังเคยคิดว่า ก็ไปยอมทำไมล่ะ เดินหนีออกมาซะก็สิ้นเรื่อง

สัญญาก็ไม่อ่านให้ดีล่ะ ไปยอมลงชื่อแบบนั้นทำไม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

ต้องยอมรับเลยว่า “ไม่สามารถแม้แต่จะปกป้องตัวเอง” มันเป็นยังไง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ ที่ 23 ที่ผ่านมา เราเดินกลับมาจากพารากอน
มาที่ เซ็นทรัลเวิร์ด เพราะว่าต้องมาเก็บงาน ระหว่างนั้นก็มีพนักงานขาย เข้ามาทัก

“พี่คะ สนใจรับบัตรเข้าทดลองใช้ฟิตเนสฟรี 7 วันมั้ยคะ”

ตอนนั้นก็นะ ได้ยินว่าของฟรี ทำไมจะไม่เอาล่ะ ตอนแรกก็เข้าใจว่า แค่ลงชื่อไว้

แล้วก็รับคูปองไปได้เลย พนักงานขายกลับมาเรามานั่งที่โต๊ะ

พร้อมบรรยายสรรพคุณต่างๆ นานา ว่าสถานบริการฟิตเนส

ของเธอนั้นหรูหรา ครบครันขนาดไหน รวมถึง

บิแครมโยคะ จะมาเซ็นต์สัญญากับที่นี่ เราก็เฉยๆนะ แม้ว่าจะเป็นสนใจการ
ออกกำลังกายอยู่แล้ว และก็เคยเป็นสมาชิกฟิตเนสมาก่อน แต่ด้วยความที่อาชีพที่ทำงาน

ไม่ค่อยเป็นเวลา ก็เลยไม่ได้ต่อสัญญา พนักงานคนนั้นเห็นท่าว่าจะพูดยังไงเราก็คง

ไม่ยอมเป็นลูกค้าเธอแน่ๆ ก็จัดการให้พนักงานขายที่เราก็พอดูรู้ว่าน่าจะเป็น

ซีเนียร์ เพราะดูคล่องแคล่ว และจัดเจนกว่ามาก สถานการณ์ตอนนี้กลายเป็น

สองรุมหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะทำยังไง เราก็ยังไม่ยอมว่าจะเซ็นด้วย

พวกเธอก็จัดการงัดกลเม็ด ลดแลก แจก แถม มาล่อ จากราคาสูงลิบๆ ลดลงมาเรื่อยๆ
ในการอธิบายถึงบริการต่างๆในฟิตเนสของเธอ ทำให้เราเข้าใจผิดว่า มีบริการในส่วน
ของโยคะร้อน และ บิแคมโยคะ เราก็ขอสารภาพตรงๆว่า เราก็ไม่รู้หรอกว่า
มันต่าง หรือ มันเหมือนกันยังไง แต่รับรู้ได้จากพวกเธอว่า บิแครมโยคะ

เป็นแบบลิขสิทธ์เฉพาะ มีทั้งหมด 26 ท่า ใช้เวลา 90 นาที ต่อคลาส

แต่โยคะร้อนไม่ถึง 26 ท่าและ ใช้เวลา 60 นาที

จนกระทั่งมาจบที่ราคา 1449 บาท/เดือน ซึ่งเธอเองก็บอกว่า

ราคานี้ถูกสุดๆแล้ว ไม่ได้ให้ใครแล้วถูกขนาดนี้ โดยที่สามารถ

เข้าใช้บริการได้ทุกส่วนเลย เข้าได้ทุกคลาส ยกเว้นบิแครมโยคะ ด้วย
เพราะตอนนั้นเราเข้าใจไปว่ามี โยคะร้อนแบบธรรมดารวมอยู่ในนั้นด้วย

ซึ่งนั่นก็พอแล้ว ในส่วนของบิแครมโยคะที่ต้องจ่ายเพิ่มเราไม่สนใจอยู่แล้ว
แต่ก็นะ บ้านเราอยู่ลาดพร้าว ไอ้เรื่องที่จะสมัครฟิตเนสที่เซ็นทรัลเวิร์ล

ก็ดูจะไกลเกินไป จ่ายตังค์ไปก็คงไม่คุ้ม พนักงานขายสองคนก็ยังคะยั้นคะยอ
“แหมคุณพี่ขา พี่คนนึงบ้านเค้าอยู่ตั้งดอนเมือง เค้ายังสมัครเลย คิดถึงสุขภาพที่ดี

สิคะ ดูคุณพี่สิหน้าตาซีดเซียว เพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายใช่มั้ยเนี่ย”

มีแอบแว้งกัดเราด้วย ตอนนั้นคิดในใจ พี่คนนั้นเค้าคิดยังไงนะ เราก็ยังมีท่าทีนิ่งเฉย

พนักงานขายซีเนียร์ มองหน้าเรา แล้วก็พูดขึ้นมาว่า

“ที่คุยกันมาตั้งนานนี่ พี่ติดเรื่องเงินใช่มั้ยคะ”

เรารู้สึกหน้าชา พนักงานคนนี้ทำไมมาพูดจาบจ้วงเราได้ขนาดนี้ถึงแม้ว่าถ้อยคำ

มันจะผ่านออกมาจากสีหน้าแววตาที่ยิ้มแย้ม สุภาพก็เถอะนะ
เราก็เลยพูดไปตรงๆว่า
“น้องคะ ที่พี่มานั่งคุยเนี่ย พี่อยากได้บัตรทดลองใช้ก่อนที่จะตัดสินใจนะ”
พนักงานขายซีเนียร์ มองหน้าเรา
“พี่คะคงไม่มีคนบ้าที่ไหนมาเสียเวลานั่งคุยเป็นนานสองนาน
ทั้งๆที่ไม่คิดสนใจจะสมัครหรอกนะคะ พี่บอกหนูมาตรงๆดีกว่า ถ้าพี่ติดเรื่องเงินน่ะ”
อ้าวซวยแระ ! มันหลอกด่าเรานี่หว่า! เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่ลุกออกมา
รู้แค่อย่างเดียวว่า “ลุกไม่ได้” เพราะพวกเธอไม่เปิดโอกาสให้เราปลีกตัวออกมา

แบบ “คนมีการศึกษาเค้าทำกัน” ได้เลย

เรื่องราวก็ดำเนินไปเหมือนนิยายเรื่องเก่าฉายซ้ำเดิมๆ ที่สุด
เราก็ตกลงเซ็นต์สัญญากับพนักงานขายทั้งสองคนนี้ รู้สึกเหมือน

โดนข่มขืนจริงๆ เรามาคิด เอาน่ะ เดือนนึงมาสัก 4 ครั้ง อาทิตย์ละครั้ง
มาเล่นโยคะ ก็พอได้มั้ง 1 ปีเอง เพื่อสุขภาพ แถม โวเชอร์ ที่ได้มา
ก็มูลค่าเยอะอยู่ ทั้งสปา ทั้งท!
ำหน้า เอาน่ะ คุ้มอยู่หรอก
หลุดพ้นจากตรงนั้นมาได้ เหมือนคนโผล่พ้นน้ำจริงๆ

เมื่อเก็บงานเสร็จเรียบร้อยกลับมาถึงบ้าน ก็ยังคงข้องใจสงสัยกับตัวสัญญาอยู่
มาเปิดอ่านอีกที ตายล่ะ! อะไรกัน สัญญาทำไมมันเป็น 24 เดือนล่ะ

มันไม่ใช่ที่คุยกันไว้นี่ มัน 2 ปีเลยนะ ตอนนั้นรู้สึกสับสน พลิกมาอ่านสัญญา

ก็พบแต่ข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ รวมถึง
*** ห้ามยกเลิกสัญญาก่อนระยะเวลาขั้นต่ำที่ระบุไว้***

อะไรกัน... นี่มันเอาเปรียบกันได้ขนาดนี้เลยหรอ คลับก็ยังสร้างไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ

เช้าวันรุ่งขึ้นเราตัดสินใจ โทรกลับไปถามเซล ว่าที่เราคุยกันไว้มัน
ไม่ใช่แบบนี้ไม่ใช่หรอ เธอกลับตอบว่า
“คลับเราไม่มีสัญญาแบบ 1 ปีนะคะ ที่หนูคุยกับพี่ทั้งหมด เป็นแบบ 2 ปีหมดเลย”
อ้าว...ไหงเป็นงี้ล่ะ เราเลยถามกลับ “แล้วตกลง พี่เข้าใช้อะไรได้บ้าง “
“ ก็ใช้ได้ทุกอย่างแหละค่ะ ยกเว้นโยคะ” เอาแล้วไง คนพวกนี้เล่นเราจนได้
“ พี่เข้าใจว่า ราคานี้พี่เข้าโยคะร้อนได้ แต่เข้า บิแครมโยคะไม่ได้ นี่แสดงว่าพี่เข้าใจผิดหรอ”
“คลับของเรา ไม่มีโยคะร้อนนะคะ ที่มีก็คือ บิแครมโยคะ”
อ้าว ก็ตอนคุยกัน เราเห็นพนักงานขายทั้งคู่หยิบตารางคลาสโยคะร้อนขึ้นมาให้เราดูนี่นา
แล้วทำไม ข้ามแค่คืนเดียว มันทำไมเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
เราพยายามคุยกับเซลเพื่อต่อรอง ที่สุดเธอก็บอกให้เราโทรไปคุยกับทาง
ส่วนบริการลูกค้ากลาง เอาเอง กลายเป็นว่า ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรา
คือ ต้องจ่ายเงินก้อนเพิ่ม เพื่อให้เป็นแพ็คเกจ 20,388 บาท

สำหรับการเข้ารับบริการฟิตเนส และ คลาสออกกำลังกายต่างๆ

ยกเว้นโยคะ ในสัญญา 12 เดือน + ฟรี 3 เดือน

ทั้งๆ ที่เราเพ่งเสียไป 1449 บาท แต่ตอนนั้นก็ออกแนวปลง

และทำใจแล้ว เพราะไปขอคำปรึกษาจากใครก็บอกว่า เราต้องทำตามสัญญา
ก็ดันโง่ไปเซ็นโดยไม่อ่านทำไมล่ะ ถึงจะหาข้อมูลทางเน็ตอย่างหนัก
เข้าเว็บไซต์ของ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทรไปของคำปรึกษา

อ่าน พรบ. ขายตรง ก็แล้ว ตัวเราเองก็ยังไม่แน่ใจ
ว่าเราจะรอดพ้นจากสัญญาบ้าๆ นี่ได้ยังไง
ถอดใจแล้วค่ะบอกตรงๆ พนักงานขายซีเนียร์โทรมาหาเราอีกครั้ง

เพื่อยืนยันว่า เราทำได้ก็แค่ ต้องจ่ายเงินก้อน
แล้วผ่อนกับบัตรเครดิตของเราเอา หากต้องการจะลดระยะเวลาลง
เป็น 12 เดือน + ฟรี 3 เดือน

“ โอเคพี่รับได้นะ ที่จะจ่าย แต่ขอถามไรหน่อยสิ

ถ้าสมมติว่าพี่จะขอเลิกสัญญาล่ะ พี่ทำได้มั้ย” ลองโยนหินถามทาง

“คงไม่ได้หรอกค่ะพี่ เพราะสัญญาระบุไว้แล้วว่า บอกเลิกก่อนกำหนดไม่ได้”
เธอตอบกลับมาอย่างมั่นใจ

“ แต่ตาม พรบ. ขายตรง ผู้บริโภคมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ภายใน 7 วันไม่ใช่หรอ “

เราก็ลองแหย่ไปดู

“จริงหรือคะ....พี่แน่ใจหรอคะ” น้ำเสียงเย้ยหยันนั้น

เสียดแทงความรู้สึกของเรามาก ใช่สิ เราเสียเปรียบอยู่แล้วนี่

ตอนนั้นบอกตรงๆว่า ห่อเหี่ยวมาก แต่ทำใจแล้ว ที่หาข้อมูลมาทั้งหมด

กฎหมายบ้านเมืองช่วยเหลือเราไม่ได้เลยหรอ ตั้งใจว่าจะนัดพนักงาน

ขายเข้าไปเปลี่ยนสัญญาใหม่วันเสาร์นี้ ดีที่ว่าเพื่อน ดึงความคิดเราเอาไว้

“โบว์อย่ายอมนะ เรายังพอดีทาง” เพื่อนเราคนนี้เค้าจบนิติมา

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นทนายและเจ้าตัวเองก็ออกตัวว่าคืนอาจารย์ไปเยอะ

แล้วก็ตาม ก็พยายามดึงความคิดเรากลับมาอีกครั้ง

“ สคบ. ไง ไปปรึกษาเค้าดูก่อน อย่าเพิ่งถอดใจนะ เรายังพอมีทาง “
เรานึกถึงคำพูดเย้ยหยันของพนักงานขายคนนั้นแล้ว เกิดแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง

เอาวะ ถ้าจะต้องตาย ก็ขอให้ตายอย่างสมศักดิ์ศรีหน่อยเถอะ อย่างน้อย

ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

เช้าวันนี้ (26) เราเลยตัดสินใจโทรไปลางานครึ่งวัน เพื่อไปร้องเรียนที่

สคบ. ด้วยตัวเองทันที ไปถึงเราได้บอกเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับเจ้าหน้าที่ฟัง

ซึ่งทาง สคบ. มีเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับฟิตเนสโดยเฉพาะ
ทำให้เราได้รับความรู้เพิ่มขึ้นว่า

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้มีข้อกำหนดไว้ว่า สัญญาธุรกรรมซื้อขายสินค้า
หรือบริการใดๆ มีสิทธิ์ยกเลิกได้ภายใน 3 วัน หากพบว่าสัญญาไม่เป็นธรรม
นับจากวันที่เราทำสัญญา (23) มาถึงวันนี้ (26) ก็ 3 วันพอดี ตอนแรกเจ้าหน้าที่

แนะนำให้เราส่งเป็นหนังสือยกเลิกสัญญาไป โดยให้ส่งเป็นจดหมาย

ลงทะเบียนแบบมีใบตอบรับ แต่มาถึงวันนี้ คือวันสุดท้ายที่เราจะใช้สิทธิ์นั้นได้แล้ว

เจ้าหน้าที่ก็เลยโทรศัพท์สายตรงไปยังผู้จัดการใหญ่ที่ดูแลในเรื่องสมาชิก

ที่สำนักงานใหญ่ของฟิตเนสนี้ ว่าเรามายื่นเรื่องร้องเรียน และต้องการจะ

ขอยกเลิกสัญญา ฟังการสนทนาคร่าวๆพอจับใจความได้ว่า เค้าถามถึงวันทำสัญญา

ชื่อ หมายเลขสัญญา หลังการสนทนา เจ้าหน้าที่ สคบ. ก็บอกให้เราไปทำการ

กรอกใบขอยกเลิกสัญญาได้เลย

เราดีใจกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ สคบ. ไปไม่รู้กี่ครั้ง ขอบคุณมากๆ

ที่รับฟังปัญหาและดำเนินการให้อย่างเต็มที่

จนเราคิดว่า คงต้องเปลี่ยนทัศนคติ หันมามองการปฎิบัติงาน

ของหน่วยงานราชการเสียใหม่แล้ว

เราก็ไปที่สำนักงานใหญ่ เพื่อกรอกเอกสารขอยกเลิกสัญญา

แอบสะใจเล็กๆ ที่พอเราส่งแฟ้มสัญญาให้

เจ้าหน้าที่มี พงะนิดๆ พอเห็นหนังสือคำร้อง ของ สคบ. ที่เราสอดเอาไว้หน้าแรก

ในที่สุด เราก็ยกเลิกสัญญาได้ และก็ได้เงินคืนมาทั้งหมดเลย

เรื่องนี้อยากฝากไว้เป็นกรณีศึกษาของใครหลายๆคนที่ เจอ เห็บ สังคม

พวกนี้สร้างความรำคาญให้เราต้องกล้าที่จะลุกขึ้นมาสู้ เพื่อสิทธิ์ของเราเอง

หากเราปล่อยเลยตามเลย พวกนี้ก็ได้ใจ

ประสบการณ์คราวนี้ ให้บทเรียนที่ล้ำค่ากับเราจริงๆ

15 ธันวาคม 2550

คณิตศาสร์ง่ายๆ

เป็นอะไรที่แปลกมาก !


คณิตศาสร์ง่ายๆ แต่ช่างแปลกดีแท้!


แบบฝึกหัดนี้จะใช้เวลาไม่นาน.....แค่ 30 วินาที


ที่ต้องทำก็คือ ทำตามคำสั่งในที่มีอยู่ในแต่ละหน้า


อย่าขี้โกงข้ามไปหน้าสุดท้ายก่อนหล่ะ หมดสนุกกันพอดี
เตรียมเครื่องคิดเลขไว้ด้วยก็ดี


อันดับแรก ลองกำหนดสิว่า คุณอยากออกไปทานข้าวนอกบ้านสัปดาห์ละกี่ครั้ง?


2. เอาจำนวนครั้งที่ได้ คูณด้วย 2


3. แล้วบวกมันด้วย 5


4. คูณมันอีกทีด้วย 50


5. ถ้าปีนี้ วันเกิดคุณผ่านไปแล้ว ให้บวกด้วย 1757 ถ้าวันเกิดคุณปีนี้ยังมาไม่ถึง ให้บวก 1756


6. ขั้นตอนสุดท้ายแล้วหล่ะ:

หักปีค.ศ.ที่คุณเกิดออกจากจำนวนนั้น (เช่น ค.ศ. 1941ม 1973 เป็นต้น)







ถึงตรงนี้ คุณต้องได้ตัวเลข 3 หลักใช่มั้ย?

ตัวเลขตัวแรกของเลข 3 หลักที่คุณได้:

จะคือจำนวนครั้งต่อสัปดาห์ที่คุณกำหนดไว้ตอนแรกว่าเป็นจำนวนครั้งที่คุณอยากออกไปทานข้าวนอกบ้าน

ที่นี้ก็มาถึงส่วนที่เจ๋งที่สุดของมันแล้วหล่ะ!!!

ตัวเลข 2 หลักสุดท้ายที่เหลือ คือ …





อายุของคุณ !!!!!!
(ถูกมั้ย?)
ปี 2007 เป็นปีเดียวที่เจ้าแบบทดสอบนี้จะเวิร์ค เพราะฉะนั้น อย่ามัวแต่ใจเย็นเป็นแท่งไอติม รีบส่งให้เพื่อนฝูงก่อนวันสิ้นปีมาถึงหล่ะ !

12 ธันวาคม 2550

หลอกโอนเงินจาก ATM

ส่งต่อด้วยครับ เรื่องจริงที่ครอบครัวผมโดนมาเองวันที่ 1 มิถุนายน 2550 พี่สาวผมก็ออกไปทำงานปกติ ช่วงสายมีคนโทรมาบอก
ว่าจะโอนเงินให้เพราะติดหนี้พ่อไว้ โดยรู้จักชื่อจริง นาสกุล และชื่อเล่นของพ่อ (มันรู้ได้ยังไง) ช่วยบอกเลขที่บั­ชีด้วย พี่สาวผมก็บอกว่าไม่ว่างเพราะทำงานอยู่ พรุ่งนี้ได้ไหมจำเลขบั­ชีไม่ได้

พอบ่าย มันโทรมาอีก บอกว่าจะโอนเงิน ให้แล้วนะ ไปเช็คยอดดูหน่อยว่าได้หรือยัง พี่สาวผมพอเลิกงานก็ไปเช็คยอดโดย
เสียบบัตรเอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย กดรหัสเข้าเมนูภาษาไทยปรากฎว่าไม่สามารถเช็คยอดได้ คนเดิมมันก็โทรมาบอกว่าให้เข้าภาษาอังกฤษ .... พี่ผมกลัวมาก มันรู้ได้
ไงว่ากำลังอยู่ที่ตู้ ATM พี่ผมก็สังหรณ์ใจอยู่ แต่เหตุเพราะจะกด ATM เอา เงินพอดีเลยต้องกด ก็ไหนๆแล้วก็เชคยอดก่อนเลยพอกด Balance (กดเพื่อจะเชคยอดนั่น
แหละ) เงินก็หายไปกว่า 6หมื่นบาท พี่ผมก็ไปแจ้งความ...ไปธนาคาร ธนาคารบอกได้ แค่ว่าเงินมันถูกโอนไปเลขที่บั­ชี 0952269528 ธนาคารบอกได้แค่นี้จริงๆ...
หรือ!!! ข้อสังเกตจากเรื่องนี้
1. ทำไมเมนูภาษาไทยจึงใช้ไม่ได้... มันสามารถเข้าระบบATM ของตู้นั้นแล้วทำให้ functionภาษาไทยเปลี่ยนไปโดยเปลี่ยนเป็นการเอารหัสATMไปได้ พอเข้าเมนูภาษาอังกฤษ มันเปลี่ยน function คำว่า balance เป็นโอนเงิน
2. มันทำได้อย่างไร
2.1.รู้จักคนในธนาคารและ ร่วมมือกัน
2.2.มีความสามารถทางคอมพิวเตอร์สูงขนาดสามารถแฮกระบบATMไปได้ ... เก่งขนาดนั้นมาโกงเงินพี่กรูทำไมไม่กี่หมื่นบาท

ที่มาประกาศบอกเนียก็เพราะว่า กรณีแบบนี้น่าจะเกิดขึ้นแล้วหลายครั้งแล้ว และง่ายมากเลยถ้ามีคนอย่างในข้อ 2.1.และ2.2.เตือนไว้ว่าอย่าไปกด ATMที่น่าสงสัย ถ้ามีคนโทรมาบอกจะโอนเงินให้ก็อย่า.....อย่าโง่ไปเอาเงินให้มันไปใช้ฟรีๆแบบที่พี่ ผมโดนแล้ว การโกงแบบนี้มันจับกันไม่ ได้เพราะเหมือนเราโอนให้โดยความเต็มใจ (จริงๆแล้วเราแค่จะเชคยอด เงิน) มันไปเปลี่ยนโปรแกรมให้เปลี่ยนเป็นโอนเข้าบั­ชีมันซึ่งถ้ามันแฮกเข้าไปได้แล้วละก็ง่าย มากๆที่จะเปลี่ยน Code, program แล้วความ ปลอดภัยในการใช้ ATM อยู่ที่ไหนแล้ววันไหนมันจะเกิดกับตัวคุณถ้ามีคนแบบ 2.1./2.2. ช่วยส่งต่อกันไปหน่อยเพื่อให้ระวังตัวไว้เพราะผมก็ไม่อยากให้ มันเกิดขึ้นกับใคร เงินที่หายไปแม้จะหาใหม่ได้แต่ก็เก็บมาด้วยน้ำ พักน้ำแรงเก็บเพื่อใช้ในอนาคตแต่ เพราะถูกโกงไปเสียใจไหม

11 ธันวาคม 2550

ทายนิสัย ชื่อคุณที่เป็นภาษาอังกฤษ

พิจารณาจากอักษาตัวสุดท้ายน่ะค่ะ

ข้อมูลจาก Forward Mail

อักษรท้ายชื่อคือตัว A, J และ S

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อของตนคือตัว เอ เจ และเอสนั้น มักเป็นคนที่หลงใหลในอิสระเสรีภาพมาก ไม่ใช่คนเก็บตัว ทั้งยังชอบการแสดงออกเสียจนดูฟุ่มเฟือย สำหรับการทำงานชอบทำงานที่ได้เป็นเจ้านายตัวเอง

ทั้งนี้เพราะว่าเป็นคนที่ยึดมั่นในความคิดของตนเป็นอย่างยิ่ง โดยไม่เปลี่ยนแปลงง่ายๆ และไม่ยอมประนีประนอม ใดๆเลยแต่ก็เป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อความต้องการของตน ทั้งยังเป็นคนมีอารมณ์ขัน และจริงใจต่อทุกคนที่คบหาเป็นเพื่อน

อักษรท้ายชื่อคือตัว B, K และ T

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว บี เค และทีนั้น อุปนิสัยมักเป็นคนที่เอาแต่อารมณ์เป็นใหญ่

จึงมักหวั่นไหวปรวนแปรได้โดยง่ายตามกระแสความต้องการของคนส่วนใหญ่ หรือบุคคลที่มีอิทธิพลเหนือกว่าแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนช่างรู้สึก อ่อนไหว ขี้สงสาร รวมไปถึงการชอบสงสารและเข้าข้างตัวเองอีกด้วย ทั้งยังไม่ใช่คนที่มีความอดทนต่อสิ่งใดๆเลย และมักมีความฝังใจในเรื่องร้ายๆจากอดีต

อักษรท้ายชื่อคือตัว C, L และ U

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว ซี แอล และยูนั้นจะเป็นคนที่อยู่เฉยๆไม่ค่อยได้ มักจะกระตือรือร้นสนอกสนใจเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่เสมอ แต่จะสนใจอะไรไม่ค่อยนาน และมักทำงานไม่ค่อยสำเร็จหากไม่มีคนช่วย ทั้งนี้เพราะมีความเป็นนักทฤษฎีมากกว่านักปฏิบัติและยังเป็นคนที่ชอบการแสดงออก

โดยเฉพาะในเรื่องความคิดจะให้ความสนใจในตัวบุคคลที่มีความสามารถเก่งกาจจนเป็นที่ยอมรับในวงกว้างและชื่นชอบกับการติดต่อพบปะผู้คน

อักษรท้ายชื่อคือตัว D, M และ V

บุคคลที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว ดี เอ็ม และวีนั้นจะเป็นคนที่มีความเข้มแข็งและอดทนที่โดดเด่นมาก ชอบทำตัวง่ายๆติดดิน และไม่เป็นปัญหาสำหรับใคร และมักจะเป็นที่พึ่งพาของคนใกล้ชิด เป็นผู้ให้ที่ดีสำหรับคนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงจัง

แต่จะไม่มีความอดทนกับคนที่เอาแต่งอมืองอเท้าไม่ทำอะไรนอกจากเอาแต่ร้องขอ ทั้งยังให้ความสำคัญกับการทำงานและสิ่งอันเป็นสาระต่อชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นคนที่รักความซื่อสัตย์มากจะทำทุกเรื่องอย่างตรงไปตรงมา

อักษรท้ายชื่อคือตัว E, N และ W

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อของตนคือตัว อี เอ็น และดับบลิวนั้น จะเป็นคนที่ชอบความทันสมัยมาก และมักจะทนกฎเกณฑ์เก่าๆที่เห็นว่าคร่ำครึสำหรับตนไม่ได้เลย ทั้งยังเป็นคนที่ชอบการเปลี่ยนแปลงมาก จะไม่มีวันยอมยึดมั่นหรือเข้มงวดอยู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ และยังไม่ใช่คนที่มีระเบียบแบบแผนอะไรมากนัก ทั้งยังไม่มีความระมัดระวังในการใช้ชีวิตอีกด้วย นอกจากนี้ในเรื่องของความคิดก็มักจะขัดแย้งกับคนทั่วไป ออกจะดูดื้อรั้นในสายตาคนรอบข้าง

ท้ายชื่อคือตัว F, O และ X

สำหรับผู้ที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว เอฟ โอ และเอกซ์นั้น จะเป็นคนที่มีความอ่อนโยน โอบอ้อมอารีและมักมีเสน่ห์ต่อคนใกล้ตัวเสมอ

ทั้งยังเป็นคนที่นิยมในสิ่งที่สวยงามอ่อนหวาน จึงมักจะหมดเปลืองเวลาไปกับการสรรหาสิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้ให้ตนเองเสมอ โดยเฉพาะในเรื่องของการแต่งตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจมีความสุขมาก ทั้งยังนิยมชมชอบให้คนรอบข้างได้สัมผัสใกล้ชิดกับสิ่งสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลปะ หรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

อักษรท้ายชื่อคือตัว G, P และ Y

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว จี พี และวายนั้น มักเป็นคนที่นิยมในความจริงที่ตรงไปตรงมาและชัดเจนชอบทำงานที่มีเหตุผลจริงจัง ทั้งยังเป็นคนที่มีความละเอียดถี่ถ้วนมากในหน้าที่ที่รับผิดชอบ

นอกจากนี้ยังเป็นคนที่เปิดเผย ใจร้อน ชอบแสดงออก กล้าคิดกล้าทำ แต่ไม่ใช่นักพูดที่ดีนัก เป็นคนที่มีความโดดเด่นในตัวเอง โดยธรรมชาติ เป็นคนที่ชอบแต่งตัว และมีรสนิยมที่ดีในการเลือกข้าวของเครื่องใช้ให้กับตน โดยไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป

อักษรท้ายชื่อคือตัว H, Q และ Z

คนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว เอช คิว และแซดนั้น จะมีความอดทนสูง ไม่มีความเร่าร้อนบุ่มบ่ามในการกระทำใดๆทั้งสิ้นการคิดการตัดสินใจ จะค่อนข้างล่าช้า แต่ว่าก็สุขุมรอบคอบและผ่านการวางแผนที่ดี ไม่ชอบชีวิตที่เสี่ยงภัย และไร้ความมั่นคง ทั้งยังเป็นคนที่เคร่งครัดต่อระเบียบกฎเกณฑ์ของสังคมเป็นอย่างยิ่ง

ค่อนข้างจะปิดกั้นตัวเองต่อความสนุกสนานในความคิดของคนทั่วไป แต่รักความสงบ และรักชีวิตส่วนตัวที่ไม่มีคนเข้ามาวุ่นวาย

อักษรท้ายชื่อคือตัว I และ R

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว ไอ และอาร์นั้น จะเป็นคนที่มีความมานะพยายามสูง และมองคนทุกคนในแง่ดี จะไม่มีอคติหรือคิดร้ายกับใครทั้งสิ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองมาก จะชัดเจนและตรงไปตรงมากับความชอบหรือไม่ชอบของตน ไม่มีลักษณะของคนที่ลังเล หรือตัดสินใจไม่ได้ให้เห็นเลย

จะดูเป็นคนที่ดันทุรังอยู่สักหน่อยกับสิ่งที่ตนคิดและเชื่อที่จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ทั้งยังมีหลักการและเหตุผลสำหรับการกระทำของตัวเองเสมอ

...ลองดูว่าตรงบ้างหรือเปล่านะคะ อ่านเล่นแก้เครียดค่ะ!

ที่มา : http://www.horasaadrevision.com

30 พฤศจิกายน 2550

EFFECTS OF COLD WATER

Please be a true friend and send this article to all your friends you care about.

For those who like to drink cold water, this article is applicable to you.
บทความนี้สำหรับคนที่ชอบกินน้ำเย็นโดยเฉพาะ
It is nice to have a cup of cold drink after a meal. However, the cold water will solidify the oily stuff that you have just consumed.
เวลาได้กินน้ำเย็นๆ ซักแก้วหลังอาหารรู้สึกมันชื่นใจดีใช่มั้ยครับ แต่ว่า น้ำเย็นจะทำให้ไขมันที่คุณเพิ่งกินเข้าไปเมื่อกี๊จับตัวเป็นไขขึ้นมา
It will slow down the digestion. Once this 'sludge' reacts with the acid, it will break down and be absorbed by the intestine faster than the solid food. It will line the intestine. Very soon, this will turn into fats and lead to cancer. It is best to drink hot soup or warm water after a meal.
ซึ่งจะส่งผลให้การย่อยอาหารช้าลง ถ้าคราบไขมันเหล่านี้ไปทำปฏิกิริยากับกรด มันจะแตกตัวแล้วจะถูกดูดซึมไปที่ลำไส้ ไขมันที่แตกตัวนี้จะดูดซึมได้เร็วกว่าอาหารทั่วไป แล้วก็จะเริ่มเคลือบลำไส้ของเราไว้ (ด้านใน) ในไม่ช้า มันก็จะแปรสภาพเป็นไขมันก้อนๆ และเป็นบ่อเกิดของมะเร็งในที่สุด ดังนั้น ควรดื่มน้ำอุ่นหลังอาหารดีกว่า

A serious note about heart attacks - You should know that not every heart attack symptom is going to be the left arm hurting. Be aware of intense pain in the jaw line.
ขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของโรคหัวใจ เวลาที่เกิดอาการ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเจ็บที่แขนซ้ายเสมอไป ถ้าคุณมีอาการปวดกรามหรือขากรรไกรก็อาจจะเป็นสัญญาณของโรคหัวใจได้

You may never have the first chest pain during the course of a heart attack. Nausea and intense sweating are also common symptoms. 60% of people who have a heart attack while they are asleep do not wake up. Pain in the jaw can wake you from a sound sleep. Let's be careful and be aware. The more we know the better chance we could survive.
แม้ว่าคุณจะเป็นโรคหัวใจ แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องมีอาการเจ็บหน้าอก อาการเหงื่อออก คลื่นไส้ ก็เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับโรคทั่วๆไป 60% ของคนที่โรคหัวใจกำเริบขณะหลับมันจะไม่ตื่น (อีกเลยรึเปล่าก็ไม่รู้) แต่อาการปวดกราม อาจจะทำให้คุณตื่นขึ้นมากลางดึกได้ ก็ให้ระวังดูและตัวเอง ถ้ามีอาการเหล่านี้

A cardiologist says if everyone who reads this message sends it to 10 people, you can be sure that we'll save at least one life. Read this & Send the link to a friend. It could save a life. So, please be a true friend and send this article to all your friends you care about.
ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจกล่าวว่า ถ้าคุณช่วยส่งเมล์นี้ต่อให้คนอื่นๆ ซัก 10 คน อาจจะช่วยชีวิตคนไว้ได้อย่างน้อยคนนึง โปรดช่วยเพื่อนๆ และคนที่คุณรักด้วยการแค่ส่งเมล์นี้ต่อให้กับเพื่อนๆ ของคุณ ยังไม่สายเกินไปที่จะส่งต่อเดี๋ยวนี้

29 พฤศจิกายน 2550

8 อาชีพที่สาว ๆ ควรแต่งงานด้วย

1. นักปีนเขา
เพราะความใฝ่ฝันของนักปีนเขา คือ จุดสุดยอด
และเขามักไม่ไปคนเดียว

2. นักยิมนาสติก
ทุกท่าของเขาล้วนมีคะแนนเสมอ
เขาอาจจบด้วยท่าตีลังกาหลังเหยียดตรงสองรอบ
แถมเกลียวอีกครึ่งรอบให้คุณหวาดเสียวเล่น
และถ้าคุณเจอนักยิมนาสติกลีลาล่ะก็ ว๊าว...ว....ว.

3. นักกอล์ฟ
เขาสามารถตีได้ถึง 18 หลุม ในวันเดียว

4. นักฟุตบอล
คุณจะเลิกกังวลเรื่องเขาจะยิงเข้าทางประตูหลังไปได้เลย

5. นักเต้นรำ
เขาจะถามคุณก่อนเสมอว่า "ชอบจังหวะไหนครับ" ถ้าคุณชอบ
แทงโก้ก็บอกได้
หรือจะเอานุ่มนวลแบบ วอลซ์ ก็ไม่เลว

6. นักรักบี้
ลีลาการปล้ำของเขาสะใจอย่าบอกใคร

7. นักว่ายน้ำ
มีให้เลือกหลายท่า ทั้งท่ากบ ท่าฟรีสไตล์ กรรเชียง หรือผีเสื้อ

8. หมอฟัน
เพราะหมอฟัน มักจะถามคุณด้วยความห่วงใยเสมอว่า "เสียวไหมครับ???”

28 พฤศจิกายน 2550

มิจฉาชีพ อ้าง UOB + แบงก์ชาติ

เรื่องจริงครับ  เพื่อนๆ โปรดระวัง เบอร์ที่ให้โทรกลับ089-6213299  เบอร์ที่โทรมา 02-8500946

Subject: โปรดอ่านเพื่อรู้ทัน มิจฉาชีพ อ้าง UOB + แบงก์ชาติ (ด่วน!)


วันนี้เจอมิจฉาชีพโทรมา เลยมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อจะได้ระวังตัว

วันนี้25/10/50 ตอนสายๆ มีโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือ โชว์เบอร์ 015935761040
พอรับสาย เป็นเทป "นี่เป็นระบบตอบรับอัตโนมัติของธนาคาร UOB รัตนสิน จะขอแจ้งว่าขณะนี้บัตร
เครดิตของท่านได้ถูกระงับการให้บริการ เนื่องจากท่านมียอดค้างชำระเกินกว่าที่ทางธนาคารกำหนด
.... หากต้องการข้อมูลใดๆ เพิ่มเติม ท่านสามารถ กด 9 เพื่อติดต่อ Call Center .... "
เราก็กด 9 เลย มีผู้ชายมารับสาย (ฟังชื่อ-สกุล ไม่ทัน)

เอ : โทษนะคะ ตะกี๊มีโทรศัพท์มาแจ้งว่าบัตรเครดิตถูกระงับบริการ แต่ดิฉันไม่เคยใช้บริการ UOB
ค่ะ

ชายUOB : ขอทราบชื่อ-นามสกุล เพื่อตรวจสอบข้อมูลหน่อยครับ

เอ :(บอกชื่อ-นามสกุล)

ชายUOB : (ทวนชื่อ นามสกุล -- เอว่าได้ยินพูดนามสกุลผิดน่ะ)

เอ : ต้องการให้สะกดให้มั้ยคะ

ชาย UOB : ไม่ต้องครับ  ขอทราบวัน เดือน ปี เกิด

เอ : (บอกวัน เดือน ปี เกิด)

ชายUOB : คุณมีการขอเปิดใช้บัตรเครดิตของทางธนาคาร วันที่ 5 กันยา! ยน วงเงิน 60,000 บาท

เอ : Confirm ว่าไม่เคยเป็นลูกค้าค่ะ

ชายUOB : แต่คุณมาขอเปิดใช้บริการ ด้วยหลักฐาน ดังนี้ 1.หนังสือรับรองเงินเดือนของ บริษัท....
(ฟังไม่ทัน)

เอ : ขอโทษค่ะ ทำงาน รพ. ไม่ได้ทำงานบริษัท คุณสามารถตรวจสอบกับฝ่ายบุคคลได้
(ให้เบอร์ฝ่ายบุคคลไป)

ชายUOB : ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณไม่ได้เป็นคนมาเปิดใช้บริการ ถ้างั้นข้อมูลคุณก็รั่วไหล หรือไม่ก็มีมิจฉาชีพ
แอบอ้างแล้วล่ะครับ เดี๋ยวทางเราจะแจ้งข้อมูล Case คุณ เข้าไปที่ฝ่ายกฎหมาย Bank ชาติ หลังจาก
ทางโน้นรับเรื่อง จะโทรกลับในเวลาไม่เกิน 30 นาที

เอ : แล้วจะให้ทำไงคะ แจ้งความมั้ยคะ

ชายUOB ! : ไม่เป็นไรครับ เนื่องจากทางเรารับเรื่องแล้ว เดี๋ยวจะมีคนติดต่อกลับ ไม่เกิน 30 นาทีครับ


จบการสนทนา

แล้วเอก็เลยโทรหา UOB ช่วยเช็คข้อมูลให้หน่อย ที่ UOB ไม่มีข้อมูลเอ (อันนี้พอดีมีเส้นสายนิดนึงนะ
เลยทำได้ในเวลาไม่เกิน 5 นาที แต่ขออนุญาตไม่เล่ารายละเอียดค่ะ)

สักพัก มีสายเข้า ไม่โชว์เบอร์(ขึ้นเป็น Call ไม่มีเบอร์)

ชายBankชาติ : สวัสดีครับ ผมสุริยะ(นามสกุลฟังไม่ทัน) โทรจากฝ่ายกฎหมาย Bankชาติ ทางเรา
ได้รับการแจ้งจากธนาคารยูโอบี ว่าเครดิตของคุณมีปัญหา Case ของคุณเป็นกรณีเร่งด่วนที่จะต้! องแก้
ไข มิฉะนั้นความเสียหายจะเกิดมากขึ้น

เอ : ขอโทษนะคะ ขอทราบรายละเอียด เพราะไม่ทราบว่ามีความเสียหายอะไรบ้าง ธนาคารไม่ได้
แจ้งรายละเอียด

ชายBankชาติ : ข้อมูลที่เราได้ มีการขอเปิดใช้บัตรเครดิต วงเงิน 60,000 บาท เมื่อวันที่ 5 กันยา
, 13 กันยา มีการไปรูดซื้อสินค้าที่ห้างเซ็นทรัลฯ ลาดพร้าว ยอดเงิน 18,500 บาท , 14 กันยา มี
การกดเงินสดออกไป 30,000 บาท (แล้วก็เงียบไป)

เอ : แล้วไงคะ มีรายการอะไรอีก

ชายBankชาติ : มีเท่านี้ครับ 2 รายการ

เอ : แค่นี้ Case ดิฉันนี่เร่งด่วนแล้วเหรอPAN

ชายBankชาติ : ยอดความเสียหาย 48,500 บาทแล้วนะครับ

เอ : แล้วไงคะ ดิฉันต้องทำอะไรบ้าง

ชายBankชาติ : ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณไม่ได้เป็นคนทำ คุณต้องตอบคำถามตามความเป็นจริง เพื่อให้ข้อมูล
เรา และทางเราจะขอบันทึกเทปสนทนาเพื่อใช้เป็นหลักฐาน เริ่มเลยนะครับ ขอทราบชื่อ นามสกุล
ครับ

เอ : แต่ก่อนอื่น จะมั่นใจได้ไงคะว่าคุณไม่ใช่มิจฉาชีพที่แฝงตัวมาขอข้อมูลส่วนตัวคนอื่น มีอะไรยืนยันว่า
คุณเป็นคน Bankชาติไม่ทราบ

ชายBankชาติ : คุณครับ นี่เป็นฝ่ายกฎหมาย Bankชาตินะ แล้วการคุยกันก็มีการบันทึกเทปเป็นหลักฐาน
นะครับ

เอ : ขอโทษนะ คุณ บันทึก ไม่ใช่ดิฉัน เอาเป็นว่า ขอเบอร์โทรกลับค่ะ เดี๋ยวจะโทรกลับไปให้ข้อมูล
เอง

ชายBankชาติ : คุณครับ คุณควรให้ความร่วมมือในการตอบคำถามนะครับ เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง

เอ : ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ร่วมมือ ยินดีให้ข้อมูลเต็มที่ ตอบทุกคำถาม คุณเตรียมเครื่องบันทึกเสียงไว้เลย
แต่เดี๋ยวโทรกลับไปเอง เอาเบอร์มา

ชายBankชาติ : คุณครับ ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ตอบคำถามก็ได้นะครับ แต่คุณจะเสียหายนะครับ

เอ : ยังงั้นคุณก็ควรให้ความร่วมมือเหมือนกัน เอาเบอร์มา จะโทรกลับเอง ว่าไง 02
(น้ำเสียงข่มขู่มันด้วย)

ชายBankชาติ : เอ่อ ครับ เท่านี้ก่อนดีกว่ามั้ยครับ

เอ : 02 แล้วอะไรต่อ จะตอบมั้ย(ขู่มันมากขึ้น)

ชายBankชาติ : เอ่อ ครับ02-433-3980

เอ : เดี๋ยวโทรกลับค่ะ

ทางโน้นมันก็วางหูเลย
โทรกลับไปไม่มีสัญญาณ ก็เลยโทรถาม 1133 ให้ตรวจสอบ เค้าแจ้งว่าหมายเลขนี้ไม่มีอยู่ในสารบบ
หลังจากนั้นก็เลยโทรแจ้งให้ทาง ธนาคาร UOB ทราบว่ามีการแอบอ้างแบบนี้ เพื่อให้เค้าตรวจสอบ

ก็ขอให้เพื่อนๆ มีสติ ถ้าเจออะไรแบบนี้ เรื่องนี้มีพิรุธเยอะ



1.       สมมติว่า ถึงแม้เป็นบัตรเราเอง ถ้ามีการใช้บัตร 13-14 กันยายน จนถึงตอนนี้25
ตุลาคม วงเงิน 60,000 บาท ! ใช้ไป 48,500 บาท เค้าตัดยอดกันวันไหน  ;เราสามารถชำระเงินได้
ถึงเมื่อไร เราจะโดนระงับการใช้บัตรแล้วจริงหรือ


2.       ปกติมีปัญหาอะไร ทำไมไม่ให้เราไปแจ้งความ แล้วนำเอกสารแจ้งความไปติดต่อเอง


3.       ทำไม UOB ไม่ดำเนินการเอง ทำไมต้องส่งให้ Bankชาติ

4.       Bankชาติ เกี่ยวอะไรกับบัตรเครดิต หน่วยงานที่น่าจะเกี่ยวข้องมากกว่าน่าจะเป็น
เครดิตบูโร


5.       ถ้าหน่วยงานมีสังกัดจริง ทำไมโทรมาไม่ใช้เบอร์ที่ตรวจสอบได้ แต่เป็นเบอร์ที่ไม่โชว์เบอร์

น้องๆ ที่นั่งอยู่ในห้องทำงานเดียวกันตอนเกิดเหตุ “โห..ได้แต่เคยอ่าน Forward Mail วันนี้ได้ยิน
เองกะหู ! เห็นเองกะตา ไม่น่าเชื่อเลย นี่พี่เอเจอนะ ถ้าเป็นพวกเรานะ ให้ข้อมูลมันไปหมดแล้ว”
เลยเป็นที่มาของการส่งForward Mail ฉบับนี้ค่า
 

ไปดูคอนเสริร์ตที่ธันเดอร์ โดม

ถึง พี่ๆเพื่อนๆทุกคน

วันนี้มีเรื่องที่จะมาเล่าให้ทุกๆคนฟัง เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในคืนวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2550

วันนั้นตาลและน้องน้ำหวานและน้ำผึ้งได้ไปดูคอนเสริร์ต HM Blue ที่ อาคาร ธันเดอรฺ โดม ในอิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งอยู่ด้านหลังอาคารชาแลนเจอร์ พวกเราไปถึงตอนประมาณ ทุ่มครึ่ง

เจ้าหน้าที่ได้ให้คนที่ไปดูคอนเสิร์ตไปจอดรถที่ลานจอดรถด้านข้างอาคาร พวกเราก็ไปจอดกัน ในตอนนั้นมีรถจอดอยู่มากมาย

หลังจากจอดรถก็เข้าไปดูคอนเสิร์ตตั้งแต่ทุ่มครึ่ง จนถึง 4 ทุ่มครึ่ง(19.30-22.30 น) คอนเสิร์ตเลิก ก็ออกมาด้วยความ happy. แต่พอมาถึงที่รถปรากฎว่า รถไม่ได้ล็อค แล้วหน้าต่างด้านหลังซ้ายถูกทุบแตก เปิดไฟดูพบว่า มีรอยรื้อค้นและหยดเลือดหยดอยู่ (ดังแสดง! ในรูป)

โชคดีที่พวกเราไม่ได้เอาทรัพย์สินมีค่าไว้ในรถ

โจรเลยได้ไปสำเนาการซื้อขายรถและสำเนากรมธรรม์(xerox)ที่อยู่ในลิ้นชัก และกุญแจบ้าน(ทำเอาเสียวกลัวขโมยขึ้นบ้าน เพราะในสำเนาซื้อขายรถยนตร์มีที่อยู่บ้านตาลด้วย เลยต้องโทรมารบกวนน้องแนนให้ช่วยไปฝากบอกข้างบ้านให้ดูบ้านให้ด้วย

เพราะเราต้องเอารถไปให้ตำรวจตรวจสอบลายนิ่วมือและรอยเลือด)

ปรากฎว่า...ไม่ใช่เรารายเดียวที่โดน มีรถของอาจารย์ที่รามฯก็โดนแบบเดียวกัน แต่ของอาจารย์ท่านนั้น นอกจากข้อสอบหายไปแล้ว

บัตรเครดิตยังถูกคนร้ายเอาไปกดเงินและรูดซื้อสินค้าที่ siam paragon อาคารธนิยะ ฯลฯ ในช่วงเวลา 2 ทุ่ม-3 ทุ่มไปอีกแสนกว่าบาท

จากการที่ได้คุยกับตำรวจสายตรวจทราบว่า บริเวณลานจอดรถด้านข้างอาคารธันเดอร์! โดมนี้จะไม่มียามดูแล เนื่องจากที่ดินตรงน ี้เป็นของธนาคารยึดไป

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รถถูกทุบกระจกเพื่อขโมยทรัพย์สิน ดังนั้น ถ้าท่านต้องไปทำธุระที่เมืองทองธานี ขอให้นำรถไปจอดใต้อาคารชาแลนเจอร์จะปลอดภัยกว่า

อย่านำรถไปจอดที่บริเวณลานจอดรถด้านข้างอาคารธันเดอร์ โดมเป็นอันขาด ตอนนี้ตำรวจที่ สภอ.ปากเกร็ดกำลังตามจับคนร้ายให้อยู่

หวังว่าคงจะจับได้ในเร็วๆนี้ ยังไงช่วยบอกต่อๆกันไปด้วยนะคะ จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อโจรอย่างพวกตาล
รักและห่วงใย
น้ำตาล กฤติยา

26 พฤศจิกายน 2550

20 อาการที่บอกว่าเมาแน่

ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ เมาแล้วว

1. คุณชอบมีปากเสียงกับสิ่งไม่มีชีวิตเช่น...ป้ายรถเมล์ เสาไฟฟ้า ถังขยะ ฯลฯ

2. ผลการตรวจเลือดของคุณแพทย์ระบุว่าพบปริมาณเลือดเจือจางในกระแสเหล้า

3. คุณเข้าใจผิดว่าอาหาร 5 หมู่ประกอบด้วย โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรตวิตามินและเหล้า

4. คำพูดที่บ่อยที่สุดเวลานั่งคนเดียวคือ...เบียร์อีกแก้ว...เบียร์อีกแก้ว...เบียร์อีกแก้ว...และเบียร์อีกแก้ว

5. คุณต้องเกาะสนามหญ้าไว้แน่นเพราะกลัวตกจากโลก

6. ศีรษะของคุณเป็นแผลบ่อยที่บริเวณท้ายทอยและหน้าผากโดยไม่ทราบสาเหตุ

แพทย์สันนิษฐานว่ามันอาจกระแทกกับขอบโถส้วม

7. คุณมองเห็นภาพชัดกว่า...ถ้าหลับตาข้างหนึ่ง...

และจะเห็นชัดมากขึ้นถ้าคุณ...หลับตาทั้ง 2 ข้าง

8. รูกุญแจสตาร์รถเคลื่อนที่หนีคุณได้และถนนนั้นส่ายไปมาเหมือนงู...

ทำให้คุณขับรถด้วยความยากลำบาก

9. คุณคิดปัญหาเพียงอย่างเดียวของการดื่มเหล้าคือ "ไม่มีเหล้าดื่ม"

10. ผู้หญิงทุกคนที่คุณเห็นจะมีฝาแฝดคู่เหมือนยืนอยู่ข้างๆ

11. คุณตั้งชื่อสุนัขสองตัวโปรดที่บ้านว่า "วิสกี้" และ "โซดา"

12. คุณค้นพบว่าเบียร์ 5 แก้วให้พลังงานคิดเป็นแคลอรี่เท่ากับข้าวแกงจานโต

ดังนั้น เพื่อเห็นกับสุขภาพคุณจึงควรงดข้าวเย็น

13. ทุกครั้งที่คิดหาคำสนทนาที่เหมาะสมไม่ทันคุณไม่คั่นจังหวะด้วย

"...เอ่อ..." แต่จะพูด "...เอิ๊ก..."

14. คุณมักหาปากไม่เจอ...บ่อยครั้งที่ดื่มโดยใช้จมูก

15. ยุงที่กัดคุณเป็นต้องตีลังกาตกท่อทุกตัวไป

16. คุณเดินอย่างมีจังหวะจะโคน อันเป็นรูปแบบเฉพาะตัวคือ...

ก้าวไปซ้ายย้ายไปขวา เดินไปหน้าและถอยหลัง

17. คุณเห็นเสื้อตัวเองถอดไว้ที่เตียง กางเกงอยู่ในอ่างอาบน้ำ

แต่ปราการด่านสุดท้ายกลับตกอยู่นอกบ้าน

18. คุณพบว่าสาวงามที่คุณกอดไว้ในวงแขนและพากลับบ้าน ที่แท้คือกรวยยางจราจร

19. เพื่อนคุณไล่คุณกลับบ้านคุณจำเป็นต้องบอกให้เค้ารู้บ่อยๆว่า... "กู...ไม่....มาว..."

20.คุณคิดว่ารัฐบาลทำดีที่สุดแล้ว

23 พฤศจิกายน 2550

งูเข้ารถ

เรื่องมีอยู่ว่าสมาชิกท่านนี้เขียนว่าเขาเพิ่งกลับมาจากงานศพของลูกสาวคนข้างบ้านซึ่งอายุประมาณ 4 ขวบครึ่งเท่านั้น เรื่องมีอยู่ว่า ตอนเช้าคุณแม่ก็ไปส่งลูกไปโรงเรียนตามปกติ แต่แปลกที่ว่าลูกสาวพอขึ้นรถมาซักพักก็บ่นว่าหนูง่วงนอน แม่ก็แปลกใจนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เลยให้นอนหลับไป พอใกล้ถึงโรงเรียน แม่ก็ปลุกลูกสาวปรากฏว่าลูกตัวแข็งและปากเขียวคล้ำ ไม่รู้สึกตัวจึงรีบพาไปส่งโรงพยาบาล

คุณหมอบอกว่าลูกเสียชีวิตแล้ว จากการสันนิษฐานว่าน่าจะถูก "งูกัด" คุณแม่บอกไม่มีทางเพราะเดินออกจากบ้านมาด้วยกัน ขึ้นรถก็ไม่เห็นมีงู คุณหมอลองถอดลองเท้าและถุงเท้าดูครับ พบลูกงูเห่านอนตายอยู่ในรองเท้านักเรียนครับ คาดว่ามันคงไปขดอยู่ในรองเท้าแล้วน้องเขาใส่เข้าไปมันเลยฉกแต่ด้วยความที่มีถุงเท้าอยู่แล้วเด็กคงไม่เจ็บมาก เลยไม่รู้สึกอะไรมาก แต่พิษมันรุนแรงมากครับ

ก็ฝากเป็นข้อเตือนใจละกันครับ ว่าควรเคาะรองเท้าก่อนใส่ทุกครั้ง เพราะเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิด แต่มันก็อาจเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่มีใครคาดคิดครับ ขออภัยที่นำเรื่องเศร้าๆ มาเล่าให้ฟังแต่ผมอ่านแล้วยังขนลุกเลยครับ เพราะผมก็ลูกยังเล็กเหมือนกันครับ ปกติรองเท้าก็มีอึ่งอ่างเข้าไปนอนอยู่ประจำครับ

โดย : 2M [ 2006-08-08 10:06:32 ]

ที่มา : http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=potato&id=83

22 พฤศจิกายน 2550

Holiday Shopping Safety Tips

From Charles Montaldo,
Your Guide to Crime / Punishment.

Shopping during the holiday season can present unique danger. Taking a few prevention measurers can help keep your holiday season joyous.
The holiday season is a time when busy people can become careless and vulnerable to theft and other holiday crime. The following tips from the Los Angeles Police Department Crime Prevention Section can help you be more careful, prepared and aware during the holiday season.

  • Shop during daylight hours whenever possible. If you must shop at night, go with a friend or family member.

  • Dress casually and comfortably.

  • Avoid wearing expensive jewelry.

  • Do not carry a purse or wallet, if possible.

  • Always carry your California Driver License or Identification Card along with necessary cash, checks and/or a credit card you expect to use.

  • Even though you are rushed and thinking about a thousand things, stay alert to your surroundings.

  • Avoid carrying large amounts of cash.

  • Pay for purchases with a check or credit card when possible.

  • Keep cash in your front pocket.

  • Notify the credit card issuer immediately if your credit card is lost, stolen or misused.

  • Keep a record of all of your credit card numbers in a safe place at home.

  • Be extra careful if you do carry a wallet or purse. They are the prime targets of criminals in crowded shopping areas, transportation terminals, bus stops, on buses and other rapid transit.

  • Avoid overloading yourself with packages. It is important to have clear visibility and freedom of motion to avoid mishaps.

  • Beware of strangers approaching you for any reason. At this time of year, "con-artists" may try various methods of distracting you with the intention of taking your money or belongings.

Source:
LAPD Crime Prevention Section
http://crime.about.com/od/prevent/qt/tips_shopping.htm

21 พฤศจิกายน 2550

The Loving Husband

Finally, a man's point of view...

A man and his ever-nagging wife went on vacation
to Jerusalem.

While they were there, the wife passed away. The
undertaker told the husband, "You can have her
shipped home for $5,000, or you can bury her here,
in the Holy Land, for $150." The man thought about
it and told him he would just have her shipped
home.

The undertaker asked, "Why would you spend $5,000
to ship your wife home, when it would be wonderful
to be buried here and you would spend only $150?"

The man replied, "Long ago a man died here, was
buried here, and three days later he rose from
the dead. I just can't take that chance."

16 พฤศจิกายน 2550

ขึ้นทะเบียนสุนัขบ้าน กค. ปีหน้า

วันที่ 25 กันยายน 2550 เวลา 09:23 น.

ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 5 พัน-29 ก.ย. กทม.จัดฝังชิพฟรี

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายวัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธานแถลงข่าว "การจัดงานจดทะเบียนสุนัขของกรุงเทพมหานคร" เพื่อให้เป็นไปตามข้อบัญญัติการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข เนื่องจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีบ้านเรือนทั้งสิ้น 1.94 ล้านหลังคาเรือน มีการเลี้ยงสุนัข จำนวน 389,097 หลังคาเรือน จำนวนทั้งสิ้น 823,504 ตัว ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นความรับผิดชอบของเจ้าของที่เลี้ยงสุนัข ไม่ให้ทิ้งหรือปล่อยสุนัขออกมาให้เป็นสุนัขจรจัดอีก

นายวัลลภ กล่าวว่า กทม.จะเริ่มจดทะเบียนในวันที่ 29 ก.ย.นี้ ที่บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการ กทม.1 เวลา 08.00-16.00 น. โดยได้เตรียมไมโครชิพจำนวน 50,000 ชิ้น ไว้ให้บริการประชาชนโดยไม่คิดมูลค่า การจดทะเบียนดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาสุนัขจรจัดในกรุงเทพฯ ตามที่ กทม.ได้ออกข้อบัญญัติเรื่องการควบคุมหรือปล่อยสุนัข พ.ศ. 2548 และระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยเรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ. 2550 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วสำหรับผู้ที่ไม่นำสุนัขมาขึ้นทะเบียนจะถือว่าเป็นการผิด พ.ร.บ.สาธารณสุ ข พ.ศ. 2535 ซึ่งมีความผิดโทษจับปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้หากสุนัขถูกจับและตรวจพบว่าไม่มีการขึ้นทะเบียนหรือไม่มีเจ้าของรับผิดชอบสุนัขตัวดังกล่าวจะถูก กทม.จับไปขังไว้ที่บ้านทัพทัน จ.อุทัยธานี ทั้งนี้การจับปรับจะมีผลตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. 2551

ด้านนายมาโนชย์ ลีโทชวลิต รองปลัด กทม. กล่าวว่า กทม.จะให้บริการจดทะเบียนและฝังไมโครชิพให้ฟรีเป็นเวลา 3 เดือนหรือจนกว่าไมโครชิพจำนวนดังกล่าวจะหมด โดยประชาชนสามารถรับบริการแบบฝังไมโครชิพและจดทะเบียนสุนัขเบ็ดเสร็จได้ที่ ฝ่ายควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าและคลินิกสัตวแพทย์ กทม.ทั้ง 7 แห่ง นอกจากนี้ยังสามารถพาสุนัขไปฝังไมโครชิพ ได้ที่คลินิกเอกชนที่ได้รับอนุญาต หลังจากนั้นต้องนำสุนัขไปขึ้นทะเบียนที่สำนักงานเขตพื้นที่ โดยนำสำเนาหลักฐาน ได้แก่ 1.ใบรับรองการฝังไมโครชิพ 2.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของสุนัข 3.สำเนาทะเบียนบ้านที่สุนัขอาศัยอยู่ 4.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านกรณีที่เจ้าของสุนัขไม่ได้เป็นเจ้าของ 5.หนังสือการรับรองฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามาไม่เกิน 1 ปีและ 6.หนังสือรับรองการผ่าตัดทำหมันโดยไม่ต้องนำสุนัขไปด้วย.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/

จับหมอเก๊คาคลินิกสวมรอย

[16 พ.ย. 50 - 03:49]

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 พ.ย. พ.ต.ท.สุพจน์ อาวุโสสกุล สว.สส.สน.บุคคโล จับกุมตัวนายสมิทธิ์ โนนเสนา อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 12 ต.หัวนาคำ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ขณะแอบอ้างตัวเป็นหมอรักษาคนไข้ประจำคลินิกแห่งหนึ่งในซอยเจริญนคร 12 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี ดำเนินคดีในข้อหาปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมิชอบ โดยใช้คำนำหน้าว่านายแพทย์ หรืออักษรย่อ นพ. โดยมิชอบ

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจาก นพ.เดชพร พุทธิวรา นายแพทย์ประจำ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ว่ามีบุคคลแอบอ้างใช้ชื่อ นพ.เดชพร ไปรักษาคนไข้ที่คลินิกดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบตัวผู้ต้องหา อ้างตัวเป็นนายแพทย์ประจำอยู่คลินิกดังกล่าวจริง จึงควบคุมตัวไปสอบสวน

เบื้องต้นนายสมิทธิ์ ยอมรับว่าใช้ชื่อ นพ.เดชพร รักษาคนไข้จริง โดยทำงานที่คลินิกดังกล่าวได้ 4 วันแล้ว แต่ความจริงไม่ได้เป็นนายแพทย์แต่อย่างใด จบการศึกษาแค่ ชั้น ม.6 จาก จ.อุดรธานี และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็เคยถูกตำรวจภูธร จ.อุดรธานี จับกุมดำเนินคดีในพฤติกรรมและข้อหาเดียวกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างประกันตัวและหนีประกันในชั้นศาล ต้องการหาเงินใช้ จึงค้นหารายชื่อหมอตามโรงพยาบาลต่างๆทางอินเตอร์เน็ต จนกระทั่งประทับใจชื่อ นพ.เดชพร ประจำอยู่ที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ จึงไปว่าจ้างแหล่งปลอม ใบประกอบโรคศิลปะ ย่านรังสิต ให้ปลอมใบสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์จากศิริราชพยาบาล ออกโดยแพทยสภา นำไปสมัครงานที่คลินิกดังกล่าว ที่ผ่านมาได้รักษาคนไข้ที่เจ็บป่วยทั่วไป อย่างไม่มีปัญหา กระทั่งเย็นวันเดียวกันนี้ โชคไม่เข้าข้างมีคนไข้อาการหนัก จำเป็นต้องส่งตัวไปรักษา ที่ รพ.เป็นการด่วน จึงทำหนังสือส่งตัวคนไข้ให้ไปรักษาที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ปรากฏว่า นพ.เดชพรตัวจริง เป็นผู้รับคนไข้ไว้ดูแล เกิดเอะใจชื่อนามสกุลเดียวกัน สงสัยจะถูกสวมรอย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ กระทั่งทราบความจริงดังกล่าว

สำหรับหมอเก๊รายนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ถูกตำรวจภูธรอุดรธานีจับกุมตัวได้ ใช้ชื่อ นพ.สมิทธิ์ โรซาร์พิทักษ์ เปิดคลินิกสมิทธิ์การแพทย์และสุขภาพ ที่กิ่ง อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี ยึดของกลางอุปกรณ์การแพทย์สำหรับตรวจรักษาโรค พร้อมวุฒิการศึกษาปริญญาบัตรปลอม จบคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เกียรตินิยมอันดับ 2 ทำการรักษาคนไข้มานาน 4 ปี มีเหยื่อหลงเชื่อเกือบ 600 ราย ต่อมาเรื่องแดง เพราะมีพระภิกษุเจ็บป่วยไปรักษา ให้ยาไปฉันแล้วเกิดอาการบวมไปทั้งตัว จึงแจ้งผู้เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ กระทั่งทราบความจริงว่าไม่ได้จบแพทย์ ครอบครัวมีอาชีพทำนา ฐานะยากจน หลังเรียนจบชั้น ป.6 ก็ไปบวชเรียนที่วัดใน อ.วังสะพุง จ.เลย

กระทั่งจบเทียบเท่าชั้น ม.6 ใฝ่ฝันอยากจะเป็นแพทย์ ไปสมัครสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อปี 44 แต่สอบไม่ผ่าน จึงสมัครงานเป็นพนักงานขายร้านเซเว่น อีเลฟเว่น พร้อมกับซื้อตำราเกี่ยวกับการแพทย์มาอ่านจนขึ้นใจ เสร็จแล้วทำปลอมใบวุฒิการศึกษา โดยนำใบปริญญาบัตรของคนอื่นมาแก้ไขชื่อของตนเองลงไป จากนั้นนำไปสมัครเป็นแพทย์ตามรพ.เอกชนต่างๆ ถึง 5 แห่ง ในครั้งนั้นถูกดำเนินคดีในข้อหาประกอบการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมิชอบ ใช้คำว่านายแพทย์ ประกอบกับชื่อโดยไม่มีสิทธิและใช้คำแสดงวุฒิการศึกษาทางการแพทย์ศาสตร์ประกอบกับชื่อโดยไม่มีสิทธิ์ ปลอมเอกสารและใช้เอกสารสิทธิปลอม แต่ยังไม่เข็ดหลาบ หวนกลับมาก่อคดีแบบเดียวกันซ้ำอีกครั้ง กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ปีที่ 58 ฉบับที่ 18196 วันศุกร์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2550

อนาคตไทยมีสิทธิ์เหมือนฟิลิปปินส์

อนาคตไทยมีสิทธิ์เหมือนฟิลิปปินส์ [12 พ.ย. 50 - 19:20]

คอลัมน์ เปิดฟ้าส่องโลก

สมัยเรียนชั้นมัธยมต้นที่ ร.ร.ขลุงรัชดาภิเษก จ.จันทบุรี ผมมีอาจารย์ผู้หนึ่งซึ่งมีชื่อว่า เจียมอาต นิโรภาส ท่านจบการศึกษาวิทยา-ศาสตรบัณฑิตจากฟิลิปปินส์ ซึ่งในสมัยนั้น ฟิลิปปินส์เจริญทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจและสังคม อย่างมาก

ฟิลิปปินส์เจริญสุดในยุคของมาร์กอสผู้ปกครองประเทศมาตั้งแต่ พ.ศ.2508 ในยุคที่สองของมาร์กอส การกระจายทรัพยากรและอำนาจทางเศรษฐกิจมีน้อย ส่วนใหญ่กระจุกอยู่แต่ผู้คนในครอบครัวและพรรคพวกของมาร์กอส เมื่อฟิลิปปินส์แย่เพราะคอรัปชัน ก็มีกลุ่มฝ่ายค้านนอกสภาออกมาประท้วงรายวัน จนรัฐบาลไม่เป็นอันทำงาน ครั้นเห็นว่าประเทศไม่น่าจะไปไหว ก็มีผู้คนอีกหลายกลุ่มแก่งแย่งอำนาจรัฐ และแยกดินแดน มีการจัดตั้งกองทัพประชาชนใหม่ และกลุ่มแบ่งแยกดินแดนโมโร

บั้นปลายท้ายที่สุด มาร์กอสก็ถูกไล่ออกนอกประเทศ

พ.ศ.2541 โจเซฟ เอสตราดา ได้เป็นประธานาธิบดี คนที่ 13 คนนี้ขึ้นมาก็มีเรื่องราวฉาวโฉ่ด้านการรับค่าคุ้มครอง พ.ศ.2544 เอสตราดา และบุตรชายก็โดนจับข้อหาปล้นชาติ รับเงินสินบนจากหวยใต้ดิน บ่อน ภาษีบุหรี่ และจากนักธุรกิจ

พ.ศ.2544 ถึงยุคสมัยของนางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ฟิลิปปินส์ ก็อุบัติวัฒนธรรมของความขัดแย้งเป็นการถาวร ทุกครั้งที่ผู้อ่านท่านชะแง้แลข่าวฟิลิปปินส์ ก็จะพบมีแต่การประท้วงและความขัดแย้งภายใน

นิติภูมิไปร่วมงานวันชาติของฟิลิปปินส์เมื่อไม่กี่ปีก่อน รัฐบาลฟิลิปปินส ์จัดให้ผมได้ไปเยือนโรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุดของกรุงมะนิลา เห็นโรงเรียน อันดับหนึ่งของประเทศแล้วก็สงสารครับ หนังสือเก่า โต๊ะเก้าอี้ และอุปกรณ์ ทางด้านการศึกษาล้วนล้าหลังโบราณ นึกไม่ออกเลยครับว่า ประเทศนี้เคยรุ่งเรือง ด้านการศึกษามาก่อน ถึงขนาดว่า คนไทยในสมัยหนึ่ง ต่างแก่งแย่งแข่งขัน ชิงทุนกันเพื่อให้ได้ไปเรียนในฟิลิปปินส์

เมื่อวัฒนธรรมความขัดแย้งอุบัติ ก็จะกระจัดพลัดพรายกระจายขยายไปในทุกตรอกซอกอณูประเทศ คนฟิลิปปินส์เอาแต่ทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เว้นวัน โดยไม่สนใจว่าจะมีอาหารจะตกลงไปในกระเพาะของตัวและครอบครัวหรือไม่

สัปดาห์ที่ผ่านมา ด.ญ.มาเรียนเนต แอมเปอร์ อายุ 11 ขวบ ขอเงินพ่อ 100 เปโซ (68 บาท) เพื่อจะนำไปเป็นค่าอุปกรณ์การเรียน แต่พ่อไม่รู้ว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาให้ลูก ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ น้องมาเรียนเนตเขียนจดหมายบรรยายถึงความยากจนไว้หนึ่งฉบับ เล่าว่า พ่อป่วยมากจนทำงานไม่ไหว หนูและแม่ต้องตระเวนไปรับจ้างซักผ้า เพื่อหาเงินมารักษาพ่อ หนูอยากไปโรงเรียน แต่ไม่มีเงิน หนูขาดเรียนเป็นเดือนแล้ว วันอาทิตย์หนูอยากไปโบสถ์ แต่หนูไม่รู้ว่าจะหาเงินค่ารถไปโบสถ์มาจากที่ไหนเหมือนกัน

วัฒนธรรมของความขัดแย้งของผู้คนในสังคมเริ่มอุบัติตั้งแต่ พ.ศ.2529 ทำให้ในปัจจุบันทุกวันนี้มีคนฟิลิปปินส์กว่า 9 ล้านครอบครัวจนขนาดไม่มีเงินจะซื้อข้าวกิน ร้อยละ 14 ของประชากร 87 ล้านคนมีรายได้ไม่ถึงวันละ 1 ดอลลาร์ น้อยกว่า 35 บาท

ความน้อยเนื้อต่ำใจที่เกิดในชาติที่ไม่มีทางไป หนูมาเรียนเนตเขียนจดหมายลาตายจบ ก็ไปนำเชือกมาผูกคอและเธอก็พ้นความยากจนข้นแค้นภายในเวลาไม่กี่อึดใจ

ผู้อ่านท่านที่ชอบศึกษาความเป็นไปของประเทศเปรียบเทียบ ท่านจะเห็นว่าในขณะนี้ ราชอาณาจักรไทยของเราเดินตามความเป็นไปเหมือนที่อุบัติในฟิลิปปินส์ตั้งแต่ พ.ศ.2529 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งต้องระวังนะครับ

เพียง 21 ปีที่มีแต่ความขัดแย้ง ฟิลิปปินส์จนลงมากถึงขนาดนี้ผู้อ่านท่านผู้รักประชาธิปไตย นับแต่นี้ต่อไป ผมขออนุญาตหยุดเขียนเปิดฟ้าส่องโลกและเปิดฟ้าภาษาโลกไปก่อน ด้วยจะไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 23 ธันวาคม ปีนี้

สำหรับค่ำคืนนี้ ผมนิติภูมิ นวรัตน์ ขออนุญาตกล่าวคำว่านิทราราตรีสวัสดิ์ ขออำนาจเทวบริษัท ผู้อยู่ทุกแห่งหนตำบลสารวัตร จงอำนวยอวยชัยให้ผู้อ่านท่านที่เคารพจงประสบพบผลสมบัท ทุกทิวาราตรีมีแต่ความรื่นรมย์โสมนัส ทุกเมื่อเชื่อวันขอท่านมีโอกาสประกอบธรรมานุธรรม ปฏิบัติ พบปะผู้ใดขอให้ท่านเจอแต่คนที่มีใจประดิพัทธ์

แฮ่ๆ และสุดท้าย ขอท่านอ่าน “ไทยรัฐ” ตลอดไปด้วยครับ

นิทราราตรีสวัสดิ์ ลาไปก่อนครับ ลาไปแล้วครับ สวัสดีครับ.

นิติภูมิ นวรัตน์

ที่มา : http://www.thairath.co.th/

14 พฤศจิกายน 2550

พบยางรัดผม”ถุงยางใช้แล้ว”

เอเอฟพี-แพทย์เตือนผู้ใช้ยางรัดผมผลิตจากถุงยางอนามัยใช้แล้ว ซึ่งพบจำหน่ายเกลื่อนอยู่ทางภาคใต้ของจีน อาจติดเชื้อเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ไชน่าเดลี่รายงานวันอังคาร(13 พ.ย.)โดยอ้างคำกล่าวของ ตง แพทย์ผิวหนัง

ตงกล่าวว่า ผู้ใช้ยางรัดผมดังกล่าวอาจติดเชื้อเอดส์,หูดที่อวัยวะเพศและโรคอื่นๆ หากคาบยางรัดผมไว้ที่ปากขณะรวบผมเป็นทรงต่างๆ เนื่องจากยังคงตรวจพบเชื้อแบคทีเรียและไวรัสภายในถุงยางอนามัยที่มีการนำกลับมาใช้ใหม่

ข่าวรายงานว่า ยางรัดผมซึ่งผลิตจากถุงยางอนามัยใช้แล้ว พบจำหน่ายอยู่ในตลาดและร้านเสริมสวยในเมืองตงกวนและกว่างโจว(กวางเจา) มณฑลกวางตุ้งทางภาคใต้ของจีนและได้รับการอุดหนุนอย่างดีจากลูกค้า โดยจำหน่ายในราคาเพียง 1.50 บาท ต่อ 1 ห่อ(10 เส้น) ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลออกมาชี้ว่า การนำถุงยางกลับมาใช้ใหม่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

ชื่อเสียงของอุตสาหกรรมการผลิตจีนถูกทำลายด้วยเรื่องอื้อฉาวตลอดช่วงที่ผ่านมาของปีนี้ ซึ่งรวมถึง สินค้าปลอมและอันตรายที่ผลิตป้อนตลาดในและต่างประเทศ แต่ทางการจีนก็มิได้นิ่งนอนใจ พยายามสร้างความข้าใจกับสาธารณชนช่วงฤดูร้อน(พฤษภาคม-สิงหาคม)ที่ผ่านมาถึงความตั้งใจจริงของทางการจีนในการควบคุมตรวจตราภาคการผลิตของจีน

นอกจากปัญหาการผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐานในจีนแล้ว สถานการณ์โรคเอดส์ในจีนก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ จีนมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่เฉลี่ย 3,090 คนต่อเดือน ในจำนวนนี้ เกือบ 38% ติดเชื้อเอชไอวีผ่านทางเพศสัมพันธ์ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 30% และจนถึงปีนี้โรคเอดส์คร่าชีวิตชาวจีนไปกว่า 3,000 ราย หวังหนิง รองผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคจีนกล่าว

และเมื่อสิ้นเดือนกันยายนของปีนี้ มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีทั้งสิ้น 220,000 ราย โดย 1 ใน 4 ของคนจำนวนนี้ป่วยเป็นโรคเอดส์ หวังกล่าว อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยโรคเอดส์ในจีนที่สหประชาชาติประเมินไว้ต้นปีนี้มาก ซึ่งอยู่ที่ราว 650,000 ราย

แม้สถานการณ์โรคเอดส์ในจีนจะทวีความรุนแรงขึ้น แต่เมื่อวันจันทร์(12 พ.ย.)เหมา ฉวินอัน โฆษกกระทรวงสาธารณสุขจีนว่า จีนมีแผนผ่อนคลายกฎระเบียบที่ระบุห้ามชาวต่างชาติที่ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เข้าประเทศจีน โดยให้เหตุผลว่าปัจจุบันจีนมีความรู้ความเข้าใจวิธีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเอชไอวี(เอดส์)มากขึ้น อย่างไรก็ดี เหมาไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนในการบังคับใช้กฎใหม่.

ที่มา : http://www.manager.co.th/

ทายนิสัยจากชื่อที่เป็นอังกฤษ

อักษรท้ายชื่อคือตัว A, J และ S

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อของตนคือตัว เอ เจ และเอสนั้น มักเป็นคนที่หลงใหลในอิสระเสรีภาพมาก ไม่ใช่คนเก็บตัว ทั้งยังชอบการแสดงออกเสียจนดูฟุ่มเฟือย สำหรับการทำงานชอบทำงานที่ได้เป็นเจ้านายตัวเอง

ทั้งนี้เพราะว่าเป็นคนที่ยึดมั่นในความคิดของตนเป็นอย่างยิ่ง โดยไม่เปลี่ยนแปลงง่ายๆ และไม่ยอมประนีประนอม ใดๆเลยแต่ก็เป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อความต้องการของตน ทั้งยังเป็นคนมีอารมณ์ขัน และจริงใจต่อทุกคนที่คบหาเป็นเพื่อน

อักษรท้ายชื่อคือตัว B, K และ T

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว บี เค และทีนั้น อุปนิสัยมักเป็นคนที่เอาแต่อารมณ์เป็นใหญ่

จึงมักหวั่นไหวปรวนแปรได้โดยง่ายตามกระแสความต้องการของคนส่วนใหญ่ หรือบุคคลที่มีอิทธิพลเหนือกว่าแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนช่างรู้สึก อ่อนไหว ขี้สงสาร รวมไปถึงการชอบสงสารและเข้าข้างตัวเองอีกด้วย ทั้งยังไม่ใช่คนที่มีความอดทนต่อสิ่งใดๆเลย และมักมีความฝังใจในเรื่องร้ายๆจากอดีต

อักษรท้ายชื่อคือตัว C, L และ U

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว ซี แอล และยูนั้นจะเป็นคนที่อยู่เฉยๆไม่ค่อยได้ มักจะกระตือรือร้นสนอกสนใจเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่เสมอ แต่จะสนใจอะไรไม่ค่อยนาน และมักทำงานไม่ค่อยสำเร็จหากไม่มีคนช่วย ทั้งนี้เพราะมีความเป็นนักทฤษฎีมากกว่านักปฏิบัติและยังเป็นคนที่ชอบการแสดงออก

โดยเฉพาะในเรื่องความคิดจะให้ความสนใจในตัวบุคคลที่มีความสามารถเก่งกาจจนเป็นที่ยอมรับในวงกว้างและชื่นชอบกับการติดต่อพบปะผู้คน

อักษรท้ายชื่อคือตัว D, M และ V

บุคคลที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว ดี เอ็ม และวีนั้นจะเป็นคนที่มีความเข้มแข็งและอดทนที่โดดเด่นมาก ชอบทำตัวง่ายๆติดดิน และไม่เป็นปัญหาสำหรับใคร และมักจะเป็นที่พึ่งพาของคนใกล้ชิด เป็นผู้ให้ที่ดีสำหรับคนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงจัง

แต่จะไม่มีความอดทนกับคนที่เอาแต่งอมืองอเท้าไม่ทำอะไรนอกจากเอาแต่ร้องขอ ทั้งยังให้ความสำคัญกับการทำงานและสิ่งอันเป็นสาระต่อชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นคนที่รักความซื่อสัตย์มากจะทำทุกเรื่องอย่างตรงไปตรงมา

อักษรท้ายชื่อคือตัว E, N และ W

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อของตนคือตัว อี เอ็น และดับบลิวนั้น จะเป็นคนที่ชอบความทันสมัยมาก และมักจะทนกฎเกณฑ์เก่าๆที่เห็นว่าคร่ำครึสำหรับตนไม่ได้เลย ทั้งยังเป็นคนที่ชอบการเปลี่ยนแปลงมาก จะไม่มีวันยอมยึดมั่นหรือเข้มงวดอยู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ และยังไม่ใช่คนที่มีระเบียบแบบแผนอะไรมากนัก ทั้งยังไม่มีความระมัดระวังในการใช้ชีวิตอีกด้วย นอกจากนี้ในเรื่องของความคิดก็มักจะขัดแย้งกับคนทั่วไป ออกจะดูดื้อรั้นในสายตาคนรอบข้าง

ท้ายชื่อคือตัว F, O และ X

สำหรับผู้ที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว เอฟ โอ และเอกซ์นั้น จะเป็นคนที่มีความอ่อนโยน โอบอ้อมอารีและมักมีเสน่ห์ต่อคนใกล้ตัวเสมอ

ทั้งยังเป็นคนที่นิยมในสิ่งที่สวยงามอ่อนหวาน จึงมักจะหมดเปลืองเวลาไปกับการสรรหาสิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้ให้ตนเองเสมอ โดยเฉพาะในเรื่องของการแต่งตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจมีความสุขมาก ทั้งยังนิยมชมชอบให้คนรอบข้างได้สัมผัสใกล้ชิดกับสิ่งสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลปะ หรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

อักษรท้ายชื่อคือตัว G, P และ Y

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว จี พี และวายนั้น มักเป็นคนที่นิยมในความจริงที่ตรงไปตรงมาและชัดเจนชอบทำงานที่มีเหตุผลจริงจัง ทั้งยังเป็นคนที่มีความละเอียดถี่ถ้วนมากในหน้าที่ที่รับผิดชอบ

นอกจากนี้ยังเป็นคนที่เปิดเผย ใจร้อน ชอบแสดงออก กล้าคิดกล้าทำ แต่ไม่ใช่นักพูดที่ดีนัก เป็นคนที่มีความโดดเด่นในตัวเอง โดยธรรมชาติ เป็นคนที่ชอบแต่งตัว และมีรสนิยมที่ดีในการเลือกข้าวของเครื่องใช้ให้กับตน โดยไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป


อักษรท้ายชื่อคือตัว H, Q และ Z

คนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว เอช คิว และแซดนั้น จะมีความอดทนสูง ไม่มีความเร่าร้อนบุ่มบ่ามในการกระทำใดๆทั้งสิ้นการคิดการตัดสินใจ จะค่อนข้างล่าช้า แต่ว่าก็สุขุมรอบคอบและผ่านการวางแผนที่ดี ไม่ชอบชีวิตที่เสี่ยงภัย และไร้ความมั่นคง ทั้งยังเป็นคนที่เคร่งครัดต่อระเบียบกฎเกณฑ์ของสังคมเป็นอย่างยิ่ง

ค่อนข้างจะปิดกั้นตัวเองต่อความสนุกสนานในความคิดของคนทั่วไป แต่รักความสงบ และรักชีวิตส่วนตัวที่ไม่มีคนเข้ามาวุ่นวาย

อักษรท้ายชื่อคือตัว I และ R

สำหรับคนที่มีอักษรท้ายชื่อคือตัว ไอ และอาร์นั้น จะเป็นคนที่มีความมานะพยายามสูง และมองคนทุกคนในแง่ดี จะไม่มีอคติหรือคิดร้ายกับใครทั้งสิ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองมาก จะชัดเจนและตรงไปตรงมากับความชอบหรือไม่ชอบของตน ไม่มีลักษณะของคนที่ลังเล หรือตัดสินใจไม่ได้ให้เห็นเลย

จะดูเป็นคนที่ดันทุรังอยู่สักหน่อยกับสิ่งที่ตนคิดและเชื่อที่จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ทั้งยังมีหลักการและเหตุผลสำหรับการกระทำของตัวเองเสมอ

...ลองดูว่าตรงบ้างหรือเปล่านะคะ อ่านเล่นแก้เครียดค่ะ!

ที่มา : http://www.horasaadrevision.com

13 พฤศจิกายน 2550

ป้ายทะเบียนรถบอกอะไร

เรื่องของตัวเลข ซึ่งเราจะเห็นว่า มักจะเกี่ยวข้องกับรอบๆตัวของเรา ไม่ว่าจะเป็น วัน เดือน ปีเกิด บ้านเลขที่ ใบขับขี่ บัตรประจำตัวประชาชน

ทะเบียนรถก็เป็นอีกตัวเลขหนึ่งที่นักโหราศาสตร์หลายๆท่าน กล่าวว่าจะมีอำนาจ และมีอิทธิพลบางอย่าง ซึ่งก่อให้เกิดผลโดยตรงกับเจ้าของยานพาหนะ หรือเจ้าของผู้ขับขี่ หรือจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็ได้ว่า เลขทะเบียนรถ ส่งผลถึงโชคชะตาต่างๆ จากความเชื่อเหล่านี้ จึงทำให้หลายๆคน พยายามจะหาเลขทะเบียนรถที่สวยๆ ไม่ว่าจะต้องเสียเงินมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่บางคนก็ต้องการทะเบียนรถสวยๆเพื่อแสดงถึงฐานะของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงความเชื่อ ทางโชคลางแต่อย่างใด

ในทางโหราศาสตร์ ถือว่าตัวเลข คือ ดาวพระเคราะห์ ดังนั้นเมื่อเราทราบความหมายของดาวพระเคราะห์ เราก็จะทราบความหมายของเลขตัวนั้นๆด้วย คือ 1 - อาทิตย์ , 2 - จันทร์ , 3 - อังคาร , 4 - พุธ , 5 - พฤหัส , 6 - ศุกร์ , 7 - เสาร์ , 8 - ราหู , 9 - พระเกตุ และ 0 - มฤตยู

ซึ่งต่างเห็นพ้องต้องกันว่า เลข 3 - 7 - 0 เป็นเลขที่ร้าย ในตำราโหราศาสตร์ คือ อังคาร เสาร์ และ มฤตยู เมื่อนำมาตีความหมาย เลข 3 จะหมายถึง การทะเลาะเบาะแว้ง เลข 7 คือ ความทุกข์ยาก และเลข 0 คือ อุบัติเหตุ ความสูญเสียต่างๆ ในบางตำรามองว่า เลข 8 เป็นเลขที่ร้ายเช่นเดียวกัน เพราะหมายถึง ราหู แต่ก็นับว่าความร้ายแรง ยังเป็นรอง เลข 3 - 7 - 0 อยู่มากทีเดียว

ส่วนบางตำราที่อิงไปทางชาวตะวันตกกลับเชื่อว่า เลข 8 เป็นเลขแห่งความร่ำรวย เป็นเลขที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในต่างประเทศ ดาวราหู หมายถึง พระเจ้าแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ ผู้มั่งคั่งร่ำรวยไปด้วยอำนาจ และทรัพย์สิน ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ ถือเป็นสิทธิส่วนตัว ใครจะเชื่อตำราไหนก็คงไม่มีใครว่ากัน

สำหรับตัวเลขอื่นๆนั้น ต่างก็มีความหมายเช่นเดียวกัน

เลข 1 หมายถึง ความเป็นใหญ่และชื่อเสียง
เลข 2 หมายถึง ความมีเสน่ห์ คล่องแคล่ว และค้าขายดี
เลข 4 หมายถึง การเจรจา ติดต่อทั่วไป
เลข 5 หมายถึง ความมีศีลและคุณธรรม
เลข 6 หมายถึง เงินทองและความสวยงาม
เลข 9 หมายถึง การเดินทางไกล การไปต่างประเทศ ชีพจรลงเท้า อยู่ไม่ติดที่

เรามีวิธีการพยากรณ์ง่ายๆ เพียงแค่นำตัวเลขทุกตัวของทะเบียนรถมารวมกัน บวกให้เหลือแค่สองจำนวน จะพยากรณ์ลักษณะของเจ้าของยานพาหนะ แต่เมื่อรวมเป็นหนึ่งเดียว จะหมายถึงลักษณะเฉพาะของยานพาหนะ เช่นทะเบียน 4ก-4754 เราจะได้ 4+4+7+5+4 = 24 ให้อ่านคำทำนายที่ 24 แต่หากจะทราบลักษณะเฉพาะของยานพาหนะ ให้นำ 2+4 จะได้ 6 เป็นต้น จากนั้นก็อ่านคำทำนาย ด้านล่าง


เลข 1 : สะดุดตา ราคาแพง มักจะเป็นสีแดงหรือค่อนข้างร้อน ขับขี่รวดเร็ว เจ้าของหยิ่ง ไว้ตัว

เลข 2 : เจ้าของผู้ขับขี่เป็นผู้หญิง หรือเกี่ยวข้องกับผู้หญิง เป็นของชาวต่างชาติ มีปัญหาเรื่องน้ำ

เลข 3 : จะเฉี่ยวชนบ่อย คนขับมุทะลุ ขับแซงซ้าย แซงขวา น่าหวาดเสียว กวนอารมณ์ผู้พบเห็น มีอุบัติเหตุบ่อยๆ

เลข 4 : รถคันนี้คนขับพูดเก่ง ในรถมีกระดาษเอกสารต่างๆ มีของรับประทานได้ มีเสื้อผ้าของใช้หลายอย่าง

เลข 5 : เป็นยานพาหนะของพระ หรือผู้ที่เกี่ยงข้องกับศาสนา เป็นครูอาจารย์ ทนายความ ผู้พิพากษา นักศึกษา
มักมีเหตุการณ์ที่ไม่ทราบสาเหตุเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะมีสิ่งที่เกี่ยวกับศาสนา หนังสือต่างๆ อยู่ในยานพาหนะนั้นๆ

เลข 6 : มีเครื่องเสียงไพเราะ สวยงามสะอาด คนขับขี่มีความสุข เป็นยานพาหนะที่ซื้อด้วยเงินสด เจ้าของเป็นคนมีเงิน
มีความรักใคร่กันดี มีความรักเกิดขึ้นในขณะเดินทาง

เลข 7 : เป็นรถของเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมหนัก เป็นรถที่ใช้งานอยู่ตลอดเวลาไม่ค่อยได้หยุด รถซื้อเงินผ่อน ระวังอุบัติเหตุที่ร้ายแรง

เลข 8 : มักกวนอารมณ์คนอื่น ทำให้ผู้ร่วมทางนั้นหงุดหงิด มีการเฉี่ยวชนบ่อย เป็นยานพาหนะที่ผู้ขับขี่ไม่ชอบใจ
มีปัญหาอยู่เสมอโดยเฉพาะเรื่องระบบไฟฟ้า

เลข 9 : เป็นยานพาหนะของเจ้าพ่อหรือนักเลง ผู้มีอิทธิพล มีแม่ย่านางแรง ต้องหาของขลังมาไว้ และต้องกราบไหว้
บอกกล่าวทุกครั้งที่ใช้

เลข 10 : ถูกใช้งานหนักอยู่เสมอ การขับขี่ไม่ค่อยเป็นไปตามกฏจราจร เฉี่ยวชนบ่อย ขับเร็ว มีปัญหาเกี่ยวกับระบบ
ไฟฟ้า และแสงสว่าง

เลข 11 : ยอมให้คนอื่นแซงขึ้นหน้า หรือถูกตัดหน้าบ่อยๆ ลักษณะเจ้าของหยิ่งไว้ตัว อารมณ์ร้อนแรง เจ้าระเบียบ

เลข 12 : รถนักเลง ขับหวาดเสียว ถูกเฉี่ยวชนบ่อยๆ ระวังอุบัติเหตุ การถูกปล้นจี้ ถูกลักขโมย

เลข 13 : ผู้ขับขี่เป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการ หรือนักตกแต่ง นักพูดโฆษก นักเขียน ทำงานเกี่ยวกับการสื่อสาร
ติดต่อ หรือโรงพิมพ์ การขนส่งการคมนาคม ในรถมีเอกสาร และเครื่องอุปโภค บริโภค เช่น เสื้อผ้า ยารักษาโรค เครื่องมือสื่อสาร

เลข 14 : เป็ฯรถของนักข่าว พ่อค้า หรือนักพนัน ครู อาจารย์

เลข 15 : รถสำหรับให้บริการผู้อื่น จึงเป็นไปได้ที่จะเป็น รถรับจ้างหรือให้เช่า มีเครื่องเสียงไพเราะ ใช้ในการท่องเที่ยว
หาความสนุกสนาน

เลข 16 : ยานพาหนะที่ได้มาฟรีๆ หรือซื้อขายง่าย ถูกใช้งานหนักอยู่เสมอ ไม่ค่อยได้ทำความสะอาด บ่อยนัก สีค่อนข้างมืด

เลข 17 : คนขับหงุดหงิดง่าย อารมณ์ไม่แน่นอน ใครเห็นมักจำง่าย

เลข 18 : เป็นรถนักเลง หรือผู้มีอิทธิพล ให้หาของขลังหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์บูชา ในยานพาหนะ ก่อนออกเดินทาง
ให้พูดแต่สิ่งที่ดีเป็นมงคล

เลข 19 : เป็นรถของผู้มีอำนาจ มียศตำแหน่ง เป็นของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ยานพาหนะนั้นถูกใช้งานหนัก
หรือเป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง

เลข 20 : เป็นรถที่ใช้งานหนัก ไม่ค่อยได้หยุด เป็นรถของชาวต่างชาติ หรือผู้หญิง มีปัญหาเกี่ยวกับน้ำ มีผู้หญิงนั่งประจำ

เลข 21 : มีการขับขี่น่าหวาดเสียว ชอบแซงซ้ายแซงขวา ขึ้นหน้าผู้อื่น เฉี่ยวชนบ่อย

เลข 22 : เป็นยานพาหนะเพื่อการโฆษณาติดต่อสื่อสาร เกี่ยวข้องกับอาหารการกิน เสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ

เลข 23 : เป็นยานพาหนะของครู ผู้พิพากษา นักศึกษา มีของขลังศักดิ์สิทธิ์ อยู่ประจำยานพาหนะ มีหนังสือตำราวิชาการ
ต่างๆมากมาย

เลข 24 : เป็นยานพาหนะที่มีเครื่องเสียงไพเราะ มีเสียงเพลงเปิดอยู่เสมอ ซื้อด้วยเงินสด เป็นของคน รวยด้านศิลปะ ความบันเทิงต่างๆ การแสดงหรือ ภาพยนตร์

เลข 25 : เป็นยานพาหนะของผู้ทำงานหนัก รถไม่ค่อยได้รับการทำความสะอาด เจ้าของทำงานเกี่ยวกับ
อุตสาหกรรม เกษตรกรรม เครื่องจักรกลต่างๆ

เลข 26 : คนขับหงุดหงิด ขับขี่รวดเร็ว เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียบ่อย เฉี่ยวชนบ่อย ให้ระวังอุบัติเหตุ

เลข 27 : เป็นยานพาหนะของผู้มีอิทธิพล หัวหน้า ผู้นำ แม่ย่านางแรง ต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครอง

เลข 28 : ยานพาหนะที่ใช้งานหนัก ไม่ค่อยได้หยุดพัก เสียบ่อย

เลข 29 : เจ้าของเป็นคนต่างชาติ หรือเป็นผู้หญิง มีปัญหาเรื่องน้ำรั่ว น้ำหยด หรือน้ำแห้งบ่อยๆ มักถูกผู้อื่นขับตัดหน้า
หรือยอมให้ผู้อื่นแซง

เลข 30 : ขับเร็ว เฉี่ยวชนบ่อย ไม่ค่อยได้หยุดที่ใดนาน

เลข 31 : มีของกินของใช้ อยู่ในยานพาหนะ มีเครื่องมือสื่อสาร เอกสารการติดต่อโฆษณา มีการกระทบกระทั่งกับผู้อื่น ด้วยอาวุธ หรือคำพูด ระวังการบาดเจ็บจากยานพาหนะคันนี้

เลข 32 : ระวังรถจะเกิดอุบัติเหตุ โดยที่มีผู้หญิงเป็นคนขับ หรือมีคู่กรณีเป็นผู้หญิง

เลข 33 : มักเกิดเรื่องราวที่ไม่ค่อยสบายใจ อันมีสาเหตุมาจากรถ หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกับคนอื่น ในขณะขับรถ
ระวังอุบัติเหตุทั้งทางใกล้ และทางไกล

เลข 34 : เจ้าของรถพูดเก่ง พูดจาฉะฉาน ไม่ค่อยเป็นทุกข์เป็นร้อนกับชีวิต ขณะขับรถควรมีสมาธิ เพราะยังมีดวง
การเกิดปัญหาจากรถ

เลข 35 : ขับขี่รถไม่ค่อยระมัดระวัง คนขับรถไม่ใช่เจ้าของรถ

เลข 36 : ชอบขับรถเร็ว ใจร้อน เกิดการเฉี่ยวชนกันบ่อยๆ ภายในรถมีอุปกรณ์ความบันเทิงมากมาย

เลข 37 : ระวังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง

เลข 38 : เป็นรถที่เกี่ยวข้องกับการทำมาค้าขาย ต้องเดินทางไกลบ่อยๆ

เลข 39 : เจ้าของรถเป็นคนมีอำนาจ มีอิทธิพล พูดจาน่าเกรงขาม

เลข 40 : เป็นยานพหนะที่ถูกใช้งานสมบุกสมบันพอสมควร ผู้ใช้รถคันนี้ ควรหมั่นทำบุญสุนทาน จะช่วยลด
อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

เลข 41 : เป็นรถของพวกข้าราชการหรือนักข่าว มีการติดต่องานกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นประจำ ภายในรถ
เต็มไปด้วยเอกสารต่างๆมากมาย

เลข 42 : เป็นรถที่เต็มไปด้วยความบันเทิงเริงรมณ์ต่างๆ ผู้ขับขี่ มีอารมณ์สุนทรีย์ จิตใจละเมียดละไม ละเอียดอ่อน
กับสภาพแวดล้อมรอบๆตัว

เลข 43 : หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้ยาก แต่ไม่หนักหนาอะไร พยายามหมั่นตรวจสอบเครื่องยนต์ กลไก บ่อยๆ

เลข 44 : รถเต็มไปด้วยเสียงเพลงไพเราะ ผู้คนนิยมชมชอบรถคันนี้ ผู้ขับขี่ไปที่ไหนมักได้รับการต้อนรับ

เลข 45 : เจ้าของรถเป็นคนฝักใฝ่ในศาสนา หรือเกี่ยวข้องกับศาสนาอยู่เนืองๆ ภายในรถเต็มไปด้วยพระ


คำทำนายทายทัก จะถูกหรือไม่ถูกอย่างไร อย่าคิดเป็นเรื่องจริงจัง เอาเป็นว่าทุกครั้งที่เราขับรถ พยายามเตือนใจ
ไม่ประมาท เคารพกฏจราจร และอย่าดื่มเครื่องดื่มมึนเมาขณะขับรถ อย่าลืม เมา... ไม่ขับ

ที่มา : ศูนย์พระดอทคอม

ทำนาย นิสัยจากเวลาเกิด

ที่มา: ตำราโหงวเฮ้งโบราณอายุพันปี
ทำนาย นิสัยจากเวลาเกิด


ตี 5 ถึง 7 โมงเช้า : ช่วงเวลากระต่าย
เป็นคนรักสวยรักงาม ทำอะไรละเอียดอ่อน สะอาด ชอบแต่งตัวให้ดูดีเสมอ สุภาพอ่อนโยน พูดจาหวาน นอบน้อมถ่อมตัว มีมารยาทเป็นเลิศ สงบเงียบเรียบร้อยเหมือนผู้ใหญ่ มีความมั่นใจและทะเยอทะยานไม่น้อย เป็นคนเข้มแข็งข้างใน รู้จักระมัดระวังรอบคอบเป็นนักการทูต จิตวิทยาสูง เข้าอกเข้าใจผู้อื่นดี ใจกว้าง โกรธง่ายหายเร็ว จิตใจดี ใจอ่อน ชอบทำบุญ


7 โมงเช้า ถึง 9 โมงเช้า: ช่วงเวลามังกร
บุคลิกดูหยิ่งทะนงมาก ท่าทางสง่าผ่าเผย ดูหัวสูง ความทะเยอทะยานจะเห็นได้ชัด ดูน่าเกรงใจ เข้าถึงยาก มีความเป็นผู้นำสูง เป็นคนใจกว้าง เด็ดเดี่ยว รักศักดิ์ศรี โมโหร้าย บุ่มบ่ามมุทะลุ ทำอะไรต้องตรงไปตรงมา ไม่ชอบเรื่องเล่ห์เหลี่ยม เป็นที่พึ่งพิงได้ รับผิดชอบสูง ขี้สงสาร เป็นคนมีประสิทธิภาพสูง อนาคตแจ่มแจ๋ว เพราะความมุ่งมั่นบากบั่นของตัวเอง

9 โมงเช้า ถึง 11 โมงเช้า: ช่วงเวลางู
โดยมากจะหน้าตาดี แต่งตัวดีเสมอด้วยของหรูหราราคาแพงหรือมียี่ห้อการันตี ภาพพจน์จะต้องมาก่อน เสมอ บุคลิกดูเงียบขรึม เรียบร้อยสุภาพนุ่มนวล มารยาทดีพูดจาหวานหู นิสัยข้างในค่อนข้างฉลาด เก็บความรู้สึกและความต้องการได้นิ่งลึกมาก รักการแข่งขันชิงดีชิงเด่น มีความทะเยอทะยานสูง ชอบทำตัวเด่น อยากมีชื่อเสียง เป็นนักวางแผนผู้ชาญฉลาด ใจแข็ง ไม่หวั่น ไหวอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ


11 โมงเช้า ถึง บ่ายโมง: ช่วงเวลาม้า
มีบุคลิกของนักกีฬา แข็งแรงอดทน ร่าเริงคึกคัก ชอบสนุกสนาน รักอิสระเสรีและการผจญภัย มีความเป็นตัวของตัวเอง ชอบแหกกฎ เป็นคนใจกว้างกระตือรือร้นมาก แต่รอบคอบไม่เป็น ใจร้อน ชอบทำก่อนคิด กล้าลุยไปข้างหน้า จิตใจเข้มแข็ง มานะ บากบั่น มีความจริงใจสูง เวลามีทิฐิจะเป็นคนหัวแข็ง ดื้อรั้นสุดๆ เวลาน่ารักจะมีชีวิตชีวาน่าตื่นเต้นเจอมรสุมก็ยังลุกขึ้นสู้ได้


บ่ายโมง ถึง บ่าย 3 โมง: ช่วงเวลาแพะ
เป็นคนใจดี อ่อนโยนจนถึงขั้นขลาดเขิน สุภาพอ่อนโยน นุ่มนวลมีมารยาท ดูสุขุมใจเย็น ไม่มีพิษมีภัย ขี้อายแต่มีความคิดสร้างสรรค์ ช่างฝัน มีไอเดียมันๆ กับเรื่องตลกจี้เส้น บางเวลาดูเศร้าซึม เพราะชอบคิดมากเกินเหตุ จิตใจดี ทำร้ายใครไม่เป็น ถ้าถูกรังแกจะสู้ยิบตา มีความมั่นใจซ่อนไว้ใต้ท่าทางอ่อนโลก ซื่อตรงรักสงบ เกลียดความรุนแรง อะไรๆ ก็ดีหมด ยกเว้น เรื่องดื้อรั้น ครองแชมป์ตลอดกาล


บ่าย 3 โมง ถึง 5 โมงเย็น: ช่วงเวลาลิง
เป็นคนไม่อยู่เฉย เปิดเผยใจร้อนและซุ่มซ่าม นิสัยเหมือนเด็ก ๆ ชอบเล่นพิสดารเป็นคนฉลาดหัวไว มีไหวพริบ กล้าพูดกล้าทำ ตรงไปตรงมา เป็นนักวางแผนรู้จักเอาตัว รอด มีเล่ห์กล แต่ไม่ทำร้ายใครลับหลัง มีความสามารถรอบตัวปรับตัวเข้ากับคนได้ทุกระดับ ทุ่มเทกับ การงาน ทำงานดีเชื่อมือได้ เสน่ห์ในตัวอยู่ที่ความขี้เล่น มีชีวิตชีวา อาจจะดูกะล่อนเล็กๆ แต่ก็หนักแน่นจริงใจมาก


5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม: ช่วงเวลาไก่
เป็นคนเข้มแข็งหยิ่งยะโส หัวรุนแรงขวางโลกและหัวโบราณ เป็นคนชอบแต่งตัวใช้แต่ของดีมีราคา บุคลิกขี้อวด ส่วนลึกของจิตใจเป็นคนอนุรักษ์นิยม เจ้าระเบียบ จู้จี้ ขี้บ่น หงุดหงิดง่าย ไม่ยอมเสียเงินอย่างไร้ค่า ยกเว้นเรื่องภาพพจน์ล่ะก็โอเค. มีหัวในการบริหาร มีความเด็ดขาด ต่อสู้กับอุปสรรคไม่มีถอย ยามอารมณ์ดีจะเป็นคนสนุก ชอบล้อเล่น ใจกว้าง มีน้ำใจนักกีฬา ไม่ชอบการใช้อำนาจ เกลียดคนอวดเบ่งที่สุด


1 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม: ช่วงเวลาหมา
เป็นคนรักคุณธรรมความถูกต้อง ซื่อสัตย์จริงใจมากจนถึงขั้นยึดมั่นถือมั่นทีเดียว ยืดหยุ่นไม่ค่อยเป็น คิดและทำอะไรก็ตาม ตรงทื่อไปหมด ไม่กล้าแหกกฎระเบียบ ชีวิตไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่ มีความขยัน ฉลาด แต่พลิกแพลงไม่เป็น เอาตัวไม่ค่อยรอดเกิดมาเป็นนักปกป้องคุ้มครองคนอื่นมองโลกแบบตรงไปตรงมา ไม่เพ้อฝัน ขาดอารมณ์โรมานซ์ แต่ก็เป็นคนตลกจี้เส้น มองโลกในแง่ดี มักจะเสียสละเพื่อคนอื่น ถึงจะซื่อไปนิด เซ็งไปหน่อยแต่ก็จริงใจนะ


3 ทุ่ม ถึง 5 ทุ่ม: ช่วงเวลาหมู
เป็นคนขี้เกียจนิดๆ เฉื่อยหน่อยๆ รักความเรียบง่ายไม่มากเรื่อง สุภาพอ่อนโยนใจดีและอบอุ่น จริงใจ มีอารมณ์สุนทรี รักดนตรีและศิลปะสวยงามมีความโรมานซ์ในหัวใจ แม้จะพูดน้อย แต่เอาอกเอาใจเป็นเลิศ ชอบแต่งตัวแบบผู้ดีรสนิยมดี ชอบทำอาหารและชอบกิน รูปร่างจึงออกแข็งแรงและสมบูรณ์เป็นคนใจกว้าง และชอบให้อภัย หากถูกทำร้ายจะกลายเป็นหมูป่า สู้ถวายชีวิตความคิดและการกระทำจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป รอบคอบ ใจเย็น จนกว่าจะมั่นใจถึงจะลุย เป็นแม่บ้านพ่อเรือนที่รักครอบครัวมาก


5 ทุ่ม ถึง ตี 1: ช่วงเวลาหนู
มีบุคลิกกระตือรือร้น ร่าเริงปราดเปรียว สดใส แต่มีความระแวดระวัง ฉลาดหัวไว ไหวพริบดี ตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ท่าทางดูขรึม พูดน้อย เฉยชา แต่มีมารยาท รักเพื่อน ชอบช่วยเหลือ มีน้ำใจ จุดเด่นคือความขยันและสะสมเก่ง มักมีเงินสำรองซ่อนไว้ไม่มีใครรู้ ชอบวางแผนการเงิน ประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย เป็นคนมีระเบียบ บากบั่นมุ่งมั่นสูง ปรับตัวเก่ง มีความรักแบบผู้ให้ รักครอบครัว แต่ก็รักอิสระ กว่าจะลงเอยกับใครสักคน ใช้เวลาคิดนานเชียว


ตี 1 ถึง ตี 3: ช่วงเวลาวัว
ท่าทางแข็งแรงบึกบึนและอึด เป็นคนเฉลี่ยแบบใจเย็น โกรธยากแต่โกรธเหมือนระเบิดลง มีความบากบั่น มีระเบียบ ขยัน อดทน หนักแน่นทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่รู้จักปรับตัว ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมทื่อตรงจนไม่ค่อยทันใครขาดอารมณ์ขัน ตลกก็ตลกแบบฝืดๆ ไม่ชอบความรุนแรง มักจะเลี่ยงการทะเลาะวิวาทแต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็จะกลายเป็นวัวกระทิงขวิดสุดฤทธิ์


ตี 3 ถึง ตี 5: ช่วงเวลาเสือ
เป็นคนหุนหันพลันแล่น ก้าวร้าว เข้มแข็ง ดูมีอำนาจจิตใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยวมั่นใจในตัวเองสูง แต่ขาดความรอบคอบ เพราะอารมณ์อยู่เหนือหัวใจ ไม่รู้จักออมชอม ขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ ไม่รู้จักสีเทา แต่ก็เป็นคนใจดีเสียสละใจกล้า ไม่จุกจิกกับเรื่องเล็กน้อย มีความรับผิดชอบ ฉายเดี่ยวไม่อยู่ติดที่มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ขี้โม้โอ้อวด หลงใหลเรื่องรักโรแมนติก มีความเซ็กซี่เป็นเสน่ห์ส่วนตัว

12 พฤศจิกายน 2550

สาเหตุที่ผมต้องไล่เลขาผมออก?

อาทิตย์ที่แล้วเป็นวันเกิดของผม :)

เป็นเช้าที่ผมตื่นมาแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่ -_-

จากนั้นผมก็เลยลงไปทานอาหารเช้า โดยหวังว่าภรรยาผมจะแฮปปี้เบิร์ดเดย์กับผม ^0^
แล้วก็มีของขวัญเล็กๆสักชิ้นให้ :)

แต่กลับกลายเป็นว่าเธอไม่แม้แต่จะอรุณสวัสดิ์ผม ???
ลืมไปได้เลยเรื่อง แฮปปี้เบิร์ดเดย์ อ่ะ ?!!?

ผมก็คิดเอาว่า เอาน่านี่แหละการแต่งงาน
แต่ ลูกผมไง พวกเค้าจะจำวันนี้ได้

แต่ลูกผมก็ลงมาทานข้าวข้างล่างแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรซักคำเลย

จากนั้นผมก็ไปออฟฟิศไปทำงาน ด้วยความรู้สึกต่ำต้อย และ ค่อนข้างแย่..... T_T

พอผมไปถึงออฟฟิศ
เจน เลขาผมก็เข้ามาทักว่า"สวัสดีค่ะเจ้านาย" แล้วก็ "สุขสันต์วันเกิดนะคะ"

ผมก็รู้สึกดีที่ว่าอย่างน้อยก็มีซักคนที่จำวันเกิดผมได้น่า

จากนั้นผมก็ทำงานไปเรื่อยๆจนถึงบ่ายโมง แล้วเจน ก็มาเคาะประตูห้องผมแล้วถามว่า

"วันนี้ช่างเป็นวันที่อากาศดีจริงๆเลยแล้ววันนี้ก็เป็นวันเกิดเจ้านายด้วย
ทำไมเราไม่ไปกินข้าวเที่ยงกันสองต่อสองแค่ฉันกับคุณ"

พอได้ยินอย่างนั้น ผมก็ตอบไปว่า"แน่นอนสิ นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมได้ยินตั้งแต่เช้าเลยนะ"

จากนั้นเราก็ไปทานข้าวเที่ยงกัน แต่เราไม่ได้ไปที่เราไปกินกันตามปกติ
เจนเลือกร้านที่ค่อนข้างเงียบๆ (เป็นส่วนตัว)หน่อย

แล้วเราก็เลือกโต๊ะเฉพาะไว้
เราก็สั่งมาร์ตินี่มาดื่มกันคนละสองแก้ว

จากนั้นระหว่างทางกลับไปออฟฟิศ
เจนบอกกับผมว่า"วันนี้ช่างเป็นวันที่อากาศดีจริงๆเลย
เราคงไม่ต้องรีบกลับกันไปที่ออฟฟิศจริงๆใช่มั้ยเนี่ย"

ผมก็ตอบไปว่า"อืมคงไม่จำเป็นมั้ง ว่าแต่ เจน คุณคิดว่าไงล่ะ"

เจนเลยตอบว่า"งั้นแวะไปอาพาร์ทเม้นชั้นก่อนมั้ยล่ะอยู่แค่ตรงหัวมุมด้านหน้านี่เอง"

พอเราไปถึงอาพาร์ทเม้นของเจน
เจนก็บอกกับผมว่า"บอสค่ะคุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยถ้าฉันจะเข้าไปในห้องนอนซักพักนึงก่อนแล้วจะกลับมาหาบอสนะคะ"

ผมก็ตอบ"โอเค" ไปแบบตะกุกตะกัก ไม่มั่นใจ

เจนก็เข้าไปในห้องของหล่อนแป๊ปนึง

จากนั้นเธอก็ออกมา พร้อมกับเค๊กวันเกิดก้อนใหญ่


พร้อมกับ ภรรยาผม ลูกๆผมเพื่อนๆของผมเป็นขโยง เพื่อนร่วมงาน แล้วทุกคนก็ร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดให้ผม..


แล้วผมก็นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น...!!!

บนโซฟาของเจน
แบบเปลือยกายอยู่... ? >_<

11 พฤศจิกายน 2550

มังคุดทำลายเซลล์มะเร็ง

ใครที่ชอบทานมังคุด ทราบหรือไม่ว่า มังคุดก็สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาบอกกัน

...
นักวิทยศาสตร์ ได้ศึกษาสารสกัดจากเปลือกมังคุดพบฤทธิ์จู่โจมเฉพาะเซลล์มะเร็งในร่างกาย โดยไม่สร้างความเสียหายให้เซลล์ดีที่อยู่รายรอบ

ผลการทดลอง

สารสกัดจากเปลือกมังคุดสามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี แม้จะใช้เพียงเล็กน้อยเพียง 4 มิลลิกรัมก็ตามสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่นำมาใช้ในการศึกษานี้ ได้รับการสนับสนุนจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยการทดสอบพบว่า สารสกัดในปริมาณ 4 มิลลิกรัม ดังกล่าว สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้กว่า 50% ของเซลล์มะเร็งทั้งหมด และจากการขยายผลนำสารสกัดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งอื่น ก็พบว่าสามารถออกฤทธิ์ดีในการทำลายเซลล์มะเร็งลำไส้และเซลล์มะเร็งตับ
รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองหันมาทานมังคุดกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดี

วิธีต้มบะหมี่สำเร็จรูปที่ถูกต้อง

วิธีต้มบะหมี่สำเร็จรูปที่ถูกต้อง
สำคัญมาก สำหรับสาวกบะหมี่สำเร็จรูป

วิธีต้มบะหมี่อย่างปลอดภัย ไม่ทำลายสุขภาพ
Normally, how we cook the instant noodles is to put the noodles into a pot with water, throw in the powder and let it cook for 3 around mins and then ready to eat.

ปกติเราจะใส่บะหมี่ในน้ำพร้อมเครื่องปรุงและต้มประมาณ 3 นาทีจนเดือด

This is the WRONG method of cooking the instant noodles.

ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด

By doing this, when we actually boil the ingredients in the powder, normally with MSG, it will change the molecular structures of the MSG causing it to be toxic.

การใส่เครื่องปรุงในน้ำและต้มจนเดือด จะทำให้ผงชูรสเปลี่ยนเป็นสารพิษ

The other thing that you may or may not realized is that, the noodles are coated with wax

ดังนั้นเส้นบะหมี่สำเร็จรูปซึ่งเคลือบด้วย wax ผสมผงชูรส ก็จะกลายสภาพเป็นสารพิษเมื่อต้มในน้ำเดือด

and it will take around 4 to 5 days for the body to excrete the wax after you have taken the noodles.

ซึ่งร่างกายต้องใช้เวลา 4 - 5 วันในการขับ wax ผสมผงชูรสซึ่งกลายสภาพเป็นสารพิษนี้ออกจากร่างกาย

So the CORRECT method, which you may or may not know, is to cook the noodles this way?

นี่คือวิธีต้มบะหมี่ที่ถูกต้อง

1. boil the noodles in a pot with water.

เทบะหมี่สำเร็จรูปในน้ำและต้มจนเดือด

2. once the noodles is cooked, take out the noodles, and throw away the water which contains wax.

เมื่อบะหมี่สุกแล้ว เทน้ำที่ต้มบะหมี่ทิ้ง (เป็นการเท wax
ผสมผงชูรสซึ่งเป็นสารพิษทิ้งไป)

3. boil another pot of water till boiling and put the noodles into the hot boiling water and then shut the fire.

ต้มน้ำให้เดือดอีกครั้ง และใส่เส้นบะหมี่ที่ต้มไว้แล้วตามข้อ 2 และปิดไฟ
(ปิดเตาแก๊ส หรือเชื้อเพลิงอะไรก็แล้วแต่ที่ใช้ต้มน่ะ)

4. only at this stage when the fire is off, and while the water is very
hot, put the ingredient with the powder into the water, to make noodle soup.

** เมื่อปิดไฟ (เชื้อเพลิง ฯลฯ) เรียบร้อยแล้ว จึงใส่เครื่องปรุงขณะน้ำยังร้อน** (ผงชูรสในเครื่องปรุงจะได้ไม่กลายเป็นสารพิษอีก)

5. however, if you need dry noodles, take out the noodles n add

ถ้าเป็นบะหมี่ชนิดแห้ง เมื่อเทน้ำตามข้อ 2 ทิ้งแล้ว

The ingredient with the powder and toss it to get dry noodles.

จึงใส่เครื่องปรุงผสมให้เข้ากัน ก่อนรับประทาน

Hope this piece of information is of importance to your health in relation to eating instant noodles and please apply this cooking method with immediate effect.

โปรดเปลี่ยนวิธีต้มบะหมี่สำเร็จรูปแบบเดิมๆ ของคุณโดยด่วน และใช้วิธีที่ถูกต้องนี้โดยเร็วที่สุด

เพื่อสุขภาพของคุณเอง!

ความลับบนเตียงของ 12 ราศี

คุณคงได้ยินกันมาบ้าง กับ "เรื่องบนเตียง" ของคนที่ตกเป็นข่าว...หรือของคนที่บอกต่อๆ กันมา ที่บางครั้งก็เข้ากันได้ดี บางครั้งก็ยากจะปรับตัวเข้าหากัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากราศี! นอกจากวันเวลาเกิดที่กำหนดให้แต่ละคนมี ราศี เป็นของตนเอง จะมีผลส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเรามี บุคลิก ตลอดจน ลักษณะนิสัย ที่แตกต่างกันแล้ว ความแตกต่างของลักษณะนิสัยและแนวความคิดนั้นเอง ยังทำให้มีผลต่อรสนิยมและความชอบส่วนตัวที่มีต่อ
เรื่องบนเตียง อีกด้วย เพียงแต่เราเข้าใจถึงสภาพพื้นฐานความคิดความเชื่อ ความเป็นตัวตนของอีกฝ่าย เราอาจเข้าใจมากขึ้นก็ได้ ว่าทำไมเขา(หรือเธอ)ตอบสนองต่อความสัมพันธ์ทางเพศที่เรามอบให้เช่นนั้น และเราควรปรับตัว(หรือหว่านล้อมเขา) อย่างไร

เรื่องบนเตียงกับราศีเมษ
(21 มีนาคม - 19 เมษายน)

ในเรื่องของเซ็กซ์แล้ว ชาวเมษจะเปรียบเสมือนเสือที่ออกล่าเหยื่อเป็นอาหาร คือจะเสาะแสวงหาเพื่อให้ได้สิ่งที่ถูกใจ สำหรับความสัมพันธ์ทางเพศแล้ว ชาวเมษจะเป็นคนเปิดเผยและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อทำให้คนรักพอใจ เขา(หรือเธอ)ยกให้คุณจนหมดใจ ขอเพียงแค่คุณมีความจริงใจและรักอย่างแท้จริง เพราะถ้าคุณไม่สามารถทำให้เขาเชื่อใจได้ เขาจะระแวงและคอยกันท่า หรือหึงหวงคุณเสมอ

อะไรที่ชาวราศีเมษต้องการ: ชาวเมษไม่ต้องการของขวัญแบบที่ดูหวานๆ เช่นพวกดอกไม้ ของขวัญรูปหัวใจต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เขา(หรือเธอ)ให้ความสำคัญเท่าใดนัก สิ่งที่เขาต้องการคือเวลาและกิจกรรมที่ทำร่วมกันมากกว่า ต้องการความเข้าใจและการกระทำที่ดีทั้งกายและใจ กิจกรรมที่น่าตื่นเต้นโลดโผน และการแสดงออกถึงความรัก การสัมผัสและถ่ายทอดความรัก เช่น การหอมแก้ม การกอด การจูบบ้าง คือสิ่งที่ชาวเมษต้องการมากกว่าสิ่งใดๆ

เรื่องบนเตียงกับราศีพฤษภ
(20 เมษายน - 20 พฤษภาคม)

ชาวพฤษภเป็นอีกหนึ่งราศีที่มีเสน่ห์เย้ายวนใจ มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างง่ายดาย เขา(หรือเธอ)จะใช้สิ่งเหล่านี้แหละเพื่อแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง สำหรับเขาการแสดงออกในความรักจะแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน เป็นคนที่สร้างอารมณ์และความรู้สึกที่ดีในการอยู่ร่วมกัน เป็นคนที่มีความโรแมนติก เพราะเขารู้สึกว่าเซ็กซ์มาจากความรู้สึกข้างในที่เต็มไปด้วยความรัก ซึ่งเป็นสิ่งสวยงามในชีวิตเขา

อะไรที่ชาวราศีพฤษภต้องการ: ชาวพฤษภต้องการใครสักคนที่หนักแน่นและมั่นคงที่จะทำให้ชีวิตของเขามีความสุขได้ ต้องการคนที่ให้ทั้งความรัก การดูแล และสิ่งของที่มีความหมายดีๆ ที่จะติดตรึงอยู่ในใจของชาววัวตลอดไป การดูแลให้ความอบอุ่นและความเชื่อมั่น คือวิธีที่เหมาะที่สุดที่จะปฏิบัติให้กับชาวพฤษภและก็เป็นสิ่งที่เขาต้องการ

ชาวพฤษภเป็นคนที่พึ่งพาอาศัยได้และเป็นคนที่คอยดูแลเอาใจใส่สม่ำเสมอ หากใครต้องการเป็นคนที่โชคดีที่จะใช้ชีวิตในโลกอันสวยงามร่วมกับเขาได้ จะต้องใจเย็นและใช้เวลาในการค่อยๆบ่มเพาะความรัก ความรู้สึกในการพิชิตใจชาวพฤษภ

เรื่องบนเตียงกับราศีเมถุน
(21 พฤษภาคม - 21 มิถุนายน)

ชาวเมถุนไม่ค่อยมีอารมณ์ในเรื่องเซ็กซ์มากมายนัก แต่จะมีความรู้สึกในเรื่องนี้เมื่ออยู่ในบรรยากาศดีๆ และเหมาะสมเท่านั้น เซ็กซ์เปรียบเสมือนกีฬาอย่างหนึ่งของชาวเมถุน เขาจะค้นหาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอในแบบที่ถูกใจ ชาวเมถุนให้ความสำคัญกับการสัมผัสและเสียง และต้องการหาสิ่งที่ดีที่สมบูรณ์แบบให้กับชีวิตรักของเขา

อะไรที่ชาวราศีเมถุนต้องการ: ใครสักคนที่สามารถตามเขาทัน เข้าใจเขารู้ใจและพร้อมจะผจญภัยกับเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มีความเฉลียวฉลาด ร่าเริงและเป็นเพื่อนที่ดีของเขาได้ และสำหรับคนรักนั้นก็เช่นกัน แต่อาจจะไม่ต้องฉลาดเฉลียวมากมายนัก แต่ขอให้เป็นคนที่สามารถทำให้เขาสบายใจได้ในยามที่เขาทุกข์ใจ

เรื่องบนเตียงกับราศีกรกฎ
(22 มิถุนายน - 22 กรกฎาคม)

สำหรับชาวกรกฎ เรื่องเซ็กซ์เปรียบเสมือนกิจกรรมในยามพักผ่อน เขาเป็นทั้งผู้นำและผู้ตามที่ดีในเรื่องนี้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความพอใจในแต่ละครั้ง นอกจากนี้เขายังเป็นคนที่ยอมรับอารมณ์ของคู่รักได้เสมอ ในยามที่มีอารมณ์ ความต้องการที่ไม่ตรงกัน ชาวราศีกรกฎถือเป็นคู่รักที่ดีและไม่เคยบกพร่องในเรื่องนี้แต่อย่างใด

อะไรที่ชาวราศีกรกฎต้องการ: ชาวกรกฎต้องการคนที่ใจเย็น สบายๆ ทำอะไรไม่รีบร้อน และมีความมั่นคงทางอารมณ์ ซึ่งจะทำให้คบกันได้นาน เขาต้องการคนที่สามารถแลกเปลี่ยนความรู้สึก ความคิดเห็นได้ เพราะเขาคิดว่าความเข้าใจและความสม่ำเสมอ คือหัวใจสำคัญที่สุดในการคบหากัน

เรื่องบนเตียงกับราศีสิงห์
(23 กรกฎาคม - 22 สิงหาคม)

ราศีสิงห์นั้นตรงกับธาตุไฟ จึงมีอารมณ์ความรู้สึกที่ร้อนแรง และมีพละกำลังเหลือเฟือ เขาจึงจะแสดงออกถึงอารมณ์ ความรู้สึกต่อคนรักเสมอๆ แต่การถ่ายทอดความรู้สึกหรืออารมณ์ต่างๆ ของชาวสิงห์นั้น จะเป็นแบบสวยงาม ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่จะเร่าร้อนมากมายเหมือนความรักของหนุ่มสาวทั่วไป เพราะชาวสิงห์จะมีมาด มีฟอร์มของความเป็นผู้นำอยู่ ดังนั้นเวลาจะทำอะไรจึงมีมาดนี้อยู่ด้วย เห็นอย่างนี้ก็เถอะ ชาวสิงห์เป็นคนที่มั่นคงในรัก ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ และจริงใจต่อคุณเสมอ

อะไรที่ชาวราศีสิงห์ต้องการ: สิ่งที่ชาวสิงห์ต้องการก็คือ การได้รับการยอมรับนับถือ คำชื่นชม ซึ่งจะทำให้เขามั่นใจในตัวเองมากและเขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อคนที่เขารักอย่างดีด้วยความเต็มใจ ชาวสิงห์ต้องการทำทุกอย่างเพื่อให้ผลออกมาดีที่สุด ดังนั้นคนรอบตัวของเขาจะต้องเข้าใจในความมุ่งมั่นของเขาและจงอย่ากวนใจเขาในยามที่เขากำลังตั้งใจที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ และสำหรับคนรักของชาวสิงห์ จงจำไว้ว่าเขาจะต้องเป็นที่หนึ่งในใจคุณเสมอ และอย่านอกใจหรือทรยศเป็นอันขาด

เรื่องบนเตียงกับราศีกันย์
(23 สิงหาคม - 22 กันยายน)

เซ็กซ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับชาวกันย์ ชาวกันย์จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดทุกขั้นตอนเพื่อให้เซ็กซ์เป็นสิ่งที่สวยงาม เป็นที่ประทับใจของตัวเองและคนรักมากที่สุด แต่ชาวราศีกันย์ไม่ใช่คนที่มีอารมณ์หรือความรู้สึกในเรื่องนี้บ่อยนัก หรือบางครั้งก็อาจจะรู้สึกอาย ดังนั้นชาวกันย์จึงต้องการการกระตุ้นความรู้สึกให้เกิดขึ้น และหลังจากนั้น ชาวกันย์ก็จะสานต่อได้อย่างดี ชาวราศีกันย์เป็นคนไม่เจ้าชู้ และมั่นใจได้ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลหูไกลตา

อะไรที่ชาวราศีกันย์ต้องการ: ด้วยความที่ชาวกันย์เป็นคนที่ดูแลเอาใจใส่สุขภาพร่างกายตัวเองอยู่เสมอ ดังนั้นจึงต้องการคนที่จะมาเป็นเพื่อนในการออกกำลังกาย ดูแลเรื่องสุขภาพ อาหารและของใช้อื่นๆร่วมกัน ชาวกันย์ต้องการคนรักที่มั่นคง เชื่อใจได้และให้เวลาในการเป็นส่วนตัวบ้าง และคนคนนั้นต้องเป็นคนใจเย็น อารมณ์ดี และสามารถปรึกษาพูดคุยกันได้เสมอ

เรื่องบนเตียงกับราศีตุลย์
(23 กันยายน - 22 ตุลาคม)

เซ็กซ์เป็นเพียงแค่อารมณ์หนึ่ง ชาวตุลย์หากถูกใจใครเป็นพิเศษ คนๆ นั้นก็จะสามารถมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับชาวตุลย์ได้ไม่ยากนัก ชาวตุลย์เป็นคนกล้าได้กล้าเสีย และหากใครที่กล้าพอที่จะเข้ามาคบ ก็พร้อมจะพิจารณาเสมอ

และยิ่งถ้าเป็นคนที่พร้อมจะให้ทุกอย่างได้ ก็พร้อมที่จะลองคบและมีความสัมพันธ์กันแบบลึกซึ้ง แต่ระวัง เพราะคุณอาจจะเป็นของเล่นของเขาได้ และเมื่อเขาเบื่อหรือเจอคนใหม่ที่น่าสนใจกว่า เขาก็อาจจะโยนของเก่าอย่างคุณทิ้งก็ได้

อะไรที่ชาวราศีตุลย์ต้องการ: คนที่พร้อมจะหยิบยื่นสิ่งต่างๆ ให้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือการกระทำ และคนๆ นั้นต้องเป็นคนที่มั่นคงและไว้ใจได้ แต่ชาวราศีตุลย์กลับไม่ต้องการให้ใครมาผูกมัด หรือตั้งกฎเกณฑ์มากๆ และอีกอย่างที่เขาต้องการคือ คนที่สามารถพูดคุยและเป็นที่ปรึกษาได้

หากใครทำได้อย่างนี้ ชาวตุลย์ก็พร้อมที่จะญาติดีด้วย และมอบความรู้สึกดีๆให้ รวมๆ แล้วดูเหมือนชาวตุลย์เอาแต่จะได้ แต่แท้จริงแล้วแค่เป็นคนที่คิดพิจารณามาก เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเองเท่านั้นเอง ถ้าคบไปแล้วชาวตุลย์ก็ถือว่าเป็นคนที่ใช้ได้ น่าคบหาคนหนึ่งทีเดียว

เรื่องบนเตียงกับราศีพิจิก
(23 ตุลาคม - 21 พฤศจิกายน)

ชาวพิจิกถือเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเซ็กซ์มากทีเดียว เพราะชาวพิจิกจะเป็นคนที่เร่าร้อน มีอารมณ์ทางเพศสูง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วชาวพิจิกมักจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นเรื่องนี้ก่อนเสมอ ชาวพิจิกถึงแม้จะดูเป็นคนมีเสน่ห์และเจ้าชู้ แต่ภายในใจของเขา เป็นคนที่รักใครรักจริง เทิดทูนและให้เกียรติคนรักของเขา

อะไรที่ชาวราศีพิจิกต้องการ: ชาวพิจิกไม่พิสมัยความท้าทายหรืออุปสรรคที่ดูจะเสี่ยงและไม่แน่นอนว่าจะดีหรือไม่ ชอบอะไรที่ดูแน่นอนและความสมบูรณ์แบบมากกว่า ต้องการและแสวงหาคนรู้ใจที่มีความหนักแน่นและเข้าใจในตัวเขาได้ดีทุกเรื่องและพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ นอกจากนี้ยังต้องการคนรักที่มีความอบอุ่น อ่อนโยนและมีความโรแมนติก ซึ่งจะทำให้ความรักของเขาหวานชื่นอยู่เสมอ


เรื่องบนเตียงกับราศีธนู
(22 พฤศจิกายน - 21 ธันวาคม)

ชาวธนูเป็นคนธาตุไฟ มีความเร่าร้อนอยู่ในตัว ถ้าไม่พูดถึงเรื่องความรักที่ลึกซึ้งแล้ว ชาวธนูก็เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเซ็กซ์อยู่มากพอดู เขาไม่อายในเรื่องนี้ ถ้าไม่จริงจังและมีเงื่อนไขกับมันมากนัก เขาพร้อมเสมอ ชอบการพบปะสังสรรค์กับผู้คน เขาเป็นคนที่บริหารเสน่ห์ได้ดี และสำหรับคนรักของเขาจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเซ็กซ์ด้วยเพื่อที่ว่าทั้งเขาและคุณจะไปด้วยกันได้ดี

อะไรที่ชาวราศีธนูต้องการ: เพื่อนรู้ใจที่พร้อมจะไปกับเขาได้ทุกสถานการณ์ และไม่ทำให้เขาหนักใจหรือมีเรื่องเดือดร้อนถึงตัวเขา สำหรับคนรักของชาวธนูจะต้องเข้าใจและยอมรับในนิสัยที่รักอิสระเสรีของเขา ต้องไม่เป็นคนคิดมากหรืออ่อนไหวกับอะไรง่ายๆ ชอบคนที่ซื่อสัตย์ เปิดเผย หากคุณเป็นอย่างที่เขาต้องการหรือมีนิสัยที่คล้ายกัน คุณก็จะเป็นทั้งเพื่อนและคนรักของเขาด้วยในเวลาเดียวกัน

เรื่องบนเตียงกับราศีมังกร
(22 ธันวาคม - 19 มกราคม)

ภายใต้ความเยือกเย็นสุขุมที่ปกคลุมอยู่ภายนอก น้อยคนที่จะได้รู้ถึงความรู้สึกภายในที่เร่าร้อนซึ่งรอคอยผู้ที่มาสัมผัสและเข้าใจถึงความรู้สึกที่แท้จริง ชาวมังกรเป็นคนธาตุดิน เป็นคนไม่หวือหวา โดยเฉพาะเรื่องบนเตียง อีกทั้งเขามองว่าเป็นเรื่องที่ต้องสำรวม จะแสดงออกต่อเมื่อถึงเวลาเท่านั้น ถ้ายอมเผยความรู้สึกในเรื่องนี้กับใครแล้ว แสดงว่าเขามั่นใจว่าคนคนนั้นคือคนที่เขาจะใช้ชีวิตรักไปด้วยอีกนาน

อะไรที่ชาวราศีมังกรต้องการ: ชอบการแข่งขัน ความท้าทายและอุปสรรคที่ต้องฟันฝ่าเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ชาวมังกรจึงเหมาะกับคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความสง่าสูงศักดิ์ และมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับชาวมังกรได้เสมอ ต้องมีความเก่งพอๆกัน และสิ่งที่ชาวมังกรต้องการอีกสิ่งคือ คนรักที่เข้าใจในธรรมชาติของเขาผู้ซึ่งไม่ยอมแพ้ต่ออะไรง่ายๆ ต้องปรามเขาได้ และไม่เป็นคนอ่อนไหวจนเกินไป

เรื่องบนเตียงกับราศีกุมภ์
(20 มกราคม - 18 กุมภาพันธ์)

ด้วยความเป็นคนธาตุลมที่ต้องการความเข้าใจ ความสุขใจ เรื่องบนเตียงจะเกิดขึ้นเพื่อต้องการความสุขทางใจมากกว่าความสุขทางกาย แคร์ความรู้สึกของคนรักมาก แม้ชาวกุมภ์เป็นคนที่มีเพื่อนมาก แต่เมื่อเอ่ยถึงเรื่องส่วนตัวเขาจะให้เวลากับมันอย่างดี เพราะกลัวว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับคนรัก ชาวกุมภ์กับเรื่องเซ็กซ์ไม่มีอะไรหวือหวา จะเป็นไปตามธรรมชาติ

อะไรที่ชาวราศีกุมภ์ต้องการ: ชาวกุมภ์เป็นคนที่มีความคิดและมีมุมมองกว้างขวาง มักเชื่อมั่นในความคิดและสิ่งที่ตัดสินใจลงไป ดังนั้นคนรักจึงควรเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดของเขาได้ดีที่สุด ต้องการคนที่สามารถพูดคุย

ให้คำปรึกษากับเขาได้และพร้อมที่จะเป็นกำลังใจเพื่อให้เขาก้าวไปสู่สิ่งที่ดียิ่งขึ้นไป นอกจากนี้เขาเป็นคนที่ไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องดูแลเอาใจใส่เขาให้มากๆ และคุณต้องเป็นคนรักครอบครัวด้วย นั่นคือสิ่งเขาต้องการ เพราะจะช่วยประคับประคองให้ชีวิตคู่ยั่งยืน

เรื่องบนเตียงกับราศีมีน
(19 กุมภาพันธ์ - 20 มีนาคม)

เซ็กซ์เป็นเรื่องเกี่ยวกับอารมณ์ ซึ่งไม่แน่นอน บางครั้งอาจมีมากบางครั้งอาจมีน้อย ซึ่งถ้าหากคุณควบคุมอารมณ์ของคนราศีนี้ได้ ก็สามารถคุมเรื่องเซ็กซ์ของเขาได้เช่นกัน เขาเป็นคู่รักที่ดีเสมอในเรื่องนี้ ไม่เคยทำให้คุณต้องผิดหวัง มีแต่จะยิ่งหลงใหลในตัวเขามากขึ้น

อะไรที่ชาวราศีมีนต้องการ: คนที่สามารถมาเป็นส่วนเติมเต็มให้กับชีวิตได้ ถ้าเขาหมดหวัง อีกคนจะช่วยเป็นกำลังใจให้ นี่คือสิ่งที่เขาต้องการจากคนที่เขารัก ทำให้เขาอุ่นใจได้เสมอแม้เมื่อเจอปัญหา คุณจะต้องไม่ดูถูกความฝันของเขา แต่จะต้องคอยดึงเขาออกจากฝันนั้นบ้าง เพราะมิฉะนั้นจะกลายเป็นหลงอยู่ในความฝันจนลืมนึกถึงความเป็นจริง

ที่มา : http://www.mthai.com

8 พฤศจิกายน 2550

แพทย์ผ่าตัดแยกอวัยวะ

แพทย์ผ่าตัดแยกอวัยวะ ทารกแขนขา8ข้างสำเร็จ [8 พ.ย. 50 - 06:39]

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ด.ญ.ลักษมี ทัตมา วัย 2 ขวบ ที่มีแขนขาถึง 4 คู่ ได้เข้ารับการผ่าตัดแยกอวัยวะส่วนเกินนี้แล้ว คณะแพทย์กว่า 30 คน ต้องใช้เวลานานกว่า 27 ชั่วโมง จึงประสบความสำเร็จ เมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ 7 พ.ย. อย่างไรก็ตาม ศัลยแพทย์ยังต้องจับตาดูอาการของหนูน้อยอย่างใกล้ชิดโดยเวลานี้อาการอยู่ในภาวะทรงตัว

การผ่าตัดได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าวันอังคารที่ 6 พ.ย. ในโรงพยาบาลเมืองบังกาลอร์ทางใต้ของอินเดีย คณะแพทย์แบ่งออกเป็นผลัด ผลัดละ 8 ชั่วโมง แพทย์ได้ผ่าแยกกระดูกสันหลังและไต ซึ่งเป็นส่วนของฝาแฝดออกจากตัว ทั้งนี้ แพทย์ระบุว่ากรณีนี้พบไม่บ่อยนัก โดยจะพบเพียง 1 ใน 200,000 คน และโอกาสรอดอยู่ที่ร้อยละ 5-25 เท่านั้น สำหรับการผ่าตัดครั้งนี้ มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 100,000 ปอนด์ หรือประมาณ 7,135,000 บาท โดยกองทุนของโรงพยาบาล ออกเงินทุนให้

ด.ญ.ลักษมี ทัตมา เป็นลูกสาวของนายสัมภู และนางภูนัม ทัตมา กำเนิดมาโดยมีอวัยะของฝาแฝดที่ไม่สมบูรณ์ติดมาด้วย จากการที่ไม่สามารถแยกตัวได้อย่างสมบูรณ์ จึงทำให้ตัวอ่อนตัวหนึ่งพัฒนาอยู่บนตัวอ่อนอีกตัว ทำให้มีแขนขาเกินด้านละ 2 ข้าง นอกจากนี้ ยังมีไตข้างละ 2 ข้าง มีเส้นประสาทที่พัวพันอยู่ มีโพรงกระเพาะ 2 ช่อง และโพรงปอด 2 แห่ง จนส่งผลให้เด็กเดินไม่ได้ ซึ่งแพทย์กล่าวว่าหากไม่ได้รับการผ่าตัด เธอจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงช่วงเป็นวัยรุ่น

ไทยรัฐ
ปีที่ 58 ฉบับที่ 18188 วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤศจิกายน 2550

5 พฤศจิกายน 2550

SIM CARD โดนลักลอบใช้ได้แล้ว

โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน
> ถ้าคุณได้รับข้อความ หรือสัญญาณโทรศัพท์บนมือถือของคุณ ว่าช่างเทคนิค Cellnet หรือ Vodafone และบอกคุณว่า พวกเขากำลังทำการตรวจเช็คโทรศัพท์ของคุณ และบอกให้คุณต้องกด #90 หรือ 90# แล้ว ......
> คุณควรจะวางสายโทรศัพท์ทันที
> ตอนนี้มีบริษัทหลอกลวงฉ้อฉล วางอุบายนั้นขึ้นมา ถ้าคุณกด #90 หรือ 90# แล้วล่ะก็ พวกเขาจะสามารถเข้าไปใน sim card ของคุณได้ และสามารถทำการใช้โทรออกจาก sim card นั้น
> โดยค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น จะเป็นของคุณ กรุณาบอกคนอื่นๆ ด้วย

อนุสรณ์แห่งความล้มเหลว

พงศ์อมร สุขสมจิตร (อ้าย)


อนุสรณ์แห่งความล้มเหลว
พ่อของเขาเสียชีวิตตอนที่เขาอายุได้เพียงห้าขวบเขาต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน
ขณะอายุ 16 ปีตอนอายุ 17 ปี เขาแสดงความสามารถพิเศษด้วยการตกงานติดต่อกันถึง 4
ครั้งเขาแต่งงานตอนอายุ 18 ปี ปีถัดมาเขาได้เป็นพ่อคนแต่ชีวิตคู่ของเขาก็มีความ
สุขอยู่ได้ไม่นานนัก อายุ 20 ปี ภรรยาของเขาพาลูกสาวหนีไปเพราะทนใช้ชีวิตกับ
เขาไม่ได้ช่วงอายุ 18-22 ปี
เขาประกอบอาชีพเป็นคนขายตั๋วรถไฟแล้วก็ล้มเหลวแต่เขาก็ยัง
ต่อสู้กับชีวิตด้วยการหาโอกาสให้ชีวิต แต่ทุกอย่างที่เขาทำก็ไม่วายล้มเหลว
เหมือนเดิมเขาสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพแต่ก็ถูกขับออกมาหันเหมาสมัครเข้าโรงเรียนกฎหมาย
แต่ด้วยความสามารถอันเอกอุ
เขาถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีแล้วเขาก็ไปทำงานเป็นพนักงานขายประกัน แน่นอนที่สุด
เขาล้มเหลวอีกครั้ง (แล้ว)แค่เกริ่นมาข้างต้นก็คงไม่ต้องบอกว่า
ชายคนนี้ทำอะไรไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง !แต่ก็อย่างว่าแหละ
คนเราอะไรมันจะไม่ได้เรื่องไปเสียหมดสิ่งเดียวที่เขาพบว่า เขาทำได้ดีก็คือ
การทำอาหารดังนั้นเขาจึงไปทำงานเป็นพ่อครัวและคนล้างจานในร้านกาแฟเล็กๆ
แห่งหนึ่ง
แต่นั่นก็ไม่ใช่ชีวิตที่ทรงคุณค่าอะไรเลยในความคิดของเขาชีวิตที่ร้านกาแฟ
เขามีเวลามากมายที่จะนั่งคิดและทำอะไรได้มากพอสมควรแต่เขา
กลับเลือกใช้เวลานั่งคิดถึงภรรยาและลูกสาวของเขาเขาเพียรพยายามติดต่อภรรยาและอ้อนวอนให้เธอกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง
แต่ได้รับคำปฏิเสธเขาเปลี่ยนความ คิดใหม่ เขาไม่ต้องการภรรยาอีกต่อไป
ขอเพียงแต่ได้ลูกสาวกลับคืนมาก็พอเพราะเขา
รักและคิดถึงเธอเหลือเกินเขาใช้เวลาว่างในร้านกาแฟวางแผนในการนำลูกสาวกลับคืนมาสู่อ้อมอกของตนเขาวางแผน
ทุกขั้นตอนละเอียดยิบ
คำนวณทุกฝีก้าวในที่สุดแผนการอันแสนยาวนานก็เสร็จสิ้นลงเมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์
คุณพ่อวัยรุ่นผู้น่าสงสารซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้นอกบ้านหลังเล็กๆ
ของภรรยาของเขาเฝ้ามองลูกสาวของเขาเล่นอยู่หน้าบ้านและเตรียม พร้อมที่จะ
"ลักพาตัวเธอ!"แล้ววันที่ตั้งใจไว้ก็มาถึง
เขาซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้อย่างระมัดระวัง แม้จะรู้สึกกังวล ตื่นเต้น
และตระหนกอยู่บ้างแต่นั่นมิอาจเทียบได้กับความรักที่เขา มีต่อลูก
เขาตัดสินใจที่จะต้องลงมือทำให้สำเร็จ แต่แล้วอนิจจา...วันนั้นลูก
สาวของเขาไม่ออกมาเล่นหน้าบ้านเลยแม้กระทั่งความพยายามในการก่ออาช­ากรรม
เขาก็ยังล้มเหลวเขารู้สึกเหมือนคนที่ พ่ายแพ้ต่อโชคชะตา
รู้สึกเหมือนคนไม่มีค่าและเหมือนพระเจ้ากำหนดมาแล้วว่าเขาจะ
ต้องอยู่เพียงลำพังไปตลอดชีวิตแต่เหมือนปาฏิหาริย์
ในที่สุดเขาก็สามารถโน้มน้าวภรรยาให้กลับมาอยู่ด้วยกันได้พวกเขาทำงานด้วยกันในร้านกาแฟแห่งนั้น
ทำอาหารและล้างจานอยู่จนกระทั่งเขาเกษียณ ตอนอายุ 65ปีวันแรกของการเกษียณอายุ
เขาได้รับเช็คเงินประกันสังคมฉบับแรกของเขา เป็นเงิน 105
ดอลลาร์(ราวสี่พันบาท)เช็คดังกล่าวเหมือนเป็นตัวแทนของรัฐที่ฝากมาบอกเขาว่า
เขาไม่อาจจะดูแลตัวเองได้อีกต่อไปแล้วทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือใช้ชีวิต
อยู่จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตด้วยเงินสนับสนุนจากรัฐบาลมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกถูกปฏิเสธ
ล้มเหลว เสียกำลังใจ และท้อแท้ชีวิต
ของเขาได้รับความผิดหวังอีกครั้งหนึ่งหลังจาก 65
ปีอันยาวนานเขาบอกกับตัวเองว่าถ้าเขาดูแลตัวเองไม่ได้
ต้องมีชีวิตอยู่โดยให้รัฐบาลดูแลเขาก็ไม่สมควรจะมีชีวิตอีกต่อไป เขาตัดสินใจ
(อีกแล้ว) ว่า " จะฆ่าตัวตาย
"เขาหยิบกระดาษหนึ่งแผ่นกับดินสอหนึ่งแท่งนั่งลงใต้ต้นไม้ในสวนหลังบ้านอย่างสงบ
ตั้งใจที่จะเขียนคำสั่งเสียและพินัยกรรมแต่แทนที่จะทำเช่นนั้น
กลับเหมือนมีอะไรมาดลใจ
เหมือนเป็นครั้งแรกที่ชีวิตเกิดปั­­าเขาเริ่มต้นเขียนสิ่งที่เขาควรจะเป็น
ชีวิตที่เขาควรจะมี
และสิ่งที่เขาปรารถนาในช่วงชีวิตสุดท้ายที่เหลืออยู่เขาตกใจมาก
เมื่อค้นพบความจริงในชีวิตว่า
เขายังไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันกับเขาสักอย่างเลย !
(เพิ่งนึกได้)เขานั่งครุ่นคิดกับตัวเองอย่างจริงจัง
มีบางอย่างที่เขาสามารถทำได้บางอย่างที่คนที่รอบตัวทำสู้เขาไม่ได้ ใช่ !
เขารู้วิธีปรุงอาหารชีวิตเกือบทั้งหมดของเขา อยู่ที่หน้าเตาร้อนๆ มาตลอด
เขาตัดสินใจกับตัวเองอีกครั้งในที่สุดเขาเลือกที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อทำอะไรสักอย่างในชีวิตให้ประสบความสำเร็จเขาตั้งใจว่าถ้าเขาจะตาย
เขาก็อยากจะตายในแบบที่ได้ลองพยายามเป็นใครสักคนและทำบางสิ่งบางอย่างที่มีค่าด้วยชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขาเขาลุกจากเงาไม้
มุ่งหน้าไปยังธนาคารในเมือง เพื่อขอยืมเงินจำนวน 87
ดอลลาร์จากเช็คประกันสังคมฉบับต่อไปของเขาด้วยเงิน 87 ดอลลาร์นั้น
เขาซื้อกล่องเปล่าและ
ไก่จำนวนหนึ่งจากนั้นเขาก็กลับไปที่บ้านและลงมือทอดไก่ที่ซื้อมาด้วยสูตรพิเศษที่เขาได้คิดค้นขึ้นมาในช่วงหลายปีที่ทำงานที่ร้านกาแฟนั้นเขาเริ่มขายไก่ทอดของเขาตามบ้านต่างๆ
ในเมืองคอร์บิน รัฐเคนตั๊กกี้ของเขาแล้วคนขายไก่ทอดอายุ 65
ปีคนนั้นก็กลายมาเป็นผู้พันฮาร์แลนด์ แซนเดอร์สราชาผู้เป็นที่รักของอาณาจักร
Kentucky Fried Chicken หรือที่เรารู้จักกันในนาม KFC นั่นเองตอนอายุ 65 ปี
เขาเป็นเหมือนอนุสรณ์แห่งความล้มเหลวที่ยังมีชีวิต แต่ในวัย 85
ปีเขาก็กลายเป็นเศรษฐีพันล้านและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก
มีผู้คนให้เกียรติเขาทั่วประเทศเรื่องราวชีวิตของผู้พันแซนเดอร์ส
เป็นอีกบทหนึ่งของเรื่องราวความสำเร็จที่ได้รับคำยกย่องจากผู้คนทั่วโลก
แต่ใครจะรู้บ้างว่าหากใต้ต้นไม้วันนั้นผู้พันแซนเดอร์สได้ทำตามที่เขาตั้งใจไว้แต่แรกตำนานไก่ทอดสะท้านโลกก็คงจะไม่มีให้เราได้เห็นกันจริงอย่างที่เขาว่า
ความสำเร็จกับความล้มเหลวห่างกันเพียงแค่พลิกฝ่ามือมันอยู่ที่ว่าคุณเลือกที่จะ
"สู้ต่อ" หรือ "ยอมแพ้"สำหรับผู้พันแซนเดอร์ส 65 ปี ของชีวิตที่ล้มเหลว
เทียบคุณค่าอะไรไม่ได้เลยกับ 20 ปีแห่งความสำเร็จ
แล้วชีวิตของคุณหละ ล้มเหลวมากพอหรือยัง

26 ตุลาคม 2550

ผีในโรงหนัง

  1. ผีแม่ลูกอ่อน..สวมวิญญาณผีไทยสุดฮิตอย่างนางนาก กระเตงลูกอ่อนเข้าไปดูหนังด้วย หนังที่เหมาะสมควรเป็นหนังการ์ตูน รองลงมาเป็นหนังแอ๊คชั่น หนังที่ไม่เหมาะคือหนังดราม่า คิดดูกำลังซึ้ง ๆ มีเสียงเด็กร้องไห้ขึ้นมาละก็ หึ ๆ ๆ 


 2. ผีขนม...เวลาที่เข้ามาใกล้ ๆ จะได้ยินเสียงกรอบ ๆ แกรบ ๆ ตลอดเวลา ตามด้วยเสียงเคี้ยวอย่างเกรงใจ แต่มันก็มีเสียงเล็ดลอดออกมาอยู่ดี เวลาที่เจอผีประเภทนี้จะทำให้เราพลอยหิวไปด้วย

 3. ผีมือถือ...สันนิษฐานว่าเสียชีวิตขณะคุยโทรศัพท์อยู่ วิญญาณจึงวนเวียนอยู่กับโทรศัพท์

 4. ผีถุงเท้าเหม็น...เอ่อ...คือว่า...ตามเหตุผลทางการแพทย์แล้วเมื่อแบคทีเรียทำปฏิกิริยากับเหงื่อจะทำให้เกิดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ แต่ว่าถ้าไม่ถอดรองเท้ากลิ่นก็ไม่รบกวนใครนะ

 5. ผีขายาววว...เวลาหลอกจะใช้เข่ามาดันเบาะเบา ๆ เป็นจังหวะ ๆ ถ้าไม่ค่อยดุก็จะดันสองสามครั้ง ถ้าดุมาก ๆ จะดันตลอดเรื่อง วิธีแก้ไขให้ย้อนอดีตไปในวัยเด็ก นึกซะว่ามีคนมาไกวเปลกล่อมนอนก็แล้วกัน

 6. ผีคู่รัก...มากันสองคน กระซิบกระซาบคุยกันตลอดเรื่อง เห็นคุยกันดี ๆ ตอนต้นเรื่อง พอกลาง ๆ เรื่องเสียงชักดังขึ้น ตอนท้ายเรื่องบางทีก็กลายเป็นผีคู่ร้างเลิกกันได้ซะนี่

 7. ผีฝรั่ง...พวกนี้ทักษะทางภาษาอังกฤษดีเลิศ จะนิยมหัวเราะดักก่อนใครเวลาที่มีมุกขำ ๆ ที่ซับไตเติ้ลยังไม่ขึ้นมา บางทีก็ไม่ใช่มุกฝรั่งก็อายไปตามระเบียบ

 8. ผีตายช้า...ก็เลยมาสายมักเข้ามาตอนที่กำลังลุ้น ๆ หรือตื่นเต้น

 9. ผีวัย teen...มักจะเข้ามาเป็นกลุ่ม เหมือนไม่ได้เจอกันมานานและมองไม่เห็นคนอื่น ๆ เหมือนโลกนี้มีแต่พวกเรา ทั้งเมาท์ทั้งคิกคัก ทั้ง ๆ ที่เป็นหนังเศร้า บางทีก็มีผีโทรศัพท์ปะปนเข้ามาในกลุ่มด้วย

 10. ผีหัวโต...เป็นผีนิสัยดี ไม่ได้หลอกหลอนใครทั้งสิ้น แต่ว่าบังเอิญหัวโต หัวก็เลยไปบังซับไตเติ้ลโดยไม่ตั้งใจ ถ้าเจอผีประเภทนี้ให้เรียกผีฝรั่งมาช่วยจะทำให้ดูหนังได้รู้เรื่องขึ้น

 11. ผีเจ้า (ผิด) ที่...ชอบนั่งผิดที่เป็นประจำ หนัก ๆ นี่เข้าโรงผิดก็มี

 12. ผีสงสัย...ถามทุกอย่างในเรื่อง เช่น นั่นใครน่ะ อ้าว ! ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะ พระเอกตายหรือเปล่า ใครเป็นคนฆ่า และอื่น ๆ อีกมากมาย

 13. ผีตอบ...จะตอบทุกคำถามของผีสงสัย ผิดถูกว่ากันอีกที แต่ต้องตอบไว้ก่อนพ่อสอนไว้ บางทีผีสงสัยไม่ได้ถาม ผีตอบก็ชิงตอบก่อนซะแล้ว อาถรรพณ์แรงจริง ๆ 

     ส่วนผีผ้าห่มนั้นท่าจะไม่ได้อยู่ในโรงหนัง จึงไม่ได้ถูกจัดอยู่ในสารบบนี้

22 ตุลาคม 2550

เรื่องจริงที่เกิดในอเริกา

IT IS NOT A STORY BUT A TRUE INCIDENT THAT HAPPENED IN AMERICA.
อันนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดในอเริกา

An Indian man walks into a bank in New York City and asks for
ชาวอินเดีย เดินเข้าไปในแบงค์ที่นิวยอร์ก

the loan officer. He tells the loan officer that he is going
แล้วก็ไปหาเจ้าหน้าที่สินเชื่อ แล้วก็บอกว่า

to India on business for two weeks and needs to borrow $5,000.
จะไปทำธุระที่อินเดีย 2 อาทิตย์ จะขอกู้เงิน 5,000 ดอลลาร์

The bank officer tells him that the bank will need some form of
เจ้าหน้าที่สินเชื่อแจ้งว่าจะขอ

security for the loan, so the Indian man hands over the keys to
หลักทรัพย์ค้ำประกัน ชาวอินเดียเลยโชว์กุญแจรถ

a new Ferrari parked on the street in front of the bank. He
เฟอรารี่คันใหม่เอี่ยมที่จอดบนถนนหน้าแบงค์

produces the title and everything checks out. The loan officer
เค้าแสดงหลักฐานและตรวจสอบความถูกต้อง เจ้าหน้าที่สินเชื่อ

agrees to accept the car as collateral for the loan.
ตกลงที่จะรับรถคันนั้นไว้เป็นหลักประกัน

The bank's president and its officers all enjoy a good laugh at
ประธานธนาคารและเจ้าหน้าที่ทุกคนหัวเราะเยาะ

the Indian for using a $250,000 Ferrari as collateral against
ที่ชาวอินเดียนำรถเฟอรารี่คันละ 250,000 ดอลลาร์ มาเป็นหลักประกัน

a $5,000 loan. An employee of the bank then drives the Ferrari
เงินกู้แค่ 5,000 ดอลลาร์ แล้วเจ้าหน้าที่ธนาคารก็ขับเฟอร์รารี่

into the bank's underground garage and parks it there.
เข้าไปจอดในที่จอดรถใต้ดินของธนาคาร


Two weeks later, the Indian returns, repays the $5,000 and 2
อาทิตย์ต่อมา ชาวอินเดียคนนั้นกลับมา พร้อมชำระเงินกู้ 5,000 ดอลลาร์

the interest, which comes to $15.41.The loan officer says,
และดอกเบี้ย 15.41 ดอลลาร์ เจ้าหน้าที่สินเชื่อกล่าวว่า

"Sir, we are very happy to have had your business, and this "
ท่านครับ ทางเรามีความยินดีที่ได้ทำธุรกิจร่วมกัน และ

transaction has worked out very nicely, but we are a little
ธุรกรรมครั้งนี้ดำเนินไปด้วยดี แต่ว่าเราสงสัยนิดหน่อย

puzzled. While you were away, we checked you out and found
คือ ตอนที่ท่านไม่อยู่ เราตรวจสอบแล้วพบว่า

that you are a multi millionaire. What puzzles us is, why
ท่านเป็นมหาเศรษฐี สิ่งที่เราสงสัยคือ

would you bother to borrow "$5,000".
ทำไมท่านต้องเดือดร้อนมากู้เงินแค่ 5,000 ดอลลาร์ด้วย"

The Indian replies: "Where else in New York City can I park
(ทึ่งมาก) ชาวอินเดียคนนั้นตอบว่า "แล้วมีที่ไหนในนิวยอร์ก ที่ผมจะจอด

my car for two weeks for only $15.41 and expect it to be there
รถของผม เป็นเวลา 2 อาทิตย์ โดยเสียค่าจอดแค่ 15.41 ดอลลาร์ พร้อมทั้ง

when I return'"
คาดหมายได้ว่า มันจะยังอยู่เมื่อผมกลับมา"!!!

Ah, the mind of an Indian...
อืมมม ก้นบึงในจิตใจชาวอินเดีย

This is why India is shining.
ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมอินเดียถึงสว่าง เอ๊ย
ถึงกำลังเจริญเติบโตอย่างเร็ว

21 ตุลาคม 2550

เจ้าคิงคองที่อยู่พาต้า

เพื่อนๆครับ กอริล่า หรือที่ชอบเรียกกันเล่นๆว่าคิงคอง ที่อยู่พาต้า อะครับ
ทุกวันนี้มันยังอยู่เลยครับ ได้ยินว่าร้องไห้ด้วย ก็จะไม่ร้องได้ยังไงหละครับ
เหงาจะตายแถมสภาพแวดล้อมก็แย่ลงๆ น่าสงสารครับ

ล่าสุดที่ผมไปเห็น นกเพนกวิน ขนร่วง เหมือนเป็นขี้เรื้อน กลลิลล่าซึมเศร้า นั่งหันหลัง
ตลอด คนไปตะโกนเรียกมันให้หันมา พอมันหันมา ทุกคนที่ ตะโกนเรียกถึงกับเงียบกริบ
เพราะมันร้องไห้ น้ำตาไหล หลายคนน้ำตาซึมไปกับมัน เป็นภาพที่ไม่เคยลืมเลย
น่าสงสารมาก อยู่เหมือนคุก มันทำอะไรผิด ทำไมต้องทำกับสัตว์ที่ไม่มีทางสู้ด้วย
ไม่เข้าใจมนุษย์.

...เมื่อวานได้มีโอกาสไปเที่ยวสวนสัตว์ที่พาต้าอีกครั้ง พอกลับมาถึงบ้าน มีความรู้สึกว่า
ถ้ารู้ว่าต้องไปเห็นสภาพแย่ๆ ของสัตว์เหล่านั้น คงไม่ไปแน่ๆ เราตั้งใจจะไปชมเพื่อ
ความรู้ และความเพลิดเพลิน แต่สิ่งที่ติดอยู่ในใจเราตอนนี้ กลับมีแต่ความสงสาร และ
สงสัย

...ไม่ขอออกความเห็นเรื่องความรู้สึกของสัตว์เหล่านั้น คือเราก็ไม่มีความรู้น่ะ
อยากให้คนที่มีความรู้เรื่องสัตว์ได้ไปดู แล้วเข้ามาให้ความกระจ่างกับทุกคน แต่ขอ
วิจารณ์เรื่องสถานที่แล้วกัน เพราะล่าสุดที่ไปมาเมื่อวาน สภาพแวดล้อม และบรรยากาศ
มันดูไม่ดีเลย อึมครึม เหม็นอับ ไม่ดีทั้งต่อคนที่ไปดู และต่อสัตว์เหล่านั้นด้วย พวกเค้า
เป็นสัตว์ป่าไม่ใช่เหรอ สถานที่มันจำลองมาจากป่าก็จริง แต่ก็ทำแบบ จำลองจริงๆ
คือเล็กมาก แบบที่ว่า อยู่นานๆ อาจจะเป็นง่อยได้เลย เช่นกรงหมาป่า กรงเสือ และ
พวกสัตว์กลางคืนทั้งหลาย(ขนาดหมาที่บ้าน ขังมันอยู่ในบ้านวันเดียวยังแทบจะตายให้ได้)

...สวนสัตว์แห่งนี้เป็นของเอกชนดูแลเหรอคะ ดูรูปเก่าๆ ที่ทางห้างนำมาโชว์แล้วเห็น
เลยว่า สมัยก่อยเคยรุ่งเรืองขนาดไหน จนมาถึงยุคนี้ ถ้าคิดว่าไม่มีงบประมาณที่จะ
สามารถดูแลมันได้ ก็น่าจะบริจาคให้องค์กรที่เขาทำได้ดีกว่านี้ (เพราะยังไง พวกที่อยู่
ในกรงเหล่านั้น ก็เคยทำเงิน ทำกำไรให้ห้างของคุณมาไม่รู้เท่าไหร่ ที่สำคัญที่สุด เมื่อ
10 กว่าปีที่แล้ว เคยทำให้เด็กๆ มีความสุข มีรอยยิ้ม เวลาที่ได้ไปเยี่ยมชมพวกเค้า)

...ก็เข้าใจหัวอกคนทำธุรกิจ เชื่อมั่นว่าถ้าคุณบริหารห้างมาได้จนถึงบัดนี้ ก็ไม่ยาก ถ้า
คิดจะหาทุน ในการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ให้พวกเค้าเหล่านั้น อยู่ที่ว่า คุณคิดจะทำ
หรือไม่ เท่านั้นเอง

...ได้ลองถามพี่ที่เค้าดูแล เจ้าคิงคองว่า ตัวที่อยู่ปัจจุบันนี้ เป็นลูกของตัวที่เราเคยเห็น
กันเมื่อสมัยเด็กๆ เจ้าตัวพ่อ เราเอามาจากอเมริกา ส่วนตัวนี้ ทางพาต้าเลี้ยงมาตั้งแต่
เด็กๆ นั่นแสดงว่า "เค้า" กิน นอน นั่ง เดิน และ "เหงา" อยู่ในกรงแห่งนี้ ตั้งแต่
เค้าลืมตาดูโลกเลย อย่างนั้นหรือนี่!!!

...แล้วทุกคน คิดว่าอยางไรบ้างคะ ช่วยไขความกระจ่างให้ที ถ้าไงก็ช่วยๆกัน
forwerdเมล์กันนะ เผื่อมันจะไปถึงคนที่มีอำนาจสั่งการได้อ่ะ