Google
 

27 ธันวาคม 2549

ร.พ.นรกแห่งนี้

ใครไม่อยากตาย ก่อนอายุไข อย่าไปเชียวนะ น่ากลัวมาก ความรับผิดชอบอยู่ไหน

ขอความร่วมมือจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน
ช่วยกันส่งต่อความจริงเหล่านี้ไปยังทุกคนที่รู้จักด้วยค่ะ


เรื่องที่จะเล่านี้ เป็นความจริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเราเอง
(ดูหลักฐานได้จากตัวอย่างคอลัมน์สารพันปัญหาของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่ส่งมาด้วย)

.....อยากให้ ร.พ.นรกแห่งนี้ ได้รู้สึกเสียบ้างว่า
ทำให้คนอื่นเดือดร้อนแล้วรู้สึกยังงัย

เรื่องมีอยู่ว่า.....

หลายเดือนก่อน พี่สะใภ้เราไปตรวจครรภ์ที่ ร.พ.นครธน (ถนนพระราม2)
เพราะมีสิทธิประกันสังคมอยู่ที่นั่น
ทาง ร.พ.ก็ให้ตรวจเลือด เพื่อหาโรคร้ายแรง 7 ชนิด พอถึงวันที่ไปฟังผล
พี่ชายไม่ว่าง พี่สะใภ้ก็เลยต้องไปคนเดียว ปรากฏว่า ทาง ร.พ. แจ้งว่า
พี่สะใภ้เราป่วยเป็น "โรคเอดส์" !!!!

ช๊อกเลย...พี่สะใภ้ช๊อกไปเลย...ตกใจมาก ทั้งหมอและพยาบาลช่วยกันยืนยันผลตรวจว่า
เป็นเลือดบวกแน่ๆ แถมยังโดนหมอไร้จรรยาบรรณ พูดจาเลวๆใส่อีกว่า "
เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจใช่ไหม" แถมยังแนะนำให้ไปทำแท้งที่อื่นอีก
ดูเอาเถอะมันยังมาล้อเล่นกับชีวิตคนอีก

พี่สะใภ้ก็ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะป่วยเป็นเอดส์
เพราะไม่เคยมีพฤติกรรมเสี่ยงเลยแม้แต่น้อย (ถ้าคนที่รู้จักพี่สะใภ้เราจะรู้ว่า
เขาเป็นผู้หญิงขยันทำงาน ไม่เคยเที่ยวนอกบ้าน จะชวนไปไหนแต่ละที
ต้องลากกันไปเลยทีเดียว และพี่ชายเราก็เป็นแฟนคนแรกของเขา
คบกันจนแต่งงานกัน)แต่พยาบาลก็ยืนยันว่า ผลตรวจแน่นอน 100%
หัวหน้าห้อง Lab เซ็นต์รับรองเอง นั่นแหละ ทำให้พี่สะใภ้ถึงกับมึน เดินออกมาจาก
ร.พ.ไม่ถูกเลย ต้องโทรเรียกพี่ชายเราไปรับ

วินาทีนั้น พี่สะใภ้บอกว่า สมองมันว่างเปล่าไปหมด
พยายามกลั้นน้ำตาไม่กล้าร้องไห้ เพราะอายคนอื่นเขา
ในหัวก็คิดแต่ว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ไม่อยากเป็นภาระของใคร

ส่วนพี่ชายพอรู้ข่าวก็ตกใจมาก พี่สะใภ้ก็ร้องไห้เสียใจ ตอนนั้น
ทั้งสองคิดอยู่อย่างเดียวว่า ถ้าจะติดเอดส์ก็ต้องมาจากพี่ชายเรา
แต่พี่สะใภ้ก็ไม่ได้โกรธพี่ชายเรา กลับโทษตัวเองที่มีลูกโดยไม่ตรวจเลือดก่อน

ส่วนพี่ชายก็สารภาพด้วยความสัตย์จริงว่า ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่ไหนเลย
นับตั้งแต่คบเป็นแฟนกับพี่สะใภ้ ก็ประมาณ 5 ปีกว่า แล้วจะเป็นเอดส์ได้ยังงัย

พี่ชายเกือบจะคิดสั้นกันอยู่แล้ว ดีที่พี่สาวเราบอกให้ตั้งสติ
และไปตรวจใหม่ที่โรงพยาบาลพญาไท 3 ปรากฏว่า พี่ชายไม่ได้เป็นเอดส์
พี่สะใภ้ก็ไม่ได้เป็น แถมไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ก็พบว่า ไม่เป็นอีก

ทั้งสองคน ก็เลยเอาผลตรวจไปยืนยันกับ ร.พ.นครธน เพื่อถามหาความรับผิดชอบ แต่
ร.พ.นครธน แห่งนี้ก็ปัดความรับผิดชอบด้วยการนิ่งเฉย
ไม่ยอมรับผลตรวจของทั้งสองโรงพยาบาล อ้างว่า ต้องเจาะเลือดใหม่

ทีแรกพี่สะใภ้ก็ไม่ยอมเจาะใหม่ เพราะไม่ไว้ใจอีกแล้ว กลัว
ร.พ.นี้จะเอาเข็มสกปรกมาใช้
แต่เพื่อให้ ร.พ.รับผิดชอบ สุดท้ายก็ยอมเจาะเลือด และผลปรากฏว่า "
ไม่ได้เป็นเอดส์"

ครอบครัวเราก็ถามหาความรับผิดชอบ ร.พ.นครธนก็พยายามอ้างนู้นอ้างนี้
อ้างเทคนิคทางการแพทย์ต่างๆนานา สุดท้ายก็บอกว่า "เสียใจ"

เราก็ถามว่า จะไม่ขอโทษหรือ ทาง ร.พ.นครธนก็บอกว่า
เขาไม่ได้ผิดพลาด....เป็นคำตอบแบบหน้าด้านๆ ที่สุด ฝ่ายที่เสียใจน่ะ
ทางครอบครัวเรามากกว่า เพราะหลังจากนั้นแค่ สองสัปดาห์ พี่สะใภ้ก็แท้ง
จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามแต่ รู้แต่ว่า
ครรภ์ได้รับความกระทบกระเทือนมากจากเหตุการณ์บัดซบครั้งนี้

ทางเราก็ทวงถามไปว่า เมื่อผลออกมาเป็นแบบนี้ ครอบครัวเราได้รับแค่คำว่า
"เสียใจ"
จากโรงพยาบาลหรือ ทาง ร.พ.นครธนก็ถามย้อนมาว่า เราต้องการอะไร
จะเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ ทางเราก็บอกตัวเลขไป ขอบอกว่า ไม่ได้มากมายเลย ทาง
ร.พ.นครธน ก็บอกว่าจะนำไปเสนอผู้ใหญ่

หลังจากนั้น สิ่งที่เราได้จาก ร.พ.นครธน ก็คือ
ความเงียบ.........เงียบอย่างเดียว

ไม่เคยส่งข่าวความคืบหน้า ไม่เคยรับปากว่า เรื่องจะเสร็จเมื่อไหร่
.......จนถึงวันนี้ (4 ธ.ค.49) ประมาณ 4
กว่าเดือนแล้ว...ร.พ.นครธนก็ยังเงียบ...ใช้ความเงียบ
ทำให้เรื่องเงียบไป โดยที่ ร.พ.นครธน ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย...

จึงอยากเตือนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนว่า อย่าไปใช้บริการ โรงพยาบาล นครธน
เพราะไร้จรรยาบรรณ ไร้จรรยาแพทย์...ไร้มาตรฐาน.....ไร้คุณธรรม

ยังมีกรณีอื่นๆ จากคนใกล้ตัวที่ได้รับความเจ็บแสบจากโรงพยาบาลนี้อีกมากมาย เช่น

ญาติผู้พี่ของเรา...ป่วยหนัก มีอาการเกร็ง เดินไม่ได้แล้ว ลูกๆเค้าก็พาไป
ตรวจที่ ร.พ.นครธน เพราะเห็นว่าเป็นเอกชน และใกล้บ้าน
พอไปถึงก็นอนให้น้ำเกลืออยู่ 2 คืน โดยที่หมอไม่ได้รักษาอะไรเลย
หมอบอกว่าเป็นโรคเกี่ยวกับปลายเส้นประสาท แล้วก็ให้กลับบ้าน
เสียเงินไปหลายหมื่น

พอกลับมาบ้านได้วันสองวัน เกิดอาการชัก ลิ้นแข็ง ลูกๆเค้ารีบพาส่งร.พ.ศิริราช
ตอนประมาณสองทุ่ม พอถึงมือหมอ ก็ได้รับการผ่าตัดด่วน
เพราะเลือดคั่งในสมอง ถ้าช้ากว่านี้เพียงวันเดียว
เป็นอัมพาต หรือ ตายได้...

ดูเอาเถอะ...ความสามารถทางการแพทย์มันต่างกันขนาดไหน ร.พ.นครธน ตรวจอยู่ 2 วัน
ไม่เจอสาเหตุของโรค แต่โรงพยาบาลศิริราช ตรวจแค่ไม่กี่นาที ก็รู้ว่า
ต้องรีบผ่าตัดช่วยชีวิต

ความจริงยังมีอีกหลายกรณี แต่กลัวจะยาวไป คนอ่านจะเบื่อ...

ขอเตือนให้ระวัง

ไม่มีความคิดเห็น: