ชายคนหนึ่งมีเพื่อนเกลออยู่3 คน
เกลอคนที่1 เขารักมาก ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเกลอคนนี้
เกลอคนที่2 เขารักรองลงมาจากคนแรก
เกลอคนที่3 เขาไม่สนใจ และไม่เคยทำอะไรเพื่อเกลอผู้นี้เลย
ต่อมาในไม่ช้าไม่นาน เขาก็ได้ตายลง
ความที่จิตเขาผูกพันกับอยู่กับเกลอคนที่หนึ่ง เขาจึงไปหา
แต่เกลอคนนี้ไม่ไยดีเขาเลย เขาพูดด้วยก็ไม่ยอมเจรจาตอบ เขารู้สึกเสียใจมาก
และนึกเสียดายว่าขณะที่มีชีวิตอยู่เขาไม่ควรทุ่มเทเพื่อเกลอคนนี้
จากนั้นเขาจึงไปหาเกลอคนที่ 2
เกลอผู้นี้ดีกว่าเกลอคนแรกตรงที่ตามไปส่ง เมื่อเขาเดินทางไปปรโลก
แต่ส่งเพียงครึ่งทางก็กลับ
คงมีแต่เกลอคนที่ 3 เท่านั้นที่ติดตามเขา
และร่วมเดินทางไปกับเขาตลอดเส้นทาง ไม่เคยทอดทิ้งเขาแม้เพียงอึดใจเดียว
หลังจากอ่านจบขอถามนะว่า รู้ไหมว่าเกลอคนที่ 1 , 2 และ 3 เป็นใครกันบ้าง
ลองคิดกันก่อนนะ แล้วค่อยดูเฉลย
เกลอคนที่1 คือ ทรัพย์สมบัติ เพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่
เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา แต่พอเราตายมันกลับไม่ไปกับเรา
แถมเราพูดด้วย มันก็ไม่พูดกับเรา
เกลอคนที่2 คือ ลูกเมีย ญาติพี่น้อง
เพราะพอเราตาย เขาก็ทำบุญให้เรา ทำศพให้ แปลว่า เขาไปส่งเราแค่ครึ่งทาง
เกลอคนสุดท้าย คือ บุญกับบาป
เมื่อเราตายไป เราไม่สามารถเอาอะไรไปด้วยได้
ยกเว้นเพียงแค่บุญกับบาปเท่านั้น ที่จะตามเราไป
เพราะฉะนั้น เราต้องเอาใจใส่เกลอคนที่3 ให้มากโดยเฉพาะ
คนที่ ชื่อนายบุญ ส่วนนายบาป เราต้องหนีให้ไกล
อย่าได้เอาไปเป็นเพื่อนร่วมทางโดยเด็ดขาด
จำไว้ว่าใครที่มัวหลงใหลเอาใจแต่เกลอคนที่หนึ่งจึงเป็นคนโง่
หลังจากอ่านจบแล้วได้แง่คิดอะไรกันบ้างไหม ? ถ้าจะดี
อ่านจบแล้วช่วยส่งต่อให้คนที่ยังไม่ตื่นตัวอีกหลายๆคนด้วย
เก็บเรื่องราวเล่าขานที่หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเมล์ขยะ ไร้สาระ แต่รู้มั้ยว่ามันมีความหมายมากกว่านั้น!
11 กันยายน 2549
10 กันยายน 2549
ข่าวคนใช้ตัวแสบ
เรียน พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกท่าน
ขอความกรุณาช่วยกระจายข่าวคนใช้ตัวแสบ …. เป็นผู้หญิงลาว ต่างด้าว ตัวเล็ก ความสูงไม่เกิน 150 ซม. ผมยาว อายุประมาณ 19 พูดไทยชัด เป็นลาวข้ามมาทางช่องเม็ก อุบลราชธานี มาทำงานบ้านประมาณ 8 เดือน ได้ขโมยเงินและทรัพย์สินมีค่ามูลค่าประมาณแสนกว่าบาท เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เราแจ้งความไว้แล้วที่ สน.บางนา เด็กคนนี้มีพรรคพวกลาวด้วยกันอยู่ที่ลาดพร้าว โชคชัย 4 ซอย 72 และที่ชลบุรี จากการสอบถามพวกเพื่อนเค้าบอกว่าไอ้เด็กคนนี้ได้ขโมยเงินนายจ้างมาจากอุบลฯ แล้วหนีเข้ามา กทม… แสดงว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก.. มันทำมาหลายบ้านแล้ว
มันทำงานบ้าน 7-8 เดือน ได้ไปแสนกว่าบาทได้ง่ายๆ แบบนี้ อย่าปล่อยให้ไปอยู่ในบ้านใครได้เชียว ช่วยกันส่งต่อให้เยอะๆๆๆ มันจะได้ไม่ไปหลอกบ้านอื่นอีก ผู้ใดพบเห็นบอกตำรวจจับเลย มันจะได้ไม่มีโอกาสไปหลอกบ้านไหนอีก
ขอความกรุณาช่วยส่งต่อมากๆ กระจายข่าวกันเยอะๆ หน้าตามันก็ตามfileที่แนบมา ยิ่งถ้าใครอยู่แถวลาดพร้าว และ ชลบุรี ช่วยส่งต่อให้เยอะๆ เลยค่ะ
ขอบพระคุณอย่างสูง
กิ๊ก
ขอความกรุณาช่วยกระจายข่าวคนใช้ตัวแสบ …. เป็นผู้หญิงลาว ต่างด้าว ตัวเล็ก ความสูงไม่เกิน 150 ซม. ผมยาว อายุประมาณ 19 พูดไทยชัด เป็นลาวข้ามมาทางช่องเม็ก อุบลราชธานี มาทำงานบ้านประมาณ 8 เดือน ได้ขโมยเงินและทรัพย์สินมีค่ามูลค่าประมาณแสนกว่าบาท เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เราแจ้งความไว้แล้วที่ สน.บางนา เด็กคนนี้มีพรรคพวกลาวด้วยกันอยู่ที่ลาดพร้าว โชคชัย 4 ซอย 72 และที่ชลบุรี จากการสอบถามพวกเพื่อนเค้าบอกว่าไอ้เด็กคนนี้ได้ขโมยเงินนายจ้างมาจากอุบลฯ แล้วหนีเข้ามา กทม… แสดงว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก.. มันทำมาหลายบ้านแล้ว
มันทำงานบ้าน 7-8 เดือน ได้ไปแสนกว่าบาทได้ง่ายๆ แบบนี้ อย่าปล่อยให้ไปอยู่ในบ้านใครได้เชียว ช่วยกันส่งต่อให้เยอะๆๆๆ มันจะได้ไม่ไปหลอกบ้านอื่นอีก ผู้ใดพบเห็นบอกตำรวจจับเลย มันจะได้ไม่มีโอกาสไปหลอกบ้านไหนอีก
ขอความกรุณาช่วยส่งต่อมากๆ กระจายข่าวกันเยอะๆ หน้าตามันก็ตามfileที่แนบมา ยิ่งถ้าใครอยู่แถวลาดพร้าว และ ชลบุรี ช่วยส่งต่อให้เยอะๆ เลยค่ะ
ขอบพระคุณอย่างสูง
กิ๊ก
อุปกรณ์ป้องกันโจรชั้นดี
อย่ามองข้ามของใกล้ตัว อุปกรณ์ป้องกันโจรชั้นดี
"รู้หน้าไม่รู้ใจ"
คงเป็นคำสุภาษิตที่จริงที่สุดในยุคสมัยนี้ เพราะโจรยุคดิจิตอลสลัดคราบเดิมหายไปแล้ว เปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่เป็นโจรผูกไทใส่สูท จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณสาวๆ จะตกเป็นเหยื่อคนแต่งตัวดีแต่ไม่ประสงค์ดีได้ง่ายๆ และนับวันกลุ่มบุคคลนี้จะมีมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนจากทั้งข่าวและเรื่องเล่าจากคนใกล้ตัว ในฟอร์เวิร์ดเมล มีกรณีศึกษาให้ระวังตัวหลายหลากกรณี
ในเมื่อ "คนดี" ไม่รู้ว่าใครเป็น "คนร้าย" ก็คงต้องถึงคราวที่จะต้อง "ช่วยตัวเอง" ป้องกันตัวเอง เข้าทำนอง "ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน" และเพื่อเป็นการ "กวดวิชา" ให้คุณสาวๆ มี "วิทยายุทธ์" สำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงจัดทำเอกสาร "ระวังล่วงละเมิดทางเพศ ภัยร้ายใกล้ตัว" ซึ่งข้างในเนื้อหามีวิธีป้องกันตัวเองเมื่อเกิดเหตุร้ายด้วยอาวุธใกล้ตัวด้วย
ไม่ยาก ไม่ยาก
เริ่มจาก "หวี" กว่า 90% ของผู้หญิงจะต้องพกติดตัว ติดกระเป๋าไว้เสมอ เมื่อเกิดเหตุร้ายให้ใช้ด้ามหวีแทงบริเวณใต้คาง หรือใช้ซี่หวีข่วนที่หน้าคนร้าย
กรณีที่หาไม่เจอ "กุญแจ" ก็เป็นผู้ช่วยได้ ถือกุญแจให้ถนัดมือที่สุด แล้วแทงบริเวณใต้ลูกกระเดือก หรือแทงที่ลูกตา ส่วน "ปากกา ดินสอ" ให้ใช้ปลายแหลมทิ่มลงไปที่หลังมือคนร้าย
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย "ร่ม" ที่พกพาไว้ สามารถแปลงเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวได้เช่นกัน เมื่อคนร้ายเดินมาประชิดตัว ให้ยืนถือร่มในท่าขวางแล้วกระแทกไปที่ลำคอ หรือใช้ปลายร่มแทงที่ลิ้นปี่ แต่ระวังไม่ควรใช้ร่มฟาดหรือตี เพราะจะทำให้คนร้ายแย่งร่มไปได้
ส่วน "รองเท้า" ก็เป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพ กะระยะระหว่างตัวเองกับคนร้ายให้อยู่ในช่วงที่ใช้เท้าได้ ยกเท้าถีบไปยังเป้ากางเกง ชายโครง ใบหน้า หรือจุดที่คิดว่าป้องกันตัวเองได้ แต่ถ้าอยู่ในระยะประชิดตัว ให้ใช้รองเท้าตบ ตี
กรณีอยู่บ้าน มีคนร้ายเข้ามาขโมยของ หรือมาทำร้าย ให้ใช้ "ไม้กวาด" จับด้วย 2 มือ ใช้ด้ามเป็นอาวุธทิ่มบริเวณลิ้นปี่ ใต้คาง หรือท้องน้อย แต่ถ้าคนร้ายจู่โจมส่วนบนของร่างกาย ให้จับด้ามไม้กวาดยกขึ้นสูงเป็นแนวนอนเพื่อปิดกั้นการจู่โจมของคนร้าย และใช้เท้าเตะถีบที่เป้าของคนร้าย ถ้าจู่โจมส่วนล่างให้จับไม้กวาดกระแทกแขนทั้ง 2 ข้างของคนร้าย แล้วเตะถีบที่เข่า จับไม้กวาดกระแทกที่คอหอยตาม
นอกจากนี้ ถ้าไม่มีอุปกรณ์ช่วย แขนขาอวัยวะต่างๆ ของเราก็ช่วยได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมือ แขน ศอก ขา เท้า ใช้ให้เป็นประโยชน์ เช่น ถ้าคนร้ายประชิดตัวเกิน 2 ก้าว ให้ถีบเท้าซ้ายหรือขวาไปที่หน้าขาเหนือหัวเข่า หรือหน้าแข้งของคนร้าย เพื่อเป็นการหยุดคนร้ายก่อน ถ้าคนร้ายผลีผลามมาถึงตัวให้ใช้สันมือฟันสับไปที่ซอกคอ หรือฟันไปที่ริมฝีปาก ดั้งจมูก คอ ไหปลาร้า กกหู และใช้สันมือกระแทกคางให้คนร้ายหงายหลังแล้วรีบฉวยโอกาสหนี และร้องตะโกนให้คนมาช่วย
กรณีถูก "บีบคอ" ให้เกร็งลำคอและประสานมือยกขึ้นระหว่างแขนคนร้าย แล้วกระแทกมือคนร้ายให้ออกจากกัน พร้อมกระแทกส้นเท้าที่หน้าแข้งคนร้ายแรงๆ และหลายๆ ครั้ง เมื่อคนร้ายปล่อยมือให้กระแทกส้นเท้าลงที่หัวเข่าคนร้ายแล้ววิ่งหนี แต่..ถ้าถูกจิกผมให้ประสานมือยกขึ้นวางทับมือที่คนร้ายจับ กดมือคนร้ายพร้อมหมุนตัวอย่างเร็วเพื่อบิดข้อมือคนร้าย และใช้ส้นเท้ากระแทกที่หน้าแข้งหรือหลังเท้า
หลากหลายวิธีการเหล่านี้เป็นเพียงการช่วยเหลือเบื้องต้นเท่านั้น ทางที่ดีไม่ว่าจะเดินทางไปไหนไม่ควรไปคนเดียว และที่สำคัญตั้ง "สติ" ให้อยู่กับตัวเสมอ อย่าให้ "ภัย" ร้ายมาคุกคามโดยไม่รู้ตัว
"รู้หน้าไม่รู้ใจ"
คงเป็นคำสุภาษิตที่จริงที่สุดในยุคสมัยนี้ เพราะโจรยุคดิจิตอลสลัดคราบเดิมหายไปแล้ว เปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่เป็นโจรผูกไทใส่สูท จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณสาวๆ จะตกเป็นเหยื่อคนแต่งตัวดีแต่ไม่ประสงค์ดีได้ง่ายๆ และนับวันกลุ่มบุคคลนี้จะมีมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนจากทั้งข่าวและเรื่องเล่าจากคนใกล้ตัว ในฟอร์เวิร์ดเมล มีกรณีศึกษาให้ระวังตัวหลายหลากกรณี
ในเมื่อ "คนดี" ไม่รู้ว่าใครเป็น "คนร้าย" ก็คงต้องถึงคราวที่จะต้อง "ช่วยตัวเอง" ป้องกันตัวเอง เข้าทำนอง "ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน" และเพื่อเป็นการ "กวดวิชา" ให้คุณสาวๆ มี "วิทยายุทธ์" สำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงจัดทำเอกสาร "ระวังล่วงละเมิดทางเพศ ภัยร้ายใกล้ตัว" ซึ่งข้างในเนื้อหามีวิธีป้องกันตัวเองเมื่อเกิดเหตุร้ายด้วยอาวุธใกล้ตัวด้วย
ไม่ยาก ไม่ยาก
เริ่มจาก "หวี" กว่า 90% ของผู้หญิงจะต้องพกติดตัว ติดกระเป๋าไว้เสมอ เมื่อเกิดเหตุร้ายให้ใช้ด้ามหวีแทงบริเวณใต้คาง หรือใช้ซี่หวีข่วนที่หน้าคนร้าย
กรณีที่หาไม่เจอ "กุญแจ" ก็เป็นผู้ช่วยได้ ถือกุญแจให้ถนัดมือที่สุด แล้วแทงบริเวณใต้ลูกกระเดือก หรือแทงที่ลูกตา ส่วน "ปากกา ดินสอ" ให้ใช้ปลายแหลมทิ่มลงไปที่หลังมือคนร้าย
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย "ร่ม" ที่พกพาไว้ สามารถแปลงเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวได้เช่นกัน เมื่อคนร้ายเดินมาประชิดตัว ให้ยืนถือร่มในท่าขวางแล้วกระแทกไปที่ลำคอ หรือใช้ปลายร่มแทงที่ลิ้นปี่ แต่ระวังไม่ควรใช้ร่มฟาดหรือตี เพราะจะทำให้คนร้ายแย่งร่มไปได้
ส่วน "รองเท้า" ก็เป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพ กะระยะระหว่างตัวเองกับคนร้ายให้อยู่ในช่วงที่ใช้เท้าได้ ยกเท้าถีบไปยังเป้ากางเกง ชายโครง ใบหน้า หรือจุดที่คิดว่าป้องกันตัวเองได้ แต่ถ้าอยู่ในระยะประชิดตัว ให้ใช้รองเท้าตบ ตี
กรณีอยู่บ้าน มีคนร้ายเข้ามาขโมยของ หรือมาทำร้าย ให้ใช้ "ไม้กวาด" จับด้วย 2 มือ ใช้ด้ามเป็นอาวุธทิ่มบริเวณลิ้นปี่ ใต้คาง หรือท้องน้อย แต่ถ้าคนร้ายจู่โจมส่วนบนของร่างกาย ให้จับด้ามไม้กวาดยกขึ้นสูงเป็นแนวนอนเพื่อปิดกั้นการจู่โจมของคนร้าย และใช้เท้าเตะถีบที่เป้าของคนร้าย ถ้าจู่โจมส่วนล่างให้จับไม้กวาดกระแทกแขนทั้ง 2 ข้างของคนร้าย แล้วเตะถีบที่เข่า จับไม้กวาดกระแทกที่คอหอยตาม
นอกจากนี้ ถ้าไม่มีอุปกรณ์ช่วย แขนขาอวัยวะต่างๆ ของเราก็ช่วยได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมือ แขน ศอก ขา เท้า ใช้ให้เป็นประโยชน์ เช่น ถ้าคนร้ายประชิดตัวเกิน 2 ก้าว ให้ถีบเท้าซ้ายหรือขวาไปที่หน้าขาเหนือหัวเข่า หรือหน้าแข้งของคนร้าย เพื่อเป็นการหยุดคนร้ายก่อน ถ้าคนร้ายผลีผลามมาถึงตัวให้ใช้สันมือฟันสับไปที่ซอกคอ หรือฟันไปที่ริมฝีปาก ดั้งจมูก คอ ไหปลาร้า กกหู และใช้สันมือกระแทกคางให้คนร้ายหงายหลังแล้วรีบฉวยโอกาสหนี และร้องตะโกนให้คนมาช่วย
กรณีถูก "บีบคอ" ให้เกร็งลำคอและประสานมือยกขึ้นระหว่างแขนคนร้าย แล้วกระแทกมือคนร้ายให้ออกจากกัน พร้อมกระแทกส้นเท้าที่หน้าแข้งคนร้ายแรงๆ และหลายๆ ครั้ง เมื่อคนร้ายปล่อยมือให้กระแทกส้นเท้าลงที่หัวเข่าคนร้ายแล้ววิ่งหนี แต่..ถ้าถูกจิกผมให้ประสานมือยกขึ้นวางทับมือที่คนร้ายจับ กดมือคนร้ายพร้อมหมุนตัวอย่างเร็วเพื่อบิดข้อมือคนร้าย และใช้ส้นเท้ากระแทกที่หน้าแข้งหรือหลังเท้า
หลากหลายวิธีการเหล่านี้เป็นเพียงการช่วยเหลือเบื้องต้นเท่านั้น ทางที่ดีไม่ว่าจะเดินทางไปไหนไม่ควรไปคนเดียว และที่สำคัญตั้ง "สติ" ให้อยู่กับตัวเสมอ อย่าให้ "ภัย" ร้ายมาคุกคามโดยไม่รู้ตัว
เวลาดีๆของการดื่มน้ำ
ใครๆก็ชวน ใครๆก็เสนอแนะให้ดื่มน้ำมากๆ น้ำสะอาดวันละ 6 - 8 แก้ว ดื่มแล้วดีต่อสุขภาพอย่างไรเราจะไม่พูดถึง แต่มีคำแนะนำจากแพทย์จีน
ท่านแนะนำด้วยหลักการและเหตุผลชวนให้เชื่อ ลองพิจารณาดูก่อนจะรับไปปฏิบัติต่อก็ได้
เวลาดีๆของการดื่มน้ำแบ่งเป็น 4 ช่วงเวลาดังนี้คือ:-
ช่วงแรกทีเดียวกก็ตอนตื่นนอน ตอนนี้ความเข้มข้นของเลือดจะสูงมาก เลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเข้าไปทดแทนมากๆเท่าที่ดื่มได้
ช่วงที่ 2 ของวัน ก็ตอนประมาณ 10 โมงเช้า เป็นช่วงที่ร่างกายได้ทำงานไประยะหนึ่งแล้ว จนเกิดของเสียขึ้นจำนวนหนึ่ง เราให้น้ำมาชำระ
ออกไป การดื่มน้ำช่วงนี้จึงป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดกรดมากเกินไป
หลังจากนั้นก็เป็นช่วงบ่าย 3 โมง ก็ควรดื่มน้ำอีกครั้ง
ทีนี้ก็มาถึงช่วงที่สำคัญที่สุดคือช่วงก่อนนอน เพราะเวลานอนความเข้มข้นของเลือดจะสูงมากอีกครั้งหนึ่ง จึงควรดื่มน้ำเพื่อลดความเข้มข้นลง
เลือดจะหมุนเวียนสดวก หลับสบาย
.........................จากหนังสือ 3 นาทีมีสาระ เล่มที่ 2 ของ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย
ท่านแนะนำด้วยหลักการและเหตุผลชวนให้เชื่อ ลองพิจารณาดูก่อนจะรับไปปฏิบัติต่อก็ได้
เวลาดีๆของการดื่มน้ำแบ่งเป็น 4 ช่วงเวลาดังนี้คือ:-
ช่วงแรกทีเดียวกก็ตอนตื่นนอน ตอนนี้ความเข้มข้นของเลือดจะสูงมาก เลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเข้าไปทดแทนมากๆเท่าที่ดื่มได้
ช่วงที่ 2 ของวัน ก็ตอนประมาณ 10 โมงเช้า เป็นช่วงที่ร่างกายได้ทำงานไประยะหนึ่งแล้ว จนเกิดของเสียขึ้นจำนวนหนึ่ง เราให้น้ำมาชำระ
ออกไป การดื่มน้ำช่วงนี้จึงป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดกรดมากเกินไป
หลังจากนั้นก็เป็นช่วงบ่าย 3 โมง ก็ควรดื่มน้ำอีกครั้ง
ทีนี้ก็มาถึงช่วงที่สำคัญที่สุดคือช่วงก่อนนอน เพราะเวลานอนความเข้มข้นของเลือดจะสูงมากอีกครั้งหนึ่ง จึงควรดื่มน้ำเพื่อลดความเข้มข้นลง
เลือดจะหมุนเวียนสดวก หลับสบาย
.........................จากหนังสือ 3 นาทีมีสาระ เล่มที่ 2 ของ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย
9 กันยายน 2549
sms พวกนิสัยไม่ดี
ตอนนี้มีพวกนิสัยไม่ดี sms ไปที่เครื่องของหลายรายแล้ว ความว่า
Big - c ครบรอบ 13 ปี เบอร์คุณได้รับรางวัล สามแสนบาท ข้อมูลกำลังตรวจสอบ
แล้วก็จะมีต่อมาคือ
Big - c รหัสคุณถูกรางวัล (ระหัสบ้าบอคอแตกอะไรไม่รู้) ติดต่อ 026903386 หรือสอบถาม 03 1874468
ถ้าโทรไป จะมีกระเทยกระบือรับสาย แล้วก็ถามข้อมูลเราว่าใช้โทรศพัท์ระบบอะไรทำงานที่ไหน จังหวัดอะไร ชื่ออะไร คุณ ได้รับรางวัล สามแสนบาท นะ
ค่ะ กรุณาบอกเลขบัญชีธนาคารที่มีบัตรเอทีเอ็มด้วยค่ะ
แค่นี้ เงินในบัญชีของคุณ ก็จะอันตระธานหายไปในบัดดล ไม่รู้มันทำไง แต่เลวมากกกก
เราได้รับข้อความ เลยโทรไปถามที่ Big - c เค้าบอกว่า มีหลายคนไปแจ้งความแล้วเพราะเงินในบัญชีหายไป เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ระวังตัวกันด้วยนะจ๊ะ
Big - c ครบรอบ 13 ปี เบอร์คุณได้รับรางวัล สามแสนบาท ข้อมูลกำลังตรวจสอบ
แล้วก็จะมีต่อมาคือ
Big - c รหัสคุณถูกรางวัล (ระหัสบ้าบอคอแตกอะไรไม่รู้) ติดต่อ 026903386 หรือสอบถาม 03 1874468
ถ้าโทรไป จะมีกระเทยกระบือรับสาย แล้วก็ถามข้อมูลเราว่าใช้โทรศพัท์ระบบอะไรทำงานที่ไหน จังหวัดอะไร ชื่ออะไร คุณ ได้รับรางวัล สามแสนบาท นะ
ค่ะ กรุณาบอกเลขบัญชีธนาคารที่มีบัตรเอทีเอ็มด้วยค่ะ
แค่นี้ เงินในบัญชีของคุณ ก็จะอันตระธานหายไปในบัดดล ไม่รู้มันทำไง แต่เลวมากกกก
เราได้รับข้อความ เลยโทรไปถามที่ Big - c เค้าบอกว่า มีหลายคนไปแจ้งความแล้วเพราะเงินในบัญชีหายไป เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ระวังตัวกันด้วยนะจ๊ะ
1 กันยายน 2549
Why Banana & Papaya
ทำไมกล้วยจึงเรียก Banana มะละกอจึงเรียก Papaya
Long time ago.... ประมาณว่านานมากแล้ว
มีฝรั่ง มาเที่ยวตลาดน้ำเมืองไทย
และเห็นผลไม้มากมาย ฝรั่งก็มาดูที่ ก่อนอื่น
แล้วฝรั่งถามแม่ค้าว่า "What is this?"
แม่ค้าไม่รู้ภาษาอังกฤษจึงไม่ได้ตอบอะไร ฝรั่งเห็นดังนั้นจึงลองบีบดู
บังเอิญฝรั่งมือหนักจึงบีบกล้วยเละ แม่ค้าเห็นจึงร้องโวยวายว่า "แบนแน่ๆ"
ฝรั่งได้ฟังจีงร้องอ๋อแล้วก็บอกว่า "Oh! Banana"
หลังจากนั้นฝรั่งก็มาชี้ที่ และถามว่า "Is this mango?"
แม่ค้าชาวไทยกำลังโกรธที่ฝรั่งทำกล้วยเละ
เลยตอบไปว่า "แมงโกส้น teen นะสิ"
ฝรั่งก็ร้องอ๋อแล้วบอกว่า "Oh Mangosteen!"
แล้วฝรั่งก็เหลือบไปเห็น ก็เอามือที่เลอะกล้วยไปจับ
แล้วถามว่า "What is this?"
แม่ค้าเห็นดังนั้นก็ยัวะมากที่มะละกอเลอะเทอะ จึงคว้าเอาสากขึ้นมาจะตีฝรั่ง
แต่มีคนตะโกนห้ามแม่ค้าว่า "ป้าๆ อย่า"
ฝรั่งได้ยินดังนั้นจึงนึกว่ามีคนบอกชื่อมะละกอ จึงร้องว่า "OH! papaya"
Long time ago.... ประมาณว่านานมากแล้ว
มีฝรั่ง มาเที่ยวตลาดน้ำเมืองไทย
และเห็นผลไม้มากมาย ฝรั่งก็มาดูที่ ก่อนอื่น
แล้วฝรั่งถามแม่ค้าว่า "What is this?"
แม่ค้าไม่รู้ภาษาอังกฤษจึงไม่ได้ตอบอะไร ฝรั่งเห็นดังนั้นจึงลองบีบดู
บังเอิญฝรั่งมือหนักจึงบีบกล้วยเละ แม่ค้าเห็นจึงร้องโวยวายว่า "แบนแน่ๆ"
ฝรั่งได้ฟังจีงร้องอ๋อแล้วก็บอกว่า "Oh! Banana"
หลังจากนั้นฝรั่งก็มาชี้ที่ และถามว่า "Is this mango?"
แม่ค้าชาวไทยกำลังโกรธที่ฝรั่งทำกล้วยเละ
เลยตอบไปว่า "แมงโกส้น teen นะสิ"
ฝรั่งก็ร้องอ๋อแล้วบอกว่า "Oh Mangosteen!"
แล้วฝรั่งก็เหลือบไปเห็น ก็เอามือที่เลอะกล้วยไปจับ
แล้วถามว่า "What is this?"
แม่ค้าเห็นดังนั้นก็ยัวะมากที่มะละกอเลอะเทอะ จึงคว้าเอาสากขึ้นมาจะตีฝรั่ง
แต่มีคนตะโกนห้ามแม่ค้าว่า "ป้าๆ อย่า"
ฝรั่งได้ยินดังนั้นจึงนึกว่ามีคนบอกชื่อมะละกอ จึงร้องว่า "OH! papaya"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)