แม่นจริง ๆ ตั้งใจทำกันจริงๆ นะ
ที่สำคัญอย่าดูเฉลยก่อนหล่ะ
คำทำนายชาวจีน ห้ามแอบดูก่อนนะ ตรงมาก
มันเป็นเกมที่มหัศจรรย์
ทำตามคำบอกสั่งที่บอก แต่ห้ามโกง !
คำทำนายของชาวจีน ใช้เวลา 3 นาที ลองทำแล้วคุณจะนึกสนุก
คำอธิฐานของคนที่ส่งเมลนี้ให้คุณจะเป็นจิงภายใน 10
นาทีหลังจากที่คุณอ่านเมลนี้
แต่ห้ามโกงงงง !!!!!!!
ห้ามอ่านเฉลย คุณแค่ทำตามที่บอก
มันใช้เวลาเกือบประมาณ 3 นาที - แต่มันคุ้มค่าที่ลองทำ
อย่างแรก นำปากกาและกระดาษมาเป็นอุปกรณ์
เวลาคุณเลือกชื่อของคนคนหนึ่ง ต้องมั่นใจว่าเป็นคนรู้จัก
และทำตามความคิดครั้งแรกของคุณ !!!!!!
เลือนลงมาทีละครั้ง - ห้ามอ่านก่อน
ไม่งั้นคุณจะหมดสนุก
1.เขียนหมายเลขข้อทั้งหมด 11 ข้อ
2. จากนั้น ข้างๆเลข 1 กับ 2 เขียนเลข 2 ตัวที่คุณต้องการ ลงไป
3. ข้างเลข 3 และ 7 เขียนชื่อคน 2 คนที่เป็นเพศตรงข้ามกับคุณ
ห้ามดูคำเฉลย ไม่งั้นมันจะออกมาไม่ตรง
4. เขียนชื่อใครก็ได้ที่เป็นเพื่อน หรือ คนในครอบครัวคุณ ในช่องเลข 4 , 5 และ
6
ห้ามโกง !!!!!!! ไม่งั้นคุณจะเสียใจที่คุณทำไป
5. เขียนชื่อเพลงลงในข้อ 8 , 9 ,10 และ 11
6. สุดท้ายยยยยยย ……. อธิฐานซะ
และนี้คือคำเฉลยของเกมนี้…….
1. ตัวเลขที่คุณเขียน คือ จำนวนที่คุณต้องบอกต่อเกี่ยวกับเกมนี้ กับคนอื่น ใน
2 ช่องแรก
2. ชื่อคนในช่องที่ 3 เป็นคนที่คุณรัก
3. ชื่อคนในช่องที่ 7 เป็นคนที่คุณแอบชอบแต่แสดงออกไม่ได้
4. บุคคลในช่องที่4 เป็นคนที่คุณห่วงใยมากที่สุด
5. บุคคลในช่องที่5 เป็นคนที่รู้ใจคุณมากที่สุด
6. ชื่อบุคคลที่คุณลงไว้ในช่องที่6 เป็นคนนำโชคมาให้คุณ
7. เพลงในหมายเลข 8 เป็นเพลงที่เข้ากับ คนในหมายเลข 3 ได้ดี
8. เพลงในข้อที่9 เป็นเพลงที่เหมือนกับคนในข้อที่7
9. เพลงที่ 10 เป็นเพลงที่บอกตัวคุณได้ดีที่สุด
10. เพลงในข้อที่ 11
เป็นเพลงที่แสดงต่อความคิดของคุณกับชีวิตของคุณ
ตอนนี้ !!!! ส่งให้กับบุคคลตามจำนวนที่บอกไว้ด้านบน
แล้วคำอธิฐานคุณจะเป็นจิง แต่ถ้าไม่ทำมันจะตรงข้ามนะ !!!
เปลี่ยนจาก ส่งต่อ เป็น ขุด แทนก็ได้มั่ง ^^*
เก็บเรื่องราวเล่าขานที่หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเมล์ขยะ ไร้สาระ แต่รู้มั้ยว่ามันมีความหมายมากกว่านั้น!
28 กันยายน 2548
19 กรกฎาคม 2548
10 บัญญัติ ประหยัดน้ำมัน
1. ขับรถไม่เกิน 90 ก.ม./ชม.
ความเร็วสูงสุดที่กฎหมายกำหนดไว้
ทางธรรมดา 90 กม./ชม.
ทางด่วน 110 กม./ชม.
มอเตอร์เวย์ 120 กม./ชม.
2. จอดรถไว้บ้าน โดยสารสาธารณะ
ถ้าผู้ใช้รถยนต์ร้อยละ 1 จากจำนวน 5 ล้านคัน หันมาใช้บริการรถสาธารณะ ด้วยระยะทาง 48 กม./วัน
ใน 1 ปี (260 วันทำงาน) จะประหยัดน้ำมัน 52 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 780 ล้านบาท
3. ไม่ขับก็ดับเครื่อง
การติดเครื่องยนต์จอดอยู่เฉยๆ เป็นเวลา 5 นาที
สิ้นเปลืองน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ 500 ซีซี
4. ทางเดียวกันไปด้วยกัน
ถ้าขับรถยนต์ 5 คัน ไปทางเดียวกัน ที่หมายใกล้กัน ระยะทาง 48 กม./คัน (ไป-กลับ)
ใน 1 ปี (260 วันทำงาน) จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 5,200 ลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 78,000 บาท
ถ้าร้อยละ 1 ของรถยนต์ 5 ล้านคัน ใช้ Car Pool สลับขับ 5 คน ต่อรถ 1 คัน
ใน 1 ปี จะประหยัดน้ำมันได้ 41.6 ล้านลิตร คิดเป็นเงิน 624 ล้านบาท
5. หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน
ถ้ารถติดเพียงร้อยละ 1 ของ จำนวนรถยนต์ 5 ล้านคัน ในวันทำงานทุกวัน และในบางเสาร์-อาทิตย์ ใน 1 ปี (330 วัน/ปี)
จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 12.4 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 186 ล้านบาท
6. ใช้โทรศัพท์-โทรสารเลี่ยงรถติด
ใช้อุปกรณ์สื่อสารแทนการเดินทาง เช่น ส่งหนังสือระหว่างหน่วยงาน
หากเร่งด่วนก็ใช้วิธีส่งทางโทรสาร
หากเป็นเอกสารสำคัญก็ใช้วิธีรวบรวมเอกสารแล้วส่งพร้อมกัน
หนังสือเวียนที่ไม่สำคัญก็ใช้วิธีส่ง E-Mail หรือส่งไปรษณีย์
7. วางแผนก่อนเดินทาง
ถ้าไม่ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง และขับรถหลงทาง 10 นาที
จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 500 ซีซี คิดเป็นค่าน้ำมัน 7.50 บาท
ถ้ารถยนต์ 5 ล้านคัน ขับหลงทาง เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง ใน 1 ปี
จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 30 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 450 ล้านบาท
8. ลมยางต้องพอดี ไส้กรองต้องสะอาด
ความดันลมยางอ่อนกว่ามาตรฐาน 1 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ถ้าขับทุกวันเฉลี่ยวันละ 48 กม. ใน 1 เดือน
รถยนต์ - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 2.4 ลิตร
รถจักรยานยนต์ - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 1.2 ลิตร
รถบรรทุก - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 4.2 ลิตร
ถ้าร้อยละ 30 ของรถแต่ละประเภท ละเลยเช่นนี้บ่อยๆ รวมเป็น 30 วัน/ปี
จะสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านลิตร
คิดเป็นเงิน 87 ล้านบาท
ถ้าไส้กรองสะอาด จะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันวันละ 65 ซีซี
ควรทำความสะอาดทุก 2,500 กม.
ควรเปลี่ยนทุก 20,000 กม.
9. ไม่บรรทุกของเกินจำเป็น
หากขับรถโดยบรรทุกของที่ไม่จำเป็น ประมาณ 10 ก.ก. เป็นระยะทาง 25 ก.ม.
สิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี
ถ้าร้อยละ 10 ของรถยนต์ทั่วประเทศ 5 ล้านคัน ขับรถโดยบรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็น
ใน 1 ปี จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 7.3 ล้านลิตร คิดเป็นเงิน 10.95 ล้านบาท
10. ตรวจเช็คเครื่องยนต์เป็นประจำ
เปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด
เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นทุก 5,000 กม.
ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง และน้ำในแบตเตอรี่
ตรวจสอบระดับน้ำป้อนหม้อน้ำ
ปรับปรุงสมรรถนะรถยนต์ให้ดีตลอดเวลา ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ร้อยละ 3- 9
ที่มา : คู่มือรวมพลังหยุดรถซดน้ำมัน - PDF
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน
ความเร็วสูงสุดที่กฎหมายกำหนดไว้
ทางธรรมดา 90 กม./ชม.
ทางด่วน 110 กม./ชม.
มอเตอร์เวย์ 120 กม./ชม.
2. จอดรถไว้บ้าน โดยสารสาธารณะ
ถ้าผู้ใช้รถยนต์ร้อยละ 1 จากจำนวน 5 ล้านคัน หันมาใช้บริการรถสาธารณะ ด้วยระยะทาง 48 กม./วัน
ใน 1 ปี (260 วันทำงาน) จะประหยัดน้ำมัน 52 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 780 ล้านบาท
3. ไม่ขับก็ดับเครื่อง
การติดเครื่องยนต์จอดอยู่เฉยๆ เป็นเวลา 5 นาที
สิ้นเปลืองน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ 500 ซีซี
4. ทางเดียวกันไปด้วยกัน
ถ้าขับรถยนต์ 5 คัน ไปทางเดียวกัน ที่หมายใกล้กัน ระยะทาง 48 กม./คัน (ไป-กลับ)
ใน 1 ปี (260 วันทำงาน) จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 5,200 ลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 78,000 บาท
ถ้าร้อยละ 1 ของรถยนต์ 5 ล้านคัน ใช้ Car Pool สลับขับ 5 คน ต่อรถ 1 คัน
ใน 1 ปี จะประหยัดน้ำมันได้ 41.6 ล้านลิตร คิดเป็นเงิน 624 ล้านบาท
5. หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน
ถ้ารถติดเพียงร้อยละ 1 ของ จำนวนรถยนต์ 5 ล้านคัน ในวันทำงานทุกวัน และในบางเสาร์-อาทิตย์ ใน 1 ปี (330 วัน/ปี)
จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 12.4 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 186 ล้านบาท
6. ใช้โทรศัพท์-โทรสารเลี่ยงรถติด
ใช้อุปกรณ์สื่อสารแทนการเดินทาง เช่น ส่งหนังสือระหว่างหน่วยงาน
หากเร่งด่วนก็ใช้วิธีส่งทางโทรสาร
หากเป็นเอกสารสำคัญก็ใช้วิธีรวบรวมเอกสารแล้วส่งพร้อมกัน
หนังสือเวียนที่ไม่สำคัญก็ใช้วิธีส่ง E-Mail หรือส่งไปรษณีย์
7. วางแผนก่อนเดินทาง
ถ้าไม่ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง และขับรถหลงทาง 10 นาที
จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 500 ซีซี คิดเป็นค่าน้ำมัน 7.50 บาท
ถ้ารถยนต์ 5 ล้านคัน ขับหลงทาง เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง ใน 1 ปี
จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 30 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 450 ล้านบาท
8. ลมยางต้องพอดี ไส้กรองต้องสะอาด
ความดันลมยางอ่อนกว่ามาตรฐาน 1 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ถ้าขับทุกวันเฉลี่ยวันละ 48 กม. ใน 1 เดือน
รถยนต์ - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 2.4 ลิตร
รถจักรยานยนต์ - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 1.2 ลิตร
รถบรรทุก - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 4.2 ลิตร
ถ้าร้อยละ 30 ของรถแต่ละประเภท ละเลยเช่นนี้บ่อยๆ รวมเป็น 30 วัน/ปี
จะสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านลิตร
คิดเป็นเงิน 87 ล้านบาท
ถ้าไส้กรองสะอาด จะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันวันละ 65 ซีซี
ควรทำความสะอาดทุก 2,500 กม.
ควรเปลี่ยนทุก 20,000 กม.
9. ไม่บรรทุกของเกินจำเป็น
หากขับรถโดยบรรทุกของที่ไม่จำเป็น ประมาณ 10 ก.ก. เป็นระยะทาง 25 ก.ม.
สิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี
ถ้าร้อยละ 10 ของรถยนต์ทั่วประเทศ 5 ล้านคัน ขับรถโดยบรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็น
ใน 1 ปี จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 7.3 ล้านลิตร คิดเป็นเงิน 10.95 ล้านบาท
10. ตรวจเช็คเครื่องยนต์เป็นประจำ
เปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด
เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นทุก 5,000 กม.
ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง และน้ำในแบตเตอรี่
ตรวจสอบระดับน้ำป้อนหม้อน้ำ
ปรับปรุงสมรรถนะรถยนต์ให้ดีตลอดเวลา ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ร้อยละ 3- 9
ที่มา : คู่มือรวมพลังหยุดรถซดน้ำมัน - PDF
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน
10 มิถุนายน 2548
สงครามบนเตียง...เรื่องที่ควรยุติ
ภาพหญิงสาวผุดลุกขึ้นแล้วเดินทำผมปิดหน้า วนเวียนไปมาอยู่ท้ายเตียงหลอกหลอนคุณมานาน หรือเสียงรถไฟขบวนแล้วขบวนเล่า ที่ไร้ซึ่งวี่แววของสถานีปลายทางคอยวนเวียนเข้ามาในโสตประสาทจนคุณกลายเป็นแม่สาวซอมบี้ หรือคุณชายแดร็คคูล่าทุกวันเพราะการนอนไม่เพียงพอ จนสิ่งเหล่านี้กลายเป็นสงครามที่ทำลายความรักของคนสองคน
เสียงกรน...สุดทรมาน
Dr Janne Dannerup แพทย์จิตศาสตร์จากโจฮันเนสเบิร์ก กล่าวถึงสาเหตุที่ผู้ชายกรนมากกว่าผู้หญิงว่าคงเพราะในแต่ละช่วงของวัน ผู้หญิงและสังคมของพวกเธอได้ปลดปล่อยอารมณ์กันง่ายๆอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเม้าท์กับเพื่อนบ้าน คุยจุกจิกๆ ทำอาหาร แต่ในขณะที่ผู้ชายไม่ได้ทำกิจกรรมเหล่านี้เท่าที่ควร และเมื่อถึงเวลานอนซึ่งเป็นเวลาที่คุณได้ปลดปล่อยจินตนาการ ทั้งทางความคิดและร่างกาย สิ่งที่วนเวียนในกิจวัตรประจำวันหรือสิ่งที่คุณต้องการก็สามารถแสดงออกมาได้ ทั้งการกรน และละเมอ จนในที่สุดสถานที่เงียบๆ สวรรค์ของคุณทั้งสองคนก็กลายเป็นนรกขุมย่อมๆนี่เอง
พิญ เพื่อนหญิงคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เธอรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมใช้ชีวิตกับ "เบ็น" แฟนหนุ่มในบ้านหลังใหม่ ซึ่งเธอใฝ่ฝันมานานแสนนานว่าจะได้อยู่กับคนที่เธอรัก อยู่ร่วมกันทั้งในยามหลับและตื่น แต่แล้วความฝันที่เธอวาดไว้ก็พังทลายลงพลันไปกับเสียงกรนอันแสบสันจากเบ็นคนรัก
”ฉันไม่เคยต้องทรมานและนอนไม่ได้ทุกคืนแบบนี้มาก่อนในชีวิต รู้สึกว่าตัวเองเลือกผิด และเริ่มเกลียดแฟนมากขึ้นๆ แม้คำปลอบใจจะช่วยเธอได้แค่ไหน แต่การที่ผู้หญิงซักคนจะต้องยอมทนกับพฤติกรรมของคนรักที่เลิกไม่ได้นั้น จะปลอบใจยังไงก็ไม่เป็นผลแน่ๆ”
นอกจากวิธีการพูดคุยให้แฟนหนุ่มเข้าใจแล้ว การแก้ปัญหาร่วมกันคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะการกรนหรือการละเมอไม่มียาขนานไหนช่วยรักษาอาการนี้ได้ นอกจากต้องนอนใช้ชินกับอาการนี้หรือแยกเตียง!!!
วิธีง่ายๆ ที่ไม่ให้ความรักของคุณต้องบอบช้ำกับพฤติกรรมบนเตียงอันน่าหวาดผวา อย่างเสียงกรน คือ คอยปลุกเขาเวลาที่กรนดังขึ้นเรื่อยๆ ให้เขาเปลี่ยนท่านอน และวิธีสุดท้ายคงต้องพึ่งที่อุดหูแล้วล่ะ เพราะอย่างไรก็ตามชีวิตคู่ก็ไม่ควรมาพ่ายแพ้เพราะเรื่องเสียงกรนแน่นอน
แม่ไม้มวยไทยบนเตียง!!! ภาพขอบตาบวมช้ำหรือหลังเดาะเพราะโดนถีบตกเตียง คงเป็นหลักฐานชี้ชัดว่า สามีชั้นนอนดิ้นหรือภรรยาผมซาดิสต์ จนคู่รักถึงกับคิดว่า เค้าคงเก็บกดและไม่รักฉันแล้วแน่ๆ เลยอยากทำร้ายกันแบบนี้
ซินดี้ เล่าประสบการณ์อันเลวร้ายบนเตียงของเธอให้ฟังว่า สามีนอนดิ้นมาก ถึงขนาดฟาดศอกหนักๆ เข้าเบ้าตาเธอ และบางคืนถึงกับเตะเธอตกเตียง เมื่อเพื่อนๆ ที่ทำงานเห็นเธอในสภาพบอบช้ำ ต่างก็ไม่เชื่อว่าสามีเธอจะนอนดิ้นได้ขนาดนี้ เธอจึงถูกปรนนิบัติในที่ทำงานอย่างกับว่าเธอถูกกระทำชำเราเป็นเวลาเกือบ 2 อาทิตย์ และสุดท้ายเธอก็คิดว่าสามีเธอคงไม่รักเธอแล้ว
หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับคุณ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดหากคุณคิดจะขอแยกเตียงจากคนรักมานอนอีกเตียงหนึ่ง เพราะเป็นการเริ่มต้นในการแก้ปัญหาที่ดีกว่าให้ความคิดเลิกรักแฟนเข้ามาครอบงำ และที่สำคัญอย่าใช้อารมณ์ที่เกิดจากการอดนอน หรือโดนทำร้ายในการติดสินความผิดของคนรัก วิธีที่ดีที่สุดคือเข้าไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่จะช่วยปัญหาเหล่านี้ให้คุณทั้งสองได้
เสียงกรน...สุดทรมาน
Dr Janne Dannerup แพทย์จิตศาสตร์จากโจฮันเนสเบิร์ก กล่าวถึงสาเหตุที่ผู้ชายกรนมากกว่าผู้หญิงว่าคงเพราะในแต่ละช่วงของวัน ผู้หญิงและสังคมของพวกเธอได้ปลดปล่อยอารมณ์กันง่ายๆอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเม้าท์กับเพื่อนบ้าน คุยจุกจิกๆ ทำอาหาร แต่ในขณะที่ผู้ชายไม่ได้ทำกิจกรรมเหล่านี้เท่าที่ควร และเมื่อถึงเวลานอนซึ่งเป็นเวลาที่คุณได้ปลดปล่อยจินตนาการ ทั้งทางความคิดและร่างกาย สิ่งที่วนเวียนในกิจวัตรประจำวันหรือสิ่งที่คุณต้องการก็สามารถแสดงออกมาได้ ทั้งการกรน และละเมอ จนในที่สุดสถานที่เงียบๆ สวรรค์ของคุณทั้งสองคนก็กลายเป็นนรกขุมย่อมๆนี่เอง
พิญ เพื่อนหญิงคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เธอรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมใช้ชีวิตกับ "เบ็น" แฟนหนุ่มในบ้านหลังใหม่ ซึ่งเธอใฝ่ฝันมานานแสนนานว่าจะได้อยู่กับคนที่เธอรัก อยู่ร่วมกันทั้งในยามหลับและตื่น แต่แล้วความฝันที่เธอวาดไว้ก็พังทลายลงพลันไปกับเสียงกรนอันแสบสันจากเบ็นคนรัก
”ฉันไม่เคยต้องทรมานและนอนไม่ได้ทุกคืนแบบนี้มาก่อนในชีวิต รู้สึกว่าตัวเองเลือกผิด และเริ่มเกลียดแฟนมากขึ้นๆ แม้คำปลอบใจจะช่วยเธอได้แค่ไหน แต่การที่ผู้หญิงซักคนจะต้องยอมทนกับพฤติกรรมของคนรักที่เลิกไม่ได้นั้น จะปลอบใจยังไงก็ไม่เป็นผลแน่ๆ”
นอกจากวิธีการพูดคุยให้แฟนหนุ่มเข้าใจแล้ว การแก้ปัญหาร่วมกันคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะการกรนหรือการละเมอไม่มียาขนานไหนช่วยรักษาอาการนี้ได้ นอกจากต้องนอนใช้ชินกับอาการนี้หรือแยกเตียง!!!
วิธีง่ายๆ ที่ไม่ให้ความรักของคุณต้องบอบช้ำกับพฤติกรรมบนเตียงอันน่าหวาดผวา อย่างเสียงกรน คือ คอยปลุกเขาเวลาที่กรนดังขึ้นเรื่อยๆ ให้เขาเปลี่ยนท่านอน และวิธีสุดท้ายคงต้องพึ่งที่อุดหูแล้วล่ะ เพราะอย่างไรก็ตามชีวิตคู่ก็ไม่ควรมาพ่ายแพ้เพราะเรื่องเสียงกรนแน่นอน
แม่ไม้มวยไทยบนเตียง!!! ภาพขอบตาบวมช้ำหรือหลังเดาะเพราะโดนถีบตกเตียง คงเป็นหลักฐานชี้ชัดว่า สามีชั้นนอนดิ้นหรือภรรยาผมซาดิสต์ จนคู่รักถึงกับคิดว่า เค้าคงเก็บกดและไม่รักฉันแล้วแน่ๆ เลยอยากทำร้ายกันแบบนี้
ซินดี้ เล่าประสบการณ์อันเลวร้ายบนเตียงของเธอให้ฟังว่า สามีนอนดิ้นมาก ถึงขนาดฟาดศอกหนักๆ เข้าเบ้าตาเธอ และบางคืนถึงกับเตะเธอตกเตียง เมื่อเพื่อนๆ ที่ทำงานเห็นเธอในสภาพบอบช้ำ ต่างก็ไม่เชื่อว่าสามีเธอจะนอนดิ้นได้ขนาดนี้ เธอจึงถูกปรนนิบัติในที่ทำงานอย่างกับว่าเธอถูกกระทำชำเราเป็นเวลาเกือบ 2 อาทิตย์ และสุดท้ายเธอก็คิดว่าสามีเธอคงไม่รักเธอแล้ว
หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับคุณ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดหากคุณคิดจะขอแยกเตียงจากคนรักมานอนอีกเตียงหนึ่ง เพราะเป็นการเริ่มต้นในการแก้ปัญหาที่ดีกว่าให้ความคิดเลิกรักแฟนเข้ามาครอบงำ และที่สำคัญอย่าใช้อารมณ์ที่เกิดจากการอดนอน หรือโดนทำร้ายในการติดสินความผิดของคนรัก วิธีที่ดีที่สุดคือเข้าไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่จะช่วยปัญหาเหล่านี้ให้คุณทั้งสองได้
17 เมษายน 2548
'กลิ่น' สร้างรักและแรงปรารถนา
"กลิ่น" มีส่วนช่วยสร้างความรู้สึกที่ดี ๆ ให้เกิดขึ้นกับคู่รัก เห็นมีหลายคู่ทีเดียว ที่โผเข้าหากันเพราะใช้ กลิ่นสะอาดหรือกลิ่นหอม รัญจวนใจเป็นแม่เหล็กดึงดูดเข้าหากัน
ส่วนคู่ไหนที่ยังไม่เคยลองใช้กลิ่นมาปลุกใจ ให้เกิดความรู้สึก ต้องการอยู่ใกล้ชิดกันละกันบ้างเลย ก็รีบทำซะสิท่าน จะรอช้าอยู่ไย อย่างน้อยจะ เริ่มด้วยการอาบน้ำให้สะอาดก่อน แล้วค่อยถลาไปเข้าใกล้ คนที่เรารักก็ได้ เพราะกลิ่นจากสบู่ หรือเจลอาบน้ำไม่ว่าชนิดไหน ยี่ห้อใด โดยมากมักส่งกลิ่นหอมชวนให้เข้าใกล้ทั้งนั้น เลือกใช้ซะชนิดนึงละกัน อย่าปล่อยให้ตัวเองเหม็นสาบอยู่เลย
เอ แต่อย่าประมาทกลิ่นสาบ ๆ อย่างกลิ่นตัวตอนเหงื่อไหลไคลย้อยเชียว เห็นมีบางคนนิยมชมชอบกลิ่นธรรมชาติแบบนี้จนสามารถจุดพลังรักได้ก็มี พิลึกมะ เค้าว่า มีสาวไม่ใช่น้อยชอบอยู่ใกล้แฟนในตอนที่เขาเพิ่งกลับมาจากทำงานเหนื่อย ๆ ชนิดไม่ทันได้อาบน้ำล้างความเหนื่อยล้าของวันด้วยซ้ำ แต่คุณเธอจะปรี่เข้าหาเขาเพราะกลิ่นกายอันชุ่มโชกไปด้วยคราบไคลนี่แหละ เธอถือว่าเขาเป็นคนแมน แม้น แมนอย่าให้เซด เฮ้อ สาวอะไรชอบกลิ่นหื่น เอ้ย กลิ่นหืนก็มีด้วย
แต่ในเมื่อผู้คนส่วนมากชอบกลิ่นสะอาดมากกว่า จึงอยากเล่าเรื่อง กลิ่นชวนให้ใจเตลิด ดีกว่า (fragrances that turn women on) ว่ากันว่า ฝ่ายหญิงจะเลือกใครเป็นแฟนสักคน ปัจจัยนึงที่มีส่วนนำมาใช้ในการตัดสินใจครั้งสำคัญนั้นย่อมได้แก่กลิ่นนั่นเอง กลิ่นหอมจึงมีผลต่อจิตใจ, อารมณ์และความ รู้สึกของผู้หญิงแน่นอน
อย่าว่าแต่ผู้หญิงชอบกลิ่นหอมของเพศตรงข้ามเลย แม้แต่ ตัวเธอเองก็สนใจที่จะสร้างความหอมให้เนื้อตัวของเธอเหมือนกัน แถมความหอมนี่ก็แปลก เพราะทำให้เชื่อว่าตัวเองสะอาดอีกด้วย ทั้ง ๆ ที่อาจเป็นแค่การอาบแห้ง คือไม่ได้อาบน้ำทำความสะอาด ตัวอย่างเป็นจริงเป็นจังหรอก แต่ใช้น้ำหอมมาฉีดใส่ หรือใช้สติ๊กระงับกลิ่นเหงื่อ เท่าเนี้ยก็รู้สึกสะอาดแบบปลอม ๆ ได้แล้ว
ด้านบุรุษก็สามารถใช้กลิ่นเป็นเทคนิคเรียกร้องความสนใจ จากอิสตรีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอมสำหรับผู้ชาย แต่แปลกนะว่า ทำไมต้องมีการแบ่งน้ำหอมสำหรับผู้หญิง ผู้ชายด้วย เพราะเห็นหนุ่ม ๆ มาใช้น้ำหอมของสาว ๆ และสาว ๆ ไปใช้น้ำหอมของเพศตรงข้ามก็มี ของแบบนี้น่าจะขึ้นอยู่ที่ความชอบของแต่ละคนมากกว่า
บ้างก็ว่าน้ำหอมของผู้หญิงน่ะฉุนกึก แต่บางคนกลับบอกยิ่งฉุนยิ่งดี ของแบบนี้นานาจิตตัง ต่อมาก็เป็นอาฟเตอร์เชฟ และ สเปรย์ ระงับกลิ่นกาย ที่เผลอ ๆ เดี๋ยวนี้อาฟเตอร์เชฟบางขวดหอมกว่าน้ำหอมซะอีก ในเมื่อมีสิ่งที่ช่วยกลบกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ตั้งเยอะแยะ ฉะนั้น ใครที่ซกมก ก็อย่าหาข้ออ้างว่าทำไมตัวเองถึงยังเหม็นอยู่เลย ยังไงก็สงสารแฟนหรือคนใกล้ชิดมั่ง
นอกเหนือจากการสร้างกลิ่นกายให้หอมกรุ่นข้างต้นแล้ว สิ่งที่ยังส่งกลิ่นหอมให้อารมณ์ดียังมีอีกดังนี้ น้ำอบและแป้งร่ำสำหรับวันสงกรานต์งี้, น้ำมันนวดตัวเพื่อความงาม, เทียน (ไข) หอม, สเปรย์ปรับกลิ่นในห้อง หรือในรถ แม้แต่ธูปก็ด้วย
กลิ่นหอมมีข้อดีตรงที่สร้างความสบายใจ ความสงบ ความเยือกเย็น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย จนสาวบางคนเมื่อรู้สึกเช่นนี้แล้วอาจมีใจนำไปสู่ ความสัมพันธ์ทางกายด้วยก็ได้ ฮั่นแน่
ส่วนกลิ่นที่มีแนวโน้มเร้าใจได้เป็นอย่างดี ก็เช่น
1. กลิ่นช็อกโกแลต หรือกลิ่นวานิลลา
ทั้งสองล้วนเป็นกลิ่นที่สร้างความรู้สึกหอมหวาน ชวนดมและอบอุ่น หนำซ้ำ กลิ่นหอมเหล่านี้ยังกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของทั้งหญิงและชายได้อีกด้วย
2. กลิ่นดอกมะลิ
เชื่อกันว่า กลิ่นของดอกมะลิ กระตุ้นให้ ผู้ใช้อยากเปิดใจ ลองทำอะไรที่แปลกแตกต่างจากความเคยชินเดิม ๆ แถมดอกมะลิยังหาได้ไม่ยาก เพราะมีวางขายทั่วทุกหนแห่ง จะลงมือปลูกเองก็ยังได้ แต่ความหอมของมันนี่สิ ไม่เป็นรองน้ำหอมที่วางขายราคาแพงก็ละกัน
3. กลิ่นเปปเปอร์มินต์
เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ชวนให้ แจ่มใส แถมช่วยให้ผู้ได้สูดดมรู้สึกตื่นอยู่ ตลอดเวลา (ตาสว่างเลยล่ะ) กระตือรือร้น และคึกคัก รวมทั้งอยากเข้าใกล้ ซึ่งเป็นความรู้สึกดี ๆ ทั้งนั้นเลย สามารถเลือกกลิ่นมินต์ได้มาก มายจากหมากฝรั่ง, เทียนไข, น้ำมันหอม ฯลฯ ล่าสุดแผ่นบางใสระงับกลิ่นปากที่เป็นกลิ่นมินต์ก็มี แถมให้ความรู้สึกเย็นซาบซ่าอีกด้วย
4. กระดังงา กุหลาบ ดอกราตรี ฯลฯ
กลิ่นดอกไม้สด ช่วยให้ผู้สูดดมสดชื่น กระปรี้-กระเปร่า หนำซ้ำกลิ่นธรรมชาติที่หอม ๆ นะ (เว้นกลิ่นตด) ทำให้เกิดความผูกพันกับธรรมชาติ อยู่กับดอกไม้ แล้วมีความสุขประมาณนั้น บางแห่งก็เชื่อกันว่า กลิ่นหอมแนวนี้ถือเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพูดจาเกี้ยว พาราสีได้เหมือนกัน
ถ้าชอบกลิ่นหอมละก็ดีไป แต่ขืนมีพฤติกรรมสุดทนสำหรับบางคนต่อไปนี้ ย่อมไม่ดีแน่ เช่น เป็นหนุ่มเจ้าสำอาง ไมร่า วัย 28 เล่าว่า "ตอนที่ฉันแวะไปหาบ๊อบที่บ้าน ฉันอดสังเกตไม่ได้ว่า ชั้นวางของในห้องน้ำของเขาเต็มไปด้วยอุปกรณ์ประทินโฉม ทำเอาฉันตาโตเท่าไข่ห่านไปเลย เขายอมรับว่าชอบใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เพราะใคร ๆ ก็ชอบใช้เครื่อง สำอาง
กระทั่งฉันชวนเขามาค้างที่บ้าน เขาหิ้วกระเป๋าใบโตที่เต็มไปด้วยสิ่งเหล่านี้มาด้วย ฉันจึงรู้ว่า กิจวัตรความงามก่อนนอนของเขาใช้เวลากว่า 15 นาที ทั้งขัดผิวหน้า ถอนขนส่วนเกิน ทาโลชั่น และอื่น ๆ อีกจิปาถะ เขาดูแลกลิ่นกายและทะนุถนอมผิวพรรณเก่งกว่าผู้หญิงซะอีก ฉันงี้ทึ่งไปเลย แต่ไม่กล้าคว้ามาเป็นแฟน"
อนามัยสุดกู่ ไดแอน สาววัย 27 เล่าว่า "ฉันรู้ซึ้งตั้งแต่นัดเที่ยวกับไมค์แล้วว่า เขาหมกมุ่นกับการทำให้มือสะอาด เขาพกเจลล้างมือที่ไม่ต้องใช้น้ำอยู่เสมอ เมื่อใดก็ตามที่เขาหยิบเงิน, จับลูกบิดประตู หรือกินมันฝรั่งทอด, คุกกี้ และพิซซ่า หลังจากนั้นเขาต้องล้างมือหลายครั้งแล้วดมดูว่าสะอาดจริงไหม" โถ กลิ่นสะอาดไว้ใช้เพิ่มความผูกพันทางจิตใจก็พอ แต่อย่าเว่อ
ส่วนคู่ไหนที่ยังไม่เคยลองใช้กลิ่นมาปลุกใจ ให้เกิดความรู้สึก ต้องการอยู่ใกล้ชิดกันละกันบ้างเลย ก็รีบทำซะสิท่าน จะรอช้าอยู่ไย อย่างน้อยจะ เริ่มด้วยการอาบน้ำให้สะอาดก่อน แล้วค่อยถลาไปเข้าใกล้ คนที่เรารักก็ได้ เพราะกลิ่นจากสบู่ หรือเจลอาบน้ำไม่ว่าชนิดไหน ยี่ห้อใด โดยมากมักส่งกลิ่นหอมชวนให้เข้าใกล้ทั้งนั้น เลือกใช้ซะชนิดนึงละกัน อย่าปล่อยให้ตัวเองเหม็นสาบอยู่เลย
เอ แต่อย่าประมาทกลิ่นสาบ ๆ อย่างกลิ่นตัวตอนเหงื่อไหลไคลย้อยเชียว เห็นมีบางคนนิยมชมชอบกลิ่นธรรมชาติแบบนี้จนสามารถจุดพลังรักได้ก็มี พิลึกมะ เค้าว่า มีสาวไม่ใช่น้อยชอบอยู่ใกล้แฟนในตอนที่เขาเพิ่งกลับมาจากทำงานเหนื่อย ๆ ชนิดไม่ทันได้อาบน้ำล้างความเหนื่อยล้าของวันด้วยซ้ำ แต่คุณเธอจะปรี่เข้าหาเขาเพราะกลิ่นกายอันชุ่มโชกไปด้วยคราบไคลนี่แหละ เธอถือว่าเขาเป็นคนแมน แม้น แมนอย่าให้เซด เฮ้อ สาวอะไรชอบกลิ่นหื่น เอ้ย กลิ่นหืนก็มีด้วย
แต่ในเมื่อผู้คนส่วนมากชอบกลิ่นสะอาดมากกว่า จึงอยากเล่าเรื่อง กลิ่นชวนให้ใจเตลิด ดีกว่า (fragrances that turn women on) ว่ากันว่า ฝ่ายหญิงจะเลือกใครเป็นแฟนสักคน ปัจจัยนึงที่มีส่วนนำมาใช้ในการตัดสินใจครั้งสำคัญนั้นย่อมได้แก่กลิ่นนั่นเอง กลิ่นหอมจึงมีผลต่อจิตใจ, อารมณ์และความ รู้สึกของผู้หญิงแน่นอน
อย่าว่าแต่ผู้หญิงชอบกลิ่นหอมของเพศตรงข้ามเลย แม้แต่ ตัวเธอเองก็สนใจที่จะสร้างความหอมให้เนื้อตัวของเธอเหมือนกัน แถมความหอมนี่ก็แปลก เพราะทำให้เชื่อว่าตัวเองสะอาดอีกด้วย ทั้ง ๆ ที่อาจเป็นแค่การอาบแห้ง คือไม่ได้อาบน้ำทำความสะอาด ตัวอย่างเป็นจริงเป็นจังหรอก แต่ใช้น้ำหอมมาฉีดใส่ หรือใช้สติ๊กระงับกลิ่นเหงื่อ เท่าเนี้ยก็รู้สึกสะอาดแบบปลอม ๆ ได้แล้ว
ด้านบุรุษก็สามารถใช้กลิ่นเป็นเทคนิคเรียกร้องความสนใจ จากอิสตรีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอมสำหรับผู้ชาย แต่แปลกนะว่า ทำไมต้องมีการแบ่งน้ำหอมสำหรับผู้หญิง ผู้ชายด้วย เพราะเห็นหนุ่ม ๆ มาใช้น้ำหอมของสาว ๆ และสาว ๆ ไปใช้น้ำหอมของเพศตรงข้ามก็มี ของแบบนี้น่าจะขึ้นอยู่ที่ความชอบของแต่ละคนมากกว่า
บ้างก็ว่าน้ำหอมของผู้หญิงน่ะฉุนกึก แต่บางคนกลับบอกยิ่งฉุนยิ่งดี ของแบบนี้นานาจิตตัง ต่อมาก็เป็นอาฟเตอร์เชฟ และ สเปรย์ ระงับกลิ่นกาย ที่เผลอ ๆ เดี๋ยวนี้อาฟเตอร์เชฟบางขวดหอมกว่าน้ำหอมซะอีก ในเมื่อมีสิ่งที่ช่วยกลบกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ตั้งเยอะแยะ ฉะนั้น ใครที่ซกมก ก็อย่าหาข้ออ้างว่าทำไมตัวเองถึงยังเหม็นอยู่เลย ยังไงก็สงสารแฟนหรือคนใกล้ชิดมั่ง
นอกเหนือจากการสร้างกลิ่นกายให้หอมกรุ่นข้างต้นแล้ว สิ่งที่ยังส่งกลิ่นหอมให้อารมณ์ดียังมีอีกดังนี้ น้ำอบและแป้งร่ำสำหรับวันสงกรานต์งี้, น้ำมันนวดตัวเพื่อความงาม, เทียน (ไข) หอม, สเปรย์ปรับกลิ่นในห้อง หรือในรถ แม้แต่ธูปก็ด้วย
กลิ่นหอมมีข้อดีตรงที่สร้างความสบายใจ ความสงบ ความเยือกเย็น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย จนสาวบางคนเมื่อรู้สึกเช่นนี้แล้วอาจมีใจนำไปสู่ ความสัมพันธ์ทางกายด้วยก็ได้ ฮั่นแน่
ส่วนกลิ่นที่มีแนวโน้มเร้าใจได้เป็นอย่างดี ก็เช่น
1. กลิ่นช็อกโกแลต หรือกลิ่นวานิลลา
ทั้งสองล้วนเป็นกลิ่นที่สร้างความรู้สึกหอมหวาน ชวนดมและอบอุ่น หนำซ้ำ กลิ่นหอมเหล่านี้ยังกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของทั้งหญิงและชายได้อีกด้วย
2. กลิ่นดอกมะลิ
เชื่อกันว่า กลิ่นของดอกมะลิ กระตุ้นให้ ผู้ใช้อยากเปิดใจ ลองทำอะไรที่แปลกแตกต่างจากความเคยชินเดิม ๆ แถมดอกมะลิยังหาได้ไม่ยาก เพราะมีวางขายทั่วทุกหนแห่ง จะลงมือปลูกเองก็ยังได้ แต่ความหอมของมันนี่สิ ไม่เป็นรองน้ำหอมที่วางขายราคาแพงก็ละกัน
3. กลิ่นเปปเปอร์มินต์
เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ชวนให้ แจ่มใส แถมช่วยให้ผู้ได้สูดดมรู้สึกตื่นอยู่ ตลอดเวลา (ตาสว่างเลยล่ะ) กระตือรือร้น และคึกคัก รวมทั้งอยากเข้าใกล้ ซึ่งเป็นความรู้สึกดี ๆ ทั้งนั้นเลย สามารถเลือกกลิ่นมินต์ได้มาก มายจากหมากฝรั่ง, เทียนไข, น้ำมันหอม ฯลฯ ล่าสุดแผ่นบางใสระงับกลิ่นปากที่เป็นกลิ่นมินต์ก็มี แถมให้ความรู้สึกเย็นซาบซ่าอีกด้วย
4. กระดังงา กุหลาบ ดอกราตรี ฯลฯ
กลิ่นดอกไม้สด ช่วยให้ผู้สูดดมสดชื่น กระปรี้-กระเปร่า หนำซ้ำกลิ่นธรรมชาติที่หอม ๆ นะ (เว้นกลิ่นตด) ทำให้เกิดความผูกพันกับธรรมชาติ อยู่กับดอกไม้ แล้วมีความสุขประมาณนั้น บางแห่งก็เชื่อกันว่า กลิ่นหอมแนวนี้ถือเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพูดจาเกี้ยว พาราสีได้เหมือนกัน
ถ้าชอบกลิ่นหอมละก็ดีไป แต่ขืนมีพฤติกรรมสุดทนสำหรับบางคนต่อไปนี้ ย่อมไม่ดีแน่ เช่น เป็นหนุ่มเจ้าสำอาง ไมร่า วัย 28 เล่าว่า "ตอนที่ฉันแวะไปหาบ๊อบที่บ้าน ฉันอดสังเกตไม่ได้ว่า ชั้นวางของในห้องน้ำของเขาเต็มไปด้วยอุปกรณ์ประทินโฉม ทำเอาฉันตาโตเท่าไข่ห่านไปเลย เขายอมรับว่าชอบใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เพราะใคร ๆ ก็ชอบใช้เครื่อง สำอาง
กระทั่งฉันชวนเขามาค้างที่บ้าน เขาหิ้วกระเป๋าใบโตที่เต็มไปด้วยสิ่งเหล่านี้มาด้วย ฉันจึงรู้ว่า กิจวัตรความงามก่อนนอนของเขาใช้เวลากว่า 15 นาที ทั้งขัดผิวหน้า ถอนขนส่วนเกิน ทาโลชั่น และอื่น ๆ อีกจิปาถะ เขาดูแลกลิ่นกายและทะนุถนอมผิวพรรณเก่งกว่าผู้หญิงซะอีก ฉันงี้ทึ่งไปเลย แต่ไม่กล้าคว้ามาเป็นแฟน"
อนามัยสุดกู่ ไดแอน สาววัย 27 เล่าว่า "ฉันรู้ซึ้งตั้งแต่นัดเที่ยวกับไมค์แล้วว่า เขาหมกมุ่นกับการทำให้มือสะอาด เขาพกเจลล้างมือที่ไม่ต้องใช้น้ำอยู่เสมอ เมื่อใดก็ตามที่เขาหยิบเงิน, จับลูกบิดประตู หรือกินมันฝรั่งทอด, คุกกี้ และพิซซ่า หลังจากนั้นเขาต้องล้างมือหลายครั้งแล้วดมดูว่าสะอาดจริงไหม" โถ กลิ่นสะอาดไว้ใช้เพิ่มความผูกพันทางจิตใจก็พอ แต่อย่าเว่อ
5 เมษายน 2548
พบสารก่อมะเร็งในปีกไก่ KFC
ซินหัวเน็ต/ซูหูเน็ต 17/03/05 เคเอฟซี ในจีนหยุดจำหน่ายปีกไก่นิวออร์ลีนและแฮมเบอร์เกอร์น่องไก่นิวออร์ลีนหลังพบสารย้ อมสีแดงซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ซูดาน 1 ในซอสพริกที่ผสมในเมนูดังกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (15 มี.ค.)
บริษัท ยัม ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เคเอฟซี ยอมรับว่า ซอสพริกที่ปรุงในอาหารทั้งสองชนิดดังกล่าว มีสารซูดาน 1 ปนเปื้อนอยู่จริง
พร้อมกับได้แสดงความเสียใจต่อเหตูการณ์ที่เกิดขึ้นโดยได้สัญญาว่าจะทำลายซอสพริกที่เหลือทั้งหมด
ทั้งนี้ บริษัท เคนตั๊กกี้ ฟราย ชิกเก้น ซึ่งปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงแหล่งที่มาของซอสพริกดังกล่าว มีสาขา 1,200 แห่งใน
260 เมืองของจีน
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 มีนาคม 2548 13:30 น.
บริษัท ยัม ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เคเอฟซี ยอมรับว่า ซอสพริกที่ปรุงในอาหารทั้งสองชนิดดังกล่าว มีสารซูดาน 1 ปนเปื้อนอยู่จริง
พร้อมกับได้แสดงความเสียใจต่อเหตูการณ์ที่เกิดขึ้นโดยได้สัญญาว่าจะทำลายซอสพริกที่เหลือทั้งหมด
ทั้งนี้ บริษัท เคนตั๊กกี้ ฟราย ชิกเก้น ซึ่งปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงแหล่งที่มาของซอสพริกดังกล่าว มีสาขา 1,200 แห่งใน
260 เมืองของจีน
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 มีนาคม 2548 13:30 น.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)