What's it ?



สรรหามาเล่า เก็บเรื่องราวทั้งเก่าและใหม่มาจากอีเมล์ที่บางทีก็ได้จากเพื่อน ๆ หรือเวบบอร์ด หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้จักก็ส่งมาให้ บางทีอาจจะเจอข้อความที่เพื่อนๆ ที่ใกล้ตัวคุณส่งมาเมื่อไม่นานนี่เอง แต่จริงๆ แล้ว เมล์ตัวนั้นได้มีการส่งต่อมานานแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เพื่อนๆ ก็ยังส่งมาตลอดซึ่งทำให้เหมือนว่าเป็นเรื่องใหม่ตลอดเวลา

บางครั้งการส่งเมล์ต่อเป็นทอด ๆ ก็ใช่ว่าจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอ อาจจะมองว่าเป็นเมล์ขยะสำหรับบางคน แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเพื่อนของเรา เขายังคิดถึงเรา ถึงได้ส่งเมล์เหล่านั้นมาให้ เชื่อเถอะว่าเพื่อนของคุณไม่ได้ส่งทุกเมล์ที่เขารับ แต่เขาจะส่งหาคุณเฉพาะเรื่องที่ทำให้เขาคิดถึงคุณเท่านั้น (นอกจากว่าคุณจะบอกให้เขาส่งมาทุกเมล์ทุกเรื่อง :)

Google
 

November 7, 2009

อ่านแล้วระวังนํ้าตาคลอ ซึ้งมาก ๆ

ขออุทิศให้กับทุกคนที่อยู่กับคนที่ตัวเองรัก.....
ลองอ่านดูแล้วหันไปดูคนข้างๆ
บอกรักให้เขารู้ว่าเขาเป็นคนสำคัญแค่ไหน....ให้เขารู้ว่าคุณรักเขาแค่ไหน

เรื่องนี้ผมไม่รู้ใครแต่ง........แต่ผมอยากให้มันอยู่ในกระทู้ของผม...
เพื่อจะมีคนอ่านมันมากขึ้นสักคนก็ยังดี.....ขอบคุณครับ

'รักครั้งแรกใช่จะผิดหวังเสมอไป

มีคนเคยบอกว่า ความรักมีอยู่ 3 แบบ

1. รักเพราะหลง

2. รักเพราะอ่อนไหว
3. รักเพราะเข้าใจ
และยังมีคนบอกอีกว่า

รักครั้งแรกส่วนมากจะเป็นรักเพราะหลงและมักจะไม่สมหวัง

แต่สำหรับผมแล้วรักครั้งแรกเป็นรักที่เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตของผม

ผมชื่อ แทน เรียนปี 3

อยู่มหาลัยแห่งหนึ่ง

ผมต้องทำงานไปเรียนไป
เพราะพ่อแม่ผมเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน
ตอนนี้ผมจึงเหมือนอยู่ตัวคนเดียว


ผมก็เงียบมาตลอดไม่ค่อยคุยกับเพื่อนคนไหนเลย ส่วนเธอ

เธอชื่อ ซี ......... ซีเป็นลูกคนรวย เรียนปี 3
เหมือนผม และคณะเดียวกับผม
โดยความคิดของผมแล้วนั้นลูกคนรวยส่วนมากจะชอบทำตัวเว่อร์ ๆ
แต่สำหรับซี
แล้วเธอไม่ใช่ ซีเป็นคนเรียบร้อย ร่าเริง เรียนเก่ง

แล้วยังเป็นที่รักของเพื่อนๆ

ด้วย ซึ่งต่างกับผมราวฟ้ากับดิน
ผมแอบมองซีมาตลอดตั้งแต่เข้ามาเรียนปี 1

แต่ตอนนี้ผมคงไม่มีเวลาคิดเรื่องนั้นแล้ว

ตั้งแต่พ่อแม่ผมเสีย
ผมก้อไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเพื่อน ๆ เลย
ดังนั้นเลิกฝันถึงซีไปได้เลยครับ

เช้าวันนึง
เข้าเรียนคาบแรก

อาจารย์สั่งให้ทุกคนนำงานที่สั่งมาส่ง
ผมไม่รู้เรื่องเลยว่าอาจารย์สั่งงานตอนไหน

สงสัยสั่งตอนที่ผมแอบหลับในห้องเรียนมั้ง

ผมทำอะไรไม่ถูก

แทน? เสียงผู้หญิงเรียกชื่อผม ผมหันไปมอง

ซีเป็นคนเรียก
ซีพูดต่อว่า ?ซีทำรายงานมาให้ ซีรู้ว่าแทนไม่ได้ทำมา
เพราะเมื่อวานแทนหลับในห้องเรียนตอนอาจารย์สั่งงานพอดี?

พอพูดเสร็จซีก้อวางรายงานไว้บนโต๊ะ
แล้วก้อเดินกลับไป หลังเลิกเรียน
ผมเดินเข้าไปบอก ขอบคุณซี
แต่ซีพูดกลับมาว่า ?
เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นข้าวมื้อเที่ยงได้มั้ยค่ะ ?
ผมดีใจไม่คิดเลยว่าผมจะมีโอกาสได้นั่งกินข้าวกับซี

ผมเลยตอบกลับไปว่า
ได้ครับ?
หลังจากนั้นเราก้อเดินไปกินข้าวที่โรงอาหารของมหาลัย
เธอดูเรียบร้อยมากเวลาทานข้าว

พอทานเสร็จ ซีก้อพูดขึ้นมาว่า ?ซีรู้นะ
ว่าแทนไม่ค่อยรู้เรื่อง
ไม่ค่อยมีเวลาทบทวนเรื่องที่เรียนไป

เอาเป็นว่าเวลาแทนว่าง
ซีจะติวให้แทนดีมั้ย?

ความหวังดีจากหญิงคนนึงที่ผมเคยแอบมองมาตลอดนั้นมันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

หลังจากวันนั้นผมกับซี

ก็จะมานั่งติวหนังสือกันทุกวัน
จนเรียนจบมหาลัย
ผมก็มีบริษัทมารับเข้าทำงาน 2 บริษัท
บริษัทแรกทำงานในกรุงเทพ
ส่วนอีกบริษัททำงานที่ระยอง

ผมปรึกษากับซีว่าจะเลือกบริษัทไหนดี ซีบอกว่า
ตามใจแทนเถอะ ชีวิตเป็นของแทนนะ?
ผมได้ยินดังนั้นผมก้อไม่ลังเลที่จะเลือกทำบริษัทที่
2
ถึงผมจะต้องไปทำที่ระยอง
แต่มันเป็นอนาคตที่ดีสำหรับผม
ผมไปทำงานอยู่ที่ระยอง 1 อาทิตย์ผมจะโทรหาซี 2 -3 ครั้ง
1 เดือนผมจะเข้ากรุงเทพ 1 - 2 ครั้ง
เวลาผ่านไป 4 ปี ผมได้ย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพ
เพื่อมารับงานในตำแหน่งผู้จัดการบัญชี
พอผมมาถึงกรุงเทพ
ทางบริษัทให้ผมลาพักร้อนได้ 1 อาทิตย์
ผมจึงตัดสินใจชวนซีไปเที่ยวเป็นครั้งแรก
ผมโทรเข้ามือถือซี ผมชวนเธอไปที่สวนสามพราน
เพราะซีชอบดอกไม้
ซีตอบกลับมาว่า ?จริงหรือแทน
ซีไม่เคยไปไหนกับใครนอกจากพ่อและแม่เลย
แทนจะพาซีไปวันไหนค่ะ?
ผมบอกกลับไปว่า ?พรุ่งนี้โอเคมั้ย
พาไปเที่ยวเสร็จแล้วซีไปดูคอนโดเป็นเพื่อนแทนหน่อยนะ
แทนจะซื้อคอนโดใกล้บ้านซี?

ซีตอบมาว่า ้ค่ะ
แล้วเจอกันนะค่ะ?

เช้าวันรุ่งขึ้นผมไปรับเธอที่บ้าน
หลังจากนั้นผมก้อนั่งรถแท็กซี่ไปสวนสามพราน
ระหว่างที่ดูดอกไม้นั้นซีดูมีความสุขมาก
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสมือซี
หลังจากที่คุยกันมานานถึง 6 ปี

พอบ่ายผมก้อไปดูคอนโดที่อยู่ใกล้บ้านซีที่สุด
แล้วก้อเซ็นสัญญาซื้อผ่อนทันที
ตกเย็นซีชวนผมไปบ้านของเธอ ซีบอกว่า
คุณพ่อของซีอยากเจอแทนค่ะ
เลยให้ซีชวนแทนมาทานข้าวที่บ้าน?
ผมไม่ปฎิเสธครับ พอไปถึงบ้านนั่งลงที่โต๊ะ
คุณพ่อของซีดูเป็นผู้ใหญ่มาก
ท่านพูดขึ้นมาว่า ?เธอเองหรือชื่อแทน
แล้วซีเล่าให้พ่อฟังอยู่บ่อย ๆ
ซีบอกกับพ่อว่า เธอเป็นคนขยัน
ว่าไงสนใจมาทำงานกับพ่อมั้ย
มาทำที่บริษัทพ่อ?
ผมอึ้งไม่คิดเลยว่าท่านจะพูดกับผมแบบนี้

ผมรู้สึกดีใจตอนนี้ผมรู้สึกเป็นส่วนนึงในชีวิตของซียังไงไม่รู้ครับ
ผมตอบตกลงทันที
หลังจากวันที่ผมไปบ้านซี
2 วัน
ผมก้อเริ่มงานในบริษัทของพ่อซี
ตำแหน่งที่ผมได้เข้ารับคือตำแหน่ง
ผู้จัดการฝ่ายบัญชี
งานส่วนใหญ่จะใช้สมองซะมากกว่า หลังจากนั้นก้อว่าง
วันนึงพ่อของซีก้อเดินมาที่โต๊ะทำงานผมแล้วก้อบอกว่า
แทนถ้าว่าง
ก้อพาซีไปเที่ยวก้อได้นะ พ่อฝากดูแลซีด้วย?
ผมตอบตกลงไป
ผมและซีในเวลานี้มีความสุขที่สุด
ผมมีเวลาให้ซีมากขึ้น แต่พอผมว่างมากขึ้น
ผมก้อพูดกับซีว่า ? ซี....
แทนเบื่อแล้ว
แทนอยากทำงาน
แต่ไม่ได้หมายความว่าแทนเบื่อซีนะ
แทนจะรับงานตรวจสอบบัญชีจากบริษัทอื่นมาทำด้วยนะ
ซีเห็นด้วยมั้ย?
ซีตอบกลับมาว่า ?ถ้ามันเป็นความต้องการของแทน
ซีก้อเห็นด้วย?
ผมก้อรับงานจากบริษัทอื่นเข้ามาทำ
เวลาว่างที่ผมเคยมีให้ซีก้อค่อย ๆ
หมดลงไป

ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมจะต้องพยายามทำงานให้มากเพื่อที่จะเทียบเท่าหรือใกล้เคียงซีมากขึ้น
ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาที่ผมจะบอกว่ารักเธอ

แต่ในใจแล้วผมรู้สึกได้อย่างไม่ต้องสงสัยแล้วว่าซีคือคนที่ผมอยากอยู่ด้วย

วันนี้เป็นวันเกิดของซี
ผมทำงานจนลืมไปเลยว่าวันนี้วันเกิดของเธอ
วันรุ่งขึ้นซีโทรมาหาผมแล้วพูดว่า
แทนไม่เคยลื มเลยนะ
แต่ปีนี้แทนลืม
เมื่อวานเป็นวันเกิดของซีนะ?
แล้วเธอก้อร้องไห้
ในเวลานั้นผมเครียดเรื่องงานมาก
ผมเลยพูดออกไปอย่างไม่คิดว่า ?ไร้สาระน่ะซี
แทนต้องทำงานนะ แทนไม่ว่างเหมือนซีนะ?
เธอเงียบไปสักพักแล้วซีก้อพูด ?ขอโทษนะแทน

ซีไม่อยากทะเลาะกับแทนซีอยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขโดยมีแทนอยู่เคียงข้างนะ?

ผมโกรธที่เธอพูดแบบนี้มาก
แต่เงียบไม่ต่อว่าอะไรเธอไป ซีพูดต่ออีกว่า
อีก2วันซีจะไปอเมริกากับแม่ ซีอยากให้แทนไปด้วย
ซีขออนุญาตคุณพ่อแล้วนะ
คุณพ่อบอกว่าให้แทนไปด้วยได้ แทนจะไปกับซีมั้ย?

ผมตอบกลับไปว่า ?ช่วงนี้งานยุ่ง
ซีไปกับแม่ให้สนุกเถอะ? แล้วซีก้อวางหู
ซีเดินทางไปอเมริกากับแม่ 1 เดือน ในเวลาระหว่าง 1 เดือนนี้
ผมไม่ได้ติดต่อกับซีเลย
พอซีกลับมากรุงเทพ
ผมก้อไม่ได้ไปรับ
หลังจากกลับมาจากอเมริกา
ผมกับซีก้อห่างเหินกันไม่ค่อยได้เจอกันเลย 1
เดือนจะได้เจอหน้ากันสัก 2 ? 3 ครั้ง
ไม่ได้โทรคุยกันเลยเพราะผมงานยุ่งมาก
ผมทำงานที่บริษัทพ่อซีมา 3 ปีแล้ว
ตอนนี้ผมคิดว่าผมพร้อมทุกอย่างแล้ว
มีเงินพอที่จะซื้อบ้าน ซื้อรถ
และทุกสิ่งทุกอย่างที่ซื้อได้ด้วยเงิน

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผมจึงตัดสินใจที่จะขอซีแต่งงาน
แล้วคืนก่อนวันที่ 14
ซีก้อโทรมาหาผมที่บ้าน
แทนซีถามอะไรแทนหน่อยได้มั้ย? ผมตอบว่า ?ได้สิ?
ซีถามต่อ ?แทนทำไมถึงขยันทำงานขนาดนี้
แทนขยันเพื่อใคร เพื่ออะไร?
ผมไม่ตอบกับคำถามของซี แต่พูดกลับไปว่า
พรุ่งนี้แทนจะบอก
แทนจะตอบทุกคำถามขอซี
พรุ่งนี้ซีไปสวนสามพรานกับแทนนะ?
ซีตอบมาว่า ?ได้?
เช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผมรีบไปที่เต้นท์โชว์รูม ฮอนด้า
ทำสัญญาออกรถป้ายแดง
ออกมาแล้วก้อขับไปรับซีที่บ้าน
ผมนึกว่าซีจะตกใจที่ผมขับรถไปรับเธอ
แต่ไม่เลยเธอดูอ่อนเพลียเหมือนคนไม่สบาย หน้าซีด
ผมจึงบอกซีว่า
ไว้วันหลังก้อได้นะซี? ซีตอบกลับมาว่า ?วันนี้แหละ
ซีอยากไปวันนี้?

ก่อนขับรถออกจากบ้านซีผมเห็นแม่ซีดูเหมือนจะร้องไห้แต่ก้อไม่ได้คิดอะไร

พอมาถึงสวนสามพราน ผมเดินจูงมือซีดูดอกไม้
เดินได้สักพักผมก้อพาซีมานั่งที่ม้านั่งริมสระน้ำ
ซีซบไหล่ผมแล้วพูดกลับผมว่า
แทน ซีรู้นะว่าแทนรักซี
แต่ซีอยากให้แทนบอกซีเองจะได้มั้ย แทนบอกซีด้วยว่า
แทนทำไมถึงขยันทำงานขนาดนี้ แทนขยันเพื่อใคร
เพื่ออะไร?

แล้วคราวนี้ผมก้อบอกเธอทุกอย่างว่า
ซี.........แทนรักซีนะ
ทุกอย่างที่แทนขยัน
แทนทำเพื่อซี
แทนไม่อยากให้ซีโดนใครดูถูกว่ามาคบกับแทน
แล้ววันนี้แทนมีพร้อมทุกอย่างแล้ว
วันนี้แทนคิดว่าแทนใกล้เคียงพอที่จะขอซีแต่งงานแล้ว
ซีแต่งงานกับแทนนะ'

แล้วผมก้อหยิบแหวนแต่งงานที่แอบซื้อไว้หมายจะสวมเข้าที่นิ้วของซี
ผมจ ับมือของซีขึ้น เธอไม่ตอบสนองต่อสิ่งที่ผมทำ
ผมจับตัวเธอเขย่า
เธอไม่รู้สึกอะไรเลย
ผมจึงอุ้มร่างซีขับรถไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
แล้วแล้วระหว่างนั้นผมก้อโทรบอกทุกคนที่เกี่ยวข้องกับซี
มาถึงโรงพยาบาล หมอรีบพาซีเข้าห้อง
ไอซียู

ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยถามหมอว่าซีเป็นอะไรหมอก้อไม่ยอมบอก
ไม่นานพ่อกับแม่ซีก้อมาถึงโรงพยาบาล
ผมถามแม่ซีว่าซีเป็นอะไร
แม่ซีบอกกับผมว่า
ซีเป็นโรคหัวใจ เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว?

ผมอึ้งทำไมผมมันโง่อย่างนี้ผมไม่เคยรู้อะไรเลย
ไม่เคยรู้ว่าซีเป็นโรคหัวใจ
ผมนั่งภาวนาอยู่หน้าห้องไอซียูว่าขออย่าให้ซีเป็นอะไรเลย
ถ้าซีหายผมจะแต่งงานกับเธอ
จะไม่ทิ้งให้เธอเดียวดายอีกต่อไป
ซีอยู่ในห้องไอซียูนานถึง 5 ชั่วโมง
หมอก้อเดินออกมาจากห้อง
ผมรีบวิ่งเข้าไปเขย่าตัวหมอแล้วถามว่า
ซีไม่เป็นไรใช่ไหมหมอ?
หมอเงียบสักพักแล้วตอบว่า
ผมเสียใจด้วยนะครับ?
ผมได้ยินคำนี้ถึงกับทรุดตัวลง
แล้วก้อนั่งร้องไห้ออกมา

หลังจากนั้นงานศพของซีของถูกจัดขึ้นท่ามกลางแขกหลายคน
รวมทั้งเพื่อนของซีด้วย
วันนี้เป็นวันสุดท้าย เป็นวันเผาศพ
แม่ซีแทนเข้ามาหาผมแล้วก้อยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ผม
แล้วพูดว่า
ของที่อยู่ข้างในเป็นของที่ซีเขียนจดหมายไว้ให้แม่
บอกให้แม่มอบให้แทน?
ผมค่อย ๆ แกะซองนั้นออกข้างในมีสมุดเล่มเล็ก ๆ
กับม้วนวีดีโออยู่
หลังจากพีธีเผาศพเสร็จผมนั่งอยุ่ด้านหน้าจนแขกในงานกลับไปกันหมด
พ่อซีเดินเข้ามาหาผมแล้วพูดกลับผมว่า
ซีรักแทนมากนะ? แล้วพ่อก้อเดินกลับไป

ผมขับรถกลับมาคอนโด
ด้วยรอยคล้ำใต้ตา
ผมเดินไปหยิบม้วนวีดีโอเทปแล้วนำมันไปเปิด
ผมเห็นซีในชุดสีขาวเหมือนชุดในโรงพยาบาลไม่มีผิด
gt
ซีพูดว่า ?แทน .......
ถ้าแทนได้ดูม้วนวีดีโอนี้แล้วแสดงว่าซีไม่ได้อยู่แล้วนะ
ตอนนี้ซีอยู่ที่โรงพยาบาลในอเมริกา
แม่ซีพาซีมาหาหมอเพื่อที่จะผ่าตัดครั้งสุดท้าย
ถ้าผ่าตัดครั้งนี้ไม่สำเร็จ
หมอบอกว่าซีจะอยู่ได้อีกไม่ถึง 2 ปี
แต่ซียอมเสี่ยงเพื่อที่จะได้อยู่กับแทนตลอดชีวิต
ซีไม่โกรธแทนนะที่แทนไม่มาอเมริกากับซี
แต่แทนอย่าโกรธซีนะที่ซีไม่ได้บอกว่าซีเป็นโรคหัวใจ
ซีแค่ไม่อยากให้แทนกลุ้มใจ
ซีเห็นแทนพยายามในสิ่งที่แทนต้องการ
แค่นี้ซีก้อมีความสุขแล้ว
ซีรู้นะว่าแทนพยายามทำเพื่อใคร
แทนทำเพื่อซีใช่มั้ย
ถ้าคิดไปเองก้อขอโทษนะ
ซีอยากให้แทนรู้นะว่าซีรักแทนมาก มากที่สุดด้วย?
สัญญาณภาพก้อหายไป
น้ำตาขอผมออกมาชำระความโง่เขลาของตัวเอง
ทำไมผมไม่เอะใจกับคำพูดของเธอที่ว่า ?ขอโทษนะแทน

ซีไม่อยากทะเลาะกับแทนซีอยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขโดยมีแทนอยู่เคียงข้างนะ?
ผมน่าจะรู้ว่าเธอไม่สบาย
ผมน่าจะไปอเมริกากับเธอ
ผมนั่งคิดสักพักแล้วก้อหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน
ในนั้นเขียนว่า
ถึงแทนที่ซีรัก อย่าโทษตัวเองนะที่ไม่มีเวลาให้ซี
อย่าโทษตัวเองนะว่าผิด
เรื่องนี้ไม่มีใครผิด และก้อไม่มีใครถูก ซีรักแทน
แทนก้อรักซี ถึงเรา 2
คนจะไม่พูดแต่ซีก้อรู้สึกนะ
ถึงซีจะไม่อยู่แล้ว
แต่ซีก้อยังคงอยู่ในใจแทนนะ
ซีรักแทนมาก มากเกินกว่าที่จะเขียนลงไปได้
ซีอยากจะบอกกับแทนว่ารักจากปากของซีเอง
แต่มันคงไม่มีเวลาแล้ว
หลังจากที่ซีไปผ่าตัดแล้วผลออกมาล้มเหลว
ซีก้อป่วยมาตลอด ซีไม่ได้โกรธแทนนะ
แต่ซีไปหาแทนไม่ไหว ซีไม่อยากจะบอกให้แทนรู้
เพราะแทนกำลังตั้งใจกับงานที่ทำอยู่
สุดท้ายนี้ซีอยากจะบอกกับแทนว่า
ซีขอโทษซีอยู่กับแทนได้แค่นี้ ระยะเวลา
9 ปีที่ซีอยู่กับแทนถึงมันจะน้อยแต่ซีรู้สึกมีความสุขมากนะ
ลาก่อนแทนที่ซีรัก?
ผมอ่านจดหมายเสร็จ
ผมก้อนั่งร้องไห้และคิดอยู่ตลอดเวลาว่า
ตอนนี้ผมมีทุกอย่าง
มีทุกสิ่งที่จะซื้อได้ด้วยเงิน
แต่ผมกลับซื้อเวลาที่จะอยู่กับซีไม่ได้
แต่ถ้าผมซื้อเวลาคืนมาได้
1 นาที ผมจะบอกว่าให้ซีรู้ว่า ผมรักเธอมากแค่ไหน
1 ชั่วโมง
ผมจะรีบขับรถไปหาเธอแล้วบอกเธอว่าขอโทษที่จำวันเกิดไม่ได้นะที่รัก
1 วัน ผมจะอยู่กับเธอในวันเกิดที่ผมลืม
1 เดือน ผมจะไปดูแลเธอที่อเมริกา
และ 1 ปี ผมจะขอเธอแต่งงานและอยู่กับเธอ
ถึงแม้จะเป็นเวลาแค่ 1 ปีก้อตาม
ในชีวิตของคน ๆ นึง
จะมีสักครั้งมั้ยที่จะได้พบรักแท้ในรักครั้งแรก
ชีวิตเราเกิดมาเพื่อใคร และเกิดมาทำไม
อย่างน้อยชีวิตของผมที่เกิดมา
ก้อได้รู้ว่าเกิดมาเพื่อใครและพยายามเพื่อใคร
สำหรับรักครั้งแรกของผมนั้นผมคิดว่าจะเป็นรักครั้งเดียวในชีวิตของผมที่ดีที่สุด
ถึงแม้ผมจะไม่ได้บอกกับซีว่า
ผมรักซี
แต่ตอนนี้ผมจะบอกผ่านโพสต์นี้ไปถึงซีว่า
ผมรักซีมาก รักตั้งแต่วันแรกที่เจอ
ซีคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีได้ในวันนี้
เพราะฉะนั้นผมจะไม่รักใครอีกนอกจากเธอ?
ซีจากผมไป 1 ปี กับ อีก 4 วัน
แต่เมื่อวานซีก้อยังทำให้ผมร้องไห้อีกจนได้ครับ
เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวานตอนเย็น ผมกลับมาที่คอนโด
เพื่อเปลี่ยนชุดไปงานเลี้ยงของบริษัทที่ผมทำงานอยู่
หรือบริษัทของพ่อซี )
ผมเลือกเสื้อสูทที่จะใส่ไปงาน
ในขณะที่ผมเลือกอยู่ผมก้อเหลือบไปเห็นเสื้อสูทสีม่วงผ้ากำมะหยี่
ผมเลยนึกขึ้นได้ว่าเสื้อตัวนี้
ซีเป็นคนซื้อให้ผมก่อนที่เธอจะไปรักษาตัวที่อเมริกา
แต่ผมไม่เคยใส่มันเลย
เพราะเคยลองใส่ดูแล้วมันดูเหมือนนักสนุ๊กเกอร์อย่างไรไม่รู้
ผมเลยไม่ชอบ
แต่วันนี้ผมคิดถึงซีมาก
ผมเลยหยิบสูทตัวนี้ขึ้นมาใส่
พอใส ่เสร็จผมมีความรู้สึกว่ามีของอยู่ในกระเป๋า
ผมจึงล้วงลงไปหยิบและเอามันขึ้นมาจึงรู้ว่ามันเป็นเทปคาสเซ็ทม้วนหนึ่ง
ด้วยความอยากรู้ว่ามันเป็นเพลงอะไรผมจึงตรงไปที่เครื่องเสียงแล้วเปิดมัน
เสียงแรกที่ผมได้ยินเป็นเสียงของ ซี
เธออัดเสียงของเธอลงในเทป
ต่อไปนี้จะเป็นคำพูดที่เธอพูดในเทปนะครับ
' สวัสดีค่ะ แทน นั่นแน่
แทนได้ฟังเทปแล้วแสดงว่าแทนแพ้พนันซีแล้วนะ
เพราะแทนบอกว่าจะไม่มีวันใส่สูทตัวนี้ (เธอหัวเราะเบา ๆ )
ในที่สุดแทนก้อใส่สูทตัวนี้จนได้ เฮ้อ ( เธอถอนหายใจ )
ตอนนี้เราจากกันนานหรือยังนะ
ขอโทษที่ซีพูดอย่างนี้นะ
ซีคิดว่าแทนคงได้ฟังเทปนี้ตอนที่ซีไม่ได้อยู่กับแทนแล้ว
แทนคิดถึงซีมั้ย
คงคิดถึงล่ะสิ
แทนอยากรู้มั้ยว่าตอนนี้ซีอยู่ที่ไหน
ถ้าอยากรู้ทำตามที่ซีบอกนะ
แทนเปลี่ยนเทปไปฟังที่ต้นหน้า B นะค่ะ '
แล้วเสียงซีก้อเงียบลง ผมจึงรีบกรอไปที่ต้นหน้า B
แล้วเปิดฟัง
' แทนค่ะ แทนทำตามที่ซีบอกนะค่ะ แทนหลับตาลงนะ '
แล้วผมก้อได้ยินเสียงคลื่น
แล้วก้อมีเสียงเธอพูดขึ้นว่า ' แทน
ซีว่าเปลือกหอยอันนี้สวยจังเลยนะค่ะ
แล้วเธอก้อพูดขึ้นมาว่า '
รู้มั้ยว่าตอนนี้เราอยู่กันที่ไหน '
ผมตอบกับตัวเองว่าทำไมจะจำไม่ได้
เพราะเสียงที่ผมได้ยินนั้นมันมาจากม้วนวีดีโอ
ที่เราไปถ่ายตอนไปเที่ยวที่ พัทยา
แล้วเทปที่มีเสียงของซีก้อยังคงเล่นต่อไป
ซีเปิดวีดีโอ มีเสียงที่อยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ
ที่
ผมกับเธอไปเที่ยวกัน
เสียงของเธอในเทปก้อพูดขึ้นมาว่า
' ตอนนี้แทนรู้ยังค่ะว่า ซีอยู่ที่ไหน
ซีอยู่ในใจแทนนะ
เวลาที่แทนคิดถึงซี
แทนก้อเปิดวีดีโอ หรือ รูปถ่ายของเราดูก้อได้นะ
และวันนี้ซีก้อจะรักษาสัญญากับแทนอีกเรื่องหนึ่งนะค่ะ
แทนจำได้มั้ย
แทนเคยร้องเพลงให้ซีฟัง ซียังจำได้นะ
แต่จำชื่อไม่ได้ว่าเพลงอะไร
แต่จำเนื้อร้องได้ท่อนนึงนะ ท่อนที่ว่า '
เส้นทางชีวิตของฉัน
ถึงแม้ว่ามันไม่โรยด้วยกลีบดอกไม้
แต่มันเป็นทางที่ฉันเลือกเดินด้วยหัวใจ
เส้นทางชีวิตสายนี้จะขอพิสูจน์ด้วยแรงและกำลังใจ '
และอะไรต่อจำไม่ได้แล้วค่ะ
ร้องได้แค่นี้ค่ะ
พอแทนร้องเสร็จ
แทนก้อบอกให้ซีร้องให้ฟังบ้างแต่ซีไม่ได้ร้อง
แทนเลยโกรธ แต่วันนี้ซีจะร้องให้ฟังนะ
แทนฟังให้ดีนะ
ซีอาจจะร้องไม่เพราะเท่าไรนะค่ะ
ซีจะฝากบทเพลงนี้ไว้แทนใจนะ
เมื่อไรที่แทนเหงาแทนจงฟัง
เพราะมันจะเป็นบทเพลงสุดท้ายไว้แทนใจ
เพราะตอนนี้เราคงต้องห่างไกลกันนะ ซีร้องแล้วนะ (
แล้วเธอก้อร้องเพลง )
' วันคืนที่เนิ่นนาน
อาจผ่านชีวิตคน
อาจเปลี่ยนใจคนให้เวียนหมุนไป
ทำเราจากกันนาน
ไม่เคยโทษใคร
มันเป็นเงื่อนไขของกาลเวลา
วันวานของเรา
แม้มันไม่คืนกลับมา
แต่อยากจะบอกให้เธอรู้ว่า
ฉันยังห่วงใย
ใจก้อยังคิดถึงเธอ
เหมือนแต่ก่อนเป็นมาเสมอ
แม้ว่าเธอจากฉันไป
ฉันยังเฝ้าดู
และอยากจะรู้ความเป็นไป
เพราะว่าฉันรักเธอดั่งเดิม เดิม
ถึงจะนาน
นานเท่าไร
ฉันขอพอใจขอเป็นอย่างเดิม
ไม่ต้องการจะทนเห็นเธอต้องเหนื่อย
ไม่ต้องการจะทนเห็นเธอลำบาก
ได้แต่คอยเอาใจช่วยเธอทุกอย่าง
อยากให้เธอมีโลกที่สวยงาม
รักเธอเสมอ
ยังไงซีก้อรักแทนนะค่ะ '
สุดท้ายยย (
เสียงของเธอผมรู้สึกได้เลยครับว่าเธอกำลังร้องไห้เพราะเสียงของเธอสะอื้น )
ซีอยากจะบอกแทนว่า แทนอย่าปิดกั้นตัวเองเพราะซีนะค่ะ

ซีอยากให้แทนเจอคนดีดี
อย่าจบชีวิตตัวเองโดยไม่ใคร แทนเป็นคนดี
แทนต้องได้เจอคนดีดี
ซีเชื่อว่าต้องเป็นเช่นนั้น
ซีจะไม่โกรธถ้าแทนจะมีใครสักคน
แต่ซีจะโกรธถ้าแทน ปิดกั้นชีวิตเพราะซี แทนค่ะ
แทนอย่าทำให้ซีต้องเป็นห่วงนะค่ะ
แทนสัญญากับซีนะค่ะ
ว่าจะไม่ปิดกั้นตัวเอง
ถึงซีจะไม่ได้ยิน
ซีจะเงียบให้แทนพูดนะค่ะ .......
ไม่มีเสียงจากเทปครับ ผมก้อเลยพูดออกไปตามอารมณ์นั้น
แทนสัญญา

ผมก้อนึกว่าเทปคงหมดหน้าแล้วจึงเอื้อมไปปิด
ผมถึงกลับสะดุ้งและขนลุกทันที
ที่ได้ยินเสียงของซีออกมาจากเทปแล้วพูดว่า
ขอบคุณนะค่ะ
ถึงซีจะไม่ได้ยินแต่ซีเชื่อว่าแทนคงจะรักษาสัญญากับซีนะค่ะ
ว้าเทปหมดแล้วนะค่ะ ซีรักแทนนะค่ะ.................

ช่วงเวลาที่ผมได้ยินคำขอบคุณจากเธอ
ผมยังรู้สึกว่าเธอยังอยู่ข้าง ๆ ผมเลย
ผมคิดถึงเธอมาก
ผมนั่งคิดว่าทำไมซีถึงเข้มแข็งได้ขนาดนี้

ผมนั่งร้องไห้ไปตั้งแต่ได้ยินเสียงคลื่นจากทะเลของวีดีโอแล้ว
แต่เสียงเพิ่งมาร้องไห้ ตอนร้องเพลงให้ผมฟัง

ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองจะต้องตาย
ทำไมเธอไม่เคยบ่นว่าทรมานให้ ทำไมเธอถึงพูดได้ขนาดนี้
ผมฟัง
แล้วทำไมเธอยังเป็นห่วงชีวิตผมอีก
แล้วอย่างนี้ผมจะลืมเธอได้มั้ย
ผมจะเจอคนที่เป็นห่วงและรักผมได้อย่างนี้อีกมั้ย
แต่อย่างน้อยผมก้อยังรู้สึกได้ว่าเธอไม่ได้จากผมไปไหนไกล
แต่เธอยังอยู่กับผมใกล้ ๆ ในใจผมเสมอ
และแล้วผมก้อไปไม่ทันกล่าวพิธีเปิดงานเลี้ยงจนได้

พ่อของซีโกรธใหญ่เลย อิอิ

ท่านถามผมว่าไปทำอะไรมา
ผมแอบอมยิ้มแล้วตอบกับท่านว่า '

ผมนั่งฟังคนที่ผมรักพูดอยู่ครับ '
พ่อซีได้ยินเท่านั้นแหละทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกไปเลยครับ
อิอิอิอิ
สายลมพัดไปแล้วไม่หวนมา
เหมือนกับชีวิตคนตายไปแล้วก้อไม่ฟื้นขึ้นมา

ขึ้นอยู่กับว่าโลกสำหรับคนที่ตายนั้นมันเป็นอีกโลกนึง

แต่โลกสำหรับคนที่อยู่นั้นมันเป็นโลกแห่งความจริง
อย่ายึดติดกับสิ่งที่ไม่มีตัวตน

และอย่าปิดกั้นในสิ่งที่เรียกว่ารักแท้

แต่จงยึดมั่นและเก็บความรู้สึกที่ดีไว้ให้กับรักแท้จะดีกว่า


มีพบก้อมีจากมันเป็นธรรมดา


C love Tan never die and forever but Tan forget me not .
Because C will alive in your heart.
นั่นคือจดหมายฉบับสุดท้ายที่ซีเขียนให้ผมและแนบไว้ในกล่องใส่เทปคลาสเซ็ท


ป.ล.ถ้าคุนไม่ส่งจดหมายฉบับนี้ต่อไปแสดงว่าคุนไม่ได้รู้สึกถึงความรักของผมและซีเลย

ถ้าคุนเห้นแก่ความรักของผมและซีกรุณาส่งเรื่องทั้งหมดนี้ต่อไปอีกอย่างน้อย
10 คนแล้วความรักของคุนจะประสบผมสำเร็จ
แค่ 10 คนเท่านั้นแหละ

และถ้าจดหมายฉบับนี้ได้กลับมาถึงคุนแสดงว่ายังมีคนที่รักคุนอีกมาก

October 19, 2009

ทำไมมาม่าต้องต้ม 3 นาที?

สังเกตว่าภายในเรื่องตัวละครจะมีความสัมพันธ์กับมาม่า 2 ครั้ง คือ ตอนที่พระเอกจะต้มมาม่าให้นางเอกกินรองท้องก่อนขึ้นรถแท็กซี่ และตอนที่นางเอกผิดหวังเรื่องพระเอกต้องไปเรียนต่อเมืองนอก จึงกลับมาต้มมาม่าที่บ้านคนเดียว

หนังกำลังจะบอกอะไรเราหรือเปล่า? เขากำลังจะบอกเรื่องสาระของ
”การรอคอย” และ "ความอดทน"

ครั้งแรกในรถแท็กซี่ นางเอกเปิดกินในขณะที่เพิ่งใส่น้ำร้อนไปแค่ 1 นาที พระเอกก็บอกว่า
“ก็ข้างถ้วยเขาเขียนให้รอ 3 นาที” นางเอกก็เถียงว่าชอบกินแบบนี้ เส้นกรอบๆแบบนี้

ถ้าเรามองแบบเปรียบเทียบ ม่าม่ากับความรัก .. เหมือนหนังกำลังบอกว่า ทั่วไปตามสากลโลก ความรักมันมีเวลาของมัน การบ่มเพาะเส้นของความรักให้นุ่มพอดี พอเหมาะเข้าปากนั้น ต้องใช้เวลา แม้นางเอกอาจจะชอบเส้นกรอบๆ ที่ใช้เวลาน้อย แต่ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน จะตัดสินด้วยความชอบเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ และเวลาอีก 2 ปีที่พระเอกจะไม่อยู่ ก็คือช่วงเวลาที่จะบ่มเพาะความรัก ให้สามารถกินได้ทั้ง 2 ฝ่ายนั่นเอง

มาม่ามักถูกใช้เป็นตัวช่วยของคนที่ “ไม่มีเวลา” ไม่มีเวลาทำกับข้าว ไม่มีเวลาไปหาอาหารกินข้างนอก เหมือนในเรื่องนี้ นางเอกคิดว่าตนเอง”ไม่มีเวลา”จะรอพระเอกแล้ว เพราะอายุก็มาก เหงาก็เหงา กินข้าวคนเดียว แต่จะให้ทำอย่างไร แม้แต่มาม่ายังมีเวลา 3 นาทีของมัน แล้วความรักล่ะ?

จึงมาสู่ตอนที่นางเอกเครียดในการต้มมาม่าคนเดียวที่บ้าน อยากกินเร็วๆแต่อะไรก็ขัดใจไปหมด น้ำก็ไม่ได้ต้มไว้ ฉีกซองเครื่องปรุงก็ลำบาก เนื่องจากความ”ใจร้อน” มองแต่”เป้าหมาย” แต่ลืมมอง”ระหว่างทาง” การจะกินมาม่า ต้องต้มน้ำ ต้องค่อยๆเตรียมเครื่องปรุง เหมือนความรัก หากจะมองแต่เป้าหมายว่าฉันกับเขาจะต้องรักกัน แต่ลืมใส่ใจ”ระหว่างทาง” ภาพนั้นคงไม่เกิด

มาม่า ก็เป็นตัวแทนหนึ่งของคนในสมัยนี้ ที่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบ ทุกๆอย่างต้องแข่งกับเวลา จนลืมไปว่า เรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างความรัก มันเร่งรีบไม่ได้หรอก

สรุปคือ หนังใช้มาม่าสอนเราในเรื่องความรัก ถ้าคิดจะรัก ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรอ ต้องอดทน คนสมัยนี้มักขาดความอดทน แลกเบอร์กันไม่กี่วัน ก็อยากให้อีกฝ่ายเรียกเราว่าแฟนแล้ว น่าจะมองดูว่า แม้สิ่งที่จะช่วยเราประหยัดเวลามากแค่ไหน อย่างมาม่า มันก็ยังมีเวลาของมัน แล้วกับความรัก ก็เช่นกัน

สาระจาก"รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ"

October 18, 2009

Blood Clots/Stroke - They Now Have a Fourth Indicator, the Tongue

อาการบ่งชี้ตัวที่ 4 ของเส้นเลือดอุดตันในสมอง

I will continue to forward this every time it comes around!
ไม่ว่าจะได้รับเมล์นี้อีกกี่ครั้ง ฉันก็จะส่งต่อไป

STROKE:Remember the 1st Three Letters....S.T.R.
เส้นเลือดอุดตันในสมอง (Stroke) ให้จำไว้ว่า อักษร 3 ตัวแรกคือ S.T.R

My nurse friend sent this and encouraged me to post it and spread the word.
I agree.
เพื่อนพยาบาลส่งเมล์นี้มาให้ และสนับสนุนให้ฉันส่งต่อไปอีกเรื่อยๆให้ทั่วโลกเลยยิ่งดี ฉันก็เห็นด้วย

If everyone can remember something this simple, we could save some folks.
Seriously..
ถ้าเราสามารถจำสิ่งง่ายๆเหล่านี้ได้ เราจะช่วยชีวิตคนบางคนได้..อันนี้เรื่องจริง

Please read:
STROKE IDENTIFICATION:
อาการบ่งชี้ของเส้นเลือดอุดตันในสมอง

During a BBQ, a friend stumbled and took a little fall - she assured everyone that she was fine (they offered to call paramedics) .she said she had just tripped over a brick because of her new shoes.
ระหว่างงานเลี้ยงบาร์บีคิว เพื่อนคนหนึ่งสะดุดล้มลงไปกองกับพื้น แต่เธอบอกกับทุกคนว่าเธอไม่เป็นไร (เพื่อนๆถามว่าจะให้เรียกแพทย์เคลื่อนที่มั้ย) เธอบอกว่าเธอแค่สะดุดก้อนหินเพราะยังไม่ชินที่ใส่รองเท้าคู่ใหม่มา

They got her cleaned up and got her a new plate of food. While she appeared a bit shaken up, Ingrid went about enjoying herself the rest of the evening
ทุกคนช่วยกันปัดเศษสกปรกออกไปจากตัวเธอและไปตักอาหารมาให้ใหม่ ตัว Ingrid เองหลังจากนั้นรู้สึกว่าจะมีอาการสั่นเล็กน้อย แต่ก็สนุกสนานดีตลอดเย็นวันนั้น

Ingrid's husband called later telling everyone that his wife had been taken to the hospital - (at 6:00 pm Ingrid passed away.) She had suffered a stroke at the BBQ. Had they known how to identify the signs of a stroke, perhaps Ingrid would be with us today. Some don't die. they end up in a helpless, hopeless condition instead.
หลังจากนั้น สามีของ Ingrid โทรหาเพื่อนๆทุกคนว่า ภรรยาเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล (และเสียชีวิตในเวลา 6 นาฬิกา) เธอมีอาการของเส้นเลือดอุดตันในสมองตั้งแต่ตอนที่อยู่ในงานเลี้ยงบาร์บีคิวแล้ว ถ้าทุกคนรู้ว่าเธอมีอาการนี้เสียตั้งแต่แรก บางที Ingrid อาจจะยังอยู่กับพวกเราในวันนี้ก็ได้ บางคนก็ไม่เสียชีวิต แต่ต้องใช้ชีวิตอย่างคนสิ้นหวังและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

It only takes a minute to read this...
ใช้เวลาอ่านบทความนี้เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

A neurologist says that if he can get to a stroke victim within 3 hours he can totally reverse the effects of a stroke...totally. He said the trick was getting a stroke recognized, diagnosed, and then getting the patient medically cared for within 3 hours, which is tough.
แพทย์ด้านประสาทวิทยากล่าวว่า ถ้าแพทย์สามารถไปถึงตัวผู้ป่วยเส้นเลือดสมองอุดตันได้ภายใน 3 ชั่วโมง แพทย์จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้แน่นอน ที่สำคัญก็คือต้องทราบว่าผู้ป่วยมีอาการของโรคนี้ วินิจฉัยได้ได้ จากนั้นก็ให้การรักษาภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งเรื่องจริงนั้นเป็นไปได้ยากอยู่

RECOGNIZING A STROKE
ต้องรู้ก่อนว่ามันคือเส้นเลือดสมองอุดตัน

Thank God for the sense to remember the '3' steps, STR . Read and Learn!
ขอบคุณพระเจ้าที่หาวิธีจำง่ายๆมาให้ STR

Sometimes symptoms of a stroke are difficult to identify. Unfortunately, the lack of awareness spells disaster.. The stroke victim may suffer severe brain damage when people nearby fail to recognize the symptoms of a stroke.
บางครั้งอาการของโรคเส้นเลือดสมองอุดตันก็เป็นการยากที่จะรู้กันได้ แต่ที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือ การไม่รู้อาจหมายถึงหายนะได้ สมองผู้ป่วยอาจจะโดนทำลายอย่างรุนแรง แต่คนรอบข้างไม่ได้รู้เลยว่านี่คืออาการของเส้นเลือดสมองอุดตัน

Now doctors say a bystander can recognize a stroke by asking three simple questions:
หมอบอกว่า คนที่ยืนอยู่รอบข้างก็สามารถรู้อาการได้ โดยคำถาม 3 ข้อ ดังนี้

S *Ask the individual to SMILE.
S คือบอกให้ผู้ป่วย ยิ้ม

T *Ask the person to TALK and SPEAK A SIMPLE SENTENCE (Coherently)
(i.e.. It is sunny out today.)
T คือบอกให้ผู้ป่วยพูด โดยอาจจะเป็นประโยคง่ายๆ เช่น วันนี้อากาศดีนะ

R *Ask him or her to RAISE BOTH ARMS.
R คือบอกให้ผู้ป่วยยกแขนทั้งสองข้างขึ้น

If he or she has trouble with ANY ONE of these tasks, call emergency number immediately and describe the symptoms to the dispatcher.
ถ้าผู้ป่วยมีความลำบากในการทำข้อใดข้อหนึ่ง ให้โทร.หาเบอร์ฉุกเฉินทันทีและแจ้งไปว่าผู้ป่วยมีอาการอย่างไร

New Sign of a Stroke -------- Stick out Your Tongue
สัญญาณใหม่ของเส้นเลือดสมองอุดตัน -- แลบลิ้นออกมาดู
NOTE: Another 'sign' of a stroke is this: Ask the person to 'stick' out his tongue.. If the tongue is 'crooked', if it goes to one side or the other, that is also an indication of a stroke.
หมายเหตุ: สัญญาณอีกประการหนึ่งก็คือ ลองให้ผู้ป่วยแลบลิ้นออกมา หากลิ้นมีลักษณะม้วนงอ ตกไปด้านใดด้านหนึ่ง นั่นคือข้อบ่งชี้ว่ามีอาการเส้นเลือดสมองอุดตัน

A cardiologist says if everyone who gets this e-mail sends it to 10 people; you can bet that at least one life will be saved.

I have done my part. Will you?
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจบอกว่า หากคุณได้รับอีเมล์นี้ และส่งต่อไปอีก 10 คน อาจมีผลทำให้สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อย่างน้อย 1 คน ก็ได้

October 4, 2009

พจนานุกรมไทยประยุกต์ ฉบับพนักงานออฟฟิศนิยม

พจนานุกรมไทยประยุกต์ ฉบับพนักงานออฟฟิศนิยม

หมวดอักษร ก
การสัมภาษณ์ งาน หมายถึง มหกรรมการโกหกเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงของทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้สมัคร โดยฝ่ายผู้สมัครจะพูดอย่างไรก็ได้ให้นายจ้างเข้าใจว่า 'ดิฉัน/ผมดีพอสำหรับงานนี้' ส่วนฝ่ายนายจ้างจะพูดอย่างไรก็ได้ให้ผู้สมัครเข้าใจว่า 'ที่นี่เป็นบริษัทที่ดีที่สุดเช่นกัน' หากดูเผินๆ เหมือนผู้สมัครกำลังเสนอขายตัวเองให้บริษัทรับซื้ออยู่ บางครั้งมีการต่อรองราคากันด้วย จนคนที่ได้พบเห็นอาจหลงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นตลาดนัดได้


หมวดอักษร ข
ขึ้นเงินเดือน หมายถึง ความฝันสุดขอบฟ้าของพนักงานออฟฟิศช่วงปลายปี และหมายถึง เสียงยี้ของพนักงานเมื่อเปิดซองเงินเดือนต้นปีถัดไป(แต่ก็เอา) ** หมายเหตุ ** อย่างเพิ่งดีใจเมื่อได้รับเงินเดือนขึ้น 5% เมื่อตลาดมีอัตราเงินเฟ้อ(ข้าวของแพงขึ้น) 5% เพราะนั่นจะกลายเป็นว่าเงินเดือนไม่ได้สูงขึ้นเลย

หมวดอักษร ค
คำชม คือ น้ำทิพย์ชโลมใจที่ลูกน้องต้องการจากเจ้านาย(ดูความหมายของคำว่าเจ้านาย ที่หมวดอักษร จ) โอกาสที่ลูกน้องจะได้รับคำชมจากเจ้านายนั้นมีมากพอ ๆ กับโอกาสเดินเจอโรงแรมราคาถูกบนอ่าวนาง

คำด่า คือ น้ำดื่มชโลมใจที่ลูกน้องไม่ต้องการจากเจ้านายเลย โอกาสที่ลูกน้องจะได้รับคำด่าจากเจ้านายนั้นมีน้อยพอ ๆ กับโอกาสเดินเจอเก้าอี้ผ้าใบบนหาดบางแสน
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (ภาษาเรียกกันในวงการ Desktop computer) มันคือทุกอย่างสำหรับคุณ ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานเพื่อตอบสนองภารกิจอันยิ่งใหญ่นานาชนิด ทั้งพิมพ์งาน สร้างกราฟ เตรียมงานนำเสนอ โหลดรูป สร้างเว๊บไซต์ ตัดต่อวิดีโอ เช็คเมล์รูปโป๊ เล่นเกม อ่านข่าวอินเทอร์เน็ต ดูกระทู้พันทิป แอบเขียนนิยายระหว่างเวลางาน ส่งเมล์ลูกโซ่ช่วยหนูน้อยจอห์นที่ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เมลแชทกับเพื่อนโต๊ะข้าง ๆ เพื่อไม่ให้เจ้านายได้ยิน เรียกได้ว่ามันเป็นทั้งอุปกรณ์ยังชีพและเพื่อนตายของชาวออฟฟิศโดยแท้ แต่คนทำงานบางคนอาจได้รับอาวุธประจำตัวเป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพา

คอมพิวเตอร์พกพา (ภาษาเรียกกันในวงการ Laptop Computer เรียกกันแบบชาวบ้านว่าโน้ตบุ๊ค) มันก็คือทุกอย่างสำหรับคุณเช่นกัน แถมตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายยิ่งขึ้นด้วย มันอาจตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณตอนเช้า อยู่บนหน้าตักคุณในห้องน้ำหรือบนรถยนต์ตอนสาย ตั้งบนโต๊ะกินข้าวตอนพักเที่ยง ใช้งานได้ในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ตอนเย็น(ดูความหมายของคำว่า อาหารฟาสต์ฟู้ดที่หมวดอักษร อ) หรือบนเตียงนอนของคุณคืนนั้น หากเมื่อใดที่คุณได้รับมองเครื่องโน้ตบุ๊คจากบริษัท อย่าเพิ่งหลงดีใจไปว่าได้ของดีมาใช้ แท้จริงแล้วเขาให้ เพราะคาดหวังว่าคุณจะได้เอางานติดตัวไปทำได้ทุกที่ต่างหากล่ะ พนักงานออฟฟิศหลายคนจึงขนานนามมันว่า เป็นต ัว 'ทุกขลาภ'
เครื่องถ่ายเอกสาร นวัตกรรมชั้นยอดของโลก เป็นที่พึ่งพาของมหาชนตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ เราสามารถโคลนนิ่งสมุดเลกเชอร์เทวดาของเพื่อนมาเป็นสมุดอีกเล่ม ให้เราอ่านได้ ก็เพราะเครื่องถ่ายเอกสารนี่แหละ เรียนจบมาได้ แทบจะต้องไหว้เครื่องถ่ายเอกสารด้วยเลย จวบจนถึงวัยทำงาน เครื่องถ่ายเอกสารยังคงเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถึงแม้มันจะชอบแกล้งเราเล่น โดยมักจะเสียหรือทำกระดาษติดในตอนที่เรามีงานไฟลนก้นถึงขีดสุดก็ตาม

หมวดอักษร ง
เงินเดือน สิ่งที่ถือว่าให้มากพอแล้วสำหรับนายจ้าง และสิ่งที่ถือว่าได้น้อยตลอดกาลของลูกจ้าง หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่สุดที่ทำให้คนตัดสินใจทำงานหรือลาออกจากงานก็ได้(ดูความหมายของคำว่า ลาออก ที่หมวดอักษร ล)

หมวดอักษร จ
เจ้านาย ก็คนที่สัมภาษณ์คุณและรับคุณเข้าทำงานนั้นแหละ ไม่ต้องงง .... คนที่ท่าทางใจดีมีเหตุผลตอนที่สัมภาษณ์คุณนั่นไง ถึงแม้ว่าเมื่อคุณเข้ามาทำงานแล้วเขาจะฉีกหน้ากากออกเป็นเจ้านายแสนโหดร้ายทารุณจนเหมือนเป็นคนละคนก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่าเขาคือคนคนเดียวกัน อุปมาดั่งดอกไม้กินแมลงทั้งหลาย มันใช้วิธีต่างๆ เพื่อล่อหลอกเหยื่ออย่างพวกเราเข้ามาข้างในให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นท่าทางใจดี ตำแหน่งงานเอย เงินเดือนเอย กว่าแมลงน้อย ๆ หน้าใสเหล่านั้นจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว....
เจ้านาย (ความหมายที่สอง) ผู้ที่ถูกต้องเสมอ แม้ว่าดูอย่างไรก็ไม่น่าจะถูกได้เลย
เจ้านาย (ความหมายที่สาม) สิ่งมีชีวิตที่ใช้เวลาเติบโตส่วนใหญ่ในห้องประชุม และมีความสุขกับการวิ่งออกจากห้องประชุมมาสั่งงานกับตามงานลูกน้อง(ดูความหมายของคำว่า ตามงานที่หมวดอักษร ต)
เจ้านาย (ความหมายที่สี่) เป้าหมายในการนินทาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของบรรดาลูกน้อง นินทาใครก็ไม่สนุกเท่านินทาเจ้านายอีกแล้ว (ดูความหมายคำว่านินทา ที่หมวดอักษรน)
เจ้านาย (ความหมายที่ห้า) คนที่คุณอวยพรให้เขาลาออกไวๆ หรือโดนอะไรก็ได้ที่จะทำให้พ้นจากตำแหน่งนี้ไปไว ๆ หรือถ้าไม่ทันใจคุณก็อาจเลื่อยขาให้เขาพ้นจากตำแหน่งไปเองเลยก็ได้ ก่อนจะได้เจ้านายคนใหม่ที่แย่กว่ามาแทนที่ (เอ๊ะ ทำไมคนเป็นเจ้านายนี่ดูเหมือนไม่มีอะไรดี ๆ เลยเหรอเนี่ย)

หมวดอักษร ต
ตามงาน คือ เวลานรกแตกของคนที่เป็นลูกน้อง เมื่อกำหนดส่งงานใกล้มาถึง และมีเจ้านายมายืนรออยู่ข้างโต๊ะ เวลานั้นเองเรา เอ๊ย... ลูกน้องจะมีความสามารถพิเศษในการทำงานเร็วขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัว แต่ก็โชคร้ายเพราะเครื่องถ่ายเอกสารหรือคอมพิวเตอร์มักจะพังเวลานั้นทุกที

หมวดอักษร ท
ทดลองงาน ช่วงเวลาที่คนเราจะทำตัวเรียบร้อยที่สุดในชีวิต เสื้อผ้าต้องสะอาด ผมเผ้ารวบเรียบร้อย รองเท้าหุ้มส้นเงาวับ ไม่กลับถึงบ้านไม่ปลดกระดุมเสื้อ ฯลฯ และจะกลายเป็นพฤติกรรมตรงกันข้ามทันทีเมื่อพ้นช่วงทดลองงานไปแล้ว
โทรศัพท์ สิ่งที่คุณอยากได้อย่างมาก เมื่อเริ่มงานใหม่ ๆ และโต๊ะทำงานยังว่างอยู่ แต่จะกลายเป็นสิ่งที่คุณรังเกียจ เมื่องานกองท่วมเต็มโต๊ะ เพราะโทรศัพท์ดังขึ้นในเวลาทำงานแต่ละครั้งมักจะมีแต่คำด่า(ดูความหมายของคำว่า คำด่า ที่หมวดอักษร ค) และการตามงาน(ดูความหมายของคำว่า ตามงานที่หมวดอักษร ต)

หมวดอักษร น
นินทา กิจกรรมแสนสนุกของพนักงานออฟฟิศในยามว่าง และไม่ว่าง มีลักษณะเป็นการยืนจับกลุ่มกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป และพูดคุยถึงเรื่องของบุคคลที่สามอย่างสนุกปาก(ซึ่งร้อยละร้อยมักไม่ใช่เรื่องดีเลย) การนินทาอาจจับกลุ่มกัน ตั้งแต่สองคนไปจนถึงเป็นสิบๆ คน อาจทำในที่ลับ ตามซอกมุมตึก ห้องกาแฟ ห้องน้ำ ร้านส้มตำหน้าตึก ในรถ หรือที่ใดก็สุดแล้วแต่หลายท่าน กล่าวว่าการนินทานั้นเป็นการวิธีการบำบัดจิตและระบายความเครียดอย่างได้ผลดียิ่ง แต่ผู้ที่ถูกพาดพิงมักจะรู้สึกไม่สบอารมณ์(ก็แน่ละสิ) ปัจจุบันพบว่าการนินทาได้พัฒนาไปตามเทคโนโลยีโดยไม่หยุดยั้งกลายเป็นการนิน ทาผ่านอีเมล์ หรือเอ็มเ อสเอ็นในสำนักงาน แต่ก็ยังคงความสนุกสนานสำราญบานใจแก่ชาวออฟฟิศอย่างพวกเราไม่เคยเสื่อมคลาย

หมวดอักษร บ
โบนัส ความใฝ่ฝันชั้นสูงของพนักงานออฟฟิศทั้งบริษัท พวกที่จะลาออกแต่ยังยึกยักไม่ยอมออกกัน ก็เพราะสิ่งนี้เป็นสำคัญ แต่หากเมื่อใดที่ได้รับมันแล้วก็พร้อมที่จะลาออกจากไปโดยไม่ใยดีสิ่งใดๆ อีก ปริมาณของโบนัสนั้นแตกต่างกันไปตามสภาพของสถานประกอบการ พวกที่รวยหรือแกล้งรวยจะจ่ายมาก ส่วนพวกที่จนหรือแกล้งจนจะจ่ายน้อย (ส่วนใหญ่จะเป็นพวกนี้)

หมวดอักษร ป
ปฏิทิน สิ่งที่เราใช้พลิกดู เพื่อหาว่าอีกกี่วันจึงจะเป็นวันหยุดเสียที
ประเมินผลงานประจำปี ยาขมหนักหม้อใหญ่ของเจ้านายและลูกน้อง โอกาสอันดีที่สุดในรอบปีที่เจ้านายจะหาเรื่องฆ่าลูกน้อง หรือลูกน้องจะตัดสินใจเลื่อยขาเก้าอี้เจ้านาย
ประชุม (ความหมายที่หนึ่ง) บางบริษัทหมายถึงช่วงเวลาเฮฮา กินขนมและพูดคุยกันไป แต่บางบริษัทกลับหมายถึงการเข่นฆ่าประหัตประหารกันให้ตายไปข้างหนึ่ง
ประชุม (ความหมายที่สอง) การสื่อสาร การถ่ายทอดคำสั่งการถามความเห็น การถามความเห็น (ไปอย่างนั้นเอง) การระดมสมอง การช่วยกันลงมือทำ การขันอาสา การแสดงความดีใจ การแสดงความผิดหวัง การส่อเสียด การโยนความผิด การหัดนำเสนอเป็นครั้งแรกและอะไรอีกหลายๆ อย่าง
ประชุม (ความหมายที่สาม) การพบปะเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างกัน แต่มักจะจบลงด้วยความไม่เข้าใจกันมากขึ้น ?

หมวดอักษร พ
พักเที่ยง หมายถึง สงครามของคุณได้ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว พักผ่อนเสียบ้าง กินข้าว นินทากันให้หนำใจ ก่อนจะต้องกลับไปสู้รบกันอีกในตอนบ่าย แต่ไม่รู้เป็นอะไร กลับจากพักเที่ยงขึ้นมาทีไร รู้สึกเฉื่อยลงทุกที

หมวดอักษร ฟ
แฟ้ม อาวุธใกล้ตัวที่คุณอยากหยิบมาตีหัวเจ้านายที่สุด แต่ก็ทำได้แค่คิดในใจเท่านั้น

หมวดอักษร ม
ไมโครซอฟต์เอ็กเซล โปรแกรมคอมพิวเตอร์ยอดอัจฉริยะจากแดนตะวันตก อัจฉริยะเสียจนเราใช้ไม่ค่อยจะเป็นกัน ผูกสูตร ทำไฮเปอร์ลิงก์ สร้างกราฟ เขียนแบบฟอร์ม ซอร์ตข้อมูล ทำไพวอตเทเบิ้ล ผู้ใดสำเร็จวิชาเอ็กเซลขั้นสูงได้ การตกงานจะแทบไม่มาเยือนท่านเลย ส่วนจะได้เงินเดือนมากหรือน้อยนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง บิลต์เกตส์ จงเจริญ !!
ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ อีกโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับพนักงานออฟฟิศที่รักความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ และครูบาอาจารย์ที่ทันสมัย สามารถทำได้ตั้งแต่นำเสนออย่างแสนจะจืดชืดบนพื้นสีขาว ไปจนถึงสร้างสเปเชียลเอฟเฟกต์คับจอแบบหนังจีนปล่อยแสงกำลังภายในพร้อมเพลงประกอบอลังการ

หมวดอักษร ร
รถติด สิ่งที่แน่นอนที่สุดในเมืองหลวงทุกช่วงก่อนแปดโมงเช้าและหลังห้าโมงเย็นเป็นต้นไป เป็นนโยบายอันชาญฉลาดทางการจราจรสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน ได้คลายเครียดด้วยการให้ขับรถไป นั่งพักไป(ขับสองนาที พักสิบนาที ขับห้านาที พักยี่สิบนาที ..ฯลฯ)
รายรับ เงินเดือนและดอกเบี้ยเงินฝากไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์
รายจ่าย ภาษี ประกันสังคม ค่าอาหาร ค่ายา ส่งพ่อแม่ ส่งเสียน้องเรียนหนังสือ ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมันรถ ค่าซ่อมรถ ค่าประกันภัยรถ ค่าโทรศัพท์ ค่าเสื้อผ้า ค่าซ่อมบ้าน ค่าตกแต่งบ้าน ค่ายา ค่าหมอ ค่าหมอฟัน ค่าซื้อข้าวของเข ้าบ้าน ค่าแก๊สหุงต้ม ฯลฯ
รายรับที่เหลือ..... ................

หมวดอักษร ล
เลิกงาน เวลาที่พนักงานทุกคนรอคอย ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มงานวันนั้น
ลาพักร้อน การลาที่มักจะถูกยกเลิกด้วยคำว่า 'มีงานด่วนเข้ามา'
ลาป่วย เป็นการลาที่มักจะถูกเจ้านายเพ่งเล็งมากที่สุด เพราะนอกจากเป็นการลางานเพราะป่วยจริงๆ แล้ว ลูกน้องหลายคนยังใช้การลาป่วยแทนการนอนเล่นอยู่กับบ้าน โดยไม่เสียวันลาพักร้อน หรือลาเพราะเบื่องานจนไม่อยากไปทำ เบื่อเจ้านาย ไปจนถึงลาเพื่อไปสัมภาษณ์งานที่อื่นก็มี
ลาออก ไพ่ใบเด็ดของพนักงานที่ทำงานดี แต่เป็นไพ่จนตรอกของพนักงานที่ทำงานไม่ได้ หากคนที่จะลาออกทำงานเก่งมักจะถูกหว่านล้อมให้อยู่ต่อด้วยถ้อยคำหวานๆ การขึ้นค่าจ้าง ขึ้นตำแหน่ง สารพัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม แม้ว่าก่อนหน้านั้นจะเคยถูกกดขี่แค่ไหนก็ตาม ส่วนสำหรับพวกที่ทำงานไม่ได้ดีอะไร มักจะถูกหว่านล้อมเช่นกัน แต่เป็นการหว่านล้อมให้เก็บของออกไปโดยเร็วที่สุด......
ลาออก (ความหมายที่สอง) คำที่พนักงานออฟฟิศใช้พูดกันบ่อยที่สุดในโลก ตัวอย่าง เช่น 'เจอเจ้านายเฮงซวยแบบนี้อยากลาออกโว้ย' แต่เป็นคำพูดแล้ว หาคนทำได้ตามนั้นน้อยที่สุด(คนลาออกไม่พูดมาก คนพูดมากไม่ลาออก)
ลูกน้อง สิ่งมีชีวิตที่น่าสงสารที่สุดในโลก(หรือเปล่า) มีหน้าที่ทำงานให้เกินความคาดหมายของเจ้านายและเกินค่าจ้างที่ได้รับจึงจะได้ดี แต่ทำอย่างไร ก็ยังได้ดีไม่เท่าพวกที่ดีแต่พูดและเอาอกเอาใจใกล้ชิดเจ้านายเสียที
เลขานุการ ความชุ่มชื่นหัวใจของหนุ่มๆ ชาวออฟฟิศ ขอเพียงแต่เป็นวันที่เจ้านายคุณเธอไม่อยู่ หนุ่มๆ ทั้งหนุ่มเล็กวัยขบเผาะ ไปจนถึงหนุ่มใหญ่ วัยดึก จะพากันไปแวะเวียนหาเรื่องคุยกันกับพวกเจ้าหล่อน อย่างไม่ขาดสาย(ไม่ใช่เรื่องงานหรอก) อีกอย่าง คือโต๊ะทำงานของเลขานุการนั้น มักจะมีขนมมากกว่าตู้กับข้าวตามบ้านเสียอีก เปิดให้บริการพนักงานที่เดินโฉบผ่านไปมาได้หยิบกินตลอดเวลาทำงาน

หมวดอักษร ว
วันจันทร์ วันที่ถูกคนรังเกียจเดียดฉันท์มากที่สุดในโลก และเป็นวันที่ถูกกล่าวโทษว่า รถติดมากที่สุด ทั้งๆ ที่โรงเรียนกับที่ทำงานก็เริ่มทำการเวลาเดียวกันกับทุกๆ วัน ประโยคเด็ดประจำวันนี้ คือ 'ไม่อยากให้ถึงวันจันทร์เลย' หรือ 'ทำไมวันนี้ต้องเป็นวันจันทร์ด้วย' เป็นต้น

หมวดอักษร อ
อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่ทุกคนรู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็กินโดยข้ออ้างว่า รีบบ้าง ไม่รู้จะกินอะไรบ้าง ฝนตกบ้าง ฯลฯ ส่วนใหญ่จะเป็นจำพวกแฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด ฮอทด็อก น้ำอัดลม ไส้กรอกเซเว่น ข้าวแกงแช่แข็ง และมักจะซื้อใส่ถุงมากินหน้าคอมพิวเตอร์ ด้วยข้ออ้างเดิมๆ (มีประชุมตอนบ่าย,งานเร่ง) หลายคนจ่ายค่าอาหารฟาสต์ฟู้ด ด้วยการเป็นโรคอ้วน ความดันเลือดสูง โรคหัวใจ มะเร็งลำไส้ ฯลฯ
โอที สวรรค์ของพนักงานเงินเดือนน้อย ฝันร้ายของพนักงานเงินเดือนปานกลาง(ที่ไม่มีค่าโอที) และ(สิ่งที่คิดว่าเป็น)ความทุ่มเทของพนักงานระดับสูง




จบการนำเสนอ.

September 24, 2009

ประกาศเรื่องสมุนไพรไทย อันตรายต่อการทำงาน

สิ่งดี ๆ มีมาบอก

ประกาศเรื่องสมุนไพรไทย อันตรายต่อการทำงาน


ประกาศเรื่องสมุนไพรไทย อันตรายต่อการทำงานครับ
น่าจะเป็นประโยชน์กับพวกเราในแง่ Food Safety ถ้าอย่างไร CCD จะนำไปลงเป็นความรู้ใน Betagro Inside ก็น่าสนใจดีนะครับ!
หลีกเลี่ยงสมุนไพรเหล่านี้แล้วชีวิตของท่านจะมีความสุข (คนรอบข้างก็ happy ด้วย)
สมุนไพรอันตราย 13 ชนิด

สำนักแห่งความสุขขอประกาศรายชื่อสมุนไพรอันตราย 13 ชนิดที่มีต่อชีวิตการทำงานดังนี้คือ :

1 ขิง / ข่า
ขิง(ก็รา) ข่า(ก็แรง) เป็นอันตรายต่อชีวิตการทำงานอย่างยิ่ง บางครั้งเป็นการกระทบกระทั่งด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง เมื่อไม่ยอมกันคนละก้าว ก็เสียทั้งงานและภาพพจน์ขององค์กร
ทางแก้ : การทำงานในสำนักงานไม่ว่าองค์กรราชการหรือเอกชนเป็นการรวมคนจากที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน จึงเป็นเรื่องปกติที่มีการกระทบกระทั่งกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน รู้จักยอมกันบ้าง ทำนอง 'แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร' นอกจากจะได้ไม่เสียสุขภาพจิตแล้ว ยังได้ประสิทธิภาพของงานสูง

2 ขมิ้น (กับปูน)
ไม่ชอบเพื่อน ไม่ชอบเจ้านาย ไม่ชอบหน้าลูกค้า ไม่ชอบงานที่ทำ ไม่ชอบทุกอย่างในชีวิต!
ทางแก้ : ปรับเปลี่ยนทัศนคติมองผู้อื่นในด้านดี หรืออย่างน้อยก็ตามความเป็นจริง มองลูกค้าว่าเป็นผู้ที่ทำให้เราเลี้ยงครอบครัวได้ เพราะการทำงานโดยมีทัศนคติไม่ดียากจะก้าวหน้า และที่แย่ที่สุดคือผ่านชีวิตทำงานแต่ละวันอย่างทรมาน

3 มะนาว (ไม่มีน้ำ)
พูดไม่ดี พูดมากไป พูดไม่ไพเราะ พูดแต่เรื่องร้ายๆ เหล่านี้เป็นอันตรายต่อองค์กรอย่างยิ่ง นอกจากจะขัดใจกันในองค์กรแล้ว ยังอาจทำให้ลูกค้าหนีหายก็ได้
ทางแก้ : พูดน้อยหน่อย ทำงานมากหน่อย มองด้านดีของคนอื่นบ้าง

4 จิก
เจ้านายประเภทที่ใช้คนไม่เลือกเวลา ชอบบรี๊ฟงานห้านาทีก่อนเลิกงาน โทร.ตามจิกลูกน้องห้านาทีก่อนเที่ยงคืนและในวันหยุดเป็นประจำ
ทางแก้ : การทำงานที่ดีอยู่ที่การวางแผน และรักษาสมดุลของงานกับครอบครัว ลูกน้องที่พักผ่อนพอเพียงและมีชีวิตครอบครัวที่ดี ย่อมทำงานได้ประสิทธิภาพกว่าคนที่ทำงานใต้สภาวะของการจิก การทำงานชั่วโมงยาวนานมิได้หมายถึงประสิทธิภาพและคุณภาพเสมอไป

5 ว่านหางจระเข้ (ฟาดหาง)
เจอเรื่องไม่ดีที่บ้านก็นำมาฟาดหาง (จระเข้) กับเพื่อนหรือลูกน้อง หรือทั้งเพื่อนและลูกน้อง
ทางแก้ : แยกแยะงานกับเรื่องส่วนตัว งานส่วนงาน ไม่นำเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน เพราะทุกคนก็ประสบเรื่องไม่ดีทั้งนั้น แก้ปัญหาเรื่องส่วนตัวโดยวิธีการอื่น เช่นปรึกษาเพื่อนฝูง เป็นต้น

6 (เย็น)ชา
เย็นชากับลูกค้า ลูกค้าหลุดได้ เย็นชากับลูกน้อง ลูกน้องก็หนี เย็นชากับเจ้านาย ก็อาจตกงาน!
ทางแก้ : รักษาน้ำใจเพื่อนๆ ในที่ทำงาน จะทำให้หลายสิบชั่วโมงต่อสัปดาห์ในที่ทำงานเป็นสวรรค์ ไม่ใช่นรก

7 สีเสียด
ใช้วาจาเสียดสี เหยียดหยาม กระแทกกระทั้นคนรอบตัวเพื่อความสะใจ ต่อหน้าลูกค้าเอ่ย "ครับๆ ค่ะๆ" ลับหลังลูกค้าด่าว่าโง่ ฯลฯ
ทางแก้ : การใช้คำพูดในเชิงลบไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ตรงกันข้ามจะทำให้ผู้พูดลดคุณค่าและความน่าเชื่อถือลง ลองมองด้านดีของคนอื่นบ้าง

8 กระทืบยอด
เป็นยอดในการย่ำคนอื่น เป็นเยี่ยมในการไต่ขึ้นที่สูงโดยเหยียบหัวเพื่อนร่วมงาน ฯลฯ
ทางแก้ : ไต่ขึ้นที่สูงไปตามพัฒนาการของตนเอง จะเป็นฐานที่แข็งแรงที่สุด

9 มะขวิด
ไล่ขวิดคนไปทั่ว ยุ่งเรื่องชาวบ้านโดยไม่ทำงานของตัวเอง
ทางแก้ : กลับไปทำงาน! เพราะเวลาวัดผลงานในตอนท้าย ไม่ได้วัดกันที่ความคมของเขี้ยว เขา หรืองา

10 ยอ
ยกยอเจ้านายตลอดเวลา เสนอหน้าหลังเวลางาน
ทางแก้ : ความก้าวหน้าจากการประจบเอาใจผู้ใหญ่ไม่ใช่รากฐานที่มั่นคงของชีวิตการทำงานในระยะยาว

11 แมงลัก
ขโมยไอเดียของคนอื่น แล้วยกว่าเป็นของตัวเอง
ทางแก้ : พัฒนาตนเองตลอดเวลา เรียนรู้จากความคิดของผู้อื่น แล้วนำไปแตกหน่อต่อยอด เป็นการเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง

12 รางจืด
ใช้ชีวิตทำงานแบบจืดสนิท ทำงานแบบกางตำรา ไม่เริ่มงานเด็ดขาดแม้เข็มนาฬิกาอยู่ก่อนเวลาเริ่มงาน 1.025 วินาที พนักงานไม่เคยไปสังสรรค์ด้วยกัน ฯลฯ
ทางแก้ : เปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตทำงานบ้าง แล้วอาจพบว่า การทำงานก็เป็นเรื่องสนุกได้

13 กระบือเจ็ดตัว
พอใจในความรู้ความสามารถที่ตนมีอยู่ไม่ว่ามันจะจำกัดเพียงใด ไม่ยอมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ทางแก้ : ความรู้หรือเทคโนโลยีที่เรียนมาเมื่อ 10-20 ปีก่อนอาจแก้ปัญหารูปแบบใหม่ๆ ในปัจจุบันไม่ได้ โลกเปลี่ยนไปนาทีต่อนาที คนทำงานต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทัน ต้องศึกษาเพิ่ม อาจเป็นการเรียนวิชาที่เพิ่งเกิดใหม่ สัมมนาทางวิชาการ ศึกษาภาคค่ำ แทนที่จะหาประสบการณ์จากการกินเหล้าและเข้าผับอย่างเดียว

**** ขออำนวยพรให้ทุกท่านทำงานอย่างมีความสุข! ***

Breaking News : ข่าวด่วน